ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - สิริ พร

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 21
1
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น


วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที
*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


2
???? 5 สูตรหมูสร้างรายได้ ทำง่าย ขายดี!
เปลี่ยนเนื้อหมูธรรมดา ให้กลายเป็นเงินเข้ากระเป๋าคุณ!
✅ คิดจะขายอาหาร แต่ยังไม่มีหน้าร้าน?
✅ มีทุนน้อย?
✅ ทำอาหารไม่เก่ง?

คอร์สนี้มีคำตอบให้คุณ!
ครูแมกซ์ จะพาคุณทำเมนู หมูทอด-หมูย่าง จบครบที่ร้านคุณ!
✅ ไม่ต้องมีหน้าร้านก็ทำขายได้
✅ ลงทุนน้อย เหนื่อยน้อย กำไรงาม
✅ สร้างรายได้ทันทีที่เรียนจบเพียงแค่ 1 ชม.เท่านั้น!!

5 เมนูหมูทำเงินที่คุณจะได้เรียน:
✅ คอหมูย่างสูตรซอสครูแมกซ์
✅ หมูก้อนทอด “รสมือแม่”
✅ หมู3ชั้นทอดกรอบ สไตล์ครูแมกซ์
✅ หมูทอดเฮิบป์
✅ หมูก้อนคลุกเครื่องลาบ

พิเศษ! 2 โบนัสที่จะได้รับฟรี:
1️⃣ สูตรซอสหมักหมูสุดเด็ด
2️⃣ รูปถ่ายเมนูพร้อมใช้เปิดรับออเดอร์

ไม่ต้องลองผิดลองถูก! เรียนรู้ทุกขั้นตอนแบบละเอียด:
✅ อุปกรณ์จำเป็นที่ต้องมี
✅ วัตถุดิบและเครื่องปรุงทีต้องมี
✅ สัดส่วนหมูที่เหมาะสม
✅ เทคนิคหมักหมูให้เข้าเนื้อ (ไม่ต้องแช่ข้ามคืน!)
✅ เคล็ดลับทอดหมูไม่อมน้ำมัน
สมัครวันนี้ เริ่มขายพรุ่งนี้!
อย่าช้า… ธุรกิจหมูทำเงินรอคุณอยู่!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


3
อาหารผู้สูงอายุ: ผู้สูงอายุควรได้รับสารอาหารและโปรตีนวันละเท่าไหร่?

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ร่างกายจะเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นระบบการย่อยอาหารที่ทำงานลดลง มวลกล้ามเนื้อที่เริ่มสูญเสียไปตามวัย (Sarcopenia) หรือความต้องการพลังงานโดยรวมที่ลดลง การดูแลเรื่อง “อาหารผู้สูงอายุ” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดี และลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังต่างๆ

จะพาไปเจาะลึกว่า ผู้สูงอายุควรได้รับสารอาหารและโปรตีนวันละเท่าไหร่ พร้อมเคล็ดลับการจัดจานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการครับ


ผู้สูงอายุต้องการโปรตีนวันละเท่าไหร่? (ทำไมโปรตีนถึงสำคัญมากในวัยนี้)

หลายคนเข้าใจผิดว่าผู้สูงอายุควรลดการทานเนื้อสัตว์หรือโปรตีนลงเพราะย่อยยาก แต่ในความเป็นจริง ผู้สูงอายุกลับต้องการโปรตีนมากกว่าวัยทำงานทั่วไปเมื่อเทียบตามน้ำหนักตัว เพื่อป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อสลาย สดชื่น มีกำลัง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ


ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน:

ผู้สูงอายุสุขภาพทั่วไป: ควรได้รับโปรตีน 1.0 - 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน

ตัวอย่าง: ผู้สูงอายุที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนประมาณ 50 - 60 กรัมต่อวัน

ผู้สูงอายุที่มีโรคเจ็บป่วยเรื้อรังหรือผู้ป่วยพักฟื้น: อาจต้องการสูงถึง 1.2 - 1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน (ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารร่วมด้วย)

ผู้สูงอายุที่มีโรคไตเสื่อม (ยังไม่ได้ฟอกไต): อาจจำเป็นต้องจำกัดปริมาณโปรตีนตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไป

แหล่งโปรตีนที่เหมาะกับผู้สูงอายุ:
ไข่ไก่: ย่อยง่าย มีกรดอะมิโนครบถ้วน (หากไม่มีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง สามารถรับประทานได้วันละ 1 ฟอง)

ปลาและอาหารทะเล: เนื้อนุ่ม ย่อยง่าย มีไขมันดีอย่าง Omega-3 ช่วยบำรุงสมองและหัวใจ

เต้าหู้และถั่วต่างๆ: โปรตีนจากพืช ย่อยง่าย มีไฟเบอร์ และไม่มีคอเลสเตอรอล

เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ: เช่น อกไก่ หรือเนื้อหมูสันใน (นำมาสับหรือต้มให้นุ่ม)

สารอาหารหลักที่ผู้สูงอายุควรได้รับในแต่ละวัน
นอกเหนือจากโปรตีนแล้ว ร่างกายของผู้สูงอายุยังต้องการสารอาหารที่สมดุลเพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติ:


1. คาร์โบไฮเดรต (ให้พลังงานหลัก)

ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กล้วย หรือฟักทอง

ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และมีใยอาหารสูงช่วยในการขับถ่าย


2. ไขมันดี (Healthy Fats)

ควรหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ (ของทอด หนังสัตว์)

เน้นไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว ถั่วเปลือกแข็ง และไขมันจากเนื้อปลา เพื่อช่วยในการดูดซึมวิตามินและบำรุงหัวใจ


3. วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างยิ่ง

แคลเซียมและวิตามินดี: ป้องกันโรคกระดูกพร่องและกระดูกเปราะ พบมากในนม low-fat, ปลาตัวเล็ก, ผักใบเขียว และการตากแดดอ่อนๆ ยามเช้า

วิตามิน B12: ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาการดูดซึมวิตามินชนิดนี้

ธาตุเหล็ก: ป้องกันภาวะโลหิตจาง พบในเนื้อสัตว์แดงไขมันต่ำ และไข่แดง

โพแทสเซียมและแมกนีเซียม: ช่วยควบคุมความดันโลหิตและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ


4. น้ำเปล่า

ผู้สูงอายุมักมีความรู้สึกกระหายน้ำลดลง ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่าย

ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 6 - 8 แก้ว (ประมาณ 1.5 - 2 ลิตร) เว้นแต่ผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการดื่มน้ำ เช่น โรคหัวใจหรือโรคไต

เทคนิคการจัดอาหารให้ผู้สูงอายุ ทานง่าย ได้สารอาหารครบ
ปรุงให้เปื่อย นุ่ม และเคี้ยวง่าย: บด สับ หรือต้มเปื่อย เพื่อช่วยลดปัญหาเรื่องฟันและการเคี้ยว

แบ่งเป็นมื้อย่อย: หากผู้สูงอายุทานได้น้อยในแต่ละมื้อ ให้แบ่งเป็น 4 - 5 มื้อเล็กต่อวัน แทนการทาน 3 มื้อใหญ่

หลีกเลี่ยงรสจัด: ลดเค็มจัด (โซเดียมสูง) และหวานจัด เพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

เน้นสีสันและกลิ่นหอมธรรมชาติ: ใช้สมุนไพร เช่น ขิง ตะไคร้ หรือใบกะเพรา ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร

สรุป
การดูแล อาหารผู้สูงอายุ ให้ได้รับโปรตีนและสารอาหารอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยให้ผู้สูงอายุสดชื่น มีผิวกายและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข หากคุณกำลังดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ลองนำหลักการคำนวณโปรตีนและการเลือกสารอาหารเหล่านี้ไปปรับใช้ในมื้ออาหารประจำวันกันนะครับ

4
ซอสโบโลเนสเนื้อ SN Food มื้อสุขภาพระดับพรีเมียม อร่อย เข้มข้น คุณค่าโภชนาการแน่นเต็มคำ

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ภาพจำของอาหารตะวันตกหรืออาหารสไตล์อิตาเลียนอย่างพาสต้า มักถูกมองว่าเป็นเมนูที่อุดมไปด้วยแป้ง น้ำมันเยิ้ม และแคลอรีสูง จนทำให้หลายคนที่กำลังคุมน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อต้องตัดใจหลีกเลี่ยง ทั้งที่ใจจริงยังคงโหยหารสชาติความอร่อย เข้มข้น และกลิ่นหอมอโรมาอันเป็นเอกลักษณ์

แต่ความคิดเหล่านั้นกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เมื่อรสชาติระดับคลาสสิกถูกนำมาพิถีพิถันปรุงแต่งใหม่จนกลายเป็น "ซอสโบโลเนสเนื้อ" มื้อสุขภาพระดับพรีเมียม ที่ผสานระหว่างความอร่อยนวลเนียนสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม เข้ากับคุณค่าทางโภชนาการที่ตอบโจทย์สายเฮลธ์ตี้ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ!

???? 1. คัดสรรเนื้อวัวลีนพรีเมียม ขุมพลังโปรตีนและธาตุเหล็กชั้นยอด
หัวใจสำคัญที่ยกระดับให้ซอสโบโลเนสสูตรนี้มีความเป็น "พรีเมียม" ไม่ใช่เพียงแค่รสชาติ แต่คือการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงตั้งแต่ต้นน้ำ:

เนื้อวัวบดส่วนลีนไขมันต่ำ: เลือกใช้เนื้อวัวคุณภาพเยี่ยมในสัดส่วนเนื้อเน้นๆ แทรกไขมันน้อย ทำให้ได้สัมผัสเนื้อนุ่มฉ่ำ เคี้ยวฟิน โดยไม่มีน้ำมันเลี่ยน ละลายออกมาปนในซอส

โปรตีนสมบูรณ์ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ: เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย คุมน้ำหนัก หรือต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพราะโปรตีนจากเนื้อวัวช่วยยับยั้งฮอร์โมนความหิว ทำให้อิ่มท้องยาวนาน และช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

ธาตุเหล็กฮีม (Heme Iron) และวิตามินบี 12: อุดมด้วยธาตุเหล็กที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ช่วยบำรุงเม็ดเลือดแดง ลำเลียงออกซิเจน ป้องกันภาวะโลหิตจาง และลดความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดวัน

???? 2. ผสานคุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระจากเนื้อมะเขือเทศและผักธรรมชาติ
นอกจากโปรตีนเข้มข้นจากเนื้อวัวแล้ว ตัวซอสยังเคี่ยวอย่างประณีตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ไร้สารสังเคราะห์:

ไลโคปีน (Lycopene) สูงปรี๊ด: มะเขือเทศสุกแท้ที่ผ่านการเคี่ยวด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม จะปลดปล่อยสารไลโคปีนออกมาอย่างเต็มที่ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอวัย ปกป้องเซลล์ในร่างกาย และส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

ฐานผักอิตาเลียนแท้ (Soffritto): หอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี ถูกสับละเอียดแล้วนำไปเคี่ยวจนละลายเป็นเนื้อเดียวกับซอส ให้รสหวานเปรี้ยวกลมกล่อมตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทรายหรือผงชูรส พร้อมเติมเต็มใยอาหารธรรมชาติให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีเยี่ยม

สมุนไพรอโรมาตะวันตก: ปรุงแต่งกลิ่นหอมด้วยออเรกาโน ใบไทม์ และใบกระวาน ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและทำให้มื้ออาหารมีมิติรสชาติลุ่มลึกระดับ Fine Dining

???? 3. รังสรรค์เมนูหรูระดับพรีเมียมได้ง่ายๆ ที่บ้าน
ความพิเศษของซอสโบโลเนสเนื้อพรีเมียม คือความยืดหยุ่นในการนำไปประกอบอาหาร สามารถเปลี่ยนมื้อสุขภาพที่น่าเบื่อให้กลายเป็นเมนูสุดพิเศษได้หลากหลาย:

พาสต้าโบโลเนสเนื้อโฮลวีต: ราดซอสลงบนเส้นสปาเกตตีโฮลวีต เส้นพาสต้าถั่วลูกไก่ หรือเส้นเฟตตูชินี โรยพาร์เมซานชีสบางๆ ได้มื้อหลักอุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและโปรตีนแน่นๆ

เมนูสาย Low Carb / Keto: สำหรับวันคลีนๆ สามารถนำซอสไปราดบนเส้นซูกินี (Zoodles) กะหล่ำดอกอบ หรือผักย่าง ได้มื้อค่ำแคลอรีต่ำที่อร่อยเข้มข้น ไม่รู้สึกจำเจ

พายหรือสเต๊กท็อปปิ้ง: ใช้เป็นซอสราดบนอกไก่ย่าง หรือนำไปทำพายอบผัก ได้เมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์ยุโรปสำหรับปาร์ตี้สุขภาพที่บ้าน

???? สรุป
ซอสโบโลเนสเนื้อ มื้อสุขภาพระดับพรีเมียม คือคำตอบของคนยุคใหม่ที่ปฏิเสธการทานอาหารรสชาติชืดๆ ในการดูแลสุขภาพ เพราะคุณสามารถเสิร์ฟความอร่อยเข้มข้น หอมนวลสไตล์อิตาเลียนแท้ พร้อมๆ กับการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งโปรตีน ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างเต็มที่ เปลี่ยนทุกมื้ออาหารให้เป็นมื้อพิเศษที่ทั้งฟิน หุ่นสวย และสุขภาพดีไปพร้อมกันค่ะ!

5
ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: การดูแลฝ้าเพดานบ้าน

“บ้าน” นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนยามเหนื่อยล้าหลังจากทำงาน ยังเป็นสถานที่ที่ทุกคนในบ้านอยู่แล้วสบายใจที่สุด หากบ้านเกิดการชำรุด เสื่อมโทรมลง ต้องทำการบำรุงรักษาให้กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง เพราะบ้านเป็นหัวใจสำคัญของการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ถ้าเราดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงอยู่เสมอ บ้านก็จะสวย ดูดี คงทนนาน สามารถยืดเวลาการพักอาศัยไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

ดังนั้น เราควรหมั่นตรวจสอบสภาพของบ้านโดยรวม หากมีอะไรที่เสียหายหรือทรุดโทรม ควรรีบทำการบำรุงรักษา เพื่อให้บ้านกลับมาสวย ดูดี และมีความแข็งแรงอยู่เสมอ โครงสร้างบ้านของเราประกอบไปด้วยหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นผนัง หลังคา ฝ้าเพดาน และอื่นๆอีกมากมายที่เราจะต้องคอยดูให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าหากเกิดการชำรุด แน่นอนว่าจะทำให้เราเจอปัญหาได้ จากปัญหาเล็กๆ

อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในที่สุด ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับเกี่ยวกับการดูแลฝ้าเพดานมาฝาก ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากมีความสูง ซึ่งเราอาจจะไม่ได้ดูแลอะไรมากนัก แต่ต้องบอกเลยว่าเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคมากมาย หากไม่ดูแลทำความสะอาดอาจจะส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้านได้

ฝ้าเพดาน เป็นส่วนที่หลายคนมักมองข้ามในการทำความสะอาดและบำรุงรักษา  ฝ้าเพดานเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก เชื้อโรค และฝุ่นจำนวนมาก  ซึ่งสิ่งสกปรกเหล่านี้หากเราปล่อยปะละเลยเป็นเวลานาน จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งการดูแลฝ้า เราสามารถติดตั้งโครงคร่าวได้ การเลือกใช้โครงคร่าวและโครงฝ้าเพดาน เราจะต้องเลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐาน

หากอุปกรณ์ที่ติดตั้งไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลให้ฝ้าเพดานแอ่น รับน้ำหนักนานไม่ไหวและมีอายุการใช้งานสั้น อาจะทำให้เกิดช่องโหวได้ง่าย หรือตะใช้วิธีการติดตั้งช่องเซอร์วิส เนื่องจากการถอดฝ้าเพดานออกมาซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบที่อยู่ด้านบนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ควรติดตั้งช่องเซอร์วิส ซึ่งเป็นช่องที่ช่วยให้เราสามารถขึ้นไปตรวจตรา และซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นด้านบนฝ้าเพดานได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การเลือกใช้แผ่นฝ้า ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะถ้าหากมีเชื้อราหรือคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออกบนฝ้าเพดาน ก็จะสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เช่น เฝ้าที-บาร์ เราสามารถเปลี่ยนได้เลย หรือถ้าเป็นฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบ เราสามารถซ่อมแซมแก้ไขได้ โดยใช้มีดคัตเตอร์กรีดฝ้าตรงส่วนที่สกปรกนั้นออกเป็นรูปสี่เหลี่ยม

 เว้นตรงส่วนโครงฝ้าเพดานไว้ แล้วตัดแผ่นยิปซัมแผ่นใหม่ให้มีขนาดเท่ากันปิดเข้าไป ใช้เทปปิดรอย หรือยิงสกรูติดฝ้าเพดานไว้แล้วทาสีทับอีกที แต่ต้องอย่าลืมว่า การทาสีฝ้าใหม่นั้น อาจไม่ตรงกับสีเดิม เนื่องจากความเก่าตามอายุการใช้งานของสี ดังนั้น หากพื้นที่ฝ้าเพดานนั้นไม่มากนัก ควรทาสีฝ้าเพดานบริเวณนั้นใหม่ทั้งหมดเพื่อคงความสวยงาม และจะช่วยปกปิดรอยซ่อมแซม

 เมื่อซ่อมแซมเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนจะทำการปิดฝ้าเพดาน ควรต้องตรวจตราสิ่งต่างๆที่อยู่ด้านบนฝ้าเพดานให้เรียบร้อยก่อน ทั้งสายไฟ ท่อน้ำ และระบบอื่นๆ ควรอยู่อย่างเป็นระเบียบ จะได้ไม่เป็นปัญหาหากต้องซ่อมแซมฝ้าเพดานอีกในครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดบ้านในส่วนของฝ้าเพดานค่อนข้างลำบากพอสมควร  ฃสามารถเลือกใช้ฝ้าเพดานให้เหมาะสมกับบ้าน การทำความสะอาดก็ไม่ใช้เรื่องยากมากมายอะไรอีกต่อไป ช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดฝ้าเพดานเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง ก็ทำให้บ้านของเราสวยงามน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

6
จัดฟันบางนา: แข็งเหมือนหินแต่เกิดจากน้ำลาย! หินปูนเกิดขึ้นมายังไง ?

เชื่อว่าแทบทุกคนคงคุ้นเคยกับการไปหาหมอฟันเพื่อ "ขูดหินปูน" กันเป็นประจำทุกปีใช่ไหมคะ? เวลาที่คุณหมอเอาเครื่องมือขูดดัง จี๊ดๆ หรือสกัดเอาแผ่นแข็งๆ สีเหลืองๆ น้ำตาลๆ ออกมาจากซอกฟัน เราเคยแอบสงสัยกันไหมคะว่า เจ้า "หินปูน" คราบเกาะแน่นพวกนี้ มันเนรมิตตัวเองขึ้นมาอยู่ในปากเราได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เราก็แปรงฟันกันอยู่ทุกวัน?

วันนี้เลยขอพาเพื่อนๆ มาไขข้อสงสัยแบบสเต็ปบายสเต็ป เข้าใจง่าย มาดูกระบวนการกำเนิดของเจ้าหินปูนกันค่ะ!


???? ไขปริศนา... หินปูนเกิดขึ้นมายังไง?

กระบวนการเกิดหินปูนไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใดค่ะ แต่มันคือ "ผลผลิตของการสะสมทับถม" ผ่าน 3 ขั้นตอนหลักๆ ในช่องปากของเรา ดังนี้ค่ะ:

1. เริ่มต้นด้วยการก่อตัวของ "คราบพลัค" (Plaque Formation):
ทุกครั้งที่เราทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นข้าว แป้ง ขนม หรือน้ำหวาน เศษอาหารชิ้นเล็กชิ้นน้อยจะผสมผสานกับน้ำลายและเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ตามธรรมชาติในช่องปาก จนเกิดเป็นแผ่นฟิล์มเหนียวๆ สีขาวนวลหรือสีใสๆ มาเกาะตามผิวด้านหน้าฟัน ซอกฟัน และขอบเหงือก สิ่งนี้เรียกว่า "คราบพลัค" หรือคราบแบคทีเรียนั่นเองค่ะ (ถ้าเราเอานิ้วหรือเล็บลองสกิดดูตอนตื่นนอนเช้าๆ จะรู้สึกเป็นคราบเหนียวๆ นั่นล่ะค่ะ!)

2. การสะสมทับถมเมื่อไม่ได้ทำความสะอาด:
หากเราแปรงฟันไม่สะอาด ทั่วไม่ถึง หรือไม่ได้ใช้ไหมขัดฟันเพื่อเอาคราบพลัคตามซอกฟันออก คราบเหนียวๆ เหล่านี้จะเริ่มบ่มเพาะตัวเองแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 24–48 ชั่วโมง เท่านั้น!

3. ขั้นตอนตกผลึกเป็น "หินปูน" (Calcification):
นี่คือจุดพีคของกระบวนการค่ะ! ในน้ำลายของเราจะมีแร่ธาตุสำคัญอย่าง แคลเซียม (Calcium) และ ฟอสเฟต (Phosphate) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเคลือบและคุ้มกันฟันอยู่แล้ว แต่เมื่อแร่ธาตุเหล่านี้ไหลมาสัมผัสและปะทะกับ "คราบพลัค" ที่เกาะค้างอยู่บนผิวฟันเป็นเวลานาน มันจะเกิดปฏิกิริยา ตกผลึกกลายเป็นก้อนแข็งๆ (Calcified Plaque) ตรึงแน่นอยู่กับเคลือบฟันและใต้ขอบเหงือก จนกลายเป็น "คราบหินปูน" ที่แข็งเหมือนก้อนหินนั่นเองค่ะ!


???? ทำไมแปรงฟันธรรมดา ถึงแปรงหินปูนไม่ออก?

หลายคนอาจจะถามว่า "ถ้ามันเกิดจากคราบอาหาร งั้นเราแปรงฟันแรงๆ หรือใช้ยาสีฟันขัดถูแรงๆ จะหลุดไหม?"

คำตอบคือ "แปรงไม่หลุดค่ะ!" เพราะเมื่อคราบพลัคจับตัวกับแร่ธาตุในน้ำลายจนตกผลึกเป็นหินปูนแล้ว มันจะยึดเกาะแน่นกับโครงสร้างผิวกระเบื้องเคลือบฟัน การแปรงฟันธรรมดาทำได้เพียงแค่ออกแรงถูพื้นผิว แต่ไม่สามารถแซะคราบหินที่แข็งตัวแล้วออกได้ จำเป็นต้องใช้ เครื่องมือขูดหินปูนคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonic Scaler) ของทันตแพทย์ในการสั่นสะเทือนเพื่อให้หินปูนกะเทาะหลุดออกมาเท่านั้นค่ะ


???? สรุปทริกตัดวงจร... ไม่ให้หินปูนก่อตัวเร็ว!

แม้น้ำลายของเราจะมีแร่ธาตุที่พร้อมจะทำให้เกิดหินปูนอยู่ตลอดเวลา แต่เราสามารถ "ตัดวงจร" ไม่ให้เกิดคราบหินปูนได้ง่ายๆ ด้วยการกำจัด "คราบพลัค" ออกไปก่อนที่มันจะตกผลึกค่ะ:

แปรงฟันเน้นขอบเหงือก: วางขนแปรงทำมุม 45 องศากับร่องเหงือก แล้วขยับปัดเบาๆ เพื่อล้างคราบพลัคคอฟัน

ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน: ซอกฟันเป็นจุดที่น้ำลายไหลผ่านและมีคราบพลัคตกค้างง่ายที่สุด ไหมขัดฟันจึงเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยเช็ดคราบพลัคออกได้หมดจด

พบหมอฟันขูดหินปูนทุก 6 เดือน: เพื่อกำจัดคราบหินปูนในจุดอับที่มองไม่เห็น ก่อนที่มันจะสร้างปัญหาเหงือกอักเสบตามมาค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
กระบวนการที่ว่า "หินปูนเกิดขึ้นมายังไง" สรุปสั้นๆ ให้จำง่ายก็คือ "คราบอาหาร + แบคทีเรีย + แร่ธาตุในน้ำลาย = หินปูน" นั่นเองค่ะ! การทำความสะอาดช่องปากให้หมดจดตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราไม่ต้องทนเจ็บหรือเสียวฟันตอนขูดหินปูนเยอะๆ ในอนาคตค่ะ

7
วิธีคำนวณสารอาหารและพลังงาน อาหารเหลวบดปั่นสัดส่วนเท่าไหร่? ให้ได้สารอาหารครบถ้วน

บ้านไหนที่กำลังดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องทานอาหารเหลวบดปั่น (Pureed Diet) เป็นมื้อหลัก น่าจะเคยเจอปัญหาราชินีก้นครัวแบบเดียวกันใช่ไหมคะ? คือเราต้มข้าว ใส่เนื้อสัตว์ ใส่ผัก แล้วเอาไปปั่นจนเนียนให้ท่านทาน แต่อดคิดในใจไม่ได้จริงๆ ว่า "เอ๊ะ... แล้วสารอาหารในชามนี้มันพอไหมนะ? พลังงานจะน้อยไปหรือเปล่า? หรือสัดส่วนมันเพี้ยนไปไหม?"

เพราะอาหารเหลวปั่นมักจะมี "น้ำซุป" เป็นส่วนผสมหลักเพื่อช่วยให้ปั่นง่ายและกลืนลื่นคอ ซึ่งบางครั้งน้ำซุปที่เยอะเกินไปอาจไปเจือจางทำให้ปริมาณสารอาหารจริงๆ ลดลง (ผู้ป่วยอิ่มน้ำซุปแต่ได้สารอาหารไม่พอ)

วันนี้เลยขอมาแชร์ "วิธีคิดและคำนวณสัดส่วนสารอาหาร รวมถึงพลังงานของอาหารเหลวบดปั่นฉบับเข้าใจง่าย" เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทุกชามที่เราตั้งใจทำ จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของคนที่เรารักได้อย่างเต็มพิกัดค่ะ

???? 1. พลังงานรวมที่เหมาะสมต่อมื้อ (Calories)
สำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุทั่วไปที่ไม่ได้มีกิจกรรมทางกายภาพมากนัก พลังงานที่ต้องการจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 1,800 กิโลแคลอรี (kcal) ต่อวัน (หรือแบ่งเป็น 350 - 450 kcal ต่อมื้อหลัก ในกรณีที่แบ่งเป็น 3-4 มื้อค่ะ)

ทริกของคุณแม่: อย่าปล่อยให้อาหารเหลวใสหรือเหลวเกินไปจนแคลอรีต่ำกว่า 200 kcal ต่อมื้อเด็ดขาดค่ะ เพราะจะทำให้คนไข้ขาดพลังงาน อ่อนเพลีย และน้ำหนักลดฮวบจนไม่มีภูมิต้านทานโรค

???? 2. สูตรจัดสัดส่วนสารอาหาร 5 หมู่ใน 1 ชาม (สำหรับ 1 มื้อ)

เพื่อให้คำนวณและเตรียมวัตถุดิบดิบก่อนนำไปต้มและปั่นได้ง่ายที่สุด คุณแม่แนะนำให้ยึดสัดส่วนน้ำหนักวัตถุดิบและกลุ่มสารอาหารหลัก (Macro-nutrients) ตามเกณฑ์โภชนาการดังนี้ค่ะ:

???? คาร์โบไฮเดรต (ให้พลังงานหลัก): สัดส่วนประมาณ 45-50% ของพลังงาน

วัตถุดิบ: ข้าวหอมมะลิสุก ข้าวกล้องสุก หรือมันฝรั่ง/มันเทศนึ่ง

ปริมาณต่อมื้อ: ข้าวสวยสุกประมาณ 1 - 1.5 ทัพพี (น้ำหนักประมาณ 60 - 90 กรัม) จะให้พลังงานประมาณ 80 - 120 kcal

???? โปรตีน (ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ): สัดส่วนประมาณ 15-20% ของพลังงาน

เป็นหมู่ที่สำคัญมากสำหรับผู้ป่วยพักฟื้นค่ะ ร่างกายควรได้รับโปรตีนประมาณ 15 - 20 กรัมต่อมื้อ

วัตถุดิบ: เนื้อปลาสีขาวไม่มีกาง (ย่อยง่ายที่สุด), อกไก่ หรือเต้าหู้หลอด

ปริมาณต่อมื้อ: เนื้อสัตว์ดิบประมาณ 3 - 4 ช้อนกินข้าว (น้ำหนักประมาณ 45 - 60 กรัม) หรือเต้าหู้หลอด 1 หลอดเต็มๆ ซึ่งจะให้โปรตีนสะอาดและกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนค่ะ

???? วิตามินและแร่ธาตุ (จากผักเนื้อนิ่ม):

วัตถุดิบ: ผักที่ไม่มีกากใยเหนียว เช่น ฟักทอง, แครอท, หรือเนื้อหัวไชเท้า

ปริมาณต่อมื้อ: ผักต้มสุกประมาณ 1 ทัพพี (น้ำหนักประมาณ 40 - 50 กรัม) ช่วยเพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และให้รสหวานธรรมชาติชวนทาน โดยไม่เพิ่มภาระให้ลำไส้

???? ไขมันดี (ช่วยดูดซึมวิตามินและเพิ่มแคลอรี): สัดส่วนประมาณ 25-30% ของพลังงาน

เนื่องจากอาหารเหลวมักจะมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำ การเติมไขมันดีจะช่วยเพิ่มแคลอรีให้ถึงเกณฑ์โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องทานปริมาณเยอะเกินไปจนอิ่มอืดค่ะ

วัตถุดิบ: น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก

ปริมาณต่อมื้อ: เติมลงไป 1 ช้อนชา (ประมาณ 5 ซีซี) ในขั้นตอนการปั่น จะช่วยเพิ่มพลังงานได้ถึง 45 kcal ทันที และช่วยให้เนื้ออาหารเนียนลื่นคอขึ้นด้วยค่ะ

???? 3. วิธีคำนวณและเตรียมรวมร่างก่อนปั่น (ตัวอย่างเมนู 1 มื้อ)

มาลองดูตัวอย่างการชั่งน้ำหนักวัตถุดิบ "เมนูข้าวปั่นปลาช่อนฟักทอง" เพื่อให้ได้พลังงานประมาณ 350 - 400 kcal กันค่ะ

วัตถุดิบ (ก่อนปรุง)  ปริมาณ / น้ำหนัก           พลังงานที่ได้ (โดยประมาณ)        สารอาหารหลักที่เด่น

ข้าวสวยสุก          1.5 ทัพพี (90 กรัม)     ~120 kcal                           คาร์โบไฮเดรต

เนื้อปลาช่อนดิบ   4 ช้อนโต๊ะ (60 กรัม)   ~60 kcal                           โปรตีนสูง (~12 กรัม)

ไข่ไก่ (ทั้งฟอง)   1 ฟอง                   ~75 kcal                           โปรตีน (~7 กรัม) + ไขมันดี

ฟักทองและแครอทต้ม รวมกัน 1 ทัพพี (50 กรัม)   ~20 kcal                    วิตามิน, แร่ธาตุ

น้ำมันรำข้าว           1 ช้อนชา (5 กรัม)             ~45 kcal                             ไขมันดี

น้ำซุปผัก/ซุปโครงไก่ 1.5 - 2 ถ้วยตวง             ~10-20 kcal                    น้ำและความกลมกล่อม

รวม 1 มื้อ          เนียนละเอียด 1 ชาม            ~340 - 350 kcal           โปรตีนรวม ~19 กรัม (ผ่านเกณฑ์!)

ขั้นตอนการทำ: นำเนื้อปลา ข้าว ผัก และน้ำซุปไปต้มรวมกันจนเปื่อยนุ่ม จากนั้นใส่ไข่ลงไปคนให้สุกดี ยกลงจากเตา ทิ้งให้พออุ่น ใส่ประโยชน์จากน้ำมันรำข้าวลงไป แล้วเทใส่เครื่องปั่น ปั่นจนเนื้อเนียนละเอียดเป็นพุดดิ้ง (ห้ามแยกชั้นน้ำกับเนื้อ) แล้วนำไปกรองผ่านตะแกรงอีกรอบก่อนป้อนค่ะ

บทสรุปก้นครัว

การสละเวลาชั่งตวงวัตถุดิบก่อนนำไปปั่นเพิ่มขึ้นอีกนิด จะช่วยตัดความกังวลใจของคนดูแลไปได้ 100% เลยค่ะว่าคนที่เรารักจะขาดสารอาหารหรือเปล่า เพราะอาหารเหลวบดปั่นที่ดี ต้องไม่ใช่แค่อิ่มท้อง แต่ต้องเป็น "อาหารนำทาง" ที่ให้พลังงานและคุณค่าโภชนาการที่เข้มข้นพอในการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงในทุกๆ วันค่ะ

8
จัดฟันบางนา: ทันตกรรมเด็ก ดูแลฟันเด็ก ในแต่ละช่วงอายุ ตั้งแต่แรกเกิด ถึง 18 ปี !

ฟัน ถือได้ว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญอันดับต้นๆ ที่ใช้งานหนักที่สุดในชีวิตตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา แต่ก็มีหลายๆคนที่เริ่มหันมาเห็นความสำคัญและดูแลเมื่อสายไปเสียแล้ว

ช่องปากก็เช่นกัน หลายคนละเลยทั้งที่แท้จริงควรเริ่มดูแลตั้งแต่แรกเกิด เพื่อไม่ให้เกิดการส่งต่อปัญหาช่องปากในระยะยาว งานวิจัยเกี่ยวกับทันตกรรมมากมายชี้ชัดว่าการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่ารอควรเริ่มทำตั้งแต่แรกเกิดอย่างสม่ำเสมอ
หลายๆคนที่มีบุตรหลานที่ยังอยู่ในวัยเด็กเล็กส่วนใหญ่จะคิดว่าค่อยไปดูแลฟันและช่องปากอย่างจริงจังเมื่อเริ่มมีฟันแท้ แต่หารู้ไม่ว่าเริ่มตอนนั้นอาจจะสายไป เพราะ ฟันน้ำนมมีค่ามากกว่าจะถูกละเลย

โดยในวันนี้จะขอแนะคำคุณผู้อ่านให้ได้รู้จักเคล็ดลับการดูแลช่องปากและฟันของบุตรหลานท่านให้มีสุขภาพที่ดีในแต่ละช่วงอายุตั้งแต่วัยแรกเกิดจนกระทั่งถึงอายุ 18 ปี โดยมีดังต่อไปนี้

ทันตกรรมเด็ก และวิธีการดูแลช่องปากและฟัน

– แรกเกิด ถึง 2 ปี
ในช่วงวัยนี้ต้องขอบอกเลยว่า บุตรหลานอาจจะไม่มีฟันน้ำนมขึ้น แต่การดูแลสุขภาพเหงือกและช่องปากก็ยังถือได้ว่าสำคัญอยู่ดี เพราะบุตรหลานต้องดื่มนม และหากว่าไม่ได้ทำความสะอาดช่องปาก ก็อาจจะก่อให้เกิดแบคทีเรียในช่องปากได้ วิธีทำความสะอาดที่ดีในวัยนี้ก็คือ การเอาผ้านุ่มๆชุบน้ำหมาดๆเช็ดที่เหงือกเพื่อขจัดคราบน้ำนมที่เกาะตามเหงือกของบุตรหลานท่าน

– ช่วงอายุ 2 ปี ถึง 4 ปี
ในช่วงนี้ บุตรหลานของท่านจะมีฟันน้ำนมขึ้นครบทั้ง 20 ซี่ และเริ่มรับประทานอาหารได้หลากหลายขึ้น จึงเป็นช่วงเวลาที่ควรให้บุตรหลานของท่านเริ่มรู้จักการแปรงฟันที่ถูกต้อง

โดยการสอนลูกให้แปรงฟันเป็นแนวตั้ง ปัดขึ้นลงโดยใช้เวลาในการแปรงฟันให้ทั่วปากประมาณ 2 นาที โดยให้ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์โดยให้ใส่แค่พอชื้น และเมื่อมีอายุครบประมาณ 3 ปีแล้ว ให้เพิ่มปริมาณยาสีฟันให้มีขนาดเท่าเมล็ดถั่ว โดยแปรงอย่างละเอียดทุกซี่ โดยแปรงวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

ซึ่งในช่วงอายุประมาณนี้บุตรหลานจะยังไม่สามารถแปรงฟันเองให้สะอาดได้ ผู้ปกครองจึงควรมีส่วนร่วมในการแปรงฟันให้ โดยการโอบข้างหลังแล้วยื่นแปรงสีฟันไปข้างหน้าแล้วจับมือบุตรหลานแปรงฟันอย่างละเอียดทุกซี่ เพื่อให้เขาลูกสึกเคยชินกับการแปรงฟัน พยายามทำแบบนี้จนกว่าบุตรหลานจะเริ่มแปรงฟันเองได้อย่างสะอาดไม่มีคราบเหนียวๆลื่นๆสีขาวอมเหลืองติดฟัน

– ช่วงอายุ 5 ปี ถึง 6 ปี
ในช่วงวัยนี้เด็กๆอาจจะเริ่มมีฟันแท้ขึ้น นั่นก็คือ ฟันหน้าล่าง ส่วนฟันน้ำนมจะเริ่มโยก และจะเริ่มมีฟันกรามแท้โผล่ขึ้นมาเป็นซี่สุดท้ายถัดจากฟันกรามน้ำนมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งการแปรงฟันจะต้องละเอียดกว่าเดิมสำหรับด้านในปาก
ซึ่งในช่วงวัยนี้เด็กๆควรที่จะเริ่มแปรงฟันได้ด้วยตัวเองอย่างสะอาดแล้ว โดยเมื่อแปรงเสร็จให้ผู้ปกครองตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งอย่างละเอียด เมื่ออายุได้ 6 ปี เด็กๆควรหันมาใช้ยาสีฟันผู้ใหญ่ โดยบีบยาสีฟันประมาณ 1 ซ.ม. โดยใช้เวลาแปรงฟันครั้งละ 2 นาที วันละ 2 ครั้ง

– ช่วงอายุ 7 ปี ถึง 8 ปี
ในช่วงวัยนี้ถือว่าต้องรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ ควรแปรงฟันแบบตั้งฉากถูกไปมาขยับสั้นๆให้ทั่วทุกซอกและซี่ฟัน และเป็นช่วงวัยที่นิยมขนมหวาน จึงควรให้ลูกเลือกรับประทานและสอนให้รู้ถึงพิษภัยของฟันผุ และควรแปรงวันละ 2 ครั้ง เช้ากับก่อนนอนทุกวันเป็นประจำ
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เป็นอย่างน้อย เพื่อประเมินสุขภาพช่องปากและฟัน

-ช่วงอายุ 11 ปี ถึง 18 ปี
ในวัยนี้เริ่มมีการเจริญเติบโตของใบหน้าอย่างรวดเร็ว อาจจะทำให้เด็กๆมีปัญหาเรื่องฟันสบกัน ซึ่งถ้าหากมีปัญหาเรื่องนี้ให้รีบเข้าพบทันแพทย์เพื่อจัดฟันในเด็ก ที่นิยมและทันสมัยในตอนนี้คือ EF Line ซึ่งจะมีส่วนช่วยเรื่องฟันสบกัน แล้วทำให้ใบหน้าเข้ารูปอีกด้วย แต่ควรรีบมาก่อนที่การเจริญเติบโตของกระดูกกรามจะหยุดโตเพราะอาจจะสายเกินไป

9
สร้างอาชีพ จากการขายคอหมูย่างสูตรโบราณ กลิ่นหอม อบอวล เคี้ยวนุ่ม ความอร่อยเหนือกาลเวลา

อาหารไทยขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติที่เข้มข้น กลิ่นหอมของเครื่องเทศและรสชาติที่สมดุล ในบรรดาเมนูยอดนิยมมากมายคอหมูย่างถือเป็นเมนูโปรดคลาสสิก อาหารไทยดั้งเดิมจานนี้ได้รับความนิยมมาหลายชั่วอายุคน โดยเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเนื้อนุ่มฉ่ำ กลิ่นหอมควันและน้ำจิ้มรสเด็ด สูตรคอหมูย่างโบราณพร้อมเคล็ดลับความอร่อย:

คอหมูย่างคืออะไร?
คอหมูย่างเป็นคอหมูย่างแบบไทยๆ ที่หมักและย่างไฟอ่อนๆ บนเตาถ่านเพื่อให้ได้ความกรอบและความนุ่มที่ลงตัว แตกต่างจากหมูย่างทั่วไป ตรงที่ใช้คอหมูย่างเพราะมีอัตราส่วนไขมันต่อเนื้อที่เหมาะสมซึ่งทำให้คอหมูชุ่มฉ่ำและมีรสชาติอร่อย

ความลับเบื้องหลังสูตรดั้งเดิม

หมูย่างสูตร ดั้งเดิมของคอหมูย่างหมักด้วยสูตรหมักที่สืบทอดกันมายาวนาน ช่วยเพิ่มรสชาติตามธรรมชาติของเนื้อหมูพร้อมทั้งให้กลิ่นหอมอร่อย ส่วนผสมหลักในการหมัก ได้แก่:

กระเทียม – เพิ่มกลิ่นหอมและรสเผ็ด
รากผักชี – ให้รสชาติดินและกลิ่นส้มเล็กน้อย
พริกไทยดำ – เพิ่มความเผ็ดร้อน
น้ำปลา – ช่วยให้มีรสอูมามิที่เข้มข้น
ซอสหอยนางรม – เพิ่มความหวานและความเข้มข้นเล็กน้อย
น้ำตาลปาล์ม – ช่วยให้พื้นผิวเป็นคาราเมลขณะย่าง
ซีอิ๊วขาว – ปรับสมดุลความเค็มและเพิ่มสีสัน
หมักหมูไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง (หรือหมักข้ามคืนเพื่อรสชาติที่เข้มข้น) ก่อนจะนำไปย่างบนถ่าน เพื่อให้ไขมันละลายช้าๆ ทำให้ชั้นนอกกรอบในขณะที่ด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ

เคล็ดลับความอร่อย:
การหมักหมูข้ามคืนจะทำให้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น
การย่างบนเตาถ่านจะทำให้คอหมูย่างมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ
ระหว่างย่างให้ทาเครื่องหมักที่เหลืออยู่บนเนื้อหมูเป็นระยะ เพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสชาติ
เสริฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ และน้ำจิ้มแจ่ว จะเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้น

วิธีรับประทานคอหมูย่าง
เกาเหลาหมูย่างเสิร์ฟคู่กับ น้ำจิ้ม แจ่วซึ่งเป็นน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยวที่ทำจาก:
น้ำปลา
น้ำมะนาว
ผงข้าวคั่ว
พริกป่น
น้ำตาลมะพร้าว
ผักชีและต้นหอมซอย
เนื้อหมูรมควันที่นุ่มลิ้นผสมผสานกับน้ำจิ้มรสเผ็ด เปรี้ยว และอูมามิ สร้างสรรค์รสชาติที่ระเบิดความอร่อยที่มิอาจลืมเลือน

การจับคู่ที่สมบูรณ์แบบ
หากต้องการสัมผัสรสชาติแบบไทยแท้ ให้ทานเกาเหลาหมูย่าง คู่ กับ:
✔ ข้าวเหนียว (ข้าวเหนียว) – เพิ่มความนุ่มและเคี้ยวหนึบให้กับจานอาหาร
✔ ผักสด – เช่น แตงกวา กะหล่ำปลี และโหระพา เพื่อความสมดุลกับรสชาติ
✔ ส้มตำ – เพิ่มความกรุบกรอบสดชื่นและรสเผ็ดร้อน

ทำไมคุณถึงควรลองอาหารไทยคลาสสิกนี้
คอหมูย่างไม่ได้เป็นแค่เพียงอาหารย่างเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของอาหารไทยแบบดั้งเดิมอีกด้วย รสชาติที่สมดุลอย่างพิถีพิถัน วิธีการย่างไฟอ่อน และน้ำจิ้มสูตรโฮมเมด ทำให้กอหมูย่างเป็นเมนูที่ต้องลองชิมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทย

ไม่ว่าคุณจะทำเองที่บ้านหรือจะลองชิมที่แผงขายอาหารริมทางในประเทศไทย คอหมูย่างรับรองว่าจะมอบประสบการณ์ความหอมควัน ชุ่มฉ่ำและรสชาติกลมกล่อมทุกครั้ง

10
สตูว์เนื้อ Beef Stew อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน สตูว์เนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 150 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


11
สตูว์ไก่ SN Food: สตูว์ไก่ หอมอร่อย ระดับภัตตาคาร เหมือนมีเชฟมาทำให้ทานถึงบ้าน!

วันนี้อยากมาชวนคุยเรื่องอาหารยามเย็น หรือเมนูวันหยุดสุดพิเศษที่ช่วยยกระดับมื้อธรรมดาๆ ให้กลายเป็นมื้อหรูระดับไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ได้ง่ายๆ ที่บ้าน นั่นก็คือ "สตูว์ไก่ (Chicken Stew)" สูตรเข้มข้น หอมกรุ่น นุ่มละมุนลิ้น รสชาติกลมกล่อมจนคนที่บ้านต้องทักว่า "เหมือนมีเชฟมาทำให้ทานถึงบ้าน!"

หลายคนอาจจะคิดว่า การทำอาหารให้อร่อยเป๊ะระดับเชฟโรงแรมหรือภัตตาคารฝรั่ง ต้องใช้วัตถุดิบแพงๆ หรือมีขั้นตอนซับซ้อนยุ่งยากใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้ว การทำสตูว์ไก่ให้หอมอร่อย ยกระดับรสชาติให้กลมกล่อมลึกล้ำ มีแค่ "เทคนิคระดับเชฟ" ไม่กี่ข้อที่คุณเองก็ทำตามได้ง่ายๆ ในครัวที่บ้านเลยค่ะ! วันนี้เลยนำเคล็ดลับมาแจกกันค่ะ ????✨

????‍???? 4 เคล็ดลับลับระดับเชฟ... เสกสตูว์ไก่โฮมเมดให้หอมอร่อยระดับภัตตาคาร
1. สุภาพบุรุษสามเกลอแห่งครัวฝรั่ง (Mirepoix) และการบราวนิ่ง (Browning):
เชฟทุกคนรู้ดีว่า หัวใจของน้ำซุปสตูว์ที่หวานลึกไม่ได้มาจากน้ำตาล แต่มาจาก "มิร์ปัว (Mirepoix)" นั่นคือ หอมหัวใหญ่ เซเลอรี (ขึ้นฉ่ายฝรั่ง) และแครอท หั่นเต๋า นำไปผัดกับเนยสดด้วยไฟอ่อนๆ จนหอมหัวใหญ่สุกเป็นสีน้ำตาลอ่อน (Caramelized) ผสานกับการนำเนื้อไก่ลงไปนาบกระทะ (Sear) จนผิวเป็นสีเหลืองทองสวย เกิดปฏิกิริยา Maillard Reaction ที่สร้างกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเนื้อต้มเข้มข้นค่ะ


2. มัดช่อเครื่องเทศฝรั่ง (Bouquet Garni):
สิ่งที่จะแยกสตูว์ธรรมดาออกจาก "สตูว์ระดับเชฟ" ก็คือ "มิติของกลิ่นหอม" ค่ะ! ลองใช้ใบกระวาน (Bay Leaf), ไทม์สด (Thyme), และพาร์สลีย์ นำผูกรวมกันด้วยเชือกทำครัว หรือใส่ถุงกรอง แล้วนำไปเคี่ยวพร้อมน้ำซุป กลิ่นหอมสมุนไพรอ่อนๆ จะค่อยๆ ซึมสลักลงไปในเนื้อไก่และน้ำซุปอย่างนุ่มนวล โดยไม่ทิ้งเศษใบไม้กวนใจเวลาทานค่ะ


3. การเลือกใช้ "น้ำสต๊อก" และ "มะเขือเทศเพสท์" เข้มข้น:
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเปล่าเคี่ยว! เชฟจะเลือกใช้ "น้ำสต๊อกไก่ หรือซุปกระดูกเคี่ยว" ร่วมกับ มะเขือเทศเพสท์ (Tomato Paste) หรือซอสมะเขือเทศคุณภาพดี เพื่อให้ได้รสชาติอมเปรี้ยวกลมกล่อม หวานละมุน และได้สีสันของน้ำซุปสตูว์ที่แดงอมน้ำตาลเข้มข้น ทรงเสน่ห์น่าทานเป็นที่สุด


4. เทคนิคการปรับเนื้อสัมผัสซอสให้เนียนนุ่ม (Nappe):
น้ำสตูว์ระดับเชฟจะต้องไม่ใสเจิ่งนองเป็นน้ำแกง และต้องไม่หนืดเป็นแป้งเปียกค่ะ! เทคนิคคือการโรยแป้งสาลีลงไปผัดกับเนยและผักเบาๆ ก่อนเติมน้ำซุป หรือใช้การเคี่ยวด้วยไฟเบาๆ ปิดฝาเป็นเวลา 45 นาที - 1 ชั่วโมง เพื่อให้คอลลาเจนจากเนื้อไก่และแป้งละลายเข้ากัน จนได้น้ำซุปรสสัมผัสเนียนนุ่ม เคลือบช้อนอย่างสวยงาม (Nappe)


????️ จัดจ้านและหรูหรา... เปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องอาหารสุดหรู
เมื่อสตูว์ไก่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ชุ่มฉ่ำ รสชาติซึมลึกเข้าเนื้อไก่ชิ้นโต ลองจัดเสิร์ฟด้วยเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศระดับภัตตาคาร:

ตักใส่ชามเซรามิกก้นลึก: ตักเนื้อไก่ชิ้นโต มันฝรั่ง แครอทนุ่มๆ และราดน้ำซุปสตูว์ข้นฉ่ำลงไป

โรยพาร์สลีย์สับสด: แต่งหน้าด้วยพาร์สลีย์สับละเอียดสีเขียวสดใส ตัดกับสีน้ำตาลอมแดงของสตูว์

เสิร์ฟคู่ขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) อุ่นร้อน หรือ ข้าวสวยหอมมะลิ: หากอยากได้ฟีลฝรั่งเศสแท้ๆ แนะนำขนมปังฝรั่งเศสอบกรอบนอกนุ่มใน นำมาดิปจิ้มซอสสตูว์เข้มข้น หรือหากชอบสไตล์โฮมมีอบอุ่นหัวใจ ราดลงบนข้าวสวยหอมมะลินุ่มฟู ก็อร่อยแสงออกปากทั้งสองแบบเลยค่ะ!


???? สรุปส่งท้าย
"สตูว์ไก่ หอมอร่อย เหมือนมีเชฟมาทำให้ทานที่บ้าน" เป็นเมนูที่นอกจากจะทำให้อิ่มท้องสบายใจแล้ว ยังเป็นเมนูที่ใส่ "ความประณีตและความรัก" ลงไปในทุกขั้นตอนการเคี่ยวได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ วันไหนอยากเอาใจคนในครอบครัว หรือจัดมื้อพิเศษลองทำสูตรนี้ดู รับรองว่าทุกคนต้องติดใจจนเรียกร้องให้ทำอีกแน่นอน!

12
ช่างแอร์อาคาร: เปิดแอร์ทั้งวันช่วงหน้าร้อน ต้องดูแลอะไรบ้าง? ป้องกันเครื่องพัง เซฟค่าไฟ

ยินดีต้อนรับสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการค่ะ! ต้องยอมรับเลยว่าแดดเมืองไทยในเวลานี้ร้อนแรงแรงเกินต้านทานจริงๆ แค่ก้าวขาออกจากบ้านนิดเดียวก็เหงื่อท่วมแล้ว พอต้องทำงานหรือพักผ่อนอยู่ที่บ้าน หลายคนเลยเลือกวิธีสู้ร้อนด้วยการ "เปิดแอร์ยาวๆ ทั้งวันทั้งคืน" เพื่อให้ชีวิตรอดพ้นจากความอบอ้าวไปได้

แต่รู้ไหมคะว่า... การเปิดแอร์ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานในช่วงที่อากาศภายนอกร้อนจัดนั้น นอกจากคอมเพรสเซอร์แอร์จะต้องทำงานหนักคูณสองแล้ว หากเราขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจทำให้ "ค่าไฟพุ่งกระฉูด เครื่องพังไว แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ" ของเราโดยไม่รู้ตัวด้วยค่ะ!

วันนี้เราเลยรวบรวม "ข้อควรดูแลและเคล็ดลับการใช้แอร์ทั้งวันช่วงหน้าร้อน" แบบง่ายๆ มาฝากทุกคนกันค่ะ ปฏิบัติตามนี้รับรองว่าเย็นฉ่ำ เซฟกระเป๋าเงิน และแอร์อยู่คู่บ้านไปนานๆ แน่นอน


❄️ 1. สังเกตและล้าง "แผ่นกรองฝุ่น (Filter)"บ่อยขึ้น

ช่วงหน้าร้อนฝุ่นละอองและมลพิษมักจะเยอะกว่าปกติ แถมพอเราเปิดแอร์ทั้งวัน แผ่นกรองฝุ่นด้านในเครื่องจะสะสมสิ่งสกปรกเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว:

สิ่งที่ต้องทำ: ให้ถอดแผ่นกรองฝุ่นออกมาฉีดน้ำล้างทำความสะอาดทุกๆ 1 - 2 สัปดาห์

ข้อดี: ฝุ่นที่ไม่เกาะแน่นจะช่วยให้อากาศไหลผ่านได้สะดวกขึ้น แอร์ไม่ต้องเค้นแรงลม ทำความเย็นได้เร็วขึ้นทันตาเห็น และช่วยประหยัดค่าไฟได้แบบรู้สึกได้เลยค่ะ!


???? 2. วางแผน "ล้างแอร์ใหญ่" โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

การล้างแค่แผ่นกรองภายนอกอาจไม่เพียงพอ หากเปิดใช้งานหนักตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงหน้าร้อน:

สิ่งที่ต้องทำ: ควรเรียกช่างมาล้างแอร์แบบจัดเต็ม (ล้างคอยล์เย็น คอยล์ร้อน และล้อพัดลม) ทุกๆ 3 - 4 เดือน (หรืออย่างน้อยที่สุดก่อนเข้าหน้าร้อน 1 ครั้ง)

ข้อดี: ล้างคราบเมือก สะสมเชื้อรา และคราบฝุ่นฝังลึกด้านใน ช่วยให้คอมเพรสเซอร์ระบายความร้อนได้ดี เครื่องไม่น็อคกลางคันกลางหน้าร้อนค่ะ


???? 3. ตั้งอุณหภูมิที่ 26 - 27°C แล้ว "เปิดพัดลมช่วย"

หลีกเลี่ยงการกดรีโมตแอร์ลงไปถึง 18 - 20°C เพราะนึกว่าจะช่วยให้เย็นเร็วขึ้นนะคะ เพราะในความเป็นจริงยิ่งปรับต่ำ คอมเพรสเซอร์ยิ่งทำงานหนักจนอาจตัดไม่ลง:

เทคนิคเซฟค่าไฟ: ให้ตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 26 - 27 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมตั้งพื้นช่วยหมุนเวียนอากาศในห้อง

ข้อดี: ลมจากพัดลมจะช่วยพัดพาความเย็นให้กระจายทั่วห้อง ทำให้ร่างกายเรารู้สึกเย็นสบายเทียบเท่า 24 องศา แต่กินไฟน้อยกว่าการลดอุณหภูมิแอร์ตรงๆ มหาศาลเลยค่ะ!


☀️ 4. ปิดกั้นแสงแดดและความร้อนจากภายนอก

แอร์จะทำงานหนักหรือเบา ขึ้นอยู่กับปริมาณความร้อนที่สะสมอยู่ภายในห้องด้วยค่ะ:

สิ่งที่ต้องทำ: ดึงม่านกันความร้อน (UV/Blackout) ลงมาปิดกระจกหน้าต่างในจุดที่แดดส่องถึงโดยตรง ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท และหลีกเลี่ยงการเปิด-ปิดประตูห้องบ่อยๆ

ข้อดี: ช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ ทำให้ห้องเย็นคงที่และคอมเพรสเซอร์ได้มีช่วงเวลาหยุดพักทำงานบ้างค่ะ


???? 5. เว้นระยะให้คอมเพรสเซอร์แอร์ได้พักบ้าง

เครื่องจักรทุกชนิดเมื่อทำงานต่อเนื่องยาวนานย่อมมีความร้อนสะสมสูง โดยเฉพาะ "คอมเพรสเซอร์ (คอยล์ร้อน)" ที่ตั้งอยู่นอกบ้านท่ามกลางอากาศร้อนจัด:

สิ่งที่ต้องทำ: หากเป็นไปได้ ลองหาช่วงเวลาปิดพักแอร์สัก 30 นาที - 1 ชั่วโมง ในช่วงที่อากาศเริ่มเย็นลง (เช่น ช่วงเช้ามืด หรือช่วงเย็น) เพื่อให้ระบบได้ระบายความร้อนสะสมบ้าง

ข้อดี: ช่วยยืดอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์ ไม่ให้มอเตอร์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรค่ะ


???? 6. ใส่ใจสุขภาพคนในห้อง... เติมความชุ่มชื้นให้ร่างกาย

การนั่งหรือนอนอยู่ในห้องแอร์ตลอดทั้งวัน ร่างกายเราจะสูญเสียความชื้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว:

ดูแลสุขภาพอย่างไร: วางแก้วน้ำหรือภาชนะใส่น้ำเปล่าไว้ในห้องเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ, ทาโลชั่นบำรุงผิว, ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ และหากรู้สึกตาแห้ง ให้ใช้น้ำตาเทียนั่งหยอดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

ข้อดี: ป้องกันอาการผิวแห้งกร้าน เจ็บคอ ระคายเคืองตา และป้องกันอาการป่วยจากโรคแอร์บอร์น (Airborne) หรือหวัดแดดได้ดีค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
การเปิดแอร์ทั้งวันช่วงหน้าร้อนไม่ใช่เรื่องผิดค่ะ เพราะสุขภาพและความสบายตัวของเราต้องมาก่อน! เพียงแค่เราใส่ใจดูแลรักษาเครื่องแอร์อย่างสม่ำเสมอ "ถอดแผ่นกรองมาล้างบ่อยๆ ตั้งอุณหภูมิพอดีคู่พัดลม ปิดม่านกันแดด และอย่าลืมจิบนมอสหรือน้ำเปล่าเติมความชื้นให้ร่างกาย" เพียงเท่านี้ เราก็สามารถผ่านพ้นหน้าร้อนนี้ไปได้อย่างเย็นฉ่ำ สบายกาย สบายใจ และกระเป๋าตังค์ไม่ฉีกแล้วค่ะ!

13
โรคเหงือกในเด็ก สามารถเข้ารับการจัดฟันเด็กได้หรือไม่

ปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันในเด็กนั้น มักจะพบได้บ่อย ซึ่งการดูแลรักษาความสะอาดของฟันถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเด็กในวัยที่ยังมีฟันน้ำนมอยู่ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะฟันน้ำนมส่งผลกระทบต่อการขึ้นของฟันแท้ ดังนั้น การดูแลช่องปากของเด็กๆ ควรที่จะได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

ซึ่งปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กที่มักพบได้บ่อยส่วนใหญ่ก็คือ เรื่องของฟันน้ำนมผุ มักจะเกิดขึ้นเมื่อฟันน้ำนมสัมผัสกับน้ำตาลจากการดื่มบ่อยครั้งเช่น ดื่มนม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มรสหวานอื่นๆ ก็จะทำให้เสี่ยงกับการเกิดฟันผุ เชื้อแบคทีเรียในปากจะกินน้ำตาลเป็นอาหาร ทำให้เกิดฟันผุหากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา ยิ่งถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองละเลยในเรื่องของฟันของลูก ก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ในระยะยาว โดนอาการฟันผุอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวด และทำให้เคี้ยวอาหารได้ลำบาก

หากฟันน้ำนมได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลายก็จะไม่สามารถกำหนดทิศทางสำหรับฟันแท้ให้ขึ้นได้อย่างถูกตำแหน่ง อาจก่อนให้เกิดฟันซ้อน หรือฟันเก ฟันน้ำนมที่ผุอย่างรุนแรงอาจจะนำไปสู่การฟันที่เป็นหนองได้ และอาจจะนำไปสู่การเกิดโรคเหงือกอักเสบในเด็ก ซึ่งโรคเหงือกในเด็กนั้น ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เป็นการอักเสบของเยื่อเหงือกซึ่งเกิดจากการดูแลความสะอาดในปากที่ไม่เพียงพอ และการจับตัวของหินปูน สัญญาณเตือนของโรคเหงือกอาจจะเป็นกลิ่นปาก หรือเลือดออกที่เหงือก

โดยเฉพาะหลังจากการใช้ไหมขัดฟัน เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถนำไปสู่ฟันหลอ และกระดูกเสียหายของกระดูก การพบทันตแพทย์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพาบุตรหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจฟันเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่อยากจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับกรจัดฟัน ก็อาจจะเกิดความสงสัยว่า ถ้าหากบุตรหลานของท่านมีปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบแล้ว จะสามารถเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นของการเกิดโรคเหงือกอักเสบในเด็ก และอยากที่จะเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟัน ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ สำหรับโรคเหงือกอักเสบในเด็กนั้น ต้องบอกว่า สามารถรักษาให้หายได้

เพียงหมั่นดูแลช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ และพ่อแม่ควรจะสังเกตอาการต่างๆของบุตรหลานด้วย ถ้าหากพบว่ามีสัญญาณของการเกิดปัญหาฟัน หรือมีการสะสมตัวของคราบแบคทีเรียที่มากและแข็งจนกลายเป็นหินปูน ก็ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อให้ทำการขจัดออกคราบเหล่านั้นออก ซึ่งการดูแลเพื่อป้องกันโรคเหงือกสามารถทำได้โดยหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยเป็นประจำ พ่อแม่ผู้ปกครองควรเป็นผู้ช่วยในการช่วยแปรงฟันให้ลูก เพื่อให้บริเวณนั้นๆ สะอาด ขจัดคราบฟันออกให้หมด ซึ่งจะช่วยป้องกัน และบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถป้องกันการเกิดโรคเหงือกได้

ทั้งนี้ ในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก สำหรับเด็กที่มีปัญหาในเรื่องของเหงือกอักเสบ เบื้องต้นทันตแพทย์จะทำการรักษาโรคเหงือกอักเสบในเด็กให้หายดีเสียก่อน เพื่อที่จะได้มีปัญหาระหว่างการจัดฟัน และจะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อเข้ารับการจัดฟันแล้ว เด็กๆควรที่จะปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น ป้องกันฟันผุ

หากบุตรหลานของท่านมีสัญญาณเตือนในเรื่องของการเกิดโรคเหงือกหรือปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน สามารถปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกได้ ทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันในเด็กที่จะให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะช่วยดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของบุตรหลานของท่านให้มีฟันที่สวยงาม เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ป้องกันการเกิดปัญหาฟันผุ และยังช่วยแนะนำวิธีการรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันได้อย่างถูกต้อง เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้

14
เมนูสร้างอาชีพข้าวแห้งซีฟู้ด อาหารจานเดียวรสชาติอร่อยที่ให้ความสดใหม่จากท้องทะเล รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศ

ข้าวแห้งทะเลคือเมนูที่สมบูรณ์แบบที่สุด อาหารจานเดียวจานนี้ผสมผสานความหวานตามธรรมชาติของอาหารทะเลสดๆ เข้ากับรสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นของผัดไทย เสิร์ฟบนข้าวหอมมะลิหอมกรุ่นโดยไม่ต้องปรุงน้ำซุปหรือแกงใดๆ เรียบง่าย อร่อยและเต็มอิ่มไปด้วยรสชาติของทะเล เมนูที่มีรสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศและกลิ่นทะเลเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน

ข้าวผัดทะเลเป็นข้าวผัดทะเลแบบไทยที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ ต่างจากข้าวผัดตรงที่ข้าวมักจะหุงแยกกัน ในขณะที่อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่และปลา จะถูกผัดกับสมุนไพรหอม พริก กระเทียมและน้ำจิ้มรสอ่อนๆ จากนั้นนำอาหารทะเลที่สุกแล้วและน้ำจิ้มราดลงบนข้าวสวย ทำให้ข้าวมีเนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำแต่ไม่เละเกินไป จึงเป็นที่มาของชื่อข้าวแห้ง
ผลลัพธ์ที่ได้คือมื้ออาหารที่มีรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติที่เข้มข้นและสมดุล โดยไม่ต้องรู้สึกหนักท้องเหมือนแกงกะหรี่หรือซุป

ส่วนผสมหลักที่นำรสชาติออกมา
ความมหัศจรรย์ของข้าวแห้งซีฟู้ดอยู่ที่การผสมผสานระหว่างวัตถุดิบสดใหม่และเครื่องปรุงรสไทยที่ช่วยยกระดับส่วนประกอบธรรมดาให้กลายเป็นเมนูที่น่ารับประทาน
อาหารทะเลรวม – โดยทั่วไปประกอบด้วยกุ้ง ปลาหมึกและหอยแมลงภู่ ความสดของอาหารทะเลเป็นตัวกำหนดรสชาติ ดังนั้นวัตถุดิบคุณภาพสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญ
กระเทียมและพริก – บดและผัดในน้ำมันร้อนเพื่อสร้างฐานที่เผ็ดและมีกลิ่นหอม
ซอสหอยนางรมและน้ำปลา – ส่วนผสมเหล่านี้ให้รสอูมามิที่เคลือบอาหารทะเลได้อย่างลงตัว
โหระพาสดหรือสมุนไพรไทย – ใส่ตอนท้ายเพื่อเพิ่มความหอม
ข้าวหอมมะลินึ่ง – ข้าวที่นุ่มและอุ่นเป็นคู่หูที่ลงตัวในการดูดซับซอสรสชาติกลมกล่อม

วิธีทำข้าวแห้งซีฟู้ด
ทำเมนูนี้ที่บ้านได้ง่ายและรวดเร็ว นี่คือวิธีง่ายๆ:
เตรียมส่วนผสม:ทำความสะอาดและหั่นอาหารทะเลเป็นชิ้นพอดีคำ ปอกเปลือกกุ้งและกรีดปลาหมึก
เครื่องเทศผัด:ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมสับและพริก ผัดจนมีกลิ่นหอม
ใส่อาหารทะเล:ใส่อาหารทะเลลงไปแล้วผัดด้วยไฟแรงจนสุก
ปรุงรส :เติมซอสหอยนางรม, ซอสถั่วเหลือง, น้ำปลา และน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อรสชาติที่สมดุล
ผสมและเสิร์ฟ:เพิ่มโหระพาสดหรือสมุนไพรไทยเล็กน้อย คนสักครู่ จากนั้นราดส่วนผสมทั้งหมดลงบนจานข้าวหอมมะลินึ่ง
เสิร์ฟทันทีจะอร่อยที่สุดเมื่ออาหารทะเลยังร้อนและฉ่ำอยู่

ทำไมคุณถึงจะหลงรักข้าวแห้งซีฟู้ด
รวดเร็วและสะดวกสบาย:พร้อมภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที เหมาะสำหรับวันยุ่งๆ
มีคุณค่าทางโภชนาการ:อุดมไปด้วยโปรตีนไขมันต่ำและแร่ธาตุที่จำเป็นจากอาหารทะเล
รสชาติกลมกล่อมแต่เบาสบาย:อิ่มเอมใจโดยไม่รู้สึกเหนียวหรือหนักผิว
ปรับแต่งได้:คุณสามารถปรับระดับเครื่องเทศได้อย่างง่ายดายหรือเลือกชุดอาหารทะเลที่คุณชื่นชอบได้
ไม่ว่าจะทานที่ร้านอาหารริมทะเลหรือทำเองที่บ้าน อาหารจานนี้ก็สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารชายฝั่งของไทยได้อย่างชัดเจน สดใหม่ หอมกรุ่น และอบอุ่นใจ

การจับคู่ที่สมบูรณ์แบบ
เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารของคุณ ลองเสิร์ฟข้าวแห้งอาหารทะเลพร้อมกับ:
ซุปใสพร้อมผัก เป็น เครื่องเคียงเพื่อมื้ออาหารที่สมดุล
ไข่ดาวหรือไข่เจียวเพื่อเพิ่มความเข้มข้น
แตงกวาหั่นบางและมะนาวเพื่อความสดชื่นและความเป็นกรด
น้ำจิ้มซีฟู้ดที่ทำจากพริก มะนาว และน้ำปลา เพื่อรสชาติจัดจ้านยิ่งขึ้น

ข้าวผัดทะเลแห้งหาซื้อได้ตามแผงขายอาหารริมทางร้านอาหารทะเลและแม้แต่ร้านอาหารริมชายหาดตามชายฝั่งของประเทศไทย แต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บางร้านใช้ซอสโหระพารสเผ็ด ในขณะที่บางร้านเน้นกระเทียมและพริกไทยเพื่อรสชาติที่อ่อนกว่า

หากคุณไปเที่ยวทะเล เช่นหัวหิน ระยอง หรือภูเก็ตคุณจะพบว่าแต่ละภูมิภาคก็มีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง โดยใช้วัตถุดิบอาหารทะเลท้องถิ่นที่จับได้สดๆ จากทะเลในเช้าวันนั้น

ลักษณะเด่น:
เป็นข้าวสวยที่ไม่ได้ใส่น้ำซุปเหมือนข้าวต้ม แต่จะมีน้ำขลุกขลิกจากการผัดเครื่องทะเล
มักจะเสิร์ฟพร้อมกับน้ำซุปใสร้อนๆ แยกถ้วยมาให้ซดคู่กัน
มีเครื่องเคียงและเครื่องปรุงรสต่างๆ ให้ใส่เพิ่ม เช่น กระเทียมเจียว, ขึ้นฉ่าย, น้ำจิ้มเต้าเจี้ยว

ข้าวแห้งทะเลไม่ได้เป็นเพียงอาหารธรรมดาๆ แต่เป็นเครื่องปรุงรสอันแสนอร่อยที่สะท้อนถึงวิถีการปรุงอาหารไทยริมชายฝั่ง ด้วยรสชาติที่ลงตัวของเครื่องเทศ รสชาติกลมกล่อม และวัตถุดิบสดใหม่จากทะเล จึงมั่นใจได้ว่าจะถูกใจทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่มองหารสชาติไทยแท้ในจานเดียว

ไม่ว่าคุณจะเพลิดเพลินกับอาหารทะเลจากแผงขายของริมทะเลหรือปรุงเองในครัว อาหารจานนี้ก็พร้อมมอบจิตวิญญาณแห่งท้องทะเลสู่จานของคุณอย่างอบอุ่น รสชาติกลมกล่อม และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบไทยๆ

15
ข้อควรระวังในการเตรียม อาหารเหลว ละเลยนิดเดียวอาจอันตราย รู้ไว้ปลอดภัย ฟื้นตัวไว

เวลาที่เราต้องดูแลสมาชิกในบ้านหรือคนที่เรารักซึ่งอยู่ในภาวะพักฟื้น มีปัญหาการกลืน เพิ่งผ่านการผ่าตัด หรือต้องได้รับอาหารทางสายยาง สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ดูแลต้องรับบทหนักคือ "การเตรียมอาหารเหลว" ใช่ไหมคะ?

หลายคนอาจคิดว่าการทำอาหารเหลวก็แค่เอาวัตถุดิบมาต้ม แล้วปั่นให้ละเอียดก็เรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริง ยามที่ร่างกายผู้ป่วยกำลังอ่อนแอ ระบบภูมิคุ้มกันและทางเดินอาหารของท่านจะไวต่อเชื้อโรคและความผิดปกติมากๆ การเตรียมอาหารเหลวที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือผิดวิธีเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด! วันนี้เราเลยขอรวบรวม "ข้อควรระวังสำคัญในการเตรียมอาหารเหลว" มาฝากทุกคนกันค่ะ ????✨


???? 1. ระวังเรื่อง "สุขอนามัยและความสะอาด" (ศูนย์รวมความเสี่ยงติดเชื้อ)
ข้อนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญอันดับหนึ่งเลยค่ะ! อาหารเหลวปั่นเป็นแหล่งเจริญเติบโตชั้นดีของเชื้อแบคทีเรีย หากผู้ป่วยได้รับอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย หรือติดเชื้อในกระแสเลือดแทรกซ้อนได้ง่ายมาก:

ล้างมือและอุปกรณ์ให้สะอาด: โถปั่น เขียง มีด กระชอนกรอง และภาชนะบรรจุ ต้องผ่านการล้าง ลวกน้ำร้อน หรือนึ่งฆ่าเชื้อก่อนใช้งานทุกครั้ง

แยกอุปกรณ์: ไม่ใช้เขียงและมีดร่วมกันระหว่างของดิบและของสุกเด็ดขาด

ผู้เตรียมอาหารต้องใส่หน้ากากอนามัย: หากผู้ดูแลมีอาการไอ ชัดเจน หรือเป็นหวัด ต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันหยดละอองน้ำมูกน้ำลายตกใส่เมนูอาหารของผู้ป่วยค่ะ


???? 2. ระวังเรื่อง "ความหนืดและความเนียน" (เสี่ยงต่อการอุดตันและสำลัก)
เนื้อสัมผัสของอาหารเหลวมีความสำคัญไม่แพ้สารอาหารค่ะ:

ต้องกรองเนียนละเอียด 100%: โดยเฉพาะอาหารเหลวสำหรับผู้ป่วยทางสายยาง หากมีกากผัก ลิ่มเนื้อสัตว์ หรือเปลือกผลไม้เล็ดลอดไปแม้แต่นิดเดียว อาจส่งผลให้สายยางอุดตัน จนต้องเสียเวลาเปลี่ยนสายใหม่ และทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัวฟรี

ระวังความหนืดหนาเกินไป: หากปั่นออกมาเหนียวหรือข้นเกินไป นอกจากจะทำให้ให้อาหารทางสายยางยากแล้ว ในผู้ป่วยที่ทานทางปากยังเสี่ยงต่อการ "สำลักเข้าปอด" ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบติดเชื้ออันตรายได้ค่ะ


???? 3. ระวังเรื่อง "อุณหภูมิและการเก็บรักษา" (อาหารบิวต์เชื้อโรค)
อาหารเหลวปั่นผสมทำมาจากเนื้อสัตว์ ไข่ และผักต้ม ซึ่งบูดเน่าและเสียได้ง่ายมากเมื่อตั้งทิ้งไว้:

ไม่ควรตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง: หากยังไม่ให้ผู้ป่วยทานทันที ต้องรีบนำเข้าตู้เย็นช่องแช่เย็นปกติ (อุณหภูมิ 2 - 4 องศาเซลเซียส)

แช่เย็นเก็บไว้ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง: การเตรียมอาหารเหลวควรทำวันต่อวัน ไม่ควรทำค้างไว้หลายๆ วัน

ระวังเรื่องอุณหภูมิตอนให้ผู้ป่วย: อาหารที่เพิ่งนำออกจากตู้เย็น ควรตั้งทิ้งไว้ให้อุ่นขึ้นเท่าอุณหภูมิห้องก่อนให้ผู้ป่วย ไม่ควรอุ่นด้วยความร้อนสูงจนร้อนจัดเพราะจะทำลายวิตามิน และไม่ควรให้แบบเย็นจัดเพราะจะทำให้ผู้ป่วยท้องอืดและท้องเสียได้ค่ะ


???? 4. ระวังเรื่อง "สัดส่วนสารอาหารและวัตถุดิบต้องห้าม"
ความหวังดีของผู้ดูแลบางครั้งอาจกลายเป็นการทำร้ายผู้ป่วยโดยไม่ตั้งใจ หากใส่วัตถุดิบที่ไม่เหมาะสม:

งดใช้ผักดิบหรือของดิบเด็ดขาด: ผักทุกชนิด เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ต้องปรุงสุก 100% ด้วยความร้อนสูงก่อนนำมาปั่น

เลี่ยงวัตถุดิบที่ก่อให้เกิดแก๊ส: เช่น ถั่วบางชนิด กะหล่ำปลี ผักกาดดอง หรือนมวัว (ในผู้ป่วยที่แพ้แลคโตส) เพราะจะทำให้ผู้ป่วยท้องอืด แน่นท้อง และผอมเกร็งจากแก๊สในกระเพาะอาหาร

อย่าลืมควบคุมคุณค่าทางโภชนาการ: อาหารเหลวต้องมีสัดส่วนของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุที่สมดุล ไม่ใช่มีแต่น้ำซุปจางๆ ที่ไม่มีพลังงานค่ะ


???? 5. ระวังเรื่อง "ระยะเวลาและปริมาณในการให้"
ขั้นตอนการให้อาหารเหลวแก่ผู้ป่วยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมที่ต้องระวังค่ะ:

ไม่ควรอัดให้อาหารเร็วเกินไป: การใช้ไซริงค์ดันอาหารเหลวอย่างรวดเร็ว จะทำให้ผู้ป่วยคลื่นไส้ อาเจียน และแน่นท้องอย่างรุนแรง ควรปล่อยให้อาหารไหลช้าๆ ตามแรงโน้มถ่วง

จัดท่าผู้ป่วยให้อยู่ในท่านั่ง/ศีรษะสูง 30 - 45 องศาเสมอ: ทั้งระหว่างให้อาหารและหลังให้อาหารเสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับและสำลักเข้าหลอดลมค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
"ข้อควรระวังในการเตรียมอาหารเหลว" อาจฟังดูมีขั้นตอนและข้อละเว้นเยอะแยะไปหมด แต่เชื่อเถอะค่ะว่า "ความพิถีพิถันและใส่ใจ" ในทุกๆ ขั้นตอนของผู้ดูแล คือเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยปกป้องคนที่เรารักให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ ลดความเจ็บปวด และช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารบริสุทธิ์ไปฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่ที่สุดค่ะ

16
ซอสโบโลเนสไก่ SN Food: ซอสโบโรเนสไก่ ให้สมบูรณ์แบบ เนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำ รสชาติเข้มข้น

เชื่อว่าหลายคนเวลาทำซอสโบโรเนสไก่ มักจะเจอปัญหาเนื้อไก่แห้งกระด้าง หรือรสชาติซอสมันดู "บาง" ไปไม่นัวเหมือนซอสเนื้อวัว วันนี้เราขอมาแชร์เคล็ดลับการเนรมิต "ซอสโบโรเนสไก่ให้สมบูรณ์แบบ" ทั้งในเรื่องของเนื้อสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้นลึกซึ้งชนิดที่ว่าใครได้ชิมก็ต้องร้องว้าว! บอกเลยว่าทำตามนี้... ลืมร้านอาหารแพงๆ ไปได้เลยค่ะ


???? 1. เคล็ดลับการใช้ "ไก่สองส่วน" เพื่อเนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ
ปัญหาใหญ่ของเนื้อไก่คือความลีนเกินไปค่ะ! เคล็ดลับที่จะทำให้ซอสของเราไม่แห้งคือการใช้ "อกไก่สับผสมกับสะโพกไก่สับ" ในอัตราส่วน 1:1 ค่ะ ส่วนของอกจะให้โปรตีนแน่นๆ ส่วนสะโพกจะให้ความฉ่ำและความมันเล็กน้อย ทำให้เวลาเคี่ยวเนื้อไก่จะมีความนุ่มหนึบ ไม่แห้งฝืดคอ และที่สำคัญคือต้องสับเนื้อเองให้ละเอียดพอดี ไม่ต้องละเอียดจนเละ เพื่อให้เรายังได้สัมผัสของเนื้อไก่ตอนเคี้ยวค่ะ


???? 2. ดึงรสชาติด้วยเทคนิค "ผัดให้แห้ง" (Maillard Reaction)
ก่อนจะเติมน้ำซุปหรือมะเขือเทศ ให้ผัดเนื้อไก่สับกับน้ำมันมะกอกจนกว่าเนื้อไก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและ "แห้งสนิท" จนเสียงในกระทะเริ่มดังฉ่าๆ ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดค่ะ เพราะมันคือการสร้างรสชาติเข้มข้นจากผิวไก่ที่โดนความร้อน ถ้าเราใส่ซอสมะเขือเทศเร็วเกินไป เนื้อไก่จะกลายเป็นการ "ต้ม" แทนการ "ผัด" ทำให้รสชาติเนื้อไม่นัวเท่าที่ควรค่ะ


???? 3. ผักสับละเอียดคือ "มวลความข้นนัว"
ซอสโบโรเนสที่สมบูรณ์แบบต้องการ "เนื้อสัมผัส" จากผักค่ะ ให้หั่น หอมใหญ่ แครอท และเซเลอรี่ ให้ละเอียดแบบจิ๋ว (Fine Dice) แล้วผัดด้วยไฟอ่อนๆ จนผักเหล่านั้นแทบจะละลายรวมไปกับเนื้อไก่ ผักเหล่านี้ไม่ได้แค่ให้ความหวาน แต่มันจะทำหน้าที่เป็น "ตัวสร้างความข้น" (Body) ให้กับซอส ทำให้เวลาตักทาน เราจะได้เนื้อสัมผัสที่เนียนแน่นและเข้มข้นในทุกคำค่ะ


???? 4. มะเขือเทศสองสไตล์คือ "กุญแจสำคัญ"
เพื่อให้รสชาติซอสมีมิติที่สุด เราแนะนำให้ใช้ "มะเขือเทศเข้มข้น" (Tomato Paste) ลงไปผัดกับเนื้อไก่จนสีเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐก่อน เพื่อดึงรสเปรี้ยวอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ แล้วค่อยเติม "มะเขือเทศกระป๋องแบบปอกเปลือก" (Whole Peeled Tomatoes) ที่ยีให้พอหยาบๆ ลงไป การใช้มะเขือเทศสองแบบจะทำให้ซอสมีความลึกของรสชาติที่ซับซ้อน ได้ทั้งความเข้มข้นและรสสัมผัสของเนื้อมะเขือเทศที่สดชื่นค่ะ


???? 5. ปรุงรสด้วย "ความเปรี้ยวและกลิ่นหอม" ก่อนปิดท้าย
เพื่อให้ซอสโบโรเนสสมบูรณ์แบบที่สุด ก่อนปิดเตาอย่าลืมชิมรสและปรับสมดุลค่ะ ถ้าซอสเปรี้ยวเกินไป ให้เติมน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย หรือถ้าขาดความกลมกล่อม ให้เหยาะซอสวูสเตอร์ (Worcestershire sauce) ลงไปนิดเดียว รับรองว่ารสชาติจะพุ่งขึ้นมาทันที! ปิดท้ายด้วยใบโหระพาอิตาลี (Basil) สดๆ ความหอมที่ได้จะเปลี่ยนจากซอสโฮมเมดธรรมดาให้กลายเป็นเมนูระดับเชฟได้เลยค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
การทำซอสโบโรเนสไก่ให้สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นเรื่องของความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การเลือกส่วนของเนื้อไก่ไปจนถึงการเคี่ยวให้เข้าเนื้อ รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยมจะทำให้เมนูจานนี้กลายเป็นเมนูโปรดประจำบ้านที่ใครได้ชิมก็ต้องยกนิ้วให้แน่นอน!

17
ช่างแอร์อาคาร: ยืดอายุแอร์ให้เย็นฉ่ำ 5 เคล็ดลับบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศที่ทำเองได้ง่ายๆ

เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมแอร์บางบ้านใช้งานได้นานเป็นสิบปี แต่บางบ้านเพิ่งซื้อมาไม่กี่ปีก็งอแงเสียแล้ว? เคล็ดลับสำคัญไม่ได้อยู่ที่ยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "การบำรุงรักษา" ค่ะ!

วันนี้เราจะมาแชร์วิธีดูแลแอร์ให้เย็นฉ่ำสู้ร้อน และช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าค่าซ่อมได้แบบยาวๆ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำเองได้ ไปดูกันเลยค่ะ! ????✨


???? 1. หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (Filter)
นี่คืองานเบสิกที่สุดแต่สำคัญที่สุดค่ะ! แผ่นกรองอากาศเปรียบเสมือนด่านหน้าในการกันฝุ่น แนะนำให้ถอดออกมาล้างน้ำสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง ยิ่งบ้านไหนมีเด็กหรือเลี้ยงสัตว์ยิ่งต้องทำบ่อยขึ้นค่ะ การปล่อยให้ฝุ่นเกาะแน่นจะทำให้แอร์ทำงานหนักและลมไม่ค่อยออก แถมยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอีกด้วยนะคะ


???? 2. อย่าตั้งอุณหภูมิเย็นจัดจนเกินไป
หลายบ้านชอบเปิดแอร์ที่ 20-22 องศาเซลเซียส ซึ่งบอกเลยว่านอกจากจะกินไฟสุดๆ แล้ว ยังทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักตลอดเวลาจนเสื่อมสภาพเร็วค่ะ ลองปรับมาที่ 25-26 องศาแล้วเปิดพัดลมช่วย การันตีเลยว่าความเย็นจะหมุนเวียนทั่วห้องและสบายตัวกว่า แถมแอร์ไม่ต้องพักเครื่องบ่อย ช่วยยืดอายุการใช้งานได้จริงค่ะ


???? 3. ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเสมอ
ก่อนเปิดแอร์ อย่าลืมเช็คดูนะคะว่าประตูและหน้าต่างปิดสนิทดีไหม รวมถึงม่านในห้องควรปิดเพื่อกันความร้อนจากภายนอก หากห้องมีช่องว่างให้อากาศร้อนเข้ามา แอร์จะต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อชดเชยอุณหภูมิที่เสียไป ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็นและค่าไฟพุ่งแน่นอนค่ะ


???? 4. รักษาระยะห่างของตัวเครื่อง
เพื่อนๆ ลองเช็คดูนะคะว่า รอบๆ ตัวแอร์หรือบริเวณคอมเพรสเซอร์นอกบ้าน มีเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของมาวางบังลมไหม? เครื่องปรับอากาศต้องการ "พื้นที่หายใจ" ค่ะ หากมีสิ่งของมาปิดกั้นจะทำให้การระบายความร้อนทำได้ยาก และแอร์จะตัดการทำงานบ่อย หรือเกิดความร้อนสะสมจนเครื่องเสียได้ง่าย


???? 5. นัดช่างมาล้างใหญ่เป็นประจำ
แม้เราจะล้างแผ่นกรองเองได้ แต่การ "ล้างใหญ่" โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดค่ะ เพราะช่างจะทำความสะอาดลึกไปถึงพัดลมคอยล์เย็น รางน้ำทิ้ง และแผงคอยล์ ซึ่งเป็นจุดที่ฝุ่นฝังแน่นและล้างเองไม่ได้ การล้างใหญ่จะช่วยให้แอร์กลับมาสะอาดเหมือนใหม่ เย็นฉ่ำ และประหยัดไฟสุดๆ เลยค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมคะ? เพียงแค่เราใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และมีวินัยในการดูแลสม่ำเสมอ แอร์คู่ใจก็จะอยู่กับเราไปได้นานแสนนาน ช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและค่าซ่อม แถมสุขภาพคนในบ้านก็ดีขึ้นเพราะไม่ต้องสูดดมฝุ่นจากแอร์สกปรกด้วยค่ะ!

18
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น


วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


19
จัดฟันบางนา: ทราบได้อย่างไรว่าทันตแพทย์ผ่านการอบรมเฉพาะทางแล้ว

การเข้ารับการจัดฟันแบบใส เป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งหลายคนก็มีความสนใจที่จะใช้วิธีการจัดฟันแบบใสเพื่อแก้ไขปัญหาฟัน และต้องบอกว่าการเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น ถึงแม้ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้แทบทุกกรณี แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ทันตแพทย์อาจจะไม่แนะนำให้ผู้เข้ารับการรักษาเข้ารับการจัดฟันแบบใส นั่นก็คือ ถ้าหากผู้เข้ารับการรักษาเป็นโรคเหงือกอักเสบ ทันตแพทย์ก็จะแนะนำให้ทำการรักษาโรคเหงือกอักเสบให้หายเสียก่อน

รวมไปถึงผู้เข้ารับการรักษาที่มีปัญหาฟันที่ค่อนข้างแก้ไขยาก ทันตแพทย์ก็อาจจะไม่แนะนำให้เข้ารับการจัดฟันแบบใส ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็อาจจะเคยผ่านการเข้ารับการจัดฟันมาแล้ว แต่ละเลยในการสวมใส่รีเทนเนอร์ซึ่งอาจจะทำให้ฟันกลับสู่สภาพเดิมนั่นก็คือ อาจจะมีปัญหาฟันห่าง ฟันล้มได้ ซึ่งการเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีต่างๆที่มีความแม่นยำเข้ามาช่วยวางแผนการรักษาด้วย จึงทำให้ผู้เข้ารับการเข้ารับการจัดฟันแบบใสส่วนใหญ่ กลับมามีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติอีกครั้ง แต่การรักษาด้วยการจัดฟันแบบในนั้น จะต้องมีทันตแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการอบรมมาเฉพาะทาง เป็นผู้ทำการรักษา

อย่างที่หลายคนทราบว่า ทันตแพทย์ที่จะทำการรักษาด้วยการจัดฟันแบบใส จะต้องผ่านการอบรมจากทาง Invisalign ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่า ทันตแพทย์ผู้ที่จะทำการรักษาได้ผ่านการอบรมมาแล้ว และวันนี้จะมาพูดถึงเรื่องของการเลือกทันตแพทย์ที่จะทำการจัดฟันแบบใส และจะทราบได้อย่างไรว่า ทันตแพทย์ได้ผ่านการอบรมเฉพาะทางมาแล้ว

สำหรับการจัดฟันแบบใสหรือการจัดฟัน Invisalign นั้น ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมเฉพาะจาก Invisalign ซึ่งทันตแพทย์จัดฟันทุกคนจะต้องผ่านการอบรมนี้ ดังนั้น ทันตแพทย์ทั่วไปกับทันตแพทย์ที่ผ่านอบรมมาเฉพาะทางจึงมีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการจัดฟัน ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และควรเลือกสถานที่จัดฟันแบบใสที่มีความน่าเชื่อถือ และวิธีการตรวจสอบว่าทันตแพทย์ที่คุณจะเข้ารับการรักษานั้น ผ่านการอบรมมาจากทาง Invisalign หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้จากรายชื่อทันตแพทย์ที่ผ่านการอบรมการจัดฟันแบบใสด้วยอุปกรณ์จัดฟัน Invisalign ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือคลินิกที่คุณจะเข้ารับบริการได้

ทันตแพทย์ที่ผ่านการอบรมการจัดฟันแบบใส Invisalign แล้วจะได้รับประกาศนียบัตรการผ่านหลักสูตรที่คุณสามารถมองหาได้ที่คลินิกที่เราจะเข้ารับบริการ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณจะได้รับบริการที่มีมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เพื่อให้คุณได้รับรับบริการที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทางคลินิกเราได้รับการรองรับให้สามารถทำการจัดฟันแบบใสได้ และยังมีทันตแพทย์ที่ผ่านการอบรมมาอย่างเฉพาะทาง คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาอย่างถูกต้อง

หากสนใจสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันมาอย่างยาวนาน มีการการันตีผลงานด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ทั้งนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยการจัดฟันแบบใส อย่างที่ทราบว่า การจัดฟันแบบใสนั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการจัดฟันแบบทั่วไป ดังนั้น คุณจะได้หายกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณได้มีสุขภาพฟันที่ดี เพราะทางเราได้ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของผู้เข้ารับการรักษาทุกคน อยากให้ทุกคนมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

20
เมนูสร้างรายได้ ขายปลาผัดขึ้นฉ่ายผสมผสานเนื้อปลาที่นุ่มละมุนเข้ากับความสดกรอบของขึ้นฉ่าย

อาหารไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลกด้วยรสชาติที่สมดุล สมุนไพรสดและเครื่องเทศหอมกรุ่น ในบรรดาเมนูแสนอร่อยมากมาย ปลาผัดขึ้นฉ่ายถือเป็นเมนูโปรดประจำบ้านที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มักถูกนำมาปรุงเป็นเมนูประจำบ้าน รวมถึงร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิม ปลาผัดขึ้นฉ่ายเป็นอาหารไทยจานเดียวเป็นเมนูผัดที่มีรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศและผัก

สิ่งที่ทำให้เมนูนี้พิเศษ
ปลาผัดขึ้นฉ่ายผสมผสานเนื้อปลาที่นุ่มละมุนเข้ากับความสดกรอบของขึ้นฉ่ายจีน กระเทียม และเครื่องปรุงรสอ่อนๆ ต่างจากแกงไทยที่ปรุงรสจัดจ้าน อาหารจานนี้มีรสชาติเบา เรียบง่ายและรับประทานง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบอาหารรสอ่อนแต่รสชาติเข้มข้น เสน่ห์ของเมนูนี้อยู่ที่ความสมดุลตามธรรมชาติของเนื้อปลาที่อร่อยลงตัวกับความกรุบกรอบสดชื่นของขึ้นฉ่าย

ส่วนผสมและวิธีทำ
โดยทั่วไปแล้วเมนูนี้จะใช้ปลาเนื้อขาว เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง หรือปลากะพงขาว ปลามักจะทอดหรือทอดไฟอ่อนจนเหลืองกรอบ แล้วผัดกับกระเทียม ซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว และขึ้นฉ่าย บางสูตรอาจใส่ขิงหรือต้นหอมเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม

ส่วนผสมหลักมักจะประกอบด้วย:
เนื้อปลาสดหรือเนื้อปลาทั้งชิ้น
ขึ้นฉ่าย (พร้อมก้านและใบ)
กระเทียมกลีบ
ซอสหอยนางรมและซีอิ๊วขาวเล็กน้อย
น้ำตาลและพริกไทยขาวเล็กน้อย

ขั้นตอนการปรุงรวดเร็ว ทำให้ปลายังคงนุ่มและขึ้นฉ่ายยังคงความสด
รสชาติ
ปลาผัดขึ้นฉ่ายมีรสชาติอร่อย หอมหวานเล็กน้อย มีกลิ่นพริกไทยอ่อนๆ จากขึ้นฉ่าย ต่างจากอาหารไทยรสจัดจ้าน ปลาผัดขึ้นฉ่ายไม่ได้เน้นพริกมากนัก จึงเหมาะสำหรับรับประทานเป็นครอบครัว เข้ากันได้ดีกับข้าวหอมมะลินึ่ง ช่วยปรับสมดุลรสชาติที่ละเอียดอ่อนในทุกคำที่รับประทาน

เมนูสำหรับทุกโอกาส
อาหารจานนี้มักเสิร์ฟในงานเลี้ยงอาหารค่ำกับครอบครัว งานสังสรรค์แบบสบายๆ หรือแม้แต่โอกาสพิเศษ ด้วยการจัดจานที่หรูหราแต่เรียบง่าย ทำให้เหมาะสำหรับทั้งมื้ออาหารประจำวันและงานเลี้ยงฉลอง ด้วยรสชาติที่เบาบาง จึงเป็นที่นิยมในฐานะตัวเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการเพลิดเพลินกับอาหารไทยโดยไม่ต้องปรุงแต่งรสชาติจัดจ้านจนเกินไป

ลักษณะเด่นของปลาผัดขึ้นฉ่าย
รสชาติ: จะออกรสเค็มนำ หวานตามเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมจากเครื่องเทศและผักที่ใช้ผัด
เนื้อปลา: มักจะใช้เนื้อปลาที่มีความแน่น เช่น ปลากะพง ปลาเก๋า หรือ ปลาทับทิม ซึ่งส่วนใหญ่นำไปทอดให้สุกเหลืองกรอบก่อนนำมาผัด เพื่อให้เนื้อปลาไม่แตกเละ
ส่วนประกอบหลัก: นอกจากเนื้อปลาและขึ้นฉ่ายแล้ว มักจะมีการใส่ ขิงซอย กระเทียม พริกชี้ฟ้า หรือ พริกขี้หนู และปรุงรสด้วย เต้าเจี้ยว ซอสหอยนางรม และ ซีอิ๊วขาวเป็นเมนูที่ทำง่ายและเป็นกับข้าวที่ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้อร่อยมาก

หากคุณกำลังสำรวจอาหารไทยนอกเหนือจากผัดไทยหรือต้มยำชื่อดัง ปลาผัดขึ้นฉ่ายคือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม นำเสนอมุมมองที่แตกต่างของการทำอาหารไทย เน้นความสดใหม่ ความเรียบง่าย และรสชาติที่เป็นธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่าง ก็สามารถมอบรสชาติที่ดีต่อสุขภาพแบบฉบับอาหารไทยพื้นบ้าน

ปลาผัดขึ้นฉ่ายเป็นอาหารไทยที่เรียบง่ายแต่อร่อย ผสมผสานเนื้อปลากรอบและขึ้นฉ่ายที่สดชื่นในซอสรสจัดจ้าน เป็นเมนูที่ต้องลองสำหรับทุกคนที่ต้องการสัมผัสรสชาติอาหารไทยต้นตำรับที่หอมอร่อยและอบอุ่น

21
คอร์ส 5 สูตรซอส+น้ำจิ้มพื้นฐาน สร้างรายได้ สไตล์ครูแมกซ์

เคล็ดลับซอสเด็ด! ที่จะเปลี่ยนอาหารธรรมดาให้กลายเป็นรายได้ให้คุณง่ายๆ!
อาหารจะอร่อยได้ ต้องมีซอสและน้ำจิ้มที่ลงตัว แต่คุณอาจ…จะ
✅ ไม่รู้สูตรที่ทำแล้วได้รสชาติที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบ
✅ วิธีผสมเครื่องปรุงแล้วทำให้รสชาติคงที่
✅ ยังชิมไม่รู้ว่า รสชาติของซอสหรือน้ำจิ้มนั้น ควรมีรสชาติแบบไหน รสไหมมาก่อนมาหลัง ยังไงที่เขาเรียกว่า กลมกล่อม เวลาปรุงทำยังไงก็ไม่อร่อยเท่ากันสักที!!
ครูแมกซ์จะเปลี่ยนคุณให้เป็นมืออาชีพ!

5 สูตรเด็ดที่คุณจะได้เรียนรู้:
✓ น้ำจิ้มซีฟู้ด ตำรับมุนินทร์ รสชาติที่ทำกินเองทำขายจริงมาตลอด10ปี
✓ น้ำยำพื้นฐาน ที่ทำง่ายอร่อยไม่ยากทำขายได้จริง (สูตรน้ำมะนาวบีบสดๆ)
✓ ซอสผัดไทยสไตล์โฮมเมด รสชาติกลมกล่อม 3รส
✓ ซอสน้ำปลา สูตรลับที่ทำให้อาหารธรรมดากลายเป็นจานเด็ด
✓ น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ดที่คู่กับอาหารได้หลากหลาย
#แม้ไม่เคยทำอาหาร ก็ทำตามได้!

ครูแมกซ์จับมือพาทำไปด้วยกันแบบ
✅ เรียนรู้แบบทีละขั้นตอน ไม่มีสับสน
✅ ใช้เวลาเรียนน้อย ทำตามได้จริง
✅ เริ่มขายได้ทันทีหลังเรียนจบ
สูตรซอสดี = อาหารอร่อย = ลูกค้าประทับใจ = รายได้เพิ่มทันที
สมัครวันนี้! เริ่มสร้างรายได้พรุ่งนี้ด้วยซอสและน้ำจิ้มสูตรเด็ดจากครูแมกซ์!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


22
ซอสโบโรเนสเนื้อ SN Food: ยกระดับมื้อค่ำ ซอสโบโลเนสเนื้อ สูตรต้นตำรับอิตาเลียนระดับหรู

ใครที่เคยหลงใหลในรสชาติของพาสต้าจากร้านอาหารอิตาเลียนระดับไฟน์ไดน์นิ่ง แล้วอยากลองรังสรรค์เมนูนั้นด้วยตัวเองที่บ้านบ้าง วันนี้เราขอพาไปเปิดสูตร "ซอสโบโลเนสเนื้อระดับหรู" ที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่คือความลุ่มลึกของรสชาติที่ผ่านการพิถีพิถันในทุกรายละเอียดค่ะ!


???? 1. หัวใจของการอัปเกรด: วัตถุดิบพรีเมียม
การจะทำซอสโบโลเนสให้มีระดับ สิ่งแรกคือการเลือกวัตถุดิบค่ะ

เนื้อวัวชั้นดี: แทนที่จะใช้เนื้อบดทั่วไป ลองใช้เนื้อวัวส่วนที่มีไขมันแทรกดีๆ หรือนำเนื้อส่วนที่นุ่ม (เช่น เนื้อสันคอ) มาสับด้วยมือเป็นชิ้นเล็กๆ แทนการบดละเอียด จะทำให้ได้รสสัมผัส (Texture) ของเนื้อที่เคี้ยวสนุกและมีความชุ่มฉ่ำมากกว่ามากค่ะ

ไวน์แดงคุณภาพ: การใช้ไวน์แดงระดับที่ดื่มได้จริงมา Deglaze กระทะ จะให้กลิ่นหอมของผลไม้และแทนนินที่ลึกซึ้งกว่าไวน์ปรุงอาหารทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดค่ะ


???? 2. ศิลปะของ "Soffritto" ขั้นสูง
ซอสระดับหรูไม่ได้ใช้แค่หอมหัวใหญ่ แครอท และเซเลอรี่ แต่ต้องเป็น "การผัดที่สมบูรณ์แบบ"

ความใจเย็น: ต้องผัดผักเหล่านี้ด้วยเนยแท้ผสมน้ำมันมะกอกเกรดเอ จนผักสุกใสและมีสีน้ำตาลทองอ่อนๆ (Caramelized) ไม่ใช่แค่ผัดจนนิ่ม แต่เป็นการดึงรสหวานที่ซ่อนอยู่ออกมาให้เต็มที่ นี่คือเบสซอสที่สร้างความแตกต่างของ "รสชาติที่แพง" ค่ะ


???? 3. ความนวลล้ำลึกด้วย "ศาสตร์แห่งนม"
สูตรโบโลเนสแบบต้นตำรับเมืองโบโลญญ่าที่แท้จริง จะต้องใส่ "นมสด" หรือ "ครีมเข้มข้น" ลงไปตุ๋นด้วย

สัมผัสกำมะหยี่: การเติมผลิตภัณฑ์จากนมในช่วงที่ตุ๋นซอส จะช่วยยกระดับความนุ่มนวลของเนื้อวัว และทำให้ตัวซอสมีเนื้อสัมผัสแบบ "กำมะหยี่" ที่เคลือบลิ้นได้อย่างนุ่มนวล ลดความกร้าวของมะเขือเทศให้กลายเป็นความละมุนที่หรูหราค่ะ


???? 4. กฎเหล็ก: "การเคี่ยวแบบ Slow-Cooked"
ความหรูหราของซอสนี้ไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่อยู่ที่ "เวลา" ค่ะ

การเคี่ยว 3 ชั่วโมงขึ้นไป: เราไม่ได้แค่เคี่ยวให้ซอสงวด แต่เรากำลังปล่อยให้ทุกโมเลกุลของเนื้อวัว ผัก เครื่องเทศ และไวน์ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน การเคี่ยวด้วยไฟอ่อนที่สุดจนซอสข้นหนืดและเงางาม คือหัวใจที่ทำให้น้ำซอสมีรสชาติลึกซึ้งจนยากจะลืมเลือน


???? 5. การเสิร์ฟแบบไฟน์ไดน์นิ่ง
เส้นพาสต้าทำเอง: ถ้าอยากยกระดับให้ถึงที่สุด การใช้เส้นพาสต้าสด (Fresh Pasta) เส้นแบนจะช่วยให้ซอสโบโลเนสระดับหรูจานนี้เปล่งประกายที่สุด

การตกแต่ง: โรยพาร์เมซานชีสแผ่นบางๆ (Parmigiano-Reggiano) ที่ขูดสดๆ พร้อมใบเบซิลสดเด็ดปลาย เพื่อให้จานนี้สมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและรูปลักษณ์ค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
"ซอสโบโลเนสเนื้อระดับหรู" ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่คือการสร้างประสบการณ์บนโต๊ะอาหารค่ะ แม้จะเป็นสูตรที่ต้องใช้เวลาและความพิถีพิถัน แต่เชื่อเถอะค่ะว่า เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติที่ลุ่มลึกและเนื้อสัมผัสที่ละมุนละไมแบบนี้ คุณจะเข้าใจเลยว่าทำไมเมนูนี้ถึงได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งพาสต้าอิตาเลียน

23
ทำไม ซุปไก่ ถึงเป็นเมนูไม้ตายที่สายออกกำลังกายและคนคุมน้ำหนักต้องเลิฟ

ใครที่กำลังอยู่ในช่วง "ปั้นหุ่น" หรือ "คุมน้ำหนัก" คงจะเข้าใจดีว่าการหาเมนูที่ทั้งอร่อย แคลอรี่ต่ำ แต่ต้องมีโปรตีนถึง! นั้นเป็นโจทย์ที่ท้าทายแค่ไหน จะกินอกไก่ต้มเปล่าๆ ทุกวันก็น่าเบื่อแย่...

วันนี้เราเลยอยากมาป้ายยาเมนูที่เป็น "อาหารทางเลือก" ยอดนิยมของคนรักสุขภาพ นั่นก็คือ "ซุปไก่" ค่ะ บอกเลยว่าเมนูนี้แหละคือตัวช่วยที่จะทำให้เส้นทางการปั้นหุ่นของเพื่อนๆ ง่ายและอร่อยขึ้นเยอะ!


???? 1. โปรตีนเน้นๆ แคลอรี่ต่ำ... สวรรค์ของคนปั้นหุ่น
หัวใจสำคัญของซุปไก่คือ "อกไก่" ซึ่งถือเป็นราชาแห่งโปรตีนที่คนออกกำลังกายทุกคนขาดไม่ได้เลยค่ะ

ทำไมถึงดี: อกไก่ลอกหนังมีไขมันต่ำมากแต่โปรตีนสูงปรี๊ด ซึ่งโปรตีนนี่แหละคือสารอาหารหลักในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดหลังออกกำลังกาย การซดซุปไก่จึงเหมือนการส่งสารอาหารเข้าไป "ซ่อมบ้าน" ที่พังให้กลับมาแข็งแรงและเฟิร์มกว่าเดิมค่ะ


???? 2. อิ่มนาน... ไม่โหยจุกจิก
ปัญหาระดับชาติของคนคุมน้ำหนักคืออาการ "หิวจุกจิก" ระหว่างวัน แต่ซุปไก่ช่วยคุณได้!

ความอิ่มที่ยั่งยืน: ด้วยความเป็นเมนูที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักบวกกับโปรตีนจากไก่ ทำให้เราอิ่มท้องได้ยาวนานกว่าการทานขนมหรือคาร์โบไฮเดรตแปรรูป ยิ่งถ้าเพื่อนๆ ใส่ผักลงไปเยอะๆ กากใยจากผักจะช่วยให้อิ่มไวและอยู่ท้องได้นานขึ้นมาก โดยที่แคลอรี่แทบไม่ขยับเลยค่ะ


???? 3. ฟื้นฟูร่างกายหลังเหงื่อท่วม
หลังจากออกกำลังกายหนักๆ ร่างกายมักจะอยู่ในสภาวะขาดน้ำและเพลียสะสม

เติมเกลือแร่แบบธรรมชาติ: น้ำซุปไก่ที่ตุ๋นกับผัก จะมีเกลือแร่ตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ การซดน้ำซุปไก่หลังเล่นเวทหรือคาดิโอ นอกจากจะช่วยเติมความสดชื่นแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและลดอาการตะคริวหรือล้าจากการออกกำลังกายได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ


???? 4. เปลี่ยนรสชาติ... ไม่ต้องพึ่งน้ำมันและน้ำตาล
จุดเด่นที่สุดของการคุมน้ำหนักด้วยซุปไก่คือ "รสชาติที่คุมได้เอง"

ปรับสูตรให้เฮลตี้: เราสามารถทำซุปไก่ที่รสชาติเข้มข้นได้โดยไม่ต้องพึ่งน้ำมันหรือผงปรุงรสโซเดียมสูงๆ เพียงแค่ใช้ความหวานจากผักตุ๋น และเพิ่มความหอมด้วยพริกไทย รากผักชี หรือสมุนไพรสด เราก็ได้เมนูที่คลีนแบบสุดๆ แต่รสชาติยังจัดจ้านถูกปาก ไม่ทำให้รู้สึกเหมือนกินอาหารลดความอ้วนเลยค่ะ


???? 5. ทางเลือกที่ "ยืดหยุ่น" ตามตารางชีวิต
สำหรับเพื่อนๆ ที่ออกกำลังกายบ่อย ตารางชีวิตมักจะแน่นเปรี๊ยะ

เมนูประหยัดเวลา: ซุปไก่เป็นเมนูที่ทำทิ้งไว้ได้ค่ะ ตุ๋นหม้อใหญ่ใส่ตู้เย็นไว้ วันไหนกลับจากยิมเหนื่อยๆ แค่อุ่นทานก็ได้โปรตีนดีๆ เข้าสู่ร่างกายทันที ไม่ต้องเสี่ยงไปกดสั่งอาหารตามสั่งที่อาจจะใส่น้ำมันเยิ้มๆ มาให้เรา นี่คือทางเลือกที่จะช่วยให้การคุมน้ำหนักของเพื่อนๆ มีระเบียบวินัยมากขึ้นโดยไม่ต้องฝืนเลยค่ะ


???? สรุปส่งท้าย
ถ้าใครกำลังเบื่ออกไก่ต้มจืดๆ หรือมองหาเมนูที่ช่วยสนับสนุนการสร้างกล้ามเนื้อและการลดน้ำหนัก ลองหันมาคบหากับ "ซุปไก่" ดูนะคะ รับรองว่าจะเปลี่ยนความคิดเรื่องอาหารลดความอ้วนไปเลย ว่าจริงๆ แล้วมันสามารถอร่อย อิ่มนาน และดีต่อหุ่นเราได้ขนาดนี้!

24
วิศวกรรมอาคาร: ประโยชน์การดูแลเครื่องปรับอากาศ

หลายบ้าน มีสมาชิกหลายคนและอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นใช้ที่ทุกบ้านขาดแทบไม่ได้ ด้วยเพราะสภาพอากาศที่นับวันยิ่งร้อนจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การใช้งานเครื่องปรับอากาศยิ่งมีมากขึ้นตาม แต่เมื่อใช้เครื่องปรับอากาศทั้งที เราก็จำเป็นยิ่งนักที่จะต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างถูกต้อง

พร้อมวิธีบำรุงรักษา การดูแลรักษาความสะอาดเพื่อให้สามารถใช้งานได้นาน อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานและยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะหากเราปล่อยทิ้งให้เครื่องปรับอากาศมีความสกปรก เกิดการสะสมของฝุ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งนั่นหมายความว่า อากาศที่เราสูดเข้าไปนั้น ก็จะไม่บริสุทธิ์จนอาจจะเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยของคนในบ้านได้ ดังนั้น หากเราใช้เครื่องปรับอากาศโดยไม่มีการดูแลรักษาความสะอาด นอกจากจะส่งผลถึงสุขภาพแล้ว อาจมีผลกระทบต่อการใช้งาน ทำให้แอร์เสื่อมสภาพและเปลืองไฟมากขึ้นด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของการดูแลเครื่องปรับอากาศว่า หากเราดูแลเครื่องปรับอากาศแล้ว จะดีอย่างไรบ้าง

แน่นอนว่า การที่เราหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกอาทิตย์ โดยการเปิดหน้ากากแอร์ขึ้นมา แล้วดึงแผ่นกรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือล้างทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้างที่คอยล์ร้อนทั้งคอยล์เย็น เป็นประจำ ก็จะทำให้แอร์มีความสะอาด นอกจากจะสะอาดแล้ว ยังทำให้ประหยัดไฟและแอร์ไม่ทำงานหนักด้วย แอร์จะได้มีอายุการใช้งานยืนยาวขึ้น ควรที่จะหมั่นดูแลรักษาเพื่อให้มันสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และการล้างแอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำความสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้มีศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยการดูแลซ่อมแซมเมื่อสึกหรอ ซึ่งการทำความสะอาดนั้นก็ถือว่าให้คุณประโยชน์ด้วย สำหรับประโยชน์ในการดูแลเครื่องปรับอากาศ ก็มีอยู่มากมาย สำคัญอย่างยิ่งในเรื่องของสุขภาพ เพราะสามารถชะลอการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้

เนื่องจากเชื้อโรคก็มีอยู่ทั่วไปในอากาศ การมีเครื่องปรับอากาศก็ช่วยในการกรองสิ่งนั้นไป ไม่ว่าจะเป็น เชื้อรา แบคทีเรีย หรือฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับว่าสะสมเชื้อโรคไปด้วย ฉะนั้นการล้างทำความสะอาดก็คือการหยุดการแพร่นั่นเอง ทั้งนี้ยังรักษาประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนาน หากมีการดูแลรักษาสิ่งของนั้นก็จะอยู่นาน เพราะเมื่อถึงเวลาล้าง เราก็จะมีเวลาตรวจดูความผิดปกติไปในตัวด้วย ช่วยลดค่าใช้จ่ายการซ่อม เมื่อเราสังเกตอยู่บ่อยๆ ว่าแอร์เราทำงานปกติไหม เมื่อล้างแอร์แล้ว ให้สังเกตลมที่ออกมา และความเย็น เพื่อให้ดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปหรือเปล่า ดีกว่าการใช้ไปนานๆแล้วเกิดอาการเอง เพราะอาจจะเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมในราคาที่สูงเลยทีเดียว รวมไปถึงการช่วยลดอาการน้ำหยด อาการน้ำหยดลงบนพื้น เกิดจากสาเหตุที่ฝุ่นที่เครื่องปรับอากาศกรองมานั้นไปอุดตันในท่อน้ำทิ้ง ซึ่งเมื่ออุดตัน ก็จะทำให้น้ำหยดลงมานั่นเอง เพราะฉะนั้นหมั่นล้างแอร์ เพียงเท่านี้ก็จะไม่มีปัญหาอีกต่อไป ที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยประหยัดค่าไฟได้จริงๆ

เพราะเมื่อใช้ไปนานๆ ฝุ่นจะไปติดอยู่ในตัวคลายความร้อน และความเย็นทำให้ คอมเพลสเซอร์แอร์ทำงานหนัก เราจึงต้องล้างแอร์บ่อยๆ เมื่อประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น ไม่ทำงานหนักมากขึ้น ก็จะทำให้ไม่เปลืองไฟด้วย แถมยังช่วยทำให้แอร์มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น เพราะหากเราจะลงทุนซื้อแอร์ใหม่มาแล้ว คงอยากจะใช้ไปนานๆ ดังนั้น การล้างแอร์เป็นประจำก็จะช่วยทำให้ยืดอายุการใช้งานไปด้วย

ทั้งนี้ ทางเราอยากให้ทุกคนได้เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่เหมาะสมกับคุณ ทางเรามีบริการดูแลระบบเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร ที่มีคนจำนวนมาก เพื่อที่จะได้สามารถใช้งานเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราถือว่า ระบบปรับอากาศและหมุนเวียนอากาศเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะใช้ชีวิตในภายในอาคาร นั่นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเราได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์และสะอาดเข้าไป ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สดชื่น สบายมากยิ่งขึ้น

25
การเล่นกีฬา ในระหว่างการจัดฟันเด็ก สามารถทำได้หรือไม่

อย่างที่หลายๆท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ในยุคสมัยนี้มีนวัตกรรมทางทันตกรรมที่ล้ำสมัย โดยมีชื่อว่า EF Line อุปกรณ์สำคัญในการจัดฟันในเด็กเล็ก ซึ่งได้ผลดีเกินคาด และได้รับการรองรับจากทันตแพทย์ทั่วโลกว่า เหมาะสมสำหรับเด็ก ลบความเชื่อผิดๆที่ว่าเด็กเล็กไม่ควรจัดฟันได้อย่างสิ้นเชิง เด็กเล็กที่มีอาการผิดปกติทางด้านโครงสร้างกระดูกขากรรไกรที่เป็นต้นเหตุหลักทำให้ใบหน้าผิดรูป รวมถึงการสบฟันผิดปกติในเด็กเล็ก ไม่เว้นแม้แต่พฤติกรรมที่ทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากในอนาคตอีกด้วยแต่ก็ต้องขอบอกก่อนว่าเด็กเล็กๆ มักจะมีการต่อต้าน อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line มากพอสมควร ซึ่งอยากให้ผู้ปกครองอย่าถอดใจและทำความเข้าใจในพฤติกรรม และแข็งใจให้บุตรหลานของท่านใส่ให้ได้ โดยรายละเอียดวิธีการใช้และแก้ปัญหามีดังต่อไปนี้
 

กฎสำคัญในการใส่ EF Line ในเด็กเล็ก

– สิ่งสำคัญที่สุดในการให้บุตรหลานของท่านใส่ EF Line คือ บุตรหลานของท่านต้องมีอายุ 4 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าจะให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในอุปกรณืชิ้นนี้คือใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำหว่า 14 ปี

– ก่อนที่จะทำการใช้ อุปกรณ์ทันตกรรม EF Line ควรได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อมาใส่เอง เพราะ อุปกรณ์ EF Line จะถูกผลิตขึ้นมาใหม่ทุกครั้งเพื่อรับกับช่องปากและฟันของคนนั้นเท่านั้น และจะมีการวางรูปแบบในระยะยาว จึงไม่สามารถหาซื้อมาใส่เองหรือทำกับผู้ที่ไม่ได้รับการศึกษาในด้านนี้เฉพาะได้

– ในขณะที่ใช้อุปกรณ์ EF Line จะต้องอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์อย่างใกล้ชิดโดยตลอด มาตามนัดทันตแพทย์ผู้รักษาอย่าให้ขาด เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงที่สุดนั่นเอง


คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ EF Line

ต้องขอบอกเลยว่า เด็กเล็กๆหลายๆคนมีปัญหาในการใส่ EF Line เนื่องจากว่าในขณะที่ทำการใส่แรกๆนั้น จะเกิดความไม่เคยชินเนื่องจากว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในช่องปาก อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในบางตำแหน่ง และอาจจะเกิดบาดแผลเล็กๆได้ ซึ่งหากว่ามีบาดแผลในช่องปากให้ทำการทายาสำหรับช่องปาก ซึ่งอาจจะมีอาการเจ็บบ้างในระยะแรกๆ แต่ไม่นานแผลเหล่านั้น และอาการระคายเคืองจะหมดไปเนื่องจากร่างกายจะปรับตัวตามธรรมชาติ หรือพยายามให้เด็กเล็กที่ใส่อุปกรณ์ EF Line ดื่มน้ำเยอะๆในขณะใส่เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นภายในช่องปากก็สามารถลดการระคายเคืองได้ดีเช่นกัน
อีกสิ่งสำคัญที่มักจะทำให้ผู้ปกครองตกใจและให้บุตรหลานเลิกใส่นั่นก็คือ เมื่อทำการใส่ EF Line เด็กเล็กๆจะเริ่มมีอาการอยากอาเจียน บางคนถึงขั้นอาเจียนทุกครั้งเมื่อทำการใส่ ซึ่งถึงจะเป็นเช่นนั้นผู้ปกครองพยายามแข็งใจบังคับตนเองให้ใส่ EF Line ให้บุตรหลานให้ได้ เพราะ เมื่อใส่ไประยะหนึ่งจะเกิดความเคยชินและก็จะไม่เกิดอาการอยากอาเจียนอีก

หากต้องทำการใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ให้เด็กเล็กๆ ผู้ปกครองควรเชื่อฟันคำแนะนำจากทันตแพทย์ ใจแข็ง ให้นึกไว้เสมอว่าหากไม่ให้บุตรหลานใส่อนาคตอาจจะต้องเสียใจเพราะบุตรหลานของท่านอาจมีฟันและโครงหน้าที่ผิดปกติและจะทำให้เกิดการรักษายากขึ้นมากตามอายุนั่นเอง
 

วิธีใส่ EF Line ที่ถูกต้อง

– กลางวัน
การใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line ในช่วงเวลากลางวัน หรือตอนตื่นนอน ควรเลือกเวลาให้ใส่ติดปากห้ามถอดออกเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่ใส่นี้ผู้ปกครองควรสังเกตพยายามให้บุตรหลานอยู่นิ่งๆ ไม่เอานิ้วเข้าปาก ไม่เคี้ยวอุปกรณ์เล่น ปิดปากให้สนิทไม่พูดคุยในขณะที่ทำการใส่อยู่เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบปาก
– กลางคืน
ในเวลากลางคืนนี้ถือได้ว่าไม่ยุ่งยาก เนื่องจากว่าให้ใส่ก่อนจะเข้านอน โดยต้องทำการใส่ติดปากห้ามถอดในขณะนอนหลับ เป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมง
 
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ควรรู้ในการให้บุตรหลานหรือเด็กเล็กๆใส่อุปกรณ์ทางทันตกรรม EF Line โดยผู้ปกครองจะต้องใจแข็งและตั้งใจไปกับบุตรหลานของท่านด้วย เพียงเท่านี้อาการผิดปกติในช่องปากต่างๆก็จะกลับมาเป็นปกติอันรวดเร็วตามระเบียบของเด็กและผู้ปกครองด้วย

26
สตูว์เนื้อ SN Food: สตูว์เนื้อสไตล์อเมริกัน ฉบับโฮมเมด เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ น้ำซุปข้นคลั่กถึงใจ

วันนี้อยากชวนทุกคนมาทำเมนูที่บอกเลยว่า "ทำทีไรก็มีความสุขทุกที" นั่นก็คือ "สตูว์เนื้อสไตล์อเมริกัน (American Beef Stew)" ค่ะ! เมนูนี้คือที่สุดของ Comfort Food ที่ชาวอเมริกันเขาชอบทานกันในวันที่อากาศเย็นๆ หรือวันที่ต้องการมื้ออาหารที่อิ่มท้องและให้พลังงานเต็มเปี่ยม

สตูว์สไตล์นี้จะต่างจากสไตล์ฝรั่งเศสตรงที่เน้นความ "จริงใจ" ของวัตถุดิบ น้ำซุปจะข้นนัว ผักชิ้นใหญ่สะใจ และเนื้อที่เปื่อยนุ่มจนละลายในปาก วันนี้เราเลยขอมาแชร์สูตรโฮมเมดที่ทำตามได้ไม่ยาก จะหอมและอร่อยแค่ไหน ไปดูกันเลยค๊า!

???? 1. เสน่ห์ของสไตล์อเมริกัน: "ความเรียบง่ายที่ยิ่งใหญ่"

จุดเด่นของสตูว์อเมริกันคือความ "อิ่มแบบจุกๆ" ค่ะ:
•   เนื้อต้องหั่นชิ้นโต: ไม่ต้องหั่นเล็กเป็นเต๋าเล็กจิ๋วค่ะ สไตล์อเมริกันแท้ๆ ต้องหั่นเนื้อชิ้นใหญ่พอดีคำ เพื่อให้เวลาเคี้ยวแล้วได้สัมผัสของความนุ่มฉ่ำเต็มๆ ปาก
•   ผักต้องจัดเต็ม: ทั้งมันฝรั่ง แครอท เซเลอรี และหัวหอมใหญ่ จะต้องถูกหั่นเป็นชิ้นใหญ่สะใจ เพื่อให้เมื่อตุ๋นจนนิ่มแล้ว ผักเหล่านี้ยังคงรักษาความหวานเอาไว้ได้ครบถ้วน

???? 2. สเต็ปทองคำ: ทำอย่างไรให้เนื้อนุ่มและซุปข้นนัว

•   คลุกแป้งก่อนจี่ (Dredging): นี่คือเคล็ดลับสำคัญค่ะ! ให้เอาชิ้นเนื้อไปคลุกแป้งสาลีบางๆ ก่อนนำไปจี่ในกระทะ แป้งที่เคลือบเนื้อจะช่วยทำให้น้ำซุปสตูว์ของเราข้นหนืดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในขณะที่ตุ๋น และช่วยให้น้ำซุปเกาะชิ้นเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
•   ตุ๋นให้ใจเย็น (Low & Slow): หัวใจของเนื้อเปื่อยนุ่มคือไฟอ่อนๆ ค่ะ เราจะตุ๋นไปเรื่อยๆ จนเนื้อเริ่มเปื่อย (ประมาณ 2-3 ชั่วโมง) ช่วงเวลานี้เองที่น้ำซุปจะค่อยๆ งวดลงและเข้มข้นขึ้นโดยอัตโนมัติ
•   เพิ่มรสสัมผัสด้วยมะเขือเทศ: สตูว์อเมริกันมักจะใส่มะเขือเทศกระป๋องหรือมะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste) ลงไปด้วย เพื่อให้ได้รสชาติอมเปรี้ยวจางๆ ที่ช่วยตัดเลี่ยนจากไขมันเนื้อ ทำให้ทานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกหนักจนเกินไปค๊า


???? 3. ทานอย่างไรให้ได้ฟีลอเมริกันแท้ๆ?

•   ทานคู่กับขนมปังเนยสด: ถ้ามีขนมปังปิ้งทาเนยหอมๆ ไว้จิ้มน้ำซุปสตูว์ บอกเลยว่าฟินลืม! หรือจะทานคู่กับบิสกิตอบร้อนๆ ก็เป็นสไตล์อเมริกันที่เข้ากันสุดๆ
•   โรยพาร์สลีย์สด: ปิดท้ายด้วยพาร์สลีย์สับสดๆ ช่วยให้เมนูสีน้ำตาลเข้มๆ ดูมีสีสันน่าทานและเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นให้ปิดท้ายมื้อได้อย่างลงตัวค่ะ

???? สรุปส่งท้าย
สตูว์เนื้อสไตล์อเมริกัน... ไม่ใช่เมนูที่เน้นความหรูหรา แต่มันคือเมนูที่เน้น "ความอบอุ่น" ค่ะ กลิ่นหอมฟุ้งที่อบอวลไปทั่วบ้านในวันที่เราเคี่ยวสตูว์อยู่บนเตา คือความสุขที่เรียบง่ายแต่เติมเต็มหัวใจคนในบ้านได้เป็นอย่างดีจริงๆ


27
อาหารเพื่อสุขภาพ สเต๊กแซลมอนจากหม้อทอดไร้น้ำมัน ข้างนอกกรอบ ข้างในฉ่ำ เซฟสุขภาพดีขั้นสุด

ถ้าพูดถึงวัตถุดิบโปรดของคนรักสุขภาพ ขอยกตำแหน่งแชมป์เปี้ยนให้ "ปลาแซลมอน" เลยค๊า! เพราะเขาอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งเป็นไขมันดีชั้นยอดที่มีพฤติกรรมช่วยบำรุงสมองและหัวใจ แถมยังมีโปรตีนลีนๆ หนาแน่นสูงมาก แต่ปัญหาโลกแตกของการทำสเต๊กแซลมอนกินเองที่บ้านคือ ยามที่เราเอาลงไปจี่บนกระทะ น้ำมันปลาจะพ่นกระจายเลอะเทอะเต็มก้นครัว แถมบางทีกะจังหวะไฟพลาด เนื้อปลาก็ดำเกรียมหรือแห้งสากคอระคายใจจนย่อยสลายความอร่อยไปซะดื้อๆ

วันนี้เราเลยขอมาแชร์ไอเดียกู้ชีพ "สูตรสเต๊กแซลมอนจากหม้อทอดไร้น้ำมัน" เมนูง่ายๆ ที่จะช่วยล็อกความฉ่ำเด้งบริสุทธิ์ของเนื้อปลา บล็อกความเหนียวเหนอะหนะของน้ำมันกระเด็น และเซฟสุขภาพร่างกายของเราให้เป๊ะปัง ไร้ตาราง สแกนอ่านลื่นไหล ดีดนิ้วทำตามได้ทันที ไปลุยกันเลยค๊า!

???? 1. คัดสรรวัตถุดิบ: เปิดพิมพ์เขียวผิวสัมผัสปลาแซลมอนสเปกพรีเมียม

พฤติกรรมการเตรียมวัตถุดิบอย่างประณีตลึกซึ้งคือสะพานเชื่อมสู่ความอร่อยระดับภัตตาคารค่ะ ไปเตรียมของตามนี้เลยนะคะ

•   ชิ้นปลาแซลมอนสด (ประมาณ 150-200 กรัม): แนะนำให้เลือกชิ้นที่มีความหนาสม่ำเสมอกัน และควรเลือกแบบ "ติดหนัง" มาด้วยนะคะค๊า เพราะหนังปลานี่แหละคือไอเทมเด็ดที่จะช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อปลาไม่ให้แห้งหายไปในหม้อทอดค่ะ

•   เครื่องปรุงรสสามัญประจำบ้าน: เกลือป่นสีชมพู (หรือเกลือไอโอดีน), พริกไทยดำบดหยาบ และน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อย (เหยาะแค่พอเคลือบผิวสัมผัสปลาบางๆ ค่ะ)

•   เครื่องเคียงและน้ำมะนาวสด: เลมอนหรือมะมะนาวคั้นสด 1 ซีก, หน่อไม้ฝรั่ง, มะเขือเทศราชินี และแครอทหั่นเต๋าสำหรับนำเข้าตู้หม้อทอดไปพร้อมๆ กันเพื่อดึงวิตามินสารอาหารค๊า

????️ 2. สเต็ปทองคำ: 3 ขั้นตอนรันหม้อทอดไร้น้ำมัน ล็อกเนื้อปลาให้ฉ่ำเด้ง

เพื่อปิดประตูเรื่องเนื้อปลาแห้งกระด้างพังทลาย ลำดับพฤติกรรมการตั้งอุณหภูมิและการวางชิ้นเนื้อเป็นสิ่งวิกฤตสูงสุด ให้ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้เลยค่ะ:

1. ซับผิวสัมผัสปลาให้แห้งสนิท และวอร์มเครื่องล่วงหน้า:ขั้นตอนที่ 1
ทริกเด็ดวิกฤตที่ห้ามมองข้ามคือ นำชิ้นปลาแซลมอนออกจากตู้เย็นมาพักให้อุณหภูมิคลายตัวลงเล็กน้อย จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่สำหรับทำอาหารซับผิวปลาให้แห้งสนิท 100% ค๊า (เพราะถ้าปลามีความชื้นสะสมหนาแน่น เวลาทอดหนังจะไม่กรอบค่ะ) เสร็จแล้วทาเกลือ พริกไทยดำ และเคลือบน้ำมันมะกอกบางๆ รอบตัวปลา ระหว่างนั้นให้กดสวิตช์ "วอร์มหม้อทอดไร้น้ำมันที่อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลา 5 นาทีล่วงหน้า" เพื่อเคลียร์ระบบความร้อนแฝงในตู้ให้พร้อมรันสปีดค่ะ

2. จัดวางชิ้นปลาเอา 'ด้านหนังลง' บล็อกเนื้อให้สุกละมุน:ขั้นตอนที่ 2
เมื่อหม้อทอดร้อนได้ที่ ให้รองกระดาษไขสำหรับหม้อทอด (หรือไม่รองก็ได้ค๊า) วางหน่อไม้ฝรั่งและมะเขือเทศลงไปที่ฐาน จากนั้นนำชิ้นปลาแซลมอนจัดวางลงไปโดย "เอาฝั่งที่เป็นหนังปลาคว่ำหน้าลงด้านล่างเสมอ" พฤติกรรมนี้จะทำให้ความร้อนจากขดลวดด้านบนค่อยๆ ทยอยรีดไขมันปลาจากหนังให้ไหลซึมขึ้นมาเคลือบเนื้อด้านบนอย่างนุ่มนวล รันระบบทอดด้วย อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8-10 นาที (ห้ามเกินนี้เด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นเนื้อปลาจะแห้งร่วน สบายท้องสบายใจหายห่วงค๊า)

3. เพิ่มสปีดความกรอบให้หนังปลา ตกแต่งจานพร้อมฟิน:ขั้นตอนที่ 3
หากเพื่อนๆ เป็นสายชอบกินหนังปลากรอบๆ สู้ฟัน พอครบ 10 นาทีแล้ว ให้ปรับพฤติกรรมเครื่องโดยการเพิ่มอุณหภูมิไปที่ 200°C แล้วรันต่ออีกเพียง 2 นาทีสั้นๆ ค่ะ ความร้อนเดือดพล่านจะช่วยกระตุ้นระเบิดผิวหนังปลาให้ฟูกรอบสะใจมากๆ ยกออกจากหม้อทอด ตักใส่จาน บีบน้ำเลมอนคั้นสดลงไปบนผิวสัมผัสเนื้อปลาเบาๆ กลิ่นอโรมาจะฟุ้งกระจายชวนน้ำลายสอทันทีค๊า!


28
ช่างแอร์อาคาร: วิธีเลือกประเภทแอร์ให้เหมาะกับบ้านของเรา สวยตรงสไตล์ เย็นฉ่ำสะใจ บิลค่าไฟไม่บานปลาย

เวลาที่เราเดินเข้าห้างสรรพสินค้าหรือเปิดแอปพลิเคชันเพื่อหาซื้อแอร์สักเครื่อง แบรนด์ต่างๆ มักจะประโคมเทคโนโลยีฟังก์ชันล้ำๆ ใส่เราเต็มไปหมดใช่ไหมคะ? แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนยืนงงในดงเครื่องใช้ไฟฟ้ามากที่สุด ไม่ใช่เรื่องของฟีเจอร์ค่ะ แต่คือ "ประเภทของแอร์" ที่มีให้เลือกเยอะมากกก! ทั้งแอร์ติดผนังแบนๆ แอร์ฝังฝ้าหรูๆ แอร์แขวนใต้ฝ้าตัวใหญ่ หรือแอร์เคลื่อนที่ตั้งพื้น

รู้ไหมคะว่า "วิธีเลือกประเภทแอร์ให้เหมาะกับบ้านของเรา" เป็นสะพานเชื่อมขั้นวิกฤตที่จะชี้ชะตาเลยว่า บ้านของคุณจะเย็นสบายทั่วถึง หรือจะต้องมานั่งช้ำใจกับปัญหาแอร์เสียงดัง ลมเป่าอัดหัวจนปวดพึ่งพา หรือที่น่ากลัวที่สุดคือ "แอร์กินไฟจนย่อยสลายเงินในกระเป๋า" เพราะสเปกเครื่องไม่แมตช์กับพฤติกรรมของห้อง วันนี้เราเลยมัดรวมคัมภีร์ผ่าจุดเด่นของแอร์แต่ละประเภท พร้อมวิธีเลือกให้ตรงใจมาฝากกันแบบละเอียดเนื้อๆ เน้นๆ ค๊า!


???? 1. เจาะลึกแอร์ 4 ประเภทยอดฮิต: ผิวสัมผัสความเย็นและพื้นที่ที่ใช่

ในตลาดบ้านเรา เครื่องปรับอากาศที่นิยมใช้ในครัวเรือนถูกออกแบบมาเพื่อลักษณะโครงสร้างห้องและพฤติกรรมการใช้งานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง 4 ประเภทหลักๆ ดังนี้ค่ะ:

???? แอร์ติดผนัง (Wall Type) - ฮีโร่สามัญประจำบ้าน
   ลักษณะเด่น: ตัวเครื่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดตั้งลอยตัวบนผนัง ราคาจับต้องง่ายที่สุด มีฟังก์ชันฟอกอากาศใสสะอาดบริสุทธิ์ให้เลือกเยอะ และดูแลรักษาง่ายมากค๊า
   ห้องที่ใช่: เหมาะที่สุดสำหรับ ห้องนอน, ห้องทำงานจิ๋ว หรือห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่จำกัดและมีผนังว่างเปล่าให้ยึดเกาะ ลมพัดที่ปล่อยออกมาจะยิงตรงเข้าสู่ผิวสัมผัสค่อนข้างไว ทำความเย็นได้เร็วทันใจค่ะ

???? แอร์ฝังฝ้า 1 ทิศทาง / 4 ทิศทาง (Cassette Type) - ขวัญใจสายมินิมอลลิสต์
   ลักษณะเด่น: ตัวเครื่องและระบบท่อทั้งหมดจะถูกยกซ่อนขึ้นไปใต้ฝ้าเพดานอย่างมิดชิด แนบสนิทไปกับผืนฝ้า คืนลุคหรูหรา สวยเนียนเรียบกริบสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นหรือโรงแรมห้าดาวค่ะ
   ห้องที่ใช่: เหมาะมากกับ คอนโดมิเนียม, ห้องรับแขกทรงแคบยาว (ใช้แบบ 1 ทิศทาง) หรือห้องโถงกว้างๆ กลางบ้าน (ใช้แบบ 4 ทิศทาง) ที่ต้องการโชว์ดีไซน์ผนังโปร่งตา 100% ลมแอร์จะทยอยตกลงมาจากที่สูงนุ่มนวล ละมุนละไม สบายผิว และทำงานเงียบเชียบ สบายท้องสบายใจตลอดคืนค่ะ
   
???? แอร์แขวนใต้ฝ้า / แอร์ตั้งพื้น (Ceiling / Floor Type) - ปราการด่านหน้าสายอึด ถึก ทน
   ลักษณะเด่น: ตัวเครื่องค่อนข้างหนา แข็งแกร่ง สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งแบบแขวนห้อยลงมาจากฝ้าเพดาน หรือตั้งพื้นแนบไปกับกำแพง มีมอเตอร์โบลเวอร์ขนาดใหญ่ที่พ่นลมพัดได้แรงและไกลมากเป็นพิเศษค่ะ
   ห้องที่ใช่: เหมาะกับ ห้องนั่งเล่นรวมพลขนาดใหญ่, โฮมออฟฟิศที่มีคนอยู่หนาแน่น หรือห้องครัวที่มีรังสีความร้อนระอุสะสมตลอดวัน เครื่องประเภทนี้จะอึดถึกทน สู้กับความร้อนภายนอกและจัดการกระจายความเย็นในพื้นที่กว้างได้อย่างทรงพลัง ดุดัน ล็อกความเย็นได้อยู่หมัดค่ะ
   
???? แอร์เคลื่อนที่ (Portable Type) - ตัวช่วยเฉพาะกิจสายยืดหยุ่น
   ลักษณะเด่น: ตัวเครื่องเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมตั้งพื้น มีล้อเลื่อนสามารถเข็นย้ายไปมาได้อย่างอิสระ ไม่ต้องเจาะผนังฝังท่อให้บ้านช้ำ เพียงแค่เสียบปลั๊กและต่อท่อผ้าพ่นลมร้อนออกนอกหน้าต่างก็รันระบบได้ทันทีค่ะ
   ห้องที่ใช่: เหมาะกับ ห้องเช่า, หอพักที่ห้ามเจาะผนัง, ซุ้มร้านค้าชั่วคราว หรือมุมพักผ่อนก้นครัวก้นสวน ที่เราต้องการความเย็นเฉพาะจุดเป็นครั้งคราวค๊า

????️ 2. สเต็ปทองคำ: 3 ขั้นตอนสแกนบ้าน เพื่อเลือกระบบประเภทแอร์ให้แมตช์เป๊ะ

เพื่อไม่ให้เป็นการเดาสุ่มจนพลาดท่าโดนช่างแกง ให้ทุกคนปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนสเต็ปทองคำนี้ในการสำรวจโครงสร้างและพฤติกรรมในบ้านก่อนเดินไปจ่ายเงินกันค่ะ:

สำรวจโครงสร้างความสูงของเพดานห้อง (Clearance):ขั้นตอนที่ 1

เดินเช็กระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานก่อนเลยค่ะ หากห้องของคุณมีเพดานสูงโปร่งและมีพื้นที่ใต้ฝ้าเหลือเฟือ (ประมาณ 20 เซนติเมตรขึ้นไป) คุณมีสิทธิ์กดเลือกแอร์ประเภท ฝังฝ้า เพื่อความสวยงามหรูหราได้เลยค่ะ แต่ถ้าห้องเพดานต่ำดิ่งหรือเป็นฝ้าฉาบเรียบที่ไม่มีพื้นที่ซ่อนตัวท่อ การเลือกแอร์ ติดผนัง จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ไม่ทำให้ห้องดูอึดอัดระคายใจค๊า


ประเมินพฤติกรรมความร้อนแฝงและจำนวนสมาชิกในโซนนั้น:ขั้นตอนที่ 2

ลองวิเคราะห์ดูว่าห้องนั้นใช้งานอย่างไร ถ้าเป็นห้องที่รวมตัวคนเยอะๆ มีการเปิดประตูเข้าออกบ่อยครั้ง หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าพ่นลมร้อนทำงานอยู่เนืองๆ การเลือกประเภทแอร์สายลุยอย่าง แอร์แขวนใต้ฝ้า จะช่วยตอบโจทย์การเคลียร์อุณหภูมิได้ดีกว่า แต่ถ้าเป็นพื้นที่ปิดสนิท เน้นความเงียบวิกฤตสูงสุดในการนอนหลับพักผ่อนของร่างกาย แอร์ ติดผนังระบบ Inverter คือคำตอบที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้ยาวๆ ค่ะ


คำนวณกำลัง BTU ควบคู่กับประเภทแอร์ให้สอดคล้องกัน:ขั้นตอนที่ 3

เมื่อเลือกประเภทแอร์ที่ชอบได้แล้ว ห้ามลืมดีดสูตรคำนวณขนาด BTU (พื้นที่ห้อง×ตัวแปรความร้อนFactor) เด็ดขาดนะคะ เพื่อให้ได้ขนาดกำลังวัตต์ที่พอดี เพราะต่อให้ประเภทแอร์จะตรงกับดีไซน์ห้องแค่ไหน แต่ถ้า BTU ต่ำเกินไป คอมเพรสเซอร์ภายนอกก็จะทำงานหนักหน่วงจนพังทลายก่อนวัยอันควรอยู่ดีค่ะ ต้องล็อกให้เป๊ะทั้งประเภทและขนาดค๊า


29
ดูแลฟันให้สวยได้ตั้งแต่เด็กด้วยการจัดฟันเด็ก EF Line

การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน ตั้งแต่ในวัยเด็กนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจะต้องเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันโรคฟันผุ ซึ่งโรคฟันผุนั้นเป็นโรคติดเชื้อที่เกี่ยวกับปัจจัยหลักอันได้แก่ เชื้อแบคทีเรียในคราบจุลินทรีย์ อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ซึ่งตรวจฟันที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ คือสารที่มีหลุมร่องลึก ฟันที่เรียงตัวชิดกัน ฟันที่มีโครงสร้างผิวเคลือบฟันที่ไม่แข็งแรง โดยกระบวนการฟันเริ่มมาจากการรับประทานอาหารจำพวกแป้งน้ำตาล เชื้อแบคทีเรียที่จะกรดออกมาทำให้ช่องปากของเด็กเปลี่ยนสภาพเป็นกรด ซึ่งกรดนี้ทำให้เกิดการละลายแร่ธาตุจากเคลือบฟันออกไป

ซึ่งหากลูกน้อยหรือเด็กๆ รับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลบ่อย ก็จะทำให้เคลือบฟันถูกละลายอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผิวเคลือบฟันแตกออกจนเกิดเป็นดูให้เห็นเป็นรอยฟันผุ เพราะฉะนั้นการดูแลให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดฟันผุ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองจะช่วยบุตรหลานของท่านได้ ควรจัดอาหารที่มีรสธรรมชาติและไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม และให้รับประทานอาหารมื้อหลักและอาหารว่างให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการรับประทานขนม ลูกอม ช็อกโกแลต หรืออาหารที่เหนียวติดฟันระหว่างมื้ออาหาร เนื่องจากทุกครั้งที่เด็กรับประทานอาหารที่มีรสหวาน เชื้อโรคในช่องปากจะย่อยน้ำตาลแล้วนั้นทำให้ช่องปากของเราเปลี่ยนสภาพเป็นกรดและทำลายแร่ธาตุจากผิวเคลือบฟัน

สำหรับสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กนั้น เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญผู้ปกครองป้องกันไม่ให้เด็กได้รับเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดฟันผุ นอกจากนี้ในวัยเด็กที่มีโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปก ติอาจจะส่งผลเกี่ยวกับสุขภาพฟันทำให้ฟันเรียงตัวกันไม่สวยงาม และมีปัญหากล้ามเนื้อที่มีการทำงานผิดปกติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย EF LINE ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือที่สามารถแก้ไขปัญหาการทำงานของกล้ามเนื้อที่มีความผิดปกติ ช่วยปรับตำแหน่งของลิ้น ส่งเสริมการปรับรูปของกระดูกใบหน้าส่วนกลางและกระดูกขากรรไกรล่าง ซึ่งEF LINE นั้นสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4-15 ปี โดยใช้เครื่องมือในกลุ่มนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายกรณีและมีความแตกต่างกันไปเช่ นปัญหารูปหน้าที่มีคางผิดปกติ คางเบี้ยวกระดูกและฟันบนยื่น

ซึ่งส่งผลให้มีสภาพฟันที่ไม่สวยงาม ด้วยเหตุนี้เองความผิดปกติที่ได้กล่าวมานั้น ในกรณีที่ไม่ทราบว่าบุตรหลานของท่านมีความผิดปกติใดๆแฝงอยู่หรือไม่ ท่านสามารถพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาแพทย์ที่ผ่านการอบรมการใช้งานเครื่องมือดังกล่าว ซึ่งต้องถือว่า EF LINE เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ดูดนิ้วจนทำให้ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันเรียงตัวกันไม่สวยงาม ทำให้ฟันสบเปิดหรือปัญหาการกัดเล็บ กัดริมฝีปาก เด็กที่มีอาการเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยโปรแกรม EF LINE รวมไปถึงเด็กที่มีอาการนอนกรน นอนกัดฟันทำให้ปวดขากรรไกร

ซึ่งประโยชน์ของ EF LINE นั้นจะช่วยให้บุตรหลานของท่านมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม แก้ไขปัญหาฟันห่าง ฟันยืดและการสบฟัน ช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของการนอนกัดฟัน นอนกรนในเด็ก เนื่องจาก EF LINE เป็นกระบวนการจัดฟันรูปแบบใหม่ โดยอาศัยแรงจากกล้ามเนื้อทำให้เกิดการปรับโครงสร้างกระดูกใบหน้าและให้มีการเวียนตัวของฝันที่สวยงามมากยิ่งขึ้นโดยเด็กเด็กสามารถเพลิดเพลินกับการใช้เครื่องมือการจัดฟันและยังมีราคาที่ไม่แพงด้วย

อย่างไรก็ตามอีเอส LINE นั้นไม่แม้แต่เป็นเครื่องมือทำไมทางด้านทันตกรรมแต่ยังสามารถแก้ไขปัญหาในเด็กบางรายที่มีความเคยชินบางอย่าง เช่น ดูดนิ้ว แกะเล็บ กัดริมฝีปากหายใจทางปากเป็นประจำ ซึ่งนิสัยเหล่านี้จะมีผลต่อการเรียงตัวของฟันหรืออาจจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกรที่ผิดปกติทำให้ต้องเข้ารับการจัดฟันเร็วขึ้นเพื่อป้องกันและแก้ไขความผิดปกติเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต หากผู้ปกครองหรือพ่อแม่มีความสนใจที่จะให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการรักษาการจัดฟันในโปรแกรม EF LINE สามารถติดต่อหรือขอคำแนะนำจากทางคลินิก

ซึ่งทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของทางด้านทันตกรรม ไม่ว่าจะเป็นทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมในเด็ก และการจัดฟันและยังมีการบริการทางด้านทันตกรรมอีกหลากหลาย ซึ่งการันตีด้วยผลงานและประสบการณ์อย่างยาวนานจึงทำให้มั่นใจได้ว่าบุตรหลานของท่านจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีและเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

30
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official

[/img]
 

31
ซอสโบโลเนสเนื้อ Bolognese Sauce อาหารพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน ซอสโบโลเนสเนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 140 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


32
พฤติกรรมที่ทำให้เด็กเกิดฟันผุ จนอาจต้องเข้ารับการจัดฟันเด็ก

สุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก เป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรเอาใจใส่ตั้งแต่ลูกยังเป็นทารก เพราะการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันจะทำให้เด็กมีสุขภาพฟันที่ดี มีฟันที่แข็งแรงไม่เกิดฟันผุ เพราะขณะที่เด็กมีฟันน้ำนม ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายและเด็กในวัยนี้ยังมีพฤติกรรมที่ชอบรับประทานอาหารจุกจิกหรือรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นขนมหวาน ลูกอม รวมไปถึงน้ำอัดลม ซึ่งอาหารเหล่านี้ถือว่าเป็นศัตรูกับฟันของเราเลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ดูแลในเรื่องของโภชนาการของเด็ก ก็อาจจะทำให้เด็กเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันตามมาได้ และเด็กที่อยู่ในช่วงของฟันน้ำนมนั้น พ่อแม่อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะฟันน้ำนมของเด็ก ถ้าหากว่าหลุดก่อนเวลาอันควรอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อการขึ้นของฟันแท้ในอนาคตได้ อาจจะทำให้เด็กมีฟันแท้หายนั่นก็คือ ฟันไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อดึงฟันที่หายให้ออกมา

ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันในเด็ก ทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดและติดตั้งเครื่องมือจัดฟันเพื่อให้ฟันที่ฝังอยู่เคลื่อนตัวออกมา ซึ่งก็ใช้ระยะเวลานานพอสมควร ดังนั้น ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองไม่อยากให้เด็กมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่อายุยังน้อย ก็ควรพาบุตรหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละสองครั้ง เพื่อทำการตรวจช่องปากและฟันว่ามีปัญหาด้านใดบ้าง เพื่อที่จะได้รีบแก้ไขได้ทันเวลา แต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะสังเกตพฤติกรรมของเด็กที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับช่องปากและฟันด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา และในวันนี้เราจะมาพูดถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เด็กเกิดฝันผุ ซึ่งถือว่าในส่วนนี้พ่อแม่ผู้ปกครองจะมีบทบาทสำคัญในการดูแลมากกว่าทันตแพทย์ ควรที่จะสังเกตอาการเพื่อไม่ให้เด็กเกิดฟันผุจนถึงขั้นสูญเสียฟันและอาจจะต้องเข้ารับการจัดฟันในเด็ก

ก่อนอื่นเราจะต้องบอกกก่อนว่า การเกิดฟันผุในเด็กนั้น ถือว่ามีผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กมีผลต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปากในอนาคตได้ การมีฟันน้ำนมผุ เด็กจะปวดฟัน เคี้ยวอาหารไม่ได้ ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการเจริญเติบโต อีกทั้งอาการปวดฟันยังส่งผลต่อการนอนหลับและการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กตัวเล็กๆ สามารถขัดขวางพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญาได้นั่นเอง สำหรับพฤติกรรมหรือปัจจัยที่ทำให้เด็กเกิดฟันผุ อย่างแรกเลยยคือ อาหารที่เด็กรับประทานเข้าไป ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแป้งและน้ำตาลอยู่แทบทุกอย่าง ตั้งแต่นม ขนมอบกรอบ ขนมหวาน น้ำอัดลม ซึ่งแป้งและน้ำตาลเหล่านี้จะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียที่พร้อมจะทำปฏิกิริยากับน้ำตาลเหล่านี้ให้เป็นกรดที่พร้อมจะทำลายผิวฟันไปทีละนิดจนลุกลามไปเรื่อยๆ   

หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร และเด็กก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากและฟันได้ดีเท่าที่ควร รวมไปถึงพฤติกรรมในวัยเด็ก เช่น การที่เด็กนอนหลับคาขวดนม ทำให้น้ำตาลที่อยู่ในนม สามารถเข้าไปทำลายเคลือบฟันของเด็กได้ เพราะคราบจุลินทรีย์จะย่อยน้ำตาลในนมที่ค้างอยู่บนผิวฟัน ทำให้เกิดการสะสมของกรด ละลายผิวฟันเป็นรู นอกจากนี้ การรับประทานขนมตามใจชอบ แล้วไม่ยอมแปรงฟันนั่นเอง ถือเป้นต้นเหตุของการเกิดฟันผุเลย เพราะฉะนั้น สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะทำก็คือ ควรฝึกให้เด็กทารกเข้านอนโดยไม่มีนิสัยติดขวดนม ดูแลเรื่องของการรับประทานอาหาร งดขนม อาหารรสหวาน ควรเลือกอาหารว่างที่มีประโยชน์ ให้เด็กบ้วนปากหลังดื่มนม รับประทานขนม หรือหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ที่สำคัญควรให้เด็กแปรงฟันให้ลูกด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ วันละ 2 ครั้ง และพาเด็กไปพบทันตแพทย์ ตรวจฟันเป็นประจำ เพื่อจะได้รับความรู้และแนวทางปฏิบัติในการดูแลสุขภาพในช่องปากอย่างถูกต้อง

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดสนใจพาบุตหลานของท่านเข้ารับการตรวจฟัน หรือเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแทพย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทันตกรรมในเด็ก รวมไปถึงมีประสบการณ์ยาวนานด้านการจัดฟัน จึงสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเกิดฟันผุตั้งแต่อายุยังน้อย ลดปัญหาการเกิดความผิดปกติของช่องปากและฟัน เพื่อให้เด็กได้สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเต็มที่

33
หอยลายผัดฉ่า รสจัดจ้าน หอมเครื่องเทศ ทำเป็นอาชีพเสริม ทำง่าย อร่อยลงตัว

หอยลายผัดฉ่าเป็นเมนูที่ต้องลองชิม ทำได้รวดเร็ว อุดมไปด้วยสมุนไพรหอม และอิ่มท้องอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักอาหารไทยหรือเพิ่งเริ่มสำรวจอาหารเอเชีย อาหารจานนี้ทำง่ายและเหมาะสำหรับทำอาหารที่บ้าน หอยลายผัดฉ่าเป็นอาหารทะเลผัดรสจัดจ้าน หอมเครื่องเทศ ทำง่าย อร่อยลงตัว มาดูวิธีทำกันเลย

หอยลายผัดฉ่า คืออะไร ?
“ผัดฉ่า” หมายถึงการปรุงอาหารแบบไทยที่ใช้สมุนไพรรสเผ็ด เช่น กระชาย ใบมะกรูด พริกไทยสด กระเทียม และพริก เมื่อผสมกับหอยแครงสด จะได้เมนูเด็ดที่เผ็ดร้อน หอมสมุนไพร และเค็มเล็กน้อย เหมาะกับการรับประทานกับข้าวหอมมะลินึ่ง

ส่วนผสม:
หอยแครงสด 500 กรัม (ทำความสะอาดแล้ว)
กระเทียม 5 กลีบ (บด)
พริกขี้หนู 5–10 เม็ด (ปรับรสตามชอบ)
รากผักชี 2–3 ชิ้น (หั่นเป็นเส้น)
ใบโหระพาสดหนึ่งกำมือ
ใบมะกรูด 3–4 ใบ (ฉีกเป็นชิ้นๆ)
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ
ตัวเลือก: พริกไทยเขียวสดบนก้าน

คำแนะนำ:
เตรียมหอยแครง:แช่หอยแครงในน้ำเกลือประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยให้ทรายหลุดออก ล้างให้สะอาดแล้วพักไว้
ผัดเครื่องปรุง:ตั้งน้ำมันให้ร้อนในกระทะหรือกระทะขนาดใหญ่บนไฟปานกลางถึงสูง ใส่กระเทียมบด พริก กระชาย และพริกไทยเขียว (ถ้ามี) ผัดจนหอม ประมาณ 30 วินาที
ใส่หอยลาย:ใส่หอยลายลงไปแล้วคนให้เข้ากันกับกลิ่นหอม
ปรุงรส:ใส่ซอสหอยนางรม ซีอิ๊ว และน้ำตาล ผสมให้เข้ากันแล้วปิดฝาหม้อประมาณ 2-3 นาทีเพื่อให้หอยแครงเปิดออก
ปิดท้ายด้วยสมุนไพรเมื่อหอยเปิดแล้ว ใส่ใบมะกรูดและโหระพาสด คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีก 1 นาที
เสิร์ฟร้อน :รับประทานได้ทันทีพร้อมข้าวสวย

เคล็ดลับ:
ถ้าหานิ้วหัวแม่มือไม่ได้ คุณก็ใช้ขิงอ่อนแทนได้เพื่อเพิ่มรสชาติที่ใกล้เคียงกัน
ใช้กระทะผัดหรือกระทะที่ร้อนมาก — การผัดต้องใช้ไฟสูงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
อย่าต้มหอยนานเกินไป เมื่อหอยเปิดก็สุกแล้ว!

เหตุใดคุณจึงหลงรักมัน
หอยลายผัดฉ่าเป็นอาหารจานเด็ดที่รังสรรค์รสชาติแบบไทยๆ ที่มีทั้งเผ็ด หอม และสดชื่น เป็นอาหารจานด่วนที่ประทับใจทั้งรสชาติและการนำเสนอ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการนำอาหารไทยคุณภาพระดับภัตตาคารมาไว้ในครัวของคุณเอง

34
ซุปไก่ร้อนๆ เติมความอบอุ่นให้ร่างกาย เมนูฟื้นฟูพลังกายในวันที่เหนื่อยล้า

ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนบ่อย หรือบางคนต้องนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นจัดตลอดทั้งวัน จนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณประท้วงด้วยอาการครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย หรือเพิ่งหายจากไข้ใหม่ๆ แล้วรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงเลยใช่ไหมคะ?

เวลาที่ร่างกายพลังงานลดฮวบแบบนี้ เมนูเยียวยาอันดับหนึ่งที่ช่วยกู้สถานการณ์ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น "ซุปไก่ต้มร้อนๆ" สักถ้วยค่ะ รู้ไหมคะว่าทำไมซุปไก่ถึงมีพลังวิเศษที่ช่วยให้เรารู้สึก "อุ่นวาบจากข้างใน" และ "ฟื้นกำลังได้เร็วทันใจ" วันนี้เรามาถอดรหัสความอร่อยที่มาพร้อมสรรพคุณบำรุงร่างกายกันค๊า!


???? ถอดรหัส: ซุปไก่ช่วยเพิ่มความอบอุ่น & ฟื้นฟูร่างกายได้อย่างไร?

1. พลังความร้อนกระตุ้นเลือดลม: ไอระเหยและน้ำซุปอุ่นๆ ของซุปไก่จะช่วยขยายหลอดเลือด กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับเหงื่อ ขับความเย็นออกจากร่างกาย บรรเทาอาการหนาวสั่นและครั่นเนื้อครั่นตัวได้อย่างรวดเร็ว

2. โปรตีนย่อยง่าย เติมพลังเร่งด่วน: การเคี่ยวเนื้อไก่และกระดูกไก่นานๆ จะดึงเอากรดอะมิโนและโปรตีนขนาดเล็กละลายออกมาในน้ำซุป ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้สร้างพลังงานและซ่อมแซมเซลล์ที่ล้าได้ทันที โดยที่ระบบย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนัก เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเพลียหรือกินอะไรไม่ค่อยลงค่ะ

3. ปรับสมดุลแร่ธาตุ คืนความสดชื่น: ในน้ำซุปไก่ที่ต้มพร้อมผักเคียง จะอุดมไปด้วยโพแทสเซียมและโซเดียมธรรมชาติ ซึ่งช่วยปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย ลดความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนเพลียได้ยลวดเร็วขึ้น


???? วัตถุดิบ "สูตรบูสต์พลัง x2" (เน้นความอบอุ่นฟื้นกำลัง)

วัตถุดิบ                           สรรพคุณเด่นในการฟื้นฟู

เนื้อไก่ติดกระดูก                  ให้โปรตีนและเจลาตินเข้มข้น ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่อ่อนล้า
ขิงแก่หั่นแว่น / พริกไทยดำบุบ   สมุนไพรฤทธิ์ร้อน ช่วยขับลม เพิ่มความอบอุ่นและกระตุ้นการเผาผลาญ
มันฝรั่ง / แครอท / หอมใหญ่   เติมวิตามินและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ย่อยง่าย ให้พลังงานทันตา


???? ขั้นตอนการต้มซุปฮีลใจ

1.   ล้างและลวกตัดคาว: นำเนื้อไก่ไปลวกในน้ำเดือดสั้นๆ 1-2 นาทีแล้วเทน้ำทิ้งก่อน เพื่อล้างไขมันส่วนเกินและคราบเลือด ทำให้น้ำซุปใสสะอาด ซดแล้วเบาสบายท้อง
2.   ตั้งฐานฤทธิ์ร้อน: ตั้งน้ำใหม่ให้เดือด ใส่ขิงแก่ทุบและพริกไทยดำบุบลงไปก่อน เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยและฤทธิ์ร้อนของสมุนไพรกระจายตัวทั่วหม้อ
3.   ใส่ผักเติมความหวาน: ใส่มันฝรั่ง แครอท และหอมหัวใหญ่ลงไป ผักเหล่านี้จะคายความหวานธรรมชาติและวิตามินออกมาโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลทรายเลยค่ะ
4.   ตุ๋นไฟอ่อน: ใส่เนื้อไก่ลงไป หรี่ไฟอ่อนที่สุด ปิดฝาแง้มไว้ ค่อยๆ เคี่ยวประมาณ 45-60 นาที หมั่นช้อนฟองขาวๆ ออก รสชาติจะกลมกล่อมและเข้าเนื้ออย่างที่สุด


⚠️ ทริกเด็ด: "ซดมื้อเย็น ชาร์จแบตก่อนนอน"

•   กินตอนร้อนจัดแล้วห่มผ้า: ในวันที่รู้สึกเพลียหรือหนาวๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว แนะนำให้ตักซุปไก่ร้อนๆ โรยพริกไทยเพิ่มอีกนิด ซดให้หมดถ้วยขณะที่ยังร้อนควันฉุย หลังจากนั้นให้ดื่มน้ำตามแล้วเข้าไปนอนห่มผ้าหนาๆ ให้ร่างกายได้ขับเหงื่ออกมาเบาๆ วิธีนี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้หลับลึก และตื่นมาพร้อมความสดชื่น แข็งแรง มีกำลังวังชาเต็มร้อยเลยค๊า!


35
อาหารพร้อมทาน SN Food: อาหารพร้อมทาน เก็บที่อุณหภูมิห้องได้นานแค่ไหน?

หลายคนคงเป็นเหมือนกันใช่ไหมคะ เวลาไปเดินซูเปอร์ฯ หรือช้อปปิ้งออนไลน์ เห็นอาหารพร้อมทานแบบซอง (Retort Pouch) หรือแบบกระป๋องที่เขาบอกว่า "เก็บได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น" แล้วรู้สึกอยากตุนไว้เยอะๆ เผื่อหิวตอนดึก หรือเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน

แต่ก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า... จริงๆ แล้วมันเก็บได้นานแค่ไหน? และถ้าแกะแล้วต้องทำยังไง? วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันแบบเข้าใจง่ายๆ ค๊า!


???? ทำไมอาหารบางอย่างถึงเก็บในอุณหภูมิห้องได้นาน?
ที่อาหารพร้อมทานบางประเภทไม่ต้องแช่เย็นก็อยู่ได้เป็นปีๆ ไม่ใช่เพราะสารกันเสียอย่างเดียวนะคะ แต่เป็นเพราะ:
•    นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ (Retort Pouch): เป็นซองพิเศษที่ทนความร้อนสูง ทำให้สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในอาหารได้เกือบ 100% ภายใต้ความดันและอุณหภูมิที่สูงมาก
•    การซีลสุญญากาศ: เมื่อไม่มีอากาศเข้าไป อาหารจึงไม่เกิดกระบวนการเน่าเสียจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูดนั่นเองค่ะ

???? กฎเหล็ก! เก็บไว้นานแค่ไหนถึงจะ "ปลอดภัย"?

1.    ดู "วันหมดอายุ (Best Before/Expiry Date)" เป็นหลัก: นี่คือคำตอบที่แม่นยำที่สุดค่ะ โดยทั่วไปอาหารกลุ่มนี้มักมีอายุเก็บรักษาได้ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทอาหาร

2.    สภาพแวดล้อมคือตัวแปร: แม้จะบอกว่าเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ แต่ "อุณหภูมิห้อง" ในความหมายที่เหมาะสมคือ "ที่เย็น แห้ง และไม่โดนแสงแดด" นะคะ ถ้าวางไว้ตรงที่ร้อนจัด (เช่น หลังตู้เย็น หรือใกล้หน้าต่างที่มีแดดส่อง) อาหารอาจจะเสียก่อนกำหนดได้ค่ะ

3.    ถ้าแกะแล้ว = ต้องแช่: กฎข้อนี้สำคัญมาก! เมื่อใดที่ซองหรือกระป๋องถูกเปิดออก ความเป็นสุญญากาศจะหายไปทันที ควรทานให้หมดในมื้อเดียว หรือถ้าทานไม่หมดต้องรีบเก็บเข้าตู้เย็นและทานให้หมดภายใน 1-2 วันค่ะ

???? สรุปสิ่งที่ควรระวัง (Scannable)

สถานะอาหาร    การจัดเก็บ                             ระยะเวลาแนะนำ

ยังไม่เปิดซอง    ที่แห้ง เย็น ไม่โดนแดด            จนกว่าจะถึงวันหมดอายุบนซอง
เปิดซองแล้ว            แช่ในตู้เย็น (ภาชนะปิดมิดชิด)    1-2 วัน เท่านั้น
บรรจุภัณฑ์ชำรุด    ห้ามทานเด็ดขาด!                    ทิ้งทันที!

⚠️ ทริกเด็ด: "สังเกตก่อนทาน"
•    ซองบวม/บุบ/รั่ว: หากเจอซองที่บวมผิดปกติ กระป๋องบุบจนเสียรูป หรือมีรอยรั่วซึมแม้แต่นิดเดียว "ห้ามทานเด็ดขาด" นะคะ เพราะนั่นคือสัญญาณว่าอากาศเข้าไปแล้ว และอาจมีเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษรุนแรงได้ค่ะ!

???? สรุปส่งท้าย
อาหารพร้อมทานแบบเก็บอุณหภูมิห้องได้ ถือเป็น "เสบียงอัจฉริยะ" ที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอแค่เราเก็บรักษาให้ถูกวิธีและหมั่นเช็กวันหมดอายุก่อนหยิบมาทาน ก็จะได้มื้ออร่อยที่ทั้งสะดวกและปลอดภัยแล้วค๊า




36
ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: ซ่อมแซมบ้านเมื่อเกิดการชำรุด จัดการอย่างไรไม่ให้บานปลาย

เชื่อว่าบ้านที่สวยงามอยู่มาวันหนึ่งก็ต้องมีอันต้องชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาใช่ไหมคะ? ไม่ว่าจะเป็นรอยร้าวบนผนังที่ขยายใหญ่ขึ้น, ก๊อกน้ำที่หยดติ๋งๆ จนรำคาญ, หรือสีที่ลอกร่อนเป็นแผ่นๆ

หลายครั้งที่เราเห็นความชำรุดแล้วเกิดอาการ "ใจแป้ว" ไม่รู้จะซ่อมเองหรือเรียกช่างดี? จะซ่อมตรงนี้ กลัวลามไปจุดนั้น! วันนี้เราเลยขอมาสรุป "กลยุทธ์การซ่อมแซมบ้านเบื้องต้น" มาฝากค๊า! เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ ประเมินสถานการณ์ได้ว่าจุดไหน "ซ่อมเองได้" และจุดไหน "ต้องเรียกช่างด่วน" ก่อนที่มันจะบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่โตค๊า มาส่องกันเลย


????️ ขั้นตอนการประเมิน: ก่อนจะลงมือซ่อม ต้องถามตัวเอง 3 ข้อนี้!

1.   จุดนี้อันตรายไหม? (ระบบไฟ/โครงสร้างต้องให้ช่างเท่านั้น)
2.   มีเครื่องมือและทักษะพอไหม? (ถ้างานสูงหรืองานระบบซับซ้อน อย่าเสี่ยงทำเองค๊า)
3.   ปัญหาเกิดจากอะไร? (ต้องแก้ที่ต้นเหตุ อย่าแค่ซ่อมปลายเหตุ เช่น รอยร้าวจากผนังทรุด ต้องแก้ที่ฐานรากก่อนอุดปูนค๊า)


????️ 4 ปัญหาชำรุดยอดฮิต...จัดการอย่างไรให้จบในครั้งเดียว?

???? 1. รอยร้าวบนผนัง (Wall Cracks)
•   รอยร้าวลายงา (เส้นเล็กๆ): ซ่อมเองได้ง่ายมากค่ะ ใช้ "อะคริลิกฟิลเลอร์" หรือปูนยาแนวอุด รอย แล้วทาสีทับ จบ!
•   รอยร้าวใหญ่/รอยร้าวแนวเฉียง: นี่คือสัญญาณอันตรายของโครงสร้าง อย่าเพิ่งอุดเอง! ต้องรีบปรึกษาวิศวกรหรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบโครงสร้างก่อนค๊า ????️

???? 2. รอยรั่วซึม (Water Leaks)
•   ก๊อกน้ำ/ท่อรั่ว: ถ้าแค่ก๊อกหยด ลองเปลี่ยน ยางโอริง (O-Ring) หรือใช้ เทปพันเกลียว พันใหม่ บางทีก็หายสนิทค่ะ
•   หลังคารั่ว: ต้องขึ้นไปดูว่ากระเบื้องแตกหรือปูนครอบสันหลังคาหลุดหรือเปล่า ถ้าไม่ชำนาญการเดินบนหลังคา แนะนำเรียกช่างมาเปลี่ยนกระเบื้องจะปลอดภัยกว่าเยอะค๊า ????️

???? 3. บานประตู-หน้าต่างฝืด/ปิดไม่สนิท
•   อาการ: บานประตูตกหรือถูพื้น
•   วิธีแก้: ลองตรวจสอบบานพับก่อนค่ะ มักเกิดจากสกรูหลวม ให้ไขสกรูบานพับให้แน่น หรือถ้าประตูบวมจากการชื้น อาจต้องไสขอบประตูออกเล็กน้อย หรือใช้เครื่องเป่าลมร้อนช่วยลดความชื้นค๊า

???? 4. ระบบไฟฟ้า/ปลั๊กไฟชำรุด
•   ห้ามทำเองถ้าไม่ถนัด! หากปลั๊กมีรอยไหม้ หรือไฟช็อตบ่อยๆ ให้ปิดเบรกเกอร์ทันทีและเรียก "ช่างไฟมืออาชีพ" มาเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นค๊า ความปลอดภัยในชีวิตประเมินค่าไม่ได้นะค๊า!

???? ตารางสรุป: ซ่อมเองได้ VS เรียกช่างมือโปร (Scannable)

ประเภทการชำรุด   ซ่อมเองได้ (DIY)                   ควรเรียกช่างมืออาชีพ

ผนัง/งานสี           รอยร้าวเล็ก, สีลอกเล็กน้อย   รอยร้าวใหญ่ (โครงสร้าง), ทาสีพื้นที่กว้าง
ระบบประปา           เปลี่ยนก๊อก, เปลี่ยนฝักบัว           ท่อน้ำรั่วใต้ดิน/ในผนัง, เปลี่ยนระบบท่อเมน
งานไม้/ประตู           หยอดน้ำมันบานพับ, ขันน็อต   ปรับแก้ประตูตกหนัก, งานโครงหลังคา
ระบบไฟฟ้า           เปลี่ยนหลอดไฟ                   ปลั๊กไหม้, ไฟดับทั้งบ้าน, ระบบตัดไฟ


⚠️ 3 กฎเหล็ก...ซ่อมบ้านให้ไม่พังซ้ำซาก!

1.   แก้ที่ต้นเหตุ: อย่าอุดรอยร้าวโดยไม่หาสาเหตุ ถ้าผนังร้าวเพราะดินทรุด อุดไปก็ร้าวใหม่ค่ะ ต้องจัดการที่ฐานรากหรือระบบระบายน้ำก่อนเสมอ!
2.   เลือกวัสดุที่ใช่: งานซ่อมบ้านอย่าประหยัดด้วยการซื้อวัสดุเกรดต่ำค่ะ เพราะเราต้องเสียค่าแรงซ่อมใหม่ทุกๆ 6 เดือนแทนที่จะซ่อมครั้งเดียวจบ ลงทุนซื้อของดีไปเลยค๊า
3.   ความปลอดภัยต้องมาก่อน: งานสูงต้องมีบันไดที่มั่นคง งานไฟฟ้าต้องมีไขควงเช็กไฟ ถ้าจุดไหนเสี่ยงเกินไป "เรียกช่างคือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด"

???? สรุปส่งท้าย
การซ่อมแซมบ้านเมื่อเกิดการชำรุด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวค่ะ แต่มันคือโอกาสที่ทำให้เราได้ดูแลและทำความเข้าใจบ้านของเรามากขึ้น การรู้จักแยกแยะงานที่ซ่อมเองได้กับงานที่ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้บ้านของเรากลับมาสวยและแข็งแรงโดยไม่เปลืองงบจนเกินตัวแน่นอน


37
ความเหมาะสมที่จะเข้ารับการจัดฟันเด็ก ช่วงวัยไหนเป๊ะที่สุด?

เชื่อว่ามนุษย์แม่ที่มีลูกอยู่ในวัยซน แต่อายุเริ่มเข้าใกล้ช่วงวัยประถม มักจะแอบกังวลเวลาส่องดูฟันของลูกรักใช่ไหมคะ? บางวันเห็นฟันแท้ซี่ใหญ่เบียดขึ้นมาจนบิดเบี้ยว บางวันเห็นลูกชอบดูดนิ้วจนฟันยื่น หรือบางบ้านลูกก็เริ่มมีภาวะคางยื่นยาวออกมาจนขัดใจแม่

จนทำให้เกิดคำถามยอดฮิตในใจผู้ปกครองว่า แล้ว "ความเหมาะสมที่จะเข้ารับการจัดฟันเด็ก" มันวัดกันตรงไหน? ต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบทุกซี่ก่อนตอนมัธยม หรือจริงๆ แล้วเราควรพาลูกไปพบคุณหมอตั้งแต่วัยไหนกันแน่ถึงจะเรียกว่าเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด?

วันนี้เราเลยขอมาตั้งกระทู้สรุป "คัมภีร์เช็กความเหมาะสมในการจัดฟันเด็ก" มาชวนคุณแม่ตรวจสอบ Checklist ความพร้อมของเจ้าตัวเล็กไปพร้อมๆ กันในกระทู้นี้เลยค๊า! ????


⏳ 1. ช่วงอายุที่ "เหมาะสมที่สุด" ในการพาลูกไปพบทันตแพทย์จัดฟัน

สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งสหรัฐอเมริกา (AAO) และทันตแพทย์เฉพาะทางด้านเด็กได้ให้คำแนะนำอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า:

ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการพาลูกไปตรวจประเมินเรื่องการจัดฟันครั้งแรก คือ "อายุ 7 ขวบ" ค่ะ

ทำไมต้องเป็นอายุ 7 ขวบ? เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กๆ อยู่ในภาวะ "ฟันชุดผสม" คือฟันน้ำนมเริ่มหลุด และฟันแท้ซี่สำคัญๆ (โดยเฉพาะฟันหน้าและฟันกรามแท้ซี่แรก) เริ่มงอกขึ้นมาแล้ว ทำให้คุณหมอสามารถมองเห็นโครงสร้างกระดูกขากรรไกร ทิศทางการเติบโตของใบหน้า และแนวโน้มปัญหาในช่องปากของลูกได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้นครบหมดปาก (ช่วงอายุ 12 ปี) เหมือนในอดีตค่ะ

???? 2. Checklist สัญญาณเตือน: สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าลูก "พร้อมและเหมาะสม" ที่ต้องจัดฟันแล้ว?

หากเจ้าตัวเล็กที่บ้านอยู่ในช่วงอายุ 6–10 ปี แล้วมีพฤติกรรมหรือลักษณะช่องปากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งใน Checklist ด้านล่างนี้ แปลว่าน้องมี "ความเหมาะสมอย่างยิ่ง" ที่ควรเข้ารับการจัดฟันเด็กระยะแรก (Interceptive Orthodontics) เพื่อแก้ไขปัญหาก่อนที่กระดูกขากรรไกรจะปิดตัวถาวรค่ะ:

???? ปัญหาการสบฟันผิดปกติ: มีภาวะฟันล่างคร่อมฟันบน (คางยื่น), ฟันบนยื่นเหยินออกมาข้างหน้ามากผิดปกติจนริมฝีปากหุบไม่สนิท, หรือฟันหน้าบน-ล่างกัดไม่สบกัน (มีช่องโหว่ตรงกลางเวลาเคี้ยวอาหาร)

???? พื้นที่กรามไม่พออย่างรุนแรง: ฟันแท้ขึ้นมาซ้อนเก บิดเบี้ยว หันผิดทิศทาง หรือซ้อนกันเป็นสองแถวเนื่องจากขนาดกรามของลูกเล็กเกินไป

???? ติดพฤติกรรมทำร้ายรูปหน้า: ลูกติดนิสัยชอบดูดนิ้วมืออย่างรุนแรง, ชอบเอาลิ้นดันฟันหน้าเวลาพูดหรือกลืน, กัดเล็บ, หรือติดนิสัยนอนอ้าปากหายใจทางปาก (ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของขากรรไกร)

???? ปัญหาฟันน้ำนมหลุดผิดเวลา: ฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไปจากอุบัติเหตุหรือฟันผุจนต้องโดนถอน ทำให้ฟันซี่ข้างๆ ล้มมาเอียงบดบังพื้นที่ หรือในทางกลับกันคือฟันน้ำนมไม่ยอมหลุดตามเกณฑ์จนไปขวางทิศทางการขึ้นของฟันแท้

????️ ปัญหาด้านการบดเคี้ยวและการออกเสียง: ลูกเคี้ยวอาหารลำบาก เคี้ยวข้าวช้าเนื่องจากฟันไม่สบกัน หรือมีปัญหาพูดไม่ชัด ออกเสียงพยัญชนะบางตัวเพี้ยนเพราะลมรั่วออกตามช่องว่างของฟัน


????️ ทริกโภชนาการและการดูแลระบบย่อยอาหารสำหรับหนูน้อยในวันฟันขยับ

เมื่อคุณแม่ประเมินแล้วว่าลูกมีความเหมาะสมและตกลงเข้าสู่กระบวนการรักษา ในช่วง 2-3 วันแรกของการใส่เครื่องมือหรือสัปดาห์ปรับลวด กระดูกรอบรากฟันของเด็กจะเกิดการขยับตัวตามแผนการรักษา ทำให้ลูกรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ระบมกรามจนกินข้าวได้น้อยลง คุณแม่ควรเตรียมเมนูเนื้อนุ่มสัมผัสละมุนเพื่อซัพพอร์ตระบบร่างกายของลูกรักกันนะคะ:

เน้นเมนูสัมผัสละมุน รสชาติอ่อนโยน: ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ดร้อน หรือเปรี้ยวจี๊ด เพื่อซัพพอร์ตช่องปากที่กำลังระบม แนะนำเมนูเนื้อนุ่ม ย่อยง่าย เช่น ไข่ตุ๋นนมสดเนื้อพุดดิ้ง (เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด นุ่มละเอียดละมุนลิ้น แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยวให้สะเทือนรากฟัน ได้โปรตีนสูงช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและสมานเนื้อเยื่อในช่องปาก), ข้าวต้มปลาเนื้อขาวอุ่นๆ (รสชาติละมุน ซดง่าย สบายท้อง ไม่เพิ่มภาระให้ระบบย่อยอาหารของลูกน้อย), หรือ แกงจืดเต้าหู้ไข่ใส่หมูสับละเอียด (ช่วยให้ชุ่มคอ ซดคล่องคอ บรรเทาอาการระบมกรามได้ดีค่ะ)

จัดท่าทางหลังมื้ออาหารป้องกันกรดไหลย้อนในเด็ก: วันไหนที่ลูกระบมฟันจนเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด กระเพาะอาหารของเด็กจะทำงานหนักขึ้นแปรผันตาม ดังนั้นหลังทานอาหารเสร็จห้ามปล่อยให้ลูกล้มตัวลงนอนราบทันทีเด็ดขาดนะคะ แนะนำให้ชวนลูกทำกิจกรรมกึ่งนั่งกึ่งนอน หนุนหมอนสูงขึ้น หรือนั่งต่อตัวต่อในมุมพิงหลัง 30–45 องศาต่อไปก่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยซัพพอร์ตระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้คล่องตัวตามแนวโน้มถ่วง และช่วยป้องกันโรคกรดไหลย้อนย้อนกลับขึ้นมาทำลายสารเคลือบฟันน้ำนมและฟันแท้ที่กำลังบอบบางจากกรดในกระเพาะอาหารค่ะ


???? สรุปส่งท้าย

สรุปให้คุณแม่ฟังง่ายๆ เลยค่ะว่า "ความเหมาะสม" ในการจัดฟันเด็ก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการเรื่องความสวยงามตามแฟชั่น แต่ขึ้นอยู่กับ "จังหวะเวลาในการเจริญเติบโตของกระดูกและสัญญาณเตือนในช่องปาก" การพาลูกไปพบทันตแพทย์เด็กตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาโครงสร้างใบหน้าได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เสมือนเป็นการติดสปีดให้ลูกมีรอยยิ้มที่มั่นใจ และเซฟเวลา เซฟความเจ็บปวด รวมถึงเซฟเงินในกระเป๋าเราตอนลูกโตได้เยอะมากจริงๆ ค่ะ

38
ซอสโบโลเนสเนื้อ Bolognese Sauce อาหารพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน ซอสโบโลเนสเนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 140 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


39
เคล็ดลับสร้างรายได้ ขายอาหารตามสั่งมีลูกค้าประจำเยอะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจอาหารที่มีการแข่งขันสูง

การเปิดร้านอาหารตามสั่งอาจเป็นทั้งความท้าทายและคุ้มค่า ด้วยแนวทางที่ถูกต้อง ร้านอาหารขนาดเล็กของคุณจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ไม่เพียงแต่ลูกค้าที่เดินเข้ามาเท่านั้น แต่ยังดึงดูดลูกค้าประจำจำนวนมากที่กลับมาใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำเล่า การทำร้านอาหารตามสั่งให้มีลูกค้าประจำเยอะๆ เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ยากถ้าเรามีเคล็ดลับดีๆ

นี่คือเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจอาหารที่มีการแข่งขันสูงนี้
1. ความสม่ำเสมอในรสชาติและคุณภาพ
ลูกค้ากลับมาใช้บริการเพราะเชื่อมั่นในอาหารของคุณ ใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อให้ทุกจานอร่อยเหมือนจานก่อนหน้า ใช้วัตถุดิบสดใหม่ คงสูตรดั้งเดิม และใส่ใจในวิธีการปรุง แม้ราคาจะเอื้อมถึง แต่ลูกค้าก็คาดหวังความอร่อยและคุณภาพที่เชื่อถือได้

2. เสนอการปรับแต่งเฉพาะบุคคล
ข้อดีอย่างหนึ่งของร้านอาหารตามสั่งคือความยืดหยุ่น ลูกค้าบางคนชอบอาหารรสจัดจ้าน เค็มน้อย หรือผักเยอะ ใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาชอบและจำออเดอร์ประจำได้ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าประจำมากขึ้น

3. จัดเมนูของคุณให้เรียบง่ายแต่หลากหลาย
เมนูที่ยาวและซับซ้อนอาจทำให้การบริการล่าช้าได้ ลองเน้นเมนูยอดนิยมอย่างผัดกะเพรา ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว และไข่เจียวแทน อย่างไรก็ตาม การเสนอเมนูพิเศษประจำฤดูกาลหรือเมนูเพื่อสุขภาพสักสองสามอย่าง จะช่วยให้ร้านของคุณโดดเด่นขึ้นโดยไม่ทำให้ครัวดูรกเกินไป

4. รักษาสุขอนามัยและความสะอาด
ความสะอาดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในธุรกิจอาหาร ควรดูแลพื้นที่ทำอาหาร อุปกรณ์ และโต๊ะอาหารให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของอาหารเท่านั้น แต่ยังสร้างความไว้วางใจและชื่อเสียงที่ดีให้กับลูกค้าอีกด้วย

5. ให้บริการที่เป็นมิตรและรวดเร็ว
อาหารดีอย่างเดียวไม่พอ รอยยิ้มที่อบอุ่น มารยาทที่สุภาพ และบริการที่รวดเร็วจะสร้างความประทับใจอย่างน่าประทับใจ ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาใช้บริการอีกหากรู้สึกว่าได้รับการเคารพและได้รับการดูแลอย่างดี

6. กำหนดราคาที่ยุติธรรมและชัดเจน
ราคาที่เข้าถึงได้คือหัวใจสำคัญของร้านอาหารแผงลอย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปริมาณอาหารของคุณเพียงพอและราคาสมเหตุสมผล แสดงเมนูและราคาให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าจะคาดหวังอะไร ความโปร่งใสสร้างความไว้วางใจ

7. สร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้า
พยายามจำชื่อ อาหารจานโปรด หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับลูกค้าประจำของคุณ คำพูดง่ายๆ ที่ว่า “เหมือนเดิมไหม?” สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษได้ การสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวจะช่วยเปลี่ยนลูกค้าที่เคยมาใช้บริการครั้งเดียวให้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้

8. ใช้โซเชียลมีเดียและบอกต่อแบบปากต่อปาก
แม้แต่ร้านค้าเล็กๆ ก็สามารถได้รับประโยชน์จากการนำเสนอบนโลกออนไลน์ โพสต์รูปอาหารของคุณบน Facebook, TikTok หรือ Instagram เพื่อดึงดูดพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา หรือคนในพื้นที่ใกล้เคียง กระตุ้นให้ลูกค้าที่พึงพอใจแนะนำอาหารของคุณให้กับเพื่อนและครอบครัว

9. เสนอตัวเลือกซื้อกลับบ้านและจัดส่ง
หลายคนชอบความสะดวกสบาย การจัดหาภาชนะสำหรับซื้อกลับบ้านหรือร่วมมือกับแอปส่งอาหารสามารถขยายฐานลูกค้าของคุณได้มากกว่าแค่ลูกค้าที่เดินเข้ามาเอง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้คนที่ยุ่งวุ่นวายสามารถเพลิดเพลินกับอาหารของคุณได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

10. ปรับปรุงและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าและปรับเปลี่ยนเมื่อจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการปรับขนาดอาหาร เพิ่มตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพ หรือเสนออาหารชุด การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในการรักษาความพึงพอใจของลูกค้า

ร้านอาหารตามสั่งที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่รสชาติอาหารอร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความสม่ำเสมอ ความสะอาด การบริการลูกค้า และความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า การนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ จะช่วยให้คุณสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งลูกค้าไม่เพียงแต่มาทานแค่ครั้งเดียว แต่กลับมาทานซ้ำแล้วซ้ำเล่า




40
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


41
???? รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”

#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

???? รายละเอียดคอร์ส “สูตรกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์จับเงินแสน”
#สร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
– อยากทำกะเพรารสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใคร?
– คอร์สนี้ครูMAX จะสอนแบบจับมือทุกขั้นตอนแบบง่ายๆ
– ไม่ต้องทำอาหารเป็นก็เรียนได้!

✅ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในคอร์สนี้ (กว่า 20 คลิปสอน ถ่ายทอดทุกความรู้)
– เลือกวัตถุดิบง่ายๆ ที่ทำให้เมนูกะเพราที่ดูสิ้นคิด อร่อยและน่าจดจำ
– สูตรลับซอสผัดสไตล์ครูแมกซ์ ซอสที่คุณจะใช้ได้กับหลายเมนู ไม่ต้องกลัวซ้ำและดูน่าเบื่อ
– เทคนิคลับผัดกะเพราให้หอม แห้ง ไม่ฉ่ำมัน >> เปิดมาข้าวกล่องไม่แฉะ ลูกค้ากินแล้วติดใจอยากกลับมาซื้อซ้ำๆ
– เมนูไข่ 3 แบบ ที่มาเพิ่มมูลค่าให้จานกะเพราของคุณ ทำให้ลูกค้าอยากสั่งเพิ่ม
– เลือกแพคเกจจิ้งที่เพิ่มมูลค่าได้จริง >> ไม่ต้องกลัวว่าขายแพง และลูกค้าพร้อมจ่าย
– วิธีเริ่มทำการตลาดง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ >> เรียนแล้วทำเงินได้ทันที
– สอดแทรกการสร้างแบรนด์ให้เมนูกะเพราของคุณ >> เราจะช่วยให้คุณสร้างคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นให้เมนูกะเพราของคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่ยังสื่อถึงเอกลักษณ์ ความใส่ใจรายละเอียดลูกค้า การบริการลูกค้าจดจำได้ ทั้งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจ

คอร์สออนไลน์ สูตรกะเพรา สร้างเงินแสน จากครัวที่บ้าน
‼️ พิเศษเฉพาะวันนี้เท่านั้น ราคาพิเศษเพียง 899 บาท (จากปกติ 3,990 บาท)
** บทเรียทั้งหมดมีทั้งสิ้นกว่า 20 คลิปสอน
คุ้มค่าราคามาก Krumax อยากสอนให้ทุกท่าน
** คอร์สนี้ไม่เพียงแค่สอนสูตรอาหารธรรมดาๆ แต่ยังช่วยให้คุณได้เริ่มต้นสร้างธุรกิจและแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำด้วยตัวเองผ่านอาหาร

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


42
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


43
อาหารคนป่วย เสริมโภชนาการในวันที่ไม่สบาย กินอย่างไรให้ร่างกายฟื้นตัวไว

เคยเป็นไหมคะ? เวลาที่คนในบ้านหรือตัวเราเองเกิดล้มป่วยขึ้นมา สิ่งที่ตามมาแทบจะพร้อมๆ กับอาการไข้ก็คือ "อาการเบื่ออาหาร" คอแห้งผาก ลิ้นชา จนพาลไม่อยากกลืนอะไรลงท้องเลย แต่ในความเป็นจริง ยิ่งร่างกายกำลังต่อสู้กับโรค ระบบภายในยิ่งต้องการสารอาหารไปเป็นเสบียงในการฟื้นฟูตัวเองและสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่าปกติค่ะ

โจทย์สำคัญของคนดูแลในวันที่คนรักไม่สบาย จึงไม่ใช่แค่การทำอาหารอะไรก็ได้ให้เสร็จไปมื้อๆ หนึ่ง แต่คือ "การเสริมโภชนาการอย่างถูกวิธี" ปรุงอย่างไรให้ย่อยง่าย สบายท้อง รสชาติไม่จัดจ้าน แต่สารอาหารจัดเต็ม เพื่อช่วยให้ร่างกายดึงไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเหนื่อยย่อยค่ะ

วันนี้เราเลยอยากมาสรุปแนวทางและไอเดียการจัดอาหารเสริมโภชนาการในวันที่ไม่สบายมาฝากเพื่อนๆ


???? 3 หลักการเสิร์ฟสารอาหารในวันที่ร่างกายอ่อนแอ

เน้นย่อยง่าย สัมผัสนุ่มลื่นคอ: ในวันที่ไม่สบาย ระบบทางเดินอาหารจะบอบบางและลดการทำงานลง ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่เคี้ยวง่าย เส้นใยสั้น เช่น เนื้อปลาขาว อกไก่นุ่ม หรือไข่ต้ม นำมาต้ม ตุ๋น หรือนึ่ง เพื่อให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนักเกินไปค่ะ

โปรตีนคุณภาพดีห้ามขาด: โปรตีนคือสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการไปใช้ในการสร้างเม็ดเลือดขาว แอนติบอดี และซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ แหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและดูดซึมไวที่สุดคือ ไข่ขาว เนื้อปลาขาว และเต้าหู้นิ่ม ค่ะ

รสชาติอ่อนโยน ไม่จัดจ้าน: หลีกเลี่ยงอาหารที่เผ็ดร้อน เปรี้ยวปรี๊ด หรือเค็มจัด รวมถึงของทอดของมันเยิ้มๆ เพราะจะไประคายเคืองระบบทางเดินอาหาร และกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ พะอืดพะอม หรือท้องอืดได้ง่ายขึ้นค่ะ


????️ เปิดลิสต์ 3 เมนูอร่อยย่อยง่าย สารอาหารจัดเต็ม

1. ข้าวต้มปลากะพงอุ่นโชยใส่ขิงซอย (เมนูโปรตีนสูง ย่อยสบาย)

ดีต่อคนป่วยยังไง: เนื้อปลากะพงขาวเป็นโปรตีนชั้นดีที่ย่อยง่ายที่สุด ต้มกับข้าวนุ่มๆ ซดน้ำซุปอุ่นๆ และมีทีเด็ดอยู่ที่ ขิงซอย ค่ะ เพราะขิงมีสรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะ ลดอาการคลื่นไส้พะอืดพะอม และช่วยต้านการอักเสบตามธรรมชาติ บรรเทาอาการเจ็บคอได้ดีมากค่ะ

2. ไข่ตุ๋นนมสดทรงเครื่องเนื้อพุดดิ้ง (สูตรอัพเกรดโปรตีน)

ดีต่อคนป่วยยังไง: นำไข่ไก่มาตีผสมกับนมสดรสจืดหรือน้ำซุปผัก กรองให้เนียนแล้วนำไปนึ่งไฟอ่อนจนเนื้อนุ่มเด้งเหมือนพุดดิ้ง โรยหน้าด้วยไก่สับและแครอทต้มสุก เมนูนี้สัมผัสลื่นคอ กลืนง่ายแทบไม่ต้องเคี้ยว แต่ได้โปรตีนเน้นๆ จากไข่และไก่ไปช่วยสร้างภูมิคุ้มกันค่ะ

3. แกงจืดเต้าหู้ไข่อกไก่สับใส่ผักกาดขาวเปื่อยนุ่ม

ดีต่อคนป่วยยังไง: เป็นเมนูเชงๆ ที่ช่วยเติมความชุ่มคอได้ดี น้ำซุปผักหวานธรรมชาติช่วยให้สดชื่น อกไก่สับและเต้าหู้ให้โปรตีนในการซ่อมแซมร่างกาย ส่วนผักกาดขาวที่ต้มจนเปื่อยนุ่มจะเคี้ยวง่ายและให้ใยอาหารอ่อนๆ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ไม่ท้องผูกระหว่างนอนป่วยค่ะ


???? กฎเหล็ก "ความสะอาดและท่าทาง" ที่คนดูแลต้องท่องจำ

คุมเข้มสุขอนามัย 100%: ก่อนเตรียมอาหารทุกครั้งต้องล้างมือให้สะอาด อุปกรณ์ทำครัวต้องล้างและผึ่งให้แห้งสนิท และหลีกเลี่ยงอาหารหมักดองหรือของดิบเด็ดขาด เพราะช่วงที่ป่วย ภูมิคุ้มกันจะต่ำ ร่างกายจะไวต่อเชื้อโรคมากเป็นพิเศษค่ะ

ปรับสไตล์เป็น "น้อยแต่บ่อย": หากคนป่วยเบื่ออาหารมากๆ อย่าเพิ่งบังคับให้ทานหมดในมื้อเดียวนะคะ ให้ลองเปลี่ยนเป็น แบ่งเป็นมื้อย่อยๆ ปริมาณน้อยลง แต่วันละ 4–5 มื้อ วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอโดยไม่รู้สึกพะอืดพะอมค่ะ

จัดท่าทางหลังทานเสร็จ: ไม่ว่าจะทานได้มากหรือน้อย หลังอาหารเสร็จ ห้ามให้นอนราบทันทีเด็ดขาดค่ะ ต้องจัดท่าให้หนุนหมอนสูงหรือนั่งพิง 30–45 องศาต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการกรดไหลย้อน การขย้อน หรือการสำลักอาหารเข้าปอด ซึ่งเป็นอันตรายมากค่ะ

การใส่ใจและพิถีพิถันกับการเลือกอาหารในวันที่ร่างกายอ่อนแอ เปรียบเสมือนการส่ง "ยาบำรุงชั้นดี" เข้าไปช่วยซ่อมแซมและกู้ระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาทำงานได้อย่างรวดเร็วค่ะ บวกกับความรักและความเอาใจใส่ของคนดูแล รับรองว่าคนที่รักจะกลับมาแข็งแรงสดใสและวิ่งปร๋อได้ไวขึ้นแน่นอนค่ะ

44
สตูว์เนื้อ SN Food: สตูว์เนื้อตุ๋น เนื้อนุ่มละลายในปาก X ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน

เมนูสตูว์เนื้อ หลายคนคงนึกถึงภาพการนั่งทานในวันหยุดชิลๆ ใช่ไหมคะ? แต่ความฟินที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อเรามี "ขนมปังดีๆ" สักก้อนมาทานคู่กัน! น้ำซุปที่เคี่ยวจนข้นนัวเอามาจิ้มกับขนมปังเนื้อนุ่มที่ดูดซับรสชาติสตูว์เข้าไป... บอกเลยว่าคำนี้แหละคือที่สุดของความอร่อย!

วันนี้เลยอยากแชร์สูตรสตูว์เนื้อแบบเน้นน้ำซุปให้เข้มข้น และเคล็ดลับการเลือกขนมปังมาทานคู่กันให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ

???? เคล็ดลับการเตรียม "สตูว์เนื้อ" เพื่อทานคู่กับขนมปัง

เน้นน้ำซุปเข้มข้น: หัวใจสำคัญคือการตุ๋นให้ซุปงวดและข้นขึ้น เพราะเราต้องการน้ำซุปที่ "เข้มข้นพอที่จะเคลือบขนมปังได้" ไม่ใช่ซุปใสๆ ค่ะ

นาบเนื้อให้เกรียม (Searing): อย่าข้ามขั้นตอนนี้เด็ดขาด! เพราะคราบเกรียมที่ติดก้นกระทะคือน้ำสต๊อกที่เข้มข้นที่สุด ซึ่งจะทำให้น้ำซุปสตูว์ของเรามีรสชาติที่ลึกซึ้งและเข้ากับขนมปังได้ดีเยี่ยม


???? เลือกขนมปังแบบไหน... ให้ฟินที่สุด?

บาแก็ต (Baguette): ขนมปังฝรั่งเศสแท้ๆ ผิวนอกที่กรอบและเนื้อในที่แน่นเหนียวนิดๆ เหมาะที่สุดสำหรับการจิ้มน้ำสตูว์ เพราะขนมปังแบบนี้จะดูดซับซอสได้ดีเยี่ยมโดยไม่เละค่ะ

ซาวโดวจ์ (Sourdough): ขนมปังที่มีรสเปรี้ยวนิดๆ จะช่วยตัดเลี่ยนความมันของเนื้อวัวได้ดีมาก ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนทานอาหารในภัตตาคาร

ขนมปังกระเทียม: ถ้าอยากเพิ่มความหอมละมุน ลองนำขนมปังฝรั่งเศสมาทาเนยกระเทียมแล้วปิ้งพอเกรียมๆ ทานคู่กับสตูว์ร้อนๆ คือความลงตัวที่ยากจะลืม!


????‍???? วิธีการเสิร์ฟให้เหมือนมือโปร

จี่ขนมปังก่อนเสิร์ฟ: นำขนมปังไปจี่บนกระทะกับเนยเล็กน้อยให้พอผิวเกรียม จะช่วยให้เวลาจิ้มกับน้ำสตูว์แล้วขนมปังมีความหอมและคงความกรอบได้นานขึ้น

ตักเสิร์ฟแบบเล่นระดับ: ตักสตูว์เนื้อใส่ชาม แล้ววางขนมปังแผ่นหนาๆ ไว้ข้างๆ หรือถ้าเป็นคนชอบความชุ่มฉ่ำ จะวางขนมปังลงไปในชามแล้วราดสตูว์ทับไปเลยก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ


???? เคล็ดลับสายเฮลตี้

เลือกเนื้อน่องลาย: เนื้อส่วนนี้เวลาตุ๋นจนเปื่อยแล้ว จะมีรสสัมผัสที่นุ่มหนึบเข้ากับความนุ่มของขนมปังได้ดีที่สุดค่ะ

พักสตูว์ไว้ก่อนเสิร์ฟ: อย่างที่เคยบอกไปเสมอว่าเมนูตุ๋นควรพักให้รสชาติเซตตัว จะช่วยให้น้ำซุปมีความหนืดพอดี ไม่เหลวเกินไปจนทำให้ขนมปังแฉะเละค่ะ

เมนูนี้ทำทีไร ทุกคนในบ้านประทับใจความนุ่มฉ่ำของเนื้อคู่กับความกรอบหอมของขนมปังทุกครั้งเลยค่ะ ใครที่กำลังมองหาเมนูพิเศษทำทานในวันหยุด ลองนำสูตรนี้ไปทำดูนะคะ รับรองว่าต้องมีคนขอเพิ่มแน่นอน! ✌️❤️

45
ช่างไฟฟ้าอาคาร: ประเภทระบบไฟฟ้าในอาคาร แบบไหนเหมาะกับบ้านเรา? รู้ไว้คุยกับช่างไฟได้แบบมือโปร

"ระบบไฟฟ้า" ในอาคารบ้านเรือน หลายคนอาจจะคิดว่ามันก็เหมือนๆ กันไปหมดใช่ไหมคะ? แค่มีสายไฟวิ่งเข้าบ้าน เปิดสวิตช์แล้วไฟติด เสียบปลั๊กแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ก็คงพอแล้ว

สรุปคู่มือ "ประเภทระบบไฟฟ้าในอาคารที่นิยมใช้ในปัจจุบัน" มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ตามสไตล์แม่บ้านสายลุยกันค่ะ มาดูกันซิว่าอาคารแต่ละแบบเขาใช้ระบบไฟแบบไหนกันบ้าง!

⚡ เจาะลึก 2 ประเภทระบบไฟฟ้าหลักในอาคาร (แบ่งตามระบบการจ่ายไฟ)

ในแง่วิศวกรรมและการไฟฟ้า การจ่ายไฟเข้าสู่อาคารจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามจำนวนของ "เฟส (Phase)" หรือจำนวนสายไฟที่ลากขึงมาจากเสาไฟฟ้าหน้าบ้านเราค่ะ:

1. ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย (Single-Phase System) ????⭐ ระบบเบสิกของบ้านส่วนใหญ่

นี่คือระบบไฟฟ้ามาตรฐานที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุดตามบ้านพักอาศัยทั่วไปค่ะ

ลักษณะทางเทคนิค: ระบบนี้จะประกอบด้วยสายไฟหลัก 2 สายที่เดินเข้าบ้านเรา คือ สายมีไฟ (Line - L) และ สายศูนย์หรือสายหม้อน้ำ (Neutral - N) มีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 220 โวลต์ (220V)

เหมาะกับอาคารแบบไหน: บ้านเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง, ทาวน์โฮม, ตึกแถว หรือคอนโดมิเนียมทั่วไปที่ไม่ได้มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟโหดๆ จำนวนมากค่ะ

ข้อดี: ค่าติดตั้งระบบถูก อุปกรณ์ตู้ควบคุม (Consumer Unit) ขนาดกะทัดรัด หาช่างซ่อมบำรุงได้ง่ายมาก และเพียงพอต่อการเปิดแอร์ 2-3 ตัว พร้อมทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ในชีวิตประจำวันแล้วค่ะ


2. ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย (Three-Phase System) ????⚡ ระบบทรงพลังสำหรับอาคารใหญ่

ขยับสเกลขึ้นมาสำหรับอาคารที่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลและมีความเสถียรสูงค่ะ

ลักษณะทางเทคนิค: ระบบนี้จะลากสายไฟจากเสาไฟฟ้าเข้ามาถึง 4 สายด้วยกันค่ะ แบ่งเป็น สายมีไฟถึง 3 สาย (L1, L2, L3) และ สายศูนย์ 1 สาย (Neutral - N) โดยสามารถจ่ายแรงดันไฟได้ 2 รูปแบบในระบบเดียว คือ 220 โวลต์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป และ 380 โวลต์สำหรับเครื่องจักรหรือมอเตอร์ขนาดใหญ่ค่ะ

เหมาะกับอาคารแบบไหน: บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ (คฤหาสน์ที่มีแอร์เกิน 5-6 ตัวขึ้นไป), อาคารพาณิชย์, โฮมออฟฟิศ, หอพัก, โรงแรม หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กค่ะ นอกจากนี้บ้านยุคใหม่ที่มีการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่ต้องการชาร์จไฟแบบเร็ว (Fast Charge) ก็นิยมขอเปลี่ยนมาใช้ระบบ 3 เฟสกันเยอะมากค่ะ

ข้อดี: เฉลี่ยโหลดกระแสไฟฟ้าได้สมดุลมาก ทำให้ไฟในอาคารมีความเสถียรสูง โอกาสไฟตกไฟดับน้อยลง และซัพพอร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ต้องแลกมาด้วยค่าขอมิเตอร์และค่าอุปกรณ์ตู้ไฟควบคุมหลัก (MDB/Load Center) ที่แพงกว่าระบบ 1 เฟสค่อนข้างเยอะค่ะ


???? มาตรฐานสำคัญ: รูสายไฟ 3 รูบนผนัง... "ระบบสายดิน" ห้ามลืมเด็ดขาด!

ไม่ว่าอาคารของเพื่อนๆ จะใช้ระบบไฟแบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส สิ่งหนึ่งที่ "ต้องมี" เพิ่มเข้ามาในระบบประปาไฟฟ้าปัจจุบันตามกฎหมายความปลอดภัยก็คือ "ระบบสายดิน (Grounding System)" ค่ะ

ดังนั้น เวลาเรามองไปที่เต้ารับบนผนัง อาคารที่ได้มาตรฐานต้องเป็นปลั๊กที่มี 3 รู เสมอ (Line, Neutral และ Ground) โดยสายดินสีเขียวจะวิ่งจากปลั๊กไปมัดรวมกันที่ตู้ไฟ แล้ววิ่งดิ่งลงใต้ดินผูกกับแท่งกราวด์ทองแดงลึก 2.4 เมตร เพื่อทำหน้าที่ดักและดึงไฟรั่วให้ไหลลงดินทันทีแทนที่จะวิ่งเข้าตัวเรา ช่วยปกป้องลูกน้อยและครอบครัวเราให้ปลอดภัยจากเหตุไฟดูดได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ

46
จัดฟันบางนา: จัดฟันแบบใส ต้องเข้ารับการถอนฟันหรือไม่

หลายคนคงเคยผ่านการเข้ารับการถอนฟันมาแล้ว ซึ่งการถอนฟันนั้นเป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งและยังเป็นการแก้ไขปัญหาฟันผุที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการเกิดฟันผุนั้นส่งผลทำให้ฟันข้างเคียงเกิดปัญหาตามมาได้ หากปล่อยไว้นานๆ และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน

การถอนฟันนั้น ยังเป็นการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดอีกด้วย นอกจากจะเป็นการ รักษาฟันที่ผุแล้ว การถอนฟันยังทำให้เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้ ซึ่งการที่เราถอนฟันออกไปนั้น บางครั้งก็อาจจะเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะกระบวนการถอนฟันนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน สำหรับสาเหตุส่วนใหญ่ที่หลายคนจะต้องเข้ารับการถอนฟัน คือการเกิดฟันซ้อนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดฟัน ซึ่งใครที่เคยเข้ารับการจัดฟันก็คงจะทราบกันดีว่าหากผู้เข้ารับการจัดฟันมีฟันซ้อนกันมากเกินไปในช่องปาก จนไม่มีที่ให้ฟันสามารถขยับตัวหรือเคลื่อนที่ได้ ทันตแพทย์จะต้องพิจารณาการถอนฟันบางซี่ออกไป เพื่อให้ฟันสามารถขยับและเรียงตัวกันได้อย่างสวยงาม

นอกจากนี้ การติดเชื้อหรืออักเสบของฟันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องใช้วิธีการถอนฟันเพื่อที่จะรักษาฟันบริเวณข้างเคียงไว้ ป้องกันการลุกลามของการติดเชื้อนั่นเอง รวมไปถึงผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่น โรคเหงือกที่อาจจะทำให้เกิดฟันโยก เนื่องจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและกระดูกรอบฟันก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทันตแพทย์จะแนะนำให้เข้ารับการถอนฟัน และในวันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงการถอนฟัน สำหรับผู้ที่เข้ารับการจัดฟันแบบใส หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าหากจะเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น การถอนฟันเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่ หรือผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสจะต้องเข้ารับการถอนฟันหรือไม่นั่นเอง

สำหรับการจัดฟันแบบใสนั้น ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมและเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลักษณะของฟันหรือรูปร่างของฟัน รวมไปถึงปัญหาต่างๆซึ่งใครที่จะเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้นจะต้องปรึกษาทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาและตรวจสุขภาพช่องปากและฟันในเบื้องต้น แต่ก็มีข้อสงสัยว่าการจัดฟันแบบใสนั้น จำเป็นที่จะต้องถอนฟันหรือไม่ หลายคนกลัวการถอนฟันเพราะอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดภายหลังการถอนฟัน

ซึ่งอาจจะมีความกังวลในข้อนี้ แต่ต้องบอกก่อนว่าการเข้ารับการจัดฟันนั้นสำหรับในกรณีที่ไม่มีช่องว่างให้ฟันสามารถเคลื่อนไปในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ก็อาจจะมีการถอนฟันเข้าร่วมด้วย ซึ่งโดยปกติคนที่มีฟันซ้อน ฟันเก ฟันซี่ใหญ่แต่ขากรรไกรเล็ก ทันตแพทย์ก็จะทำการวางแผนการรักษาให้มีการถอนฟันพร้อมกับการจัดฟัน เพื่อทำให้มีช่องว่างในการเคลื่อนฟันซี่อื่นๆและสามารถจัดเรียงฟันใหม่ให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นสำหรับการเข้ารับการจัดฟันแบบใสก็เช่นเดียวกัน หากผู้เข้ารับการจัดฟันมีฟันซ้อนเกมากๆ ก็จำเป็นจะต้องมีการถอนฟันร่วมด้วย แต่ถ้าหากฟันซ้อนเกเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะไม่ต้องถอนฟัน แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์ผู้วางแผนการรักษาซึ่งก็จะแจ้งให้ทราบก่อนเข้ารับการจัดฟันแบบใส

สำหรับใครที่สนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการรับรองจากสถาบันอเมริกาให้สามารถทำการรักษาด้วยการจัดฟันแบบใสได้ ทั้งยังมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมมาอย่างยาวนาน จึงทำให้มั่นใจได้ว่า คุณจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้

ทางเราอยากให้ทุกคน หันมาใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ สำหรับใครที่ต้องการเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทางเรามีโปรโมชั่นพิเศษ โดยราคาเริ่มต้นที่ 49,000 บาท จากปกติ 69,000 บาท เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีรอยยิ้มที่มั่นใจและสวยงามได้อีกครั้ง



47
ข้าวผัดน้ำพริกกะปิและไข่เจียวชะอมไข่ ทำขายสร้างรายได้ อาหารไทยจานเดียวรสชาติจัดจ้านหอมกรุ่น

เมื่อพูดถึงอาหารไทยต้นตำรับแท้ๆ คงมีไม่กี่เมนูที่ผสมผสานรสชาติ กลิ่นหอมและคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างลงตัวเท่าข้าวผัดพริกกะปิและไข่เจียวชะอมไข่ อาหารจานเดียวจานนี้เป็นที่นิยมของทั้งคนในพื้นที่และคนรักอาหาร ด้วยการผสมผสานความอร่อยของพริกกะปิรสจัดจ้าน ไข่เจียวชะอมไข่และข้าวผัดหอมกรุ่น ที่ถูกปากและอิ่มท้อง

ข้าวผัดน้ำพริกกะปิชะอมไข่เป็นเมนูอาหารจานเดียวที่อร่อยและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เป็นการนำเอาความหอมและรสชาติจัดจ้านของน้ำพริกกะปิมาผัดคลุกเคล้ากับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเสิร์ฟคู่กับไข่ทอดชะอมหอม ๆ

หัวใจสำคัญของอาหารจานนี้คือน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นน้ำพริกกะปิแบบดั้งเดิมที่ทำจากกะปิ พริก กระเทียม น้ำมะนาวและน้ำตาลปี๊บ ให้รสชาติที่กลมกล่อม เผ็ดร้อนและเปรี้ยวเล็กน้อย เข้ากันได้ดีกับข้าวสวย การใส่ชะอมไข่เจียวลงไปจะมอบกลิ่นหอมสมุนไพรอันเป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ทำให้เมนูนี้อร่อยและสมดุลอย่างลงตัว

แตกต่างจากข้าวผัดทั่วไป สูตรนี้ยกระดับประสบการณ์ด้วยการผสมพริกกะปิลงในข้าว ทำให้ทุกคำมีรสชาติเข้มข้น มักเสิร์ฟพร้อมผักสด เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว และมะเขือยาว เพื่อเพิ่มรสชาติกรุบกรอบและความสดชื่น

ส่วนผสมหลัก
ข้าวหอมมะลิสุก
น้ำพริกกะปิ (พริกกะปิ)
ใบชะอม
ไข่
กระเทียม
หอมแดง
น้ำปลาและน้ำมะนาวสำหรับปรุงรส
ผักสดสำหรับตกแต่ง

ทำไมคุณควรลอง
รสชาติที่สมดุล – ผสมผสานรสชาติเผ็ด เค็ม เปรี้ยว และเผ็ดร้อนไว้ในจานเดียว
มีคุณค่าทางโภชนาการ – ใบชะอมให้วิตามินและใยอาหาร ขณะที่ไข่ช่วยเพิ่มโปรตีน
รวดเร็วและสะดวกสบาย – อาหารจานเดียวที่ครบครัน เหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น
อาหารไทยแท้ – ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่เน้นย้ำถึงความลุ่มลึกของอาหารไทย
เหมาะสำหรับทุกโอกาส

ส่วนประกอบหลักของข้าวผัดน้ำพริกกะปิชะอมไข่
เมนูนี้เป็นการผสมผสานของ 3 ส่วนหลัก ๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว:
ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ : ข้าวสวยที่นำไปผัดกับน้ำพริกกะปิ พริก กระเทียม และเครื่องปรุงอื่น ๆ ให้มีรสชาติเค็ม เผ็ด หอมกะปิ
ไข่ทอดชะอม : ไข่ไก่ที่ตีผสมกับชะอม (ผักพื้นบ้านที่มีกลิ่นเฉพาะตัว) แล้วนำไปทอดเป็นแผ่นหนาหรือบางตามชอบ
เครื่องเคียง : มักจะเสิร์ฟพร้อมกับผักสดต่าง ๆ เช่น แตงกวา มะเขือเปราะ หอมแดงซอย และอาจมีปลาทูทอด หรือหมูหวานเพิ่มความอร่อยก็ได้

ไม่ว่าจะรับประทานที่ร้านริมทางในกรุงเทพฯ หรือปรุงเองที่บ้าน ข้าวผัดพริกกะปิและไข่เจียวชะเอมเทศคือเมนูที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง รสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นอายแบบบ้านๆ ทำให้เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารไทยนอกเหนือจากเมนูคลาสสิกทั่วไปอย่างผัดไทยหรือแกงเขียวหวาน หากคุณกำลังมองหารสชาติอาหารไทยแท้ๆ ในจานเดียว อาหารจานนี้คือเมนูที่ต้องลอง รสชาติเข้มข้น หอมกรุ่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติต้นตำรับ

48
การจัดฟันเด็กช่วยปรับโครงหน้าเด็กได้อย่างไร

การจัดฟันถือเป็นการรักษาทางทันตกรรมอย่างหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะการจัดฟันนั้น สามารถแก้ไขปัญหาฟันได้แทบทุกกรณี และจะช่วยทำให้เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตามมาด้วย หลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็เลือกใช้วิธีการจัดฟันในการแก้ไขปัญหา เพราะการจัดฟันนั้นเป็นการรักษาที่มีผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดและยังช่วยให้เรามีบุคลิกภาพที่มั่นใจ มีรอยยิ้มที่สดใสสวยงามขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ การจัดฟันยังสามารถทำได้ในเด็กหรือที่เรียกว่าการจัดฟันเด็ก ซึ่งต้องบอกว่าการจัดฟันในเด็กนั้นก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน ผู้ปกครองหรือพ่อแม่หลายคนคิดว่าการจัดฟันในเด็กนั้นไม่สำคัญ และไม่มีความจำเป็น เพราะคิดว่าบุตรหลานของท่านยังมีฟันน้ำนมอยู่

ซึ่งฟันน้ำนมของเด็กหลายคนอาจจะมองข้าม แต่หารู้ไม่ว่า ฟันน้ำนมมีความสำคัญมาก เพราะฟันน้ำนมมีบทบาทสำคัญมากต่อลักษณะการขึ้นของฟันแท้ ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ลักษณะฟันของเราขึ้นตามปกติหรือผิดปกติก็ขึ้นอยู่กับการดูแลฟันน้ำนมของเราด้วย โดยในปัจจุบันนี้ เด็กประถมก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้แล้ว ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องรอให้โต เพราะหลายปัญหาเราอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ลดความรุนแรงได้ หากได้รับการรักษาตั้งแต่นั้นเนิ่นๆ นอกจากนี้ การจัดฟันในเด็กนั้นสามารถปรับโครงหน้าเด็กได้อีกด้วยซึ่งหลายคนที่กำลังตัดสินใจให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันก็อาจจะต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆให้ดีก่อน และวันนี้ทางคลินิก เราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็ก ว่าสามารถช่วยปรับโครงหน้าได้อย่างไร มีกลไกการทำงานอย่างไร เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้เห็นภาพชัดเชนมากยิ่งขึ้น และช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก

สำหรับการจัดฟันในเด็กนั้น ที่สามารถช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้าของเด็กได้นั้น เกิดจากการทำงานของเครื่องมือที่มีชื่อว่า EF LINE โดยเครื่องมือชิ้นนี้ เป็นชิ้นยางที่มีหลากหลายสี ซึ่งมีหลายขนาด ซึ่งทันตแพทย์จะเลือกใช้ขนาดตามอายุและขนาดของขากรรไกรของเด็กนั่นเอง เครื่องมือชิ้นนี้จะมีประโยชน์ช่วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างของใบหน้าของเด็กให้อยู่ถูกที่ถูกทางและช่วยแก้ไขความผิดปกติของรูปร่างฟัน ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของฟันล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือถ้าหากเด็กมีปัญหาในเรื่องของฟันผุซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการสูญเสียฟันหรือทันตแพทย์ต้องถอนฟัน น้ำนมของเด็กออก ทันตแพทย์ก็จะทำการพิมพ์ปากเพื่อผลิตเครื่องมือกันฟันล้มให้สวมใส่และรอจนกว่าฟันแท้จะงอกขึ้นมาทดแทนในช่องว่างระหว่างฟัน

สำหรับการจัดฟันในเด็กที่มีฟันแท้งอกออกมาทดแทนช่องว่างระหว่างฟันก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาฟันคุดหรือการล้มของฟันบริเวณโดยรอบ แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องมือการจัดฟันนั้น นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพฟันในเด็กแล้ว ยังสามารถปรับโครงสร้างของใบหน้าของเด็กได้อีกด้วยและยังช่วยส่งเสริมการปรับรูปของกระดูกได้เพราะกระดูกใบหน้าส่วนกลางและกระดูกขากรรไกรล่างของเด็กนั้น มีการเจริญเติบโตแบบต่อเนื่องและเครื่องมือ EF LINE ยังสามารถใช้ได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 4-15ปี ซึ่งมีข้อดีก็คือสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างหลากหลาย ช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้าเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บุตรหลานของท่านมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มรรอยยิ้มที่สดใสสมวัยได้

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจให้บุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก ที่สามารถให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้อง และยังให้คำแนะนำในเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันในเด็กด้วย เพื่อให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี แนะนำวิธีการทำความสะอาดช่องปากและฟันอย่างถูกวิธี เพื่อปลูกฝังให้เด็กตระหนักถึงเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันให้มากเป็นพิเศษ ทางคลินิกอยากให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีรอยยิ้มที่สดใส มั่นใจ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

49
ซ่อมบำรุงอาคาร: เคล็ดลับเปิดแอร์ให้ประหยัดค่าไฟ

ในประเทศไทยของเรานั้น มีอากาศที่ร้อนอบอ้าวตตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าฝนหรือหน้าหนาว แต่อากาศก็ยังร้อนได้ตลอด ยิ่งเข้าหน้าร้อนทุกปี ยิ่งร้านไปอีกเป็นทวีคุณ ดังนั้น สิ่งอำนวยความสะดวกที่หลายบ้านขาดไม่ได้นั่นก็คือ แอร์ ซึ่งกลายเป็นสิ่งขาดไม่ได้ ยิ่งออกนอกห้องแอร์ทีไร ก็ทำให้ร้อนเหงื่อไหลไคลย้อย อาจจะทำให้อารมณ์หงุดหงิดไม่เป็นอันทำงานทำการได้ แต่แม้ว่าจะเปิดแอร์ให้เย็นสบายใจ ก็ต้องมากังวลใจกับค่าไฟที่พุ่งสูงตามอุณหภูมิ เพราะแอร์ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลืองไฟมากชนิดหนึ่ง แถมยังต้องมานั่งเสียเงินค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างแพงในการล้างทำความสะอาดแอร์ในแต่ละครั้ง แต่การล้างแอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งที่ช่วยให้ประหยัดค่าไฟในการใช้งานไปได้เยอะ เพราะเมื่อเราใช้แอร์ไปนานๆก็ จะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปในตัวแอร์ และเมื่อสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้แอร์ไม่ค่อยเย็น ทำงานหนัก กินไฟมากกว่าเดิมนั่นเอง

และถ้าฝุ่นละอองเข้าไปอุดตันในท่อน้ำแอร์ก็จะทำให้แอร์มีน้ำหยด การล้างแอร์เบื้องต้นด้วยการทำความสะอาดแผ่นกรองหยาบก็สามารถช่วยให้แอร์กลับมาทำงานได้ดีขึ้น หรือจะให้ช่างแอร์มาล้างให้สะอาดเอี่ยมอ่องก็จะทำให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งยิ่งขึ้น และวันนี้เราจะมาพูดถึงเคล็ดลับเปิดแอร์ให้ประหยัดค่าไฟ โดยไม่ต้องปวดหัวกับค่าไฟที่แสนแพงในช่วงสิ้นเดือน เพื่อลดภาระค่าใช้งานในส่วนนี้ไปได้เยอะเลยทีเดียว

สำหรับวิธีการเปิดแอร์ให้ประหยัดค่าไฟในช่วงหน้าร้อนก็มีหลากหลายวิธี ซึ่งวิธีแรกอย่างที่เราทราบกันก็คือ การล้างทำความสะอาดแอร์ เพื่อให้แอร์มีความสะอาด ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยรักษาอายุการใช้งานแอร์ของเราอีกด้วย หลายคงประสบปัญหาที่ว่า แม้จะลดอุณหภูมิแอร์แล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกเย็น นั่นเป็นเพราะว่ามีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่เข้าไปในแอร์เป็นจำนวนมาก นอกจากลดอุณหภูมิยังไงแอร์ก็ไม่เย็น แอร์ยังทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากอีกด้วย ดังนั้น การล้างแอร์แบบจัดเต็ม คือ การถอดล้างโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ด้วย วิธีต่อมาคือ การตั้งอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเล็กน้อย

หลายคนมีความเข้าใจว่าอุณหภูมิแอร์ 25 องศาคืออุณหภูมิที่ประหยัดไฟที่สุด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะความจริงแล้วระดับอุณหภูมิ 25 องศาที่คือระดับอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกสบายที่สุด จึงมีการแนะนำให้ตั้งระดับอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศา แต่ถ้าใครลองปรับเพิ่มอุณหภูมิเป็น 26-27 องศาแล้วยังรู้สึกสบายตัวอยู่ แนะนำให้ปรับอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อย แอร์ก็จะทำงานน้อยลง ช่วยให้ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าไฟ ถ้าตอนกลางวันอากาศร้อนไม่ไหวจริงๆ อาจจะลองปรับอุณหภูมิเฉพาะในเวลากลางคืนที่อากาศร้อนน้อยกว่า แล้วตั้งเวลาปิดแอร์ 1 ชั่วโมงก่อนตื่นนอน  แค่นี้ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้แล้ว วิธีต่อมาคือ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ให้ความร้อน ในขณะที่เปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะหน้าที่หลักของแอร์ คือการทำให้ห้องนั้นมีอุณหภูมิลดลง เพื่อได้อากาศที่เย็นสบาย การนำเครื่องใช้ไฟฟ้า

ประเภทที่ให้ความร้อน ไปใช้ในห้องนั้น จึงเป็นสิ่งที่ทำให้แอร์ ต้องทำงานหนักขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น การปรุงอาหารด้วยกระทะไฟฟ้า การใช้หม้อต้มน้ำร้อน หรือจะเป็นการใช้เตารีดก็ตาม ซึ่งถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ ก็จะเป็นการช่วยให้เครื่องปรับอากาศ ทำงานลดลงได้เยอะเลย และที่สำคัญเราควรหลีกเลี่ยงใช้แอร์ในห้องพื้นที่เปิด เพราะการเปิดแอร์ในห้องที่เปิดโล่งอย่างห้องโถง ที่มีทางขึ้นบันได ทางเดินไปห้องอื่นๆ ไม่มีประตูกั้น นอกจากแอร์ไม่ค่อยเย็นแล้ว ยังทำให้แอร์ต้องทำงานหนักกว่าปกติและค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น จึงควรเปิดแอร์ในห้องที่เป็นพื้นที่ปิด หรือถ้าจำเป็นต้องใช้แอร์ในห้องโถงจริงๆ ก็ควรติดตั้งฉากกั้นพื้นที่แบบเปิดปิด กั้นทางขึ้นบันได และทางเดินไปห้องอื่นๆ รวมถึงปิดหน้าต่าง ม่านให้เรียบร้อย ซึ่งม่านก็ช่วยลดอุณหภูมิจากแสงดอาทิตย์ภายนอก แอร์ทำงานน้อยลง ประหยัดพลังงานและค่าไฟได้เยอะเลยทีเดียว หรือจะใช้อีกหนึ่งที่หลายบ้านมักจะทำกันนั่นก็คือ การใช้พัดลมช่วย เพราะการเปิดพัดลมไล่ความร้อนในห้องก่อนเปิดแอร์จะช่วยลดความอุณหภูมิความร้อนภายในห้อง ทำให้ตอนเปิดแอร์ไม่ต้องทำงานหนักมาก ยิ่งถ้าเปิดพัดลมช่วยในระหว่างที่เปิดแอร์จะช่วยให้ความเย็นจากแอร์กระจายไปทั่วห้อง และถึงแม้จะปรับอุณหภูมิเพิ่มเป็น 26-27 องศา การเปิดพัดลมช่วยจะทำให้แอร์เย็นสบายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือประหยัดไฟกว่าเดิมได้

ทั้งนี้ทางเราอยากให้ทุกคนได้เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่เหมาะสม หรือก่อนติดตั้งควรดูจากหลายปัจจัยที่จะทำให้แอร์ของเรามีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ถ้ามีข้อสงสัยหรืออยากปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นในอาคาร สำนักงาน หรือในบ้าน  ก็สามารถปรึกษาเราได้ ทางเรามีบริการดูแลระบบเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร ที่มีคนจำนวนมาก เพื่อที่จะได้สามารถใช้งานเครื่องปรับอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราถือว่า ระบบปรับอากาศและหมุนเวียนอากาศเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะใช้ชีวิตในภายในอาคาร นั่นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าเราได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์และสะอาดเข้าไป ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สดชื่น สบายมากยิ่งขึ้น

50
จัดฟันบางนา: ผู้ที่เข้ารับการจัดฟันแบบใส ดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

การเข้ารับการจัดฟันแบบใส เป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก และยังมีความปลอดภัยอีกด้วย เพราะการจัดฟันแบบใส ทันตแพทย์หรือสถานบริการจะต้องได้รับการรับรองจากทาง Invisalign ให้สามารถให้บริการด้านการจัดฟันแบบใสได้ ดังนั้น การจัดฟันแบบใสจึงได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่มีผลการรักษาที่แม่นยำ ปลอดภัย ทำให้ผู้เข้ารับการรักษามีความมั่นใจว่า เขาจะได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล

ทั้งนี้ ระหว่างการรักษา หรือหลังจากการรักษา ผู้เข้ารับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร การพูด การทำความสะอาดช่องปากและฟัน ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ถอดเครื่องมือการจัดฟันออก การที่สามารถถอดเครื่องมือการจัดฟันได้ เป็นจุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกเข้ารับการจัดฟันแบบใส เพราะมีความสะดวกกว่าการจัดฟันแบบทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการจัดฟันแบบ หลายคนอาจจะมีความลังเลว่า การจัดฟันแบบใสนั้น เราจะต้องมีวิธีการปฏิบัติตัวอย่างไร จะต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่ หรืออย่างบางคนอาจจะมีพฤติกรรมที่ชอบสังสรรค์ ปาร์ตี้ อาจจะมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจจะกังวลว่า ถ้าหากเราเข้ารับการจัดฟันแบบใสแล้ว สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นดังกล่าว เพื่อให้หลายคนที่มีความสงสัยได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นที่จะเข้ารับการจัดฟันแบบใส อย่างที่เราเคยบอกไปแล้วว่า การจัดฟันแบบใสนั้น สามารถทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันได้รับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟัน

เพราะการจัดฟันแบบใส ผู้เข้ารับการจัดฟันต้องถอดเครื่องมือการจัดฟันออกอยู่แล้ว ก่อนการรับประทานอาหาร ดังนั้น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้เข้ารับการจัดฟันก็ต้องถอดเครื่องมือออกเช่นเดียวกัน เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางประเภทมีสี อาจจะส่งผลทำให้เครื่องมือการจัดฟันมีสีที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีส่วนผสมของน้ำตาล อาจจะเป็นการทำลายเครื่องมือการจัดฟันได้ แต่ถ้าหากเผลอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะสวมใส่เครื่องมือการจัดฟัน ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องทำความสะอาดเครื่องมือการจัดฟันทันที เพื่อไม่ให้คราบต่างๆติดอยู่บนเครื่องมือจัดฟัน และไม่ให้เครื่องมือการจัดฟันมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ด้วย

ดังนั้น ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่ต้องถอดเครื่องมือการจัดฟันออก อย่างไรก็ตาม การจัดฟันแบบใส ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันอย่างน้อยวันละ 22 ชั่วโมง เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามที่ทันตแพทย์กำหนดไว้ และยังเป็นการทำให้เครื่องมือการจัดฟันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หากสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านทันตกรรมอย่างครบวงจร โดยเฉพาะในเรื่องการจัดฟันแบบใส เพราะทางคลินิกได้รับการรับรองสูงสุดจากทาง Invisalign ให้สามารถให้บริการกับผู้ที่สนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้ ตามมาตรฐานสากล ทำให้ผู้เข้ารับการรักษามีความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือ ว่า ถ้าหากเข้ารับบริการจากทางคลินิกคุณจะมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 21