หน้าแรกบทความ    รวมประวัติคนดัง    ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์
546
ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์
ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร หจก. เนเจอร์กิฟ 711

การศึกษา
  • ปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วศ.2511)
  • ปริญญาโท บริหารธุรกิจ (MBA) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
ประวัติ

นาย กฤษฏา จ่างใจมนต์ เป็นลูกคนโตจากทั้งหมด 6 คน ในวัยเด็กได้อาศัยอยู่ในสลัมซอยสามยอด วังบูรพาภิรมย์ ในพื้นที่ประมาณ 3x4 เมตร โดยครอบครัวต้องอาศัยอยู่ถึง 8 คน (พ่อ แม่ น้อง 5 คน) แม้ครอบครัวจะประสบปัญหาด้านการเงิน แต่ด้วยความใฝ่เรียน หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

ในวันหยุดจะไปรับขนมจากปากคลองตลาด เช่น ขนมเปียกปูน ขนมชั้น มาขายในสลัม พอขายหมด ตอนสายก็ไปรับไอศกรีมแท่งใส่ถังแบกจากแยกวังแดง มาขายเพื่อนๆในสลัมอีก ส่วนวันที่ออกล็อตเตอรี่ ก็จะไปรับเรียงเบอร์จากโรงพิมพ์แถวโรงหนังเฉลิมกรุง ไปเร่ขายจนถึงหัวลำโพง ช่วยให้ทางบ้านไม่ต้องรับภาระมากนัก

ปัจจุบันท่านได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร หจก.เนเจอร์กิฟ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อบำรุงสุขภาพ ภายใต้ตราสินค้า เนเจอร์กิฟ ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในท้องตลาด จนครองส่วนแบ่งการตลาดของกาแฟบำรุงสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และมีการส่งออกไปขายอีกหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์, เยอรมัน, ออสเตรเลีย, ยูเออี, บาห์เรน เป็นต้น
 
ด้วยเหตุที่ท่านเคยได้รับทุนการศึกษาในวัยเด็กจำนวน 300 บาท จนทำให้มีโอกาสถึงวันนี้ และมีปณิธานอันแน่วแน่คือ "เราจะต้องช่วยผู้คนนับล้านคน ให้พ้นจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ" เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ ท่านจึงได้บริจาคทรัพย์สินจำนวนมาก เช่น บริจาคที่ดินรีสอร์ทจำนวน 555 ไร่ ที่ จ.ลพบุรี เพื่อสร้างเป็นศูนย์อบรมเยาวชน, บริจาคในกิจการศาสนาให้กับวัดต่างๆทั่วประเทศ, บริจาคให้กับมูลนิธิการกุศลต่างๆ, สมทบทุนก่อสร้างอาคารเรียนวิศว 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเงิน 1,000,000 บาท เป็นต้น

และเพื่อให้เยาวชนของประเทศไทยได้มีโอกาสในการศึกษาเช่นเดียวกับท่าน จึงจัดให้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ยากไร้โดยไม่จำกัดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา โดยมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนทั่วประเทศเป็นประจำเสมอ รวมเป็นเงินหลายล้านบาท

เช่น ในปี พ.ศ. 2551 มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสจำนวน 82 ทุน เป็นจำนวนเงิน 1,050,000 บาท ในปี พ.ศ. 2552 มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส จำนวน 100 ทุน เป็นจำนวนเงิน 1,250,000 บาท ในปี พ.ศ. 2553, พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2555 มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสปีละ 1,250,000 บาท เป็นต้น
 
ธุรกิจของตนเอง

พ.ศ. 2519 ก่อตั้งบริษัท โดย ทำหน้าที่เจ้าของและพนักงานบริษัทเพียงคนเดียว เริ่มธุรกิจการนำเข้าเพื่อจำหน่ายสินค้าด้านวิศวกรรม เช่น วาล์วต่างๆ วาล์วลม วาล์วน้ำมัน ตู้ไฟฟ้าอุปกรณ์ไฮโดรลิกส์ จากสหรัฐอเมริกา และอุปกรณ์นิวแมติค จากอังกฤษ
 
พ.ศ. 2528 นายกฤษฎาเปลี่ยนมุมมองเป็นธุรกิจขายเครื่องฟอกอากาศจากสิงคโปร์ ได้รับการตอบรับระดับหนึ่ง พอสร้างเม็ดเงินเป็นทุนหมุนเวียนให้กับธุรกิจได้บ้าง แต่ไม่นานนักเมื่อเครื่องฟอกอากาศของสิงคโปร์ได้ลดคุณภาพลง ทำให้ลูกค้าลดลงด้วย ต่อมาจึงคิดผลิตเครื่องฟอกอากาศเอง โดยตัดสินใจก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องฟอกอากาศของตนเอง ใช้ชื่อว่า “AEROCLEAN” สั่งอุปกรณ์นำเข้ามาสำหรับผลิตจากเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศรายแรกที่ผลิตและขายในเมืองไทย โดยคนไทยเอง แต่คุณภาพระดับโลก เพราะได้รับใบรับรองคุณภาพมาตรฐานเยอรมันจาก TÜV จนยอดขายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งยังนำเครื่องเครื่องกรองน้ำจากอเมริกามาจำหน่ายเป็นสินค้านำเข้าที่น่าสนใจในยุคนั้น
 
พ.ศ. 2538 ได้ซื้อที่ดินในจ.ลพบุรี จำนวน 555 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ดำเนินกิจการไปได้ไม่นานก็เจอวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ธนาคารต่างๆไม่ยอมปล่อยกู้ จึงได้ขายสินค้าในธุรกิจต่างๆที่มีแบบโละสต๊อก เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนลงทุนในที่ดินให้แล้วเสร็จ แต่โครงการก็ไม่ได้ตามเป้า จึงทำให้เป็นหนี้กว่า 50 ล้านบาท จึงต้องปล่อยให้ธนาคารยึดโรงงานเครื่องฟอกอากาศ ออฟฟิส และที่ดินในจ.ลพบุรีไปจำนวน 67 ไร่ เพื่อลดยอดหนี้ลงจนเหลือประมาณ 7 ล้านบาท แล้วดำเนินกิจการทางด้านเกษตรกับที่ดินที่เหลือ เช่น ปลูกแก้วมังกร มะปราง ลำใย ปุ๋ยสำหรับต้นไม้ อาหารเลี้ยงกุ้งเป็นต้น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนหนี้พุ่งขึ้นไปถึง 20 ล้านบาท
 
พ.ศ. 2545 เริ่มดำเนินการธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์ เนเจอร์กิฟ เช่น สาหร่ายสไปรูลิน่า ในรูปแบบธุรกิจขายตรง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงมีคนมาแนะนำให้ลองเปลี่ยนไปผลิตสินค้าประเภทอื่น เช่น ยาสีฟัน สบู่ หรือกาแฟ เพราะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคใช้กันเป็นประจำ
 
พ.ศ. 2546 ช่วงเดือนธันวาคมได้ผลิตกาแฟผสมวิตามิน และเกลือแร่ออกมาจำหน่าย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงสุขภาพ และควบคุมน้ำหนักไปพร้อมกัน เมื่อผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะทานแล้วเห็นผล จึงเกิดกระแสของผู้บริโภคมีการบอกต่อๆกัน จนสินค้าขาดตลาดในบางช่วงเพราะไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค จนต้องสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในปี พ.ศ. 2550 แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการอยู่ดี จึงต้องสร้างโรงงานใหม่เพิ่มอีกในปี พ.ศ. 2551 รวมเป็น 3 โรงงาน ซึ่งกิจการได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนทำให้สามารถชำระหนี้สินต่างๆหมดลงได้ภายใน 2 ปี
 
เกียรติประวัติ

นายกฤษฎา จ่างใจมนต์ได้รับรางวัลจากสถาบัน และองค์กรต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชนจำนวนมาก เช่น
  • พ.ศ. 2553
    • ได้รับคัดเลือกให้เป็น" บุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 2010" จาก Foundation of Science and Technology Council of Thailand (FSTT)
  • พ.ศ. 2554
    • ได้รับ"รางวัลพุทธคุณูปการ" จากคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พิจารณามอบให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างโดดเด่น
    • ได้รับการประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติ รางวัลประเภท "ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟดีเด่น" จากสมาคมกาแฟและชาไทย โดยได้รับโล่ประทานจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงานThailand Asean Coffee & Tea 2011 ครั้งที่ 8
    • ได้รับการคัดเลือกเป็น "วิศวจุฬาดีเด่น ประจำปี 2554" คัดเลือกโดย สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2556
    • ได้รับรางวัล "ระฆังทอง" บุคคลดีเด่นแห่งปี สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติดีเด่น จากสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) โดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานการมอบรางวัล
    • ได้รับรางวัล "คนดี ศรีสยาม" จากสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) และมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา โดยได้รับโล่ประทานจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
  • พ.ศ. 2557
    • ได้รับรางวัล "ผู้นำพุทธโลก" ครั้งที่ 1 ปี 2557 (The 1st World Buddhist Outstanding Leader Award 2014) จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับองค์กรยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) โดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานการมอบรางวัล
  • พ.ศ. 2558
    • ได้รับรางวัล "คนดีของสังคม" ด้านการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม จากมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดย ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีและมอบโล่เกียรติยศ ผู้ทำคุณประโยชน์ รางวัลคนดีของสังคม
1
สนใจติดต่อ นักธุรกิจ
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมแฟรนไชส์ใหญ่สุด อันดับ 1 ในไทย
No.1 Franchise Hub & Solution in Thailand
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Advertising : info@thaifranchisecenter.com | Feedback  | Privacy Policy | Copyright © 2005 - 2021 All Right Reserved.