372
9 ธันวาคม 2565
แนะ 4 วิธีเอาตัวรอดจาก "โจรไซเบอร์" ลั่น! ดำเนินคดีกับมิจฉาชีพไม่ให้ลอยนวล
 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำเตือนอีกครั้งหลังได้รับแจ้งว่ามีมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำ 4 วิธีเอาตัวรอดจากโจรไซเบอร์ ได้แก่ 1) ก่อนเข้าเว็บไซต์ต้องเช็คตัวสะกดของ URL ให้ดี 2) ไม่กดลิ้งค์/SMS/โหลดแอปพลิชัน ที่ไม่รู้จักหรือได้รับแชร์ 3) ไม่หลงเชื่อคำเชิญชวน และ 4) ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับมิจฉาชีพให้ถึงที่สุดที่แอบอ้างชื่อและปลอมโลโก้กรมฯ
 
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “จากกรณีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากธุรกิจและประชาชนหลายรายว่า มีมิจฉาชีพโทรศัพท์หรือส่งข้อความไปยังผู้ประกอบธุรกิจและประชาชน โดยแอบอ้างชื่อกรมฯ ขอตรวจสอบธุรกิจหรือให้ปรับปรุงข้อมูลนิติบุคคลหรือโครงการให้เงินช่วยเหลือเยียวยาธุรกิจจากโควิด-19 ซึ่งต้องแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางแอปพลิเคชัน Line ที่สร้างปลอมขึ้นมาให้หลงเชื่อว่าเป็นช่องทางการติดต่อกับกรมฯ หลอกให้ประชาชน ดาวน์โหลดจนนำไปสู่การโจรกรรมออนไลน์สูญเสียทรัพย์สินตามมา
 
 
อธิบดี กล่าวต่อว่า “กรมฯ ห่วงใยประชาชนที่อาจจะตกเป็นผู้เสียหายได้หากไม่รู้เท่าทันมิจฉาชีพ และย้ำชัดว่าไม่มีนโยบายทักหาใครก่อน รวมถึงขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือเสนอเงินช่วยเหลือธุรกิจด้วย โอกาสนี้จึงขอแนะแนวทางในการป้องกันตัวให้รอดพ้นจากรูปแบบการโจรกรรมข้อมูลใน 4 วิธี ดังนี้ 1) ก่อนเข้าใช้งานเว็บไซต์จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า URL ของเว็บไซต์นั้นสะกดถูกต้องตรงกับหน่วยงานที่จะติดต่อ
 
ต้องไม่มีสระขาดหรือเกินมา URL เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ถูกต้องคือ www.dbd.go.th เท่านั้น และการพิมพ์ตัวอักษรด้วยตนเองแทนการกดผ่านลิ้งค์ที่ได้รับต่อมาจะเป็นวิธีการใช้งานที่ปลอดภัยที่สุด2) ไม่กดลิ้งค์/SMS/โหลดแอปพลิชัน ที่ไม่รู้จักหรือได้รับแชร์มาจากที่ต่างๆ เพราะอาจมีกลโกงจากมิจฉาชีพแฝงอยู่
 
เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลผ่านลิ้งค์ 3) ไม่หลงเชื่อคำเชิญชวน หากได้รับโทรศัพท์หรือการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่ามาจากกรมฯ โดยไม่ได้มีธุรกรรม ที่เกี่ยวข้องกันมาก่อน หรือเสนอเรื่องต่างๆ ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว ขอให้พึงระวังว่าเป็นมิจฉาชีพ และ 4) การโจรกรรมทรัพย์สินผ่านระบบออนไลน์จะต้องใช้ข้อมูลที่ระบุได้ถึงตัวบุคคล จึงต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อย่างเช่น บัตรประชาชน อีเมล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ และข้อมูลบัตรเครดิต เป็นต้น รวมทั้ง ต้องปกปิดข้อมูลดังกล่าวกับบุคคลที่ไม่รู้จักและ ไม่นำขึ้นบน Social Media ซึ่งทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้”
 
“ปัจจุบันมิจฉาชีพได้เปลี่ยนกลโกงให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น อีกทั้งใช้ชื่อหน่วยงานภาครัฐที่มีความน่าเชื่อถือมาหลอกกลวงให้เชื่อใจ ประชาชนจึงต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาและรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเพื่อจะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สิน ทั้งนี้ กรมฯ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับมิจฉาชีพที่ได้แอบอ้างชื่อและปลอมโลโก้กรมฯ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และยอมไม่ได้ซึ่งจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะสร้างความเสียหายกับธุรกิจและประชาชน หากมีข้อสงสัยและศึกษาข้อมูลอื่นๆ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน 1570 เว็บไซต์ www.dbd.go.th และ FB: DBD Public Relations” อธิบดี กล่าวทิ้งท้าย

อ้างอิง MGRonline.com
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
โอกาสดีมาแล้ว!ไจแอ้น ล..
899
มาแล้วจ้า! ชาคุมะ เปิด..
672
เปิดร้าน Chester พร้อม..
613
“Personalized Learning..
603
เดอะ เลตเตอร์โพสต์ เซอ..
556
ฮิตสุด! ฮ็อป ชาเฟ่ สุด..
544
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมแฟรนไชส์ใหญ่สุด อันดับ 1 ในไทย
No.1 Franchise Hub & Solution in Thailand
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Advertising : info@thaifranchisecenter.com | Feedback  | Privacy Policy | Copyright © 2005 - 2023 All Right Reserved.