บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    กฎหมายและข้อบังคับ    การจดทะเบียนแฟรนไชส์ เครื่องหมายการค้า
1.9K
3 นาที
27 เมษายน 2560
เครื่องหมายการค้า/บริการกับการทำธุรกิจแฟรนไชส์

 
ปัจจุบันการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เป็นที่สนใจมากในหมู่ประชาชน เพราะเป็นทางลัดในการประกอบธุรกิจ โดยผู้เป็นเจ้าของธุรกิจก็ประสงค์จะขยายธุรกิจของตนออกไป ซึ่งหมายถึงได้รับเงินค่าตอบแทนมากขึ้น ส่วนผู้เข้าร่วมประกอบธุรกิจก็คาดหวัง ส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าของธุรกิจ และผลกำไรที่ควรได้รับกลับคืนมาในการเข้าร่วมธุรกิจดังกล่าว 
 
สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ก็คือ สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเมื่อให้สัญญาแฟรนไชส์แก่ผู้ใดแล้ว สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าหรือ เครื่องหมายบริการของเจ้าของที่จะต้องใช้ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจของผู้ซื้อแฟรนไชส์ด้วย พร้อมกับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีหรือ มาตรฐานที่ดีของการให้บริการที่จะต้องควบคู่ไปพร้อมกับ การดำเนินธุรกิจดังกล่าวนั้นด้วย
 
 
ดังนั้น ในการทำสัญญาแฟรนไชส์นั้น ส่วนหนึ่งของสัญญาจะต้องระบุกำหนดให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะต้องใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการของเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ควบคู่ไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจเสมอ 
 
เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เองก็คงไม่ประสงค์จะให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์นำเอาเครื่องหมายการค้าของคนอื่นมาใช้ควบคู่ไปพร้อมกับเครื่องหมายการค้า/บริการของตนเองอย่างแน่นอน และเพื่อป้องกันมิให้บุคคลอื่นลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า/ บริการ เจ้าของธุรกิจจะต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการไว้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา 
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะพาคุณไปดูว่า หากการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ทำไมต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและบริการด้วย และเครื่องหมายการค้า/บริการมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์อย่างไร 
 
ความสำคัญของเครื่องหมายการค้า/บริการ 

 
เครื่องหมายการค้า/บริการ เป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของทุกๆ ธุรกิจ และเป็นสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่ามีค่าสูงสุดในบรรดาทรัพย์สินต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จ 
 
ทั้งนี้ก็เพราะเครื่องหมายการค้าเป็นเสมือนตัวแทน ของธุรกิจต่อสายตาของผู้บริโภค เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความมีคุณภาพ มาตรฐาน หรือความแตกต่างใดๆ ของสินค้าหรือบริการของแต่ละธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ก็เช่นกัน 
 
เนื่องจากเครื่องหมายการค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ควบคู่ไปกับการให้สิทธิ์ ดังนั้นเมื่อธุรกิจของแฟรนไชส์ได้ผ่านการดำเนินการมา ระยะเวลาหนึ่งตรา หรือเครื่องหมายทางการค้า/บริการของแฟรนไชส์ย่อมเป็นที่คุ้นเคยและยอมรับใน ระดับหนึ่งของผู้บริโภคซึ่งแฟรนไชส์ซี (บุคคลซึ่งได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายและดำเนินธุรกิจ) 
 
ย่อมได้รับประโยชน์จากเครื่องหมายการค้าและบริการที่ได้รับการยอมรับในตลาดแล้วไปด้วย ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจของแฟรนไชส์ซี เป็นไปได้รวดเร็วกว่า เพราะไม่ต้องสร้างเครื่องหมายการค้าใหม่มาทำตลาดในพื้นที่ดังกล่าว
 
ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 มาตรา 68 บัญญัติว่า “เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนจะทำสัญญา อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ 
 
สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน และการขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดไว้ในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการ ดังต่อไปนี้
 
 
1.เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับ อนุญาตที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็น ผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง
 
2.สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น กฎกระทรวง (พ.ศ.2535) ข้อ 45 กำหนดไว้ว่า การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ยื่นคำขอพร้อมแนบสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ซึ่งมีลายมือชื่อของเจ้าของเครื่องหมายการค้า และผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตและหนังสือสำคัญ คำขอตามวรรคหนึ่ง 
 
นอกจากจะต้องแสดงรายการตามมาตรา 68 วรรคสาม (1) และ (2) แล้ว ให้ แสดงด้วยว่า ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นแต่ผู้เดียว หรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าอาจอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกได้
 
3.เมื่อถึงตอนนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าเจ้าของธุรกิจและผู้เข้าร่วมธุรกิจ มีภาระหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง ก็คือ การนำสัญญาแฟรนไชส์หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย การค้าดังกล่าวที่ได้ทำขึ้นมานั้น ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลของการไม่จดทะเบียนกฎหมายถือว่าเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาตามกฎหมายแต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า สัญญาแฟรนไชส์ทุกฉบับจะต้องนำมาจดทะเบียน เช่น
 
4.ถ้าเป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ ที่เจ้าของธุรกิจไม่ได้จดทะเบียนไว้ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ไม่ต้องจดทะเบียนสัญญาแฟรนไชส์หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า/บริการนั้น เพราะไม่มีทะเบียนจะให้จดได้
 
5.ถ้าผู้เข้าร่วมธุรกิจจะต้องนำสินค้ามาจากเจ้าของโดยตรงมาจำหน่าย ก็ไม่เข้าเงื่อนไขในการควบคุมคุณภาพของสินค้า เพราะเจ้าของธุรกิจเป็นผู้ควบคุมคุณภาพสินค้าอยู่แล้ว มีลักษณะเหมือนตัวแทนจำหน่ายสินค้า
 
6.ถ้าเจ้าของธุรกิจเข้าไปควบคุมธุรกิจโดยตรง ผู้เข้าร่วมธุรกิจไม่มีสิทธิดำเนินการด้วยตนเอง ผลตอบแทนที่ได้รับต้องส่งคืนให้เจ้าของธุรกิจ ไม่ต้องจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า/บริการ เพราะมีลักษณะเป็นสำนักงานสาขาของเจ้าของธุรกิจ 
 
การที่จะพิจารณาว่า สัญญาแฟรนไชส์อย่างใดที่จะต้องนำมาจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า/บริการ ให้พิจารณาดังนี้
 
 
1.พิจารณาว่า ผู้เข้าร่วมธุรกิจนั้น มีสิทธิผลิตสินค้าหรือนำสินค้าจากที่อื่นที่มีคุณภาพเท่าเทียม หรือมีคุณภาพตรงตามที่เจ้าของธุรกิจรับรองไว้ มาดำเนินธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้าของเจ้าของธุรกิจ 
 
2.พิจารณาว่า ผู้เข้าร่วมธุรกิจนั้น ดำเนินธุรกิจบริการด้วยตนเองโดยอยู่ภายใต้การให้คำแนะนำ หรือมาตรฐานที่เจ้าของธุรกิจเป็นผู้กำหนดขึ้นภายใต้เครื่องหมาย บริการของเจ้าของธุรกิจ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เจ้าของธุรกิจที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือบริการนั้น มีอำนาจเข้าไปในธุรกิจของผู้เข้าร่วมเพียงเพื่อการควบคุมคุณภาพสินค้าของผู้รับอนุญาตหรือควบคุมดูแลการให้บริการของผู้เข้าร่วมธุรกิจ เพื่อให้สินค้าหรือการบริการนั้น มีคุณภาพที่ดี ได้มาตรฐานตามที่เจ้าของธุรกิจกำหนดไว้ เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ผู้บริโภคว่า 
 
ผู้บริโภคจะได้บริโภคสินค้าหรือรับบริการที่มีคุณภาพ และมาตรฐานที่ดีเหมือนกับเจ้าของธุรกิจเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่การที่จะเข้าไปควบคุมคุณภาพของสินค้า หรือการบริการของผู้เข้าร่วมธุรกิจนั้น 
 
บางครั้งอาจจะไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการนั้น ทำให้คุณภาพของสินค้า หรือมาตรฐานของการให้บริการนั้น ไม่เป็นไปตามที่เจ้าของธุรกิจกำหนดไว้ 
 
ซึ่งกฎหมายเครื่องหมายการค้า ก็ได้กำหนดมาตรการในการที่จะให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจ มีสิทธิที่จะกำหนดเงื่อนไข หรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้า และผู้ได้รับอนุญาต โดยให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้า หรือการบริการของผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง
 
ดังนั้น ในสัญญาที่ทำขึ้นนั้นแม้จะมีเงื่อนไข หรือข้อกำหนดที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือเจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมคุณภาพสินค้า หรือการบริการของผู้รับอนุญาตแล้วเท่านั้นยังไม่เพียงพอ 
 
 
ในสัญญาจะต้องกำหนดไว้ด้วยว่า ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมธุรกิจหรือผู้รับอนุญาต ฯ ผิดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการควบคุม คุณภาพของสินค้าหรือการบริการแล้ว เจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้า มีสิทธิที่จะดำเนินการอย่างไร กับผู้เข้าร่วมธุรกิจนั้น เช่น มีหนังสือบอกกล่าวตักเตือนให้ผู้เข้าร่วมธุรกิจ แก้ไขปรับปรุงสินค้าหรือการให้บริการภายใน เวลาที่กำหนด เมื่อพ้นเวลาที่กำหนด แล้วผู้เข้าร่วมธุรกิจอาจถูกบอกเลิกสัญญาหรือชดใช้ค่าเสียหาย เป็นต้น
 
ในการทำสัญญาแฟรนไชส์นั้น คู่สัญญามักจะกำหนดค่าตอบแทนให้กันไว้ในสัญญา เช่น ผู้เข้าร่วมธุรกิจจะต้องจ่ายค่าตอบแทน หรือบางสัญญาอาจเรียกว่าค่าธรรมเนียม จะเป็นรายปีหรือรายเดือนก็แล้วแต่จะตกลงกัน ให้แก่เจ้าของธุรกิจ และมีข้อกำหนดอื่นๆ อีกมาก 
 
แต่เวลาจะจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า กลับตรงกันข้าม แทนที่จะนำสัญญาแฟรนไชส์ ที่ได้ทำกันไว้แล้วนั้นมาจดทะเบียน กลับทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าขึ้นมาใหม่อีกฉบับ เพื่อมาขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน 
 
และในสัญญา ฯ ฉบับหลังนี้ จะไม่ระบุ ถึงค่าตอบแทนที่จะได้รับกันไว้แล้ว โดยอ้างว่าเป็นความลับในทางธุรกิจอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อเปิดเผยไปแล้ว อาจทำ ให้คู่แข่งทางการค้านำไปปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งวิธีการเช่นนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดประการหนึ่งคือ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าเป็นสัญญาที่แตกต่างกับสัญญาแฟรนไชส์ 
 
ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์หลายราย มิได้นำมาจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า/บริการ ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา อนาคตข้างหน้าอาจเกิดปัญหาข้อกฎหมายที่พิพาทเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรหาทางแก้ไขด้วยการนำสัญญาอนุญาตอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า มาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายไว้ด้วย
 

ท่านใดสนใจอยากให้จดเครื่องหมายการค้า แจ้งความประสงค์ได้ที่
โทร : 02-1019187, Line : @thaifranchise