บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    การวางแผนธุรกิจแฟรนไชส์
4.7K
2 นาที
16 มกราคม 2554

เจาะลึก โอกาสธุรกิจ 2011 (ภาค1) 

ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จากปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมา ร่วมทั้งน้ำท่วมที่ยังคงค้างอยู่ โอกาสทางธุรกิจของปี 2011 จะเป็นเช่นไร ยังมีกิจการอะไรที่สดใสอยู่บ้าง และยังมีโอกาสดีๆในปีหน้าอยู่หรือไม่

นางสาวสมจิตร  ลิขิตสถาพร
กรรมการผู้จัดการบริษัท แฟรนไชส์โฟกัส  และนายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย กล่าวถึงสถานการณ์ธุรกิจปีหน้าว่า “ในปี 2011 นี้  ทางสมาคมแฟรนไชส์ไทย จะมีการจัดงานโอกาสธุรกิจขึ้น ระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ ที่ฮอลล์ 3 อิมแพคเมืองทองธานี  ซึ่งครั้งนี้ภายในงานได้มีการปรับปรุงรูปแบบงานใหม่ คือรวบรวมโอกาสธุรกิจทุกรูปแบบมาไว้ที่เดียวกัน

โดยแบ่งเป็นโซนต่างๆ คือ โซนแฟรนไชส์และไลเซ่นส์   โซนธุรกิจขนาดเล็ก  โซนอุปกรณ์อาชีพและค้าปลีก  โซนสินค้าจำหน่ายส่งและตัวแทนจำหน่าย โซนสถาบันอาชีพ โซนสินค้าเกษตร เพื่อให้ประชาชนที่สนใจในธุรกิจได้มีทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น และเหมาะสมกับตัวเอง

ในโอกาสนี้  ทางสมาคมแฟรนไชส์ไทย ร่วมกับนิตยสารโอกาสธุรกิจ จึงได้รวบรวมความเห็นจากผู้ที่อยู่ในแต่ละวงการมาวิเคราะห์สถานการณ์ของธุรกิจ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า  ดังนี้

ยุคทองของแฟรนไชส์
สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ อาจจะเป็นช่วงเวลาสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงปีหน้า ทั้งๆที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาการเติบโตธุรกิจแฟรนไชส์ ในด้านของแฟรนไชซอร์อยู่เติบโตในอัตรในอัตรา 10% สำหรับแฟรนไชซอร์  และสูงกว่า 25% ของแฟรนไชซี่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับนี้ ระหว่าง 2-3 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างคงที่ แต่สำหรับปีหน้า การเติบโตของแฟรนไชส์ คาดว่าจะอยู่ในอัตราที่สูงขึ้นอีก  4-5% ทั้งในด้านของแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซี่ หมายความว่าอัตราการเติบโตของแฟรนไชส์ซอร์น่าจะอยู่ในระดับ 12-15%  สำหรับด้านแฟรนไชซี่ จะเติบโตในระดับ 28-30%  อันมีผลมาจาก  5 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.การส่งเสริมของภาครัฐ
 ด้วยนโยบายการสนับสนุนของภาครัฐ ในเรื่องของการส่งเสริม SME ทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นมีบทบาทสำคัญไปด้วย  เพราะรูปแบบของธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมมีพัฒนาการ และสามารถสร้างการขยายตัวให้กับธุรกิจ SME ได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่มีโครงการแฟรนไชส์อะคาเดมี และการให้รางวัลมาตรฐานของอุตสาหกรรมแฟรนไชส์  รวมทั้งมาตรการการส่งเสริมเอสเอ็มอี ผ่านทาง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมของ สสว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล้วนมีส่วนที่เกี่ยวพันกับแฟรนไชส์ทั้งสิ้น ที่จะมีผลทำให้ธุรกิจ แฟรนไชส์มีการขยายตัวได้ดีจากมาตรการส่งเสริมเหล่านั้น

เแต่อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าว ยังอาจจะมีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็จะขึ้นกับความต่อเนื่องของรัฐบาลด้วย เพราะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ จะทำให้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี โครงการในฝันต่างๆอาจจะมีการสานต่อหรือเปลี่ยนไปในทิศทางเช่นไร  ก็ต้องคอยดูท่าทีรัฐบาลทีมใหม่ด้วย

2.การให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน
 แต่อย่างไร ก็ตามยังมีสถาบันการเงิน ที่มีทิศทางที่ชัดเจนกว่า นำโดย ธนาคารกสิกรไทย ที่ได้มีนโยบายให้เงินกู้สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ในวงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรน และมีการสร้างความร่วมมือกับแฟรนไซซอร์ หรือผู้ขายแฟรนไชส์โดยตรง  คาดว่าเช่นเดียวกันกับสถาบันการเงินอื่น ที่จะมีโครงการใหม่ออกมาในแนวทางที่คล้ายคลึงกัน  ที่เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้การแฟรนไชส์เติบโตอย่างเห็นได้ชัด

3.กิจกรรมส่งเสริมของสมาคมและเอกชน
 การสร้างกิจกรรมของสมาคมแฟรนไชส์โดยการรวมตัวของภาคเอกชน  ถึงแม้ว่าในปัจจุบันมีอยู่ถึง 3 สมาคมก็ตาม แต่ก็มีแนวทางสร้างความร่วมมือกัน อีกทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้น ก็มีส่วนช่วยให้เรื่องแฟรนไชส์แพร่ขยายในวงที่กว้างขึ้น  เช่น สมาคมแฟรนไชส์ไทย ที่มีการจัดงานโอกาสธุรกิจ 2011 ขึ้นมา และมีการอบรมให้ความรู้ในการสร้างระบบแฟรนไชส์ หรือ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซ่นส์  ที่มีการสร้างกลุ่มสัมพันธ์และขยายฐานสมาชิก  เป็นต้น ก็จะเป็นส่วนสำคัญในทางปฎิบัติที่ทำให้แฟรนไชส์ขยายวงออกไป ที่ช่วยสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปจนถึงในอนาคต

4.การเติบโตทางเศรษฐกิจ
แม้ว่ามีปัญหาภายในประเทศไทยเกิดปัญหาหลายด้านก็จริง แต่สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารทหารไทย  ธนาคารไทยพาณิชย์ รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า เศรษฐกิจของปีหน้าจะเติบโตอยู่ในช่วง 3.5-4.5%  อันมีตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือการส่งออก เป็นพระเอก และถึงแม้ว่าการบริโภคหรือการซื้อสินค้า ปัญหาน้ำท่วม และราคาน้ำมัน รวมถึงปัญหาทางการเมือง อาจจะเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจก็ตาม  แต่ผลของการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียนั้น มีผลทำให้ไทยเราได้รับอานิสงค์การเติบโตทางบวกไปด้วย ตัวเลขดังกล่าว  แม้ว่าไม่สูงนัก แต่ก็ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีโอกาสที่ดี ในการขยายตัวได้ในปีหน้า

5.ความตื่นตัวเรื่องการสร้างมาตรฐานธุรกิจ
การให้รางวัลมาตรฐานกับธุรกิจแฟรนไชส์ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆมีการพัฒนามากขึ้น แม้ว่า บทบาทของการให้รางวัลมาตรฐาน ไม่ได้ลงมือเรื่องพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ก็ตาม แต่ก็สร้างความตื่นตัวได้พอสมควร อันมีผลให้ธุรกิจต่างๆตั้งใจเข้าสู่การพัฒนาที่ดีขึ้นที่จะช่วยให้แฟรนไชส์ในไทยแข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสุดในการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะแรงหนุนอย่างแรง ทั้งในส่วนของภาครัฐ หรือธนาคาร  หรือสมาคมใดๆก็ตาม ที่พร้อมจะส่งธุรกิจแฟรนไชส์มีแนวโน้มเกิดเป็นยุคทองของแฟรนไชส์ได้ก็จริง  แต่แฟรนไชส์จะโชติช่วงชัชวาลหรือไม่เพียงไร  ย่อมขึ้นกับบริษัทแม่ที่เป็นผู้ขายแฟรนไชส์เท่านั้น ว่าจะมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากน้อยแค่ไหน  เพราะแรงหนุนเหล่านั้นจะเป็นเพียงสิ่งที่เอื้ออำนวยความสะดวก และเป็นแรงกระตุ้นเท่านั้น  แต่จุดที่จะทำให้ แฟรนไชส์เกิดเป็นยุคทองได้แน่ๆ ก็คือความแข็งแรงของแต่ละแฟรนไชส์นั่นเอง

อ้างอิงจาก โอกาสธุรกิจ&แฟรนไชส์