บทความทั้งหมด    บทความสร้างอาชีพ    ความรู้ค้าขาย    ความรู้สร้างอาชีพ
4.1K
2 นาที
30 ธันวาคม 2559
ขายกล้วยแขกและข้าวเม่าทอด

 

ทั้งกล้วยแขกและข้าวเม่าทอดถือเป็นอาหารทานเล่นที่คนไทยให้ความนิยมไม่แพ้อาหารเมนูอื่นๆด้วยความที่เป็นเมนูทำง่าย ขายง่าย ที่สำคัญมีสารอาหารจากกล้วยซึ่งถือเป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกอิ่มท้องจึงเป็นที่นิยมในหมู่พนักงานออฟฟิศ นักเรียนนักศึกษา เป็นอย่างมาก
 
ส่วนความเป็นว่าของกล้วยแขกและข้าวเม่าทอดนั้นถือว่าอยู่คู่สังคมไทยมานานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันแบบไม่รู้ตัว

www.ThaiFranchiseCenter.com คิดว่าหากจะสร้างสรรค์อาชีพให้น่าสนใจการขายกล้วยแขกและข้าวเม่าก็สามารถดัดแปลงสิ่งต่างๆเพิ่มเติมได้อย่างที่เห็นปัจจุบันก็มีทั้งแพคเกจใหม่ๆ รสชาติกล้วยแขกใหม่ๆ ที่ถือเป็นการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างน่าสนใจ
 
เงินลงทุนเบื้องต้นและอุปกรณ์ที่สำคัญ

ข้อดีของการขายกล้วยแขกและข้าวเม่าทอดคือไม่จำเป็นต้องเป็นร้านค้าใหญ่ ส่วนมากใช้แค่รถเข็นก็เปิดกิจการได้นอกจากนี้ยังสามารถเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะตามตลาดสด หน้าโรงเรียน สถานที่ราชการ โรงงาน

ซึ่งที่เหล่านี้ถือเป็นทำเลน่าสนใจในการขาย โดยงบประมาณเบื้องต้น 7,000 บาท เป็นการลงทุนเรื่องรถเข็นประมาณ 4,000 บาท เตาแก๊สและถังแก๊สประมาณ 2,000 บาท ที่เหลือคืออุปกรณ์ทั่วไปเช่น กระทะ  ตะแกรงทอดมีด้าม ไม้ปลายแหลม ถาดหม้อหรือกะละมัง ถุงกระดาษ 

ส่วนผสมสำคัญในการทำกล้วยแขก


ภาพจาก  goo.gl/3wGdT3
  • กล้วยน้ำว้าสุกหรือห่าม 1 หวี
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
  • แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
  • มะพร้าวขูด 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  • งาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ              
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปูนใส ½ ถ้วยตวง
  • น้ำมันพืชพอประมาณ

ส่วนผสมสำคัญในการทำข้าวเม่า
  • กล้วยไข่สุก 1 หวี    
  • น้ำมันพืชพอประมาณ
  • มะพร้าวขูด 4 ขีด    
  • ข้าวเม่าแห้งที่ทำจากข้าวเจ้า 4 ขีด
  • น้ำตาลปี๊บ 4 ขีด    
  • น้ำตาลทราย 2 ขีด
  • มะพร้าวขูด 3 ขีด    
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ½ ขีด
  • แป้งสาลี 2 ½ ขีด    
  • เกลือป่น ½ ขีด
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
วิธีการทำกล้วยแขก
  1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี เกลือ นวดกับหัวกะทิ และมะพร้าวขูดนวดให้เข้ากัน ใส่น้ำปูนใส  แล้วนวดต่อ ใส่งาลงไปให้ทั่ว
  2. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันกะให้ท่วมกล้วยที่จะทอด เมื่อน้ำมันร้อนนำกล้วยที่หั่นตามยาว 3-4 ชิ้น ต่อ 1 ลูก (แล้วแต่ลูกใหญ่หรือเล็ก) ชุบแป้งที่ผสมไว้ตามข้อ 1 ใส่ในน้ำมันจนเต็มกระทะ
  3. ทอดจนแป้งเหลืองกรอบ  และเนื้อกล้วยสุก  ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันก่อนนำใส่ถุงกระดาษขายให้ลูกค้า
วิธีการทำข้าวเม่าทอด
  1. นำน้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทรายผสมกัน เทน้ำสะอาดลงเล็กน้อยพอละลายเข้ากัน นำไปตั้งไฟเคี่ยวพอเหนียว  จึงใส่มะพร้าวลงไปเคี่ยวต่อจนเกือบแห้ง  ใส่ข้าวเม่าเคี่ยวต่อจนแห้งยกลงจากเตา
  2. นำน้ำสะอาดมาคั้นมะพร้าวให้ได้หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง  หางกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง  นำหัวกะทิเทลงในแป้งทั้ง 2 ชนิดที่ผสมกันไว้  ใส่เกลือป่น  แล้วนวดให้เข้ากัน ตอกไข่ใส่ลงไป  นวดต่อ รินหางกะทิลงไปผสม นวดต่อไปจนเนื้อแป้งไม่ติดมือ
  3. นำกระทะตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันกะให้ท่วมกล้วยที่จะทอด นำกล้วยที่ปอกเปลือกแล้วมาห่อด้วยส่วนผสมที่ 1 ห่อให้บาง (ถ้าหนาจะไม่กรอบ) พอน้ำมันร้อนได้ที่จึงนำกล้วยที่ห่อลงชุบในส่วนผสมที่ 2  และลงทอดติดกันเป็นคู่
  4. เอามือจุ่มแป้งที่โรยลงทอดในกระทะ  และคอยเขี่ยให้มารวมกันเป็นแพ  ตักช้อนขึ้นวางบนกล้วยที่กำลังทอด เมื่อแป้งที่ห่อกล้วยสุกเหลือง จึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
เคล็ดลับสำคัญในการทำ
  1. รสของกล้วยแขกที่อร่อยคือ จะต้องมีรสหวานจากกล้วย และมีรสเค็ม หวาน มัน กรอบจากแป้ง
  2. อาจขายควบคู่กับมันทอด เผือกทอด โดยนำมันหรือเผือกมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ ชุบแป้งชนิดเดียวกับกล้วยแขก นำไปทอด ควรมีน้ำจิ้มด้วย จะทำให้อร่อยขึ้น หรือขายคู่กับขนมไข่นกกระทา
และโดยเฉลี่ยถ้าเปิดร้านขายแบบมีสินค้าให้เลือกหลายรายการทั้งกล้วยแขก ข้าวเม่าทอด เผือกทอด มันทอด จะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 500-800 บาท/วัน ยิ่งถ้าเพิ่มกลยุทธ์การขายดีๆมีกิจกรรมการตลาดสร้างสีสันก็น่าจะเพิ่มรายได้ที่มากยิ่งขึ้นไปอีก
 
ซึ่งรูปแบบการค้าในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องยึดติดกับภาพลักษณ์ของสินค้าแบบเดิมๆผู้ลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้น่าสนใจได้ไม่ว่าจะแพคเกจ ช่องทางการขาย การพัฒนารสชาติ หน้าตาสินค้า สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นการต่อยอดจากของเดิมให้ดีขึ้นซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้ที่มากขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกัน
 
และสำหรับใครสนใจอยากเข้าคอร์สเรียนสร้างอาชีพอื่นๆ น่าสนใจ มีให้เลือกหลากหลาย ดูรายละเอียดการอบรมเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/Skf8MJ หรือ Add LINE id : @thaiseminar

 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)