บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    การวางแผนธุรกิจแฟรนไชส์
8.2K
2 นาที
21 พฤศจิกายน 2549
แนวโน้มกลยุทธ์ ธุรกิจแฟรนไชส์

หากจะกล่าวถึงแนวคิดธุรกิจที่เป็นอยู่ในความสนใจทุกวันนี้ แนวคิดหนึ่งที่มีความนิยมมาก ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นการทำแฟรนไชส์
 
สำหรับผู้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่แต่ยังไม่มีแนวคิด ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง หรืออาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในการเริ่มก่อตั้งและ ไม่สามารถพัฒนาทุกอย่าง ตั้งแต่ศูนย์ขึ้นมา แฟรนไชส์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถเปิดโลกทรรศน์สร้าง โอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคตได้
 
ความหมายของการทำแฟรนไชส์นั้น จะหมายถึง การให้สิทธิในการดำเนินการ ทางธุรกิจโดยผู้ให้สิทธิ์คือ แฟรนไชส์เซอร์ ( Franchisor ) ได้ให้สิทธิ์ในการใช้ตราสินค้า แนวคิดทางธุรกิจการตลาด ระบบในการดำเนินงานและทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ที่เรียกว่า แฟรนไชซี( Franchisee ) รวมถึงยังมักจะมีสัญญาที่เข้าช่วยเหลือ และควบคุมดูแลการดำเนินงานของแฟรนไชซีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
 
ในที่นี้แฟรนไชซีต้องจ่ายค่าตอบแทนของของแฟรนไชซอร์ ในรูปแบบของ ค่าความภักดี ( Royalty fee ) ซึ่งมักจะเป็นในรูปของเปอร์เซ็นต์จาก รายได้ทั้งหมดที่แฟรนไชซีดำเนินงานได้
 
ตัวอย่างของธุรกิจที่นำแนวคิดของการทำแฟรนไชซีมา ใช้จะประสบความสำเร็จอย่างมากทั่วโลกนั้น ได้แก่ แมคโดนัลด์ในธุรกิจฟาสต์ฟู้ด หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ในธุรกิจค้าปลีก หากเป็นแฟรนไชส์ของคนไทยก็เริ่มมีบทบาทในการขยายตัวมากขึ้น เช่น ร้านวีช็อป ร้านเทเลวิซในธุรกิจมือถือ
 
การทำแฟรนไชส์นั้น นับว่าเริ่มมีอิทธิพลต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจโดยรวมมากขึ้นเรื่อยๆ จากสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ระบุว่ามีการจ้างงานจากธุรกิจ แฟรนไชส์ของตนทั่วประเทศ ถึง 18 ล้านคน นับเป็นสัดส่วนถึง 14% ของการจ้างงานโดยรวมของทั้งประเทศ และมีมูลค่าของผลผลิตของธุรกิจแฟรนไชส์นี้ถึง 9.5%ของผลผลิตมวลรวมทั้งหมดของทั้งประเทศเลยทีเดียว
 
นับว่าสร้างประโยชน์ให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอย่างมหาศาล และคาดการณ์การเติบโตของแฟรนไชส์ไม่น้อยกว่า 6% ต่อปีอีกด้วย
 
สิ่งที่ทำให้แนวคิดของการทำธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์เป็นที่นิยมมาก ก็เนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ
 
เหตุผลแรกคือ เรื่องของผลตอบแทนซึ่งที่ผ่านมาการทำธุรกิจแฟรนไชส์ได้แสดง ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่ามี ผลกำไรจากการดำเนินการเป็นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรูปแบบในการดำเนินงานที่ง่ายต่อการเรียนรู้และนำไปใช้ ทำให้สามารถจัดตั้งและขยายตัวต่อไปได้สะดวกง่ายดาย ขึ้นทั้งกับนักลงทุนแบบบุคคล โดยต้นทุนเริ่มแรกก็ไม่สูงนัก
 
ในหลายๆ กิจการของแฟรนไชส์ยังมีรูปแบบในการลงทุนที่หลากหลายให้เลือกอีกด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณและข้อจำกัดในการลงทุนของแต่ละคนได้อีกด้วย
 
ประการที่สองก็คือ ความเสี่ยงในการลงทุนและดำเนินงานต่ำกว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง ซึ่งอัตราการล้มเหลวนั้นต่ำกว่าอัตราการล้มเหลวของธุริจที่ดำเนินการปกติ อย่างเป็นอิสระมาก
 
เนื่องจากการขอสิทธิแฟรนไชส์ เรียกว่ามีพี่เลี้ยงที่มาคอยถ่ายทอดกลยุทธ์ประสบการณ์และ การแก้ปัญหาในการดำเนินงานลดลง และระบบต่างๆ ในการบริหารและควบคุมที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างดีแล้ว มีกลุ่มลุกค้าเป็นหมายและฐานลูกค้าชัดเจนแล้ว รวมถึงมีการทำการตลาดแบบมืออาชีพให้ด้วย ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการลองผิดลองถูกอย่างมากมายนักในการเริ่มต้น โดยเฉพาะในช่วงสองปีแรก ที่มักเป็นระยะที่ทำธุรกิจใหม่นักจะมีอัตราความล้มเหลวสูงที่สุด
 
ประการถัดมา แฟรนไชส์นั้นถือว่าเป็นการสร้างโอกาส ให้กับกลุ่มที่เริ่มขาดโอกาสในวงการธุรกิจ เช่น กลุ่มพนักงานที่เกษียณ หรือกลุ่มที่ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุผลประการทั้งปวง ให้สามารถเริ่มธุรกิจใหม่ที่เป็นของตนเอง โดยที่ตนเองอาจไม่มีความสามารถในด้านหนนึ่งอย่างเด่นชัด เป็นเอกลักษณ์พอที่จะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยตนเอง ทั้งหมดตั้งแต่ต้นได้
 
วิธีนี้นอกจากจะช่วยเปิดโอกาสให้แล้ว ยังทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตมากขึ้นด้วย
 
โดยปัจจุบันเริ่มเห็นการกระจายโอกาสการเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ไปสู่ผู้หญิงมากขึ้นจากเดิมในอดีต ที่สัดส่วนของเพศชายสูงกว่าในการเริ่มต้นทำธุกิจใหม่ หลังจากที่มีแฟรนไชส์แล้ว เพศหญิงเริ่มเข้ามามีบทบาทในการเป็นเจ้าของธุรกิจมากขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว
 
แนวโน้มในอนาคตของการทำแฟรนไชส์นั้นจากที่เคยมุ่งเน้นอยู่กับธุรกิจ ทางด้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ น่าจะเริ่มเข้าสู่ยุคที่เป็นธุรกิจเน้นการบรการที่เพิ่มพูลค่าทมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ เช่น ธุรกิจรับจ้างทำความสะอาด ธุรกิจรับซ่อมแซมต่างๆ ธุรกิจรับดูแลบ้าน/สวน ธุรกิจรับดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคมากขึ้น และเริ่มเป็นธุรกิจที่จับตาเฉพาะส่วน ( Niche Marker ) ด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันจากคู่แข่งรายใหญ่
 
แนวโน้มธุรกิจยังแปรผันตามโครงสร้างของประชากรอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันและในอนาคต สัดส่วนของประชากรที่เป็นผู้สูงอายุมีมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวกับการให้บริการกับคนกลุ่มดังกล่าว จึงอยู่ในความสนใจมีมากขึ้น
 
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการให้บริการเพื่อสุขภาพการออกกำลังกาย สปาและนวดเพื่อสุขภาพธุรกิจดูแลผู้สูงอายุธุรกิจแพทย์ทางเลือก ฯลฯ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเห็นเด่นชัดมากในประเทศไทย ซึ่งธุรกิจแฟรนไชส์ที่ให้บริการแก่ผู้สูงอายุนั้นมีการเติบโตมากขึ้น นับว่าเป็นการสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจเช่นกัน
 
นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่เป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของ การดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นแฟรนไชส์ที่สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่ขอระบบแฟรนไชส์(แฟรนไชซี) ไปนั้น มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ประกอบการมากกว่าเป็นแค่ลูกจ้างที่ดำเนินการ ทุกอย่างอยู่ในกรอบที่เจ้าของแฟรนไชส์กำหนดแต่เพียงอย่างเดียว
 
เนื่องจากความรู้สึกถึงการเป็นผู้ประกอบการตัวจริงดังกล่าว จะทำให้แฟรนไชซีนั้น มีความคิดสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ที่จะสามารถนำไปพัฒนาธุรกิจให้เหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมทางการตลาดของตนอยู่ตลอดเวลา และเป็นการสร้างความแปลกใหม่ที่แตกต่างจากคู่แข่งขันให้กับธุรกิจอีกด้วย
 
เพราะแฟรนไชซีจะเป็นผู้ที่ดำเนินการใกล้ชิดกับตลาดอยู่ตลอดเวลา สามารถทราบและติดตาม พฤติกรรมของลูกค้าของตนได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การที่แฟรนไชซีเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงแผนกลยุทธในการดำเนินการ จึงนับเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก
 
นอกจากนั้นผู้ให้แฟรนไชส์นั้น ควรต้องมีการติดตามและประเมิณผลการดำเนิน งานแฟรนไชซีอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสามารถให้คำปรึกษาแนะนำได้ทันท่วงที
 
หากเกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้นกับแฟรนไชซีรายใด และควรต้องมีโปรแกรมการพัฒนาแฟรนไชซีอย่างสม่ำเสมอด้วย ซึ่งจำต้องทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของตนมีการปรับปรุงการดำเนินงาน อย่างต่อเนื่องเหนือคู่แข่งขันอันนำไปสู่การเติบโต อย่างยั่งยืนของธุรกิจแฟรนไชส์ของเราต่อไปในอนาคต 
 
อ้างอิงจาก: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ : BizWeek ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ค.2548 คอลัมน์จับเข่าชนคนกลยุทธ์ เขียนโดย ผศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค