19K
18 ธันวาคม 2555
พรานทะเล เดินเกมเจาะรากหญ้า ส่งตู้แช่ยึดโชห่วยหมื่นจุด-ผุดแฟรนไชส์ร้านอาหาร
  

ปัจจุบันกลุ่มโฟรเซ่นและชิลฟู้ด นับว่าได้รับการตอบรับในกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ที่มีพฤติกรรมเร่งรีบ และเน้นความสะดวกสบาย ส่งผลให้ตลาดขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหารแช่แข็งทั้งพร้อมปรุงและพร้อมทาน ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10%

เป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในธุรกิจอาหาร รวมถึง "พรานทะเล" แบรนด์ที่เข้ามาบุกเบิกอาหารทะเลแช่แข็งเป็นรายแรก ๆ ตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว ที่มองว่าถึงเวลาขยายธุรกิจครั้งใหญ่ โดยเตรียมนำอาหารทะเลแช่แข็งเข้าไปเจาะตลาดโชห่วย หรือร้านค้าชุมชนแบบเต็มสูบตั้งแต่ปีหน้า จากเดิมที่ช่องทางจำหน่ายหลักจะอยู่ที่โมเดิร์นเทรด ด้วยความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป การตอบรับอาหารทะเลแช่แข็งมากขึ้น
  
นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า โปรเจ็กต์ที่ใหญ่ที่สุดในปีหน้า คือการกระจายตู้แช่พรานทะเลเข้าร้านค้าทั่วไป หรือโชห่วย โดยตั้งเป้า 1 หมื่นจุดใน 3 ปี จากปัจจุบันมีอยู่ 700 จุด ขณะที่ช่องทางโมเดิร์นเทรดบริษัทมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว เนื่องจากมีตู้แช่กระจายเกือบทุกสาขาในโมเดิร์นเทรดค่ายหลัก ๆ ทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อให้สินค้าของพรานทะเลเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น และทำให้อาหารทะเลแช่แข็ง สามารถกระจายลงไปยังผู้บริโภครากหญ้า ซึ่งจะทำให้ตลาดเติบโตได้อีกมหาศาล

 
"เราทำตลาดมานานหลายปี ปัจจุบันผู้บริโภคให้การตอบรับอาหารทะเลแช่แข็งมากขึ้น จริง ๆ โครงการตรงนี้มีขึ้นมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รุกจริงจัง ขณะนี้การแข่งขันสูงขึ้นเพราะที่ผ่านมาคู่แข่งที่เป็นอาหารแช่แข็งรายใหญ่ ก็เข้ารุกตลาดนี้เช่นกัน"
  
นายอนุรัตน์กล่าวว่า บริษัทจะเน้นร้านโชห่วยที่มีศักยภาพทั่วประเทศ โดยเม็ดเงินลงทุนสำหรับโชห่วยต่อตู้แช่จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 หมื่นบาท ขณะนี้บริษัทได้มีการจัดทีมขายเพื่อเข้าไปเจาะร้านค้าในโมเดลต่าง ๆ เรียบร้อย ตั้งแต่ร้านในโรงพยาบาล, หมู่บ้าน, คอนโดฯ แต่ละโลเกชั่นก็จะมีกลยุทธ์ในการเจาะตลาดต่างกัน รวมถึงสินค้าที่จะนำเข้าไปวางก็จะแตกต่างกัน

อาทิ หากเป็นโชห่วยที่ใกล้ร้านสะดวกซื้อจะเน้นกลุ่มอาหารพร้อมปรุง เพราะร้านสะดวกซื้อจะมีความแข็งแกร่งในกลุ่มอาหารพร้อมทาน ตรงกันข้ามหากเป็นโลเกชั่นที่ห่างไกลจากร้านสะดวกซื้อก็จะเน้นวางกลุ่มอาหารพร้อมทานเป็นหลัก โดยตู้แช่ก็จะมีขนาดเล็กกว่าในโมเดิร์นเทรด รวมถึงรายการสินค้าที่น้อยกว่า
 
ทั้งนี้เพื่อตอบรับกับโปรเจ็กต์นี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเปิดตัวอาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมทาน ในราคาที่เหมาะกับกำลังซื้อผู้บริโภครากหญ้ามากขึ้น ล่าสุดเปิดตัว "ฟิชแวลู" เนื้อปลายอดฮิตของคนญี่ปุ่น ในรูปแบบปลาบดปรุงรสและขึ้นรูปในรูปแบบที่หลากหลาย มีให้เลือก 12 แบบ ราคา 59 บาท ซึ่งจะถูกกว่าเนื้อปลาที่พรานทะเลวางจำหน่ายอยู่ ขณะที่กลุ่มอาหารพร้อมทานก็เน้นกลุ่มข้าวต้มทะเล ข้าวกล่อง ที่ราคาเข้าถึงง่าย โดยอนาคตก็จะมีการออกสินค้าในราคาถูกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  
ผู้บริหารพรานทะเลกล่าวต่อว่า บริษัทยังมองโอกาสการเปิดร้านอาหารภายใต้แบรนด์ "พรานทะเล" ในรูปแบบสแตนด์อะโลนเป็นครั้งแรกในอีก 2 เดือนข้างหน้า เป็นลักษณะอาหารตามสั่ง มีที่นั่งและบริการเสิร์ฟ ราคาอยู่ที่ประมาณจานละ 35-55 บาท สาขาแรกจะเปิดที่ตลาดมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปคอนเซ็ปต์ทั้งหมด จะดูผลตอบรับประมาณ 1-2 ไตรมาส

ก่อนที่จะเปิดแฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 1 ปี ทั้งนี้บริษัทมีการทำธุรกิจประเภทดังกล่าว แต่ไม่ได้ทำเต็มรูปแบบ คือ ร้านพรานทะเลในฟู้ดคอร์ตซึ่งปัจจุบันมีกว่า 100 สาขา และมีแผนจะขยายเพิ่มขึ้นในอนาคต
 
นายอนุรัตน์กล่าวว่า สำหรับอนาคตบริษัทตั้งเป้ารายได้ 5,000 ล้านบาทใน 3 ปี จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตหลายเท่าตัว จากโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น นอกจาก

 
ตู้แช่และร้านอาหารสแตนด์อะโลนแล้ว ก็จะมีการขยายกำลังการผลิตในส่วนของอาหารพร้อมทาน นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมซื้อธุรกิจโรงงานผักปลอดสารพิษจากบริษัทแม่เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจผักปลอดสารพิษพร้อมปรุงภายใต้แบรนด์ "พรานไพร" ในปีหน้า ซึ่งจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นมาอีก 600 ล้านบาท
  
"ผักปลอดสารพิษมีโอกาสมาก ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เราจะทำเป็นผักที่มีแบรนด์ที่มีการหั่นและจัดเตรียมพร้อมนำไปปรุงอาหารได้ทันที เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภค โดยสินค้าวางในเดอะมอลล์ทุกสาขา ท็อปส์ 1 สาขา และจะเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ก็มีมุมสลัดบาร์ของพรานไพรปัจจุบันมี 40 จุด ก็จะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ"
 
ปัจจุบันรายได้ของพรานทะเลมาจากกลุ่มอาหารพร้อมทาน และอาหารพร้อมปรุงอย่างละ 30% อีก 30% มาจากกลุ่มซูชิ และฟู้ดคอร์ต 10%
 
นอกจากนี้ มีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงปลายปีหน้า เลื่อนจากเดิมที่คาดว่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3 ขณะนี้ได้ดำเนินการปรับโครงสร้าง และเตรียมพร้อมในด้านต่าง ๆ มาประมาณ 6 เดือนแล้ว โจทย์หลักต้องแยกการดำเนินการทุกอย่างออกจากบริษัทแม่ "ยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์"

โดยเป้าหมายของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมทุนขยายกิจการในอนาคต ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเงินของบริษัทต่ำลง พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมแผนสร้างรายได้ต่าง ๆ ในอนาคตไว้หลายโปรเจ็กต์ เพื่อเพิ่มรายได้ของบริษัท ส่วนหนึ่งก็เป็นแผนที่ดำเนินการมาต่อเนื่อง และวางไว้เป็นสเต็ปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว 

อ้างอิงจาก ประชาชาติธุรกิจ
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ThaiFranchiseCenter สื..
676
แฟรนไชส์ กุยช่ายสวรรค์..
667
แฟรนไชส์ อู้ฟู่ ลูกชิ้..
639
Grand Opening! ลามายอน..
607
แฟรนไชส์ ชาไข่มุกดอทคอ..
568
แฟรนไชส์ นาเนียสเต็ก เ..
553
ข่าวแฟรนไชส์มาใหม่
ข่าวอื่นในหมวด