ความสำคัญของรูปแบบแฟรนไชส์
ในปัจจุบัน ธุรกิจอาหารมีการแข่งขันสูง การเลือกลงทุนในแฟรนไชส์จึงไม่ใช่เพียงแค่การ “เปิดร้าน” แต่คือการเลือก Business Model ที่มีความพร้อมและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
รูปแบบแฟรนไชส์ที่ดี จำเป็นต้องมีความชัดเจนทั้งในด้าน ขนาดพื้นที่ (Store Size), งบประมาณการลงทุน (Investment Budget) และ Operational Efficiency เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำ และควบคุมผลตอบแทน (Return on Investment) ได้ในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัทจึงได้ออกแบบรูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์ให้มีความยืดหยุ่น ครอบคลุมหลายระดับของทำเลและกำลังลงทุน เพื่อให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ และเพิ่มโอกาสความสำเร็จของผู้ประกอบการในทุกระดับ
________________________________________
รูปแบบการลงทุนแฟรนไชส์
ทางแบรนด์ได้ออกแบบขนาดร้านออกเป็น 3 รูปแบบหลัก เพื่อรองรับความหลากหลายของทำเลและพฤติกรรมผู้บริโภค ดังนี้
S Size (Standard Format)
เหมาะสำหรับทำเลที่มีความหนาแน่นปานกลาง เช่น Community Mall หรือพื้นที่เมืองที่มีข้อจำกัดด้านขนาดร้าน เน้นการบริหารพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมต้นทุนการลงทุนให้เหมาะสม
- ขนาดพื้นที่: ประมาณ 70 ตารางเมตร
- งบประมาณค่าตกแต่ง: ประมาณ 2.5 ล้านบาท
________________________________________
M Size (Growth Format)
เหมาะสำหรับทำเลศักยภาพสูง เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ที่มี Traffic หนาแน่น สามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย
- ขนาดพื้นที่: ประมาณ 120 ตารางเมตร
- งบประมาณค่าตกแต่ง: ประมาณ 3.5 ล้านบาท
________________________________________
L Size (Flagship Format)
เหมาะสำหรับทำเลระดับ Strategic Location หรือพื้นที่ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ รองรับลูกค้าจำนวนมาก และสามารถสร้าง Brand Experience ได้อย่างชัดเจน
- ขนาดพื้นที่: ประมาณ 160 ตารางเมตร
- งบประมาณค่าตกแต่ง: ประมาณ 4.8 ล้านบาท
ค่าแฟรนไชส์: 650,000 บาท
- ค่าแบรนด์: 400,000
- ค่าบริหารและระบบ P.O.S.: 80,000
- อุปกรณ์และภาชนะหน้าร้าน : 150,000
- ค่า Marketing: 20,000
- อายุสัญญา: 1 ปี
- ระยะเวลาคืนทุน: 1 ปี - 1 ปี 6 เดือน
- เงินประกัน: 100,000 บาท
- งบประมาณลงทุน: 2,500,000-4,800,000 บาท
- เงินหมุนเวียน/เดือน: 200,000-300,000 บาท