บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
276
5 นาที
12 มกราคม 2569
BENLAI (เปิ่นไหล) แบรนด์แฟชั่นจีนบุกไทย ตั้งฐานอาเซียนขยายสู่เวทีโลก
 

ต้องยอมรับว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดแฟชั่นจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก จากเดิมที่แบรนด์จีนมักถูกมองว่าเป็นผู้ผลิตอยู่เบื้องหลัง (OEM / ODM) วันนี้หลายแบรนด์เริ่มสร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาได้อย่างชัดเจน และสามารถแข่งขันกับแบรนด์ระดับสากลได้ทั้งในด้านดีไซน์ คุณภาพ และแนวคิดของแบรนด์
 
ปัจจุบันการเติบโตของแบรนด์แฟชั่นจีนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังเริ่มขยายอิทธิพลไปสู่ตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยอาศัยปัจจัยความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชัน ไลฟ์สไตล์ และความคุ้มค่ามากกว่า แค่กระแสแฟชั่นในระยะสั้น
 
หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นจีนหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง นั่นคือ BENLAI แบรนด์แฟชั่นสไตล์ Everyday Wear จากประเทศจีน ที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยและเติมช่องว่างระหว่างเสื้อผ้าลำลอง เสื้อผ้าออกกำลังกาย และเสื้อผ้าสำหรับชีวิตประจำวัน ด้วยแนวคิดการออกแบบที่เน้นเทคโนโลยีเนื้อผ้า ความสบาย และความยั่งยืน
 
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นจีน BENLAI ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แนวความคิด กลยุทธ์ ไปจนถึงทิศทางในอนาคตของแบรนด์แฟชั่นจีนยุคใหม่ที่กำลังขยายตัวสู่เวทีโลก
 
ประวัติความเป็นมาของ BENLAI
 

ภาพจาก https://benlai.co.th

ชื่อแบรนด์ “BENLAI (本来)” ในภาษาจีนมีความหมายว่า “โดยธรรมชาติ” หรือ “สิ่งที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรก” สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการสร้างเสื้อผ้าที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่ปรุงแต่งเกินความจำเป็น แต่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง
 
BENLAI ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 ที่ประเทศจีน โดยมีบริษัทแม่คือ Fashion Momentum Group (FMG) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจแฟชั่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าปลีกและการพัฒนาแบรนด์แฟชั่นสมัยใหม่
 
เหตุผลสำคัญในการก่อตั้ง BENLAI คือ การมองเห็นช่องว่างในตลาดระหว่างเสื้อผ้า Fast Fashion กับเสื้อผ้าออกกำลังกาย โดยแบรนด์ต้องการ “ปฏิรูปการแต่งกายในชีวิตประจำวัน” ด้วยการนำเทคโนโลยีสิ่งทอมาใช้กับเสื้อผ้าลำลองให้สามารถสวมใส่ได้หลากหลายกิจกรรม ตั้งแต่ทำงาน ออกกำลังกาย ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป
 
กลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงเริ่มต้น คือ คนเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการเสื้อผ้าดีไซน์เรียบง่าย สวมใส่สบาย แต่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน

แนวคิดและ DNA ของแบรนด์
 

ภาพจาก https://benlai.co.th

DNA หลักของ BENLAI คือ แนวคิด Everyday / Technical Casual Wear ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเสื้อผ้าลำลองสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันกับเทคโนโลยีการผลิตเนื้อผ้าสมัยใหม่ แบรนด์เชื่อว่าเสื้อผ้าไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ “ความสวยงาม” หรือ “แฟชั่นตามฤดูกาล” แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้สวมใส่ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างคล่องตัวและสบายมากขึ้น
 
BENLAI ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ยึดหลัก
 
ความสบายผสมผสานกับการใช้งานจริง เป็นแกนหลักของทุกคอลเลกชัน โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ทำงาน ออกกำลังกายเบาๆ หรือทำกิจกรรมหลังเลิกงาน เสื้อผ้าจึงถูกออกแบบให้สามารถเคลื่อนไหวได้ดี ไม่อึดอัด ระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการใช้งานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด
 
ในแง่ของการดีไซน์ BENLAI เลือกใช้สไตล์ Minimal เรียบง่าย แต่มีรายละเอียดเชิงฟังก์ชันซ่อนอยู่ เช่น การตัดเย็บที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว การออกแบบแพตเทิร์นที่เข้ากับสรีระ และการเลือกใช้โทนสีที่สามารถแมตช์กับเสื้อผ้าอื่นได้ง่าย ซึ่งเสื้อผ้าสไตล์นี้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องการความเรียบง่าย ความเท่ และใช้งานได้จริงในหลายบริบท ตั้งแต่การทำงานไปจนถึงการพักผ่อน
 
อีกหนึ่งจุดยืนสำคัญของ BENLAI คือการ ไม่ยึดติดกับระบบ Fast Fashion แบรนด์ไม่ได้เน้นการออกคอลเลกชันใหม่ถี่ๆ เพื่อกระตุ้นการซื้อ แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน และอายุการใช้งานของสินค้าในระยะยาว เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจึงถูกออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้หลายฤดูกาล ไม่ล้าสมัยง่าย และตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าการเป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว
 
สินค้าและจุดเด่นของ BENLAI
 

ภาพจาก https://benlai.co.th

ในด้านสินค้า BENLAI นำเสนอเสื้อผ้าลำลองที่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น
  • เสื้อยืดและเสื้อเชิ้ต ที่เน้นความเรียบง่าย แต่มีโครงสร้างและเนื้อผ้าที่ช่วยให้สวมใส่สบายและดูดีในทุกโอกาส
  • กางเกงลำลองและกางเกงที่เหมาะกับการเคลื่อนไหว ซึ่งถูกออกแบบให้รองรับการนั่ง เดิน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว
  • Outerwear สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งในสภาพอากาศเย็นและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวัน
จุดเด่นที่ทำให้สินค้าของ BENLAI แตกต่างจากเสื้อผ้าลำลองทั่วไป คือ การลงทุนด้านเทคโนโลยีเนื้อผ้า แบรนด์มีทีม R&D ที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิตสิ่งทอเพื่อพัฒนาเนื้อผ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยคุณสมบัติหลักของเนื้อผ้า ได้แก่
  • การระบายความร้อนได้ดี เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันและสภาพอากาศที่หลากหลาย
  • ความสามารถในการ เก็บความอบอุ่น เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำ
  • ความยืดหยุ่นและน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มความสบายและอิสระในการเคลื่อนไหว
  • รองรับทั้งการออกกำลังกายเบาๆ และการใช้งานทั่วไปโดยไม่ดูเป็นเสื้อผ้ากีฬา
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เสื้อผ้าของ BENLAI จึงถูกนิยามว่าเป็น Hybrid Wear หรือเสื้อผ้าที่เชื่อมโยงระหว่าง Activewear และ Casual Wear เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผู้สวมใส่สามารถใส่เสื้อผ้าชิ้นเดียวกันได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยไม่ต้องเปลี่ยนลุคหรือกังวลเรื่องความไม่เหมาะสมในแต่ละกิจกรรม
 
กลยุทธ์การตลาดและการวางตำแหน่งแบรนด์
 

ภาพจาก https://benlai.co.th
 
BENLAI วางตำแหน่งตัวเองในตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นในฐานะแบรนด์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Premium) โดยไม่มุ่งแข่งขันด้านราคาที่ต่ำสุดแบบ Mass Market และไม่เน้นความหรูหราจนเกินที่จะเอื้อมคถึงแบบ Luxury แต่เลือกสร้างความสมดุลระหว่างคุณภาพ ฟังก์ชัน และราคาที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
 
กลยุทธ์นี้สะท้อนความเข้าใจเชิงลึกต่อพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มองหาเสื้อผ้าเพียงเพื่อความสวยงาม แต่ต้องการสินค้าที่ให้คุณค่าในระยะยาว ทั้งด้านความสบาย อายุการใช้งาน และความคุ้มค่าต่อราคา BENLAI จึงสื่อสารให้ผู้บริโภครับรู้ว่าราคาที่จ่ายไป คือ การลงทุนในคุณภาพและประสบการณ์การสวมใส่มากกว่าการซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นตามฤดูกาล
 
ในแง่ของการสื่อสารแบรนด์ BENLAI ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ที่เรียบง่าย เท่ และทันสมัย โดยหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่หวือหวาจนเกินจำเป็น แต่เน้นความชัดเจนของแนวคิดและคุณสมบัติของสินค้า 
 
การนำเสนอภาพและคอนเทนต์ของแบรนด์ มักสะท้อนให้เห็นถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจินตนาการได้ว่าเสื้อผ้าของ BENLAI จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้อย่างไร
 
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ คือ การออกแบบหน้าร้านและประสบการณ์การเลือกซื้อ ร้านของ BENLAI ถูกออกแบบให้มีบรรยากาศสะอาด โปร่ง โล่ง และเป็นระเบียบ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าได้ง่ายและสบายตา การจัดวางสินค้าเน้นการแบ่งตามประเภทการใช้งานมากกว่าตามกระแสแฟชั่น เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณค่าของสินค้าแต่ละชิ้นได้อย่างรวดเร็ว
 
นอกจากนี้ BENLAI ยังให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของเนื้อผ้า ฟังก์ชัน หรือการดูแลรักษา ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะกับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความคุ้มค่า
 
เมื่อพิจารณาในเชิงการแข่งขันในตลาด BENLAI ถูกวางตำแหน่งให้อยู่ในพื้นที่กึ่งกลางของตลาด
 
Uniqlo มุ่งเน้นแนวคิด LifeWear ที่เป็นเสื้อผ้าพื้นฐานสำหรับทุกคน
 
Zara และ Urban Revivo เน้นความเร็วของแฟชั่นและการเปลี่ยนคอลเลกชันอย่างต่อเนื่อง
 
ในขณะที่ BENLAI เลือกยืนอยู่ระหว่างสองขั้วนี้ ด้วยการผสมผสานระหว่างฟังก์ชัน เทคโนโลยีเนื้อผ้า และดีไซน์เรียบง่ายที่ใช้งานได้จริง
 
กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ BENLAI สามารถสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างชัดเจน และลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าในระยะยาว และต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคง
 
การเติบโตในประเทศจีน
 

ภาพจาก https://benlai.co.th

สาขาแรกของ BENLAI เปิดตัวที่เมืองกวางโจว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านแฟชั่นและการค้าปลีกที่สำคัญของประเทศจีน การเลือกกวางโจวเป็นจุดเริ่มต้นไม่เพียงช่วยให้แบรนด์เข้าถึงฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ยังเอื้อต่อการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การทดลองวางขายสินค้า และการเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในการดำเนินชีวิตประจำวัน
 
หลังจากเปิดตัวไม่นาน BENLAI สามารถขยายสาขาไปยังมณฑลและเมืองหลักอื่นๆ ของจีนได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 21 สาขา โดยเน้นทำเลที่เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของคนเมือง เช่น ศูนย์การค้าและย่านชุมชนที่มีคนทำงานรุ่นใหม่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก กลยุทธ์การเลือกทำเลช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักได้โดยตรง และสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
 
การตอบรับจากผู้บริโภคจีนถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน คนเมือง และคนรุ่นใหม่ ที่มองหาเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่จำกัดเฉพาะโอกาสใดโอกาสหนึ่ง 
 
เสื้อผ้าของ BENLAI จึงตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การเดินทาง การออกกำลังกายเบาๆ ไปจนถึงกิจกรรมหลังเลิกงาน ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวและความสะดวกสบายมากขึ้น
 
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BENLAI เติบโตอย่างรวดเร็ว คือการพัฒนาสินค้าตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยอิงจากข้อมูลจริงของผู้บริโภค (Consumer-driven Product Development) แบรนด์มีการนำฟีดแบ็กจากหน้าร้านมาปรับปรุงทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และเนื้อผ้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินค้าที่ออกใหม่สามารถตอบโจทย์ตลาดได้แม่นยำมากขึ้น
 
ในเชิงกลยุทธ์องค์กร BENLAI ยังมีบทบาทสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของ Fashion Momentum Group (FMG) ในฐานะแบรนด์ที่สะท้อนทิศทางอนาคตของแฟชั่นเชิงฟังก์ชัน (Functional Fashion) และความยั่งยืน แบรนด์ถูกวางให้เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักสำหรับการเติบโตระยะยาวของกลุ่ม FMG ทั้งในประเทศจีนและตลาดต่างประเทศ
 
การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
 
ภาพจาก https://citly.me/sm5Dn

หลังจากสร้างฐานที่มั่นคงในประเทศจีน BENLAI เริ่มมองเห็นโอกาสในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับแบรนด์จากผู้เล่นระดับประเทศไปสู่ระดับสากล โดยเลือกประเทศไทยเปิดสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โครงการ One Bangkok เมื่อช่วงปลายปี 2567 และเปิดสาขา 2 ที่เมกะบางนา โดยไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านกำลังซื้อและการเปิดรับแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆ จากต่างประเทศ 
 
ประเทศไทยยังทำหน้าที่เป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว การค้าปลีก และวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์ การเปิดสาขาในไทยจึงไม่เพียงมุ่งหวังยอดขายในประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ในระดับภูมิภาค และใช้เป็นต้นแบบในการขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในอนาคต
 
กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดอาเซียนของ BENLAI คือการปรับสินค้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้น โดยเน้นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี แห้งเร็ว และสวมใส่สบาย ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านดีไซน์แบบเรียบง่ายและฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์
 
ในด้านราคา BENLAI ยังคงยึดแนวทาง “คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้” เพื่อให้สามารถแข่งขันกับแบรนด์แฟชั่นระดับสากลที่มีอยู่ในตลาดอาเซียนได้ โดยไม่ลดทอนคุณภาพหรือแนวคิดของแบรนด์
 
แม้ว่าการขยายสู่ตลาดต่างประเทศจะมาพร้อมกับความท้าทาย ทั้งด้านการแข่งขัน การสร้างการรับรู้แบรนด์ และความแตกต่างทางวัฒนธรรมผู้บริโภค แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของ แบรนด์แฟชั่นจีนยุคใหม่ ที่ไม่ได้เน้นเพียงความเร็วหรือราคา แต่เน้นนวัตกรรม ความยั่งยืน และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
 
BENLAI กับทิศทางในอนาคต
 

ภาพจาก https://benlai.co.th

แนวโน้มของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกในปัจจุบันและอนาคต กำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ฟังก์ชันการใช้งาน และเสื้อผ้าที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้บริโภคมากกว่าการตามกระแสแฟชั่นระยะสั้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับปรัชญาและกลยุทธ์ของ BENLAI อย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์
 
BENLAI ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างจริงจัง โดยมองว่านวัตกรรมเนื้อผ้าและกระบวนการผลิต คือ หัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะยาว แบรนด์มีการพัฒนาแนวทาง ESG (Environmental, Social, and Governance) ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การออกแบบ ไปจนถึงกระบวนการผลิตและซัพพลายเชน
 
ในด้านสิ่งแวดล้อม BENLAI ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น การนำพลาสติกรีไซเคิลมาพัฒนาเป็นเส้นใยสิ่งทอ รวมถึงการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์และบริษัทผลิตผ้าในการวิจัยเนื้อผ้าที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้ทรัพยากร การเพิ่มอายุการใช้งานของสินค้า หรือการออกแบบเสื้อผ้าให้สามารถใช้งานได้นานขึ้น
 
ในอนาคต BENLAI มีโอกาสต่อยอดจากแบรนด์เสื้อผ้าลำลองไปสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ โดยยังคงยึดแกนหลักด้านฟังก์ชัน ความสบาย และความยั่งยืน การขยายตลาดไปยังต่างประเทศจะช่วยให้แบรนด์ได้เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคในบริบทที่หลากหลาย และนำมาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น
 
ด้วยทิศทางที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเทรนด์โลก BENLAI จึงน่าจะมีศักยภาพในการเติบโตเป็นแบรนด์แฟชั่นที่มีบทบาทสำคัญในระดับสากลในระยะยาว
 
บทสรุป
 
BENLAI คือ ภาพสะท้อนของแบรนด์แฟชั่นจีนยุคใหม่ ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเร็วแบบ Fast Fashion แต่ขับเคลื่อนด้วย คุณภาพ ฟังก์ชัน และความยั่งยืน โดยมีผู้บริโภคและการใช้งานจริงเป็นศูนย์กลางของการออกแบบ
 
จุดแข็งของ BENLAI อยู่ที่การผสานเทคโนโลยีเนื้อผ้า การออกแบบที่เรียบง่าย และการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ชัดเจน ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในประเทศจีนและตลาดต่างประเทศ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก BENLAI จึงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ควรจับตา ไม่เพียงในฐานะแบรนด์คลื่นลูกใหม่จากจีน แต่ในฐานะผู้เล่นที่สะท้อนให้เห็นภาพในอนาคตของแฟชั่น ที่ให้ความสำคัญกับการสวมใส่เสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน คุณค่าที่ได้รับในระยะยาว และกระบวนการผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
 
แหล่งข้อมูล 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
480
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
413
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
382
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
376
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
366
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
365
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด