ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


ช่างไฟฟ้าอาคาร: ประเภทระบบไฟฟ้าในอาคาร แบบไหนเหมาะกับบ้านเรา? รู้ไว้คุยกับช่างไฟ

ช่างไฟฟ้าอาคาร: ประเภทระบบไฟฟ้าในอาคาร แบบไหนเหมาะกับบ้านเรา? รู้ไว้คุยกับช่างไฟได้แบบมือโปร

"ระบบไฟฟ้า" ในอาคารบ้านเรือน หลายคนอาจจะคิดว่ามันก็เหมือนๆ กันไปหมดใช่ไหมคะ? แค่มีสายไฟวิ่งเข้าบ้าน เปิดสวิตช์แล้วไฟติด เสียบปลั๊กแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ก็คงพอแล้ว

สรุปคู่มือ "ประเภทระบบไฟฟ้าในอาคารที่นิยมใช้ในปัจจุบัน" มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ตามสไตล์แม่บ้านสายลุยกันค่ะ มาดูกันซิว่าอาคารแต่ละแบบเขาใช้ระบบไฟแบบไหนกันบ้าง!

⚡ เจาะลึก 2 ประเภทระบบไฟฟ้าหลักในอาคาร (แบ่งตามระบบการจ่ายไฟ)

ในแง่วิศวกรรมและการไฟฟ้า การจ่ายไฟเข้าสู่อาคารจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามจำนวนของ "เฟส (Phase)" หรือจำนวนสายไฟที่ลากขึงมาจากเสาไฟฟ้าหน้าบ้านเราค่ะ:

1. ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 2 สาย (Single-Phase System) ????⭐ ระบบเบสิกของบ้านส่วนใหญ่

นี่คือระบบไฟฟ้ามาตรฐานที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุดตามบ้านพักอาศัยทั่วไปค่ะ

ลักษณะทางเทคนิค: ระบบนี้จะประกอบด้วยสายไฟหลัก 2 สายที่เดินเข้าบ้านเรา คือ สายมีไฟ (Line - L) และ สายศูนย์หรือสายหม้อน้ำ (Neutral - N) มีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 220 โวลต์ (220V)

เหมาะกับอาคารแบบไหน: บ้านเดี่ยวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง, ทาวน์โฮม, ตึกแถว หรือคอนโดมิเนียมทั่วไปที่ไม่ได้มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟโหดๆ จำนวนมากค่ะ

ข้อดี: ค่าติดตั้งระบบถูก อุปกรณ์ตู้ควบคุม (Consumer Unit) ขนาดกะทัดรัด หาช่างซ่อมบำรุงได้ง่ายมาก และเพียงพอต่อการเปิดแอร์ 2-3 ตัว พร้อมทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ในชีวิตประจำวันแล้วค่ะ


2. ระบบไฟฟ้า 3 เฟส 4 สาย (Three-Phase System) ????⚡ ระบบทรงพลังสำหรับอาคารใหญ่

ขยับสเกลขึ้นมาสำหรับอาคารที่ต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลและมีความเสถียรสูงค่ะ

ลักษณะทางเทคนิค: ระบบนี้จะลากสายไฟจากเสาไฟฟ้าเข้ามาถึง 4 สายด้วยกันค่ะ แบ่งเป็น สายมีไฟถึง 3 สาย (L1, L2, L3) และ สายศูนย์ 1 สาย (Neutral - N) โดยสามารถจ่ายแรงดันไฟได้ 2 รูปแบบในระบบเดียว คือ 220 โวลต์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป และ 380 โวลต์สำหรับเครื่องจักรหรือมอเตอร์ขนาดใหญ่ค่ะ

เหมาะกับอาคารแบบไหน: บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ (คฤหาสน์ที่มีแอร์เกิน 5-6 ตัวขึ้นไป), อาคารพาณิชย์, โฮมออฟฟิศ, หอพัก, โรงแรม หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กค่ะ นอกจากนี้บ้านยุคใหม่ที่มีการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ที่ต้องการชาร์จไฟแบบเร็ว (Fast Charge) ก็นิยมขอเปลี่ยนมาใช้ระบบ 3 เฟสกันเยอะมากค่ะ

ข้อดี: เฉลี่ยโหลดกระแสไฟฟ้าได้สมดุลมาก ทำให้ไฟในอาคารมีความเสถียรสูง โอกาสไฟตกไฟดับน้อยลง และซัพพอร์ตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ต้องแลกมาด้วยค่าขอมิเตอร์และค่าอุปกรณ์ตู้ไฟควบคุมหลัก (MDB/Load Center) ที่แพงกว่าระบบ 1 เฟสค่อนข้างเยอะค่ะ


???? มาตรฐานสำคัญ: รูสายไฟ 3 รูบนผนัง... "ระบบสายดิน" ห้ามลืมเด็ดขาด!

ไม่ว่าอาคารของเพื่อนๆ จะใช้ระบบไฟแบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส สิ่งหนึ่งที่ "ต้องมี" เพิ่มเข้ามาในระบบประปาไฟฟ้าปัจจุบันตามกฎหมายความปลอดภัยก็คือ "ระบบสายดิน (Grounding System)" ค่ะ

ดังนั้น เวลาเรามองไปที่เต้ารับบนผนัง อาคารที่ได้มาตรฐานต้องเป็นปลั๊กที่มี 3 รู เสมอ (Line, Neutral และ Ground) โดยสายดินสีเขียวจะวิ่งจากปลั๊กไปมัดรวมกันที่ตู้ไฟ แล้ววิ่งดิ่งลงใต้ดินผูกกับแท่งกราวด์ทองแดงลึก 2.4 เมตร เพื่อทำหน้าที่ดักและดึงไฟรั่วให้ไหลลงดินทันทีแทนที่จะวิ่งเข้าตัวเรา ช่วยปกป้องลูกน้อยและครอบครัวเราให้ปลอดภัยจากเหตุไฟดูดได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ