493
25 กุมภาพันธ์ 2568
สสว. MOU ป.ย.ป. ปลดล็อกกฎหมาย หนุน SME ไทยสู่เวทีโลก
 

สสว. และ ป.ย.ป. ร่วมลงนามเอ็มโอยู เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากฎหมายและมาตรการต่างๆ ให้เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ภายใต้แนวคิด “Next Level SME : ปลดล็อกกฎหมาย ลดภาระ สร้างโอกาสเพื่อเอสเอ็มอีไทย
 
น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สสว. และสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ความร่วมมือครั้งนี้
 
กำหนดแนวทางการพัฒนาไว้ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.การปลดล็อกกฎหมาย กฎหมายและระเบียบหลายฉบับที่ยังล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป หรือบางข้อกำหนดมีความซับซ้อน ความร่วมมือนี้จะช่วยทบทวนและปรับปรุงกฎหมายให้กระชับขึ้น คล่องตัวขึ้น และสอดรับกับโลกธุรกิจยุคใหม่

2.การลดภาระ เนื่องจากเอสเอ็มอีมักใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากไปกับขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ตั้งแต่การขออนุญาตจดทะเบียนธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ข้อตกลงนี้จึงมุ่งลดเงื่อนไขที่ยุ่งยาก ลดต้นทุนแฝง และเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และ 3.การสร้างโอกาส การสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
 
“อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ ได้แก่ การพัฒนากลไกช่วยเหลือ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการส่งเสริมให้ ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขยายธุรกิจ” น.ส.ปณิตา ระบุ
 
รักษาการ ผอ.สสว. เผยอีกว่า เอสเอ็มอีคือฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นกว่า 35% ของ GDP และเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของประเทศ สร้างงานกว่า 12.8 ล้านตำแหน่ง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของการจ้างงานรวมในประเทศ

ทั้งยังช่วยกระจายรายได้สู่ครัวเรือนและชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ มีความคล่องตัวและปรับตัวได้เร็วกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ และเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ แต่ที่ผ่านมากฎหมายและกฎระเบียบหลายฉบับ ยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ สสว. จึงต้องเร่งปรับปรุงและทำให้กฎหมายเหล่านี้เอื้อต่อการเติบโตของเอวเอ็มอีมากขึ้น
 
“แนวทางสำคัญที่ สสว. กำลังดำเนินการ เช่น ระบบ SME One ID จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเสนอปรับปรุงมาตรการด้านภาษีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า ภาครัฐต้องทำให้กฎหมายเป็นเครื่องมือส่งเสริมเอสเอ็มอี มิใช่อุปสรรคต่อการเติบโต ผ่านมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่เป็นรูปธรรม

เช่น ปรับปรุงกฎหมายที่ซ้ำซ้อนและเป็นอุปสรรค ลดขั้นตอนทางกฎหมายและภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจ ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจ
 
นางชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง เผยว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว จะเป็นการผลักดันเอ็มอีอย่างน้อย มีความต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อหนุนแข่งขันได้ในเวทีโลก บันทึกข้อตกลงฉบับนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายเพื่อให้เอสเอ็มอีไทยสามารถดำเนินธุรกิจได้สะดวกขึ้น ลดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ
 
“Next Level SME จึงไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ที่ภาครัฐพร้อมขับเคลื่อนเพื่อให้เอสเอ็มอีไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้กรอบกฎหมายที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ และส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

โดยประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ผ่านทางเว็บไซต์ของ สสว. ที่ https://www.sme.go.th และเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ย.ป. ที่ https://sto.go.th รวมถึงช่องทางการ สื่อสารอื่นๆ ของทั้งสองหน่วยงาน” ผอ.ป.ย.ป. กล่าวปิดท้าย
 
ที่มา : https://mgronline.com
 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
แฟรนไชส์ อู้ฟู่ ลูกชิ้..
921
แฟรนไชส์ นาเนียสเต็ก เ..
768
ThaiFranchiseCenter สื..
745
แฟรนไชส์ กุยช่ายสวรรค์..
709
Grand Opening! ลามายอน..
635
รีวิว คอร์ส Franchise ..
632
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด