บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
2.8K
2 นาที
18 พฤศจิกายน 2562
“Green Common” รุกตลาดจีน..ชูสินค้ายุคใหม่ “เนื้อเทียมจากพืช”
 

กระแสนิยมบริโภคเนื้อเทียมที่ผลิตจากพืช เริ่มเป็นที่นิยมจนกลายเป็นกระแสหลักของผู้บริโภคหลังจากฟาสต์ฟู้ดหลายราย เช่น เบอร์เกอร์คิง , เคเอฟซี นำเนื้อชนิดนี้มาใช้ทำเมนูใหม่ ๆ ได้เริ่มแพร่กระจายออกไปยังประเทศอื่น ๆ แล้ว โดยหนึ่งในนั้นคือ ประเทศจีน ที่ความต้องการกำลังพุ่งอย่างรวดเร็ว โดยร้านอาหารเจหลายแห่งหันมาเพิ่มเมนูที่ใช้เนื้อจากพืช จนมีสตาร์ตอัพจำนวนมากผุดขึ้นมาพัฒนาเนื้อเทียมในแบบที่เหมาะสำหรับทำเมนูอาหารจีนโดยเฉพาะ

www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่านี่คือเทรนด์อาหารแบบใหม่ที่พร้อมจะตีตลาดโลกได้มากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการที่ตื่นตัวเรื่องนี้ก็เริ่มมีการรุกตลาดเพิ่มพื้นที่การขายของตัวเองมากขึ้นด้วย
 

ภาพจาก bit.ly/2Qv5kgz 
 
หนึ่งในแบรนด์ที่ผลิตเนื้อเทียมจากพืชก็คือ “Green Common” ของ เดวิด ยัง (David Yeung) ที่เริ่มธุรกิจนี้จากการก่อตั้งองค์กรเพื่อสังคมในชื่อ Green Monday ที่ฮ่องกง โดยมุ่งให้สังคมเห็นถึงปัญหาอย่างเรื่องความไม่มั่นคงทางอาหาร พร้อมกับมุ่งความสำคัญไปที่การชวนให้ทุกคนหันมาบริโภคอาหารที่ทำจากพืชเป็นหลัก (plant-based food) และ Green Common ก็คือหนึ่งแนวทางการทำธุรกิจของ เดวิด ยัง ที่ได้เดินหน้าธุรกิจสายรักษ์โลก รักสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ
 
โดย Green Common ได้ขยายตลาดไปยังประเทศจีนเริ่มเปิดขายครั้งแรกในแบบออนไลน์ร่วมกับ Tmall โดยมีผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากพืชมากกว่า 40 ชนิด โดยเมนูยอดนิยมที่คนให้ความสนใจมากคือ ราเมนฮากาตะพร้อมท็อปปิ้งเนื้อหมูเทียมจากแบรนด์ออมนิพอร์ก (Omnipork)


ภาพจาก bit.ly/2Qv5kgz 
 
ซึ่งเป็นการผสมผสานโปรตีนพืชจากถั่วเหลือและเห็ดชิตาเกะรวมกับข้าวเพื่อเลียนแบบรสชาติของหมูในธรรมชาติ และภายหลังการเปิดตัวสินค้านี้ได้รับความนิยมสูงมากโดยมีพันธมิตรเป็นร้านอาหารและโรงแรมรวมกว่า 1,000 แห่งในฮ่องกงและมาเก๊า รวมถึงแผ่ขยายสินค้านี้มายังไต้หวัน สิงคโปร์ ส่วนในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ก็มีร้านค้าและโรงแรมอีกว่า 180 แห่งที่เป็นลูกค้าซึ่งแนวคิดนี้ดูเหมือนว่าจะยังต่อขยายไปได้อีกมาก

ภาพจาก bit.ly/32VEkcL
 
ถ้าสำรวจตลาด “เนื้อเทียมจากพืช” แค่ในประเทศจีนจะพบอีกหลายแบรนด์ที่น่าสนใจเช่น Right Treat จากฮ่องกงที่เข้ามาเปิดตลาดในจีนเช่นกันและตั้งเป้าจะสร้างลูกค้า 15,000 รายภายในปี 2563  หรือจะเป็น Planet Green ในเสิ่นเจิ้นที่ทำยอดขายจากเมนูเบอร์เกอร์เนื้อเทียมได้ถึง 10,000 ชิ้น 
 
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ “เนื้อเทียม” กลายเป็นธุรกิจใหม่สุดฮิตในจีน และมีผู้เล่นหลายแบรนด์เข้ามาลุยตลาดเกิดจากภาวะขาดแคลนเนื้อหมูหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดหมูแอฟริกัน ที่ทำให้รัฐบาลต้องสั่งทำลายหมูจำนวนมากจนราคาขยับแพงขึ้นเท่าตัว และปัจจุบันอยู่ระหว่างเพิ่มการนำเข้าเนื้อทุกชนิดมาชดเชยกับการบริโภคของชาวจีนซึ่งกินเนื้อหมู ไก่หรือวัวเฉลี่ย 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นถึง 30% จากเมื่อ 15 ปีก่อน
 
ภาพจาก bit.ly/32VEkcL
 
ถึงแม้เนื้อเทียมจากพืชจะราคาแพงกว่าเนื้อปกติอยู่ประมาณ 50% แต่ความต้องการสินค้านี้กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอาหารยังให้ความเห็นว่า ตลาดเนื้อเทียมในจีนนี้มีโอกาสจะเติบโตได้อีกถึง 80% เป็น 2.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568
 
แม้ว่า Green Common และอีกหลายแบรนด์จะเริ่มเปิดตลาดในจีนอย่างเป็นทางการและเริ่มมีแนวโน้มของการเติบโตที่ชัดเจนแต่ตลาดนี้ก็เพิ่งเริ่มต้นและในอนาคตจะต้องมีการแข่งขันที่สูงและรุนแรง สำหรับผู้ประกอบการเมืองไทยเองก็ควรศึกษาแนวทางของ “เนื้อเทียม” นี้ไว้เพื่อเอามาปรับใช้เป็นแนวคิดสินค้าใหม่ในยุคปัจจุบัน
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id:
 @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
ขอบคุณข้อมูล https://bit.ly/2Qv5kgz 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
481
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
414
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
385
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
377
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
373
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
368
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด