ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - อัญณา

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 54
1
ในยุคที่ความไม่แน่นอนและอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีประกันอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนสูง ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “บัญชีเงินฝากประกันอุบัติเหตุ” และ “ประกันอุบัติเหตุแยก” ว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี

เงินฝากประกันอุบัติเหตุคืออะไร?

เงินฝากประกันอุบัติเหตุ เป็นรูปแบบการประกันที่ช่วยคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยจะมีการจ่ายเงินชดเชยตามที่ระบุในกรมธรรม์ ในบางกรณีอาจมีการคืนเงินฝากเมื่อหมดอายุกรมธรรม์ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้เอาประกันรู้สึกมั่นใจในการลงทุน

 ข้อดีของเงินฝากประกันอุบัติเหตุ

1. การคืนเงิน: หากไม่มีการเคลมประกันในระยะเวลาที่กำหนด ผู้เอาประกันจะได้รับเงินคืนตามที่ระบุในกรมธรรม์
2. ความคุ้มครอง: ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ
3. การลงทุน: เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะมีการคืนเงินในกรณีที่ไม่มีการเคลม

ประกันอุบัติเหตุแยกคืออะไร?

ประกันอุบัติเหตุแยก เป็นประกันที่มุ่งเน้นเฉพาะการคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับการคืนเงินฝาก ซึ่งมักจะมีเบี้ยประกันที่ต่ำกว่าเงินฝากประกันอุบัติเหตุ

ข้อดีของประกันอุบัติเหตุแยก

1. เบี้ยประกันที่ต่ำกว่า: ผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อประกันได้ในราคาที่ถูกกว่า
2. ความคุ้มครองที่ชัดเจน: มีการกำหนดความคุ้มครองอย่างชัดเจนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
3. ความยืดหยุ่น: สามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยรายได้

ควรเลือกซื้อแบบไหนดี?

การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุระหว่างเงินฝากประกันอุบัติเหตุและประกันอุบัติเหตุแยกนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

พิจารณาจากความต้องการ

- หากคุณต้องการการลงทุนและความคุ้มครอง: เงินฝากประกันอุบัติเหตุอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองจากอุบัติเหตุแล้ว ยังมีโอกาสได้รับเงินคืนเมื่อหมดอายุกรมธรรม์
- หากคุณต้องการความคุ้มครองที่เฉพาะเจาะจงและราคาที่ต่ำกว่า: ประกันอุบัติเหตุแยกอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการ


การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรพิจารณาความต้องการและสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง เพื่อให้ได้ประกันที่ตอบโจทย์ที่สุด หากคุณยังไม่แน่ใจ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม






2

ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่คิดกู้เงินมาขยายร้าน เพิ่มเงินหมุนเวียน หรือเปิดสาขาใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก การเลือกยื่นขอ หนังสือค้ำประกัน lg (Letter of Guarantee หรือ LG) จากธนาคารเป็นทางออกที่ผ่านการอนุมัติง่ายกว่า ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจพร้อมสร้างความมั่นใจให้คู่ค้าว่าจะได้รับเงินตรงตามกำหนดเวลาแน่นอน

สำหรับเจ้าของร้านค้ารายย่อยที่ยื่นขอ สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ จากธนาคารหรือสถาบันการเงินแล้วปรากฏว่าไม่ได้รับอนุมัติง่าย ๆ อาจมีคุณสมบัติบางอย่างไม่เหมาะ เช่น อายุ อาชีพ งาน รายได้ ประวัติการเงิน รวมไปถึงความสามารถในการจ่ายหนี้ เมื่อข้อใดข้อหนึ่งขาดตกบกพร่องไปธนาคารเห็นว่ามีความเสี่ยงจึงไม่ปล่อยกู้ สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ให้คุณ เรามีทางออกมาแนะนำกันนั่นคือการขอหนังสือค้ำประกันเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือทำให้คู่ค้ามั่นใจและดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น
ประโยชน์ของหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกให้คือเป็นสัญญารับรองว่าธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินแทนให้ลูกค้าหรือคู่ค้าที่ผิดนัดชำระเงิน เรียกว่าคุ้มครองทั้งคนซื้อและคนขาย เมื่อลูกค้าผิดสัญญาสามารถเรียกร้องให้ธนาคารจ่ายแทนได้ภายในวงเงินที่ระบุไว้ในหนังสือค้ำประกัน ซึ่งธนาคารจะพิจารณาวงเงินให้ตามความเหมาะสมและมีระยะเวลาการค้ำประกันขั้นต่ำ 90 วัน

จุดเด่นของหนังสือค้ำประกัน
เป็น สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารอนุมัติง่ายและเร็ว
ธนาคารจะรับผิดชอบจ่ายเงินแทนกรณีที่ผิดนัดชำระหนี้
หนังสือค้ำประกันมีหลายประเภท ให้ความคุ้มครองเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้หลากหลาย เช่น สินเชื่อ รับเหมาก่อสร้าง เพิ่มเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ขยายร้าน เติมสต็อก เปิดร้านสาขาใหม่ หรือเสริมความมั่นใจให้คู่ค้า
ใช้วางประกันแทนเงินสด พันธบัตร หรือหลักทรัพย์อื่น ๆ ในการยื่นประมูลหรือประกวดราคากับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนได้

คุณสมบัติผู้ขอ หนังสือค้ำประกัน
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ
อายุระหว่าง 20 - 65 ปี
ธุรกิจมีผลประกอบการดี มีรายได้ประจำ
ยินยอมให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร มีประวัติทางการเงินดี
ยื่นเอกสารแสดงวัตถุประสงค์ของการค้ำประกันและเอกสารอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด
ธนาคารจะเช็กคุณสมบัติของผู้ขอ สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ที่ผ่านมาโดยพิจารณาจากประวัติการค้างชำระหรือชำระล่าช้า หากเคยเบี้ยวหนี้มาก่อนมักจะไม่ได้รับความไว้วางใจปล่อยเงินกู้ให้โอกาสได้สินเชื่อก็น้อยลง สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ยังขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เคยยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารแล้วเงียบหายอาจเป็นเพราะติดขัดเรื่องอายุของผู้กู้สินเชื่อ วงเงินกู้สูงกว่ารายได้ ความสามารถทางการเงินน่าเป็นห่วงว่าจะชำระล่าช้า ผ่อนจ่ายไม่สม่ำเสมอ หรือมีภาระหนี้ต่อเดือนเกินกึ่งหนึ่งของรายได้ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ธนาคารไม่ผ่านอนุมัติสินเชื่อให้กับคุณง่าย ๆ

เมื่อรู้ว่าคุณสมบัติการขอกู้เงินไม่ครบถ้วน ควรตัดสินใจยื่นขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันให้ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยากและผ่านอนุมัติง่ายกว่าการขอ สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ สามารถนำไปวางค้ำประกันได้หลายวัตถุประสงค์ ช่วยสร้างความน่าเชื่อให้กับธุรกิจของคุณและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคู่ค้าอีกด้วย



3

   ‘กองทุนรวม’ (Mutual Fund) คือการระดมเงินจากนักลงทุนจำนวนมากมาลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของ ‘ผู้จัดการกองทุน’ ที่ความเชี่ยวชาญในการลงทุน โดยเราจะได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งผลตอบแทนหรือการขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งในอดีตนั้น การ เปิดบัญชีกองทุนรวม มักถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ในปัจจุบันเราสามารถทำผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai Next ในมือถือได้อย่างง่ายดาย แถมยังประหยัดเวลาขึ้นเยอะ ดังนั้น วันนี้เราก็มี 4 ขั้นตอน สมัครกองทุนรวม ผ่านแอปฯ พร้อมเทคนิคเลือกกองทุนให้มีโอกาสได้กำไรมาฝากกัน

ขั้นตอนการเปิดบัญชีเพื่อการลงทุน ผ่านแอปพลิเคชัน
   สำหรับขั้นตอนการ เปิดบัญชีกองทุน และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับกองทุนรวมผ่านแอป Krungthai Next สามารถทำได้อย่างสะดวกเพียงแค่ทำตาม 4 ขั้นตอนต่อไปนี้
   1. เปิดหน้าเมนูกองทุนรวม เลือกเมนูกองทุนรวมจากเมนูลัดบนหน้าหลัก (Quick Menu) - เลือกกองทุนรวมจากเมนูบริการ (Services) - เลือกกองทุนรวมจากหน้าบัญชี (Account List)
   2. เปิดหน่วยลงทุนกองทุนรวม กดเปิดบัญชีกองทุนรวม (Open Mutual Funds Account) - กรอกแบบฟอร์ม FATCA กดตอบทุกคำถาม แล้วกดปุ่มถัดไป - กรอก Laser Code แล้วกดปุ่มยืนยัน - กรอกข้อมูลส่วนตัว แล้วกดปุ่มถัดไป (Next) - ตรวจสอบข้อมูล แล้วกดปุ่มยืนยัน (Confirm) - รอการดำเนินการเปิดบัญชีกองทุน แล้วกดเสร็จสิ้น (Done) - รับข้อความผลการเปิดบัญชีกองทุน ผ่าน Publish และ Inbox เพียงเท่านี้ก็จะเริ่มใช้บริการได้ต่อไป
   3. การเลือกซื้อกองทุนรวม เลือกเมนู ‘ซื้อ’ – เลือกกองทุนที่ต้องการซื้อ – กรอกข้อมูล กดยอมรับเงื่อนไข และกดถัดไป (Next) – ยอมรับเงื่อนไข และ/หรือ ความเสี่ยงกองทุน กดถัดไป (Next) – ตรวจสอบข้อมูลการซื้อกองทุน แล้วกดปุ่มยืนยัน (Confirm) - แสดงผลการส่งคำสั่งซื้อ และกดปุ่มเสร็จสิ้น (Done)
   4. การยกเลิกธุรกรรม กด ‘เมนูอื่น ๆ’ เลือกรายการย้อนหลัง (Transaction History) - ตรวจสอบข้อมูล และกดปุ่มยกเลิกรายการนี้ - ยืนยันการยกเลิก และกดปุ่มใช่ - แสดงผลการทำธุรกรรม และกดปุ่มเสร็จสิ้น (Done)

เทคนิคการเลือกกองทุนให้มีโอกาสได้กำไร
   สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่สนใจอยาก เปิดบัญชีกองทุนรวม แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนมาก่อน ก่อนอื่นควรศึกษาเทคนิคเบื้องต้นในการลงทุนกับกองทุนรวม เพราะช่วยเพิ่มโอกาสให้การลงทุนของเราได้กำไรกลับมาง่ายขึ้น โดยสามารถทำตาม 3 เทคนิคดังต่อไปนี้
   1. ประเมินตนเองและนโยบายของกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน อันดับแรกควรสำรวจตัวเราเองว่ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกองทุนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงและผลตอบแทนมากน้อยไม่เท่ากัน เมื่อประเมินตนเองได้แล้วก็ให้ศึกษานโยบายการลงทุนจากหนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) ว่ามีนโยบายการลงทุนตอบสนองความต้องการของเราหรือไม่ เช่น หากต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ ความเสี่ยงระดับต่ำถึงปานกลาง ก็อาจจะเลือกลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ที่กองทุนจะนำเงินค่าเช่ามาจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน เป็นต้น
   2. ตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 3 ปี เปรียบเทียบกองทุนรวมแต่ละกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกัน ว่ากองทุนไหนมีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาดีกว่า
   3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการลงทุน แต่ละกองทุนมี ‘ค่าธรรมเนียม’ แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นตัวแปรหนึ่งที่อาจทำให้ผลตอบแทนที่เราได้รับน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต้องถูกหักค่าธรรมเนียม ดังนั้น ก่อนลงทุนเราจึงควรศึกษาอัตราการเก็บค่าธรรมเนียมของแต่ละกองทุนให้ละเอียด

   เมื่อทุกคนรู้ขั้นตอนการ สมัครกองทุนรวม ผ่านแอป Krungthai NEXT รวมถึงเทคนิคการเลือกกองทุนเบื้องต้นแล้ว ก็สามารถทำธุรกรรมผ่านแอปกันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายกองทุน, ดูพอร์ตหรือสับเปลี่ยนกองทุนได้ทันที และที่สำคัญคือมีกองทุนรวมให้เลือกลงทุนหลายประเภท เช่น กองทุนตลาดเงิน, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนตราสารทุน, กองทุน rmf และ SSF



4


หากพูดถึงบัญชีออมเงินที่แทบทุกคนต้องมีแน่นอนว่าจะต้องนึกถึงบัญชีออมทรัพย์ แต่เพราะบัญชีออมทรัพย์มาพร้อมดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำจึงมีอีกตัวเลือกหนึ่ง นั่นคือ บัญชีเงินฝากประจำ ที่มาพร้อมดอกเบี้ยสูงสุดถึง 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น แต่ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้หลายคนอาจมีคำถามว่าการฝากประจำเหมาะกับยุคนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นลองมาดูข้อดีข้อเสียของการฝากประจำอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนอยากออมเงิน

เงินฝากประจำ คืออะไร
การฝากประจำ คือ การเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินเพื่อฝากเงินโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ถอนเงินออกมาจนกว่าจะครบกำหนด โดยระยะเวลาการฝากเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินนั้น ๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน หรือ 24 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ฝากจะต้องนำเงินเข้าบัญชีเดือนละเท่า ๆ กัน และสถาบันการเงินจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หรือ 12 เดือน โดยดอกเบี้ยเงินฝากประจำมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 0.4 - 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งมากกว่าเงินฝากประเภทออมทรัพย์

ข้อดีและข้อเสียของ เงินฝากประจำ
สำหรับข้อดีของการฝากประจำที่เห็นได้ชัดคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ โดยมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเพราะเป็นการฝากเงินกับสถาบันการเงินเอาไว้ โดยสถาบันการเงินไม่ได้นำเงินไปลงทุนใด ๆ นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจ เปิดบัญชี เงินฝากประจำเนื่องจากเป็นการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี ทำให้การยื่นขอสินเชื่อต่าง ๆ มีโอกาสได้รับอนุมัติง่ายขึ้นอีกด้วย

สำหรับข้อด้อยของบัญชีเงินฝากประจำแน่นอนว่าไม่สามารถนำเงินออกจากบัญชีได้จนกว่าจะครบกำหนด เช่น ฝากประจํา 12 เดือน เจ้าของบัญชีสามารถเบิกเงินได้เมื่อฝากเงินครบ 12 เดือนเท่านั้น แต่หากต้องการเบิกถอนเงินก่อนกำหนดจะไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือได้ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำยังต้องถูกนำไปเสียภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี นั่นจึงทำให้คนจำนวนมากที่มีเงินก้อนใหญ่นิยมนำเงินไปลงทุนวิธีอื่นที่ได้ดอกเบี้ยมากกว่าและลดหย่อนภาษีได้มากกว่า

สำหรับใครที่สงสัยว่า บัญชีฝากประจำ เหมาะสำหรับยุคนี้หรือไม่ แน่นอนว่าการฝากประจำยังเป็นตัวเลือกน่าสนใจในยุคนี้เพราะมาพร้อมดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เพราะฉะนั้นการฝากประจำจึงเป็นวิธีทำให้เงินฝากงอกเงยกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ดีกว่าการฝากบัญชีออมทรัพย์ นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการฝากประจำผู้ฝากจำเป็นต้องฝากเงินจำนวนเท่ากันเป็นประจำทุกเดือน เพราะฉะนั้นการฝากประจำสามารถฝึกวินัยการออมเงินได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



5

   เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจจะเคยประสบปัญหาขายของดี แต่ไม่มีกระแสเงินสดไว้ทำทุน ทำให้เกิดสถานการณ์ หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินทุนในการขายของต่อ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ไปหาเงินกู้ที่ไหนดีเพื่อไม่ให้ธุรกิจติดขัด

สาเหตุของการไม่มีเงินหมุน

- ขายของแบบเครดิต
หลายคนทำธุรกิจแบบการวางเครดิต โดยให้สินค้าไปก่อนแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง บางครั้งทำให้ไม่มีเงินไปซื้อสินค้าใหม่มาขาย เพราะเงินที่ลูกค้าติดเครดิตเอาไว้ยังไม่ได้ชำระ ถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีกระแสเงินสดในการทำธุรกิจที่เพียงพอในบางช่วงเวลา หากใครที่พอมีเงินเก็บก็อาจที่จะนำมาใช้กับธุรกิจได้ก่อน แต่สำหรับคนที่เงินตึงมือคงเป็นปัญหาใหญ่

- มีหนี้สินมาก
การมีหนี้สินมากก็เป็นสาเหตุของการหมุนเงินในการทำธุรกิจไม่ทัน โดยเฉพาะหากเป็นหนี้นอกระบบ จะทำให้ต้องหาเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่แพงมหาโหด ส่งผลต่อการหมุนเงินในการทำมาค้าขายเป็นอันมาก

- มีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน
ชีวิตคนเราไม่แน่นอน บางครั้งอาจมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินแบบฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอมบุตรหลาน หรือค่าซ่อมบ้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องใช้เงินจน หมุนเงินไม่ทัน ได้

ต้องการเงินหมุน สินเชื่อแบบไหนช่วยได้
   เมื่อทำธุรกิจแล้ว หมุนเงินไม่ทันทําไงดี การกู้เงินคือทางออกของปัญหาที่กล่าวมา แต่การกู้เงินแบบใดจะมีโอกาสได้รับการอนุมัติบ้าง

- สินเชื่อบัตรเงินสด
   เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินภายในบัตร เสมือนการยืมเงินสำรองเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งมีข้อดีคือ หากไม่มีการใช้วงเงินในบัตรก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และหากมีการกดเงินออกมาใช้ก็จะคำนวณดอกเบี้ยในส่วนของวงเงินที่กดออกมาเท่านั้น สามารถผ่อนชำระขั้นต่ำตามที่กำหนดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินพร้อมใช้เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ยต่อปีนั้นจะสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

- สินเชื่อบุคคล
   เป็นสินเชื่อที่ทางธนาคารมีไว้สำหรับบุคคลทั่วไป หลายธนาคารให้กู้ได้โดยไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน โดยวงเงินที่ได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและหลักประกัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5 - 10 เท่าของรายได้ มีข้อดีคือ ผู้กู้จะได้เงินก้อนมาใช้ทันที มีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงเท่าบัตรกดเงินสด และมียอดผ่อนชำระคงที่เท่ากันตลอดอายุสัญญา ผ่อนได้นานกว่าบัตรเงินสด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปลงทุนและต้องการระยะเวลาผ่อนชำระนาน

- สินเชื่อรถยนต์ รถจักรยานยนต์
   สำหรับคนที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การนำรถไปขอสินเชื่อหรือที่เรียกว่าเอารถไปเข้าไฟแนนท์นั้น จะทำให้ได้รับเงินอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีทรัพย์สินไปค้ำประกัน มีข้อดีคือ สามารถกู้ได้ง่าย วงเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพของรถและปีที่จดทะเบียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นของตนเองและต้องการเงินด่วนมาก ๆ

- สินเชื่อบ้าน
   คือการเอาทรัพย์สินประเภทบ้านและที่ดินไปจำนองกับธนาคารเพื่อให้ได้เงินก้อนมาเสริมสภาพคล่อง มีข้อดีคือ จะได้เงินก้อนเป็นจำนวนมาก ระยะเวลาการผ่อนชำระนาน ซึ่งหากต้องการเงินลงทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ สินเชื่อประเภทนี้เหมาะในการยื่นกู้ แต่ถ้าเพียงต้องการเงินมาหมุนทำธุรกิจจำนวนไม่มากก็ไม่เหมาะกับสินเชื่อนี้
   
หากใครที่เกิดปัญหาเรื่องของเงินสดสำรองในการค้าขาย เรามี วิธีหมุนเงินขายของ มาแนะนำ นั่นคือการขอสินเชื่อค้าขายกับธนาคารกรุงไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยสินเชื่อ sme กรุงไทยนั้นมีหลายประเภท ทั้งที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระยาว ช่วยลดภาระทางการเงินให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้ ให้ทุกปัญหามีทางออกด้วยสินเชื่อ sme จากธนาคารกรุงไทย



6
ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่ออัตราดอกเบี้ยนี้

 ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์คืออะไร?

ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์คือผลตอบแทนที่ผู้ฝากเงินได้รับจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เมื่อฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ โดยทั่วไปแล้วอัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดโดยธนาคารและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย

 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบัน

ในปี 2026 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.5% ถึง 1.5% ต่อปี ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและนโยบายของแต่ละธนาคาร ตัวอย่างธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ ได้แก่:

- ธนาคารกรุงเทพ: อัตราดอกเบี้ย 1.25%
- ธนาคารกสิกรไทย: อัตราดอกเบี้ย 1.30%
- ธนาคารไทยพาณิชย์: อัตราดอกเบี้ย 1.20%

การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคารจะช่วยให้คุณสามารถเลือกบัญชีที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด

 ปัจจัยที่มีผลต่อดอกเบี้ยเงินฝาก

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เช่น:

1. นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย: หากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน อาจส่งผลให้ธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามไปด้วย
2. สภาวะเศรษฐกิจ: ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต ธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดเงินฝาก
3. การแข่งขันระหว่างธนาคาร: ธนาคารที่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าคู่แข่ง

 เคล็ดลับในการเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

การเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากเงินฝากของคุณได้ นี่คือเคล็ดลับบางประการ:

- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคารเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด
- พิจารณาค่าธรรมเนียม: ตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัญชี เช่น ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี หรือค่าธรรมเนียมการถอนเงิน
- ดูเงื่อนไขการฝาก: บางบัญชีอาจมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ต้องฝากเงินขั้นต่ำหรือไม่สามารถถอนเงินได้ในระยะเวลาหนึ่ง


การติดตามอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2026 อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเงินของคุณในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ทรัพย์สินรอการขาย https://krungthai.com/th/content/contact-us/properties-for-sale
ทรัพย์ธนาคาร







7

กากู้เงินทำบ้านใหม่เป็นขั้นตอนที่สำคัญและต้องใช้การวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การกู้ธนาคารสร้างบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงขั้นตอนและสิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนที่จะเริ่มกู้เงินทำบ้านใหม่

 1. ประเมินความต้องการและงบประมาณ

ก่อนอื่นคุณต้องประเมินความต้องการของคุณในการสร้างบ้านใหม่ เช่น ขนาดบ้าน จำนวนห้อง และฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ จากนั้นคุณควรกำหนดงบประมาณที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถวางแผนการกู้เงินได้อย่างเหมาะสม

 1.1 การวางแผนงบประมาณ

การวางแผนงบประมาณไม่เพียงแต่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้านเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ ค่าประกันภัย และค่าตกแต่งบ้าน

 2. ศึกษาแหล่งเงินกู้

เมื่อคุณมีงบประมาณที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินกู้ที่มีอยู่ในตลาด เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อบ้าน

 2.1 ประเภทของสินเชื่อบ้าน

สินเชื่อบ้านมีหลายประเภท เช่น สินเชื่อบ้านเพื่อซื้อบ้านใหม่ สินเชื่อบ้านเพื่อสร้างบ้านใหม่ หรือสินเชื่อบ้านเพื่อรีไฟแนนซ์ คุณควรเลือกประเภทที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

 3. ตรวจสอบเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้

การตรวจสอบเครดิตของคุณเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาประวัติการชำระหนี้ของคุณในการอนุมัติสินเชื่อ

 3.1 วิธีการตรวจสอบเครดิต

คุณสามารถตรวจสอบเครดิตของคุณได้จากหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลเครดิต เช่น บริษัทเครดิตบูโร ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบสถานะทางการเงินของคุณก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อ

 4. เตรียมเอกสารที่จำเป็น

การเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อเป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญ โดยเอกสารที่มักจะต้องใช้ได้แก่

- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือใบรับรองเงินเดือน
- แผนผังบ้านและรายละเอียดการก่อสร้าง

 5. ยื่นขอสินเชื่อ

เมื่อคุณเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการยื่นขอสินเชื่อ คุณควรเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้เงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 5.1 การเปรียบเทียบเงื่อนไข

ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการผ่อนชำระ และเงื่อนไขอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด

 6. รอการอนุมัติและเริ่มสร้างบ้าน

หลังจากยื่นขอสินเชื่อแล้ว คุณจะต้องรอการอนุมัติจากธนาคาร เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว คุณสามารถเริ่มต้นการสร้างบ้านใหม่ได้ทันที

การกู้เงินทำบ้านใหม่ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณมีการวางแผนที่ดี ตั้งแต่การประเมินความต้องการ งบประมาณ การศึกษาข้อมูลแหล่งเงินกู้ จนถึงการเตรียมเอกสารที่จำเป็น หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการคำแนะนำในการกู้เงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหรือธนาคารที่คุณสนใจได้เลย


8

   
ในยุคที่การทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้เพียงปลายนิ้ว การ เปิดบัญชีออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อคิวที่ธนาคารอีกต่อไป ซึ่งง่ายแสนง่ายไม่กี่ขั้นตอน เพียงแค่เรามีสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

ขั้นตอนการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB
ขั้นตอนในการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB นั้น สิ่งที่เราต้องเตรียมก็คือข้อมูลบัตรประชาชนเพียงใบเดียวเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนในการ เปิดบัญชีออนไลน์ครั้งแรก มีดังนี้

- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สามารถโหลดได้ทั้งโทรศัพท์ระบบ Android และ IOS เมื่อโหลดแล้วก็เข้าไปในแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานในขั้นตอนต่อไป
- เลือกเมนู “เปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์” ที่หน้าจอแอปพลิเคชัน ซึ่งระบบจะให้อ่านรายละเอียดการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์จากนั้นกดปุ่ม “เปิดบัญชี” และทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ โดยในส่วนนี้จะต้องใส่อีเมลที่สามารถติดต่อได้และสามารถเลือกสาขาที่จะเปิดบัญชีได้เองตามความต้องการ
- เตรียมบัตรประชาชนเพื่อกรอกเลขรหัสหลังบัตรลงไป ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะเกิดการรั่วไหลเพราะแอปพลิเคชันมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความปลอดภัยสูงเชื่อถือได้
- ขั้นตอนต่อมาคือขั้นตอนของการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลด้วยการสแกนใบหน้า ระบบจะถ่ายภาพใบหน้าของผู้ใช้ในกรอบที่กำหนด และทำการตรวจสอบใบหน้าจนสำเร็จว่าคือเจ้าของบัตรตัวจริง
- ขั้นตอนสุดท้ายคือการกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ วัตถุประสงค์ของการเปิดบัญชี เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วกดยืนยันเพื่อทำการ ยืนยันตัวตนเปิดบัญชีออนไลน์ เพียงเท่านี้เราก็จะมีบัญชีธนาคารโดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวที่ธนาคารให้เสียเวลา

ข้อดีของการเปิดบัญชี เงินฝากออนไลน์
สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพราะไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารก็สามารถเปิดบัญชีได้ทันทีที่ต้องการ
ปลอดภัยด้วยระบบการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) โดยระบบจะทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญหากเคยยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลสำเร็จไปแล้วหนึ่งครั้งจะสามารถใช้ข้อมูล NDID ในการเปิดบัญชีครั้งต่อไปเพิ่มเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่ และยังใช้ข้อมูลส่วนนี้ในการสมัครหรือใช้บริการต่าง ๆ จากองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องมีการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลได้ด้วย
เปิดบัญชีออนไลน์ ได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการใช้บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล ไม่ต้องเสียค่าบริการ ไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำเพื่อเปิดบัญชี และไม่ต้องทำบัตร ATM

ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถจัดการเกี่ยวกับ เงินฝากออนไลน์ ได้จากทุกสถานที่ ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารให้เสียเวลาหรือยุ่งยากอีกต่อไป ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ของคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก


9

   แม้ปัจจุบันระบบออนไลน์และ E-commerce จะช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นจนดูเหมือนโอกาสในการทำธุรกิจการค้าจะไปได้ดี แต่อุปสรรคสำคัญที่คนทำธุรกิจมักต้องพบอยู่เสมอก็คือ ‘ปัญหา หมุนเงินไม่ทัน’ หรือการขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิคที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ทั้งจากการสำรองเงินสดน้อยเกินไป, การสต๊อกสินค้ามากเกิน, ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเกินควบคุม, ลูกค้าจ่ายเงินไม่ตรงเวลา, ยอดขายต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ และ การลงทุนเกินตัว เป็นต้น ซึ่งสภาวะเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระทบต่อสภาพคล่องในการทำธุรกิจ หรือได้เงินกลับมาหมุนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว หากสามารถแก้ปัญหาได้ธุรกิจก็เดินหน้าต่อโดยไม่สะดุด

   เป็นแม่ค้าหมุนเงินไม่ทัน  ปลดล็อกปัญหา อย่างไรดี?
การเจรจาขอเลื่อนชำระเงินกับผู้ขายหรือซัพพลายเออร์ออกไปก่อน เรื่องนี้โดยทั่วไปมักเกี่ยวกับประวัติการชำระเงินก่อนหน้านี้ด้วย เพราะหากก่อนหน้านี้เคยจ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์ตรงเวลา ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการชำระเงิน ก็มักจะได้รับการเลื่อนเวลาหรือผ่อนผันให้ได้ไม่ยาก   

เจรจาขอเงื่อนไขการชำระเงินใหม่ หลายคนใช้โอกาสที่เกิดปัญหาเรื่องการหมุนเงินไม่ทัน เจรจากับซัพพลายเออร์หรือผู้ขาย เพื่อขอปรับเงื่อนไขการชำระเงินใหม่ เช่น เดิมเคยได้เครดิตให้ชำระเงินได้ภายใน 30 วันก็อาจขอขยายเวลาออกไปเป็น 45-60 วัน เป็นต้น
ปรับแผนการใช้จ่าย โดยตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เป็นอีกเรื่องที่ควรทำ เมื่อเกิดปัญหาสภาพคล่องสะดุด โดยต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่ว่ามีส่วนใดที่พอจะลดหรือตัดทอนออกไปได้บ้าง เพราะการลดค่าใช้จ่ายได้มากเท่าไหร่ก็จะสามารถเรียกคืนสภาพคล่องกับมาได้มากขึ้น

การขอวงเงินสินเชื่อสำหรับกิจการขนาดเล็ก เพื่อเป็นสภาพคล่องที่สามารถช่วยหมุนเวียนให้กับธุรกิจได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้เงินนอกระบบซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากและกลายเป็นภาระเพิ่มในการทำธุรกิจ ปัจจุบันมีสถาบันการเงินหลายแห่งออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับกิจการขนาดเล็กเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SME อาทิ สินเชื่อ SME ของธนาคารกรุงไทยที่มีความหลากหลายสำหรับธุรกิจหลากประเภท อาทิ สินเชื่อสำหรับเจ้าของร้านขายยาและคลีนิคทั่วไป, สินเชื่อสำหรับเจ้าของร้านค้าปลีก ร้านอาหารและร้านค้าทั่วไป และ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไป สินเชื่อแม่ค้า  สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งแยกย่อยออกเป็นสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการSME ในพื้นที่EEC ด้วยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% สามารถกู้ได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยวงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท แต่หากมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถกู้ได้สูงสุดถึง 3 เท่าของมูลค่าหลักทรัพย์ เป็นต้น

พ่อค้าแม่ค้าและคนทำธุรกิจทั่วไปที่มักเกิดคำถามว่า ‘หมุนเงินไม่ทันทำไงดี’ สามารถใช้เทคนิควิธีการเหล่านี้ปลดล็อกให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่หยุดชะงัก    

10

   สำหรับคนที่กำลังมองหาสินเชื่อเงินกู้ถูกกฎหมายที่อนุมัติง่ายๆ ได้เงินทันใจแบบไม่ต้องมีคนค้ำ แนะนำ กู้เงินออนไลน์ “สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ” ซึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ในระบบที่เชื่อถือได้จากธนาคารกรุงไทย บริการช่องทางกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สมัครง่ายๆ อนุมัติไว รับเงินโอนเข้าบัญชีเร็วทันใจ พร้อมใช้งานได้จริง

ข้อดีของสินเชื่อเงินสดกรุงไทยใจป้ำ
-วงเงินกู้ฉุกเฉินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท
-ไม่มีบัญชีเงินเดือนกับกรุงไทยก็สมัครได้
-มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
-ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องมีคนค้ำ
-บริการผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และ Krungthai Next
-กู้ง่าย อนุมัติเร็ว ผ่อนหมื่นละ 10 บาทต่อวัน

วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาในการผ่อน
-บุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำ อัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี , ระยะเวลาการผ่อน 12 – 60 เดือน
-ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย 22% ต่อปี , ระยะเวลาการผ่อน 12 – 60 เดือน

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ
-มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
-สัญชาติไทย
-มีรายได้ 15,000 บาท ขึ้นไป
-มีแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT

วงเงินกู้สินเชื่อใจป้ำ จากธนาคารกรุงไทย

กรณีบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำ กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ และไม่เกิน 1,000,000 บาท สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12-60 เดือน
กรณีผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั่วไป กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้สุทธิ และไม่เกิน 500,000 บาท สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12-60 เดือนเช่นกัน

ในกรณีผิดนัดชําระหนี้ จ่ายหนี้ล่าช้า

         ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้เพื่อปรับสำหรับการชำระหนี้ล่าช้า โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยปกติสูงสุดที่เรียกเก็บจริงตามที่ระบุในสัญญา บวกร้อยละสามต่อปี เป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่คุณไม่จ่ายหนี้ตรงเวลา ถ้าคุณไม่ชำระหนี้สักที ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกคิดไปเรื่อย ๆ พอกพูนขึ้นจนอาจกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ไม่เพียงมีผลกระทบต่อการเงินและประวัติของคุณอย่างมาก ทำให้เสียโอกาสในการกู้ครั้งต่อไป คุณยังต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นด้วยทำให้ภาระหนี้สินของคุณเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

วิธีการสมัครขอสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ

      การสมัคร กู้เงินออนไลน์ สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ทำได้ง่ายๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android ขั้นตอนการสมัครมีดังนี้
-เริ่มจากกด “บริการ” และกดเลือก “สมัครสินเชื่อ
-ระบบจะแสดงแสดงรายละเอียดของสินเชื่อและคำนวณผ่อนชำระ
-ผู้สมัครกรอกข้อมูลส่วนตัว นับตั้งแต่อาชีพ เงินเดือน วงเงินที่ต้องการขอ และเลือกจำนวนเดือนที่ผ่อนจ่ายตามที่ต้องการ และตรวจสอบความถูกต้อง
-ยินยอมให้ระบบตรวจสอบข้อมูล และใส่รหัส PIN เพื่อยืนยันการสมัคร
-ยอมรับข้อตกลงของดูตัวอย่างการคำนวณสินเชื่อเพื่อดำเนินการต่อ
-อัปโหลดรายละเอียดของเอกสารประกอบการสมัคร และกดยอมรับ
-เข้าสู่หน้าข้อมูลส่วนบุคคล สามารถแก้ไขได้เฉพาะที่ทำงานเท่านั้น โดยเข้าไปแก้ไข Email และเบอร์โทรได้ที่ Setting ของ NEXT
-กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนว่ามีสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันทางการเงินอื่นหรือไม่ และกดถัดไปเพื่อเข้าสู่หน้ายืนยันข้อมูลที่ถูกต้องแล้วกดยืนยันส่งใบสมัครขอสินเชื่อ
-เข้าไปยืนยันในหน้าการให้ความยินยอม Model Consent และ NCB Consent ตามลำดับ จากนั้นใส่รหัส PIN และส่งใบสมัครการขอสินเชื่อ
-เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จแล้ว ระบบจะแสดงสถานะการสมัคร และอัปโหลดเอกสารที่กำหนด
-ระบบจะแสดงผลว่าส่งใบสมัครสำเร็จและกดปุ่มเสร็จสิ้นเพื่อออกจากระบบ

          เมื่อไรก็ตามที่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินด่วน แต่ไม่เงินเก็บออม หรือเงินก้อนมากเพียงพอสำหรับการลงทุน สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำนับเป็นทางเลือก กู้เงินออนไลน์ ที่ปลอดภัยกว่าการไปกู้หนี้นอกระบบ เพราะเป็นสถาบันการเงินชั้นนำระดับประเทศที่น่าเชื่อถือ ดอกถูก สมัครง่าย เพียงทำตามขั้นตอนไม่กี่อย่าง ใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 14 วัน (หรือน้อยกว่า) ก็ได้รับการอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีมาให้ใช้กันได้ง่ายๆ หากระหว่างนั้นเกิดพบเจอปัญหาอะไรก็อุ่นใจเพราะสามารถเข้าไปติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับคุณ

         หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Krungthai.com หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาใกล้บ้าน


11


การลดหย่อนภาษีเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 นี้ หลายคนอาจมีคำถามเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีในปีนี้

## 1. การลดหย่อนภาษีคืออะไร?

การลดหย่อนภาษีคือการอนุญาตให้ผู้เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายบางอย่างออกจากรายได้ที่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายภาษีในปีนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้ว การลดหย่อนภาษีจะมีหลายประเภท เช่น ค่าใช้จ่ายในการศึกษา การบริจาค การประกันชีวิต และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

## 2. ใครสามารถขอลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

ผู้ที่สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการทำงานหรือกิจการต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่มีรายได้จากการลงทุน อย่างไรก็ตาม การลดหย่อนภาษีจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยกรมสรรพากร

## 3. ลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรใหม่บ้าง?
ในปี 2568 นี้ มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์การลดหย่อนภาษีหลายประการ เช่น การเพิ่มวงเงินการลดหย่อนสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาและการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลและ e donation นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถลดภาษีได้มากขึ้น

## 4. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอลดหย่อนภาษีคืออะไร?

การขอลดหย่อนภาษีจะต้องมีเอกสารที่แสดงหลักฐานการใช้จ่าย เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองการบริจาค และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยควรจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้ครบถ้วนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

## 5. วิธีการยื่นขอลดหย่อนภาษีทำอย่างไร?

การยื่นขอลดหย่อนภาษีสามารถทำได้หลายช่องทาง ได้แก่ การยื่นแบบฟอร์มภาษีผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือการยื่นแบบฟอร์มด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ โดยควรตรวจสอบระยะเวลาการยื่นภาษีให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลดหย่อนภาษี

## 6. คำแนะนำในการวางแผนลดหย่อนภาษี

การวางแผนลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณสามารถลดภาษีได้มากขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่สามารถลดหย่อนได้ และจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายในปีถัดไปอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

การลดหย่อนภาษีระบบ e-donation  ในปี 2568 เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้เสียภาษีในการลดภาระภาษีที่ต้องจ่าย การเข้าใจคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีจะช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์นี้ได้อย่างเต็มที่ หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับe donation ลดหย่อนภาษีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด





12
ประกันสะสมทรัพย์ ทางเลือกใหม่ของคนที่อยากออมเงิน หลายคนมองว่าการซื้อประกันสะสมทรัพย์มีประโยชน์แค่สะสมทรัพย์หรือแค่การออมเงินเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประกันเงินออม มีประโยชน์หลายด้านมาก วันนี้ขอมารวบรวมประโยชน์ของประกันสะสมทรัพย์ที่หลายคนยังไม่รู้ เผื่อใครที่ลังเลว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างถ้าซื้อ ประกันออมทรัพย์ จะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจง่ายมากขึ้น

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์มีเงินออม รับเงินก้อนเมื่อจบสัญญา
   แน่นอนว่าการทำ ประกันสะสมทรัพย์ นอกจากมีความคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิตแล้ว ยังรับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา และบางแบบยังมีเงินคืนให้ระหว่างสัญญาอีกด้วย ซึ่งเงินทั้ง 2 ก้อนนี้เหมือนเป็นเงินที่เราได้ออมเข้าไปในกรมธรรม์ทุก ๆ ปี จึงเหมาะกับการวางแผนการออมเงินระยะสั้นที่มีจุดประสงค์ของการออม เพื่อทำธุรกิจ เพื่อเรียนต่อ เป็นทุนการศึกษาให้บุตร หรือเพื่อการ วางแผนเกษียณ ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตเท่านั้นจึงจะได้รับเงินก้อน

ประกันเงินออมยื่นลดหย่อนภาษีได้
        นอกจากจะใช้เป็นวิธีการออมเงินระยะสั้นแล้ว เบี้ยประกันที่จ่ายไปทุกปีทุกแบบของ ประกันชีวิตออมทรัพย์ ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยเงื่อนไขการลดหย่อนเป็นไปตามข้อกำหนดของสรรพกร คือ ยื่นลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และเงินที่ได้รับคืนระหว่างสัญญาต้องไม่เกิน 20% ซึ่งถ้าใครใช้สิทธิการลดหย่อนยังไม่ครบ สามารถนำเบี้ย ประกันเงินออม ไปยื่นเพิ่มได้ นอกจากได้ความคุ้มครองแล้วยังได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีอีกด้วย4

มีความคุ้มครองระยะยาว
   ประกันออมทรัพย์ แม้ว่าจะจ่ายเบี้ยในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ผลประโยชน์ในเรื่องของความคุ้มครองนั้น คุ้มครองยาวนับ 10 ปี บางแบบให้ความคุ้มครอง 15 - 20 ปี หากจะมองให้เป็นเรื่องของการออมเงินแล้ว ระยะเวลาสัญญาที่ยาวมีผลดีต่อการ วางแผนเกษียณ เพราะเมื่อเราไม่ได้ทำงาน แต่ได้รับเงินก้อนจาก ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ มาชดเชยรายได้ส่วนที่หายไป ทำให้เรายังมีเงินก้อนใช้ในยามเกษียณได้อย่างสบายใจอีกด้วย

เป็นแหล่งเงินยามฉุกเฉิน
   ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะเรื่องของการออมเงินเพื่อรับเป็นเงินออมก้อนใหญ่เมื่อจบสัญญาแต่เพียงอย่างเดียว ประกันสะสมทรัพย์ยังเป็นแหล่งเงินฉุกเฉินในยามที่ชีวิตเราตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราสามารถนำเล่มกรมธรรม์ที่ถืออยู่ไปเปลี่ยนเป็นเงินกู้หรือเวนคืนกรมธรรม์ เพื่อนำเงินมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ ไม่ต้องไปยื่นกู้กับทางแบงค์หรือหาแหล่งเงินกู้อื่น

      ประกันชีวิตสะสมทรัพย์มีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิด แค่เราต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเงื่อนไขและผลประโยชน์ที่อยู่ในกรมธรรม์ ทุกอย่างมีแจ้งในสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เราทำประกัน ถ้าวันนี้ใครที่ยังไม่เริ่มออมเงิน การซื้อประกันออมทรัพย์ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว



13

        การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันสำคัญของใครหลาย ๆ คน เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงในชีวิต อย่างไรก็ตามการมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น การซื้อบ้านจึงเป็นการลงทุนที่สำคัญและต้องมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ รวมถึงต้องหาตัวช่วยทางการเงินอย่างการขอสินเชื่อ กู้สร้างบ้าน จากธนาคาร เพื่อสานฝันการมีบ้านเป็นของตัวเอง

         ธนาคารกรุงไทยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ สินเชื่อบ้าน ช่วยให้คนไทยสามารถสร้างบ้านในฝันได้ด้วยเงื่อนไขที่ง่ายและดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้การเดินทางสู่ความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านไม่ไกลเกินเอื้อม

สินเชื่อบ้านคืออะไร

          สินเชื่อบ้าน คือบริการทางการเงินที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเสนอให้กับบุคคลที่ต้องการเงินทุนเพื่อซื้อบ้าน สร้างบ้าน หรือรีไฟแนนซ์บ้าน โดยสินเชื่อประเภทนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้กู้ในระยะยาว ด้วยการให้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่สามารถผ่อนชำระคืนได้เป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งการ กู้เงินสร้างบ้าน มีข้อดีดังนี้

ลดภาระทางการเงินในระยะสั้น ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว
ระยะเวลาผ่อนที่ยาวนาน การ กู้ซื้อบ้าน สามารถเลือกผ่อนชำระได้นาน 30 - 40 ปี ตามเงื่อนไขของธนาคาร
ดอกเบี้ยที่คุ้มค่า สินเชื่อบ้านมักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น
ความยืดหยุ่นในการใช้เงินกู้ สามารถนำเงินไปซื้อบ้าน สร้างบ้าน ปรับปรุงบ้าน หรือรีไฟแนนซ์ได้

รู้จักกับสินเชื่อบ้านกรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยเป็นตัวช่วยทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความฝันของผู้ที่ต้องการมีบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านใหม่ การสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง การปรับปรุง ต่อเติม หรือแม้แต่การรีไฟแนนซ์บ้านเดิม สินเชื่อบ้านกรุงไทยตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยวงเงิน กู้บ้าน ที่ยืดหยุ่นและระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 40 ปี ช่วยให้ผู้กู้สามารถบริหารจัดการรายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยอัตรา ดอกเบี้ยบ้าน ต่ำจึงช่วยลดภาระการเงินในช่วงเริ่มต้นของการผ่อนบ้าน อีกทั้งกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วทำให้ผู้กู้สามารถนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ได้ทันเวลา โดยบ้านหรือที่ดินที่ต้องการซื้อ สร้าง หรือรีไฟแนนซ์จะถูกใช้เป็นหลักประกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ

จุดเด่นของสินเชื่อบ้านกรุงไทย

วงเงินกู้สูง ธนาคารกรุงไทยเสนอวงเงิน กู้บ้าน สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การกู้ ช่วยให้ผู้กู้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินดาวน์หรือค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

ระยะเวลาผ่อนยาวนาน ผู้กู้สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 40 ปี ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัตราดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อบ้านกรุงไทยมอบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและโปรโมชันพิเศษในช่วงปีแรก เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินในการ กู้เงินสร้างบ้าน ระยะแรก

ความหลากหลายในการใช้เงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านใหม่ สร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง ปรับปรุง ต่อเติมบ้าน หรือรีไฟแนนซ์บ้านเดิม สินเชื่อบ้านกรุงไทยพร้อมรองรับทุกวัตถุประสงค์

เหมาะสำหรับทุกกลุ่มผู้กู้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือทำธุรกิจ  สินเชื่อกรุงไทยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถ กู้ซื้อบ้าน ได้

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกรุงไทย
สินเชื่อบ้าน กรุงไทยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและโปรโมชันพิเศษในช่วงปีแรก เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะเริ่มต้นของการผ่อนบ้าน โดยรายละเอียดดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อและคุณสมบัติของผู้กู้ เช่น สินเชื่อบ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยกู้บ้านเริ่มต้น 1.68% ต่อปี คงที่ 3 ปี สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% ต่อปี คงที่ 3 ปี และสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรภาครัฐ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.95% ต่อปี คงที่ 3 ปี เป็นต้น

การ ผ่อนบ้านกับธนาคาร กรุงไทยถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านในฝัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน สร้างบ้าน หรือรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเดิม ด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น วงเงินกู้สูง ผ่อนชำระสบายระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยกู้บ้าน ที่ต่ำ สินเชื่อนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นสร้างอนาคตทางการเงินอย่างมั่นคง หากคุณสนใจ กู้สร้างบ้าน สามารถสมัครได้ ที่นี่ หรือต้องการสำรวจผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากธนาคารกรุงไทย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://krungthai.com/th/personal/loan/housing-loan/ เพื่อค้นหาสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการในการมีบ้านของคุณ



14


หากกำลังมองหาช่องทางการออมที่ไม่ต้องใช้เงินก้อนทั้งยังสามารถวางแผนการเงินเพื่อการออมและการใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินเดือนประจำ รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่มีรายได้ไม่มากนักแต่อยากมีเงินเก็บ ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วย เงินฝากปลอดภาษี ช่องทางการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง

เงินฝากปลอดภาษี คือ บัญชีเงินฝากประจำประเภทหนึ่งที่สามารถเลือกวงเงินฝากได้ตั้งแต่ 1,000 - 25,000 บาท และต้องนำฝากในจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด เช่น 12 เดือน 24 เดือน 36 เดือน หรือ 48 เดือน เมื่อครบตามสัญญาจะได้รับผลตอบแทนเป็น ดอกเบี้ยเงินฝาก ในอัตราสูงและได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ย ซึ่งต่างกับบัญชีเงินฝากทั่วไปที่ต้องมีการหักภาษีดอกเบี้ย 15%
เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากประจําที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและได้รับการยกเว้นภาษี จึงมีเงื่อนไขในการเปิดบัญชี ดังนี้   
หนึ่งคนเปิดบัญชีเงินฝากประจําปลอดภาษีได้เพียงหนึ่งบัญชีเท่านั้น
ต้องนำฝากด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือนจนครบตามสัญญา ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เท่ากับการเปิดบัญชีครั้งแรก เช่น เปิดบัญชีด้วยเงิน 1,000 บาท เดือนถัดมาและทุก ๆ เดือนก็ต้องฝาก 1,000 บาทเช่นกัน โดยจะนำฝากวันที่เท่าไรของเดือนก็ได้ แต่ขาดฝากได้ไม่เกิน 2 ครั้ง
หากขาดฝากเกิน 2 ครั้ง หรือไม่ทำตามสัญญา ธนาคารมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ดอกเบี้ยหรือปรับลดดอกเบี้ยให้เท่ากับบัญชีออมทรัพย์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
จำนวนเงินขั้นต่ำในการนำฝากส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 1,000 บาท และไม่เกิน 25,000 บาท หรือรวมตลอดระยะเวลาการเปิดบัญชีไม่เกิน 600,000 บาท
เมื่อทราบเงื่อนไขของเงินฝากปลอดภาษีแล้วลองมาดูอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝาก กันบ้าง ที่กล่าวว่าเงินฝากปลอดภาษีเป็นบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงนั้นสามารถอธิบายให้เห็นได้อย่างชัดเจนด้วย KTB Zero Tax MAX เงินฝากปลอดภาษี ฝากประจํา 12 เดือน ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ดังนี้
ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 24 เดือน (บุคคลธรรมดา) วงเงินต่ำสุด + 0.75% ต่อปี     
ดอกเบี้ยฝากประจำ 36 เดือน (บุคคลธรรมดา) วงเงินต่ำสุด + 1.00% ต่อปี         
ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยของทุกธนาคารจะให้ผลตอบแทนตามสัญญาเฉพาะกรณีที่นำฝากครบตามสัญญาเท่านั้น

ข้อดีของ เงินฝากปลอดภาษี
วางแผนทางการเงินได้ชัดเจนและง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถเลือกจำนวนเงินฝากและระยะเวลาการฝากได้ตามความพึงพอใจ ยิ่งฝากนานยิ่งได้รับผลตอบแทนสูง   
ได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ในขณะที่เงินฝากประจำทั่วไปนั้นจะถูกหักภาษีดอกเบี้ย 15%
เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยและให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น
มีความปลอดภัยสูงด้วยกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก       
เนื่องจากต้องนำฝากทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยสร้างประวัติการเงินที่ดีเอื้อต่อการขอสินเชื่อในอนาคต
เป็นเงินเก็บเพื่ออนาคตและมีเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

เริ่มต้นการออมทีละเล็กทีละน้อยตามกำลังของตน หากมีวินัยในการออมที่ดีก็จะมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำด้วยบัญชีเงินฝากปลอดภาษี ซึ่งในยุคนี้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการตัดบัญชีอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องไปฝากที่ธนาคารทุกเดือนให้เสียเวลา ก่อนเปิดบัญชีอย่าลืมเช็กอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งที่ธนาคารทุกแห่งใกล้บ้านหรือผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่


15
ในยุคที่คนไทยจำนวนมากนิยมหาโอกาสท่องเที่ยวต่างประเทศ นั่นจึงทำให้หลายสถาบันการเงินออกผลิตภัณฑ์ travel card เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทาง และสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักบัตรประเภทนี้ ลองมาทำความรู้จักกันว่าคืออะไร พร้อมเปรียบเทียบความน่าสนใจของทั้ง 5 บัตร ที่เชื่อว่าจะต้องตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

Travel Card คืออะไร สมัครบัตรเดบิตออนไลน์ ได้มั้ย
สำหรับใครที่เป็นสายท่องเที่ยวอาจจะเคยได้ยินชื่อ บัตรเดบิต ท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว เพราะบัตรนี้ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนรู้ใจนักเดินทาง จุดเด่นคือใช้แลกเงินต่างประเทศได้ด้วยอัตราสุดพิเศษ รวมถึงยังรูดซื้อสินค้าและบริการในต่างประเทศโดยไม่ต้องแบกรับค่าความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนของสกุลเงิน นั่นทำให้ไม่ต้องพกเงินสดไปต่างประเทศเยอะ ๆ แถมยังได้สิทธิพิเศษมากมายจากการถือบัตรอีกด้วย

เปรียบเทียบบัตร 5 ใบ ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนชอบเที่ยว

- KRUNGTHAI TRAVEL CARD
ธนาคารแห่งแรกที่ให้สมัครบัตรเดบิตท่องเที่ยว จุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เมื่อเติมเงินแล้วสามารถแลกเงินเก็บไว้ได้ ล็อกเรทได้เมื่อได้เรทสกุลเงินที่ถูกใจ รองรับได้มากถึง 17 สกุลเงิน และหากไม่เดินทางไปต่างประเทศยังสามารถใช้รูดซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้ในเรทเงินสุดพิเศษอีกด้วย

- PLANET SCB
อีกหนึ่งตัวเลือก บัตร atm ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี สมัครง่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มต้นใช้งานด้วยการเติมเงินเข้าบัตรจากนั้นจึงใช้รูดซื้อสินค้าและบริการ ล็อกเรทที่ต้องการได้ และสามารถแลกเงินได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก

- YOUTRIP POWERED BY K-BANK
บัตรเดบิต ที่ออกแบบมาให้ปราศจากค่าธรรมเนียม ใช้งานง่ายเพียงเติมเงินเข้าบัตรจากนั้นใช้แลกเงินต่างประเทศได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก เมื่อมีแผนเดินทางไปประเทศใดสามารถแลกเงินเก็บไว้ได้เพื่อให้ได้เรทราคาดีที่สุด

- K-BANK JOURNEY
อีกหนึ่งประเภทบัตรจากธนาคารกสิกรไทย ข้อดีคือรูดซื้อสินค้าและบริการได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเติมเงิน สามารถเบิกถอนเงินสดในไทยได้ มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย แต่มีข้อเสียคือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและมีค่าความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงิน

- TMB ALL FREE
บัตร All Free ที่ให้รูดซื้อสินค้าได้ทั่วโลกอย่างสุดคุ้ม โดยไม่ต้องเติมเงินเข้าบัตร ซื้อสินค้าออนไลน์ได้อย่างมั่นใจเพราะมีประกันการซื้อสินค้า ที่สำคัญเมื่อบัตรหายธนาคารจะออกบัตรใหม่ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่มีค่าธรรมเนียมรายปีและไม่สามารถล็อกเรทสกุลเงินได้

         travel card จากแต่ละธนาคารมาพร้อมจุดเด่นและความน่าสนใจแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวควรเลือกบัตรที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด และนอกจากการเป็นเจ้าของบัตรท่องเที่ยวที่ทำให้การแลกเงินคุ้มค่ายิ่งกว่าเคยแล้ว อย่าลืมสมัคร ทำบัตรเดบิตประกัน ติดตัวเอาไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทางจะได้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายคนเดียว เพราะมีประกันเดินทางจากบัตรเดบิตทำหน้าที่คุ้มครองยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็อุ่นใจเสมอ



16
  การเป็นผู้ให้ย่อมนำมาซึ่งความสุขเสมอ หลายองค์กรในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการเพื่อสังคมหรือ CSR หรือ Corporate Social Responsibility ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม

        โครงการ CSR ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสังคม เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมทั้งเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่องค์กรไปพร้อมกัน

ทำไมองค์กรถึงควรให้ความสำคัญกับกิจกรรม CSR

         เมื่อองค์กรให้ความสำคัญกับโครงการ csr เพื่อสังคม ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรและชุมชน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ นอกจากนี้กิจกรรม CSR ยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงาน เพิ่มการมีส่วนร่วม และช่วยกระตุ้นการทำงานที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การเติบโตและความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้ ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อองค์กร

- เพิ่มยอดขาย
ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับสินค้า และบริการจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม

- ดึงดูดและรักษาพนักงาน
พนักงานรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับการทํางานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และรับผิดชอบต่อสังคม

- ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
การทํากิจกรรม CSR ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

- เพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน
ช่วยกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วม และสร้างความสามัคคีในองค์กร ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการดําเนินงาน

2. ประโยชน์ต่อสังคม

- พัฒนาคุณภาพชีวิต
กิจกรรม CSR ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม เช่น การสนับสนุนการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
- สร้างความยั่งยืน
กิจกรรม CSR ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

3. ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม

- ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
กิจกรรม CSR ช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

- สร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
กิจกรรม CSR ช่วยสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน





17


      ในยุคปัจจุบันความต้องการด้านการเงินมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ หรือการลงทุนเพื่ออนาคต ธนาคารกรุงไทยได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบุคคลที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า โดย สินเชื่อ แต่ละประเภทมีจุดเด่นและความเหมาะสมที่แตกต่างกัน
         ด้วยความหลากหลายของ การกู้ธนาคาร กรุงไทยช่วยให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของคุณได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบาย

จุดเด่นของสินเชื่อส่วนบุคคลกรุงไทย

- วงเงินสูง
สินเชื่อส่วนบุคคล กรุงไทยให้วงเงินกู้สูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อใช้ในจุดประสงค์ต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงบ้าน ค่าเทอมบุตรหลาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
- ดอกเบี้ยต่ำ
ธนาคารกรุงไทยมุ่งเน้นให้บริการ สินเชื่อเงินสด ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และยังมีการปรับลดดอกเบี้ยในบางกรณีเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง
- กู้ง่าย อนุมัติไว
ผู้ที่สนใจเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและยังสามารถสมัครได้หลายช่องทาง โดยสมัครขอสินเชื่อได้ทั้งทางเว็บไซต์ธนาคาร แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT หรือติดต่อสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ อีกทั้งในบางเงื่อนไขไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ช่วยให้การ กู้เงินธนาคาร ทำได้ง่ายขึ้น
- มีสินเชื่อหลากหลายกับกลุ่มเป้าหมาย
ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ธนาคารกรุงไทยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยมีเงื่อนไขและเอกสารที่ไม่ซับซ้อน

แนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลที่น่าสนใจจากธนาคารกรุงไทย

1. สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ
เป็น สินเชื่อ ที่มอบวงเงินสำรองพร้อมใช้สำหรับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานราชการ และพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งต้องมีเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย โดยให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือนสำหรับหน่วยงานที่ไม่มี MOU กับธนาคารกรุงไทย และ 15 เท่าของเงินเดือน หากหน่วยงานมีบันทึกข้อตกลง MOU กับธนาคาร คิดดอกเบี้ยเฉพาะเมื่อมีการเบิกใช้วงเงินเท่านั้น นอกจากนี้ผู้กู้สามารถเลือกได้ว่าจะมีหรือไม่มีผู้ค้ำประกัน โดยอัตราดอกเบี้ยของกรุงไทยธนวัฏจะอยู่ระหว่าง MRR +3.50% ต่อปี ถึง MRR +9.00% ต่อปี

2. สินเชื่ออเนกประสงค์จากธนาคารกรุงไทย
สินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของกลุ่มข้าราชการ พนักงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและยืดหยุ่นสำหรับการใช้จ่ายในหลากหลายด้าน โดยให้วง เงินกู้ สูงสุด 2 ล้านบาท สำหรับกรณีไม่ใช้ผู้ค้ำประกัน และวงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ขอกู้ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทยจึงช่วยให้การสมัครสะดวกยิ่งขึ้น อัตราดอกเบี้ยของ เงินกู้ อเนกประสงค์จากธนาคารกรุงไทยจะอยู่ระหว่าง MRR +0.75% ต่อปี ถึง MRR +3.75% ต่อปี

3. สินเชื่อกรุงไทย Smart Money
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของบุคคลทั่วไปและเจ้าของธุรกิจรายย่อย โดยเน้นความสะดวกในการสมัครและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่ยุ่งยาก ซึ่งสินเชื่อกรุงไทย Smart Money มีจุดเด่นที่สำคัญคือให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกันหรือผู้ค้ำประกัน รวมถึงไม่ต้องมีบัญชีเงินเดือนกับทางธนาคารก็ได้ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้กู้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยของ สินเชื่อธนาคาร กรุงไทย Smart Money สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำ ดอกเบี้ย 6 เดือนแรก จะอยู่ที่ 9.99% หลังจากนั้นจะอยู่ที่ 20% ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก จะอยู่ที่ 11.99% หลังจากนั้นจะอยู่ที่ 24% และอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแบบลดต้นลดดอก

สินเชื่อส่วนบุคคลเหมาะกับใครบ้าง

- พนักงานประจำที่มีรายได้มั่นคง
กลุ่มพนักงานประจำมักมีความต้องการเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ค่าเทอมบุตร หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น กรุงไทย Smart Money หรือกรุงไทยธนวัฏ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการ กู้เงินธนาคาร เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและสามารถอนุมัติได้รวดเร็ว

- เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ
เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน สามารถยื่นสมัครสินเชื่อ ส่วนบุคคลจากธนาคารกรุงไทยเพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและการเติบโตของธุรกิจได้

- ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ
กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องการเงินก้อนเพื่อใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ เช่น จ่ายหนี้สินเดิม หรือจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว การ กู้ธนาคาร ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากธนาคารกรุงไทยได้ออกแบบสินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการข้าราชการ พนักงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีเงื่อนไขพิเศษสำหรับกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ

- ผู้ที่ต้องการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว
สำหรับผู้ที่มีหนี้สินกระจายหลายที่ เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สินรายย่อย การรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียวช่วยให้จัดการการชำระหนี้ได้ง่ายขึ้นและลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน การขอสินเชื่อกับทางธนาคารกรุงไทยจึงสามารถตอบโจทย์ได้

         สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะกับคนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของกิจการ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการชำระคืนจะช่วยให้ผู้ กู้ธนาคาร สามารถบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงในระยะยาว

      ขอสินเชื่อส่วนบุคคล กรุงไทยเป็นตัวช่วยทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่อง การชำระหนี้สิน หรือการใช้จ่ายที่จำเป็น ด้วยจุดเด่นที่ให้วงเงินสูง อนุมัติง่าย และอัตราดอกเบี้ยต่ำ การปรับลดดอกเบี้ยล่าสุดยิ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้กู้ได้อย่างชัดเจน หากสนใจสามารถสมัครขอสินเชื่อส่วนบุคคลได้ ที่นี่ และหากต้องการดูผลิตภัณฑ์ สินเชื่อธนาคาร กรุงไทยอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์กรุงไทย https://krungthai.com เพื่อค้นหาบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้



18

      ขึ้นชื่อว่าการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบไหนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการลงทุนแต่ละประเภท แต่มีการลงทุนอยู่ประเภทหนึ่งที่มีความมั่นคงสูงและการันตีได้ผลตอบแทนแน่นอน นั่นคือการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล ด้วยความที่การลงทุนประเภทนี้มีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันจึงมีความเสี่ยงน้อยมาก ๆ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ เห็นผลตอบแทนที่จะได้รับชัดเจนตั้งแต่เริ่มลงทุน ด้วยเหตุนี้การลงทุนในพันธบัตรจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่นักลงทุนทั้งมือใหม่และมือโปรนิยมลงทุนอย่างมากในปัจจุบัน และสำหรับใครที่กำลังวางแผนลงทุนในพันธบัตร วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับการลงทุน พันธบัตรออมทรัพย์จากกรุงไทยกัน

พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร?
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ซื้อพันธบัตรมาก่อน ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจก่อนว่า พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) คือตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานภาครัฐเพื่อระดมทุนจากประชาชนและนักลงทุนเอกชน โดยรัฐบาลจะจ่ายคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทนให้กับผู้ที่ซื้อพันธบัตรในรูปของดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ดอกเบี้ยปีละ 3% สัญญา 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ผู้ซื้อพันธบัตรจึงมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล และมั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนตามกำหนด ไม่มีการเบี้ยวหนี้แน่นอน เพราะรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ก้อนนี้ การลงทุนในพันธบัตรจึงถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ และเห็นผลตอบแทนชัดเจน เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยและต้องการความมั่นคง

ทั้งนี้พันธบัตรของรัฐบาลสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้

- ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) เป็นพันธบัตรแบบระยะสั้น โดยจะมีอายุตั้งแต่ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี นักลงทุนจะได้ดอกเบี้ยจากส่วนต่างของมูลค่าหน้าตั๋วเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
- พันธบัตรแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed rate Government Bond) เป็นพันธบัตรแบบระยะยาวจึงมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ครั้งต่อปี ส่วนเงินต้นจะได้รับคืนในวันที่ไถ่ถอน
- พันธบัตรออมทรัพย์ (Saving Bond) เป็นพันธบัตรที่มุ่งเน้นขายให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ลงทุนและออมมากขึ้น จึงมักมีการกำหนดเงื่อนไขด้วยการจำกัดวงเงินการซื้อพันธบัตรไม่ให้สูงเกินไปและภายในปีแรกห้ามมีการซื้อขายพันธบัตรนอกกลุ่มนักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา
- พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (Inflation-linked Bond) ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ และจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยในทุก ๆ 6 เดือน และเมื่อไถ่ถอน
- พันธบัตรอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate Bond) คล้ายพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่วนมากมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

พันธบัตรรัฐบาลต่างจากกองทุนรวมอย่างไร?
พันธบัตรของรัฐบาลกับ กองทุนรวม ตราสารหนี้เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความใกล้เคียงกัน กล่าวคือเป็นการลงทุนในตราสารหนี้เหมือนกัน ต่างกันตรงที่พันธบัตรของรัฐบาลส่วนมากจะเป็นการลงทุนของประชาชนทั่วไปและนักลงทุนรายย่อยที่รับความเสี่ยงได้น้อย รวมถึงต้องการความมั่นคงในการลงทุน ขณะที่ กองทุน รวมตราสารหนี้เน้นการลงทุนในตราสารหนี้แทบทุกประเภท ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พันธบัตรของรัฐเท่านั้น เช่น พันธบัตรรัฐ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้เอกชน เป็นต้น โดยจะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเข้ามา ซื้อกองทุน เพื่อระดมเงินมาลงทุนในตราสารหนี้ตามนโยบายของสถาบันนั้น ๆ มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพบริหารจัดการให้ ให้ผลตอบแทนทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยเช่นกัน

วิธีซื้อพันธบัตรรัฐบาล
พันธบัตรรัฐบาล จะมีการซื้อขายอยู่ 2 แบบ ดังนี้
ตลาดแรก (Primary Market)
การซื้อขายพันธบัตรตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตัว ซึ่งเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ออกพันธบัตรกับนักลงทุน โดยกลุ่มนักลงทุนในตลาดแรกนี้มีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ
นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลทั่วไป นักลงทุนรายย่อยสามารถซื้อพันธบัตรได้ที่ธนาคารพาณิชย์ ด้วยราคาขายเริ่มต้นเพียง 1 บาทต่อหน่วย แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อหน่วย หรือเป็นไปตามเงื่อนไขของพันธบัตรรุ่นนั้น ๆ
นักลงทุนสถาบัน การขายจะเป็นการตั้งราคา ต้องเสนอราคาเพื่อประมูลซื้อ
ตลาดรอง (Secondary Market)
ส่วนมากมักเป็นการซื้อขายทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา เป็นการซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุนกับนักลงทุนจึงสามารถตกลงราคากันเองได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังสามารถซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ผ่านโบรกเกอร์ได้เช่นกัน

พันธบัตรรัฐบาลเปิดขายช่วงไหนบ้าง
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลในตลาดแรกสามารถติดตามข่าวการเสนอขายพันธบัตรได้ที่หน้าเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงติดตามข่าวสารผ่านหน้าเว็บไซต์ธนาคารพาณิชย์อย่างธนาคารกรุงไทย และเมื่อถึงเวลาเปิดขายพันธบัตรก็สามารถซื้อได้ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Krungthai NEXT นอกจากนี้แอปพลิเคชันของภาครัฐอย่างเป๋าตังก็เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อพันธบัตรของรัฐบาลได้เช่นกัน โดยมีกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 100 บาท และสูงสุดที่ 50 ล้านบาท

คุณสมบัติผู้จองซื้อพันธบัตรรัฐบาล
   สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลที่ขายบนวอลเล็ต สบม. ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง จะต้องเป็นบุคคลที่ถือสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 บริบูรณ์จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนการซื้อพันธบัตร ส่วนการซื้อพันธบัตรผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะต้องเป็นบุคคลที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย หากเป็นนิติบุคคลจะต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร เช่น มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาและโรงพยาบาลของรัฐ
   
ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุน พันธบัตรรัฐบาล กับกรุงไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่แน่นอน นอกจากการลงทุนในพันธบัตรแล้ว ธนาคารกรุงไทยยังมีการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของนักลงทุนได้ เช่น กองทุนรวม ตลาดเงินที่สามารถเลือก ซื้อกองทุน ได้หลากหลาย ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงินภาครัฐ (KTSV) กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงิน (KTSS) และกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงินสำหรับ กองทุน สำรองเลี้ยงชีพ (PVDKTSS) เป็นต้น
   
สำหรับท่านใดที่สนใจซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหรือ พันธบัตรออมทรัพย์ สามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ รวมถึงสามารถเข้าไปดูทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากกรุงไทยได้ที่ https://krungthai.com/th/content/personal/investment/mutual-funds


เปิดบัญชีหุ้น https://krungthai.com/th/content/personal/investment/stocks-and-derivatives







19

ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีความผันผวน การเลือกบัญชีออมทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับการรับเงินเดือนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่มีข้อเสนอที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง เพื่อรับเงินเดือนของคุณ

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง คืออะไร?

ฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง คือบัญชีที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งมักจะมีเงื่อนไขบางประการ เช่น ยอดเงินขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชี หรือจำนวนครั้งที่สามารถถอนเงินได้ในแต่ละเดือน บัญชีเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เงินที่มีอยู่ทำงานได้ดีขึ้น

 ข้อดีของการใช้บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

 1. อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า

การเลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงจะทำให้คุณได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งหมายความว่าคุณจะมีเงินเพิ่มขึ้นในระยะยาว

 2. ความสะดวกในการรับเงินเดือน

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงมักมีการเข้าถึงที่สะดวกสบาย เช่น การโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงจากนายจ้าง ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการฝากเงินเอง

 3. การบริหารจัดการเงินที่ดีขึ้น

การมีบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูงจะช่วยกระตุ้นให้คุณมีวินัยในการออมเงิน และสามารถวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้น

 ข้อเสียของการใช้บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

 1. เงื่อนไขที่ซับซ้อน

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงมักมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน เช่น ยอดเงินขั้นต่ำ หรือการจำกัดจำนวนครั้งในการถอนเงิน ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สะดวก

 2. อาจไม่มีบริการเสริม

บางบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอาจไม่มีบริการเสริมที่คุณต้องการ เช่น บริการบัตรเดบิต หรือการทำธุรกรรมออนไลน์ที่สะดวกสบาย

 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกบัญชี

 1. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย

ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเลือกบัญชีที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

 2. ตรวจสอบเงื่อนไขการเปิดบัญชี

อ่านเงื่อนไขการเปิดบัญชีอย่างละเอียด เช่น ยอดเงินขั้นต่ำ และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สะดวกในภายหลัง

 3. ความน่าเชื่อถือของธนาคาร

เลือกธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียง เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของเงินที่คุณฝาก

การเลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงเพื่อรับเงินเดือนนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่คุณควรพิจารณา หากคุณต้องการให้เงินของคุณทำงานได้ดีขึ้นและมีความสะดวกในการรับเงินเดือน บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

หากคุณสนใจเปิดบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง อย่าลืมเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายธนาคารและเลือกบัญชีที่เหมาะสมที่สุดกับความต้องการของคุณ!



20


ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนมีเวลาว่างในตอนกลางคืน แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "เปิดบัญชีออนไลน์ตอนกลางคืนได้ไหม?" ในบทความนี้ เราจะมาหาคำตอบกัน

 1. การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์คืออะไร?

การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์คือกระบวนการที่คุณสามารถสร้างบัญชีธนาคารใหม่ได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร โดยไม่จำเป็นต้องไปที่สาขา ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงิน

 2. เวลาที่สามารถเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ได้

 2.1 ธนาคารที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

หลายธนาคารในประเทศไทยได้พัฒนาระบบให้สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถทำรายการได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน อย่างไรก็ตาม คุณควรตรวจสอบว่า ธนาคารที่คุณเลือกนั้นมีบริการเปิดบัญชีออนไลน์ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่

 2.2 ข้อจำกัดในการเปิดบัญชี

แม้ว่าธนาคารบางแห่งจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่การเปิดบัญชีอาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การยืนยันตัวตนที่ต้องใช้เอกสารหรือข้อมูลที่ต้องกรอกให้ครบถ้วน ซึ่งอาจทำให้คุณไม่สามารถเปิดบัญชีได้ในบางกรณี

 3. ขั้นตอนการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์

 3.1 การเลือกธนาคาร

ก่อนที่คุณจะเริ่มเปิดบัญชี ควรเลือกธนาคารที่ตรงกับความต้องการของคุณ เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม อัตราดอกเบี้ย และบริการเสริมอื่นๆ

 3.2 การกรอกข้อมูล

เมื่อเลือกธนาคารแล้ว คุณจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน และข้อมูลการติดต่ออื่นๆ โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่กรอกถูกต้องและครบถ้วน

 3.3 การยืนยันตัวตน

หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จ คุณจะต้องทำการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจรวมถึงการอัปโหลดเอกสาร เช่น บัตรประชาชน หรือการถ่ายรูปตัวเองตามที่ระบบกำหนด

 4. ข้อดีของการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์

- สะดวกสบาย: สามารถเปิดบัญชีได้ทุกที่ทุกเวลา
- ประหยัดเวลา: ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา
- บริการที่รวดเร็ว: ระบบออนไลน์ช่วยให้การเปิดบัญชีเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว

วิธีเปิดบัญชีออนไลน์ตอนกลางคืนเป็นไปได้ในหลายธนาคารที่มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดและข้อกำหนดของแต่ละธนาคารให้ชัดเจน เพื่อให้การเปิดบัญชีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหา

หากคุณต้องการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ในตอนกลางคืน อย่าลืมเลือกธนาคารที่มีบริการที่ตอบโจทย์และตรวจสอบขั้นตอนการเปิดบัญชีให้ครบถ้วน เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินของคุณเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารที่คุณสนใจ และเริ่มต้นการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างมั่นใจในวันนี้!



21


   ปัญหาใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้ามักจะพบเจอกันนั่นก็คือ หมุนเงินไม่ทัน ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลต่อการทำมาค้าขายที่จำเป็นต้องพึ่งกระแสเงินสดเป็นอย่างมาก หากหนักหนาสาหัสก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มได้

         ซึ่งปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินนั้นก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น ใช้เงินสดซื้อของมาขาย แต่ลูกค้าขอติดเครดิตในการซื้อของทำให้เกิดการหมุนเงินไม่ได้ หรือการที่มีเหตุต้องใช้เงินนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายประจำแบบไม่ตั้งตัว อย่างค่ารักษาพยาบาลทั้งของเราเองและคนในครอบครัว ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมแซมบ้าน หรือค่าเทอมลูกหลาน บางครั้งยังมีคนมายืมเงินจนเงินขาดมือ เป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างมาก

        แล้วถ้าหาก เป็นแม่ค้าหมุนเงินไม่ทัน จะทำอย่างไรดีให้มีเงินมาประคองธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การกู้นอกระบบก็มีดอกเบี้ยสูงแสนสาหัส แล้วจะหาเงินกู้แบบบไหนดีที่มาช่วยเหล่าพ่อค้าแม่ค้าได้

สินเชื่อประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้า
   การขอสินเชื่อดูจะเป็นทางออกที่จะช่วยประคับประคองให้พ่อค้าแม่ค้าทำมาหากินต่อไปได้ แต่จะมีสินเชื่อแบบใดบ้างที่อาชีพค้าขายสามารถกู้ได้

สินเชื่อบุคคล สินเชื่อต่อยอดธุรกิจ
         เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ให้กู้เพื่อนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือนำไปลงทุนก็ตามความต้องการของผู้กู้เอง สินเชื่อแบบนี้มีข้อดีคือ จะได้รับเงินเป็นก้อนเดียว มีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก การผ่อนชำระทำได้เป็นระยะเวลานานทำให้จ่ายต่องวดด้วยจำนวนเงินที่ไม่สูงจนเกินไป เรียกได้ว่าผ่อนได้ยาว ๆ เลย
   สินเชื่อส่วนบุคคลนี้สามารถกู้ได้ทั้งพนักงานประจำและผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยมีเงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด สินเชื่อบางตัวก็ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถยื่นกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องได้

บัตรเงินสด
   เป็นสินเชื่อวงเงินพร้อมใช้ที่หลายธนาคารนำมาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้กู้ที่ต้องการมีเงินสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยบัตรเงินสดนั้นจะมีวงเงินล่วงหน้าเอาไว้ให้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถกดเงินออกมาใช้ได้ทันที โดยจะคำนวณดอกเบี้ยจากวงเงินที่กดออกมาใช้ ส่วนวงเงินที่เหลือที่ยังไม่ได้ใช้จะไม่ถูกนำมาคิดดอกเบี้ย ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ต้องนำเงินกู้ทั้งหมดมาคิดดอกเบี้ย สามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ จ่ายแล้วเงินต้นก็กลับเข้าไปอยู่ในบัตรซึ่งนำมาใช้ต่อได้ แต่บัตรเงินสดนั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

ไฟแนนท์รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
   เป็น วิธีหมุนเงินขายของ ที่ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว เพราะเพียงแค่นำทรัพย์สินประเภทรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ไปเป็นหลักค้ำประกันขอกู้เงินจากไฟแนนท์ วิธีนี้จะทำให้ได้รับเงินอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วนและมีรถเป็นของตนเอง

สินเชื่อ SME
         คือสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ สินเชื่อรายย่อยสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทางธุรกิจรายย่อยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน โดยธนาคารกรุงไทยนั้นมีบริการสินเชื่อ SME หลากหลายประเภทที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการ มีทั้งแบบที่ไม่ต้องใช้หลักประกันและแบบใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน ซึ่งจะได้รับวงเงินที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการเงินไปลงทุนและหมุนเงินในการประกอบอาชีพ

             สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ สินเชื่อแม่ค้าจากกรุงไทยนั้นออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา หมุนเงินไม่ทัน ในการค้าขาย ซึ่งเงื่อนไขก็ไม่ยาก ขอเพียงแค่ทำธุรกิจอย่างจริงจัง มีการเดินบัญชีต่อเนื่อง มีความสามารถในการผ่อนชำระ ธนาคารก็พร้อมจะช่วยเหลือ ซึ่งดีกว่าไปกู้เงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยแสนแพง อันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มไปมากกว่าเดิม


22
การประหยัดภาษีเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่หลายครั้งก็อาจมองข้ามเทคนิคที่สามารถช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคการประหยัดภาษีที่คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากกฎหมายภาษีได้อย่างเต็มที่

## 1. ใช้สิทธิประโยชน์จากการลงทุนในกองทุนรวม

การลงทุนในกองทุนรวมที่มีการส่งเสริมการลงทุน (RMF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (LTF) เป็นวิธีที่ดีในการประหยัดภาษี โดยคุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่ลงทุน ซึ่งจะช่วยลดฐานภาษีของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

### 1.1 กองทุน RMF

การลงทุนในกองทุน RMF สามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้ประจำปี หรือสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการวางแผนการเงินในระยะยาว

### 1.2 กองทุน LTF

สำหรับกองทุน LTF คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ประจำปี หรือไม่เกิน 500,000 บาท โดยการลงทุนในกองทุนเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีเงินออมในอนาคต

## 2. ใช้สิทธิประโยชน์จากการซื้อประกันชีวิต

การซื้อประกันชีวิตไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีความคุ้มครองในกรณีฉุกเฉิน แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประหยัดภาษีได้อีกด้วย คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยประกันที่จ่าย ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

## 3. หักลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการศึกษา

หากคุณมีบุตรหลานที่กำลังศึกษาอยู่ คุณสามารถหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการศึกษาได้ โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถหักลดหย่อนได้รวมถึงค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้มากขึ้น

## 4. ใช้สิทธิประโยชน์จากการe donation วัดการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลหรือมูลนิธิต่าง ๆ  ระบบ e-donation
ไม่เพียงแต่ช่วยสังคม แต่ยังสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยคุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 10% ของรายได้ประจำปี ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการช่วยเหลือผู้อื่นและประหยัดภาษีไปพร้อมกัน
## 5. วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

การวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถประหยัดภาษีได้มากขึ้น คุณควรทำการวิเคราะห์รายได้และค่าใช้จ่ายของคุณอย่างละเอียด เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการลดภาระภาษี

เทคนิคการประหยัดภาษีที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คุณสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำในการวางแผนภาษี คุณอาจพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่พลาดโอกาสในการประหยัดภาษีที่มีอยู่

อย่าลืมติดตามข่าวสารและอัปเดตเกี่ยวกับกฎหมายภาษีเพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่!



23


   Mobile Banking เป็นการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ใช้ตรวจสอบยอดเงิน โอนเงิน เติมเงิน จ่ายบิล กดเงินไม่ใช้บัตร หรืออาจจะมีบริการอื่นขึ้นอยู่กับธนาคารที่ให้บริการ เช่น Krungthai NEXT ของธนาคารกรุงไทยที่สามารถใช้เติมเงินบัตรเงินสด , เติมน้ำมันของ ปตท. เป็นต้น

   เราลองมาดูวิธีการใช้บริการโอนเงิน จ่ายบิล และ กดเงินไม่ใช้บัตร ของ Mobile Banking กัน

วิธีการ โอนเงินออนไลน์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโอนเงินผ่านแอป มีดังนี้

เลือกเมนู ‘โอนเงิน’ เลือกบัญชีที่ต้องการโอนออก เลือกธนาคาร หรือพร้อมเพย์ของผู้รับโอน หรือเลือกผู้รับโอนเงินจากรายการโปรด (กรณีตั้งรายการโปรด รายการโปรดคือปลายทางที่เราทำธุรกรรมด้วยบ่อยครั้ง)
ใส่เลขที่บัญชี หรือหมายเลขพร้อมเพย์ของผู้รับโอน และใส่ยอดเงินที่ต้องการโอน กรณีที่เลือกจากรายการโปรด ข้อมูลการโอนครั้งล่าสุดจะแสดงขึ้นมา คุณสามารถเปลี่ยนยอดเงินได้ตามที่ต้องการ จากนั้นกด ‘ตรวจสอบข้อมูล’
ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อผู้รับโอน (ชื่อตามบัญชี) เลขที่บัญชี หรือหมายเลขพร้อมเพย์ จำนวนเงิน และค่าธรรมเนียม และกด ‘ยืนยัน’

ข้อดีของการโอนเงินผ่านแอปธนาคาร เมื่อเปรียบเทียบ วิธีโอนเงิน วิธีอื่น ได้แก่

ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเข้าแถวรอรับบริการ ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่มีค่าธรรมเนียม รวมถึง ค่าธรรมเนียมโอนต่างธนาคาร ด้วย โดยทั่วไปการโอนเงินต่างธนาคารในช่องทางอื่นของธนาคารต่าง ๆ จะมี ค่าธรรมเนียมโอนต่างธนาคาร ดังนี้
สาขาธนาคารหรือเครื่องรับฝากเงิน เริ่มต้นที่ 50 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน
เครื่อง ATM   เริ่มต้นที่ 25 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน
Internet Banking ไม่มีค่าธรรมเนียม และมีค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร
กรณีที่ธนาคารมีบริการตั้งเวลาทำรายการ คุณสามารถตั้งเวลาการโอนเงินได้ล่วงหน้าแบบครั้งเดียว หรือต่อเนื่องได้ ไม่ต้องมาทำรายการใหม่ทุกครั้ง
กรณีที่ธนาคารมีบริการเลือกบันทึกผู้รับโอนเป็นรายการโปรด ทำให้การโอนเงินครั้งต่อไป ไม่ต้องใส่เลขที่บัญชี หรือหมายเลขพร้อมเพย์
บันทึกการทำรายการเป็น E-Slip

การจ่ายบิลผ่านแอปพลิเคชัน

เช่นเดียวกับการ โอนเงินผ่านแอป การ จ่ายบิลผ่านแอป จ่ายค่าไฟ ชำระค่าไฟสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียม และในกรณีที่ธนาคารมีบริการตั้งเวลาทำรายการไว้ล่วงหน้า คุณสามารถกำหนดวันชำระเงินได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ได้รับบิล ไม่จำเป็นต้องรอวันที่กำหนดแล้วค่อยทำรายการ ช่วยให้คุณไม่ลืมชำระเงิน หรือไม่จำเป็นต้องชำระเงินก่อนถึงกำหนด

ขั้นตอนการ จ่ายบิลผ่านแอป มีง่าย ๆ ดังนี้

เลือกเมนู ‘จ่ายบิล’ เลือกผู้ให้บริการ หรือเลือก SCAN บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดบนใบแจ้งหนี้
ใส่หมายเลขบริการ และจำนวนเงิน กรณีที่คุณ SCAN จะมีรายละเอียดของผู้ให้บริการและหมายเลขบริการใส่มาให้เลย กด ‘ตรวจสอบข้อมูล’ และกด ‘ยืนยัน’

กดเงินไม่ใช้บัตร

บริการที่ทำให้เราสามารถสร้างรหัสกดเงินผ่านแอปธนาคาร และนำรหัสกดเงินนั้นไปกดเงินที่เครื่อง ATM ของธนาคาร โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตร

ขั้นตอนการกดเงินไม่ใช้บัตร มีดังนี้

เลือกเมนู ‘กดเงินไม่ใช้บัตร’ ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน แล้วกด ‘ยืนยัน’
นำรหัสที่คุณได้ ไปกดเงินที่เครื่อง ATM
เลือกเมนู ‘กดเงินไม่ใช้บัตร’ ใส่หมายเลขโทรศัพท์ และรหัสกดเงิน แล้วกด ‘ยืนยัน’ แค่นี้คุณก็จะได้เงินสดออกมาจากเครื่อง ATM แล้ว

เราสามารถโอนเงินต่างธนาคารผ่านสาขาธนาคาร , ผ่านเครื่อง ATM และผ่านแอปธนาคารได้ เราสามารถกดเงินจากเครื่อง ATM ต่างธนาคารได้ แต่ในกรณีกดเงินไม่ใช้บัตรต่างธนาคาร ปัจจุบันยังทำไม่ได้ เพราะระบบยังไม่เชื่อมโยงกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร Mobile Banking ก็ทำให้คุณทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และโดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียม




24

   ประกันสะสมทรัพย์ ทางเลือกใหม่ของคนที่อยากออมเงิน หลายคนมองว่าการซื้อประกันสะสมทรัพย์มีประโยชน์แค่สะสมทรัพย์หรือแค่การออมเงินเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประกันเงินออม มีประโยชน์หลายด้านมาก วันนี้ขอมารวบรวมประโยชน์ของประกันสะสมทรัพย์ที่หลายคนยังไม่รู้ เผื่อใครที่ลังเลว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างถ้าซื้อ ประกันออมทรัพย์ จะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจง่ายมากขึ้น

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์มีเงินออม รับเงินก้อนเมื่อจบสัญญา
   แน่นอนว่าการทำ ประกันสะสมทรัพย์ นอกจากมีความคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิตแล้ว ยังรับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา และบางแบบยังมีเงินคืนให้ระหว่างสัญญาอีกด้วย ซึ่งเงินทั้ง 2 ก้อนนี้เหมือนเป็นเงินที่เราได้ออมเข้าไปในกรมธรรม์ทุก ๆ ปี จึงเหมาะกับการวางแผนการออมเงินระยะสั้นที่มีจุดประสงค์ของการออม เพื่อทำธุรกิจ เพื่อเรียนต่อ เป็นทุนการศึกษาให้บุตร หรือเพื่อการ วางแผนเกษียณ ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตเท่านั้นจึงจะได้รับเงินก้อน

ประกันเงินออมยื่นลดหย่อนภาษีได้
          นอกจากจะใช้เป็นวิธีการออมเงินระยะสั้นแล้ว เบี้ยประกันที่จ่ายไปทุกปีทุกแบบของ ประกันสะสมทรัพย์ ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยเงื่อนไขการลดหย่อนเป็นไปตามข้อกำหนดของสรรพกร คือ ยื่นลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และเงินที่ได้รับคืนระหว่างสัญญาต้องไม่เกิน 20% ซึ่งถ้าใครใช้สิทธิการลดหย่อนยังไม่ครบ สามารถนำเบี้ย ประกันเงินออม ไปยื่นเพิ่มได้ นอกจากได้ความคุ้มครองแล้วยังได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีอีกด้วย

มีความคุ้มครองระยะยาว
   ประกันออมทรัพย์ แม้ว่าจะจ่ายเบี้ยในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ผลประโยชน์ในเรื่องของความคุ้มครองนั้น คุ้มครองยาวนับ 10 ปี บางแบบให้ความคุ้มครอง 15 - 20 ปี หากจะมองให้เป็นเรื่องของการออมเงินแล้ว ระยะเวลาสัญญาที่ยาวมีผลดีต่อการ วางแผนเกษียณ เพราะเมื่อเราไม่ได้ทำงาน แต่ได้รับเงินก้อนจาก ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ มาชดเชยรายได้ส่วนที่หายไป ทำให้เรายังมีเงินก้อนใช้ในยามเกษียณได้อย่างสบายใจอีกด้วย

เป็นแหล่งเงินยามฉุกเฉิน
   ประกันชีวิตออมทรัพย์ ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะเรื่องของการออมเงินเพื่อรับเป็นเงินออมก้อนใหญ่เมื่อจบสัญญาแต่เพียงอย่างเดียว ประกันสะสมทรัพย์ยังเป็นแหล่งเงินฉุกเฉินในยามที่ชีวิตเราตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราสามารถนำเล่มกรมธรรม์ที่ถืออยู่ไปเปลี่ยนเป็นเงินกู้หรือเวนคืนกรมธรรม์ เพื่อนำเงินมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ ไม่ต้องไปยื่นกู้กับทางแบงค์หรือหาแหล่งเงินกู้อื่น

          ประกันชีวิตสะสมทรัพย์มีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิด แค่เราต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเงื่อนไขและผลประโยชน์ที่อยู่ในกรมธรรม์ ทุกอย่างมีแจ้งในสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เราทำประกัน ถ้าวันนี้ใครที่ยังไม่เริ่มออมเงิน การซื้อประกันออมทรัพย์ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


25

   ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอในชีวิตของคนเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทาง วางแผนการใช้จ่ายต่อเดือน วางแผนการออมเงิน รวมไปถึงการวางแผนในการลงทุนเพื่ออนาคตด้วย โดยช่องทางการลงทุนทางหนึ่งที่คนยุคใหม่เลือกคือการ ลงทุนทอง เพราะทองเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูง ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับการซื้อขายทอง มาให้ในบทความนี้

เพราะอะไรคนถึงหันมา ซื้อขายทอง?
   การลงทุนมีหลายประเภท เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ลงทุนในหุ้นกู้ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงการ ลงทุนทองออนไลน์ ที่ในปัจจุบันมีคนนิยมกันมากเนื่องจากทองคำเป็นเงินทุนสำรองที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีสภาพคล่องสูง มีมูลค่าไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ไหน การ เทรดทองออนไลน์ ทำได้ง่าย มีความผันผวนสูงจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้ง่าย ตลอดจนการ ซื้อขายทองออนไลน์ มีค่าธรรมเนียมการซื้อ-ขายถูก ทำให้เลือกได้ว่าจะเทรดแบบสั้นหรือยาว ด้วยข้อได้เปรียบทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาว่าเพราะอะไรคนถึงให้ความสนใจต่อการ ซื้อขายทองออนไลน์ กันมากในปัจจุบัน

เคล็ดลับของการ ลงทุนทอง มีอะไรบ้าง?
กำหนดระยะเวลาในการลงทุนให้ชัดเจน แม้ การ ลงทุนทองออนไลน์ ทำได้ง่ายด้วยการ ซื้อขายทองผ่านแอพ เช่น แพลตฟอร์เทรดทอง Gold Wallet ของ KTC ที่สามารถ เทรดทองคำออนไลน์ได้ด้วยตัวเองและสามารถรับทองได้ที่ร้านทองแม่ทองสุกทุกสาขาก็จริง แต่ต้องอย่าลืมว่าการลงทุนก็คือความเสี่ยงโดยเฉพาะที่ราคาทองคำมีความผันผวนสูง ดังนั้นคนที่จะลงทุนจะต้องศึกษาแนวโน้มตลาดทองคำให้เป็น เพื่อสามารถกำหนดระยะเวลาการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนได้ เช่น การตั้งเป้าหมายลงทุนระยะยาว - เมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงก็อาจตัดสินใจขายเพื่อทำกำไร ขณะเดียวกันก็ต้องรอจังหวะที่ราคาทองคำลดลง ก็ต้องลงทุน เทรดทองออนไลน์ เพิ่มเพื่อให้ได้กำไรตามที่ตั้งใจไว้ เป็นต้น
เลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม เพราะการลงทุนในทองคำก็มีหลายรูปแบบ ทั้งทองคำแท่ง กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวม Gold ETFs และสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าหรือ Gold Futures ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนระยะสั้น ควรเลือกลงทุนใน Gold ETFs หรือ Gold Futures ซึ่งสามารถทราบราคาทองคำที่ซื้อขายในตลาดหุ้นได้ทันที ทำให้สามารถทำกำไรได้ทั้งช่วงที่ราคาทองคำขึ้นและลงได้ทันที ซึ่งอาจเลือกใช้ช่องทาง ซื้อขายทองผ่านแอพ ที่สามารถทำธุรกรรมด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา แต่ก็ต้องแลกมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงขึ้นเพราะถือเป็นสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าที่มีโอกาสคาดการณ์ราคาทองที่ผิดพลาดได้
กำหนดการลงทุนให้สอดคล้องกับระยะเวลาการลงทุน โดยการลงทุนระยะสั้นเน้นการเก็งกำไรที่ต้องมีการกำหนดจุดซื้อขายทองคำที่ชัดเจน และต้องทำตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ส่วนการลงทุนระยะยาวสามารถลงทุนแบบถัวเฉลี่ยได้ คือ ให้มีการซื้อทองคำสม่ำเสมอในราคาที่เท่ากันทุกเดือน ดังนั้น การลงทุนในทองคำจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่นักลงทุนแต่ละคนตั้งไว้

สรุปก็คือการลงทุนซื้อขายทองคำ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องเลือกรูปแบบการลงทุนและกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการลงทุน รวมไปถึงควรมีการศึกษาแนวโน้มของราคาตลาดทองคำที่ดีด้วย เพื่อให้การลงทุนในทองคำเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด




26

ในยุคที่การทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้เพียงปลายนิ้ว การ เปิดบัญชีออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อคิวที่ธนาคารอีกต่อไป ซึ่งง่ายแสนง่ายไม่กี่ขั้นตอน เพียงแค่เรามีสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

ขั้นตอนการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB

ขั้นตอนในการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB นั้น สิ่งที่เราต้องเตรียมก็คือข้อมูลบัตรประชาชนเพียงใบเดียวเท่านั้น ซึ่งวิธีเปิดบัญชีออนไลน์ครั้งแรก มีดังนี้
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สามารถโหลดได้ทั้งโทรศัพท์ระบบ Android และ IOS เมื่อโหลดแล้วก็เข้าไปในแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานในขั้นตอนต่อไป
เลือกเมนู “เปิดบัญชีออนไลน์” ที่หน้าจอแอปพลิเคชัน ซึ่งระบบจะให้อ่านรายละเอียดการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์จากนั้นกดปุ่ม “เปิดบัญชี” และทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ โดยในส่วนนี้จะต้องใส่อีเมลที่สามารถติดต่อได้และสามารถเลือกสาขาที่จะเปิดบัญชีได้เองตามความต้องการ
เตรียมบัตรประชาชนเพื่อกรอกเลขรหัสหลังบัตรลงไป ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะเกิดการรั่วไหลเพราะแอปพลิเคชันมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความปลอดภัยสูงเชื่อถือได้
ขั้นตอนต่อมาคือขั้นตอนของการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลด้วยการสแกนใบหน้า ระบบจะถ่ายภาพใบหน้าของผู้ใช้ในกรอบที่กำหนด และทำการตรวจสอบใบหน้าจนสำเร็จว่าคือเจ้าของบัตรตัวจริง
ขั้นตอนสุดท้ายคือการกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ วัตถุประสงค์ของการเปิดบัญชี เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วกดยืนยันเพื่อทำการ ยืนยันตัวตนเปิดบัญชีออนไลน์ เพียงเท่านี้เราก็จะมีบัญชีธนาคารโดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวที่ธนาคารให้เสียเวลา

ข้อดีของการเปิดบัญชี เงินฝากออนไลน์
สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพราะไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารก็สามารถเปิดบัญชีได้ทันทีที่ต้องการ
ปลอดภัยด้วยระบบการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) โดยระบบจะทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญหากเคยยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลสำเร็จไปแล้วหนึ่งครั้งจะสามารถใช้ข้อมูล NDID ในการเปิดบัญชีครั้งต่อไปเพิ่มเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่ และยังใช้ข้อมูลส่วนนี้ในการสมัครหรือใช้บริการต่าง ๆ จากองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องมีการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลได้ด้วย
เปิดบัญชีออนไลน์ ได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการใช้บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล ไม่ต้องเสียค่าบริการ ไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำเพื่อเปิดบัญชี และไม่ต้องทำบัตร ATM

ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถจัดการเกี่ยวกับ เงินฝากออนไลน์ ได้จากทุกสถานที่ ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารให้เสียเวลาหรือยุ่งยากอีกต่อไป ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ของคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก


27
   หากพูดถึงการค้ำประกันมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะในการซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ การเข้าทำงาน การเข้าเรียน หรือแม้แต่การขอสินเชื่อต่าง ๆ กับธนาคาร บางกรณีก็ต้องมีการใช้บุคคลหรือทรัพย์สินค้ำประกันเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบุคคลที่ทำสัญญามากขึ้น ยกเว้น สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า ที่ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่อย่างไรก็ตามหากพูดถึงหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญา หรือ Letter of Guarantee เรียกย่อ ๆ ว่า LG เชื่อว่าถ้าไม่ได้อยู่ในแวววงธุรกิจก็คงสงสัยว่าหนังสือฉบับนี้คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นเพื่อช่วยให้ทุกคนหายสงสัยวันนี้เราจึงมี 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ หนังสือค้ำประกัน มาฝาก รับรองเข้าใจมากขึ้นแน่นอน

ความหมายของหนังสือค้ำประกันธนาคาร
เรื่องแรกที่ควรรู้คือหนังสือค้ำประกันคืออะไร สำหรับคำตอบคือหนังสือที่ทางสถาบันการเงินออกให้กับธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับคู่ค้า ซึ่งหากลูกค้าของสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามทางสถาบันการเงินจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบความเสียหายให้กับคู่ค้าแทนลูกค้าของตัวเอง หากพูดให้เข้าใจง่ายคือสถาบันการเงินทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันให้กับลูกค้าของตัวเอง

รูปแบบของหนังสือค้ำประกัน 
ปกติแล้วหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานั้นจะมีหลากรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ผู้ขอจะนำไปใช้ประโยชน์ เช่น หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาเพื่อนำไปใช้ประมูลราคา หนังสือสัญญาค้ำประกันการดำเนินการตามสัญญาจ้าง หนังสือสัญญาค้ำประกันสัญญาการซื้อขายสินค้า

คุณสมบัติของผู้ขอหนังสือค้ำประกัน
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานั้นส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันการเงินกำหนด ซึ่งทั่วไปแล้วสามารถขอได้ทั้งบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า  สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก สินเชื่อ SME แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ od สินเชื่อเพื่อธุรกิจเฉพาะ สินเชื่อsmeดอกเบี้ยต่ำ พิเศษ หรือไม่ได้เป็นลูกค้าสินเชื่อก็สามารถขอได้เช่นกัน

เอกสารที่ใช้ในการขอหนังสือค้ำประกัน
สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ในการขอหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานอกจากเอกสารส่วนตัวและเอกสารทางการเงินของบริษัทเหมือนสินเชื่อทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับคู่สัญญาด้วย เช่น หนังสือสัญญาซื้อขาย หนังสือสัญญามัดจำ หนังสือค้ำประกันสัญญา หนังสือค้ำประกันเงินกู้ หนังสือค้ำประกันยื่นซองประกวดราคา ใบแจ้งหนี้  หรือใบสั่งซื้อสินค้า

ประโยชน์ของหนังสือค้ำประกัน
หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานว่าคู่ค้าที่ทำธุรกิจร่วมกับลูกค้าของสถาบันการเงินจะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้คู่สัญญามีความมั่นใจในการดำเนินกิจการร่วมกันมากขึ้น นอกจากนั้นหากเป็นการประมูลงานกับหน่วยงานราชการยังสามารถใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแทนเงินฝาก พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกันได้ด้วย
   
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ หนังสือค้ำประกัน ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นหนังสือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและมีความสำคัญกับการทำธุรกิจ ดังนั้นแนะนำว่าควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม เพราะถ้าต้องใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาสามารถยื่นขอกับสถาบันการเงินได้ทันทีไม่ต้องรอให้เสียเวลา




28

          แน่นอนว่าทุกคนอยากมี “สุขภาพดี” ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะสุขภาพที่ดีจะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกด้าน ไม่ต้องเสียเวลาไปหาหมอและเหนื่อยกินยาเป็นกำมือทุกวัน อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากการใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบในทุกวัน ทำให้ไม่มีเวลาแม้กระทั่งเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะสุขภาพแย่ลงหรือถึงขั้นเป็นโรคประจำตัว อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเส้นเลือดในสมองตีบ โรคเรื้อรังยอดฮิตที่ผู้ป่วยต้องไปหาแพทย์เป็นประจำเพื่อประเมินอาการและรับยาประจำ ซึ่งสิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ค่ารักษาพยาบาล โดยแม้คนไทยส่วนใหญ่จะมีสิทธิ์ประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือสิทธิ์ประกันสุขภาพตามอาชีพอยู่แล้ว แต่ก็มีเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้เข้าถึงการรักษาล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดเรื่องโรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาล และที่สำคัญต้องไปรอคิวเสียเวลาทั้งวัน ด้วยเหตุนี้ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย จึงเป็นตัวช่วยคลายกังวลด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายคืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม

   ประกันสุขภาพเหมาจ่าย คือ ประกันสุขภาพ แบบจ่ายรายปี ซึ่งให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมทั้งกรณีเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ  นอกจากนั้นมีสิทธิพิเศษเพิ่มอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ ซึ่งวงเงินค่าเบี้ยประกัน ค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยต่าง ๆ จะแตกต่างกันตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ สำหรับความคุ้มครองของประกันประเภทนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย ดังนี้

ความคุ้มครองในฐานะผู้ป่วยใน
การเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยในหรือ In-Patient Department หมายถึงผู้เข้าพักการรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์อย่างน้อย 6 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ผู้ป่วยในจึงเป็นผู้ป่วยหนักที่ต้องนอนดูอาการและรับการรักษาต่อเนื่อง ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงตามไปด้วย แต่หากทำประกันแบบเหมาจ่าย นอกจากค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่าหัตถการ ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาแล้ว ประกันยังรับผิดชอบในส่วนของค่าห้องพักคนไข้และค่าอาหารด้วย เพราะฉะนั้นต่อให้นอนนานแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล

ความคุ้มครองในฐานะผู้ป่วยนอก
การเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยนอก หรือ Out-Patient Department จะเป็นเพียงการเข้ารับการรักษาในระยะสั้น ไม่ต้องนอนพักติดตามอาการในระยะยาว ส่วนใหญ่เป็นเพียงการวินิจฉัยอาการป่วย พบแพทย์เพื่อรักษาพยาบาล หรือรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อย อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นการรักษาที่จบการรักษาภายในวันเดียว แต่หากต้องเข้ารับการรักษาด้วยเทคนิคที่มีค่าใช้จ่ายสูงหรือถูกวินิจฉัยด้วยโรคเรื้อรัง สุดท้ายก็ต้องมารักษาตัวอีกหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา การทำประกันแบบเหมาจ่ายที่ให้ความคุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอก จึงช่วยลดความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น เพราะไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายทุกครั้ง อีกทั้งหลาย ๆ กรมธรรม์ยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของการกายภาพบำบัดและการรักษาโดยแพทย์ทางเลือกด้วย

ความคุ้มครองการฟื้นฟูสุขภาพหลังการเจ็บป่วย
ย่อมดีกว่าถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย เพราะอาการเจ็บป่วยอย่างอาการอัมพฤกษ์อัมพาต อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหนัก หรือโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาอาการแบบประคับประคอง ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำประกันแบบเหมาจ่ายจะรับให้ความคุ้มครองทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือในการลดอาการเจ็บป่วย ยาลดอาการข้างเคียง และค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับการจ้างบุคลากรปรับพฤติกรรม

ตัวอย่างแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra ให้ความคุ้มครองสูงถึง 100 ล้าน
   สำหรับคนที่กำลังมองหาประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งสุขภาพ อุบัติเหตุและวงเงินสูง ช่วยลดความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ยังเป็นกังวลว่าประกันแบบเหมาจ่ายจะดีจริงหรือ เรามีตัวอย่างประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จากกรุงไทย ประกันสุขภาพ ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ดังต่อไปนี้
มาพร้อมประกันให้เลือกมากถึง 6 แผน

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่แตกต่างกันของผู้ทำประกัน ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย iHealthy Ultra จึงมีให้เลือกถึง 6 แผน ได้แก่
แผนสมาร์ทความคุ้มครอง 3 ล้านบาท
แผนบรอนซ์ความคุ้มครอง 10 ล้านบาท
แผนซิลเวอร์ความคุ้มครอง 15 ล้านบาท
แผนโกลด์ความคุ้มครอง 25 ล้านบาท 
แผนไดมอนด์ความคุ้มครอง 70 ล้านบาท
แผนแพลทินัมให้ความคุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาท
ซึ่งทำให้ผู้สนใจทำประกันมีตัวเลือกที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลหลากหลาย
เหตุผลที่หลายคนตัดสินใจทำประกัน เพราะต้องการลดค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จัดเต็มในเรื่องเช่นกัน เพราะให้ความคุ้มครองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่าตัด ค่าล้างไต ค่าเคมีบำบัด การรักษาด้านสุขภาพจิต การรักษาด้วยแพทย์ทางเลือก ค่าตรวจสุขภาพ ค่าวัคซีน ค่าคลอด ค่าห้องพัก และค่าอาหาร ดังนั้นไม่ว่าจะเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอกก็หมดกังวลไปได้เลย

สิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแล้ว ประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเงื่อนไขของสรรพากร และหากไม่มีการเคลมประกันต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปี ผู้ทำประกันจะได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน 10% ในการต่ออายุประกันครั้งถัดไป สำหรับประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 6 -80 ปี ต่ออายุได้ถึงอายุ 89 ปี

   จะเห็นว่า ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เป็นประกันที่น่าสนใจและเหมาะกับทุกคนด้วยความคุ้มครองที่เหนือกว่า แต่นอกจากประกันประเภทนี้แล้วทางกรุงไทยยังมีประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลอื่นที่น่าสนใจอีกเช่นกัน อย่างประกันชีวิต ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล Health DIY แต่ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจแนะนำว่าผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง โดยผลประโยชน์ความคุ้มครองและข้อยกเว้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในกรมธรรม์ โดยสามารถเข้าไปดูประกันสุขภาพ ประกันชีวิตออมทรัพย์ ประกันออมทรัพย์ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจาก กรุงไทย ได้ที่ https://krungthai.com/th/personal/insurance/health



29


การกู้เงินเป็นทางเลือกที่หลายคนใช้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ทางการเงินที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด เช่น ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือการลงทุนในโอกาสใหม่ ๆ หนึ่งในทางเลือกที่หลายคนมักพิจารณาคือการกู้เงินสินเชื่ออเนกประสงค์และการกู้เงินผ่านบัตรเครดิต ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทั้งสองตัวเลือกนี้ ว่าแบบไหนดีกว่ากัน และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

กู้เงินอเนกประสงค์คืออะไร?

การกู้เงินอเนกประสงค์คือการกู้เงินที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น การซ่อมแซมบ้าน การศึกษา หรือการลงทุนในธุรกิจ โดยทั่วไปแล้วเงินกู้ประเภทนี้มักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรเครดิต และระยะเวลาการชำระคืนที่ยาวนานกว่า

ข้อดีของเงินกู้อเนกประสงค์

1. อัตราดอกเบี้ยต่ำ: เงินกู้ประเภทนี้มักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรเครดิต ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการชำระดอกเบี้ย
2. ระยะเวลาชำระคืนยาวนาน: คุณสามารถเลือกระยะเวลาชำระคืนที่ยืดหยุ่น ทำให้การจัดการเงินสดของคุณง่ายขึ้น
3. ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต: เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้บัตรเครดิตหรือมีเครดิตไม่เพียงพอ

กู้บัตรเครดิตคืออะไร?

การกู้เงินผ่านบัตรเครดิตคือการใช้วงเงินที่มีอยู่ในบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ โดยคุณจะต้องชำระคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยที่สูง

 ข้อดีของการกู้บัตรเครดิต

1. ความสะดวกสบาย: คุณสามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินได้ทันที โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากธนาคาร
2. โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์: บัตรเครดิตมักมีโปรโมชั่น เช่น คะแนนสะสม หรือเงินคืน ซึ่งช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่าย
3. การสร้างประวัติการเงินที่ดี: การใช้บัตรเครดิตอย่างมีระเบียบสามารถช่วยสร้างประวัติการเงินที่ดี ทำให้คุณสามารถขอสินเชื่อในอนาคตได้ง่ายขึ้น

แบบไหนดีกว่ากัน?

การเลือกกู้เงินอเนกประสงค์หรือกู้บัตรเครดิตนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของแต่ละบุคคล หากคุณต้องการเงินจำนวนมากและมีระยะเวลาชำระคืนที่ยาวนาน การกู้เงินอเนกประสงค์อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายและมีการใช้จ่ายที่ไม่มาก การใช้บัตรเครดิตอาจจะเหมาะสมกว่า

ข้อควรพิจารณา

- อัตราดอกเบี้ย: เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของทั้งสองตัวเลือก
- ระยะเวลาชำระคืน: พิจารณาความสามารถในการชำระคืนในระยะเวลาที่กำหนด
- ความจำเป็นในการใช้เงิน: วิเคราะห์ว่าคุณต้องการเงินไปใช้ในเรื่องใดและมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด

การเลือกกู้เงินอเนกประสงค์หรือกู้บัตรเครดิตนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ทางการเงินของคุณ โดยทั้งสองตัวเลือกมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำในการเลือกกู้เงิน สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อขอคำปรึกษาได้เลย!



30

   
         ในยุคที่การทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้เพียงปลายนิ้ว การ เปิดบัญชีออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อคิวที่ธนาคารอีกต่อไป ซึ่งง่ายแสนง่ายไม่กี่ขั้นตอน เพียงแค่เรามีสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

ขั้นตอนการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB

ขั้นตอนในการเปิดใช้บริการบัญชีเงินฝากธนาคารออนไลน์ KTB นั้น สิ่งที่เราต้องเตรียมก็คือข้อมูลบัตรประชาชนเพียงใบเดียวเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนวิธีเปิดบัญชีออนไลน์ครั้งแรก มีดังนี้

- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สามารถโหลดได้ทั้งโทรศัพท์ระบบ Android และ IOS เมื่อโหลดแล้วก็เข้าไปในแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานในขั้นตอนต่อไป

- เลือกเมนู “เปิดบัญชีออนไลน์” บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่หน้าจอแอปพลิเคชัน ซึ่งระบบจะให้อ่านรายละเอียดการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์จากนั้นกดปุ่ม “เปิดบัญชี” และทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ โดยในส่วนนี้จะต้องใส่อีเมลที่สามารถติดต่อได้และสามารถเลือกสาขาที่จะเปิดบัญชีได้เองตามความต้องการ

- เตรียมบัตรประชาชนเพื่อกรอกเลขรหัสหลังบัตรลงไป ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะเกิดการรั่วไหลเพราะแอปพลิเคชันมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความปลอดภัยสูงเชื่อถือได้

- ขั้นตอนต่อมาคือขั้นตอนของการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลด้วยการสแกนใบหน้า ระบบจะถ่ายภาพใบหน้าของผู้ใช้ในกรอบที่กำหนด และทำการตรวจสอบใบหน้าจนสำเร็จว่าคือเจ้าของบัตรตัวจริง

- ขั้นตอนสุดท้ายคือการกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ วัตถุประสงค์ของการเปิดบัญชี เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วกดยืนยันเพื่อทำการ ยืนยันตัวตนเปิดบัญชีออนไลน์ เพียงเท่านี้เราก็จะมีบัญชีธนาคารโดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวที่ธนาคารให้เสียเวลา

ข้อดีของการเปิดบัญชี เงินฝากออนไลน์ เงินฝากออมทรัพย์

         สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพราะไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารก็สามารถเปิดบัญชีได้ทันทีที่ต้องการ
ปลอดภัยด้วยระบบการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) โดยระบบจะทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญหากเคยยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลสำเร็จไปแล้วหนึ่งครั้งจะสามารถใช้ข้อมูล NDID ในการเปิดบัญชีครั้งต่อไปเพิ่มเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่ และยังใช้ข้อมูลส่วนนี้ในการสมัครหรือใช้บริการต่าง ๆ จากองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องมีการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลได้ด้วย

         เปิดบัญชีออนไลน์ ได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการใช้บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล ไม่ต้องเสียค่าบริการ ไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำเพื่อเปิดบัญชี และไม่ต้องทำบัตร ATM

          ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถจัดการเกี่ยวกับ เงินฝากออนไลน์ ได้จากทุกสถานที่ ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารให้เสียเวลาหรือยุ่งยากอีกต่อไป ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ของคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก



31

การวางแผนการศึกษาสำหรับลูกเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเด็ก การกู้สินเชื่อข้าราชการเพื่อการศึกษาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับข้าราชการที่ต้องการสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำความรู้จักกับสินเชื่อข้าราชการ

สินเชื่อข้าราชการคือสินเชื่อที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีเงื่อนไขการกู้ยืมที่เอื้ออำนวย เช่น ดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาการชำระคืนที่ยืดหยุ่น และการอนุมัติที่รวดเร็ว โดยทั่วไปแล้ว สินเชื่อประเภทนี้สามารถใช้เพื่อการลงทุนในด้านการศึกษา เช่น ค่าหน่วยกิต ค่าเล่าเรียน หรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของลูก

 ข้อดีของการกู้สินเชื่อข้าราชการเพื่อการศึกษา

1. ดอกเบี้ยต่ำ: สินเชื่อข้าราชการมักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อทั่วไป ซึ่งช่วยลดภาระทางการเงินในระยะยาว
2. ระยะเวลาชำระคืนที่ยืดหยุ่น: ข้าราชการสามารถเลือกระยะเวลาชำระคืนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของตน
3. การอนุมัติที่รวดเร็ว: กระบวนการอนุมัติสินเชื่อมักใช้เวลาน้อย ทำให้สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ทันทีเมื่อมีความจำเป็น

 ขั้นตอนการขอสินเชื่อข้าราชการ

การกู้สินเชื่อข้าราชการเพื่อการศึกษานั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ซึ่งประกอบด้วย:

1. ตรวจสอบคุณสมบัติ: ข้าราชการต้องตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติตามที่สถาบันการเงินกำหนด
2. เตรียมเอกสาร: เอกสารที่จำเป็นอาจรวมถึงบัตรประชาชน, เอกสารแสดงรายได้, และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของลูก
3. ยื่นคำขอ: สามารถยื่นคำขอผ่านสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อข้าราชการ โดยอาจทำได้ทั้งทางออนไลน์และที่สาขา
4. รอการอนุมัติ: หลังจากยื่นคำขอแล้ว จะต้องรอการตรวจสอบและอนุมัติจากสถาบันการเงิน

คำแนะนำในการใช้สินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ

- วางแผนการใช้เงิน: ควรกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินให้ชัดเจน เช่น ค่าหน่วยกิต ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบเงื่อนไขการชำระคืน: ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการชำระคืนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต
- ติดตามสถานะการเงิน: ควรมีการติดตามการใช้จ่ายและการชำระคืนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปรับแผนการเงินได้ตามสถานการณ์


การสมัครสินเชื่อข้าราชการเพื่อวางแผนการศึกษาลูกเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับข้าราชการที่ต้องการสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยข้อดีหลายประการ เช่น ดอกเบี้ยต่ำและระยะเวลาชำระคืนที่ยืดหยุ่น หากคุณเป็นข้าราชการที่กำลังมองหาทางเลือกในการสนับสนุนการศึกษาของลูก อย่าลืมพิจารณากู้เงิน สินเชื่อข้าราชการเป็นทางเลือกหนึ่งในการวางแผนการเงินของคุณ




32
       หากเป็นสมัยก่อนนี้การทำ ประกันสุขภาพ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวและเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก ตรงกันข้ามกับในยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ให้ความสำคัญเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ชีวิต รวมถึงหันมาสนใจทำประกันสุขภาพกันมากกว่าในอดีต นั่นเพราะปัจจุบันโรคภัยเป็นเรื่องใกล้ตัว แม้จะพยายามดูแลตัวเองดีเท่าไหร่แต่บางครั้งโรคภัยต่าง ๆ ก็มาเยือน ไม่ว่าจะในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ตาม การมีประกันสุขภาพไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพเด็ก หรือประกันสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่จึงช่วยให้อุ่นใจ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อไหร่อย่างน้อยก็มีประกันทำหน้าที่ดูแลค่ารักษาพยาบาล

ประกันสุขภาพช่วยเรื่องอะไรบ้าง
เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต่างคุ้นเคยกับคำว่าประกันสุขภาพกันเป็นอย่างดี แต่เชื่อว่ายังมีหลายคนที่ไม่ทราบว่าการทำ ประกันสุขภาพ ทำแล้วได้อะไร คุ้มครองอะไรบ้าง

- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน
การเข้ารับการรักษากรณีผู้ป่วยในมักมาพร้อมค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าเครื่องมือแพทย์ ค่าบริการห้องผ่าตัด ค่ายารักษาโรค ค่าอุปกรณ์พิเศษต่าง ๆ แต่การทำประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ประกันสุขภาพเด็ก หรือประกันสุขภาพผู้ใหญ่จะคุ้มครองค่ารักษาเหล่านี้ ทำให้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย เข้ารับการรักษาได้อย่างสบายใจ

- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก
บางคนอาจคิดว่าการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกไม่จำเป็นเท่าไหร่ เพราะเป็นการเข้ารับการรักษาแบบไม่ต้องเข้าพักในโรงพยาบาล อีกทั้งยังเป็นการรักษาอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นหวัด ตาแดง แต่จะดีกว่าไหมหากมีประกันทำหน้าที่ดูแลค่ารักษาดังกล่าว ยิ่งหากใครที่มีอาการป่วยเล็กน้อยบ่อย ๆ ยิ่งควรทำประกันที่คุ้มครองกรณีผู้ป่วยนอกเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ

- ความคุ้มครองอื่น ๆ เพิ่มเติม
โดยปกติแล้ว ประกันสุขภาพ จะมีความคุ้มครองเพิ่มเติมแนบท้ายกรมธรรม์ ซึ่งจะแตกต่างไปตามกรมธรรม์ที่เลือกคุ้มครอง เช่น ค่ารักษาทันตกรรม ค่าพยาบาลพิเศษ ค่าคลอดบุตร เป็นต้น

- ลดหย่อนภาษี
นอกจากความคุ้มครองครอบคลุมของประกันสุขภาพแล้ว ข้อดีสำคัญของการทำประกันสุขภาพคือสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 25,000 บาท การทำประกันสุขภาพจึงช่วยให้ประหยัดค่าภาษีในแต่ละปีได้อีกด้วย

- เพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งสิ่งที่ได้จากการทำประกันสุขภาพ นั่นคือความอุ่นใจในการใช้ชีวิต เพราะไม่มีใครรู้ว่าโรคภัยต่าง ๆ จะมาเยือนเมื่อไหร่ การทำประกันสุขภาพเอาไว้จึงช่วยเพิ่มความอุ่นใจ หากวันใดที่ตรวจพบโรคต่าง ๆ อย่างน้อยก็หมดห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะมีประกันสุขภาพทำหน้าที่ดูแล

ประกันสุขภาพเหมาจ่าย iHealthy Ultra จากกรุงไทย
เมื่อการทำประกันสุขภาพสามารถคุ้มครองหลากหลายอาการเจ็บป่วย อีกทั้งยังมีจุดเด่นมากมาย เพราะฉะนั้นใครกำลังมองหาประกันสุขภาพที่พร้อมดูแลตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงอายุ 99 ปี ขอแนะนำประกันสุขภาพ iHealthy Ultra จากกรุงไทย คุ้มครองครอบคลุมและยังจัดเต็มค่ารักษาพยาบาลวงเงินสูง
สำหรับ iHealthy Ultra คือประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่มอบความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งกรณีเจ็บป่วยจากโรคภัยต่าง ๆ และคุ้มครองการรักษากรณีเกิดอุบัติเหตุ โดยผู้เอาประกันจะต้องชำระค่าเบี้ยแบบรายเดือนหรือแบบรายปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งหากผู้เอาประกันเจ็บป่วยหรือเข้ารับการรักษาจากอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะทำหน้าที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงในวงเงินไม่เกินทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์ โดย iHealthy Ultra เป็นประกันสุขภาพที่มาพร้อมจุดเด่นดังนี้
มอบความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย วงเงินสูง โดยคุ้มครองสูงสุด 100 ล้านบาทต่อปี ใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจเพราะมีประกันคอยดูแลอย่างแน่นอน
ประกันสุขภาพที่มีให้เลือกหลากหลายความคุ้มครอง โดย iHealthy Ultra มีแผนประกันสุขภาพให้เลือกมากถึง 6 แผนความคุ้มครอง ได้แก่ แผนสมาร์ท แผนบรอนซ์ แผนซิลเวอร์ แผนโกลด์ แผนไดมอนด์ และแผนแพลทินั่ม ซึ่งแต่ละแผนจะแตกต่างด้านความคุ้มครอง ช่วงอายุที่คุ้มครอง ค่าเบี้ยประกัน เป็นต้น

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ประกันสุขภาพเหมาจ่าย มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ เพราะโรคภัยเป็นเรื่องใกล้ตัว แม้จะพยายามดูแลร่างกายดีเพียงใดแต่บางครั้งโรคต่าง ๆ กลับมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว โดยการมีประกันสุขภาพเอาไว้จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจว่าจะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด มีทางเลือกการรักษามากขึ้น ที่สำคัญมีประกันสุขภาพทำหน้าที่คุ้มครองค่าใช้จ่าย หากสนใจเป็นเจ้าของกรมธรรม์คุ้มค่าจากกรุงไทยสามารถสมัครได้ ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับประกันสุขภาพรูปแบบอื่น ๆ จากกรุงไทยให้เลือกมากมาย เช่น ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ประกันกรุงไทยสุขภาพสดใสที่พร้อมดูแลคุ้มครองลูกรักตั้งแต่วัย 6 เดือน และประกันภัยสุขภาพสูงวัยฟิตประกันสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เป็นต้น โดยสามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://krungthai.com/th/personal/insurance/health เพื่อให้คุณได้เลือกแบบประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด


33


การสร้างบ้านเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา และการตัดสินใจในการกู้เงินเพื่อสร้างบ้านนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์ว่า การกู้สร้างบ้านเองหรือการให้บริษัทรับเหมากู้ให้ แบบไหนจะเวิร์คกว่ากัน โดยจะพิจารณาจากหลายด้าน เช่น ความสะดวกสบาย ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยง

การกู้สร้างบ้านเอง

ข้อดีของการกู้เงินทำบ้าน
1. ควบคุมงบประมาณได้มากขึ้น: เมื่อคุณกู้เงินเอง คุณสามารถกำหนดงบประมาณในการสร้างบ้านได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทรับเหมา
2. เลือกวัสดุและการออกแบบตามใจ: คุณสามารถเลือกวัสดุและการออกแบบบ้านได้ตามที่คุณชอบ โดยไม่ต้องถูกจำกัดจากบริษัทรับเหมา
3. เรียนรู้และพัฒนาทักษะ: การสร้างบ้านเองจะทำให้คุณได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ และพัฒนาทักษะในการจัดการโครงการ

ข้อเสียของการกู้ธนาคารสร้างบ้าน

1. ความยุ่งยากในการจัดการ: การกู้สร้างบ้านเองต้องมีการจัดการที่ซับซ้อน เช่น การหาผู้รับเหมา การจัดการวัสดุ และการควบคุมงานก่อสร้าง
2. ความเสี่ยงสูง: หากไม่มีประสบการณ์ในการก่อสร้าง อาจทำให้เกิดความผิดพลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูง
3. ใช้เวลานาน: การสร้างบ้านเองอาจใช้เวลานานกว่าการให้บริษัทรับเหมาก่อสร้าง

การให้บริษัทรับเหมากู้ให้

ข้อดีของการให้บริษัทรับเหมากู้ให้

1. ความสะดวกสบาย: บริษัทรับเหมาก่อสร้างจะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการก่อสร้าง ทำให้คุณไม่ต้องยุ่งยาก
2. ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ: บริษัทรับเหมาก่อสร้างมักมีทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำงาน ทำให้สามารถลดความเสี่ยงในการก่อสร้าง
3. การรับประกันคุณภาพ: บริษัทรับเหมาก่อสร้างมักมีการรับประกันคุณภาพงาน ทำให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่ได้

ข้อเสียของการให้บริษัทรับเหมากู้ให้

1. ค่าใช้จ่ายสูง: การใช้บริการจากบริษัทรับเหมาอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการสร้างบ้านเอง
2. การควบคุมที่น้อยลง: คุณอาจไม่สามารถควบคุมรายละเอียดในการออกแบบและวัสดุได้เท่าที่ต้องการ
3. ความเสี่ยงจากการเลือกบริษัทที่ไม่ดี: หากเลือกบริษัทที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ อาจทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว

การเลือกว่าจะกู้สร้างบ้านเองหรือให้บริษัทรับเหมากู้ให้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล หากคุณมีความรู้และประสบการณ์ในการก่อสร้าง การกู้สร้างบ้านเองอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากคุณต้องการความสะดวกสบายและความมั่นใจในคุณภาพ การเลือกบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า




34

การออมเงินเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญที่ควรปลูกฝังให้กับเด็กและเยาวชนตั้งแต่ยังเล็ก บัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็กและเยาวชนจึงเป็นเครื่องมือที่ดีในการเริ่มต้นการออมที่มีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะสำรวจถึงความสำคัญ ประโยชน์ และวิธีการเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน

ความสำคัญของการออมเงินในวัยเยาว์

การสอนให้เด็กและเยาวชนรู้จักการออมเงินไม่เพียงแต่ช่วยให้พวกเขามีเงินเก็บในอนาคต แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะการบริหารจัดการเงินและความรับผิดชอบทางการเงิน การมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์จะช่วยให้เด็กเรียนรู้การตั้งเป้าหมายการออม เช่น การซื้อของที่ต้องการ หรือการเก็บเงินสำหรับการศึกษาต่อในอนาคต

ประโยชน์ของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็กและเยาวชน

1. การเรียนรู้การบริหารจัดการเงิน: บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ช่วยให้เด็กเข้าใจการจัดการเงินและการฝากเงินได้ดีขึ้น โดยสามารถติดตามยอดเงินที่มีอยู่และการเติบโตของเงินออม

2. ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น: หลายธนาคารมีข้อเสนอพิเศษสำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็ก ซึ่งมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีทั่วไป

3. ความปลอดภัย: การฝากเงินในบัญชีธนาคารเป็นวิธีที่ปลอดภัยในการเก็บเงิน เนื่องจากเงินจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

4. การส่งเสริมวินัยในการออม: การมีบัญชีออมทรัพย์ทำให้เด็กเรียนรู้ถึงความสำคัญของการออมและการใช้จ่ายอย่างมีวินัย

วิธีการเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็ก

เมื่อเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็กและเยาวชน ควรพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้:

1. อัตราดอกเบี้ย: เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดจากการออม

2. ค่าธรรมเนียม: ตรวจสอบว่าบัญชีมีค่าธรรมเนียมในการเปิดบัญชีหรือค่าธรรมเนียมรายปีหรือไม่

3. เงื่อนไขการถอนเงิน: ควรเลือกบัญชีที่มีเงื่อนไขการถอนเงินที่สะดวกและไม่ยุ่งยาก

4. บริการออนไลน์: บางธนาคารมีบริการออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถติดตามการออมของเด็กได้อย่างง่ายดาย

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการส่งเสริมการออมและการบริหารจัดการเงินในวัยเยาว์ ด้วยการเลือกบัญชีที่เหมาะสม เด็ก ๆ จะได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้การออมและการใช้จ่ายอย่างมีวินัย ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตทางการเงินที่มั่นคง

หากคุณสนใจที่จะเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สำหรับเด็กในวันนี้ อย่าลืมเปรียบเทียบข้อมูลจากธนาคารต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับลูกของคุณ!



35


หากพูดถึงการค้ำประกันมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะในการซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ การเข้าทำงาน การเข้าเรียน หรือแม้แต่การขอสินเชื่อต่าง ๆ กับธนาคาร บางกรณีก็ต้องมีการใช้บุคคลหรือทรัพย์สินค้ำประกันเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบุคคลที่ทำสัญญามากขึ้น ยกเว้น สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่อย่างไรก็ตามหากพูดถึงหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญา หรือ Letter of Guarantee เรียกย่อ ๆ ว่า LG เชื่อว่าถ้าไม่ได้อยู่ในแวววงธุรกิจก็คงสงสัยว่าหนังสือฉบับนี้คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นเพื่อช่วยให้ทุกคนหายสงสัยวันนี้เราจึงมี 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ หนังสือค้ำประกัน มาฝาก รับรองเข้าใจมากขึ้นแน่นอน

ความหมายของหนังสือค้ำประกัน
เรื่องแรกที่ควรรู้คือหนังสือค้ำประกันคืออะไร สำหรับคำตอบคือหนังสือที่ทางสถาบันการเงินออกให้กับธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับคู่ค้า ซึ่งหากลูกค้าของสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามทางสถาบันการเงินจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบความเสียหายให้กับคู่ค้าแทนลูกค้าของตัวเอง หากพูดให้เข้าใจง่ายคือสถาบันการเงินทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันให้กับลูกค้าของตัวเอง
รูปแบบของหนังสือค้ำประกัน 
ปกติแล้วหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานั้นจะมีหลากรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ผู้ขอจะนำไปใช้ประโยชน์ เช่น หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาเพื่อนำไปใช้ประมูลราคา หนังสือสัญญาค้ำประกันการดำเนินการตามสัญญาจ้าง หนังสือสัญญาค้ำประกันสัญญาการซื้อขายสินค้า
คุณสมบัติของผู้ขอหนังสือค้ำประกัน
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานั้นส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันการเงินกำหนด ซึ่งทั่วไปแล้วสามารถขอได้ทั้งบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า  สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก สินเชื่อ SME แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ od สินเชื่อเพื่อธุรกิจเฉพาะ สินเชื่อsmeดอกเบี้ยต่ำ พิเศษ หรือไม่ได้เป็นลูกค้าสินเชื่อก็สามารถขอได้เช่นกัน
เอกสารที่ใช้ในการขอหนังสือค้ำประกันธนาคาร
สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ในการขอหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานอกจากเอกสารส่วนตัวและเอกสารทางการเงินของบริษัทเหมือนสินเชื่อทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับคู่สัญญาด้วย เช่น หนังสือสัญญาซื้อขาย หนังสือสัญญามัดจำ หนังสือค้ำประกันสัญญา หนังสือค้ำประกันเงินกู้ หนังสือค้ำประกันยื่นซองประกวดราคา ใบแจ้งหนี้  หรือใบสั่งซื้อสินค้า
ประโยชน์ของหนังสือค้ำประกัน
หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานว่าคู่ค้าที่ทำธุรกิจร่วมกับลูกค้าของสถาบันการเงินจะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้คู่สัญญามีความมั่นใจในการดำเนินกิจการร่วมกันมากขึ้น นอกจากนั้นหากเป็นการประมูลงานกับหน่วยงานราชการยังสามารถใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแทนเงินฝาก พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกันได้ด้วย
   
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ หนังสือค้ำประกัน ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นหนังสือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและมีความสำคัญกับการทำธุรกิจ ดังนั้นแนะนำว่าควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม เพราะถ้าต้องใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาสามารถยื่นขอกับสถาบันการเงินได้ทันทีไม่ต้องรอให้เสียเวลา



36

       การลงทุนในกองทุนรวมเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เนื่องจากมีความสะดวกสบายและสามารถกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนมือใหม่ โดยพิจารณาจากปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ

## 1. เข้าใจประเภทของกองทุนรวม

ก่อนที่คุณจะเริ่มเลือกกองทุนรวม คุณควรทำความเข้าใจประเภทของกองทุนรวมที่มีอยู่ โดยทั่วไปแล้วกองทุนรวมสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น

- **กองทุนรวมตราสารหนี้**: เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่แน่นอน
- **กองทุนรวมหุ้น**: มีความเสี่ยงสูงกว่า แต่สามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว
- **กองทุนรวมผสม**: เป็นการรวมกันของทั้งสองประเภท ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยง

การเลือกประเภทกองทุนที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น

## 2. พิจารณาผู้จัดการกองทุน

ผู้จัดการกองทุนมีบทบาทสำคัญในการบริหารกองทุนรวม คุณควรตรวจสอบประวัติและผลงานของผู้จัดการกองทุน รวมถึงความเชี่ยวชาญในตลาดที่คุณสนใจ การเลือกกองทุนที่มีผู้จัดการที่มีประสบการณ์และมีผลงานที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร

## 3. ตรวจสอบค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนมือใหม่ควรพิจารณา ค่าธรรมเนียมที่สูงอาจลดผลตอบแทนที่คุณจะได้รับในระยะยาว ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่อาจมี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป

## 4. วิเคราะห์ผลตอบแทนในอดีต

ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต แต่การวิเคราะห์ผลตอบแทนในอดีตของกองทุนรวมสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ คุณควรเปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวมกับดัชนีอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่ากองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีหรือไม่

## 5. ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

การลงทุนในกองทุนรวมมีความเสี่ยงเสมอ นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ และเลือกกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง หากคุณเป็นนักลงทุนที่ไม่ต้องการความเสี่ยงสูง ควรเลือกกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำหรือปานกลาง

## 6. ตั้งเป้าหมายการลงทุน

การตั้งเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณสามารถเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น คุณควรกำหนดระยะเวลาการลงทุนและผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อให้สามารถเลือกกองทุนที่ตรงกับความต้องการของคุณได้


การเลือกกองทุนรวมสำหรับนักลงทุนมือใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ การทำความเข้าใจประเภทของกองทุนรวม ผู้จัดการกองทุน ค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนในอดีต ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และการตั้งเป้าหมายการลงทุน จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
rmf https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/1222


37
ในปีนี้ การลงทุนในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน(Current Account) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและความต้องการในการบริหารจัดการเงินที่มีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจว่า ดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากกระแสรายวันสูงแค่ไหนในปีนี้ ต่างจากเงินฝากประจำมั้ยและสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากกระแสรายวันในปี 2025

ในปี 2025 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากกระแสรายวันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งธนาคารหลายแห่งได้ปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า ตัวอย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย ต่างมีอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วง 0.5% ถึง 1.5% ต่อปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและประเภทของบัญชีที่เปิด

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ย

1. นโยบายการเงินของธนาคารกลาง: การปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางมีผลโดยตรงต่ออัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์
2. การแข่งขันในตลาด: ธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันกันในการดึงดูดลูกค้า จึงมีการปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น
3. ภาวะเศรษฐกิจ: สถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้นทำให้มีความต้องการเงินฝากสูงขึ้น ส่งผลให้ธนาคารต้องเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า

 ข้อดีของการฝากเงินในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน

การฝากเงินในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน:

- สภาพคล่องสูง: คุณสามารถถอนเงินได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าธรรมเนียม
- ไม่มีขั้นต่ำในการฝาก: บัญชีเงินฝากกระแสรายวันส่วนใหญ่ไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี
- ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น: เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า

 คำแนะนำในการเลือกบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ควรพิจารณาสิ่งต่อไปนี้:

1. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารต่างๆ เพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุด
2. ตรวจสอบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียม: อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในการถอนเงินและบริการอื่นๆ
3. เลือกธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือ: ควรเลือกธนาคารที่มีชื่อเสียงและมีประวัติการให้บริการที่ดี


การฝากเงินในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันในปีนี้ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงและสภาพคล่องที่ดี ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและเงื่อนไขที่เหมาะสม การเลือกบัญชีเงินฝากที่เหมาะสมสามารถช่วยให้คุณบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการลงทุนที่ปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่ดี อย่าลืมพิจารณาบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณ!



38

   
         ประกันสุขภาพ เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันกรณีที่ผู้เอาประกันเจ็บป่วยจากโรคหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้ผู้เอาประกันต้องเข้ารักษาอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ โดย บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามความคุ้มครองที่ตกลงไว้

        ประกันสุขภาพมี 2 รูปแบบ คือประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายและประกันสุขภาพเหมาจ่าย แต่ก่อนที่จะไปดูว่าประกันสุขภาพแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร เรามาทำความรู้จักคำว่า OPD กับ IPD กันก่อน เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขความคุ้มครอง จากนั้นเราจึงจะมาเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมและคุ้มค่าให้กับตัวเอง

OPD คือ อะไร

          OPD คือ คำเรียกกลุ่มผู้ป่วยนอก ย่อมาจาก Out Patient Department ผู้ป่วยนอก หมายถึงผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล
          ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ OPD ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก เช่น ค่าพบแพทย์ ค่าทำแผล ค่ายา และค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ สำหรับการรักษาพยาบาลที่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

IPD คือ อะไร

        IPD คือ คำเรียกกลุ่มผู้ป่วยใน ย่อมาจาก In Patient Department ผู้ป่วยใน หมายถึง ผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 6 ชั่วโมง หรือต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ IPD ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยใน เช่น ค่าแพทย์ ค่าพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าห้อง ค่าอาหาร เป็นต้น

          ดังนั้น ในการเลือกประกันสุขภาพจำเป็นต้องดูความคุ้มครองให้ครอบคลุมทั้ง OPD และ IPD เพราะความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี ส่วนความเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บรุนแรง หากมีประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองอยู่แล้วก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย
ในส่วนของประกันสุขภาพที่มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบนั้น มีเงื่อนไขของค่ารักษาพยาบาล ดังนี้

          ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย เป็นประกันสุขภาพที่แยกวงเงินความคุ้มครองในแต่ละรายการ เช่น วงเงินค่าห้องพัก วงเงินค่ารักษา วงเงินค่าการตรวจของแพทย์ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละรายการสามารถเบิกได้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ของรายการนั้น ๆ ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ในขณะเดียวกันก็อาจมีวงเงินบางรายการที่ไม่ได้ถูกใช้ หรือใช้ไปไม่มาก แต่ก็ไม่สามารถนำมาชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนเกินของรายการอื่นได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบ เบี้ยประกันสุขภาพ แล้ว เบี้ยประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายจะต่ำกว่า เบี้ยประกันสุขภาพ แบบเหมาจ่าย

           ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เป็นประกันสุขภาพที่เหมารวมค่าใช้จ่ายทุกรายการโดยกำหนดวงเงินสูงสุดต่อปี โดยอาจมีเงื่อนไขวงเงินของบางรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนประกันสุขภาพนั้น ๆ และถึงแม้ เบี้ยประกันสุขภาพ จะสูงกว่า ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ก็ยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. ยืดหยุ่น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลไม่ได้จำกัดวงเงินของแต่ละรายการ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการรักษาพยาบาลมากกว่า
2. ครอบคลุม ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายครอบคลุมการรักษาพยาบาลทุกรายการ เพราะจ่ายตามจริงไม่เกินวงเงินสูงสุด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ด้วย
3. เคลมง่าย เนื่องจากไม่ต้องแจกแจงค่าใช้จ่ายของแต่ละรายการให้ยุ่งยาก เพียงแค่ยอดรวมไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้สูงสุดก็พอ
4. ไม่ซับซ้อน การเหมารวมค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่ต้องคอยกังวลว่าต้องจ่ายส่วนต่างในรายการใดบ้าง

        หากคุณสนใจประกันชีวิตสุขภาพ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั้ง OPD และ IPD สมัครง่าย ได้จริง คลิกเลยที่ https://online.scbprotect.co.th/ คลิกเลยวันนี้ เพื่อรับความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุมทุกความต้องการของคุณ



39

   ข้อดีของการมีธุรกิจเป็นของตัวเองคือสามารถกำหนดเวลาทำงานที่เราต้องการ สร้างกฎระเบียบอย่างที่เราต้องการ ได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เพราะทำทุก ๆ อย่างด้วยตัวเอง ได้เริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ และทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยสร้างงานให้กับคนอื่น ๆ ด้วย

   การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบของ SME ที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงและจำนวนคนไม่มากเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย แต่ด้วยขนาดของธุรกิจที่มีข้อจำกัดของเงินทุนและกำลังคน จึงต้องเลือกทำตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือเฉพาะพื้นที่ ซึ่งมีข้อดีคือทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย

   ด้วยข้อจำกัดในเรื่องขนาดของธุรกิจตามที่กล่าวมา เมื่อ SME ต้องการ หาแหล่งเงินทุน สินเชื่อเพื่อธุรกิจเพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อยอดธุรกิจ เราจะได้เงินทุนหรือสินเชื่อจากที่ไหนได้บ้าง
   เราแบ่งแหล่งที่มาเงินทุน เป็น 2 แหล่งดังนี้ คือแหล่งเงินทุนที่เป็นส่วนของทุน และแหล่งเงินทุนที่เป็นส่วนของหนี้สิน
      
แหล่งเงินทุนส่วนของหนี้สิน
   1. เงินทุนจากการให้เครดิตทางการค้า ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายสินค้าให้สินค้าหรือบริการมาก่อน และให้เราจ่ายเงินค่าสินค้านั้นในภายหลังตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 30 วัน เป็นต้น เงินทุนจากเครดิตทางการค้า เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่เกิดขึ้นอัตโนมัติจากการดำเนินธุรกิจ
   2. เงินทุนจากสินเชื่อเครื่องจักรหรือสินทรัพย์ เป็นการให้สินเชื่อของผู้จำหน่ายเครื่องจักรหรือธนาคารที่ทำให้กิจการได้เครื่องจักรหรือสินทรัพย์เพื่อใช้ในการดำเนินงานมาก่อน และชำระค่าเครื่องจักรหรือสินทรัพย์นั้นโดยการผ่อนชำระเป็นงวด ทำให้กิจการไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากในคราวเดียว

      ข้อดีของการ หาแหล่งเงินทุน ที่เป็นส่วนของหนี้สินคือ SME มีความรับผิดชอบเฉพาะเงินต้นและดอกเบี้ยจ่ายเท่านั้น ต่างจากแหล่งเงินทุนที่เป็นส่วนของทุนที่นอกจาก SME ต้องรับผิดชอบส่วนแบ่งกำไรหรือเงินปันผลจากการดำเนินธุรกิจให้ผู้ลงทุนแล้ว ผู้ลงทุนอาจเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานด้วย ส่งผลให้ SME มีอิสระน้อยลงจากเดิม

   อย่างไรก็ตาม เมื่อ SME ต้องการ หาแหล่งเงินทุน โดยที่ยังคงต้องการอิสระในการจัดการอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ เราขอแนะนำสินเชื่อเพื่อ SME จากธนาคารกรุงไทย ที่กู้ง่าย ผ่อนสบาย และช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปไม่สะดุด ที่สำคัญมีสินเชื่อเพื่อ SME ให้เลือกหลากหลายประเภท สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ยกตัวอย่างเช่น

         สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ ที่กู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ยกเว้นดอกเบี้ย 6 เดือนแรก และพักชำระเงินต้น 6 เดือนแรก โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี คลิกดูรายละเอียดได้ที่ https://krungthai.com/th/content/personal-loan/softloan

        สินเชื่อเพื่อ EEC ดอกดี ผ่อนชิว เป็นสินเชื่อที่ช่วยต่อยอดธุรกิจของ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด วงเงินกู้สูง ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก และผ่อนนานสูงสุด 10 ปี คลิกดูรายละเอียดได้ที่ https://krungthai.com/th/content/sme/loan/sme-eec4

          สินเชื่อกรุงไทยเพื่อธุรกิจเกษตรแปรรูป สินเชื่อธุรกิจ ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูป พืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ทั้งที่เป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ให้วงเงินสูงสุด 3 เท่าของหลักทรัพย์ ดอกเบี้ยต่ำสุด 4% และผ่อนได้นาน 10 ปี คลิกดูรายละเอียดได้ที่ https://krungthai.com/th/content/sme/loan/agriproduct-processing

   นอกจากสินเชื่อที่ยกตัวอย่างมาแล้ว ยังมีสินเชื่อต่อยอดธุรกิจ อีกหลายประเภทที่ช่วยต่อยอดธุรกิจและยังให้ SME มีอิสระในการบริหารงานต่อไป สอบถามสินเชื่อเพื่อ SME ประเภทต่าง ๆ ได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกดูรายละเอียดได้ที่ https://krungthai.com/th/content/sme/loan

40
    บัญชี fcd คือบัญชีเงินฝากสำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ต้องการฝากเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ฝากเงินต่างประเทศ
สำหรับ บุคคลธรรมดาสามารถเปิดบัญชี FCD ได้ในหลายรูปแบบเช่นเดียวกันกับบัญชีเงินบาท ดังนี้

บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์
1.1  FCD Saving แบบมีสมุดบัญชี สามารถแลกเงินได้ 11 สกุลเงิน
1.2  Krungthai Global Savings (e-FCD) สามารถแลกเงินได้ 20 สกุลเงิน เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีการใช้เงินตราต่างประเทศอยู่เสมอ สามารถฝาก โอน ลงทุน ใช้จ่าย และท่องเที่ยวในสกุลเงินต่างประเทศได้ครบจบในบัญชีเดียว

บัญชีเงินฝากประเภทประจำ ฝากเงินต่างประเทศดอกเบี้ยสูง

สามารถแลกเงินได้ 11 สกุลเงิน
เหมาะสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดา ที่ต้องการรับผลตอบแทนที่สูง ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
ไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีบริการออกเช็ค

การฝากเงินดอลลาร์ และสกุลเงินอื่นๆ สำหรับบุคคลธรรมดากับธนาคารมี 3 รูปแบบ คือ

บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ FCD
1.1  FCD Saving แบบมีสมุดบัญชี จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (มิถุนายนและธันวาคม)
1.2 บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ Krungthai Global Savings จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (มิถุนายนและธันวาคม)
บัญชีเงินฝากประเภทประจำ FCD
จ่ายดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด หากถอนเงินฝากประจำก่อนครบกำหนดจะถูกหักดอกเบี้ย 2% จากอัตราที่กำหนดไว้
บัญชีกระแสรายวัน FCD ไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีบริการออกเช็ค



41

       ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างสามารถทำได้ผ่านสมาร์ทโฟน การสมัครสินเชื่อก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแอปธนาคารที่ช่วยให้คุณสามารถสมัครสินเชื่อได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสาขา ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 แอปธนาคารที่มีบริการสมัครสินเชื่อที่สะดวกสบายและรวดเร็ว แอพโอนเงินผ่านโทรศัพท์ทุกธนาคาร

1. แอปธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank)
แอปธนาคารกรุงเทพเป็นหนึ่งในแอปที่มีความนิยมสูง โดยมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา คุณสามารถกรอกข้อมูลและแนบเอกสารที่จำเป็นได้ผ่านแอป ทำให้การสมัครสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว

จุดเด่น
ระบบการตรวจสอบที่รวดเร็ว
มีบริการให้คำปรึกษาออนไลน์
สามารถติดตามสถานะการสมัครได้ตลอดเวลา

2. แอปธนาคารกสิกรไทย (Kasikorn Bank)
แอปธนาคารกสิกรไทยมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การสมัครสินเชื่อเป็นไปอย่างสะดวกสบาย โดยคุณสามารถเลือกประเภทสินเชื่อที่ต้องการได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่อบ้าน

จุดเด่น
ขั้นตอนการสมัครที่เข้าใจง่าย
มีเครื่องมือคำนวณสินเชื่อให้บริการ
บริการลูกค้าออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

3. แอปธนาคารไทยพาณิชย์ (Siam Commercial Bank)
แอปธนาคารไทยพาณิชย์มีความสามารถในการสมัครสินเชื่อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถสมัครได้ภายในไม่กี่นาที

จุดเด่น
การอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็ว
มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้สมัครใหม่
ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูง

4. แอปธนาคารกรุงไทย (Krung Thai Bank)
แอปธนาคารกรุงไทยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสินเชื่อ โดยมีฟีเจอร์ที่ใช้งานง่ายและสามารถส่งเอกสารได้ผ่านแอปพลิเคชัน

จุดเด่น
มีบริการให้คำปรึกษาออนไลน์
ขั้นตอนการสมัครที่ไม่ยุ่งยาก
สามารถตรวจสอบสถานะการสมัครได้ตลอดเวลา

5. แอปธนาคารออมสิน (Government Savings Bank)
แอปธนาคารออมสินมีบริการสินเชื่อที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วน โดยสามารถสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องไปที่สาขา

จุดเด่น
มีสินเชื่อที่หลากหลายตามความต้องการ
การอนุมัติที่รวดเร็วและโปร่งใส
มีการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตลอดการสมัคร


การสมัครสินเชื่อผ่านแอปโอนเงินธนาคารในปัจจุบันเป็นเรื่องที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น คุณสามารถเลือกแอปที่ตรงกับความต้องการของคุณได้จาก 5 แอปธนาคารที่เราแนะนำข้างต้น ไม่ว่าคุณจะต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่อประเภทอื่น ๆ หรือผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปที่สาขา
หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อที่เหมาะกับคุณ อย่ารอช้า! ดาวน์โหลดแอปธนาคารที่คุณสนใจและเริ่มต้นการสมัครสินเชื่อได้ทันที!


42


การสร้างบ้านเป็นหนึ่งในความฝันที่หลายคนต้องการทำให้เป็นจริง แต่การกู้เงินเพื่อสร้างบ้านนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การแข่งขันสูงและเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อเข้มงวดขึ้น ในบทความนี้เราจะมาแชร์เทคนิคที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อกู้ปลูกบ้านให้กับคุณ

 1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการขอสินเชื่อกู้ธนาคารสร้างบ้านมีหลายประเภท เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน หรือเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ รวมถึงแผนการสร้างบ้านและงบประมาณที่ชัดเจน การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 2. ตรวจสอบเครดิตบูโร

เครดิตบูโรเป็นข้อมูลสำคัญที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ หากคุณมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น ดังนั้นควรตรวจสอบเครดิตบูโรของคุณก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อ และหากพบข้อผิดพลาดควรแก้ไขให้เรียบร้อย

 3. วางแผนการเงินที่ชัดเจน

การวางแผนการเงินที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการขอสินเชื่อ ควรคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถชำระหนี้ได้ในอนาคต นอกจากนี้ การมีเงินออมเพื่อใช้เป็นเงินดาวน์ก็จะช่วยลดภาระหนี้สินและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ

 4. เลือกธนาคารที่เหมาะสม

แต่ละธนาคารมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ควรทำการเปรียบเทียบและเลือกธนาคารที่มีเงื่อนไขที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด นอกจากนี้ ควรสอบถามเกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษที่อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกู้เงินปลูกบ้าน
 5. สร้างความน่าเชื่อถือ

การสร้างความน่าเชื่อถือกับธนาคารเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คุณสามารถทำได้โดยการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบทางการเงิน เช่น การมีบัญชีออมทรัพย์ที่มีเงินฝากอยู่เป็นประจำ หรือการมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี

 6. ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณรู้สึกไม่มั่นใจในการขอสินเชื่อ ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหรือที่ปรึกษาสินเชื่อ พวกเขาสามารถช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงินของคุณและให้คำแนะนำที่เหมาะสม


การกู้เงินเพื่อสร้างบ้าน กู้เงินซื้อบ้าน ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากคุณมีการเตรียมตัวและวางแผนอย่างรอบคอบ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น อย่าลืมตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน วางแผนการเงินที่ชัดเจน และเลือกธนาคารที่เหมาะสม เพื่อให้การสร้างบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับการกู้เงินสร้างบ้าน สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินได้ทันที เพื่อให้คุณสามารถทำความฝันในการสร้างบ้านให้เป็นจริงได้ในเร็ววัน!



43


การลงทุนในประเทศไทยมีหลายรูปแบบที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มผลตอบแทนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัญชีฝากประจำปลอดภาษีและกองทุนรวม LTF/RMF ซึ่งเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีและกองทุนรวม LTF/RMF เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บัญชีฝากประจำปลอดภาษี

ความหมายและลักษณะ

บัญชีเงินฝากปลอดภาษีคือบัญชีที่ผู้ฝากเงินสามารถฝากเงินเป็นระยะเวลาที่กำหนด โดยเงินฝากประจําดอกเบี้ยสูงมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป และที่สำคัญคือดอกเบี้ยที่ได้รับจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนสามารถเก็บเงินได้มากขึ้น

ข้อดี

1. ปลอดภาษี: ดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษี ทำให้คุณได้รับผลตอบแทนเต็มจำนวน
2. ความเสี่ยงต่ำ: เงินฝากในบัญชีนี้มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีการคุ้มครองจากธนาคารแห่งประเทศไทย
3. การเข้าถึงเงิน: ผู้ฝากสามารถถอนเงินได้เมื่อครบกำหนดระยะเวลา

ข้อเสีย

1. อัตราดอกเบี้ยคงที่: อัตราดอกเบี้ยอาจไม่สูงเท่ากับการลงทุนในกองทุนรวม
2. การจำกัดระยะเวลา: ต้องฝากเงินเป็นระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเข้าถึงเงิน

กองทุนรวม LTF/RMF

ความหมายและลักษณะ

กองทุนรวม LTF (Long Term Equity Fund) และ RMF (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์อื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนระยะยาว และให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว

ข้อดี

1. ผลตอบแทนที่สูงกว่า: การลงทุนในกองทุนรวมมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าบัญชีฝากประจำ
2. การกระจายความเสี่ยง: การลงทุนในกองทุนรวมช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท
3. สิทธิประโยชน์ทางภาษี: นักลงทุนสามารถนำเงินลงทุนใน LTF/RMF ไปหักลดหย่อนภาษีได้

ข้อเสีย

1. ความเสี่ยงสูง: การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่าการฝากเงินในบัญชี
2. การเข้าถึงเงิน: ต้องลงทุนเป็นระยะเวลานาน ทำให้ไม่สามารถถอนเงินได้ตามต้องการ

คำแนะนำในการเลือกลงทุน

การเลือกลงทุนระหว่างฝากประจําดอกเบี้ยสูงและกองทุนรวม LTF/RMF ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การลงทุนและระดับความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้ หากคุณต้องการความปลอดภัยและผลตอบแทนที่แน่นอน บัญชีฝากประจำอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นและยอมรับความเสี่ยงได้ กองทุนรวม LTF/RMF จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

การลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องเลือกระหว่างบัญชีฝากประจำปลอดภาษีและกองทุนรวม LTF/RMF ควรทำความเข้าใจในข้อดีและข้อเสียของแต่ละประเภท เพื่อให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ดีที่สุด

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนหรือคำแนะนำทางการเงิน สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อขอคำปรึกษาได้เลย!


44



   ถึงแม้เราพยายามดูแลรักษาสุขภาพเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ และการทำจิตใจให้แจ่มใสแล้ว แต่โรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นกับเราได้ การมีประกันชีวิตสุขภาพช่วยให้เราอุ่นใจเมื่อเกิดเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ด้วยการดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้ ทั้ง opd และ ipd รวมถึงชดเชยรายได้ให้เราเมื่อต้องนอนพักรักษาตัวด้วย
   opd คือ คำเรียกกลุ่มผู้ป่วยที่มารักษาที่โรงพยาบาลโดยไม่ต้องนอนพัก สามารถกลับบ้านได้เลย
   ipd คือ คำเรียกกลุ่มผู้ป่วยที่มารักษาที่โรงพยาบาลโดยต้องนอนพักรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล ไม่สามารถกลับบ้านได้ทันที
   การชดเชยรายได้ คือ ค่าสินไหมทดแทนรายวันเมื่อผู้เอาประกันต้องหยุดงานเพื่อพักรักษาตัว
การเลือกซื้อประกันสุขภาพควรดูให้ครอบคลุมความคุ้มครองทั้งความเจ็บป่วยจากโรคทั่วไปและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเพื่อความคุ้มค่าของเบี้ยประกันที่เราต้องจ่าย
ประกันสุขภาพมีทั้งแบบเหมาจ่ายและแยกค่าใช้จ่าย ประกันเหมาจ่าย จะกำหนดวงเงินค่ารักษาแบบเหมารวม ในขณะที่ประกันแยกค่าใช้จ่ายจะกำหนดวงเงินค่ารักษาแยกตามรายการ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เมื่อเปรียบเทียบกับแบบแยกค่าใช้จ่ายแล้วมีข้อดีหลายอย่าง ดังนี้
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้ง opd และ ipd ไม่ต้องกังวลว่าต้องนอนโรงพยาบาล เพราะประกันสุขภาพเหมาจ่ายให้ความคุ้มครองทั้งกรณีที่เป็นผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
ให้วงเงินค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายเป็นวงเงินสูงสุดของระยะเวลาที่เอาประกัน เนื่องจากไม่มีการกำหนดวงเงินของค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ แต่เป็นการกำหนดวงเงินเป็นวงเงินรวมสูงสุด ไม่ต้องคอยตรวจสอบว่าค่าใช้จ่ายรายการใดเกินวงเงินไปแล้วบ้าง
ตรวจสอบวงเงินคงเหลือง่าย เพราะเป็นการเหมาจ่าย เพียงนำยอดที่ใช้จ่ายไปแล้วหักออกจากวงเงินที่ได้รับในระยะเวลาที่เอาประกัน
เคลมง่าย ไม่ต้องแจกแจงค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ เพียงแจ้งยอดค่าใช้จ่ายรวมเท่านั้น
ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากเป็น ประกันเหมาจ่าย ที่ไม่แยกรายการค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงว่าค่าใช้จ่ายรายการใดจะมีการปรับตัวสูงขึ้นหรือค่าใช้จ่ายใดจะไม่ได้ใช้
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย สร้างความอุ่นใจให้กับผู้เอาประกันและครอบครัวด้วยค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย ไม่แยกวงเงินตามรายการ สบายใจเมื่อต้องเข้ารับการรักษา
   ประกันสุขภาพเหมาจ่าย  มีให้เลือกรับความคุ้มครองได้อย่างที่ต้องการ ซื้อง่าย ผ่านออนไลน์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี คลิกดูรายละเอียดได้ที่ https://online.scbprotect.co.th/e-health?paymentFrequency=YEARLY ประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองสูงด้วยเบี้ยประกันเบา ๆ ครอบคลุมการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและความเจ็บป่วยจากโรคทั่วไป ทั้ง opd และ ipd  รวมถึงการชดเชยรายได้เมื่อต้องหยุดงาน
   สบายใจ หายห่วง กับ ประกันเหมาจ่าย คุ้มครองครบ จบในแผนเดียว
   

45

   ในปัจจุบัน แนวโน้มการใช้จ่ายของคนไทยกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น หลายร้านค้าไม่ต้องพกเงินสดเข้าไปก็สแกนจ่ายได้ และถ้าพูดถึงสังคมไร้เงินสด สิ่งที่มีมานานแล้วคือ บัตรเครดิต ซึ่งทุกวันนี้แทบทุกธนาคารก็ให้คุณสมัครบัตรได้แบบง่าย ๆ เพียงมีรายได้ตามที่ธนาคารกำหนด (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 10000-15000 บาทขึ้นไป) ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนและหลักฐานแสดงรายได้ก็ สมัครบัตรเดบิต ได้ทันที แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือทำบัตรแล้วดีอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่ามีข้อดีอย่างน้อย 5 ข้อครับ

1. ใช้ผ่อนสินค้า
   ในบางครั้งการซื้อของบางอย่างก็ยากที่เราจะซื้อได้ด้วยเงินสด แต่หาก สมัครบัตรผ่อนสินค้า เรื่องทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น การผ่อนสินค้าผ่านบัตรมีข้อดีคือหลายครั้งมีโปรผ่อน 0% ทำให้คุณจ่ายค่าสินค้าเท่าราคาเงินสด โดยแบ่งจ่ายรายเดือน ทำให้ใช้จ่ายเงินได้สบายขึ้นเหมือนไม่ได้เป็นหนี้เลย
2. ทดแทนการใช้เงินสด
   หากต้องซื้อของราคาแพง ต่อให้คุณมีเงินซื้อได้ แต่การพกเงินสดไปจำนวนมากคงไม่สะดวกแน่ ปัญหานี้จะหมดไป เพียงแค่คุณตัดสินใจ ทำบัตรเครดิต แม้ว่าบัตร ATM ก็เป็นบัตรเดบิตซื้อของได้ แต่การทำบัตรไว้ใช้แทนเงินสดก็มีข้อดีอื่น ๆ ซึ่งบัตรเดบิทและการสแกนจ่ายไม่สามารถให้คุณได้
3. สะดวกเมื่อต้องการตั้งรายการจ่ายล่วงหน้า
   การผูกบัตรไว้กับค่าใช้จ่ายรายเดือนเช่นค่าโทรศัพท์ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต ฯลฯ เมื่อถึงกำหนดต้องจ่าย จะมีการตัดเงินอัตโนมัติทันที ยิ่งทุกวันนี้มีบริการรายเดือนมากมาย การทำบัตรเอาไว้เพื่อเรื่องนี้ก็ยิ่งช่วยทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายขึ้นและไม่พลาดทุกค่าใช้จ่ายสำคัญ
4. ได้ส่วนลดมากมาย
   หากคุณเป็นสายช็อปปิ้งหรือชอบไปกินอาหารนอกบ้านเป็นประจำ คุณคือหนึ่งคนที่ควรรีบ ทำบัตรเครดิต เพราะจะมีโปรโมชั่นส่วนลดมากมายรอคุณอยู่ตลอดทั้งปี
5. ได้เครดิตเงินคืนและสะสมแต้มแลกสิทธิพิเศษ
   หากคุณใช้จ่ายถึงเกณฑ์ที่บัตรกำหนด คุณจะได้เครดิตเงินคืน รวมถึงหากสะสมแต้มได้ตามจำนวนที่กำหนด ก็แลกของรางวัลได้อีกด้วย หากเป็นบัตรที่เน้นการเดินทางท่องเที่ยว ก็จะให้คุณสะสมไมล์เดินทางเพื่อแลกสิทธิพิเศษ ทั้งหมดนี้คือความคุ้มค่าที่คุณไม่ควรพลาด
   มีข้อดีเยอะขนาดนี้ แต่หลายคนก็อาจยังไม่ตัดสินใจสมัครบัตร แม้ว่าแทบทุกธนาคารจะเปิดให้คุณ สมัครบัตรเดบิตออนไลน์ สิ่งที่หลายคนกลัวคือการเป็นหนี้ ซึ่งถ้าพิจารณาให้ดี การได้ผ่อนสินค้าแบบ 0% ก็คล้ายกับว่าคุณเพียงแค่แบ่งจ่ายรายเดือนเท่านั้นโดยไม่ได้เป็นหนี้เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หรือหากคุณกำหนดวงเงินว่าจะใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเดือนเท่าไหร่และชำระคืนได้ทันทีโดยไม่ใช่แค่การชำระขั้นต่ำ คุณก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ลักษณะนี้ก็เท่ากับว่าไม่ได้เป็นหนี้เช่นกัน

   คงเห็นแล้วว่าการตัดสินใจ สมัครบัตรเครดิต คุณจะได้รับความคุ้มค่าอย่างไรบ้าง ชีวิตสะดวกสบายขึ้นอย่างไร และที่สำคัญคือหากบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ ก็ดูเหมือนคุณไม่ได้เป็นหนี้ด้วย ความคุ้มค่ามากขนาดนี้ ยิ่งสมัครเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีกับคุณมากเท่านั้น เมื่อรวมเข้ากับการสมัครที่ทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ คุณจึงไม่ควรลังเลที่จะมี บัตรเครดิต ไว้ใช้



46
ในยุคดิจิทัลที่การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การเลือก ประกันภัยรถยนต์ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ ประกันรถยนต์ ไม่ได้ให้เพียงความคุ้มครองทางกฎหมายหรืออุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจและมีระบบในทุกวัน

รู้จักตนเองก่อนเลือกประกันที่ใช่

ก่อนจะตัดสินใจทำ ประกันภัยรถยนต์ ควรพิจารณาว่าคุณใช้รถอย่างไร เช่น ใช้ทุกวันไปทำงาน ใช้เฉพาะวันหยุด หรือขับทางไกลเป็นประจำ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะมีผลต่อการเลือก ประกันรถยนต์ ที่เหมาะกับความต้องการ เช่น คนที่ขับบ่อยควรเลือกแบบที่คุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อความมั่นใจทุกเส้นทาง

ประเภทของประกันรถยนต์ที่ควรรู้

ประกันภัยรถยนต์ แบ่งออกเป็นหลายระดับ เช่น ชั้น 1, ประกันรถชั้น 2, และชั้น 3 แต่ละแบบให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ใช้รถไม่บ่อย ประกันรถชั้น 2 ถือว่าเพียงพอและช่วยประหยัดค่าเบี้ย ในขณะที่คนที่ต้องการความครอบคลุมสูงสุดก็ควรเลือก ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

ใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจง่ายขึ้น

ในยุคที่ทุกอย่างอยู่บนปลายนิ้ว หลายบริษัท ประกันรถยนต์ เปิดให้บริการออนไลน์ สามารถเปรียบเทียบราคาและแผนคุ้มครองได้ทันที การเลือกซื้อ ประกันภัยรถยนต์ ผ่านช่องทางดิจิทัลช่วยประหยัดเวลา และยังเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย

ประกันที่มาพร้อมบริการเสริมตอบโจทย์ชีวิต

หลายบริษัทออกแบบ ประกันภัยรถยนต์ ให้มีบริการพิเศษ เช่น รถทดแทนระหว่างซ่อม บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. หรือบริการซ่อมถึงบ้าน เหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลาและต้องการความพร้อมในทุกสถานการณ์ การเลือก ประกันรถยนต์ ที่มีบริการเหล่านี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก

สรุป

การเลือก ประกันภัยรถยนต์ ให้เหมาะกับการใช้ชีวิตควรเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมการขับรถของตนเองก่อนเสมอ เมื่อรู้ว่าคุณต้องการอะไร ก็จะสามารถเลือก ประกันรถยนต์ ได้ตรงใจ ไม่ว่าจะเป็น ประกันรถชั้น 2 ที่คุ้มค่า หรือชั้น 1 ที่ครอบคลุมมากกว่า การมีประกันที่เหมาะสมจะช่วยให้ทุกการเดินทางมั่นใจ ปลอดภัย และไร้กังวล

47
โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ แผงโซล่าเซลล์ เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าได้จริง ผ่านหลักการ Photovoltaic Effect เมื่อแสงตกกระทบเซลล์ที่ทำจากซิลิคอน ซึ่งเป็นสารกึ่งตัวนำ อิเล็กตรอนภายในจะเคลื่อนที่และก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าในทันที

สิ่งที่ทำให้โซลาร์เซลล์โดดเด่น คือการผลิตไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง ไม่มีการปล่อยควันหรือมลพิษ เป็นแหล่งพลังงานสะอาด (Clean Energy) ที่เหมาะกับโลกยุคใหม่ ทั้งยังสามารถติดตั้งได้ในบ้าน โรงงาน หรือพื้นที่ธุรกิจต่าง ๆ โดยมีบริการ รับติดตั้งโซล่าเซลล์ จากผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลทุกขั้นตอน

โครงสร้างและการทำงาน

หนึ่งแผ่นโซลาร์เซลล์ประกอบด้วยเซลล์ขนาดเล็กจำนวนมากที่ต่อเข้าด้วยกันเพื่อผลิตไฟฟ้า กระแสตรง (DC) จากนั้นจะส่งผ่านอุปกรณ์ Inverter เพื่อแปลงเป็น กระแสสลับ (AC) สำหรับใช้งานในบ้าน หรือเชื่อมต่อเข้าระบบไฟฟ้าหลักของการไฟฟ้า

ประเภทของโซลาร์เซลล์

Monocrystalline – ประสิทธิภาพสูงที่สุด เหมาะกับพื้นที่ติดตั้งจำกัด

Polycrystalline – ราคาประหยัด เหมาะกับพื้นที่กว้าง

Thin-film – บาง เบา และติดตั้งง่ายบนโครงสร้างที่รับน้ำหนักได้จำกัด

ทำไมโซลาร์เซลล์ถึงสำคัญ?

ในยุคที่ค่าไฟเพิ่มขึ้นและโลกต้องการลดคาร์บอน พลังงานจากแสงอาทิตย์จึงเป็นคำตอบที่ยั่งยืน โซลาร์เซลล์ช่วยให้เจ้าของบ้านลดค่าไฟฟ้าได้ระยะยาว และบางพื้นที่ยังสามารถขายไฟคืนให้การไฟฟ้าได้อีกด้วย

สรุป

การลงทุนใน แผงโซล่าเซลล์ คือการสร้างพลังงานให้กับบ้านของคุณเอง ทั้งประหยัด คุ้มค่า และเป็นมิตรกับโลก การเลือกผู้ให้บริการ รับติดตั้งโซล่าเซลล์ ที่มีคุณภาพคือก้าวแรกสู่ชีวิตพลังงานสะอาดในอนาคต

48
หลายคนอาจมองว่า Travel Insurance เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง มันคือสิ่งที่สามารถ “เปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นเรื่องเล็ก” ได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องเดินทางไปต่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลสูงมาก

Travel Insurance หรือ ประกันเดินทางต่างประเทศ มีจุดเด่นคือการให้ความคุ้มครองรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น

ค่ารักษาพยาบาลและการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน

ค่าชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า หรือยกเลิก

ค่าทรัพย์สินสูญหายจากกระเป๋าเดินทาง

บริการสายด่วนช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

บางประเทศ เช่น กลุ่มเชงเก้น หรือญี่ปุ่น กำหนดให้ผู้เดินทางต้องมี ประกันเดินทางต่างประเทศ ก่อนยื่นขอวีซ่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีความคุ้มครองที่เหมาะสม

ดังนั้น ก่อนออกเดินทาง ควรตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ เปรียบเทียบเบี้ยประกันจากหลายบริษัท และเลือกแผนที่ตรงกับจุดหมายปลายทาง เพื่อให้การเดินทางครั้งต่อไปเป็นประสบการณ์ที่ไร้กังวลอย่างแท้จริง

49
บทความนี้ได้รวบรวม 30 menuอาหารคลีน ที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ทั้งอร่อย แคลต่ำ และดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากเริ่มต้นแนวทางการกินแบบคลีน

 อาหารเช้า

โอ๊ตมีลกับผลไม้
ผสมโอ๊ตมีลกับนมอัลมอนด์และผลไม้สด เช่น กล้วยหรือเบอร์รี่ เพื่อเติมไฟเบอร์และพลังงานดี ๆ ให้ร่างกาย

ไข่คนผักโขม
ใช้ไข่ขาวผสมผักโขมและมะเขือเทศ ให้โปรตีนสูงและไขมันต่ำ

โยเกิร์ตธรรมชาติ
เพิ่มผลไม้และถั่วเพื่อเสริมโปรตีนและไฟเบอร์ เหมาะกับเช้าที่เร่งรีบ

สมูทตี้ผักและผลไม้
ผสมผักโขม กล้วย และนมอัลมอนด์ เป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่ดื่มง่ายและอิ่มนาน

ขนมปังโฮลเกรนกับอะโวคาโด
ทาอะโวคาโดบนขนมปังโฮลเกรน โรยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย เพิ่มไขมันดีให้ร่างกาย

 อาหารกลางวัน

สลัดไก่ย่าง
เนื้อไก่ย่างกับผักสดและน้ำสลัดน้ำมันมะกอก เป็น เมนูคลีน ที่เบาและอิ่มนาน

ข้าวกล้องกับผัดผักรวม
ผัดผักตามชอบ เช่น บรอกโคลี แครอท และเห็ด ได้ไฟเบอร์สูง

ซุปผักรวม
ต้มผักต่าง ๆ เช่น แครอท หอมใหญ่ และคื่นฉ่าย ให้รสชาติกลมกล่อม

ปลาย่างกับสลัดผักสด
ย่างปลาแซลมอนหรือปลากะพง เสิร์ฟคู่กับสลัดน้ำใส

พาสต้าโฮลเกรนกับซอสโหระพา
ใช้พาสต้าโฮลเกรนคู่กับซอสโหระพาจากมะเขือเทศสด ช่วยลดไขมันแต่ยังอร่อยอยู่

 อาหารเย็น

ไก่ย่างสมุนไพร
หมักไก่ด้วยสมุนไพร เช่น โรสแมรี กระเทียม และพริกไทยดำ ก่อนย่างจนสุกหอม

เต้าหู้ผัดพริกไทยดำ
เต้าหู้ให้โปรตีนจากพืช ผัดกับผักหลากสี เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ

ข้าวโพดต้มกับสลัดผัก
ข้าวโพดให้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อิ่มนาน เหมาะกับมื้อเย็นเบา ๆ

ปลานึ่งมะนาว
เมนูอาหารคลีนยอดนิยม รสเปรี้ยวสดชื่นจากมะนาวและสมุนไพร

ซุปฟักทอง
ทำจากฟักทองสด ปั่นละเอียด รสชาติหวานธรรมชาติและให้พลังงานต่ำ

 อาหารว่าง

ผลไม้สด เช่น แอปเปิ้ล ส้ม หรือเบอร์รี่ ที่ให้วิตามินสูง

ถั่วอบ เช่น อัลมอนด์หรือวอลนัท ให้ไขมันดีต่อหัวใจ

โยเกิร์ตกับผลไม้ เพิ่มความอิ่มและช่วยระบบขับถ่าย

ข้าวโพดอบ กรอบอร่อยโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน

ผักสดกับน้ำจิ้มคลีน เช่น เซเลอรี แครอท จิ้มน้ำสลัดโยเกิร์ต

 ของหวาน

พุดดิ้งชาเขียว ทำจากนมอัลมอนด์และผงมัทฉะ

ผลไม้แช่แข็ง เช่น องุ่นหรือสตรอว์เบอร์รี่ เย็นสดชื่น

บราวนี่ฟักทอง ใช้ฟักทองบดแทนไข่และน้ำตาล

โยเกิร์ตกับน้ำผึ้ง หวานนิด อร่อยมาก

ช็อกโกแลตดำ เลือกโกโก้ 70% ขึ้นไป ได้สารต้านอนุมูลอิสระ

 เครื่องดื่ม

น้ำมะนาวผสมน้ำอุ่น ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย

ชาเขียว ทั้งร้อนและเย็น เพิ่มการเผาผลาญ

น้ำผลไม้คั้นสด เช่น ส้ม แอปเปิ้ล หรือแครอท

สมูทตี้โปรตีน ผสมโปรตีนผงกับผลไม้และนมอัลมอนด์

น้ำสมุนไพร เช่น น้ำใบเตย น้ำขิง หรือน้ำเก๊กฮวย

 สรุป

อาหารคลีนสำหรับคนรักสุขภาพ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด การเลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ปรุงน้อย ไม่ใส่ผงชูรส และลดน้ำมันลงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เมนูทุกมื้อของคุณกลายเป็น เมนูคลีน ได้ง่าย ๆ

การทำ เมนูอาหารคลีน ด้วยตนเองช่วยให้ควบคุมปริมาณไขมัน น้ำตาล และโซเดียมได้ดีกว่าอาหารทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเลือกเมนูที่ชอบจาก 30 รายการข้างต้น แล้วปรับให้เข้ากับรสชาติของคุณ รับรองว่าการกินคลีนจะไม่ใช่เรื่องจำเจอีกต่อไป!

 แชร์ประสบการณ์ของคุณ

คุณมี เมนูคลีน ที่อยากแนะนำไหม?
คอมเมนต์บอกเราได้เลย! หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ ที่อยากเริ่มกินคลีนไปด้วยกัน

50
 การกู้เงินเป็นเรื่องที่หลายคนมักจะมีความกังวลและมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกู้เงินสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ หากเรามีการวางแผนที่ดีและเลือกแหล่งกู้ที่เหมาะสมกับตัวเอง ในบทความนี้เราจะพูดถึงวิธีการกู้เงินอย่างชาญฉลาดที่สามารถช่วยให้คุณมีการเงินที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น

 ทำความเข้าใจกับการกู้เงิน

การกู้เงินคือการยืมเงินจากแหล่งต่างๆ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือบุคคลทั่วไป โดยมักจะมีการกำหนดดอกเบี้ยและระยะเวลาการชำระคืน การกู้เงินสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น การซื้อบ้าน การลงทุนในธุรกิจ หรือการศึกษาต่อ

 ประโยชน์ของเงินกู้
1. การลงทุนในอนาคต: การกู้เงินเพื่อการศึกษา หรือการลงทุนในธุรกิจสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงในอนาคต
2. การจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน: การมีเงินกู้ในยามฉุกเฉินสามารถช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงิน
3. การสร้างเครดิต: การกู้เงินแล้วชำระคืนตามกำหนดสามารถช่วยสร้างประวัติการเงินที่ดี ซึ่งมีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต

 วิธีการวางแผนการกู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ

 1. ประเมินความต้องการและวัตถุประสงค์

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจกู้เงิน ควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมฉันถึงต้องการกู้เงิน?” การมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณเลือกแหล่งกู้ที่เหมาะสม

 2. ศึกษาแหล่งกู้ที่มีอยู่

มีแหล่งกู้เงินหลากหลาย เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือการกู้เงินออนไลน์ ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการชำระคืน เพื่อเลือกแหล่งกู้ที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ

 3. คำนวณความสามารถในการชำระคืน

การคำนวณความสามารถในการชำระคืนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถชำระเงินคืนได้ตามกำหนด โดยควรพิจารณารายได้และค่าใช้จ่ายประจำเดือน

 4. อ่านเงื่อนไขและข้อกำหนดอย่างละเอียด

ก่อนที่จะลงนามในสัญญากู้เงิน ควรอ่านเงื่อนไขและข้อกำหนดอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การกู้เงินไม่ใช่เรื่องผิด หากคุณมีการวางแผนที่ดีและเลือกแหล่งกู้ที่เหมาะสม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการกู้เงินและการจัดการการเงินอย่างมีระเบียบจะช่วยให้คุณใช้เงินกู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง
หากคุณกำลังพิจารณากู้เงิน อย่าลืมใช้วิธีการที่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ เพื่อให้การกู้เงินของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกู้เงินและการวางแผนการเงิน สามารถติดตามบทความและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้น



หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 54