บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
365
3 นาที
23 มิถุนายน 2569
Meiyijia ร้านสะดวกซื้อใหญ่สุดของจีน ลูกค้า 20 ล้านคน/วัน รายได้ 2 แสนล้านบาท! 
 

ตลาดค้าปลีกจีนถ้าย้อนไปในยุคเก่า ถูกจำกัดและถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากรัฐบาล ไม่ต้องพูดถึงสีสันหรือความคึกคัก การซื้อขายเป็นไปอย่างเงียบเหงา กระทั่งจีนเริ่มมีนโยบายเปิดประเทศผนวกกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ 
 
รัฐบาลจีนเริ่มอนุญาตให้ประชาชนทำธุรกิจส่วนตัวได้ จึงเกิดร้านโชห่วยริมทาง ร้านแผงลอย รวมถึงตลาดสด เป็นก้าวแรกก่อนที่ค้าปลีกจีนจะเติบโตจนกลายเป็นมหาอำนาจของโลก
 
ทุกวันนี้สมรภูมิค้าปลีกในจีนแข่งขันกันรุนแรงมากในระดับที่เรียกว่า Red Ocean แต่จุดเด่นที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือตลาดค้าปลีกจีนแม้จะแข่งกันหนักแต่ไม่มีใครสามารถกินรวบได้ทั้งประเทศ เนื่องจากความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ ตลาดจึงถูกแบ่ง 2 กลุ่มหลักๆคือ
 
1.กลุ่มแบรนด์ญี่ปุ่น เช่น 7-Eleven, Lawson, FamilyMart ที่เน้นการยึดทำเลทองในเมืองที่คนพลุกพล่านอย่างเซี่ยงไฮ้ , ปักกิ่ง มีอัตราความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 2,000 – 3,000 คนต่อ 1 ร้านค้า ร่วมกับการใช้จุดเด่นที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากคือเมนูอาหารพร้อมทาน สร้างรายได้จากสินค้ากลุ่มนี้ให้ธุรกิจกว่า 20-30% เพราะตอบโจทย์ยุคที่คนเร่งรีบได้ดี 
 
ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล่อง , ข้าวปั้น , แซนด์วิช , สลัด ที่ถูกคิดค้นพัฒนาโดยเชฟมืออาชีพ ปรับรสชาติให้เข้ากับคนจีนในแต่ละภูมิภาค รวมถึงการใช้กลยุทธ์ตลาดร่วมมือกับกลุ่มทุนใหญ่ในแต่ละพื้นที่ ก็ยิ่งทำให้ร้านสะดวกซื้อเป็นกลุ่มค้าปลีกที่ได้รับความนิยมสูงมาก
 
2.กลุ่มแบรนด์ท้องถิ่น เช่น Meiyijia , Tianfu สามารถเติบโตจนมีจำนวนสาขามากกว่าแบรนด์จากญี่ปุ่นรวมกัน เกิดจากการเลือกสู้ในทำเลที่แบรนด์ต่างชาติมองข้าม 

ภาพจาก https://citly.me/f5PHw
 
นั่นคือ เมืองระดับรองและการทำตัวเองให้เป็นมากกว่าร้านขายของ แต่เป็น เน้นการศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนในชุมชน ขับเคลื่อนด้วยสินค้า FMCG ร่วมกับบริการชุมชน 
 
ซึ่งข้อมูลจากสมาคมการค้าและแฟรนไชส์แห่งประเทศจีน (CCFA) ระบุว่าสาขาของ Meiyijia มากกว่า 60% ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ แต่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมชานเมือง 
 
รวมถึงอยู่ในเขตชุมชนที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่นของผู้มีรายได้ปานกลาง จุดเด่นที่ทำให้ได้เปรียบทำเลในเมืองใหญ่คือ ค่าเช่าที่ถูกกว่าเฉลี่ย 50-60% จึงทำให้มีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period)ที่เร็วขึ้น แถมใข้เงินลงทุนน้อยกว่า จนสร้างสถิติขยายสาขาได้เฉลี่ย 3,000 - 4,000 สาขาต่อปี
 
และหลายคนก็อาจจะสงสัยว่าในตลาดค้าปลีกจีนตอนนี้ทำไมถึงไม่มีแบรนด์จากฝั่งยุโรปไปแข่งขัน คำตอบคือเคยมีแต่ถูกกลืนโดยกลุ่มทุนจีนไปเรียบร้อย

อย่างในปี 2019 คาร์ฟูร์ตัดสินใจขายหุ้น 80% ให้กับ Suning.com ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีคอมเมิร์ซของจีน หรือแม้แต่ Tesco ก็ยังขายกิจการทั้งหมดในจีนให้แก่กลุ่ม CR Vanguard (China Resources) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของจีนไปตั้งแต่ปี 2014
 
Meiyijia ร้านสะดวกซื้อใหญ่สุดของจีน สาขา 40,000 แห่ง
 
Meiyijia เริ่มต้นจากการเป็นเพียงร้านซูเปอร์มาเก็ตท้องถิ่น ก่อตั้งในปี 1990 โดย Ye Zhijian ถือเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกขึ้นที่เมืองหู่เหมิน ในตงกวน 
 
กระทั่งในปี 1996 สามารถขยายสาขาได้รวดเร็วเกือบ 50 แห่ง แต่ Ye Zhijian เริ่มมองเห็นข้อจำกัดของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงและหาทำเลยากขึ้น จึงเริ่มสนใจโมเดล "ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store)" ขนาดเล็กที่เข้าถึงชุมชนได้ง่ายกว่า
 
ในปี 1997 จึงได้ก่อตั้งแบรนด์ Meiyijia เพื่อลุยตลาดร้านสะดวกซื้อ และใช้เวลา 10 ปีเต็มในการขยายสาขาจาก 1 สู่ 1,000 สาขาซึ่งในช่วงนี้เองที่ Meiyijia เริ่มการวางรากฐานระบบขนส่ง (Logistics) และระบบไอทีหลังบ้านเป็นของตัวเอง และหลังจากยึดทำเลในกวางตุ้งได้ Meiyijia เริ่มขยายสาขาไปทั่วประเทศจีน โดยใช้ เทคโนโลยี ดิจิทัล และ AIร่วมกับระบบแฟรนไชส์ที่ซัพพอร์ตผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน
 
ในปี 2020 Meiyijia ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว มีสาขากว่า 20,000 แห่งท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคสู่สังคมไร้เงินสดและเดลิเวอรี Meiyijia พัฒนาระบบสั่งของและเช็กสต็อกอัจฉริยะ ทำให้การดูแลร้านค้าจำนวนมากเป็นเรื่องง่ายขึ้น
 
ปี 2022 Meiyijia มีสาขารวมกว่า 30,000 แห่งและคว้าตำแหน่งเชนร้านสะดวกซื้อที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในจีน แซงหน้าคู่แข่งรายอื่นได้สำเร็จ มาถึงปี 2025 ที่ผ่านมา Meiyijia สร้างสถิติโลกด้วยการมีสาขามากกว่า 40,000 แห่ง ครอบคลุมกว่า 230 เมืองทั่วประเทศจีน มีสมาชิกในระบบ (Loyalty Program) กว่า 100 ล้านคน
 
Meiyijia เน้นสร้างระบบแฟรนไชส์ + Data-Driven
 
ภาพจาก https://citly.me/f5PHw

เคล็ดลับความสำเร็จของ Meiyijia คือกรณีศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ปัจจุบันมีการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ย 3,000 – 4,000 แห่ง/ปี มีลูกค้ารวมในทุกสาขามากกว่า 20 ล้านคนต่อวัน ประเมินเบื้องต้นมียอดขายรวมของเครือ Meiyijia กว่า 3.5 - 4 หมื่นล้านหยวนต่อปี หรือประมาณ 1.7 - 2 แสนล้านบาท
 
ถ้าถามถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จสามารถวิเคราะห์ออกมาเป็น 4 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่
 
1.การใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองและการเลือกตลาดแบบ Niche Market
 
Meiyijia รู้ดีว่าจะสู้ด้วยเงินทุนแบบแบรนด์ใหญ่อย่าง 7-Eleven หรือ Lawson ไม่ได้ จึงเริ่มต้นจากทำเลรอง แต่การเลือก “เมืองตงกวน” เป็นจุดเริ่มต้นคือการติดกระดุมเม็ดแรกของแบรนด์ที่ชัดเจนมาก 
 
ซึ่งในเมืองตงกวนมีประชากรกว่า 10 ล้านคน และกว่า 70% เป็นแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานโรงงาน และการที่แบรนด์อย่าง 7-Eleven หรือ Lawson ออกแบบสินค้ามาเพื่อพนักงานออฟฟิศ จึงไม่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มแรงงาน และ Meiyijia มองเห็นช่องว่างขนาดใหญ่และกวาดลูกค้ากลุ่มนี้ไปครองได้ทั้งหมด 
 
2.สร้างธุรกิจให้เป็น Community Hub 
 
เป็นหัวใจหลักที่ทำให้ Meiyijia แตกต่างจากร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน ในวงการค้าปลีกเรียกกลยุทธ์นี้ว่าการสร้าง High-Frequency Traffic Trigger หรือตัวกระตุ้นให้เกิดการเข้าร้านอย่างต่อเนื่อง ภายในร้านนอกจากสินค้าก็ยังมีบริการนฐานในชีวิตประจำวัน 
 
เช่น การรับพัสดุ, การจ่ายบิล, การเติมเงิน ที่คิดค่าบริการไม่แพง แต่ลูกค้ามาที่เดียวก็มีครบทุกสิ่งที่ต้องการ ซึ่ง Meiyijia ไม่ได้ทำระบบขนส่งเอง แต่เป็นพันธมิตรร่วมกับ Cainiao Network เครือข่ายโลจิสติกส์ของ Alibaba และ SF Express ผลที่ได้จากแนวทางนี้คือเมื่อลูกค้ามาส่ง - รับพัสดุ มักจะซื้อสินค้าอื่นกลับไปด้วยเพิ่มยอดขายต่อบิลได้ 30-40% 
 
3.ระบบแฟรนไชส์โมเดล Loose-Tight Coupling 
 

ภาพจาก https://citly.me/6sdz5

เพราะ Meiyijia เชื่อว่าไม่มีใครรู้จักลูกค้าได้ดีกว่าเจ้าของร้านที่อยู่ในพื้นที่ ดังนั้นจึงมอบอิสระในการจัดพอร์ตสินค้า 
 
ไม่บังคับว่าทุกร้านต้องวางสินค้าเหมือนกัน และให้สิทธิในการจัดโปรโมชันที่เข้ากับความต้องการของคนในพื้นที่ เช่นการแถมสินค้า หรือลดราคาให้ลูกค้าในชุมชน รวมถึงการยืดหยุ่นในเรื่องเวลาเปิดปิดที่สอดคล้องกับพื้นที่เพื่อลดภาระเรื่องต้นทุนค่าไฟ+ค่าแรงต่างๆ อย่างไรก็ดี Meiyijia ยังมีมาตรฐานที่ร้าน
 
แฟรนไชส์ต้องสั่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของ Meiyijia เท่านั้น ห้ามไปซื้อของจากยี่ปั๊วภายนอกมาวางเอง ระบบนี้เชื่อมต่อกับคลังสินค้าอัจฉริยะ ทำให้กระจายสินค้าถึงหน้าร้านได้แม่นยำภายใน 24 ชั่วโมง 
 
และได้ต้นทุนที่ถูกกว่า และทุกสาขาระบบ POS ต้องเชื่อมต่อกับส่วนกลางเพื่อควบคุมไม่ให้มีการโก่งราคากับผู้บริโภค และตรวจสอบได้ทันทีหากมีสินค้าปลอมหรือสินค้าหมดอายุหลุดเข้ามาในระบบ 
 
ที่สำคัญมี ระบบ AI ช่วยเตือนความเสี่ยง อัลกอริทึมจะคอยมอนิเตอร์สต็อกสินค้าของแต่ละร้าน หากพบว่าร้านไหนมีสินค้าค้างสต็อกนานเกินไป (Dead Stock) หรือเงินทุนหมุนเวียนเริ่มติดขัด ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมคำแนะนำให้เจ้าของร้านทำโปรโมชันระบายของทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านเจ๊ง
 
4.สร้างธุรกิจให้เติบโตด้วย Digital & Data-Driven

ทั้งนี้ Meiyijia ลงทุนกับระบบ AI และ Cloud ร่วมกับ Huawei เพื่อทำระบบ พยากรณ์ความต้องการสินค้า (Demand Forecasting) 
 
ข้อดีคือช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนจม เจ้าของร้านสามารถสั่งสินค้าในปริมาณที่พอดีสำหรับการขาย ไม่ต้องตุนสินค้านานเกินไป เพิ่มโอกาสสร้างกระแสเงินสดได้คล่องตัวจากการเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินสดได้รวดเร็ว 
 
และยังลดปัญหาต้นทุนสินค้าที่หมดอายุขายไม่ออกเพราะ AI ช่วยคุมยอดทิ้ง (Wastage Rate) ให้ต่ำลงจนเกือบเป็นศูนย์ เพิ่มเปอร์เซ็นต์กำไรสุทธิให้ร้านค้าได้มากขึ้น
 
และจากการที่ Meiyijia ประสบความสำเร็จในตลาดจีนอย่างมาก และด้วยความที่ตลาดมีการแข่งขันสูง เมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมา Meiyijia เริ่มการขยายตลาดไปต่างประเทศอย่างเวียดนาม (ฮานอย) และมาเลเซีย ภายใต้ชื่อแบรนด์ใหม่ว่า Ohmee
 
กรณีศึกษาของ Meiyijia สามารถนำมาปรับใช้กับ SMEs ไทยได้อย่างดี เช่นการนำระบบ POS มาใช้ เพราะระบบเหล่านี้จะช่วยให้รู้ได้ทันทีว่าอะไรคือสินค้าทำเงิน 
 
รวมถึงมีระบบช่วยวิเคราะห์การสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านการเลือกทำเล Meiyijia พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำเลรองก็สร้างยอดขายได้ดีไม่แพ้ทำเลเมืองใหญ่ 
 
ดังนั้นหากเราทำร้านค้าปลีกหรือร้านอาหารอย่ายึดติดกับทำเลทองที่ส่วนใหญ่ค่าเช่าแพงมาก แต่ให้มองดูสินค้าของเราว่าเหมาะกับกลุ่มลูกค้าแบบไหนและเลือกทำเลในพื้นที่รองๆที่มีกลุ่มลูกค้าเหล่านั้น และการทำโปรโมชันก็ไม่ใช่คำตอบในการสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 
 
แค่ควรเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนในพื้นที่นั้นๆ สิ่งเหล่านี้คือเคล็ดลับเบื้องต้นที่นำไปประยุกต์ใช้และได้ผลจริง
 
อ้างอิง 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ปี 2026 Digital Marketing ไม่ใช่แค่เรื่อง AI การ..
766
“วิ่งแลกของฟรี” แคมเปญตลาดสุดฮิต แบรนด์ดังแห่ทำ!..
539
99 Ranch Market ซูเปอร์มาเก็ตของคนเอเชียในสหรัฐ ..
364
ทิพย์เกิน! ขายดีจนเจ๊ง กำไรบนกระดาษ บริหารผิดพลา..
359
อวสานสินค้าแบรนด์เนม ยอดขายดิ่ง 2.28 แสนล้านบาท ..
347
อภิรักษ์ โกษะโยธิน กับวิสัยทัศน์เปลี่ยน LACO สู่..
347
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด