700
12 ตุลาคม 2566
กระทรวงอุตฯ เคาะวงเงินกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 1,500 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อลดโลกร้อน วงเงินกู้เริ่มต้น 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก ดันเอสเอ็มอีต่อยอดธุรกิจยั่งยืน
 

กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้านโยบาย MIND ดันอุตสาหกรรมไปสู่ความยั่งยืน เคาะมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านการเงิน อนุมัติสินเชื่อลดโลกร้อน (Decarbonize Loan) สินเชื่อระยะยาว 7 ปี ดอกเบี้ยต่ำอัตราร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก กรอบวงเงิน 1,500 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมยั่งยืน ผ่านการลงทุนด้านเครื่องจักรและสิ่งปลูกสร้าง โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ
 
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://i.industry.go.th/ และยืนขอสินเชื่อได้ที่ www.thaismefund.com
 
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งขับเคลื่อนนโยบาย MIND 4 มิติ มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมคู่ชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความตั้งใจในการยกระดับการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายการดูแลสิ่งแวดล้อม

การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ตามแนวทางแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืน (BCG) และสอดรับกับการที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) และประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Carbon Neutral ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Zero Greenhouse Gas Emission ในปี 2065

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จึงได้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อลดโลกร้อน (Decarbonize Loan) เป็นสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 7 ปี วงเงินสินเชื่อเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาทสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ใน 3 ปีแรก ปีถัดไปคิดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำตามที่สถาบันการเงินทั่วไปเรียกเก็บจากลูกค้าชั้นดี หรือ MLR โดยกำหนดกรอบวงเงินสินเชื่อรวมทั้งหมด 1,500 ล้านบาท
 
นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนฯ ได้กำหนดเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะขอรับสินเชื่อ ต้องมีคุณสมบัติเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ที่ประกอบธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG กลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล หรือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Supply Chain) และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีต้องการปรับปรุงการดำเนินงานในการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงทุนด้านเครื่องจักรกล ด้านสิ่งปลูกสร้าง ด้านกระบวนการผลิต อาทิ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน หรือการปรับมาใช้พลังงานสะอาดทดแทน โดยมีเงื่อนไข

ดังนี้ ต้องเป็น (1) ธุรกิจประเภทผลิตสินค้าและบริการที่มีการจ้างงานไม่เกิน 200 คน มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาท หรือ (2) ธุรกิจประเภทค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีการจ้างงานไม่เกิน 100 คน มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยเงื่อนไปเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ กำหนด
 
สำหรับหลักประกันในการขอรับสินเชื่อ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นผู้ค้ำประกันเต็มวงเงินและมีการใช้สินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ โดยวงเงินพิจารณาเป็นไปตามราคาที่ได้รับการประเมิน ทั้งนี้ หากเป็นการขอสินเชื่อเพื่อลงทุนในเครื่องจักรกลหรือยานพาหนะ ให้จดทะเบียนเป็นหลักประกันเต็มวงเงินตามที่ได้รับอนุมัติ ในส่วนของการลงทุนด้านสิ่งปลูกสร้าง กำหนดให้มีการจัดทำประกันภัยแก่หลักทรัพย์ตลอดอายุสัญญา
 
โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ สามารถลงทะเบียนข้อมูลสถานประกอบการได้ที่ http://i.industry.go.th/ และยืนขอสินเชื่อได้ที่ www.thaismefund.com หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)
 
ที่มา : กระทรวงอุตสาหกรรม
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
แฟรนไชส์ อู้ฟู่ ลูกชิ้..
841
ThaiFranchiseCenter สื..
730
แฟรนไชส์ นาเนียสเต็ก เ..
726
แฟรนไชส์ กุยช่ายสวรรค์..
697
Grand Opening! ลามายอน..
629
รีวิว คอร์ส Franchise ..
612
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด