บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
376
3 นาที
8 มกราคม 2569
เทคนิค 30 วัน! จากร้านเปิดใหม่สู่ยอดขายหลักแสน
 

การเปิดร้านแล้วจะมีรายได้ถึงหลักแสนในเวลา 30 วัน อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ถ้าวางแผนธุรกิจดีๆ บวกกับปัจจัยแวดล้อมส่งเสริม ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้ แต่ขอย้ำก่อนว่า “รายได้” หมายถึง “ยอดขาย” ที่ยังไม่ได้หักรายจ่ายและกลายเป็น “กำไรสุทธิ”
 
ความเป็นไปได้กับธุรกิจ 30 วัน รายได้หลักแสน
 
ระยะเวลาที่ใช้ในการทำยอดขายถึงหลักแสนบาทจะขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและกลยุทธ์ที่ใช้ โดยแบ่งความเป็นไปได้ออกเป็น 3 ระดับ
  1. ความเป็นไปได้สูง คือมีรายได้หลักแสนภายใน 30 วัน แต่อาจต้องเป็นสินค้าที่อยู่ในกระแส , เป็นสินค้ากลุ่มแฟชั่น ความงาม หรืออาหารที่ฮิตมากๆ ซึ่งอาจต้องใช้กลยุทธ์ “การตลาดแบบจ่ายเงิน” (Paid Ads) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว
  2. ความเป็นไปได้ระดับปานกลาง คืออาจมีรายได้หลักแสนแต่ไม่ใช่ 30 วันอาจเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน เป็นเวลาส่วนใหญ่ที่ไม่รีบร้อนเกินไปสำหรับการสร้างรายได้หลักแสน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับทำเลที่ดี มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสัญจรไปมาในพื้นที่มากพอ เป็นไปได้ทั้งร้านอาหาร / คาเฟ่ หรือธุรกิจบริการต่างๆ
  3. ความเป็นไปได้น้อย คืออาจทำรายได้ถึงหลักแสนแต่ต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ธุรกิจกลุ่มนี้อาจเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือสินค้าที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือสูง เช่นธุรกิจแบบ B2B หรือบริการที่ปรึกษาต่างๆ
เปิดร้านอาหาร/ร้านกาแฟ อยากมีรายได้หลักแสนใน 30 วันทำได้ไหม?
 

ธุรกิจร้านอาหารเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสร้างรายได้หลักแสนในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน / การบริหารจัดการ รวมถึงทำเลของร้านเป็นสำคัญ แต่ถ้าพูดถึงในแง่ความเป็นไปได้ก็มีโอกาสสูง เพราะอาหารเป็นสินค้าที่มีความถี่ในการซื้อสูงและมีความจำเป็นในการจับจ่ายที่คนส่วนใหญ่ต้องการ
 
ถ้าต้องการเปิดร้านขายอาหารแล้วมีรายได้ 100,000/เดือน นั่นหมายความว่า ต้องมียอดขายเฉลี่ยต่อวันประมาณ 3,333 บาท ถ้าคิดราคาเฉลี่ย 250 บาท/บิล ต้องเปิดไม่ต่ำกว่า 14 บิล หรือประมาณ 14 โต๊ะต่อวัน (1 โต๊ะอาจมีลูกค้า 2-3 คน) จากตัวเลขที่คำนวณเบื้องต้นก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยากมากเกินไป
 
สำหรับการเปิดร้านกาแฟก็เช่นกัน การจะมีรายได้หลักแสนใน 1 เดือนก็เป็นไปได้ คล้ายกับร้านอาหารคือต้องมียอดขายเฉลี่ยต่อวันประมาณ 3,333 บาท แต่ราคาต่อบิลของกาแฟอาจจะน้อยกว่าบิลของร้านอาหาร สมมุติเฉลี่ยต่อบิลที่ 80 บาท เท่ากับว่าต้องขายได้ประมาณ 42 แก้ว/วัน และสำหรับร้านกาแฟที่ดำเนินกิจการตั้องแต่ 08.00 – 18.00 น. หมายถึงจะต้องขายเฉลี่ย 4-5 แก้ว/ชั่วโมง ก็เป็นตัวเลขที่ดูจะไม่ยากมากนัก
 
อย่างไรก็ดีคำว่ารายได้ 100,000 แต่ยังไม่ได้หักต้นทุนต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร้านอยู่รอดต่อไปหรือไม่ บางร้านเราก็เคยได้ยินว่า “ขายดีแต่ยังเจ๊ง” ก็เป็นเพราะเหตุผลนี้
 
 
สมมุมติกันง่ายๆ ว่ามีรายได้ 100,000 แต่หักต้นทุนวัตถุดิบ (Food Cost 30%) ประมาณ 30,000 บาท หักค่าแรงค่าดำเนินการประมาณ 20,000 บาท หักงบด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ (ยิ่งเปิดร้านใหม่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยิ่งมาก) ประมาณ 15,000 บาท และหากมีค่าเช่าด้วยสมมุติว่า 10,000 บาท เท่ากับว่าจากตัวเลขทั้งหมดนี้เราจะเหลือกำไร 25,000 บาท และอาจจะเหลือน้อยกว่านี้ได้ก็ขึ้นอยู่กับรายจ่ายในส่วนอื่นๆ ที่ผู้ประกอบการอาจต้องพบเจอ
 
เทคนิค 30 วัน! จากร้านเปิดใหม่สู่ยอดขายหลักแสน
 
การเปิดร้านอาหาร หรือการทำธุรกิจใดๆ และตั้งเป้าได้ยอดขายหลักแสนในเวลา 30 วัน ก็คือความท้าทายแบบหนึ่ง แต่ข้อดีของยุคนี้คือการมีสื่อโซเชี่ยลและการเป็นยุคดิจิทัลที่มีเครื่องมือสนับสนุนให้เข้าถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการบริหาร + วางแผนที่ดีด้วย
 
1.สัปดาห์ที่ 1 “เริ่มต้นการวางรากฐานของธุรกิจ”
 

ก่อนหน้าที่จะเปิดร้านผู้ประกอบการก็ต้องเช็คและมั่นใจทุกอย่างแล้วว่าถ้าเริ่มเปิดร้านทุกอย่างจะเดินหน้าได้ไม่สะดุด ซึ่งในช่วง 7 วันแรกของการเปิดร้านควรสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากที่สุดมีเคล็ดลับที่สำคัญคือ
  • พนักงานต้องมีความพร้อม ในช่วง 7 วันแรก ควรมีพนักงานให้เยอะที่สุด เพื่อรองรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้มั่นใจว่าบริการมีความรวดเร็ว
  • เจ้าของ/ผู้จัดการต้องเข้าถึงง่าย เจ้าของร้านควรอยู่หน้าร้านเพื่อต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง พูดคุยสอบถามความพึงพอใจ และจัดการปัญหาทันที การที่ลูกค้ารู้สึกว่า เจ้าของใส่ใจ จะกลายเป็นความประทับใจที่มีผลดีในอนาคต
  • สร้างเซอร์ไพรส์สำหรับลูกค้าในช่วงแรก เช่น ร้านอาหาร อาจให้ซุปถ้วยเล็ก ๆ หรือเครื่องเคียงพิเศษ หรือถ้าเป็นร้านกาแฟอาจแถมมินิคุ้กกี้น่ารักๆ เป็นต้น
  • เปิดช่องทางสำหรับคำแนะนำ-ติชม โดยพนักงานควรสอบถามลูกค้าทุกคนที่หน้าร้านว่า มีอะไรที่อยากให้เราปรับปรุงเพิ่มหรือมีข้อเสนอแนะอะไรเป็นพิเศษ เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลมาพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น
2.สัปดาห์ที่ 2 “เพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย”
 

ในสัปดาห์นี้จะเน้นที่แคมเปญ และโปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้าให้ได้มากที่สุด สิ่งที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทำคือการใช้งบด้านการตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่มีสิ่งที่ควรโฟกัสในสัปดาห์นี้คือ
  • ตัดเมนูที่ไม่สร้างรายได้ เพราะถ้ามีข้อมูลจาก 7 วันแรกพอจะทราบได้ว่าเมนูไหนที่ขายได้น้อย เมนูไหนที่ต้นทุนสูง การตัดเมนูที่เป็นตัวถ่วงออกไปจะทำให้บริหารวัตถุดิบได้ง่ายและลดต้นทุนเบื้องต้นได้ในระดับหนึ่ง
  • แก้ปัญหาที่ลูกค้าแนะนำเข้ามา ในช่วง 7 วันแรกของการเปิดร้านต้องมีลูกค้าให้คำแนะนำมาเยอะ เราควรเอามาปรับปรุงให้เห็นผลในสัปดาห์ที่ 2 เช่นรอออร์เดอร์นานไป , รอคิวนานไป เป็นต้น
  • เพิ่มการตลาดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการยิงโฆษณาออนไลน์ในช่องทางต่างๆ Facebook/IG Ads, TikTok Ads เน้นไปที่พื้นที่ใกล้เคียงในรัศมีประมาณ 1-2 กิโลจากร้าน
  • การสร้างแรงจูงใจในการซื้อซ้ำ เพราะลูกค้าในสัปดาห์แรกมีโอกาสมากสุดที่จะมาเป็นลูกค้าเราในสัปดาห์ที่ 2 หากสินค้าเรามีคุณภาพและแคมเปญการตลาดที่ดีมากพอ เช่นการทำโปรแกรมสะสมแต้ม หรือแจกคูปองสินค้าราคาพิเศษ เป็นต้น
3.สัปดาห์ที่ 3 “การเร่งยอดขายและทำกำไร”
 

เมื่อผ่านพ้นช่วงการทดลองและการปรับปรุงในสัปดาห์ที่ 1-2 มาแล้ว สัปดาห์ที่ 3 คือช่วงเวลาที่ต้อง ผลักดันยอดขาย ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายหลักแสนบาท และเริ่มมองหา กำไรสุทธิ ที่แท้จริง อาจต้องใช้กลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นได้แก่
  • ใช้ภาพ/ข้อความรีวิวเชิงบวกจากลูกค้าในช่วงแรก มาใช้เป็นเนื้อหาโฆษณาหลัก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้าน
  • เริ่มสร้างช่องทางสื่อสารสำหรับลูกค้าประจำ เช่น เปิด LINE Official Account (OA) หรือ Group Chat เพื่อแจ้งโปรโมชั่นลับ หรือเมนูพิเศษที่ไม่มีในร้าน
  • สร้างแคมเปญการตลาดที่ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนที่พิเศษสำหรับร้าน หรือเป็นแคมเปญที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าต้องซื้อทันทีก่อนหมดเวลาโปรโมชัน
4.สัปดาห์ที่ 4 “ประเมินผลลัพธ์และพัฒนาร้านให้ดียิ่งขึ้น”
 

กลยุทธ์ในสัปดาห์นี้จะเน้นไปที่การกระตุ้นยอดขายให้ถึงเป้าหมาย, การบริหารจัดการสต็อก, และการเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในเดือนถัดไป เช่น
  • การสรุปตัวเลขในเดือนแรก ทั้งยอดขายรวม กำไรสุทธิ จำนวนลูกค้าใหม่ , ลูกค้าที่มาใช้บริการซ้ำ
  • สรุปตัวเลขจากการอัดแคมเปญโฆษณาไปยังสื่อโซเชี่ยลต่างๆ ว่าคุ้มค่าแค่ไหน เพื่อวิเคราะห์การตลาดในอนาคต
  • วิเคราะห์เมนูขายดีและทำกำไรให้ร้านได้ เพื่อกำหนดเป็นเมนูหลักในเดือนถัดไป
  • แก้ปัญหาเกี่ยวกับสต็อควัตถุดิบเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และแน่นอนว่าหลังจากผ่านเดือนแรก ต่อให้เป้าหมายของเราสำเร็จหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการกำหนดเป้าหมายใหม่ในการทำธุรกิจ
 
นอกจากเทคนิคเบื้องต้นเหล่านี้ยังมีการตลาดในอีกหลากหลายรูปแบบที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องของร้านให้ดูน่าสนใจ เป็นสินค้าที่มี Story หรือการอัดคลิปวีดีโอสั้นๆ เพื่อพูดถึงร้านในมุมมองต่างๆ หรือการจ้างอินฟูลเอนเซอร์ให้มารีวิวเพื่อดึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายให้เข้าร้านมากขึ้น
 
อย่างไรก็ดีสำหรับร้านขนาดกลาง-เล็กที่อาจไม่มีงบด้านการตลาดที่สูงมาก ในช่วง 30 วันแรกอาจไม่ตั้งเป้าหมายถึงรายได้หลักแสน แต่อาจมีเป้าหมายในการสร้างลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นก่อน และเมื่อเริ่มขายดีมีรายได้เพิ่มค่อยวางเป้าหมายในเรื่องรายได้หลักแสนภายหลังก็ได้
 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เซลล์ร้อยล้าน! ต้องมีเป้าหมาย มีวินัย แก้ปัญหาลู..
885
อวสานตึกธนาคาร ความงดงามที่ไม่เหลือ
754
สูตรลับ "สามเหลี่ยมมหาเศรษฐี" แบบขายดีทุกวัน!
689
วิกฤติหนัก! เกาหลีใต้ ร้านกาแฟปิดตัว 50% Market..
610
ค้าปลีกเปลี่ยนเกม ปี 69 ศึกคอมมิวนิตี้มอลล์ OR-C..
596
ยกระดับธุรกิจของคุณด้วยพลังแห่งการออกแบบ
569
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด