บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การบริหารจัดการร้านค้า    ช่องทางทำกิน
22K
7 นาที
28 กันยายน 2561
แจกฟรี! สูตรน้ำชง 20 สูตร ทำง่ายๆสร้างรายได้เสริม 
 
 
อากาศเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องความร้อน ดังนั้นธุรกิจเครื่องดื่มจึงเป็นที่นิยมของผู้ลงทุนอย่างมาก แต่ด้วยความที่คู่แข่งในตลาดมีเยอะ การเปิดร้านขายเครื่องดื่มจึงมีความเสี่ยงสูง

ด้วยเหตุนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com มีสูตรการชงน้ำที่น่าสนใจมาให้ดู 20 สูตร เป็นพื้นฐานของร้านขายเครื่องดื่มที่ควรมี แต่หากใครคิดต่อยอดพัฒนาสูตรให้ดีขึ้น ก็ย่อมจะทำให้มีรายได้ที่ดีเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
 
1. กาแฟโบราณ

 
ภาพจาก goo.gl/bti1SN

นอกจากกาแฟสดที่คนนิยมมาก กาแฟโบราณก็มีคนสนใจไม่น้อยเช่นกัน เสน่ห์ของกาแฟโบราณคือความเข้มข้น ประเภทที่เลือกได้ทั้งแบบหวานน้อย หวานมาก ใครที่คิดเปิดร้านกาแฟโดยเฉพาะแบบรถเข็นเมนูนี้ขาดไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนผสม
  1. ผงโอเลี้ยง  5-6 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำ 1 ½  ถ้วย
  3. น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
  4. นมข้นหวาน 9 ช้อนโต๊ะ
  5. นมข้นจืด
  6. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนประมาณ 10 บาท (ค่านม ค่าน้ำตาลทราย กาแฟ ค่าแก๊ส ค่าแก้ว ฯลฯ) ขายแก้วละ 15 มีกำไรแก้วละประมาณ 5 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. ต้มน้ำจนเดือด เตรียมไว้
  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ นำไปวางลงในเหยือก เทน้ำเดือดลงไป เขย่าถุงเล็กน้อยให้น้ำทั่วถึง พักไว้ 7-10 นาที
  3. ใส่น้ำตาลทรายลงในแก้ว ตามด้วยนมข้นหวาน เทโอเลี้ยงใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย
  4. เทใส่ลงในแก้วที่มีน้ำแข็งประมาณ 3/4 แก้ว แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว พร้อมเสิร์ฟ

2. เอสเปรสโซ่เย็น

 
ภาพจาก goo.gl/UfXiDN

กลุ่มกาแฟยอดฮิตต้องมีชื่อของเอสเพรสโซ่ ซึ่งมีรสชาติแบบละมุนที่เกิดจากส่วนผสมของนม ซึ่งรสชาติของเอสเพรสโซ่ขึ้นอยู่กับชนิดของกาแฟที่เอามาทำ ใครอยากเปิดร้านกาแฟสดต้องบรรจุเมนูนี้ไว้ในร้านด้วย

ส่วนผสม
  1. เอสเปรสโซ่กลั่น 3 ออนซ์
  2. นมข้นหวาน 1 ออนซ์
  3. นมข้นจืด 1 ออนซ์
  4. นมสดสำหรับทำฟองนม
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : เอสเปรสโซ่ถุงละประมาณ 5 กก. ราคาประมาณ 360 บาท เอสเพรสโซ่ 1 แก้วใช้กาแฟประมาณ 10 กรัม ต้นทุนเฉลี่ยรวมวัตถุดิบอื่นๆ ประมาณ 10-15 บาท หากขายในราคา 25-30 กำไรประมาณ 15 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. กลั่นกาแฟให้ได้ 3 ออนซ์ ถ้าไม่มีเครื่องทำกาแฟ ใช้กาแฟผง ประมาณ 2-3 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 3 ออนซ์
  2. นำกาแฟเอสเปรสโซ่ ผสมกับนมข้นหวาน นมข้นจืด คนให้เข้ากันจนเกิดฟองอากาศ 
  3. ตักน้ำแข็งใสแก้ว เทกาแฟเอสเปรสโซ่ลงในแก้ว เกือบเต็ม
  4. นำนมสดเย็นตีให้ขึ้นฟอง ตักฟองนมราดด้านบน

3. มอคค่าเย็น

 
ภาพจาก goo.gl/stMoJR

ใครที่ชอบกาแฟผสมผงโกโก้ ต้องสั่งมอคค่าที่ทำให้ได้รสชาติของกาแฟและโกโก้ไปพร้อมกัน สำหรับพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่นิยมมอคค่าอย่างมาก ด้วยความละมุนที่ดื่มได้เพลินๆ ทำงานไปจิบไป ฟินดีเหลือเกิน

ส่วนผสม
  1. กาแฟ 2 ช้อนชา       
  2. โกโก้ผง 1-2 ช้อนชา     
  3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา       
  4. นมข้นหวาน 50 ml.
  5. น้ำร้อน 125 ml.       
  6. ครีมเทียม 1 ช้อนชา       
  7. น้ำแข็ง
  8. นมสดสำหรับโรยหน้า
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนโดยรวมคล้ายกับเอสเปรสโซ่เย็น อาจเพิ่มสัดส่วนต้นทุนจากผงโกโก้ แต่ต้นทุนเฉลี่ยก็ยังอยู่ประมาณ 10-15 บาท กำไรต่อแก้วประมาณ 15 บาท ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและการตั้งราคาขาย

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ        
  1. นำกาแฟ ผงโกโก้ น้ำตาลทรายใส่ในแก้ว เติมน้ำร้อนคนจนละลายให้หมด
  2. เติมนมข้นหวาน คนให้เข้ากัน ตามด้วยครีมเทียม
  3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง โรยหน้าด้วยนมสด

4. ลาเต้

 
ภาพจาก goo.gl/ok3hVf

ในเรื่องของความฮิตเมนูสายกาแฟ ลาเต้น่าจะติดอันดับต้นๆ เสน่ห์ของลาเต้คือรสชาติจากนมที่เป็นวัตถุดิบสำคัญตัดกับรสชาติกาแฟที่ทำให้ดื่มง่าย เพลินได้ตลอดทั้งวัน เป็นเมนูสำคัญที่ใครอยากเปิดร้านกาแฟต้องฝึกทำไว้ให้ชำนาญ
 
ส่วนผสม
  1. ผงกาแฟ
  2. น้ำร้อน
  3. นมข้นหวาน 30 ml.
  4. นมสด 2 ออนซ์
  5. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนโดยรวมคล้ายกับเอสเปรสโซ่เย็น และมอคค่าอาจเพิ่มสัดส่วนต้นทุนจากนมสด แต่ต้นทุนเฉลี่ยก็ยังอยู่ประมาณ 10-15 บาท กำไรต่อแก้วประมาณ 15 บาท ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและการตั้งราคาขาย

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*

วิธีทำ
  1. ชงผงกาแฟกับน้ำร้อนให้ได้ 2 ออนซ์
  2. เติมนมข้นหวานและนมสด คนให้เข้ากัน
  3. ตักน้ำแข็งใส่แก้วให้เต็ม
  4. เทส่วนผสมที่ชงลงในแก้วพร้อมเสิร์ฟ

 5. ชาเขียวนมสด

 
ภาพจาก goo.gl/F2BvzG

คนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟก็จะหันมาใช้บริการของชาเขียวนมสด ที่บางคนดื่มเป็นประจำทุกวัน ด้วยเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มกาแฟ  บางร้านชงแบบรสชาติเข้มข้นยิ่งกินยิ่งมัน ทำงานไปจิบไป กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ

ส่วนผสม
  1. ผงชาเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำร้อน 750 ml.
  3. นมข้นหวาน
  4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  5. นมสด
  6. วิปปิ้งครีม
  7. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ชาเขียวแบบพรีเมี่ยมราคาประมาณ 350 บาท/ กิโลกรัม ชง 1 ครั้งใช้ใบชา 15 กรัม ใน 1 กก.ชงได้ประมาณ 66 แก้ว รวมกับวัตถุดิบอื่นๆต้นทุนต่อแก้วประมาณ 10-12 บาท หากขายแก้วละ 25-30 บาทก็มีกำไรต่อแก้วประมาณ15-20 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. นำผงชาเขียวใส่ในถุงกรองชา แช่ในน้ำร้อน ประมาณ 3-5 นาที จะเหลือน้ำชาประมาณ 600 ml. 
  2. ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้ละลาย
  3.  เติมนมข้นหวานตามใจชอบ คนให้เข้ากัน 
  4. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว ให้ล้นแก้วนิดหน่อย
  5. ใส่นมสดลงไป 2/3 แก้ว หรือตามใจชอบ 
  6. เทน้ำชาเขียวลงไป 
  7. บีบวิปปิ้งครีมตกแต่ง

6. ชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว

 
ภาพจาก goo.gl/GtwL5x

นอกจากชาเขียวนมสด เดี๋ยวนี้ก็มีชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวมาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ข้อดีของเมนูนี้คือรสชาติที่กลมกล่อมแตกต่างทั้งกลิ่นหอมของชาเขียว รสเปรี้ยวนิดๆของมะนาว บวกกับความหวานจากน้ำผึ้ง กินแล้วชุ่มคอดีแท้

ส่วนผสม
  1. ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำร้อน 250 ml.
  3. น้ำผึ้ง 30-50 ml.
  4. น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา                          
  5. น้ำมะนาว
  6. เกลือเล็กน้อย
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ชาเขียวแบบพรีเมี่ยมราคาประมาณ 350 บาท/ กิโลกรัม ชง 1 ครั้งใช้ใบชา 15 กรัม ใน 1 กก.ชงได้ประมาณ 66 แก้ว รวมกับวัตถุดิบอื่นๆต้นทุนต่อแก้วประมาณ 10-12 บาท หากขายแก้วละ 25-30 บาทก็มีกำไรต่อแก้วประมาณ15-20 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ 
  1. นำผงชาเขียวใส่ลงในถุงกรองแช่น้ำร้อน 3-5 นาที ยกถุงชาออก 
  2. เติมน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง คนให้ละลาย
  3. เติมเกลือนิดหน่อย พร้อมน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน 
  4. ตักน้ำแข็งลงในแก้ว 16 ออนซ์
  5. เทน้ำชาเขียวน้ำผึ้งมะนาวลงในแก้ว ใช้ช้อนคนให้เข้ากับน้ำแข็ง

7. ชาเย็น

 
ภาพจาก goo.gl/xNFW1S

เมนูเครื่องดื่มยอดฮิตที่ฮิตไม่แพ้กาแฟซึ่งชาเย็นนั้นสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย บางร้านมีการใส่นมจืดในปริมาณมาก ทำให้เมนูดูน่าสนใจขึ้นอีกมาก เราสามารถกำหนดความหวานได้ตามต้องการด้วย

ส่วนผสม
  1. ผงชาไทย 5 ช้อนโต๊ะ   
  2. น้ำต้มเดือด 2 ½  ถ้วย       
  3. น้ำตาลทราย 1 ½  ถ้วย     
  4. นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ     
  5. .นมข้นจืดสำหรับโรยหน้า     
  6. น้ำแข็ง     
  7. ถุงกรองชา
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือ ชา ส่วนใหญ่บรรจุถุงมาประมาณ 400 กรัม ใช้ชงได้หลายครั้งต้นทุนเฉลี่ยต่อแก้วประมาณ 10 บาท ราคาขายประมาณ 20-30 บาทกำไรประมาณ 10-20 บาท/แก้ว

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ       
  1. ใส่ผงชาไทยในถุงกรองชา จากนั้นเทน้ำร้อนใส่ เขย่าถุงกรองชาไปมาเพื่อให้ใบชาโดนน้ำแล้วพักไว้ 15 นาที
  2. ใส่น้ำตาลทรายและนมข้นหวานลงในแก้วผสม เตรียมไว้
  3. ครบ 15 นาที ยกขึ้นแล้วเทน้ำชาไทยที่กรองใส่ในน้ำตาลทรายคนให้เข้ากันจนละลาย พักทิ้งไว้ 5-10 นาที
  4. ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว เทชาไทยลงไปประมาณ 3/4 ส่วน ราดนมข้นจืดลงไป พร้อมเสิร์ฟ

8. โอเลี้ยง

 
ภาพจาก goo.gl/ERc3VD

เมนูเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมแต่ยังคงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยที่ยังมีการเปิดร้านกาแฟตามร้านค้าปลีก มาถึงเดี๋ยวนี้ที่ร้านกาแฟยกระดับขึ้นมาเป็นแบบพรีเมี่ยมมากขึ้นแต่โอเลี้ยงก็ยังเป็นเมนูที่ทุกร้านต้องมี

ส่วนผสม
  1. ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ     
  2. น้ำเปล่า 1 ½  ถ้วย   
  3. น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ     
  4. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือผงกาแฟโบราณ (โอเลี้ยง) ขายเป็นซองประมาณ 400 กรัม  ต้นทุนเมื่อรวมกับวัตถุดิบอื่นๆ ประมาณ 10 บาท โอเลี้ยงส่วนใหญ่ขายแก้วละ 15-20 กำไรต่อแก้วก็ประมาณ 5-10 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ 
  1. ต้มน้ำเปล่าจนเดือด เตรียมไว้
  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ วางลงในเหยือกสเตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าให้น้ำทั่วถึงพักทิ้งไว้ 7-10 นาที
  3. ใส่น้ำตาลทรายลงตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น้ำตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งจนเต็ม 

9. ยกล้อ

 
ภาพจาก goo.gl/8pkS7J

ต่อยอดจากโอเลี้ยงก็คือโอเลี้ยงยกล้อที่ผสมนมข้มจืดเข้าไป ซึ่งก็ถือเป็นเมนูดั้งเดิมอีกเช่นกัน โดยเฉพาะคนวัยกลางคนทั่วไป จะนิยมเมนูนี้มาก ใครที่จะเปิดร้านกาแฟในตลาดก็ต้องไม่พลาดที่จะมีเมนูนี้ไว้ด้วยเช่นกัน

ส่วนผสม
  1. ผงโอเลี้ยง 5-6 ช้อนโต๊ะ     
  2. น้ำเปล่า 1 ½  ถ้วย     
  3. น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ     
  4. น้ำแข็ง   
  5. นมข้นจืด
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : คล้ายกับโอเลี้ยงแต่เพิ่มต้นทุนนมสดเข้าไป ต้นทุนรวม ประมาณ 10 บาท โอเลี้ยงส่วนใหญ่ขายแก้วละ 15-20 กำไรต่อแก้วก็ประมาณ 5-10 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ   
  1. ต้มน้ำเปล่าจนเดือด เตรียมไว้
  2. ใส่ผงโอเลี้ยงลงในถุงกาแฟ วางลงในเหยือกสเตนเลส เทน้ำเดือดลงไป เขย่าให้น้ำทั่วถึงพักทิ้งไว้ 7-10 นาที
  3. ใส่น้ำตาลทรายลงตามชอบ เทโอเลี้ยงตามลงไปคนผสมให้น้ำตาลทรายละลาย เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งจนเต็ม แล้วเทนมข้นจืดลงไปจนเต็มแก้ว

10. นมเย็น

 
ภาพจาก goo.gl/z5cioW

สายสุขภาพและเด็กๆอาจจะเหมาะกับนมเย็นที่มาพร้อมสีชมพูดูน่ากิน เราสามารถกำหนดความหวานของเมนูนี้ได้ตามต้องการ เป็นเมนูที่ขายดีตามหน้าโรงเรียนเป็นอย่างมาก

ส่วนผสม
  1. น้ำสะอาด   
  2. น้ำหวานเฮลบลูบอยสีแดง     
  3. น้ำตาลทราย     
  4. นมข้นหวาน     
  5. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือน้ำหวานเฮลบลูบอย ราคาขวดละประมาณ 43 บาท 1 ขวดสามารถใช้ชงได้หลายแก้ว เฉลี่ยต้นทุนต่อแก้วประมาณ10 บาท ส่วนใหญ่ขายแก้วละ 15 บาทมีกำไรต่อแก้วประมาณ 5 บาทเป็นอย่างน้อย

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ       
  1. เทน้ำหวานเฮลบลูบอยใส่แก้ว ตามด้วยน้ำสะอาด  คนให้เข้ากัน
  2. เทนมข้นหวานลงไปกะความหวานตามใจต้องการ
  3. .อาจเติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย
  4. คนให้เข้ากันเทลงแก้วที่มีน้ำแข็งพร้อมเสิร์ฟ

11. นมสดเย็น

 
ภาพจาก goo.gl/F5fF61

เมนูนมสดปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อเทรนด์สุขภาพมาแรง มีแฟรนไชส์มากมายที่เปิดธุรกิจเครื่องดื่มจากนมสด ให้เราสามารถเลือกลงทุนได้ตามต้องการ และเป็นเมนูที่ทำกำไรได้ดีมาก

ส่วนผสม  
  1. น้ำสะอาด   
  2. นมวัวสด   
  3. นมข้นหวาน
  4. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร (ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือนมสด หากซื้อขนาด 2000 มล. ราคาประมาณ 91 บาท แต่สามารถใช้ชงได้หลายแก้วและวัตถุดิบประกอบก็ไม่มากต้นทุนต่อแก้วประมาณ 5-10 บาท กำไรต่อแก้วประมาณ 5-10 บาทเช่นกัน

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ   
  1. นำนมวัวสดผสมกับน้ำสะอาดคนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
  2. หากต้องการเพิ่มความหวานใส่นมข้นเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
  3. เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งพร้อมเสิร์ฟ

12. ชาดำเย็น

 
ภาพจาก goo.gl/GcM6Fn

เสน่ห์ของชาดำเย็นอยู่ที่ความเข้มข้น ใครที่อยากกระตุ้นตัวเองให้ตาสว่าง ชาดำเย็นเป็นตัวเลือกที่ดี เราสามารถเลือกระดับความหวานได้ตามต้องการ เป็นเมนูที่ต้องมีในร้านกาแฟทั้งหลายเช่นกัน

ส่วนผสม
  1. น้ำสะอาด   
  2. ผงชาดำ 
  3. น้ำตาลทรายแดง   
  4. น้ำแข็ง
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือ ชา ส่วนใหญ่บรรจุถุงมาประมาณ 400 กรัม ใช้ชงได้หลายครั้งต้นทุนเฉลี่ยต่อแก้วประมาณ 10 บาท ราคาขายประมาณ 20-30 บาท กำไรประมาณ 10-20 บาท/แก้ว

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. นำผงชาดำใส่ในถุงชา นำน้ำร้อนมาราดในถุงชา ให้น้ำชาดำไหลลงในแก้วที่เตรียมไว้
  2. เพิ่มความหวานด้วยการเติมน้ำตาลทรายแดงลงไปเช็คความหวานตามต้องการ
  3. ใส่น้ำแก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้พร้อมเสิร์ฟ

13. น้ำเก็กฮวย

 
ภาพจาก goo.gl/fQ5N45

แตกไลน์ออกมาสำหรับน้ำเก็กฮวยที่แม้จะไม่ได้บรรจุอยู่ในเมนูร้านกาแฟทั่วไปแต่ก็เป็นน้ำเพื่อสุขภาพตัวจริงเสียงจริงที่ขายดีตามหน้าโรงเรียนหรือตามตลาดนัด และมีต้นทุนไม่แพง กำไรก็ดีด้วย

ส่วนผสม
  1. ดอกเก๊กฮวยแห้ง
  2. น้ำต้มเดือด   
  3. น้ำตาลทรายขาว   
  4. ใบเตยหอม
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญผงเก็กฮวย มีหลายแบบให้เลือกทั้งพรีเมี่ยมและไม่พรีเมี่ยม ราคาเฉลี่ยประมาณ 110 บาท (450 กรัม) รวมกับวัตถุดิบอื่นๆ ต้นทุนประมาณ 5 บาท หากขายแก้วละ 10 บาทกำไรประมาณ 5 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. นำดอกเก๊กฮวยแห้งใส่หม้อต้มให้เดือดใช้ไฟแรงพอตัว ก่อนหน้าที่จะต้มให้ใส่ใบเตยหอมลงไป
  2. เดือดได้ที่กรองเอาน้ำเก๊กฮวยออกมาแล้วเติมน้ำตาลทรายขาวให้ความหวานตามต้องการ
  3. ต้มต่อให้เดือดได้ที่ แล้วนำมาพักให้เย็น ใส่ภาชนะที่เตรียมไว้พร้อมตักขายต่อไป

14. น้ำกระเจี๊ยบ

ภาพจาก goo.gl/Yg3kaa

ใครที่อยากเปิดร้านน้ำเพื่อสุขภาพต้องมีน้ำกระเจี๊ยบเป็นตัวเลือก ซึ่งเราต้องมีเทคนิคในการทำที่ให้ได้น้ำกระเจี๊ยบรสชาติอร่อยแบบไม่เปรี้ยวเกินไป ซึ่งน้ำกระเจี๊ยบมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ

ส่วนผสม
  1. ดอกกระเจี๊ยบแบบแห้งหรือสดก็ได้   
  2. น้ำตาลทรายแดง   
  3. หม้อต้มน้ำ
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญกระเจี๊ยบบดผงมีหลายราคาตั้งแต่ 100-300 บาท 1 ห่อสามารถชงได้หลายแก้วเมื่อรวมกับวัตถุดิบอื่นๆต้นทุนประมาณ 5 บาท หากขายแก้วละ 10 บาทกำไรประมาณ 5 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. นำน้ำสะอาดใส่หม้อต้ม นำดอกกระเจี๊ยบแห้งหรือสดใส่ลงไปเติมเกลือเล็กน้อย
  2. ต้มให้เดือดโดยใช้ไฟแรงพอประมาณ สังเกตว่าน้ำเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง เริ่มใส่น้ำตาลลงไป
  3. ต้มต่อจนเดือดและคอยชิมอย่าให้รสชาติหนักหวานหรือเปรี้ยวเกินไป เมื่อรสชาติได้ที่กรองกากออก
  4. นำน้ำกระเจี๊ยบที่ต้มมาใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ เตรียมตักขายเป็นแก้วต่อไป

15. เฉาก๊วยโกโก้

 
ภาพจาก goo.gl/tkfj32

เป็นการผสมผสานระหว่าโกโก้และเฉาก๊วย เป็นอีกเมนู DIY ที่ฮิตในยุคนี้ บางร้านมีบริการปั่นให้สามารถรับประทานได้อย่างอร่อยมากยิ่งขึ้น และเช่นกันปัจจุบันมีแฟรนไชส์ดีๆมากมายที่พัฒนาเมนูนี้เป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจตัวเองด้วย

ส่วนผสม
  1. ผงโกโก้ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ     
  2. น้ำร้อน 75 ml.       
  3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ         
  4. นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ    
  5. นมสด
  6. เฉาก๊วยหั่นเต๋า
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญผงโกโก้กับเฉาก๊วย ราคาเฉาก๊วย 1 กก.ประมาณ 32 บาท ต้นทุนโดยรวมประมาณ 10-15 บาท แต่เมนูนี้พิเศษที่ใส่เฉาก๊วย อัพราคาขายได้มากขึ้นตั้งแต่ 25-30 บาท กำไรต่อแก้วประมาณ 10-15 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ 
  1. ผงโกโก้และน้ำตาลทรายใส่แก้ว เติมน้ำร้อน คนให้ละลาย ใส่นมข้นหวาน คนอีกครั้งให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น
  2. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทส่วนผสมโกโก้เทลงไปในแก้วและค่อยๆเทนมสดลงไป
  3. ตักเฉาก๊วยวางด้านบนแก้ว อาจใส่น้ำตาลทรายแดงเพิ่มด้วยก็ได้ 

16. โอวัลตินภูเขาไฟ

 
ภาพจาก goo.gl/7zyBSJ

เป็นเมนูที่คิดต่อยอดจากโอวัลตินทั่วไปด้วยการใช้ผงโอวัลตินมากขึ้น กลายเป็นโอวัลตินภูเขาไฟ แม้รสชาติจะไม่ได้แตกต่างแต่รูปลักษณ์ที่น่าสนใจก็ทำให้เป็นเมนูยอดฮิตที่เด็กนิยมมาก

ส่วนผสม
  1. นมสด 1 กล่อง       
  2. ผงโอวัลติน       
  3. นมข้นหวาน     
  4. ช็อคโกแลตซอส       
  5. โอรีโอ้
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญโอวัลติน ห่อ 750 กรัมประมาณ 100 บาท สามารถใช้ได้หลายครั้ง ราคาต้นทุนต่อแก้วเฉลี่ย 10-15 บาท ขายอัพราคาได้ตั้งแต่ 25-30 บาท กำไรต่อแก้วประมาณ 10-15 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. นำนมกล่องไปแช่ตู้เย็นในช่องฟรีซจนแข็ง
  2. ใช้ช้อนส้อมหรือมีดขูดนมให้เป็นฝอยกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง จนหมด
  3. เทช็อคโกแลตซอส ลงก้นแก้ว ตักส่วนของนมลงใส่ครึ่งแก้วแล้วใส่นมข้นหวาน ตักนมที่เหลือใส่เพิ่มจนหมด
  4. ทุบโอริโอ้พอแหลก โรยบนส่วนของนม ราดด้วยซอสช็อคโกแลตอีกครั้ง
  5. ตักผงโอวัลตินลงไป ราดด้วยนมข้นหวาน ตกแต่งด้วยคิดแคท พร้อมเสิร์ฟ

17. นมเย็นอัญชัน
 
 
ภาพจาก goo.gl/9ynJq7

เป็นน้ำเพื่อสุขภาพที่ผสมระหว่างนมเย็นและดอกอัญชันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ที่นอกเหนือจากความอร่อย และในยุคที่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาแรงเมนูนี้ก็น่าสนใจมากขึ้นด้วย

ส่วนผสม
  1. น้ำดอกอัญชัน 1 ถ้วยตวง (ผสมดอกอัญชัน 10-15 ดอก)   
  2. นมสด ½  ถ้วยตวง   
  3. นมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะ
  4. นมข้นจืด หรือ ฟองนม
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนที่เพิ่มมาคือการใช้ดอกอัญชัญแห้ง ราคาในตลาดอัญชัญแห้งครึ่งกิโลกรัมราคาประมาณ 250 บาทหรือหากเรามีแหล่งที่ราคาถูกต้นทุนก็จะถูกลง เมนูนี้กำไรต่อแก้วประมาณ 10-15 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ       
  1. ต้มดอกอัญชันจนเดือดและน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำ
  2. ใส่นมสดและนมข้นหวานลงในน้ำอัญชัน คนให้เข้ากัน
  3. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว รินนมอัญชันลงไป แล้วราดด้วยนมข้นจืด

18. น้ำผึ้งมะนาวโซดา

 
ภาพจาก goo.gl/goS8BZ

เป็นเครื่องดื่มที่กินได้ไม่มีเบื่อ เสน่ห์ของน้ำผึ้งมะนาวโซดาคือความหวานจากน้ำผึ้งบวกกับความซ่าจากโซดาและความเปรี้ยวจากมะนาว เป็นรสชาติที่ผสมผสานอย่างลงตัว ยิ่งกินยิ่งเพลิน

ส่วนผสม
  1. น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ     
  2. น้ำมะนาว ½  ลูก     
  3. โซดาแช่เย็นจัด
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือน้ำผึ้ง ส่วนใหญ่ขวดละประมาณ 250 บาท (เกรดคุณภาพ) ส่วนมะนาวราคาลูกละประมาณ 1 บาท ใน 1 แก้วใช้มะนาวประมาณ 2 ลูก (ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในลูกมะนาว)  ต้นทุนรวมประมาณ 10 บาทราคาขายตั้งแต่ 20-25 บาท กำไรที่ได้ต่อแก้ว ประมาณ 10-15 บาท 

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้ละลายเข้ากัน เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง 
  2. ตามด้วยโซดาแช่เย็นจนเต็มแก้ว แต่งด้วยมะนาวฝานและใบสะระแหน่ พร้อมดื่ม

19.น้ำแดง/น้ำเขียวผสมโซดา

ภาพจาก goo.gl/BPN8yr

เมนูยอดฮิตของคุณหนูๆทั้งหลายด้วยสีสันของสีเขียว สีแดงจากน้ำหวานผสมผสานกับความซ่าจากโซดา เป็นเมนูขายดีที่เห็นได้ตามหน้าโรงเรียนหรือตามลานกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญทำง่ายวิธีการไม่ยุ่งยากด้วย

ส่วนผสม 
  1. น้ำหวานเฮลบลูบอยสีแดงหรือ สีเขียว 
  2. โซดาเย็นจัด
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือน้ำหวานเฮลบลูบอยราคาประมาณ 43 บาท 1 ขวดใช้ชงได้หลายแก้ว ต้นทุนต่อแก้วประมาณ 5 บาท ขายแก้วละ 15 บาทกำไรประมาณ 10 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. เทน้ำหวานเฮลบลูบอยใส่แก้วคะเนความหวานตามต้องการ
  2. เทโซดาเย็นจัดใส่ตามลงไป คนให้เข้ากัน  จากนั้นเทใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

20. แตงโมมะนาวโซดา

ภาพจาก goo.gl/4XgeXW

เป็นการผสมผสานเอาแตงโมมาทำเป็นเครื่องดื่มที่อัพราคาได้มากขึ้น แต่งรสชาติด้วยมะนาวเพิ่มความซ่าด้วยโซดา เป็นเมนูเครื่องดื่มที่น่าสนใจที่ใครหลายคนเคยได้ลองต้องติดใจ

ส่วนผสม
  1. เนื้อแตงโมแกะเม็ด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ       
  2. โซดาแช่เย็นจัด 2 ถ้วย         
  3. น้ำตาลทราย ½  ถ้วย
  4. น้ำ ¼  ถ้วย         
  5. น้ำมะนาวคั้น ¼  ถ้วย (จากมะนาว 2 ลูก)   
  6. เปลือกมะนาว 1 ลูก
ต้นทุน-กำไร(ต่อแก้ว) : ต้นทุนสำคัญคือแตงโม หากเป็นไซด์ใหญ่ขายราคากิโลกรัมละ 9 บาท แตงโม 1 ลูกหนักประมาณ2 กิโลกรัม (18 บาท)  แตงโม 1 ลูกใช้ทำเครื่องดื่มได้หลายแก้ว รวมกับมะนาวราคาลูกละประมาณ 1 บาท ต้นทุนเฉลี่ยของเครื่องดื่มนี้ประมาณ 10 บาทต่อแก้ว แต่สามารถอัพราคาขายได้ถึง 25-30 กำไรต่อแก้วประมาณ 15-20 บาท

*การตั้งราคาขายขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ทำเล ค่าเช่า ซึ่งมีผลต่อกำไรที่อาจเปลี่ยนแปลงได้*
 
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำตาลทราย น้ำ น้ำมะนาวคั้น และเปลือกมะนาวลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
  2. ใส่เนื้อแตงโมลงปั่นในเครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด เทใส่เหยือก เติมน้ำเชื่อมมะนาว และโซดา คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ
ทั้ง 20 สูตรที่ยกมาให้ดูนี้มีทั้งที่เป็นสูตรมาตรฐานและสูตรที่พลิกแพลงดัดแปลงใหม่ ซึ่งในการเปิดร้านขายน้ำเราควรมีการพัฒนาเมนูใหม่ๆอย่างต่อเนื่องและมีกลยุทธ์การขายที่ดีร่วมด้วยจะทำให้ขายดีมีกำไรมากขึ้น
 
พร้อมกันนี้ผู้ที่สนใจต้องการสูตรอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เอาไว้เริ่มต้นลงทุนหรือต่อยอดการทำธุรกิจที่มีอยู่เดิมสามารถติดตามได้ใน LINE id: @thaifranchise 

ไม่พลาด สูตรอาหาร+เครื่องดื่ม แจกฟรี! กดติดตาม LINE@ ได้เลย

                                                                     
และในส่วนข้อมูลข่าวสาร หากต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

สมูทตี้ หลายคนอาจสงสัยว่าต่างจากน้ำปั่นอย่างไรเพราะทั้งสองอย่างนี้ใช้อุปกรณ์ในการทำที่เรียกว่าเครื่องปั่นเหมือนกัน สำหรับการทำสมูทตี้เราต้องใช้ปุ่มระดับความเร็วที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากจะต้องปั่นส่วนผสมทุกชนิดให้ละเอียดจนเนื้อนุ่มเนียน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความอร่อย เช่น นม โยเ..
90months ago   15,087  7 นาที
คำว่าเมนูคนจนไม่ได้หมายความว่า คนจนเท่านั้นถึงจะทำกินได้ นี่คือเมนูสุดง่ายแสนง่าย ต้นทุนรวมๆ ต่อหนึ่งเมนูไม่เกิน 50 บาท หรือบางเมนูก็ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่แล้วเอามาทำกินได้เลย และหลายเมนูทำครั้งเดียวแต่อิ่มได้หลายมื้อ ในยุคที่คนต้องการประหยัด 20 เมนูอาหารง่ายๆ ที่ www.ThaiFranchiseCente..
91months ago   13,184  10 นาที
บทความค้าขายยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ทางลัดสู่การเป็นผู้บริหารสถานีน้ำมันเชลล์ โดยไม่..
355
Seibu Shibuya ปิดตำนาน 60 ปี ยอดหาย กำไรหด อดไปต่อ
317
บทความค้าขายมาใหม่
บทความอื่นในหมวด