6.3K
26 กันยายน 2556
บิ๊กซี หั่นราคาสินค้า TOP3 เขย่าคู่แข่ง




 
โค้งสุดท้ายค้าปลีก "บิ๊กซี" ชูแคมเปญ "TOP 3" เขย่าคู่แข่ง ปูพรมค้าชายแดน-เล็งบุกอาเซียน กำลังซื้อในตลาดชะลอตัวลงอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ "ราคา" ที่บรรดาร้านค้าปลีกต่างใช้เป็นหมัดเด็ดดึงดูดลูกค้าวันนี้แทบไม่ต่างกัน!!
 
"หากราคาใกล้เคียงกันเราต้องนำเสนอสินค้าที่ลูกค้าอยากได้ให้ดีกว่า ลูกค้ามีเงินจ่ายได้เท่านี้จะไปลงที่ใคร" กุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีก "บิ๊กซี" กล่าวย้ำว่า ในโค้งสุดท้ายนี้การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกจะทวีความรุนแรงมากกว่าทุกปี "สงครามราคา" ยังจะเป็นเครื่องมือหลักในการช่วงชิงลูกค้า เสริมด้วย "กิมมิค" หรือโปรโมชั่นที่ฉีกแนว แต่เปี่ยมประสิทธิภาพมากขึ้น
 
เป็นโจทย์ตั้งของแคมเปญ "100 ท็อป ไอเท็ม" ในเดือน ก.ย. นี้ ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก และเป็นไฮไลท์ของบิ๊กซีที่ได้เลือกสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน หรือกลุ่มสินค้าหมุนเวียนเร็ว เป็นแบรนด์ "TOP3" ในแต่ละกลุ่มสินค้า ได้แก่ ข้าว น้ำมัน สบู่ แชมพู น้ำตาล ฯลฯ เป็นต้น จำหน่ายราคาพิเศษรวม 100 รายการ ต่างจากกลยุทธ์ราคาปกติจะมีสินค้าท็อปส์แบรนด์ไม่กี่รายการเป็นตัวชูโรง คาดว่าจะกระตุ้นยอดขายเติบโต 15-20% ต่างจากแคมเปญปกติหนุนยอดขายเติบโตในระดับ 10% เท่านั้น
 
 
 
"ต้องยอมรับว่ากำลังซื้อลดลง เศรษฐกิจไม่ดี ความถี่ในการใช้บริการของลูกค้าน้อยลง การตลาดต้องเชื่อมโยงหลายภาคส่วนมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกจากฐานสมาชิก 7.3 ล้านคนประยุกต์ออกมาเป็นแคมเปญการตลาดที่ต้องเร็วกว่าคู่แข่ง" ผู้บริหารบิ๊กซีกล่าวและว่า พฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงโดยพบว่า เพิ่มปริมาณการซื้อต่อครั้ง 10-20% แต่ลดความถี่ในการซื้อลง เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่ต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดรับสถานการณ์

อาทิ เคยขายอาหารสดแพ็กใหญ่ เมื่อลูกค้ามีกำลังซื้อน้อยลงต้องปรับชิ้นเล็กลงด้วยเช่นกัน ลูกค้ารอช่วงที่ร้านค้าปลีกมีการแจก "คูปองเงินสด" หรือรอโปรโมชั่นแรงๆ อาจต้องเพิ่มความถี่ในการทำแคมเปญเพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อมากขึ้น
 
ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ และต่อเนื่องไปถึงปีหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศมีแนวโน้ม "ชะลอตัว" สถานการณ์ซีเรียกระทบต่อราคาน้ำมัน รวมทั้งภาวะการณ์ส่งออกยังไม่ฟื้นตัว เสถียรภาพทางการเมือง เหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง
 
นอกเหนือจากกลยุทธ์ทางการตลาดแล้ว การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกยังมาจากการลงทุน "เปิดสาขาใหม่" เพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ "ตลาดใหม่" ทั้งในและต่างประเทศ โดยขณะนี้บิ๊กซีอยู่ระหว่างศึกษาตลาดเพื่อนบ้าน "ลาว-พม่า-กัมพูชา" ทั้งในด้านภาษี โครงสร้างราคา ต้นทุนทางธุรกิจ ระบบโลจิสติกส์ รูปแบบการทำตลาด ฯลฯ
 
 
 
ทั้ง 3 ประเทศดังกล่าว เชื่อว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการเปิดตลาด "ไฮเปอร์มาร์เก็ต" และร้านค้าปลีกรูปแบบต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีคู่แข่งน้อยราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนท้องถิ่น ขณะที่ตลาดค้าปลีกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบค้าปลีกดั้งเดิมสู่ค้าปลีกสมัยใหม่มากขึ้น เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ
 
ที่ผ่านมา "บิ๊กซี" มีการเปิดตลาดใน "เวียดนาม" ในลักษณะของการขายแฟรนไชส์ "ชื่อบิ๊กซี" โดยกลุ่มนักลงทุนท้องถิ่น มีเครือข่ายสาขากว่า 20 แห่งเป็นอันดับ 1 ของไฮเปอร์มาร์เก็ตในเวียดนาม
 
อย่างไรก็ดี ตลาดในประเทศยังมี "ช่องว่าง" และโอกาสทางการตลาดสูงสำหรับบิ๊กซี โดยเฉพาะแนวตะเข็บชายแดนที่เชื่อมโยงประตูการค้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้เช่นกัน เป็นภารกิจหลักของบิ๊กซีที่จะเร่งยึดพื้นที่การค้าชายแดนไม่ต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ขณะนี้มีเครือข่ายสาขาร้านขนาดเล็กและขนาดใหญ่เปิดบริการแล้วกว่า 40 สาขา
 
ปัจจุบัน บิ๊กซี มีสาขาร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ "ซูเปอร์เซ็นเตอร์" 117 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็น บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รวม 16 สาขา นอกจากนี้ยังมีร้านขนาดกลางและเล็กในรูปแบบ บิ๊กซี มาร์เก็ต 23 สาขา มินิ บิ๊กซี 227 สาขา ร้านค้าส่งบิ๊กซี จัมโบ้ 2 สาขา ค้าส่งขนาดเล็กบิ๊กซี จัมโบ้ สเตชั่น 1 สาขา รวมทั้งร้านยา "เพียว" 117 สาขา แต่ละโมเดลธุรกิจรองรับลูกค้าแตกต่างกันตามความเหมาะสมของทำเล
 
กลยุทธ์เชิงรุก มั่นใจว่าจะผลักดันธุรกิจบิ๊กซีเติบโต 9% เป็นรายได้จาก "ค่าเช่า" 10% ซึ่งเป็นรายได้ที่มีการเติบโตสูงเฉลี่ย 11.9% ขณะที่ "ซื้อมาขายไป" มีสัดส่วน 90% ในสาขาเก่าเติบโตเฉลี่ย 3% หากเศรษฐกิจดีเติบโตสูง 5%

อ้างอิงจาก กรุงเทพธุรกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
แฟรนไชส์ ซูโม่ ลูกชิ้น..
864
ครั้งแรก! ธุรกิจแฟรนไช..
733
แฟรนไชส์ ก๋วยเตี๋ยวต้ม..
682
บ้านธรรมชาติ บายเฌ้อสเ..
554
แฟรนไชส์ นาเนียสเต็ก เ..
537
โกลเด้นเบรน (Golden Br..
521
ข่าว SMEsมาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด