1.2K
12 กุมภาพันธ์ 2563
กรมพัฒน์ฯ เตือน ‘ห้ามขาย’ หรือ ‘สมยอม’ ให้เอาชื่อไปใช้โดยไม่ได้ทำธุรกิจจริง
 
 
 
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกประกาศเตือนประชาชนเพิ่มความระวังในการใช้บัตรประชาชน และก่อนเซ็นชื่อโดยเฉพาะเอกสารต่างๆ สำหรับยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หลังพบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจโดยไม่รู้ตัวมาก่อน โดยพบพฤติกรรมของกลุ่มคนที่เป็นขบวนการแอบอ้างชื่อบุคคลอื่นเพื่อนำไปเปิดบริษัทหรือเป็นกรรมการบริษัท และกลุ่มที่ยอมขายชื่อตนเองเพื่อแลกกับผลประโยชน์ ซึ่งถือมีความผิดทางกฎหมายอาญาลงโทษแรงมีทั้งจำและปรับ
 
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า “ในช่วงเวลาที่ผ่านมากรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในประเด็นการถูกแอบอ้างชื่อเพื่อนำมาใช้จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจและการถูกโยงเข้ามาเป็นกรรมการบริษัททั้งที่เจ้าของชื่อไม่ทราบมาก่อนนั้น โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรมฯ ได้พบพฤติกรรมที่ไม่สุจริตของคน 2 กลุ่ม คือ
  1. กลุ่มบุคคลที่ต้องการจะจัดตั้งธุรกิจแต่ ‘นำชื่อของบุคคลอื่นมาแอบอ้าง’ เพื่อใช้ประกอบการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อให้มีจำนวนผู้เริ่มก่อการครบทั้ง 3 คน ตามที่กฎหมายกำหนด
  2. กลุ่ม ‘รับจ้างขายชื่อ’ โดยยินยอมให้นำชื่อของตนเองไปใช้จดทะเบียนธุรกิจซึ่งอาจได้รับค่าตอบแทนหรืออาจจะไม่ได้รับก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มคนที่ ‘ถูกแอบอ้างหรือปลอมลายมือชื่อ’ โดยที่ไม่ได้ยินยอมให้นำชื่อของตนไปใช้ในการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจกระทั่งมีการฟ้องร้องทางธุรกิจจนทำให้ทราบว่าตนได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายนั้น”
อธิบดีฯ กล่าวต่อว่า “กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความมีธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจของนิติบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น การเริ่มต้นของธุรกิจหากไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความโปร่งใสก็ย่อมมีแนวโน้มที่นิติบุคคลรายนั้นจะประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับมีเจตนาที่จะจัดตั้งธุรกิจขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้อื่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศได้ กรมฯ จึงออกประกาศ เรื่อง แจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์เพื่อใช้ในการยื่นคำขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ. 2563

ทั้งนี้ การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจโดยไม่มีเจตนาหรือจุดประสงค์ที่จะดำเนินธุรกิจตามที่แจ้งไว้ ถือเป็นการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียนและจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ โดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรมฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวให้ถึงที่สุด”
 
“อย่างไรก็ดี กรมฯ ขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ระวังการถูกนำบัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลในบัตรไปสวมรอยจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลโดยไม่รู้ตัว และหากจำเป็นต้องมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำการใดแทน จะต้องระบุข้อความสำหรับธุรกรรมดังกล่าวลงบนสำเนาบัตรประชาชนด้วยทุกครั้ง อีกทั้งต้องระมัดระวังและตรวจสอบข้อความก่อนลงลายมือชื่อในเอกสารหรือแบบพิมพ์ต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกหลอกนำชื่อไปใช้จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจหรือดำเนินการแก้ไขใดๆ ในบริษัท โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอำนาจของกรรมการ

สุดท้ายนี้ กรมฯ ได้กำชับให้นายทะเบียนที่มีหน้าที่พิจารณาการจดทะเบียนนิติบุคคลให้ตรวจสอบเอกสารการยื่นขอจดทะเบียนด้วยความรอบคอบ และเป็นไปตามที่ระเบียบฯ กำหนด” อธิบดีฯ กล่าวในท้ายที่สุด
 
อ้างอิงจาก : MGROnline.com
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
โอกาสดีมาแล้ว!ไจแอ้น ล..
901
มาแล้วจ้า! ชาคุมะ เปิด..
675
เปิดร้าน Chester พร้อม..
614
“Personalized Learning..
603
เดอะ เลตเตอร์โพสต์ เซอ..
562
ฮิตสุด! ฮ็อป ชาเฟ่ สุด..
544
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมแฟรนไชส์ใหญ่สุด อันดับ 1 ในไทย
No.1 Franchise Hub & Solution in Thailand
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Advertising : info@thaifranchisecenter.com | Feedback  | Privacy Policy | Copyright © 2005 - 2023 All Right Reserved.