บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
288
3 นาที
9 มกราคม 2569
สูตรลับ "สามเหลี่ยมมหาเศรษฐี" แบบขายดีทุกวัน!
 

ปี 2569 มองว่าเศรษฐกิจน่าจะหนัก ใครไม่แน่จริงอยู่ยาก เป็นคำพูดที่เหมือนไม่ได้สร้างกำลังใจ แต่ในความเป็นจริง คนที่รู้จักการวางแผน มองอนาคตจะเป็นธุรกิจที่อยู่รอด 
 
ถ้าบอกว่าปี 2569 ทำธุรกิจอะไรก็ไม่รอดดูจะเกินจริงไปหน่อย เอาเป็นว่าน่าจะเป็นปีที่เน้นการคัดกรองมากเป็นพิเศษ คนที่มีวิสัยทัศน์ดีเท่านั้นจึงจะไปต่อไปได้ ถ้ามองตามเทรนด์แล้วธุรกิจที่โอกาสสำเร็จก็เช่น
  • Pet Wellness : ธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยง อย่างอาหารพรีเมียม, โรงแรม, คลินิก
  • สินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุ เช่น แอปสุขภาพ, อุปกรณ์อำนวยความสะดวก, การท่องเที่ยววัยเกษียณ
  • ธุรกิจที่ใช้ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งปัจจัยความสำเร็จไม่ได้ชี้วัดที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียวการทำธุรกิจในปี 2569 จะให้รอดและรุ่งได้ต้องไม่ใช่แค่การเอา AI เข้ามาช่วยตอบแชท แต่ต้องใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและจัดการสต็อกเพื่อลดต้นทุน 
 
รวมถึงการเปลี่ยนเป้าหมายจากการเน้นยอดขาย มาเป็นการรักษากำไรสุทธิและกระแสเงินสด เพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่องได้มากที่สุด ส่วนในด้านการตลาดหากเน้นเจาะกลุ่มวงกว้างอาจเป็นเรื่องยาก ทางที่ดีคือเน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงจะเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจได้ดีกว่า
 
วิเคราะห์ปัญหาของ SMEs ในปี 2569 ต้องเผชิญอะไรบ้าง?
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ปัญหาหลักก็คือ “กำลังซื้อ” ที่ยังไม่ฟื้นแต่ภาพรวมก็ใช่ว่าจะแย่ไปทั้งหมด ยังพอมีกลุ่มกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายถ้าแยกเป็น 2 กลุ่มคือ
  • กลุ่มบน มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่าย  โดยมีพฤติกรรมการซื้อที่ไม่ได้มองแค่ราคาแต่มองหาคุณค่าที่จะได้รับ (Value Proposition) ที่ชัดเจนเช่นเพื่อ ความสะดวกสบาย , สุขภาพ และ ภาพลักษณ์ตัวเอง กลุ่มนี้จะเน้นสินค้า Experience (ประสบการณ์) และสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการได้
  • กลุ่มกลางถึงล่าง คือกลุ่มที่ เปราะบาง ที่สุด เพราะมีภาระหนี้ครัวเรือนสูงและรายได้คงที่ กลุ่มนี้จะเกิดพฤติกรรม Brand Switching หรือการเปลี่ยนไปหายี่ห้อที่ราคาถูกกว่าทันทีหากคุณภาพใกล้เคียงกัน และจะตัดสินใจซื้อด้วยการใช้ราคาเป็นหลัก
นอกจากนี้ในปี 2569 คาดว่าจะเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่า การจัดลำดับความสำคัญใหม่ หรือ Zero-Based Spending คือจะไม่ได้ตัดการใช้จ่ายทุกอย่าง แต่จะใช้วิธี ยอมประหยัดอย่างหนึ่งเพื่อไปซื้ออีกอย่างหนึ่ง เช่น ยอมจ่ายให้กับสิ่งที่มีความสุขเล็กๆอย่างกาแฟพรีเมี่ยม อาหารราคาไม่สูงนัก 
 
หรือการซื้อวิตามินดูแลตัวเอง แต่จะประหยัดสุดขีดกับของใช้ที่ไม่จำเป็น อาหารที่แพงเกินไปหรือการเดินทางที่ราคาสูง อาจจะเกิดการเปรียบเทียบราคาจากหลายแพลตฟอร์มและตัดสินใจเอาแบบที่คุ้มที่สุด
 
ส่วนปัญหาอื่นๆ ของ SMEs ก็น่าจะเป็นปัญหาเดิมๆ ที่สานต่อมาจากปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน , ปัญหาต้นทุนทุกอย่างแพงมาก  การสู้ในสงครามราคาไม่ไหว หรือรวมถึงปัญหาทางการเมือง สังคมและอื่นๆ ที่ต่างก็มีผลทำให้ธุรกิจที่สายป่านไม่ยาวจะต้องเจอปัญหาได้
 
สูตรลับ "สามเหลี่ยมมหาเศรษฐี" ที่ SME มักมองข้าม
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ในเมื่อคาดคะเนแล้วว่าธุรกิจปี 2569 ต้องเจอความยากลำบากด้านไหนบ้าง คำถามคือแล้วจะมีหนทางไหนที่ให้ยึดเป็นหลักเพื่อความอยู่รอดได้ 
 
โดยมีทฤษฏีหนึ่งน่าสนใจที่เรียกว่า ทฤษฎี "สามเหลี่ยมความสำเร็จ" (Success Triangle) หรือบางทีก็เรียกว่าเป็น สูตรลับ "สามเหลี่ยมมหาเศรษฐี แม้จะถูกเรียกต่างกันไป แต่หัวใจสำคัญที่เจ้าของธุรกิจยอมรับตรงกันสำหรับสูตรนี้ คือ 
 
สินค้าดี (Product) + ระบบเดินได้เอง (System) + คนและทัศนคติ (People) = ความสำเร็จ
 
เราจะเห็นว่าสูตรนี้อ้างอิงถึงองค์ประกอบหลัก 3 ด้านที่ต้องสมดุลกัน หากขาดด้านใดด้านหนึ่งไป ธุรกิจจะสะดุดหรือเติบโตได้ยาก

1. Product & Market Fit (ตัวสินค้าและการตลาด)
 
ภาพจาก https://citly.me/oAkRC
 
ปี 2569 แค่การมีสินค้าที่ดีในตลาดไม่เพียงพอกับพฤติกรรมลูกค้า แต่ต้องให้ตอบสนองต่อความต้องการและเน้นความคุ้มค่าร่วมด้วย จากปัญหาว่า ขายให้ใคร จะเปลี่ยนเป็น เขาจะซื้อไปเพื่ออะไร เป็นนิยามใหม่ของความคุ้มค่าคือ
  • ความทนทาน + การใช้งาน หนึ่งชิ้นอาจทำได้หลายอย่าง หรืออายุการใช้งานนาน 
  • คุ้มค่าทางอารมณ์ สามารถตอบโจทย์ความเครียดที่ต้องเผชิญ สินค้าสร้างความสุขเล็กๆให้คนซื้อได้
  • คุ้มค่าในเชิงความรู้สึก ยุคนี้คนจะซื้อเมื่อได้เลือกมาอย่างฉลาดที่สุด อ่านรีวิวจนมั่นใจ หรือซื้อในช่วงเวลาที่ดีที่สุด
วิธีการเบื้องต้นเพื่อทำการตลาดด้านนี้ให้เหมาะสมเช่นการบอกต้นทุนที่ชัดเจนว่าทำไมถึงขายราคานี้ ใช้วัตถุดิบอะไรเป็นพิเศษ สร้างความเชื่อมั่นให้คนรู้สึกว่าจ่ายแพงกว่าแต่ก็คุ้ม หรือแทนที่จะขายชิ้นเดียวอาจทำรวมเป็นแพ็กเกจที่ซื้อเยอะขึ้นแล้วราคาต่อหน่วยลดลงหรือมีระบบสมาชิกที่ให้สิทธิพิเศษ เป็นต้น
 
ยกตัวอย่างคือห้าง Pang Dong Lai ในจีนที่มีแค่ 13 สาขาอยู่ใน 2 เมืองใหญ่ แต่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 แสนล้านบาท 
 
ซึ่งมีนโยบายเน้นสร้างความสุขให้ลูกค้าและพนักงาน เอาใจใส่ในทุกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและบริการ จนลูกค้าที่เข้ามาใน Pang Dong Lai ไม่ได้สนใจเรื่องราคาแต่รู้สึกว่าเข้ามาใช้บริการที่นี่แล้วได้รับการดูแลอย่างดี และยังเป็นต้นแบบให้ธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ อยากทำตามโมเดลนี้ด้วย
 
2. Operational Excellence (ระบบการจัดการภายใน)
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ปี 2569 หมดยุคที่เจ้าของต้องทำเองทุกอย่างแต่ต้องทำให้ธุรกิจเติบโตด้วย “ระบบ” โดยแบ่งเป็น 3 เรื่องหลักๆคือ
  • SOP (Standard Operating Procedure) สร้าง "คู่มือปฏิบัติการ" การมี SOP ไม่ได้มีไว้สำหรับโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ร้านเล็กๆ ก็ต้องมี เพื่อลดความผิดพลาด OP ในปี 2569 ควรอยู่ในรูปแบบ "Digital & Visual" เช่น คลิปวิดีโอสั้นๆ บนมือถือ หรือ Check-list ในแอปพลิเคชัน เพื่อให้พนักงานรุ่นใหม่เข้าใจง่ายและทำตามได้ทันที
  • วินัยการเงินและการบริหาร "กระแสเงินสด" (Financial Discipline) หลักการสำคัญคือต้องใช้กฎ Separate & Salary ยกบัญชีธนาคารชัดเจน และเจ้าของต้องจ่าย "เงินเดือน" ให้ตัวเองในฐานะพนักงานคนหนึ่ง ห้ามหยิบเงินจากลิ้นชักร้านไปใช้ส่วนตัวเด็ดขาด รวมถึงในเรื่องของกระแสเงินสด (Cash Flow) ควรใช้ระบบ Real-time Dashboard เพื่อดูว่าเงินเข้า-ออกวันต่อวันเป็นอย่างไร เพื่อสำรองเงินไว้อย่างน้อย 3-6 เดือนสำหรับภาวะฉุกเฉิน
  • ใช้ "เครื่องมือ" แทน "แรงงาน" (Technology Adoption) คาดว่าต้นทุนด้านแรงงานในปี 2569 จะเพิ่มขึ้น ทางออกสำหรับธุรกิจคือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น เช่นการใช้ระบบ POS ที่หักสต็อกอัตโนมัติและส่งข้อมูลเข้าโปรแกรมบัญชีทันที ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ไม่ต้องใช้คนมากแต่ได้ผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้น
3. People & Mindset (คนและทัศนคติ)


ภาพจาก www.facebook.com/afteryoucafe

เป็นเรื่องวิสัยทัศน์เจ้าของธุรกิจ ที่ต้องให้พนักงานรู้จักคิดและตัดสินใจเอง อย่าเอาทุกอย่างมารวมศูนย์ไว้ที่คนคนเดียวซึ่งจะกลายเป็นคอขวดในธุรกิจ มีผลต่อการแข่งขันกับแบรนด์อื่น ต้องรู้จักมองการณ์ไกล ไว้ใจในความคิดของบุคคลอื่น โดยเจ้าของกิจการเป็นผู้คอยควบคุมระบบในภาพรวม 
 
ยกตัวอย่าง After You ในช่วงแรกเจ้าของอาจดูแลสูตรขนมเองทุกขั้นตอน แต่เมื่อขยายสาขา มากขึ้นได้สร้างระบบที่ให้ทีมบริหารสาขาสามารถตัดสินใจหน้างานได้ และสร้างทีม R&D ที่เข้าใจรสชาติแบบ After You โดยที่เจ้าของไม่ต้องยืนเฝ้าหน้าเตาตลอดเวลา 
 
นอกจากนี้ยังควรใช้ AI ในการหาความรู้และสร้างทัศนคติวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไหนๆ ก็ทำให้ไม่ได้ หากสร้างให้พนักงานรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กรได้ ย่อมจะได้รับผลดีในด้านความคิดและการลงมือทำจากพนักงานที่ทุ่มเทมากขึ้น
 
ทั้งนี้ ทฤษฎี "สามเหลี่ยมความสำเร็จ" (Success Triangle) อาจเป็นเพียงแค่หลักการตลาด แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งวิธีนี้นำไปประยุกต์ใช้กับทุกธุรกิจได้ เป็นพื้นฐานแห่งความสำเร็จในปี 2569 และปีต่อๆไป ธุรกิจที่ไม่เรียนรู้ ไม่ก้าวตามยุคสมัย ยังมั่นใจในสิ่งที่เคยทำ แม้จะเคยดีมาก่อนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะดีต่อเนื่องไปในอนาคต  
 
ดังนั้นการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอยากแล้วที่ต้องทำคือเข้าใจสินค้า เข้าใจคนทำงาน เช้าใจระบบ เข้าใจการตลาด ถ้าเริ่มต้นแบบนี้ได้โอกาสประสบความสำเร็จก็มากเช่นกัน
 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
477
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
413
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
379
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
376
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
362
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
362
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด