1.6K
17 มิถุนายน 2558
มาตรการอุ้ม "เอสเอ็มอี" สะดุด "คลัง-3สภาธุรกิจ" ไปคนละทาง




มาตรการ ช่วย "เอสเอ็มอี" ชะงัก สรรพากรชูแผนดึงผู้ประกอบการเข้าระบบ ยื่นเงื่อนไขจะไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเต็มที่ ฟาก 3 สภาเอกชนมุ่งขอลดภาษี คลังห่วงกระทบฐานภาษี-ช่องโหว่เลี่ยงภาษี มึน พ.ค.ภาษีนิติบุคคลวูบหลายหมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่พิจารณาอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) วงเงิน 15,000 ล้านบาท ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ไปพิจารณาการเข้าสู่ระบบของเอสเอ็มอีอย่างถูกต้องก่อน



สรรพากรถก 3 สภาธุรกิจไม่ลงตัว

นาย สมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีราว 6 มาตรการที่กำลังพิจารณาดำเนินการ อาทิ การปรับลดภาษีให้เอสเอ็มอีที่มีการทำบัญชีเล่มเดียว และเข้ามาอยู่ในระบบ การให้เงินกู้ การค้ำประกัน การสร้างนวัตกรรมใหม่ การออกโปรโมชั่นพิเศษ รวมถึงเงินกู้เพื่อช่วยเหลือภาคเกษตร

"มาตรการมีอยู่แล้ว แต่ต้องทยอยทำ ด้านมาตรการภาษีนั้น จะพิจารณาลดภาษีให้เฉพาะเอสเอ็มอีที่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเล่มเดียว และเข้ามาอยู่ในระบบ"

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตามที่นายสมหมาย ภาษี มีนโยบายที่จะมีมาตรการดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยกรมสรรพากรได้จัดทำโครงการ "ก้าวเดินไปด้วยกัน" ซึ่งจะช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากรและภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น โดยแนวทางการช่วยเหลือเอสเอ็มอีของกรมสรรพากรคือ จะไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง พร้อมให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการลงทุน รวมถึงสรรพากรจะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ จะต้องตกลงว่าจะทำบัญชีเพียงบัญชีเดียว คือไม่มีบัญชีตกแต่ง


ขอลดภาษีอีก-รัฐกลัวกระทบหนัก

ที่ผ่านมา นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้เชิญภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมหารือร่วมกันที่กรมสรรพากรเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายชนาธิป สุรชัยสิทธิกุล รองประธานและเลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย

แหล่ง ข่าวกล่าวว่า การหารือดังกล่าว ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากข้อเสนอภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐลดภาษีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็ มอีที่ขึ้นทะเบียนกับ 3 สภานี้เป็นหลัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของกรมสรรพากร เพราะที่ผ่านมารัฐก็เพิ่งลดภาษีให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีกำไร 1-3 ล้านบาทต่อปี เสียภาษีแค่ 15% จากเดิมเสีย 20% ไปแล้ว ดังนั้นถ้า จะให้ลดภาษีเพิ่มสำหรับสมาชิกที่ลงทะเบียนกับ 3 สภา ทางกรมสรรพากรกังวลเรื่องจะเป็นการเลือกปฏิบัติ และหากทำเป็นการทั่วไปจะกระทบฐานภาษีนิติบุคคลเพราะ 93% เป็นเอสเอ็มอี

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากฐานภาษีนิติบุคคลที่จะหายไปจำนวนมากแล้ว ยังจะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้นิติบุคคลมีการตั้งบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ ไม่เกิน 5 ล้านบาท เพื่อให้เข้าข่ายเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีและมาขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวกันมากขึ้นด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะกระทบรายได้ภาษีไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปีที่จะหายไป

"ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีแนวทางว่า จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง แต่ผู้ประกอบการอยากให้ลดภาษีมากกว่า จึงตกลงกันไม่ได้"


ภาษีนิติบุคคลหดหลายหมื่นล.

ด้าน นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น กระทรวงการคลังได้ดำเนินการไปหลายมาตรการแล้ว ทั้งการลดภาษีนิติบุคคลสำหรับเอสเอ็มอีให้เหลือ 15% ไปแล้ว ส่วนที่ผู้ประกอบการจะขอลดอีกถ้าจะทำก็ต้องหารือกันใหม่ แม้หากรัฐบาลเห็นด้วย ก็ต้องแก้กฎหมาย ซึ่งก็ต้องขึ้นกับนโยบายรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร

"การจะลดภาษีอีก ต้องดูผลกระทบด้วย เพราะภาษีนิติบุคคลเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ลดลงเป็นหมื่นล้านบาท" นายรังสรรค์กล่าว

ส่วน มาตรการด้านการเงินที่ออกไปแล้วบางมาตรการก็ยังทำไม่เต็มที่ อย่างเช่นการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ยังเหลือวงเงินอีกหลายหมื่นล้านบาท

ขณะที่นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรได้ดำเนินการโครงการ "ก้าวเดินไปด้วยกัน" โดย เชิญเอกชน 3 สภามาหารือร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป "การจัดเก็บภาษีนิติบุคคลเดือน พ.ค. ยอมรับว่าจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายไปหลายหมื่นล้านบาท แต่ยังต้องรอผลการจัดเก็บในเดือน มิ.ย.ด้วย เนื่องจากมีการขยายเวลาชำระภาษีวันสุดท้ายเป็นวันที่ 2 มิ.ย. รวมถึงกรณียื่นทางอินเทอร์เน็ตจะได้ถึงวันที่ 8 มิ.ย. เลยทำให้ดูแล้วภาษีหายไปเยอะ" นายประสงค์กล่าว

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการสินเชื่อของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง ประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐรับภาระดอกเบี้ยให้ 3% กับมาตรการค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีระยะที่ 5 ที่ บสย.ขอให้รัฐบาลชดเชยค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการปีแรกอีก 1 หมื่นล้านบาทนั้น เข้าใจว่ามีการเสนอไปรอเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว


มท.-สสว.เร่งขึ้นทะเบียน SMEs

นายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า เพื่อขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาศักยภาพและการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ตามนโยบายรัฐบาล ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือใน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการสนับสนุนเครือข่าย SMEs ใน 18 กลุ่มจังหวัด จะมีการจัดประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการพัฒนาและสร้างเครือข่าย SMEs ให้กับกลุ่มจังหวัด 2.โครงการสุดยอด SMEs จังหวัด ซึ่งทาง สสว.จะมีการประกาศรับสมัครผู้ประกอบการ

และคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs ตามหลักเกณฑ์ที่ทาง สสว.กำหนด และ 3.โครงการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs และพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะมีการดำเนินการขับเคลื่อนในรูปแบบคณะกรรมการส่งเสริม SMEs กลุ่มจังหวัดเพื่อสร้างเครือข่าย SMEs ในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง สามารถติดต่อสื่อสารและเข้าถึงบริการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ และทำให้ภาครัฐสามารถดูแลกลุ่ม SMEs ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมาขึ้นทะเบียน SMEs และสร้างเครือข่าย SMEs ให้เข้มแข็ง


อ้างอิงจาก  ประชาชาติธุรกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ประกาศ! เปิดรายชื่อตัว..
1,216
#แฟรนไชส์ กองจูปิ้งย่า..
940
#แฟรนไชส์ ออฟฟิศเมท พล..
731
#แฟรนไชส์ โคโค ฟุกุ เป..
728
#แฟรนไชส์ ควิกเซอร์วิส..
667
สุดจัด! #แฟรนไชส์ บั๊บ..
623
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ : รวมธุรกิจไทย
Home | About Us | Contact Us | Feedback | Careers | Disclaimer |      PC Version | 
 เพิ่มเพื่อน
Tel. 02-1019187 | Contact & Advertising : info@thaifranchisecenter.com     Copyright © 2005 - 2021 All Right Reserved.