3.0K
16 มกราคม 2551
ชี้ธุรกิจแฟรนไชส์มีเซอร์ไพร์ส โตสวนกระแสเศรษฐกิจ

ผอ.IRF ระบุปี 50 ธุรกิจแฟรนไชส์ทรุด เพราะภาพติดลบ ชี้ปีนี้ มีสิทธิ์กลับมาขยายตัว เพราะมนุษย์เงินเดือนอาจพบวิกฤตต้องหันมาทำธุรกิจส่วนตัว เตือนแฟรนไชส์ลงทุนต่ำยังอันตราย กระตุ้นภาครัฐเร่งวางมาตรฐาน
 
นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจการค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล (IRF) มหาวิทยาลัยศรีปทุม เผยว่า ภาครวมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในปีที่ผ่านมา (2550) มีอัตราขยายตัวลดลงประมาณ 8-10% เทียบระหว่างธุรกิจที่เลิกล้มกิจการไป กับธุรกิจเกิดขึ้นใหม่แล้ว รวมเหลือธุรกิจแฟรนไชส์ประมาณ 408 ราย จากต้นปีที่จำนวน 456 ราย มูลค่าการลงทุนลดลงทุนเหลือ 72,000 ล้านบาท จาก 84,000 ล้านบาท ซึ่งเหตุผลสำคัญมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อธุรกิจแฟรนไชส์ต่ำลง 
 
ส่วนในปี 2551 เชื่อว่า ธุรกิจแฟรนไชส์จะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% สวนกระแสกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่คาดว่าจะซบเชาต่อเนื่อง เพราะพื้นฐานของธุรกิจแฟรนไชส์ คือ ช่วยเปิดโอกาสสร้างธุรกิจ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องออกจากงานประจำมาสร้างธุรกิจส่วนตัว โดยใช้ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นช่องทาง รวมถึง ปัจจัยทางการเมืองที่มีแนวโน้นชัดเจนขึ้น อาจช่วยให้นักธุรกิจกล้าจะลงทุนกับธุรกิจแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นด้วย 
 
 
 
 
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ในปี 2550 ที่ผ่านมา ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยยังมีอัตราการล้มตาย สูงถึง 26.2% เกือบทั้งหมดจะเป็นธุรกิจแฟรนไชส์แบบลงทุนต่ำ ไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งขาดระบบบริหารแฟรนไชส์อย่างแท้จริง

ดังนั้น ภาครัฐควรเข้ามาให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานแก่ธุรกิจแฟรนไชส์ในทุกๆ ด้าน โดยอาจทำให้เกิดองค์กร หรือการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ และหวังว่า สถาบันการเงินจะเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อ เพื่อลงทุนกับแฟรนไชส์ที่ได้มาตรฐาน 
 
 
 
 เร่งดันแฟรนไชส์ไทยโกอินเตอร์ บุก 4 ประเทศเดินหน้าจับคู่ธรุกิจ
 
กรมพัฒนาธุรกิจฯ เผยปีที่ผ่านมา แฟรนไชส์ไทยจับคู่ต่างแดนสำเร็จกว่า 33 ราย ตั้งเป้าปีนี้ขยายโดยใช้ระบบที่ปรึกษา เสริมศักยภาพก่อนพาบุกตลาด เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน คาดจับคู่สำเร็จไม่น้อยกว่า 30 ราย 

นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ไทยก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจฯ ได้จัดโครงการแฟรนไชส์ไทยสู่แฟรนไชส์โลก โดยดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ทั้งการเขียนแผนธุรกิจ การตลาด การบริหารระบบแฟรนไชส์ ฯลฯ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 รวมแล้วมีผู้ประกอบการ เข้าร่วมกว่า 400 ราย และผ่านหลักสูตรแล้วกว่า 100 ราย 
 
ส่วนระยะที่ 2 คือ พาผู้ประกอบการทดลองตลาดโดยออกโรดโชว์ ทั้งในประเทศ และคัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพ ไปเปิดตลาดต่างประเทศ ซึ่งปีที่ผ่านมา (2550) เกิดการจับคู่ธุรกิจกับต่างชาติกว่า 33 ราย เช่น โชคดี ติ๋มซำ คอฟฟี่ เมคเกอร์ เป็นต้น 
 
สำหรับปี 2551 นี้ ด้านให้ความรู้จะดำเนินการต่อเนื่อง แต่จะปรับรูปแบบให้กระชับขึ้น รวมถึง นำระบบเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านออนไลน์มาใช้ควบคู่กันไป ตั้งเป้าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 400 ราย 
 

 ส่วนด้านภาคสนามก่อนจะพาสู่ตลาดจริงจะเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ โดยใช้ระบบที่ปรึกษาประกบแบบเฉพาะตัวต่อตัว เพื่อเสริมศักยภาพตามความสามารถ และความเหมาะสมของผู้ประกอบการแต่ละราย 
 
ทั้งนี้ การพาผู้ประกอบการไทยไปศึกษาตลาด และจับคู่ธุรกิจในปีนี้ มีตลาดเป้าหมาย 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งจะเดินทางในช่วงระหว่างกลางเดือนมกราคมเป็นต้นไปถึงปลายเดือนเมษายน ตั้งเป้าเกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 25-30 ราย
 
กระตุ้นแฟรนไชส์ไทยรวมกลุ่ม สร้างมาตรฐาน สกัดแฟรนไชส์เถื่อน
 
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แฟรนไชส์ไทยไม่รุ่ง เพราะผปก.ยังขาดความรู้ในระบบอย่างแท้จริง รวมถึงขาดความน่าเชื่อถือจากปัญหาแฟรนไชส์เถื่อน กระตุ้นรวมกลุ่มสร้างมาตรฐาน ใช้จรรยาบรรณสร้างความน่าเชื่อถือในสังคมธุรกิจ พร้อมสานต่อโครงการแฟรนไชส์ไทยสู่แฟรนไชส์โลก พาบุกตลาดเวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน ตั้งเป้าเกิดการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 25-30 ราย
 
นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาที่กระทบให้ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยยังไม่เติบโตเท่าที่ควร คือ ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยยังขาดความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจ แฟรนไชส์อย่างแท้จริง

อีกทั้ง ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยยังไม่เป็นที่น่าเชื่อถือในสังคมธุรกิจ ซึ่งเกิดจากปัญหาผู้ประกอบการบางรายแอบอ้าง การทำธุรกิจแฟรนไชส์เพื่อหลอกลวงผู้บริโภค 
 
แนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ส่วนหนึ่งภาครัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือ เช่น ออกกฎหมายแฟรนไชส์ เพื่อดูแลและป้องกันธุรกิจแฟรนไชส์เถื่อน ซึ่งเวลานี้อยู่ระหว่างยกร่างเสนอพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรี และอีกทางตัวผู้ประกอบการแฟรนไชส์เองต้องร่วมกันอย่างชัดเจน และเข้มแข็ง เพื่อสร้างมาตรฐานให้เกิดความน่าเชื่อถือ โดยการทำธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจรรยาบรรณ และประสบความสำเร็จได้จริง 
 
“การออกกฎหมายมีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลามาก ดงนั้น ถ้าผู้ประกอบการร่วมมือกันจริง จะสามารถสร้างกติกาของสังคมธุรกิจแฟรนไชส์ได้ ซึ่งอาจจะดีกว่าการออกเป็นกฎหมายด้วยซ้ำ” นายคณิสสร กล่าว 
 
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจแฟรนไชส์ไทย สามารถก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้จัดโครงการแฟรนไชส์ไทยสู่แฟรนไชส์โลก โดยดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 
 
 

ระยะแรกให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ทั้งการเขียนแผนธุรกิจ การตลาด การบริหารระบบแฟรนไชส์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 รวมแล้วมีผู้ประกอบการแฟรนไชส์ เข้าร่วมกว่า 400 ราย และผ่านหลักสูตรกว่า 100 ราย 

ส่วนระยะที่ 2 คือ ส่งเสริมภาคสนามโดยพาไปโรดโชว์ ทั้งในประเทศ และคัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพ จำนวน 25-30 ราย ไปเปิดตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปีที่ผ่านมา (2550) เกิดการจับคู่ธุรกิจแล้วกว่า 33 ธุรกิจ เช่น โชคดี ติ๋มซำ คอฟฟี่เมคเกอร์ เป็นต้น 
 
สำหรับปี 2551 นี้ ในด้านให้ความรู้จะดำเนินการต่อเนื่อง แต่จะปรับรูปแบบให้กระชับขึ้น รวมถึง นำระบบการเรียนรู้ผ่านออนไลน์มาใช้ควบคู่กันไป ตั้งเป้าจะมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 400 ราย ส่วนด้านภาคสนามก่อนพาสู่ตลาดจริงจะเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทย

โดยใช้ระบบที่ปรึกษาประกบแบบเฉพาะตัวต่อตัว เพื่อเสริมศักยภาพให้พร้อมปรับตัวสู่สากล โดยจะจัดหลักสูตรตามความสามารถ และความเหมาะสมของผู้ประกอบการแต่ละราย 
 
ทั้งนี้ การพาผู้ประกอบการไทยไปศึกษาตลาด และจับคู่ธุรกิจในปีนี้ มีตลาดเป้าหมาย 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดยาม อินเดีย ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งจะเดินทางในช่วงกลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนเมษายน ตั้งเป้าจะให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 25-30 ราย
 
 
 
 
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
แฟรนไชส์ อู้ฟู่ ลูกชิ้..
872
แฟรนไชส์ นาเนียสเต็ก เ..
750
ThaiFranchiseCenter สื..
738
แฟรนไชส์ กุยช่ายสวรรค์..
698
Grand Opening! ลามายอน..
630
รีวิว คอร์ส Franchise ..
625
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด