1.2K
2 มกราคม 2560
ม.มหิดล ชี้ปี 60 ระบบนิเวศเศรษฐกิจไทยเอื้อธุรกิจอาหารโต

 
นายกิตติชัย ราชมหา ประธานสาขาการจัดการธุรกิจอาหาร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)
 
 
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผย ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจในปี 2560 ของวงการธุรกิจอาหารและการเกษตรไทย เอื้อต่อผู้ประกอบการและผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารมากขึ้น เชื่อมีโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจเพิ่มขึ้น แนะผู้ประกอบการธุรกิจอาหารยุคใหม่ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม 3 ด้าน
       
นายกิตติชัย ราชมหา ประธานสาขาการจัดการธุรกิจอาหาร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเลื่อนอันดับการส่งออกอาหารโลกของประเทศไทยขึ้นสู่อันดับที่ 13 ของโลก ถือเป็นสัญญาณที่ดีของประเทศไทย และจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถมองเป็นโอกาสสำคัญของเหล่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทุกขนาด

ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ที่สามารถใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ โดยผู้ประกอบการธุรกิจอาหารต้องตื่นตัวต่อการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้แก่ตัวผลิตภัณฑ์และธุรกิจ

อันจะนำไปสู่การแก้ไขข้อบกพร่องของประเทศไทยที่มีการส่งออกวัตถุดิบอาหารจำนวนมากแต่มีมูลค่าน้อย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในเรื่องตัวเลขภาพรวมรายได้การส่งออกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
       
ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของวงการธุรกิจอาหารและการเกษตรในประเทศไทยมีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก มีกระแสสังคมในเรื่องการผลักดันให้ผู้ผลิตกลายเป็นผู้ประกอบการเองโดยไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากการรวมกลุ่มของหน่วยงานภาครัฐ

อาทิ โครงการ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” (Food Innopolis) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่พร้อมทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” หรือที่ปรึกษาในด้านการประกอบธุรกิจด้านอาหารและการเกษตรอย่างครบวงจร ทำให้ในปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารที่จะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จด้านธุรกิจเพิ่มขึ้น
       
อย่างไรก็ตาม เทรนด์ธุรกิจอาหารต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเติบโตทั้งห่วงโซ่คุณค่า (value chain) โดยผู้ประกอบการธุรกิจอาหารยุคใหม่ต้องรู้จักประยุกต์ใช้นวัตกรรมเข้าสู่ธุรกิจ โดยเน้นหลักที่การพัฒนา 3 หัวใจสำคัญของธุรกิจอาหารในยุคปัจจุบัน คือ
  1.  เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต (Productivity) นวัตกรรมสามารถใช้เพื่อพัฒนาภาคการผลิต โดยเฉพาะในธุรกิจต้นน้ำ เช่น ผลิตผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ ให้มีปริมาณมากขึ้น รองรับกับการเติบโตของจำนวนผู้บริโภคทั่วโลก ตลอดจนลดอัตราการสูญเสียจากปัจจัยต่างๆ เช่น ปัญหาทางสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change)
  2. พัฒนาด้านความปลอดภัย (Safety) ประเด็นด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดในธุรกิจอาหาร ซึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยพัฒนาและควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยในทุกกระบวนการผลิตอาหาร
  3. ผลิตอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (Healthy & Wellness) อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy & Functional Food) เป็นเทรนด์ระดับโลกที่ผู้บริโภคทุกประเทศให้ความสนใจเป็นอันดับ 1 โดยในปัจจุบันหัวใจหลักที่ใช้เป็นตัวตัดสินในตลาดธุรกิจอาหาร คือ การคิดค้นและพัฒนาอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอาหารสุขภาพเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัย (Aging Society) 
 

 
บรรยากาศการออกบูธธุรกิจอาหารที่มีนวัตกรรม
 
ทั้งนี้ ภายในช่วงต้นปี 2560 นี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พร้อมด้วยสาขาการจัดการธุรกิจอาหาร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ในฐานะพันธมิตรหลักด้านวิชาการ การบริหารจัดการธุรกิจอาหาร (food business management) เตรียมพร้อมจัดโครงการ Food Tech Startup เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพธุรกิจอาหาร นำเสนอไอเดียธุรกิจต่อนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการสตาร์ทอัพไทยแลนด์ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้านธุรกิจอาหาร และเตรียมความพร้อมนักสร้างสรรค์นวัตกรรมธุรกิจอาหารเพื่อแข่งขันในเวทีระดับโลก หรือ Global Food Innovation Contest ของทาง Global Entrepreneurial Network (GEN) 
 
 

 
 
ผศ.ดร. อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
 
ด้าน ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวว่า เดิมประเทศไทยเคยติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งออกอาหารมากที่สุดของโลก แต่ปัจจุบันอันดับได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยปัญหาที่ว่าประเทศไทยส่งออกวัตถุดิบอาหารจำนวนมากแต่มูลค่าน้อย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศที่มีการเพิ่มมูลค่าเข้าสู่อาหารด้วยกรรมวิธีและนวัตกรรมต่างๆ ด้วยปัญหาต่างๆ เหล่านี้ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” (Food Innopolis) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ที่มีความได้เปรียบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารโลก ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเข้าสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมแกร่งศักยภาพในการแข่งขันระดับเวทีโลก
       
โครงการ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” หรือ Food Innopolis เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนา 2 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง 35 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน

เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารทุกระดับให้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ผ่านการบริการให้คำปรึกษาด้านต่างๆ อาทิ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อการพัฒนาด้านศึกษาวิจัย (Networking for Research and Development) และการต่อยอดธุรกิจเพื่อตีตลาดต่างประเทศ (Business Accelerator) 
 
อ้างอิงจาก  ผู้จัดการออนไลน์
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
#แฟรนไชส์ มารุชา เปิดส..
1,635
ประกาศผลแล้ว! งานมอบรา..
1,413
ออฟฟิศเมท พลัส ฉลองเปิ..
728
เติบโตต่อเนื่อง! #แฟรน..
723
#แฟรนไชส์ Am Tea เดินห..
681
#แฟรนไชส์ คาเฟ่ ชากัญ ..
551
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมแฟรนไชส์ใหญ่สุด อันดับ 1 ในไทย
No.1 Franchise Hub & Solution in Thailand
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Advertising : info@thaifranchisecenter.com | Feedback  | Privacy Policy | Copyright © 2005 - 2021 All Right Reserved.