บทความทั้งหมด    บทความสร้างอาชีพ    ความรู้ค้าขาย    ทำมาหากิน ช่องทางทำกิน
19K
7 นาที
25 ตุลาคม 2561
แจกฟรี! 20 งานแฮนด์เมดทำที่บ้านก็รวยได้
 
 

งานแฮนด์เมดคืองานที่ใช้ไอเดีย บางคนอาจมองว่านี่คืองานอดิเรกทำเป็นรายได้หลักไม่ได้ แต่หลายคนก็สวนกระแสตั้งหน้าทำงานแฮนด์เมดเป็นรายได้หลัก วิธีการก็ไม่ยากแต่ใช้ช่องทางออนไลน์ทำตลาด บางคนมีการฝากขายตามร้านของที่ระลึก หรือแม้กระทั่งขายในเว็บไซต์ของคนต่างชาติมีออร์เดอร์จากต่างประเทศเข้ามา สร้างรายได้ที่ดีแบบที่ไม่ต้องง้องานประจำ

ภาพจาก pixabay.com/photo-791240

www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่างานแฮนด์เมดคือหนึ่งการลงทุนที่เราเริ่มต้นได้แบบไม่ต้องมีเงินทุนมากมายอาศัยฝีมือและไอเดียเป็นสำคัญ ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้ดูกับ 20 งานแฮนด์เมดที่ตั้งใจจริง ทำอยู่ที่บ้านก็สร้างรายได้ให้เราได้ดีไม่แพ้งานประจำ
 
1.เทียนหอม
 
ภาพจาก goo.gl/images/jjhBRZ

ใครที่มองหาอาชีพเสริมที่ทำเป็นสินค้าแล้วคนนิยม มักจะนึกถึงเทียนหอมอันดับแรก ด้วยว่าอาชีพนี้เราคุ้นเคยและได้ยินกันมานานแต่การจะทำให้เป็นรายได้จำเป็นต้องฝึกฝีมือในการทำมากพอสมควร รวมถึงควรมีไอเดียใหม่ๆ ใส่ในสินค้าด้วย

การขายเทียนหอมหรือเจลหอมมีต้นทุนและกำไรที่ค่อนข้างน่าสนใจ ตัวสินค้าสามารถนำไปใช้เองก็ได้หรือซื้อเป็นของขวัญก็ได้เช่นกัน และนอกจากตลาดทั่วไปสินค้าอย่างเทียนหอมยังขายได้ดีในสปาและร้านนวดแผนโบราณต่างๆ รวมถึงชาวต่างชาติก็นิยมเทียนหอมเพราะถือเป็นงานไอเดียที่ใส่จินตนาการลงไปแล้วทำกำไรได้มากขึ้น

อุปกรณ์ของการทำเทียนหอมหลักๆ ก็จะมี พาราฟิน, สเตียริน, ไมโครแวกซ์, ไส้เทียน, น้ำมันหอมระเหย, สีเทียนสำเร็จรูป ต้นทุนโดยรวมจะอยู่ประมาณ 2,500-6,000 บาท สำหรับการเปิดร้านขายเทียนหอมเล็กๆ มีกำไรของการขายเทียนหอมเริ่มต้นที่ 60% ของต้นทุน หากทำลวดลายที่ค่อนข้างแปลกใหม่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อาจทำกำไรได้หลายเท่าตัว

ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนโดยเฉลี่ยประมาณ 2,500-6,000 บาท มีกำไรประมาณ 1,000-2,000 บาทขึ้นอยู่กับฝีมือเป็นสำคัญ
 

2.สบู่แฮนด์เมด
 
ภาพจาก goo.gl/images/UMrMpi

การฝึกทำสบู่น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนเคยทำ อาจจะแค่คิดทำเล่นๆ แต่การพัฒนามาเป็นงานแฮนด์เมดได้นั้นจำเป็นต้องใส่รายละเอียดในงานโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพสินค้าที่ใช้แล้วลูกค้าต้องติดใจ

ส่วนใหญ่เน้นเป็นสบู่สมุนไพรธรรมชาติที่คนไทยก็นิยมคนต่างชาติก็ชอบ อุปกรณ์หลักๆก็มีสารสกัดพืชธรรมชาติ, กลีเซอรีน, ซอฟเบส (สารตั้งต้นในการทำสบู่), แม่พิมพ์, หัวน้ำหอม, หม้อสเตนเลส, กะละมังสเตนเลส, มีด, แรปพลาสติก เป็นต้น

ส่วนทุนวัสดุ อยู่ที่ประมาณ 60% จากราคาขาย โดยราคาขายนั้น ขึ้นกับชนิดและขนาดของสบู่ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาด 10-100 กรัม ราคาขายเริ่มตั้งแต่ 10-80 บาท ซึ่งในตลาดออนไลน์มีคนสนใจทำสบู่แฮนด์เมดขายเป็นจำนวนมาก ส่วนจะขายดีหรือไม่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับวิธีการทำตลาดว่าจะสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุดมากน้อยแค่ไหน
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุน/ก้อนขึ้นอยู่กับรูปแบบสบู่ แบบทั่วไปอาจประมาณ  5-6 บาท (ขาย 10 บาทกำไร 4-5 บาท) แต่หากเป็นพิเศษสวยงาม ต้นทุนประมาณ 60บาท ขาย 80 บาทกำไร/ ก้อนประมาณ 20 บาท


3.สวนในขวดแก้ว
 
ภาพจาก goo.gl/images/krQBx8

จัดเป็นงานแฮนด์เมดในแบบศิลปะ ว่ากันว่าการจัดสวนแก้วต้องใช้สมาธิพอสมควร ซึ่งราคาขายก็จะขึ้นอยู่กับไอเดียและขวดที่นำมาใช้ เป็นงานที่ขายได้ดีในยุคออนไลน์เฟื่องฟูแบบนี้

อีกหนึ่งงานศิลปะที่เรียกว่าขายได้ราคาดี ส่วนจะขายได้แพงแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับไอเดียและวัสดุที่นำมาใช้ ต้นทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ขวดแก้ว ซึ่งมีทั้งแบบธรรมดา ทรงกลม ทรงสูง ยิ่งเป็นขวดที่แปลกใหม่ก็ยิ่งขายได้ราคา

ทั้งนี้อุปกรณ์หลักๆ ส่วนใหญ่ เช่น มอส, พีทมอส (ดินสำหรับปลูกมอส), สแฟกนั่มมอส (คั่นระหว่างพีมมอสและกรวดรอง), กรวดสี, ผงถ่าน (กันกลิ่นและเชื้อโรค) ต้นทุนเฉลี่ยขั้นต้นมีตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพันขึ้นอยู่กับความยากง่ายและการใช้อุปกรณ์ ซึ่งมีเทคนิคการจัดสวนขวดมากมายให้เราได้ศึกษาขอย้ำว่านี่คืองานแฮนด์เมดที่เราขายได้ราคาอาจจะตั้งแต่ หลักร้อยไปถึงหลักพันกันเลยทีเดียว
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุน/ขวด ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและอุปกรณ์ที่ใช้ โดยเฉลี่ยประมาณ 40-50 บาท หากขายในราคา 100 บาทก็จะมีกำไร 40-50 บาท 


4.ผลไม้แปรรูป

ภาพจาก goo.gl/images/JGAHjH

เป็นการถนอมอาหารที่เพิ่มมูลค่าให้กับอาหารได้อย่างดี และเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมที่เกิดจากการคิดดัดแปลงทำให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้นซึ่งหากคิดจะทำให้ขายดีก็ควรฝึกฝีมือให้ชำนาญและมีการตลาดที่ดีด้วย

เข้าสู่โหมดอาหารกันบ้าง ยิ่งถ้าเป็นอาหารที่ทำจากมือ ไม่ยุ่งยาก ใช้ผลไม้ที่มีตามฤดูกาลมาแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นการดองผลไม้ หมักผลไม้ ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้อบแห้ง ฯลฯ นับว่าเป็นสินค้าที่สามารถทำเงินได้ไม่น้อยยิ่งถ้าคุณเป็นคนทำอาหารที่อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีสารกันบูด ปลอดภัย สะอาด แค่ขายออนไลน์ ลูกค้าก็สั่งออเดอร์แน่นอน

ทั้งนี้ต้นทุนของผลไม้แปรรูปก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ผลไม้อะไร และราคาผลไม้ในขณะนั้นแพงมากน้อยแค่ไหน แต่เมื่อแปรรูปแล้วแน่นอนว่าเราสามารถตั้งราคาขายได้มากขึ้น โดยปกติราคาผลไม้แปรรูปที่เห็นกันเช่น สตอเบอรี่อบแห้ง 100 กรัม ราคา 50 บาท, ทุเรียนอบกรอบขนาด 210 กรัม ราคา270 บาท หรือผลไม้รวมอบแห้งที่ขายได้ตั้งแต่ 200-240 บาท เป็นต้น
 
ต้นทุน-กำไร : ขึ้นอยู่กับว่าใช้ผลไม้อะไรมาแปรรูปแต่ส่วนใหญ่แปรรูปเสร็จน้ำหนักจะลด แต่ราคาขายจะเพิ่ม ยกตัวอย่างทุเรียนกิโลกรัมละ 300 ทำทุเรียนอบแห้งได้ประมาณ 4-5 ถุงขายถุงละ 100  ขายได้ 400-500 กำไร 100-200 บาท


5. กระเป๋าแฮนด์เมด
 
ภาพจาก goo.gl/images/Ww18ED

เป็นอีกหนึ่งงาน DIY ที่ใช้ไอเดียของผู้ผลิตเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่สามารถจำหน่ายได้ในแหล่งท่องเที่ยวหรือขายตามอินเทอร์เนต หากพัฒนาฝีมือให้ดีอาจทำเป็นแบรนด์ของตัวเองได้ด้วย

งานแฮนด์เมดที่ถือว่าเป็นแฟชั่นได้ด้วย กลุ่มลูกค้าเน้นที่คุณผู้หญิงเป็นสำคัญ จะขายได้ราคาดีแค่ไหนสำคัญที่การดีไซน์ วัสดุที่นำมาใช้ ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากเศษผ้า หรือบางทีก็นำเอาวัสดุจากธรรมชาติอย่างผักตบชวามาสานทำเป็นกระเป๋า

อย่างไรก็ดีในโลกออนไลน์มีคนที่จับเอาธุรกิจมาทำเป็นจริงเป็นจัง ถึงขั้นที่ส่งขายไปต่างประเทศสร้างรายได้ปีละหลายล้านบาท แต่สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นก็ลองฝึกฝีมือการเย็บกระเป๋า ให้ประณีตให้มีความแปลกใหม่ ราคาขายอาจตั้งได้ตั้งแต่หลัก 100 หลักพันขึ้นอยู่กับฝีมือเรา
 
ต้นทุน-กำไร : ขึ้นอยู่กับใช้วัสดุอะไรในการทำหากใช้วัสดุเหลือใช้หรือวัสดุในธรรมชาติที่หาได้เอง ต้นทุนกระเป๋าก็ไม่แพงเฉลี่ยใบละ 40-50 บาท ขายใบละ 100 บาท ก็มีกำไรใบละ 40-50 บาท


6.โคมไฟจากวัสดุเหลือใช้

ภาพจาก goo.gl/images/dFXFjp

คือการเปลี่ยนของเหลือให้มาเป็นรายได้ ไม่จำเพาะเจาะจงว่ามีรูปแบบใดตายตัว ใช้ไอเดียเป็นตัวสำคัญยิ่งงานมีความแปลกใหม่ก็ยิ่งขายได้ราคามากขึ้น

อย่าดูถูกของเหลือใช้ว่าไม่มีคุณค่าหลายคนรวยเป็นเศรษฐีก็เพราะรู้จักเอาของเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นสินค้าใหม่ๆ วางขายได้ราคาดี โดยเฉพาะการผลิตโคมไฟที่ดูจะได้รับความนิยมมาก มีวัสดุเหลือใช้ที่เอามาประดิษฐ์ได้ เช่น ขวดน้ำอัดลม, กะลามะพร้าว

ยกตัวอย่างโคมไฟที่ผลิตจากขวดน้ำอัดลม ที่มีอุปกรณ์หลักๆคือ ขวดน้ำอัดลม ขนาด 2 ลิตร, หัวแร้ง, สีเพ้นท์แก้ว, มีด, ปากกาเคมี, แม่พิมพ์, ทินเนอร์  
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนโดยรวมต่อชิ้นประมาณ 150 บาท แต่ตั้งราคาขายได้ตั้งแต่ 250-300 บาทขึ้นอยู่กับฝีมือ มีกำไรขั้นต่อ 100 บาท/ชิ้น ซึ่งถือว่าน่าสนใจมาก


7.ขนมเค้ก เบเกอรี่
 
ภาพจาก goo.gl/images/VJjdzW

เป็นสายของหวานที่ต้องเรียกว่าเป็นงานแฮนด์เมดเพราะต้องใช้ฝีมือในการทำพอสมควร ผู้ที่คิดจะทำเบเกอรี่เป็นรายได้เสริมต้องฝึกฝนให้ชำนาญยิ่งมีสูตรเด็ดเคล็ดลับเป็นของตัวเองได้ยิ่งดี

หากเราเป็นคนชอบการทำขนมไม่ว่าจะเป็น เค้ก คุ้กกี้ เบเกอรี่ต่างๆ สามารถเอาความถนัดด้านนี้มาเปลี่ยนเป็นเงินได้ ซึ่งเราสามารถทำขนมนอกจากขายหน้าบ้าน ยังสามารถเปิดตัวตามงานอีเว้นท์ หรือขายออนไลน์

เทคนิคคืออย่าลืมทำแพคเกจ และมีแบรนด์ของตัวเองให้คนจดจำได้ และถ้าหัวการค้ามีไอเดียในการทำขนมจะพลิกแพลงให้ขนมดูแปลกตาหรือทำขนมตามเทศกาลอย่างปีใหม่ วาเลนไทน์ จะช่วยทำให้คนสนใจขนมฝีมือเราได้มาก ราคาขายนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราทำขนมอะไร แบบไหน แต่รับรองได้ว่าเป็นงานที่ทำอยู่กับบ้านแล้วมีลูกค้าวิ่งเข้าหาเราแน่นอน
 
ต้นทุน-กำไร : ราคาทุนเค้กค่อนข้างสูงจากวัตถุดิบที่ต้องใช้ประกอบกันหลายอย่างโดยเฉลี่ยประมาณ 50-60 บาท ต่อปอนด์ทั้งนี้ก็ไม่ได้ตายตัวและขึ้นอยู่กับชนิดของเค้กด้วย ซึ่งกำไรเฉลี่ยต่อปอนด์ประมาณ 70-80 บาท ซึ่งเป็นการคำนวณโดยประมาณเท่านั้น
 

8.ตุ๊กตาดินปั้น
 
ภาพจาก goo.gl/images/YpzA9r

ปัจจุบันมีเปิดสอนทำตุ๊กตาดินปั้นจากดินน้ำมันญี่ปุ่น แม้จะดูว่าเป็นสินค้าขนาดเล็กแต่หากร้อยเรียงตุ๊กตาเหล่านี้ให้เป็นเรื่องราวจัดวางได้อย่างเหมาะสมนอกจากขายคนไทยได้แล้วยังขายชาวต่างชาติได้ด้วย

ตุ๊กตาดินปั้นที่เป็นสินค้าขายดีมี 4 กลุ่มใหญ่คือ ปั้นเป็นตัวอักษรภาษาไทย-อังกฤษ, งานปั้นที่เป็นตัวการ์ตูนชื่อดังต่างๆ, งานปั้นตุ๊กตาหน้าเหมือ , งานปั้นที่เป็นโมเดลจำลองต่างๆ ซึ่งนอกจากจะได้ลูกค้าจากคนทั่วไปที่เห็นสินค้า เรายังสามารถขายงานแฮนด์เมดลักษณะนี้ให้กับงานมงคลเพื่อเป็นของชำร่วยต่างๆ ราคาขายนั้นขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการปั้น เริ่มตั้งแต่ตัวละ 5-500 บาท หรืออาจขายได้แพงกว่านั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้า โดยช่องทางออนไลน์คือตลาดที่สำคัญในการเปิดตัวให้คนรู้จักเราได้ง่ายที่สุด
 
ต้นทุน-กำไร : ยกตัวอย่างดินปั้นที่ทำเป็นเคสโทรศัพท์ต้นทุนประมาณ 150-200 บาท สามารถขายได้ตั้งแต่ 300-400 บาท กำไรประมาณ 150-200 บาท


9.พวงกุญแจแฮนด์เมด
 
ภาพจาก goo.gl/images/v92ruF

สามารถทำขายเป็นของที่ระลึก หรือรับทำตามออร์เดอร์จากลูกค้าที่สนใจ การเพิ่มมูลค่าได้มากน้อยไหนก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้และไอเดียที่ผสมผสานลงไป

ราคาของพวงกุญแจแฮนด์เมดขึ้นอยู่กับไอเดียและวัสดุที่นำมาใช้ วัสดุที่ใช้ได้มีตั้งแต่ไม้, ผ้า, ของเหลือใช้ต่างๆ หรือแม้แต่ไหมพรม กับลูกปัดก็ยังเอามาทำเป็นพวงกุญแจสวยๆได้ การจะขายได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าฝีมือในการทำของเราสวยงามและน่าสนใจแค่ไหน

เทคนิคการตลาดก็เป็นสิ่งสำคัญเราอาจรับทำตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าต้องการหรือจะทำเป็นพวงกุญแจแบบตามกระแสหรือเทศกาลก็ล้วนแต่น่าสนใจ ที่สำคัญสร้างรายได้ที่ดีให้กับเราแบบที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายด้วย
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ถ้าเป็นของเหลือใช้ต้นทุนก็จะประมาณ 10-20 บาท แต่สามารถขายได้ตั้งแต่ 30-40 บาท กำไรต่อชิ้นขั้นต่ำก็ประมาณ 10-20 บาท
 

10.ดอกไม้ประดิษฐ์จากหลอดกาแฟ
 
ภาพจาก goo.gl/images/bbNLdH

ใครที่คิดจะทำดอกไม้ประดิษฐ์จากหลอดกาแฟก็ต้องมีการฝึกฝนให้ชำนาญแม้ดูเหมือนง่ายแต่ความจริงแล้วมีขั้นตอนปลีกย่อยให้ศึกษาจำนวนมาก หากทำจนชำนาญสามารถขายได้ในตลาดออนไลน์และร้านขายของที่ระลึก

การทำดอกไม้ประดิษฐ์มีวัสดุที่เลือกใช้ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหลอดกาแฟ ผ้าใยบัว หรือแม้แต่พลาสติกก็นำมาทำเป็นดอกไม้ได้ ส่วนใหญ่ดอกไม้ประดิษฐ์เหล่านี้จะใช้ในการตกแต่งบ้านหรือมอบเป็นของขวัญให้กันในเทศกาลสำคัญต่างๆ รวมถึงเป็นของขวัญสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ ต้อนรับปีใหม่ ฯลฯ ต้นทุนของดอกไม้ประดิษฐ์ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้บวกกับฝีมือในการทำ ราคาขายมีตั้งแต่ 100 ไปจนถึงหลัก 1,000 ขึ้นอยู่กับความยากง่ายเป็นสำคัญ
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้ โดยเฉลี่ยดอกไม้จะมีต้นทุนอยู่ประมาณ 30-40 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำและความประณีต ราคาขายก็ตามผลงานตั้งแต่ 100-300 บาท กำไรค่อนข้างดีประมาณ 100-200 บาท
 

11.ภาพวาดศิลปะ
 
ภาพจาก goo.gl/images/XLi5yv

จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ในงานด้านนี้อยู่พอสมควร คนที่มีหัวศิลปะจะได้เปรียบเพราะสามารถเปลี่ยนความสามารถตัวเองเป็นเงินได้ทั้งการวาดภาพเหมือน ภาพวิว  ซึ่งอาจทำให้เรามีชื่อเสียงในด้านนี้ด้วย

สำหรับใครที่มีพรสวรรค์ด้านการวาดภาพ งานปั้น แกะสลัก สามารถงัดเอามาใช้แบบไร้ต้นทุนที่เป็นเงินแต่สามารถใส่ราคาไอเดียลงไปในชิ้นงาน สร้างราคาให้สูงขึ้นได้ เราสามารถเลือกวาดภาพวิวทิวทัศน์ ภาพเหมือน หรือจะทำงานปั้น งานแกะสลัก

ซึ่งช่องทางการขายก็มีทั้งแบบเอาไปวางขายตามตลาดหรือจะขายผ่านอินเทอร์เนตก็ไม่ใช่เรื่องยาก และหากฝีมือดีจริงเราอาจได้ออร์เดอร์จากโรงแรม หรือชาวต่างชาติที่มักชอบเก็บสะสมหรือเอาไปประดับตกแต่งบ้านตัวเองให้สวยงาม
 
ต้นทุน-กำไร : ขึ้นอยู่กับว่าเราทำงานศิลปะประเภทไหน หากเป็นงานวาดภาพต้นทุนก็คือสีโปสเตอร์ กระดาษ  พู่กัน  ดินสอ  โดยรวมๆแล้วไม่น่าจะเกิน 10 บาท/ชิ้น (ซื้อมาทีเดียวแต่ใช้ได้หลายครั้ง)  ซึ่งราคาขายแน่นอนว่าแล้วแต่ฝีมือขั้นต่ำก็ประมาณ 100 บาทขึ้นไปกำไรเรียกว่าเกิน 100% 


12.คัพเค้กผ้าขนหนู

ภาพจาก goo.gl/images/HC2dTS

คือการดัดแปลงเอาผ้าขนหนูจากราคาไม่กี่บาทให้กลายมาเป็นสินค้าน่ารักๆที่นอกจากใช้ตกแต่งบ้านยังใช้เป็นของชำร่วยหรือของที่ระลึกได้อีกด้วย

สินค้าแฮนด์เมดที่เหมาะแก่การให้ของขวัญเนื่องในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยนำผ้าขนหนูที่มีสีสันสวยงาม และอุปกรณ์ถ้วยคัพเค้ก พร้อมท็อปปิ้งน่ารักๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างชิ้นงานที่สวยงามแถมยังเป็นสินค้าที่ดูดี มีราคา มีคนสนใจต้องการสินค้าจำนวนมาก ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การทำตลาดของเราเป็นสำคัญด้วย
 
ต้นทุน-กำไร : ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำแบบขายส่งหรือขายเป็นสินต้าชิ้นเดียวต้นทุนก็จะต่างกัน หากเป็นสินค้าชิ้นเดียวต้นทุนคือค่าผ้าขนหนู (สวยงาม) ถ้วยคัพเค้ก และอุปกรณ์ตกแต่ง ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 40-50 บาท แต่จะขายได้ชิ้นละไม่ต่ำกว่า 100 บาท กำไรประมาณ 50 บาท 


13.นาฬิกาจากวัสดุเหลือใช้
 
ภาพจาก goo.gl/images/JF9S2S

เป็นการเอาของใช้ที่เหลือรอบตัวมาดัดแปลงเพิ่มมูลค่า ต้นทุนสำคัญอยู่ที่ชุดนาฬิกาซึ่งมีราคาไม่แพงแต่คนส่วนใหญ่นิยมซื้อนาฬิกาแบบแฮนด์เมดเพราะดูมีเสน่ห์น่าสนใจกว่านาฬิกาธรรมดาทั่วไป 

การเปลี่ยนองเหลือใช้มาเป็นสินค้าทำให้ประหยัดต้นทุนได้มาก โดยเฉพาะคนที่สนใจทำนาฬิกาจากวัสดุเหลือใช้ แค่มองหาสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วจากรอบบ้าน บวกกับไอเดียของเราก็ทำชิ้นงานดีๆ ออกมาวางขายหรือจะขายทางอินเทอร์เนตก็ยังได้ ที่เห็นกันส่วนใหญ่จะเป็นนาฬิกาจากแผ่นซีดี นาฬิกาจากแผ่นไม้ นาฬิกาจากขวดพลาสติก เป็นต้น
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนหลักมาจากชุดประกอบนาฬิกาที่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปชุดละประมาณ 30-40 บาท รวมกับวัสดุตกแต่งต่างๆต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 50 บาท ตั้งราคาขายได้ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป กำไรเฉลี่ยประมาณ 50 บาท/ชิ้น
 

14.จานรองแก้วจากเชือก
 
ภาพจาก goo.gl/images/FcGcM3

ดูเป็นงานง่ายๆ หลายคนมองข้ามว่าไม่สร้างรายได้แต่สำหรับคนที่มีทำเลดีๆ อยู่ในย่านออฟฟิศ สินค้านี้จะขายดีเพราะเป็นที่ต้องการของคนทำงานทั้งหลายเอาไปตั้งไว้ในที่ทำงานก็สวยไปอีกแบบ

ไอเดียดีๆที่สามารถ สร้างรายได้พิเศษ เพียงแค่มีไอเดียในการจัดวางสี โดยสามารถใช้เชือกเกลียวหนา ๆ ที่มีสีสันสดใส หรือ เชือกไหมพรมเส้นใหญ่ มาดัดแปลงทำเป็นที่รองแก้วได้ แต่หากใช้เชือกไหมพรมเส้นใหญ่ แนะนำให้พ่นเคลือบเงาเพื่อกันชื้น ส่วนช่องทางการขายก็แนะนำขายออนไลน์ ฝากขาย หรือ แหล่งรับซื้อของชำร่วย ต่างๆ
 
ต้นทุน-กำไร : หากใช้ด้ายไหมพรมเส้นใหญ่ขายเป็นม้วน (ก้อน) ละประมาณ 60 บาท หรือหากซื้อเป็นชุดเซตที่มีหลายสีอาจจะประมาณ 200-250 บาท สามารถทำจานรองแก้วได้หลานชิ้นต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้นจึงประมาณ 10-15 บาท ขายในราคาประมาณ 25-30 บาท กำไรต่อชิ้นประมาณ 10-20 บาท สบายๆ 


15.เพ้นท์กระถางต้นไม้
 
ภาพจาก goo.gl/images/ACHT9v

งานศิลปะอีกแขนงที่เปลี่ยนกระถางธรรมดาๆให้ดูมีราคามากขึ้น ส่วนใหญ่จะขายได้ดีกับคนที่ชอบจัดและตกแต่งบ้าน ส่วนราคาขายจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความสวยงามเป็นสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นเพ้นท์กระถางต้นไม้ เพนท์ถังสังกะสี ซึ่งเป็นงานที่ทำไม่ยาก ใช้เวลาฝึกฝนไม่นานก็สามารถทำได้ สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องศิลปะก็สามารถฝึกทำได้ โดยเริ่มจากการหาแบบมาวาดตาม เช่น วาดดอกไม้ การ์ตูน ต้นไม้ สัตว์ต่าง ๆ หรือใช้วิธีลอกลายแล้ววาดตามก็ได้ ขอแค่มีใจรัก ไม่ย่อท้อง่าย ๆ รายได้ก็จะเข้ามา
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนกระถางเปล่าขึ้นอยู่กับชนิดเริ่มต้นตั้งแต่ 60-500 สำหรับเพ้นท์ซื้อในราคาประมาณ 60 บาทกำลังดี มาเพ้นท์ลายขายอัพราคาได้ตั้งแต่ 200-300 บาท กำไรต่อชิ้นมากกว่า 150 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือเป็นสำคัญด้วย
 

16.กรอบรูปแฮนด์เมด
 
ภาพจาก goo.gl/images/t3n6H2

เสน่ห์ของกรอบรูปแฮนด์เมดคืองานที่ทำจากความรู้สึก ให้ความประทับใจแก่ผู้รับ แตกต่างจากกรอบรูปวิทยาศาสตร์หรือกรอบไม้ธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป 

กรอบรูปแฮนด์เมดมีหลากหลายรูปแบบ เช่น กรอบรูปจากไม้ กรอบรูปจากกระดาษ กรอบรูปพลาสติก เป็นต้น ซึ่งวิธีการทำไม่ใช่เรื่องยาก เรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ หรือค้นหาจาก Google ได้เลย ส่วนราคาขายค่อนข้างสูง อย่างต่ำ 40 บาท ถึง หลักพันบาทเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับไอเดียของแต่ละคนด้วย ส่วนต้นทุนใช้ไม่มากแค่หลักร้อยก็เอาอยู่
 
ต้นทุน-กำไร : ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกมาใช้ซึ่งถ้าใช้จากของที่เหลือใช้ต้นทุนก็จะไม่บานปลาย รวมกับวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ แล้วน่าจะประมาณ 10-20 บาท ถ้าเป็นกรอบรูปง่ายๆ แต่หากเป็นกรอบรูปที่ประณีตต้นทุนก็จะประมาณ 100 บาทสามารถขายได้ตั้งแต่ 150-200 กำไรขันต่ำประมาณ 50 บาท


17.แต่งเคสโทรศัพท์มือถือ

ภาพจาก goo.gl/images/JrgHB6

ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนยุคนี้ การแต่งเคสมือถือก็เป็นอีกงานแฮนด์เมดที่สร้างรายได้อย่างดีโดยเฉพาะในอินเทอร์เนตเราจะเห็นคนสนใจสั่งซื้อกันเยอะมาก ขึ้นอยู่กับความสวยงามในการทำของแต่ละคนด้วย

ยุคนี้โทรศัพท์เป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ที่ขาดไม่ได้ เป็นโอกาสที่เราจะทำงานแฮนด์เมดอย่างการตกแต่งเคสมือถือรุ่นต่างๆ แล้วจำหน่าย ซึ่งมีเคสเปล่าที่ให้เราเลือกซื้อมาแต่งเป็นลายการ์ตูน ลายสัตว์น่ารัก  ลายกราฟฟิค รวมถึงการใช้กากเพชร ผสมสีทำเป็นสีสันต่างๆ ราคาจะขายได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับฝีมือในการทำเป็นสำคัญ

ต้นทุน-กำไร : ราคาเคสเปล่าในท้องตลาดมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อ เฉลี่ยต้นทุนอันละประมาณ 15-20 บาท รวมกับค่าวัสดุที่นำมาตกแต่งก็จะมีต้นทุนรวมเฉลี่ย 25-30 บาท ตั้งราคาขายได้ตั้งแต่ 50-100 บาท กำไรก็ประมาณ 50-80 บาท/ชิ้น
 

18.กำไลข้อมือแฮนด์เมด
 
ภาพจาก goo.gl/images/mDXnDy

เป็นสินค้าแฟชั่นที่ทำให้คนสวมใส่รู้สึกมีเสน่ห์มากขึ้น คุณค่าของกำไลแฮนด์เมดคือความแปลกใหม่ที่แตกต่างจากกำไลธรรมดาทั่วไป  ยิ่งใส่ไอเดียเข้าไปยิ่งขายดีมากขึ้น

ถือเป็นสินค้าแฟชั่นที่ขายได้ง่ายขอเพียงมีไอเดียเก๋ทำออกมาแล้วสวยถูกใจคนซื้อโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นวัยเรียน อุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกปัดทั้งขนาดเล็กหรือใหญ่รวมถึงอุปกรณ์ทั่วไปที่หาซื้อได้ตามตลาด เป็นงานแฮนด์เมดที่ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าต้องทำแบบไหน อย่างไร แต่ทำแล้วให้คนซื้อรู้สึกชอบใจก็ขายได้ราคาแน่นอน
 
ต้นทุน-กำไร : ยกตัวอย่างราคาลูกปัดคละสีรูใหญ่ จำนวน 50 อันราคา 130 บาท ต้นทุนกำไลข้อมือต่อเส้นประมาณ 20 บาท แต่ขายได้ตั้งแต่ 30-40 บาท กำไรก็ถือว่าดีพอตัวทีเดียว


19.ตุ๊กตาถักไหมพรม
 
ภาพจาก goo.gl/images/NHmbwF

จำเป็นที่ต้องมีทักษะด้านนี้พอสมควร ใครที่คิดจะถักตุ๊กตาไหมพรมจำต้องฝึกฝนมากสักหน่อยกว่าจะได้ตุ๊กตาสวยๆ สักตัว แต่ก็คุ้มค่าสามารถขายได้ในราคาที่สูงพอสมควร

การถักตุ๊กตาไหมพรมอาจต้องมีทักษะและมีความละเอียดอ่อนในการทำพอสมควร ซึ่งก็มีหลายเว็บไซต์ที่สอนการถักไหมพรมในรูปแบบต่างๆ  ถือเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ประสบการณ์ผสมสานกับไอเดียในการผลิตสินค้าที่สามารถส่งมอบให้แก่คนรัก ญาติสนิท หรือใช้เป็นของขวัญในเทศกาลงานต่างๆได้ด้วย
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนหลักคือไหมพรมและสำลีหรือผ้านิ่มสำหรับยัดเข้าไปในตัวตุ๊กตา ไหมพรมสำหรับถักม้วนละประมาณ 90 บาทส่วนใหญ่มักใช้หลายสีคละกัน ซื้อมาทีเดียวก็ใช้งานได้หลายครั้ง ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 30-40 ขึ้นอยู่กับชนิดงานและขนาดของงานที่ถัก ราคาขายตั้งแต่ 100-200 บาท กำไรประมาณ 80-100 บาท ขึ้นอยู่กับฝีมือเป็นสำคัญ
 

20.สมุดทำมือ
 
ภาพจาก goo.gl/images/aSnVGi

ตามถนนคนเดินเราจะเห็นสมุดทำมือที่เกิดจากไอเดียอันบรรเจิด ซึ่งเราสามารถฝึกทำในแบบฉบับของตัวเราเองได้ ไม่มีคำว่าผิดถูก ส่วนจะสวยถูกใจใครแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล

เป็นงานDIYที่ต้นทุนส่วนใหญ่คืออุปกรณ์ที่เอามาตกแต่ง สำหรับตัวสมุดสามารถใช้ของเก่าที่เหลืออยู่เอามาดัดแปลงให้เป็นสมุดทำมือได้ ราคาขายจะอยู่ที่ความสวยงามของชิ้นงาน ซึ่งไอเดียนั้นเป็นสิ่งสำคัญ สามารถใช้เป็นของขวัญ แก่คนรู้จักตามเทศกาลต่างๆ ได้อย่างดี
 
ต้นทุน-กำไร : ต้นทุนหลักมาจากวัสดุที่ใช้ตกแต่งซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเลือกใช้อะไรไม่ว่าจะเป็นริบบิ้น กาวสี ลูกปัด ฯลฯ ซึ่งต้นทุนต่อเล่มไม่น่าจะเกิน 15 บาท แต่ถ้าทำออกมาสวยดูดีสามารถขายเล่มละ 20-30 บาทกำไร 5-10 บาท

ในความเป็นจริงงานแฮนด์เมดยังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพเหมือน งานเครื่องปั้นดินเผา งานเพ้นท์ต่างๆ รวมไปถึงงานแกะสลักต่างๆ ส่วนจะให้ตีความว่างานไหนที่รายได้ดีก็คงจะพูดยากเอาเป็นว่าเรามีความถนัดด้านไหนให้ขยายความสามารถด้านนั้นออกมาเป็นงานฝีมือที่คนสนใจจะตัดสินเราที่ความปราณีตในการทำ ยิ่งสวยราคายิ่งแพง ยิ่งใส่ไอเดียราคายิ่งสูง

พร้อมกันนี้ผู้ที่สนใจต้องการสูตรอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เอาไว้เริ่มต้นลงทุนหรือต่อยอดการทำธุรกิจที่มีอยู่เดิมสามารถเข้าไปติดตามทางไลน์ด้านล่าง

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise 

 

SMEs Tips
  1. เทียนหอม
  2. สบู่แฮนด์เมด
  3. สวนในขวดแก้ว
  4. ผลไม้แปรรูป
  5. กระเป๋าแฮนด์เมด
  6. โคมไฟจากวัสดุเหลือใช้
  7. ขนมเค้ก เบเกอรี่ 
  8. ตุ๊กตาดินปั้น
  9. พวงกุญแจแฮนด์เมด
  10. ดอกไม้ประดิษฐ์จากหลอดกาแฟ
  11. ภาพวาดศิลปะ
  12. คัพเค้กผ้าขนหนู
  13. นาฬิกาจากวัสดุเหลือใช้
  14. จานรองแก้วจากเชือก
  15. เพ้นท์กระถางต้นไม้
  16. กรอบรูปแฮนด์เมด
  17. แต่งเคสโทรศัพท์มือถือ
  18. กำไลข้อมือแฮนด์เมด
  19. ตุ๊กตาถักไหมพรม
  20. สมุดทำมือ

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S
 
ร้อนแบบนี้ต้องนึกถึงอะไรเย็นๆ สินค้าพวกเครื่องดื่มหรือไอศกรีมในเมืองไทยจึงขายดีตลอดปี สำคัญคือรสชาติและการตลาด แม้คู่แข่งจะเยอะแต่ถ้าเรามีการบริหารจัดการ พลิกแพลงดัดแปลงสูตร ก็จะช่วยให้ลูกค้าสนใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะไอศกรีมที่สามารถผสมวัตถุดิบต่างๆ กลายเป็นเมนูใหม่ๆ ที่น่าสนใจ..
47months ago   3,344  7 นาที
สมูทตี้ หลายคนอาจสงสัยว่าต่างจากน้ำปั่นอย่างไรเพราะทั้งสองอย่างนี้ใช้อุปกรณ์ในการทำที่เรียกว่าเครื่องปั่นเหมือนกัน สำหรับการทำสมูทตี้เราต้องใช้ปุ่มระดับความเร็วที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากจะต้องปั่นส่วนผสมทุกชนิดให้ละเอียดจนเนื้อนุ่มเนียน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความอร่อย เช่น นม โยเ..
47months ago   7,751  7 นาที