บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
286
3 นาที
11 มีนาคม 2569
สาวฟรีแลนซ์วัย 30 ปี สร้างธุรกิจจาก Visual ASMR รายได้กว่า 30 ล้านบาท/ปี
 

ปัจจุบัน TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างรายได้อย่างดี ในปี 2568 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนสามารถสร้างยอดขายบน TikTok Shop โตขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 
 
และ TikTok Shop ในไทยมีส่วนแบ่งตลาดอีคอมเมิร์ซสูงมาก เป็นรองเพียง Shopee กับ Lazada คนไทยกว่า 51% ระบุว่าชอบการช้อปปิ้งผ่าน TikTok
 
ข้อมูลน่าสนใจยังระบุอีกว่าในปี 2569 นี้ครีเอเตอร์ทั่วโลกจะทำรายได้รวมกันกว่า 5.1 พันล้านดอลลาร์ โดยกลุ่มที่มีผู้ติดตามหลัก 100,000 คน สามารถทำรายได้รวมจากหลายช่องทางสูงถึง 10,000 - 30,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 3.5 แสน - 1 ล้านบาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเป็นสำคัญด้วย
 
อย่างไรก็ดีจากรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาเพื่อสร้างรายได้จากอดีตที่เน้นภาพและเสียง + เนื้อหาน่าสนใจ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนมากขึ้นอันเกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มเบื่อความจำเจและอยากเห็นอะไรที่เน้นความสบายใจในเนื้อหา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึง ASMR กันมากขึ้น
 
ASMR คือความเงียบที่ช่วยคลายเครียด
 

ภาพจาก https://app.envato.com

เราทราบกันดีว่าการดูเนื้อหาใน TikTok ส่วนใหญ่ต้องการคลายเครียด ซึ่ง ASMR คือหนึ่งในเทคนิคน่าสนใจคำว่า ASMR ย่อมาจากคำว่า Autonomous Sensory Meridian Response 
 
หมายถึงอาการตอบสนองต่อประสาทการรับรู้ความรู้สึกอัตโนมัติที่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน หรือความรู้สึกสัมผัส จนเกิดเป็นอารมณ์ผ่อนคลาย
 
จุดเริ่มต้นของการเกิดการทำคลิปวิดีโอ ASMR อย่างแพร่หลายจนเป็นกระแสไวรัล ว่ากันว่าเกิดจากคลิปวิดีโอที่มีชื่อว่า WhisperingLife ที่มีผู้ใช้งานโลกออนไลน์ได้จัดทำขึ้น เพราะสังเกตว่าตัวเองรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุยในลักษณะกระซิบกัน จึงได้ตัดสินใจทำคลิปวิดีโอ ASMR ในลักษณะดังกล่าวเผยแพร่สู่โลกออนไลน์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นให้กับทุกคน 
 
แต่ที่ทำให้ ASMR เป็นที่รู้จักในเมืองไทยนั้นเกิดจาก คลิปวิดีโอม็อกบัง หรือการทานอาหารในปริมาณที่มาก ๆ ของ Youtuber ชาวเกาหลีที่ถ่ายทำคลิปในรูปแบบของ ASMR ซึ่งคนดูที่ชื่นชมเป็นจำนวนมากทำให้กระแสการทำวิดีโอ ASMR เริ่มแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้น
 
ASMR มีผลทางจิตวิทยาที่ทำให้ดูเพลินๆจนหยุดไม่ได้
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ในยุคที่คนส่วนใหญ่เร่งรีบและมีความเครียดสะสม การได้ดูอะไรที่เป็นสิ่งเพลิดเพลินหรือการได้ยินเสียงเบาๆ มีผลทางจิตวิทยาที่สัมพันธ์กับความรู้สึกที่ดีขึ้น เช่น การได้ยินเสียงกรรไกรตัดเทป , เทปกาวแปะกล่อง , เสียงปากกาที่กำลังเขียน สิ่งเหล่านี้ช่วยกระตุ้นสารเอ็นโดรฟิน ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และสร้างสภาวะผ่อนคลายได้  
 
ในอีกมุมหนึ่ง ASMR อาจไม่ใช่แค่เสียงแต่คือการนำเสนอภาพความเป็นระเบียบเช่นการเห็นสินค้าถูกจัดวางลงกล่องอย่างพอดี จะช่วยเติมเต็มความต้องการความสมบูรณ์แบบ (Perfectionism) และทำให้สมองรู้สึกปลอดโปร่งมากขึ้น
 
วิธีการสร้างรายได้จาก คลิป ASMR จึงไม่ใช่แค่เพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่หลายคนเปลี่ยนเป็น รายได้เสริม หรือแม้แต่ทำเป็น อาชีพหลัก ได้ ซึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบในการสร้างรายได้ เช่น
 
  • YouTube และ TikTok ด้วยการโพสต์คลิป ASMR สั้นๆ หรือยาวเป็นชั่วโมงก็ได้ หากมีผู้ติดตามมากพอ จะเริ่มมีรายได้จากโฆษณา
  • ขายเสียง ASMR บนแพลตฟอร์มเสียง บางเว็บไซต์เปิดให้ให้ครีเอเตอร์ขายไฟล์เสียงของตัวเอง หรือเปิดช่องทางพิเศษสำหรับแฟนคลับ
  • ไลฟ์สด ASMR บนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Facebook หรือ Twitch การไลฟ์สดทำเสียง ASMR ก็เรียกผู้ชมและทิปได้มาก
Tina Nguyen สาววัย 30 ปีผู้สร้างรายได้จาก ASMR
 

ภาพจาก https://citly.me/j8gr2

Tina เรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์จาก University of Waterloo และเคยทำงานฟรีแลนซ์เป็นศิลปินวาดภาพฝาผนัง ซึ่งในปี 2019 จากความต้องการที่จะหาของขวัญให้ญาติพี่น้องในวันคริสมาสตร์ 
 
จึงหยิบเอาเอาเสื้อเชิ้ตเก่ามาตัดเย็บและประกอบเป็นหนังยางรัดผม ปรากฏว่าของขวัญชิ้นนี้คนรับรู้สึกถูกใจและกระตุ้นให้ Tina ทำออกขายเพราะมีความแปลกใหม่มาก แต่ด้วยความที่ไม่มีทุนจึงยืมเงินจากในครอบครัวเพื่อไปซื้อจักรเย็บผ้ามือสองและเศษผ้าเอามาลองผิดลองถูก
 
จากนั้นเริ่มโพสต์คลิปแรกใน TikTok เมื่อเดือนมกราคม 2020 ในเนื้อหาไม่มีการพูดใดๆ แต่เน้นโชว์ขั้นตอนการตัดเย็บ เสียงที่ได้ยินเป็นเพียงแค่เสียงจักรเย็บผ้า 
 
ซึ่งก็เป็นเทคนิค ASMR ในรูปแบบหนึ่ง เคล็ดลับการสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ในคลิปคือการใช้ไมโครโฟนคุณภาพสูงเพื่อจ่อใกล้กับวัตถุ (Macro Sound) เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Triggers" หรือตัวกระตุ้นความรู้สึกผ่อนคลาย 
 
นอกจากนี้ในคลิปของ Tina ยังมีเสียงรูดซิป , เสียงกระดาษทิชชู่ , เสียงเคาะกล่อง รวมถึงการที่ Tina ฝึกฝนการหยิบจับของให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่มีการกระชาก ไม่มีความรีบร้อน  
 
แน่นอนว่ากลยุทธ์นี้แตกต่างจากการขายสินค้าทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะเน้นการพูดแต่ Tina เลือกจะเงียบ ซึ่งข้อดีของการไม่พูดทำให้คนดูจดจ่ออยู่กับ จังหวะการทำงาน และทำให้คนที่ติดตามคลิปมีความรู้สึกผ่อนคลาย


ภาพจาก https://citly.me/j8gr2
 
ซึ่งคลิปที่ Tina โพสต์ลงในโซเชี่ยลมีเยอะมากทั้งจาก Youtube และ TikTok แต่คลิปไฮไลต์ที่น่าสนใจเช่น
  • The Viral Restock ( ใน TikTok) เป็นคลิปสั้นๆ ที่เติมยางรัดผมหลากสีลงในชั้นวาง หรือเทยางรัดผมจำนวนมากลงในตะกร้าไม้เพื่อให้เกิดเสียงกระทบกันที่น่าฟัง มียอดวิวเกินกว่า 5 ล้านครั้ง
  • Packing Our Biggest Order Ever (ใน Youtube) เนื้อหาคือการแพ็กออเดอร์ขนาดใหญ่ที่มีสินค้าถึง 63 ชิ้น ซึ่งโชว์ตั้งแต่การหยิบของ (Picking) ไปจนถึงการจัดวางลงกล่องให้พอดี มียอดวิวมากกว่า 500,000 วิว
  • หรือคลิปสั้น (Shorts) ที่ชื่อคลิปว่า Package 120 XXL Scrunchies for TikTok Canada โชว์ทักษะการแพ็กของที่รวดเร็วแต่ประณีต พร้อมเสียง ASMR ที่เน้นๆ ทุกขั้นตอน เป็นหนึ่งในคลิปที่คนดูซ้ำบ่อยที่สุดเพราะความเพลินตา
ธุรกิจที่สร้างรายได้รวมต่อปีมากกว่า 30 ล้านบาท
 

ภาพจาก https://citly.me/f6iWI

แม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาชัดเจนเนื่องจากไม่ใช่บริษัทเอกชนแต่ก็คาดการณ์ว่ามีรายได้จากหลายช่องทางรวมกันเช่น การขายสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ ที่มียอดคำสั่งซื้อสะสมมากกว่า 40,000 ออเดอร์และมีช่วงที่ขายเกลี้ยงในเวลาไม่กี่นาทีหลังการลงคลิป หรือการสร้างรายได้จากการส่งสินค้าไปวางขายในร้านค้าต่างๆ ทั่วแคนาดาและในอเมริกา 
 
รวมถึงรายได้ที่มาจาก YouTube AdSense และ TikTok Creator Fund โดยเฉพาะคลิป ASMR Packing ที่มียอดวิวหลักล้าน และในปัจจุบันธุรกิจได้ขยายจากเดิมกลายเป็นโกดังขนาดใหญ่พร้อมมีทีมงานหลายคน ในครั้งหนึ่ง Tina เคยไปออกรายการ Dragons' Den (Shark Tank ของแคนาดา) 
 
ซึ่งเป็นการยืนยันว่าธุรกิจนั้นมีมูลค่าสูงระดับ ล้านดอลลาร์(Million Dollar Business) และดึงดูดใจนักลงทุนระดับประเทศได้  และถ้านับถึงตอนนี้ยอดผู้ติดตามรวมกันทุกแพลตฟอร์มได้ทะลุเกิน 1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นต้นทุนการตลาดที่ทำให้ธุรกิจได้เปรียบในการขายสินค้ามากขึ้น
 
อย่างไรก็ดีในปัจจุบัน ASMR แม้จะเป็นอีกเทคนิคในการทำคลิปที่น่าสนใจ แต่การเข้ามาของ AI ทำให้การนำเสนอคลิปมีความเข้มงวดขึ้น ยกตัวอย่างTikTok ที่เริ่มใช้ระบบ AI ในการสแกนหาคอนเทนต์ที่สร้างจาก AI 100% หากผู้สร้างไม่กดยอมรับหรือติดป้ายว่า "AI-generated" อย่างชัดเจน 
 
ระบบอาจจะจำกัดการมองเห็นจนเหลือ 0 หรือลบคลิปออกทั้งหมดเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่าเป็นวิดีโอจริง และสิ่งที่ควรระวังอีกประการคือบางคนแม้ภาพจะใช้ AI แต่เสียง ASMR หากมีการหยิบยืมมาจากฐานข้อมูลที่ไม่อนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์ ก็อาจทำให้ช่องปลิวได้เช่นกัน
 
แหล่งข้อมูล : 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
มาตรฐานร้านกาแฟ D'Oro 103 สาขา กลยุทธ์ปั้นแฟรนไช..
2,445
เกี๊ยวหยวนจี Yuan Ji Yun Jiao จากร้านเกี๊ยวธรรมด..
411
LOPIA (โลเปีย) ร้านขายเนื้อสู่เชนซูเปอร์มาร์เก็ต..
371
โอ้กะจู๋ ในวันที่ดูฟ้าหม่น สรุปปลูกผักเพราะรักใคร
358
สร้าง “Brand” ปี 2026 โลกเปลี่ยน! คนเปลี่ยน!
356
Yo-Chi Frozen Yogurt ร้านโยเกิร์ตขายประสบการณ์ จ..
356
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด