ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - อัญณา

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 55
1

การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ดี และหนึ่งในประเภทการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ "คาร์ดิโอ" (Cardio) แต่คาร์ดิโอคืออะไร? มีประเภทไหนบ้าง? และมันแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่นอย่างไร? ในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

คาร์ดิโอ คืออะไร?

คาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise) คือการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ โดยมุ่งเน้นไปที่การทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกายประเภทนี้ช่วยให้ร่างกายสามารถใช้ออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวม เช่น การลดน้ำหนัก การเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจ และการปรับปรุงระบบไหลเวียนเลือด

 ประเภทของการออกกำลังกายคาร์ดิโอ คาร์ดิโอมีอะไรบ้าง
การออกกำลังกายคาร์ดิโอมีหลายประเภทที่สามารถเลือกทำได้ตามความชอบและความสะดวก เช่น:

1. การวิ่ง: เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและสามารถทำได้ทุกที่ การวิ่งช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากและเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจ
2. การปั่นจักรยาน: ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานในร่มหรือกลางแจ้ง การปั่นจักรยานช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาและเพิ่มความอดทน
3. การว่ายน้ำ: เป็นการออกกำลังกายที่มีผลกระทบต่ำต่อข้อต่อ แต่ยังคงให้ผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
4. การเต้นแอโรบิก: เป็นการออกกำลังกายที่สนุกสนานและช่วยให้คุณได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง
5. การเดินเร็ว: เป็นทางเลือกที่ง่ายและเหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้เริ่มต้น

 คาร์ดิโอแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่นอย่างไร? คาดิโอช่วยอะไร
การออกกำลังกายมีหลายประเภท แต่คาร์ดิโอมีความแตกต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ เช่น การฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) และการยืดเหยียด (Flexibility Exercises) ในหลายด้าน:

- เป้าหมาย: คาร์ดิโอมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด ในขณะที่การฝึกกล้ามเนื้อมุ่งเน้นการสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรง
- ระยะเวลา: การออกกำลังกายคาร์ดิโอมักใช้เวลานานกว่า โดยทั่วไปจะมีการออกกำลังกายต่อเนื่องประมาณ 20-60 นาที
- การเผาผลาญแคลอรี: คาร์ดิโอช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการฝึกกล้ามเนื้อในช่วงเวลาที่เท่ากัน

 สรุป

การออกกำลังกายคาร์ดิโอเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ดี โดยช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด และยังมีหลายประเภทให้เลือกทำตามความชอบ หากคุณต้องการเริ่มต้นการออกกำลังกายคาร์ดิโอ ควรเลือกประเภทที่เหมาะกับตัวเองและทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด




2
ในยุคที่การทำงานและการใช้ชีวิตมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ทำให้ทำเลที่ตั้งของออฟฟิศกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในย่านชิดลมที่ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการค้าในกรุงเทพมหานคร บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทำเลออฟฟิศชิดลม และเหตุผลที่ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่

 1. ทำเลที่ตั้งที่สะดวกสบาย ชิดลมอยู่แถวไหน

ทำเลชิดลมตั้งอยู่ในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งมีการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งจากรถไฟฟ้า BTS และรถยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีบริการขนส่งสาธารณะหลากหลายรูปแบบ ทำให้การเดินทางไปยังที่ทำงานหรือการประชุมกับลูกค้าเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว

 2. สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน

ออฟฟิศ ชิดลมมักจะตั้งอยู่ในอาคารที่ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องประชุมที่มีเทคโนโลยีทันสมัย พื้นที่ทำงานที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และพื้นที่พักผ่อนที่ช่วยให้พนักงานสามารถผ่อนคลายระหว่างการทำงาน

 3. ใกล้แหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหาร

การทำงานในชิดลมยังมีข้อดีอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านอาหารระดับมิชลิน หรือคาเฟ่สุดชิค ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการประชุมธุรกิจและการพักผ่อนในช่วงเวลาว่าง

 4. สังคมและเครือข่ายที่เข้มแข็ง

การทำงานในทำเลชิดลมยังเปิดโอกาสให้คุณได้พบปะกับผู้คนจากหลากหลายวงการ ทั้งนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนความรู้

 5. ออฟฟิศที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่มักมองหาออฟฟิศที่ไม่เพียงแค่เป็นสถานที่ทำงาน แต่ยังต้องมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน ออฟฟิศในชิดลมจึงมักมีการออกแบบที่ทันสมัย มีพื้นที่ทำงานแบบเปิด (Open Space) และมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในทีม


ออฟฟิศในย่านชิดลมเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำงานในทำเลที่สะดวกสบาย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและมีโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย อย่าลืมพิจารณาออฟฟิศในชิดลมเป็นตัวเลือกหลัก






3
การมีใบขับขี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการขับรถในประเทศไทย แต่ถ้าหากคุณทำใบขับขี่หายไป จะทำอย่างไรดี? ในปัจจุบันมีวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วในการแจ้งใบขับขี่หายผ่านแอปพลิเคชัน DLT e-Service ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 ทำไมต้องแจ้งใบขับขี่หาย?

การแจ้งใบขับขี่หายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากใบขับขี่เป็นเอกสารที่พิสูจน์ว่าคุณมีสิทธิ์ในการขับขี่รถยนต์ หากไม่แจ้งให้ทราบ อาจเกิดปัญหาต่างๆ เช่น การถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด หรือการถูกปรับในกรณีที่มีการกระทำผิดกฎหมายโดยใช้ใบขับขี่ของคุณ

 ขั้นตอนการแจ้งใบขับขี่หายผ่านแอป DLT e-Service

 1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอป DLT e-Service

ก่อนอื่นคุณต้องดาวน์โหลดแอป DLT e-Service ซึ่งสามารถหาได้ทั้งในระบบ Android และ iOS โดยทำการติดตั้งแอปพลิเคชันให้เรียบร้อย

 2. ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ

เมื่อคุณติดตั้งแอปแล้ว ให้ทำการลงทะเบียนโดยกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล และหมายเลขบัตรประชาชน จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ของคุณ

 3. เลือกเมนูแจ้งใบขับขี่หาย

เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้ค้นหาเมนู "แจ้งใบขับขี่หาย" ในหน้าแรกของแอป จากนั้นคลิกเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการแจ้ง

 4. กรอกข้อมูลที่จำเป็น

คุณจะต้องกรอกข้อมูลที่สำคัญ เช่น หมายเลขใบขับขี่ (ถ้าจำได้) วันที่ใบขับขี่หาย และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

 5. ยืนยันการแจ้ง

หลังจากกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องและกดยืนยันการแจ้งใบขับขี่หาย ระบบจะส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบทันที

 ข้อดีของการแจ้งใบขับขี่หายผ่านแอป DLT e-Service

- สะดวกและรวดเร็ว: คุณสามารถทำการแจ้งใบขับขี่หายได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงาน
- ติดตามสถานะได้ง่าย: คุณสามารถติดตามสถานะการดำเนินการได้ผ่านแอป
- ลดความเสี่ยงจากการถูกใช้ใบขับขี่: การแจ้งหายจะช่วยป้องกันไม่ให้มีการนำใบขับขี่ไปใช้ในทางที่ผิด

 สรุป

การแจ้งใบขับขี่หายผ่านแอป DLT e-Service เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ที่ช่วยให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสำนักงาน หากคุณทำใบขับขี่หาย อย่าลืมทำการแจ้งทันทีเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต




4
ก่อนหน้านี้ หากจะลงทุนเปิดบริษัท หลายบริษัทเลือกการซื้ออาคารเป็นของตัวเอง หรือหาก เช่าออฟฟิศ ก็จะเป็นออฟฟิศแบบดั้งเดิมที่เน้นการเช่าระยะยาว เป็นเจ้าของพื้นที่ให้เช่าเพียงผู้เดียว แต่ทุกวันนี้คือยุคที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การทำงานมีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น ทั้งยังมีธุรกิจก่อตั้งใหม่มากมายที่มีงบประมาณจำกัด จุดนี้ทำให้ธุรกิจ Office for rent มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน โดยเป็นที่นิยมขององค์กรขนาดเล็ก กลาง รวมถึงสตาร์ทอัพ หรือแม้แต่บริษัทข้ามชาติที่ต้องการสาขาชั่วคราวในพื้นที่ใหม่

การมองหา ออฟฟิศให้เช่า ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจปรับตัวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ออฟฟิศหรือ สำนักงานให้เช่า ในปัจจุบันไม่ได้มีรูปแบบเดียวเหมือนในอดีต แต่กลับมีให้เลือกหลากหลาย ออฟฟิศรูปแบบเดิมยังคงมีอยู่ ในขณะเดียวกันรูปแบบใหม่ก็มีให้เลือกมากขึ้น ตั้งแต่สำนักงานสำเร็จรูปไปจนถึงออฟฟิศที่ใช้ร่วมกับบริษัทอื่น ดังนั้นก่อนเช่าจึงต้องเลือกให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเองมากที่สุด

ประเภทของ Office space ก็มีผลกับการตัดสินใจ
หนึ่งในเรื่องที่สำคัญสำหรับการ เช่าออฟฟิศ ก็คือประเภทของออฟฟิศ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีฟังก์ชั่นการใช้งานและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจที่ต่างกัน โดยมี Office space อย่างน้อย 4 ประเภท ดังนี้
1. ออฟฟิศแบบดั้งเดิม (Conventional Office)
สำนักงานแบบดั้งเดิม คือ พื้นที่สำนักงานที่ผู้เช่าต้องเช่าทั้งพื้นที่เปล่าแล้วมาตกแต่ง จัดซื้ออุปกรณ์ และบริหารจัดการทุกอย่างเองทั้งหมด มักจะมีสัญญาเช่าระยะยาว
จุดเด่นของออฟฟิศลักษณะนี้คืออิสระในการออกแบบและภาพลักษณ์องค์กรที่ชัดเจน เพราะสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานให้ออกมายังไงก็ได้ตามที่อยากให้เป็น
ออฟฟิศแบบดั้งเดิมมีจุดเด่นคือความเป็นส่วนตัวสูงมาก แต่ก็มาพร้อมกับข้อจำกัดคือค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูง นอกจากนี้ยังมีค่าซ่อมบำรุงซึ่งส่วนใหญ่ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบเอง
ด้วยความเป็นสัญญาเช่าระยะยาว จึงเหมาะกับบริษัทที่มีความมั่นคง ตลอดจนองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะย้ายพื้นที่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

2. สำนักงานสำเร็จรูป (Serviced Office)
สำนักงานสำเร็จรูป หรือ Rent Serviced Office คือ พื้นที่สำนักงานที่ได้รับการตกแต่งและจัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมใช้งานไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้เช่าสามารถเริ่มต้นทำงานได้ทันที
จุดเด่นภายในออฟฟิศประเภทนี้จะมาพร้อมกับอุปกรณ์สำนักงานอย่างครบถ้วน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย มีความปลอดภัยในการทํางานออฟฟิศ นอกจากนี้ผู้ให้บริการ ออฟฟิศให้เช่า ประเภท Serviced Office ยังมักจะมาพร้อมกับทีมงานสนับสนุน ทำให้ผู้เช่าแทบไม่ต้องเตรียมพนักงานในส่วนอาคารและสถานที่
ด้านข้อเสีย หากวางแผนเช่าในระยะยาว อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการมองหาออฟฟิศแบบดั้งเดิม เพราะค่าเช่ารายเดือนจัดว่าสูงมาก ในระยะยาวจะไม่คุ้มเท่ากับการลงทุนเองทั้งหมด
Serviced Office เหมาะกับสตาร์ทอัพ บริษัทต่างชาติที่ต้องการตั้งสำนักงานสาขาในไทย หรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการความคล่องตัวสูง เนื่องจากไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากในการเริ่มต้น และยังสามารถขยายหรือลดขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ

3. พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)
Co-working Space คือ พื้นที่ทำงานร่วมกันที่เปิดให้คนจากหลายองค์กรหรืออาชีพมาใช้พื้นที่เดียวกัน โดยมักมีบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างแรงบันดาลใจ โดยมีให้เลือกตั้งแต่การเช่ารายวัน ไปจนถึงห้องทำงานประจำที่เช่าได้แบบรายเดือน ซึ่งเราจะพบออฟฟิศแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นคำตอบที่หลายบริษัทเลือกใช้สำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล
จุดเด่นของออฟฟิศประเภทนี้คือมีบริการส่วนกลางอย่างครบครัน มีขนาดห้องให้เลือกหลากหลาย ใช้ได้ตั้งแต่การจัดฝึกอบรมไปจนถึงออฟฟิศขนาดเล็กที่ต้องการเช่าระยะสั้น
ด้านข้อเสีย หากมองหาความเป็นส่วนตัว ออฟฟิศประเภทนี้ก็จะไม่ตอบโจทย์ เพราะผู้เข้าใช้บริการมีแนวโน้มเปลี่ยนไปตลอดเวลา
Co-working Space เหมาะตั้งแต่กลุ่มคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไปจนถึงองค์กรขนาดเล็กที่กำลังมองหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจ หรือแม้แต่บริษัทที่อยากจัดประชุมนอกสถานที่ Co-working Space ก็ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้

4. สำนักงานแบบแชร์พื้นที่ (Shared Office)
สำนักงานแบบแชร์พื้นที่ เช่าออฟฟิศขนาดเล็กคือจุดกึ่งกลางระหว่าง Co-working Space และ Serviced Office โดยมีลักษณะเป็นการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันของสองบริษัทขึ้นไป (ลักษณะคล้าย Co-working Space) ในขณะเดียวกันแต่ละบริษัทก็จะมีออฟฟิศของตัวเองแยกจากบริษัทอื่นอย่างเป็นสัดส่วน (ลักษณะคล้าย Serviced Office)
จุดเด่นของสำนักงานแบบแชร์พื้นที่ คือเป็นสำนักงานที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า Co-working Space เพราะพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันมีเพียงพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น ในออฟฟิศของแต่ละบริษัทยังคงมีความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นออฟฟิศที่มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นเดียวกับ Serviced Office
ด้านข้อเสียคือออฟฟิศประเภทนี้มักจะมีพื้นที่ไม่มาก เพราะในหนึ่งชั้นของอาคารจะถูกแชร์กันระหว่างสองบริษัทขึ้นไป หากเจ้าของธุรกิจให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ ก็จำเป็นต้องมองหา Serviced Office ในกรณีที่ต้องการสำนักงานที่เข้าทำงานได้ทันที หรือออฟฟิศแบบดั้งเดิม ในกรณีที่ต้องการอิสระในการปรับแต่ง
สำนักงานแบบแชร์พื้นที่เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กที่ต้องการประหยัดงบประมาณ แต่ยังคงต้องการบริการแบบเต็มรูปแบบ มีความปลอดภัยในออฟฟิศ นอกจากนี้ยังเหมาะกับบริษัทที่ยอมรับได้เรื่องพื้นที่ส่วนกลางซึ่งจะมีบริษัทอื่นมาร่วมใช้ด้วย จึงอาจไม่เหมาะกับบริษัทที่เน้นเรื่องการรักษาความลับของการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่




5


LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) เป็นมาตรฐานการรับรองอาคารที่มุ่งเน้นการสร้างและออกแบบอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านการประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ LEED Certification ว่าคืออะไร ประโยชน์ของการมี LEED Certification และประเภทต่าง ๆ ที่ควรรู้

 LEED Certification คืออะไร?

LEED Certification เป็นระบบการรับรองที่พัฒนาโดย U.S. Green Building Council (USGBC) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างอาคารที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการประเมินอาคารตามเกณฑ์ที่กำหนดในหลายด้าน เช่น การประหยัดพลังงาน การใช้น้ำ การเลือกใช้วัสดุ และคุณภาพอากาศภายในอาคาร

 ประโยชน์ของ LEED Certification

การได้รับ LEED Certification มีประโยชน์มากมาย เช่น:

1. ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย: อาคารที่ได้รับการรับรอง LEED มักจะมีการออกแบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานและน้ำ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง
2. สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: การมี LEED Certification ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร โดยแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
3. สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: อาคารที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน LEED มีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน

 ประเภทของ LEED Certification

LEED Certification แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะมีเกณฑ์การประเมินที่แตกต่างกันไป ตามลักษณะการใช้งานของอาคาร ดังนี้:

1. LEED for Building Design and Construction (BD+C): สำหรับอาคารใหม่หรือการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่
2. LEED for Interior Design and Construction (ID+C): สำหรับการออกแบบและก่อสร้างภายในอาคาร
3. LEED for Building Operations and Maintenance (O+M): สำหรับการบริหารจัดการและบำรุงรักษาอาคารที่มีอยู่
4. LEED for Neighborhood Development (ND): สำหรับการพัฒนาโครงการชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 วิธีการขอ LEED Certification

การขอ LEED Certification ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:

1. เตรียมเอกสาร: รวบรวมข้อมูลและเอกสารที่จำเป็น เช่น แผนผังอาคาร รายงานการใช้พลังงาน และข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้
2. สมัครผ่าน Green Building Certification Institute (GBCI): ส่งเอกสารและข้อมูลที่เตรียมไว้ไปยัง GBCI เพื่อทำการประเมิน
3. รับการประเมิน: ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่ส่งไป
4. ได้รับการรับรอง: หากผ่านการประเมิน จะได้รับ LEED Certification ออฟฟิศ LEED Gold ตามระดับที่กำหนด

LEED Certification เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างอาคารที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน หากคุณกำลังพิจารณาการก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคาร การได้รับ ออฟฟิศ LEED Certified จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมีประโยชน์ในระยะยาว

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LEED Certification หรือการออกแบบอาคารสีเขียว Office for rent  เช่าพื้นที่สำนักงาน สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำและการสนับสนุนในการดำเนินการได้เลย!



6


การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโภชนาการที่เหมาะสม เมนูอาหารผู้สูงอายุที่ดีไม่เพียงแต่ต้องทำง่าย แต่ยังต้องมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้สูงอายุ วันนี้เราจะมานำเสนอเมนูอาหารผู้สูงอายุ 3 มื้อ ที่ทำง่ายและมีประโยชน์ด้านโภชนาการ

 มื้อเช้า: ข้าวต้มปลา

 ส่วนผสม:
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- ปลา (ปลาทูหรือปลานิล) 100 กรัม
- ขิงสด 1 ชิ้น
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่า 2 ถ้วย
- เกลือและพริกไทยตามชอบ

 วิธีทำ:
1. ตั้งน้ำซุปในหม้อให้เดือด ใส่ข้าวสวยลงไป
2. ใส่ปลาและขิงลงไป ต้มจนปลาสุกและข้าวนุ่ม
3. ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
4. เสิร์ฟพร้อมต้นหอมซอย

ประโยชน์: ข้าวต้มปลาเป็นอาหารที่ย่อยง่าย มีโปรตีนจากปลา และมีคาร์โบไฮเดรตจากข้าว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการอาหารที่ไม่หนักท้อง

 มื้อกลางวัน: สลัดผักรวม

 ส่วนผสม:
- ผักสด (ผักกาดหอม, แครอท, มะเขือเทศ) 1 ถ้วย
- ไก่ต้มสุก 100 กรัม
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- เกลือและพริกไทยตามชอบ

 วิธีทำ:
1. ล้างผักให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ
2. ฉีกไก่ต้มเป็นชิ้นเล็ก ๆ
3. ผสมผักและไก่ในชาม ใส่น้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว
4. ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

ประโยชน์: สลัดผักรวมช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับวิตามินและเกลือแร่จากผักสด โดยมีโปรตีนจากไก่เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

 มื้อเย็น: ต้มจืดผักรวม

 ส่วนผสม:
- ผักรวม (ฟักทอง, แครอท, ผักกาดขาว) 2 ถ้วย
- หมูสับ 100 กรัม
- น้ำเปล่า 3 ถ้วย
- เกลือและพริกไทยตามชอบ

 วิธีทำ:
1. ต้มน้ำในหม้อให้เดือด ใส่หมูสับลงไป
2. ใส่ผักรวมลงไป ต้มจนผักนุ่ม
3. ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

ประโยชน์: ต้มจืดผักรวมเป็นอาหารที่มีน้ำมาก ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับน้ำและวิตามินจากผักอย่างเพียงพอ


การเลือกเมนูอาหารที่ดีสำหรับผู้สูงอายุไม่เพียงแต่ช่วยให้มีสุขภาพที่ดี แต่ยังทำให้พวกเขามีความสุขในการรับประทานอาหาร เมนูผู้สูงอายุที่นำเสนอในวันนี้ทำง่ายและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับทุกครอบครัวที่ต้องการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุในบ้าน

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่ด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถพัฒนาบทความให้ดียิ่งขึ้น!


7


การนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ แต่สำหรับคนที่นอนหลับยาก อาจจะต้องใช้เทคนิคพิเศษเพื่อให้สามารถหลับได้ง่ายและหลับลึกในเวลาอันสั้น ในบทความนี้ เราจะมาแชร์ 10 เคล็ดลับที่สามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้ภายใน 15 นาที

 1. สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

การสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ ควรปรับอุณหภูมิในห้องให้อยู่ในระดับที่เย็นสบาย และปิดไฟให้มืดสนิท นอกจากนี้ การใช้เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องเสียงธรรมชาติสามารถช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้

 2. กำหนดเวลาเข้านอน

การมีเวลานอนที่แน่นอนทุกวันจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวและรู้สึกง่วงนอนในเวลาที่กำหนด พยายามเข้านอนและตื่นในเวลาเดียวกันทุกวัน แม้ในวันหยุด

 3. หลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี

การใช้โทรศัพท์มือถือหรือดูโทรทัศน์ก่อนนอนอาจทำให้สมองตื่นตัวและยากที่จะหลับ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงก่อนนอน

 4. ทำกิจกรรมผ่อนคลาย

การทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ หรือทำโยคะ จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้พักผ่อนก่อนนอน

 5. จำกัดการดื่มคาเฟอีน

ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา หรือโซดาในช่วงบ่ายและเย็น เพราะคาเฟอีนสามารถทำให้คุณนอนหลับยากขึ้น

 6. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายสามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยและพร้อมสำหรับการนอนหลับ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงก่อนนอน

 7. ใช้เทคนิคการหายใจ

เทคนิคการหายใจลึก เช่น การหายใจเข้าออกช้า ๆ สามารถช่วยลดความเครียดและทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ลองนับการหายใจเข้าและออก 4 วินาทีในแต่ละข้าง

 8. สร้างกิจวัตรก่อนนอน

การมีกิจวัตรที่ชัดเจนก่อนนอน เช่น การอาบน้ำ อ่านหนังสือ หรือทำสมาธิ จะช่วยให้ร่างกายรู้ว่าเป็นเวลานอนแล้ว

 9. หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน

การนอนกลางวันอาจทำให้คุณรู้สึกไม่ง่วงในเวลากลางคืน หากต้องการนอนกลางวัน ควรจำกัดเวลาไม่เกิน 20-30 นาที

 10. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังคงมีปัญหานอนหลับยาก ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อหาสาเหตุและวิธีการรักษาที่เหมาะสม


การนอนหลับที่ดี เวลานอนที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของเรา การนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้สามารถช่วยให้คุณนอนหลับง่ายและหลับลึกในเวลาเพียง 15 นาที หากคุณมีปัญหาเวลานอนหลับอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ




8

ในยุคที่เทคโนโลยีการขับขี่ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รถ ev คือ รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV (Electric Vehicle) ได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้รถยนต์ในปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการชาร์จที่รวดเร็วและระยะทางการขับขี่ที่ยาวนาน ในบทความนี้ เราจะสำรวจรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความสามารถในการชาร์จภายใน 30 นาทีและวิ่งได้ไกลที่สุดในปี 2026

 1. ความสำคัญของการชาร์จเร็วในรถไฟฟ้า ev
การชาร์จเร็วเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ารู้สึกสะดวกสบายมากขึ้น เนื่องจากการชาร์จที่รวดเร็วช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการรอคอยและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะทางไกลที่ผู้ขับขี่ต้องการความมั่นใจในการเดินทาง

 2. รถยนต์ไฟฟ้าชาร์จเร็วที่สุดในปี 2026

 2.1 Tesla Model 3

Tesla Model 3 ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงในด้านการชาร์จเร็ว โดยมีเทคโนโลยี Supercharger ที่ช่วยให้สามารถชาร์จได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที และระยะทางที่สามารถวิ่งได้หลังจากชาร์จเต็มอยู่ที่ประมาณ 500 กม.

 2.2 Hyundai Ioniq 6

Hyundai Ioniq 6 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยระบบชาร์จเร็ว 800V ที่ช่วยให้สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ภายในเวลา 18 นาที และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 614 กม. ต่อการชาร์จเต็ม

 2.3 Kia EV6

Kia EV6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการออกแบบทันสมัยและเทคโนโลยีการชาร์จที่ยอดเยี่ยม โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 18 นาที และมีระยะทางการขับขี่สูงสุดที่ 528 กม.

 2.4 Ford Mustang Mach-E

Ford Mustang Mach-E เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความสามารถในการชาร์จเร็วกว่ารถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ในเวลา 38 นาที และมีระยะทางการขับขี่ที่สามารถทำได้ถึง 500 กม.

 3. ข้อควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อคุณเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ควรพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น ความสามารถในการชาร์จ, ระยะทางการขับขี่, และความสะดวกในการเข้าถึงสถานีชาร์จ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบว่ารถยนต์นั้นมีการรับประกันและบริการหลังการขายที่ดีหรือไม่


รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการชาร์จเร็วและระยะทางการขับขี่ที่ยาวนาน Tesla Model 3, Hyundai Ioniq 6, Kia EV6 และ Ford Mustang Mach-E เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถชาร์จได้เร็วและวิ่งได้ไกล

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในอนาคต อย่าลืมพิจารณารุ่นเหล่านี้และทำการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รถยนต์ที่ตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานสะอาดและเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต!

9

   เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจจะเคยประสบปัญหาขายของดี แต่ไม่มีกระแสเงินสดไว้ทำทุน ทำให้เกิดสถานการณ์ หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินทุนในการขายของต่อ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ไปหาเงินกู้ที่ไหนดีเพื่อไม่ให้ธุรกิจติดขัด

สาเหตุของการไม่มีเงินหมุน

- ขายของแบบเครดิต
หลายคนทำธุรกิจแบบการวางเครดิต โดยให้สินค้าไปก่อนแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง บางครั้งทำให้ไม่มีเงินไปซื้อสินค้าใหม่มาขาย เพราะเงินที่ลูกค้าติดเครดิตเอาไว้ยังไม่ได้ชำระ ถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีกระแสเงินสดในการทำธุรกิจที่เพียงพอในบางช่วงเวลา หากใครที่พอมีเงินเก็บก็อาจที่จะนำมาใช้กับธุรกิจได้ก่อน แต่สำหรับคนที่เงินตึงมือคงเป็นปัญหาใหญ่

- มีหนี้สินมาก
การมีหนี้สินมากก็เป็นสาเหตุของการหมุนเงินในการทำธุรกิจไม่ทัน โดยเฉพาะหากเป็นหนี้นอกระบบ จะทำให้ต้องหาเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่แพงมหาโหด ส่งผลต่อการหมุนเงินในการทำมาค้าขายเป็นอันมาก

- มีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน
ชีวิตคนเราไม่แน่นอน บางครั้งอาจมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินแบบฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอมบุตรหลาน หรือค่าซ่อมบ้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องใช้เงินจน หมุนเงินไม่ทัน ได้

ต้องการเงินหมุน สินเชื่อแบบไหนช่วยได้
   เมื่อทำธุรกิจแล้ว หมุนเงินไม่ทันทําไงดี การกู้เงินคือทางออกของปัญหาที่กล่าวมา แต่การกู้เงิน ขอสินเชื่อ แบบใดจะมีโอกาสได้รับการอนุมัติบ้าง
สินเชื่อบัตรเงินสด
   เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินภายในบัตร เสมือนการยืมเงินสำรองเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งมีข้อดีคือ หากไม่มีการใช้วงเงินในบัตรก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และหากมีการกดเงินออกมาใช้ก็จะคำนวณดอกเบี้ยในส่วนของวงเงินที่กดออกมาเท่านั้น สามารถผ่อนชำระขั้นต่ำตามที่กำหนดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินพร้อมใช้เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ยต่อปีนั้นจะสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น
สินเชื่อบุคคล
   เป็นสินเชื่อที่ทางธนาคารมีไว้สำหรับบุคคลทั่วไป หลายธนาคารให้กู้ธนาคารได้โดยไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน โดยวงเงินที่ได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและหลักประกัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5 - 10 เท่าของรายได้ มีข้อดีคือ ผู้กู้จะได้เงินก้อนมาใช้ทันที มีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงเท่าบัตรกดเงินสด และมียอดผ่อนชำระคงที่เท่ากันตลอดอายุสัญญา ผ่อนได้นานกว่าบัตรเงินสด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปลงทุนและต้องการระยะเวลาผ่อนชำระนาน
สินเชื่อรถยนต์ รถจักรยานยนต์
   สำหรับคนที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การนำรถไปขอสินเชื่อหรือที่เรียกว่าเอารถไปเข้าไฟแนนท์นั้น จะทำให้ได้รับเงินอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีทรัพย์สินไปค้ำประกัน มีข้อดีคือ สามารถกู้ได้ง่าย วงเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพของรถและปีที่จดทะเบียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นของตนเองและต้องการเงินด่วนมาก ๆ
สินเชื่อบ้าน
   คือการเอาทรัพย์สินประเภทบ้านและที่ดินไปจำนองกับธนาคารเพื่อให้ได้เงินก้อนมาเสริมสภาพคล่อง มีข้อดีคือ จะได้เงินก้อนเป็นจำนวนมาก ระยะเวลาการผ่อนชำระนาน ซึ่งหากต้องการเงินลงทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ สินเชื่อประเภทนี้เหมาะในการยื่นกู้ แต่ถ้าเพียงต้องการเงินมาหมุนทำธุรกิจจำนวนไม่มากก็ไม่เหมาะกับสินเชื่อนี้
   
หากใครที่เกิดปัญหาเรื่องของเงินสดสำรองในการค้าขาย เรามี วิธีหมุนเงินขายของ มาแนะนำ นั่นคือการกู้เงิน สินเชื่อกับธนาคารกรุงไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยสินเชื่อ sme กรุงไทยนั้นมีหลายประเภท ทั้งที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระยาว ช่วยลดภาระทางการเงินให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้ ให้ทุกปัญหามีทางออกด้วยสินเชื่อ sme จากธนาคารกรุงไทย



10

   การออมเงินเป็นการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งสะสมไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำรองหรือเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินก้อน การออมเงินมีหลายรูปแบบ เช่นฝากประจำ ลงทุนหุ้น กองทุน หรือ พันธบัตรรัฐบาล แต่หากการออมเงินนั้นได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีด้วยก็จะช่วยให้เรามีเงินเหลือมากขึ้น

   กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ rmf ที่มาจากชื่อเต็มว่า Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนรวมที่ตั้งขึ้นเพื่อการออมระยะยาว เช่นเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานบริษัทเอกชน (Provident Fund) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินเพิ่มเพื่อใช้ในวัยเกษียณ ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ และเลือกระดับความเสี่ยงได้
   rmf ลดหย่อนภาษี ได้ในปีที่มีการซื้อ โดยไม่มีเงื่อนไขของเงินลงทุนขั้นต่ำ แต่สามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตามเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนรวมเพื่อการออม ssf และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

rmf เงื่อนไข การซื้อแม้จะไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ แต่ก็ยังมีเงื่อนไขอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ ได้แก่
ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี สามารถเว้นได้ไม่เกิน 1 ปี
ต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี ถ้ามีการเว้นการลงทุน  ปีนั้นจะไม่ถูกนับอายุ
การนับอายุจะนับแบบวันชนวัน
สามารถขายคืนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุ 55 ปีขึ้นไป โดยนับเมื่อครบอายุในวันเกิด

rmf มีข้อดีที่น่าลงทุน ได้แก่
ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านภาษี ซึ่งเงินที่ได้จากการลดหย่อนภาษีสามารถนำไปเพิ่มเป็นเงินออมหรือเงินลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนได้มากขึ้น
มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากธนาคาร
สร้างวินัยในการออม เนื่องจาก rmf กำหนดให้ซื้อต่อเนื่อง และสามารถขายคืนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุตั้งแต่ 55 ปี ทำให้สามารถเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อใช้ในวัยเกษียณได้

rmf มีข้อแตกต่างจาก ssf กองทุนรวมเพื่อการออมที่สามารถลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกับ rmf ดังนี้
rmf ลดหย่อนภาษี ได้ ssf ก็ลดหย่อนภาษีได้ในอัตราเดียวกัน คือไม่เกินกว่า 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ ssf สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินลงทุนในกองทุนเพื่อวัยเกษียณรวมถึง rmf ด้วย ก็สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
rmf กำหนดให้ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี แต่ ssf ไม่ได้กำหนดให้ต้องลงทุนต่อเนื่อง
rmf ขายคืนได้เมื่อลงทุนครบ 5 ปี แต่ ssf ขายคืนได้เมื่อลงทุนครบ 10 ปี
rmf ขายคืนได้เมื่อผู้ลงทุนมีอายุ 55 ปีขึ้นไป ส่วน ssf ไม่กำหนดอายุของผู้ลงทุนเมื่อถึงเวลาขายคืน
rmf ไม่มีการจ่ายเงินปันผล ส่วน ssf มีทั้งแบบจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผล

rmf เงื่อนไข กำหนดให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะลูกจ้างบริษัทเอกชนที่บริษัทยังไม่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ rmf มีให้เลือกหลายประเภทและหลายระดับความเสี่ยง หากลงทุนเมื่ออายุยังน้อยสามารถเลือกแบบความเสี่ยงสูงเพราะมีระยะเวลาลงทุนนาน แต่หากลงทุนเมื่ออายุมากก็สามารถเลือกแบบความเสี่ยงต่ำได้ แต่ไม่ว่าจะเลือกระดับความเสี่ยงแบบใดเงินที่ลงทุนไปและผลตอบแทนที่ได้ก็จะสะสมและทบเข้าไปในเงินต้นที่เราลงทุน ยิ่งกว่านั้นเราไม่สามารถถอนเงินออกใช้ได้จนกว่าจะถึงอายุเกษียณ rmf จึงเป็นการลงทุนที่ทำให้ผู้ลงทุนมีเงินพร้อมใช้ในวัยเกษียณอย่างแท้จริง





11


การวิ่งเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพและช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น แต่หลายคนมักจะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือไม่สามารถสนุกกับการวิ่งได้อย่างเต็มที่ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 12 วิธีวิ่งเร็วไม่เหนื่อยที่จะช่วยให้คุณวิ่งได้อย่างเพลิดเพลินและไม่เหนื่อยจนเกินไป พร้อมทั้งช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิ่งยังไงไม่ให้เหนื่อย

 1. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณมีแรงจูงใจในการวิ่ง เช่น การวิ่งเพื่อสุขภาพ การเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน หรือการลดน้ำหนัก เป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้คุณมุ่งมั่นมากขึ้น

 2. เลือกเส้นทางที่เหมาะสม

การเลือกเส้นทางวิ่งที่สวยงามและน่าสนใจจะช่วยให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินกับการวิ่งมากขึ้น ลองเลือกเส้นทางที่มีธรรมชาติสวยงามหรือเส้นทางที่มีเพื่อนร่วมวิ่ง

 3. ฟังเพลงหรือพอดแคสต์

การฟังเพลงหรือพอดแคสต์ขณะวิ่งสามารถช่วยให้คุณรู้สึกสนุกและลดความรู้สึกเหนื่อยล้าได้ ลองเลือกเพลงที่มีจังหวะเร็วเพื่อกระตุ้นให้คุณวิ่งได้เร็วขึ้น

 4. ใช้เทคนิคการหายใจ

การหายใจอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าได้ ลองฝึกหายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกให้เต็มที่ในระหว่างการวิ่ง เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ

 5. สวมใส่รองเท้าวิ่งที่เหมาะสม

รองเท้าวิ่งที่ดีจะช่วยลดแรงกระแทกและทำให้คุณรู้สึกสบายขณะวิ่ง ควรเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้าและสไตล์การวิ่งของคุณ

 6. รักษาความเร็วที่เหมาะสม

การวิ่งด้วยความเร็วที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป ควรเริ่มต้นด้วยความเร็วที่สามารถพูดคุยได้ในขณะวิ่ง และค่อย ๆ ปรับความเร็วขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มชิน

 7. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย ควรมีวันหยุดวิ่งเพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนและฟื้นฟู

 8. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และลดความเหนื่อยล้าขณะวิ่ง ควรดื่มน้ำก่อน ระหว่าง และหลังการวิ่ง

 9. สร้างกลุ่มเพื่อนวิ่ง

การมีเพื่อนร่วมวิ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและทำให้คุณมีแรงจูงใจมากขึ้นในการวิ่ง ลองเข้าร่วมกลุ่มวิ่งในพื้นที่ของคุณ

 10. สลับการวิ่งกับการเดิน

การสลับการวิ่งกับการเดินจะช่วยให้คุณสามารถวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป ลองวิ่ง 1 นาทีแล้วเดิน 1 นาที สลับกันไป

 11. ใช้เทคนิคการวิ่งแบบสั้น

การวิ่งแบบสั้น ๆ และเร็วจะช่วยให้คุณสามารถวิ่งได้มากขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป ลองใช้เทคนิคนี้ในการฝึกซ้อม

 12. สนุกกับการวิ่ง

สุดท้ายคือการสนุกกับการวิ่ง อย่าลืมว่าการวิ่งควรเป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณรู้สึกดีและมีความสุข ลองตั้งใจให้การวิ่งเป็นช่วงเวลาที่คุณสามารถผ่อนคลายและสนุกสนานได้



การวิ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมที่เหนื่อยล้าเสมอไป ด้วย 12 วิธีวิ่งให้เร็วไม่เหนื่อยที่เราแนะนำในบทความนี้ คุณสามารถวิ่งได้อย่างเพลิดเพลินและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่าลืมเริ่มต้นด้วยความตั้งใจและความสนุกสนาน เพื่อให้การวิ่งเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณ




12


หากพูดถึงบัญชีออมเงินที่แทบทุกคนต้องมีแน่นอนว่าจะต้องนึกถึงบัญชีออมทรัพย์ แต่เพราะบัญชีออมทรัพย์มาพร้อมดอกเบี้ยออมทรัพย์ค่อนข้างต่ำจึงมีอีกตัวเลือกหนึ่ง นั่นคือ บัญชีฝากประจำ ที่มาพร้อมดอกเบี้ยสูงสุดถึง 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น แต่ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้หลายคนอาจมีคำถามว่าการฝากประจำเหมาะกับยุคนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นลองมาดูข้อดีข้อเสียของการฝากประจำอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนอยากออมเงิน

เงินฝากประจำ คืออะไร
การฝากประจำ คือ การเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินเพื่อฝากเงินโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ถอนเงินออกมาจนกว่าจะครบกำหนด โดยระยะเวลาการฝากเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินนั้น ๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน หรือ 24 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ฝากจะต้องนำเงินเข้าบัญชีเดือนละเท่า ๆ กัน และสถาบันการเงินจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หรือ 12 เดือน โดยดอกเบี้ยเงินฝากประจำมีอัตราดอกเบี้ยฝากประจำตั้งแต่ 0.4 - 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งมากกว่าเงินฝากประเภทออมทรัพย์

ข้อดีและข้อเสียของ เงินฝากประจำ
สำหรับข้อดีของการฝากประจำที่เห็นได้ชัดคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ โดยมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเพราะเป็นการฝากเงินกับสถาบันการเงินเอาไว้ โดยสถาบันการเงินไม่ได้นำเงินไปลงทุนใด ๆ นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจ เปิดบัญชี เงินฝากประจำเนื่องจากเป็นการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี ทำให้การยื่นขอสินเชื่อต่าง ๆ มีโอกาสได้รับอนุมัติง่ายขึ้นอีกด้วย
สำหรับข้อด้อยของบัญชีเงินฝากประจำแน่นอนว่าไม่สามารถนำเงินออกจากบัญชีได้จนกว่าจะครบกำหนด เช่น ฝากประจํา12เดือน เจ้าของบัญชีสามารถเบิกเงินได้เมื่อฝากเงินครบ 12 เดือนเท่านั้น แต่หากต้องการเบิกถอนเงินก่อนกำหนดจะไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือได้ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำยังต้องถูกนำไปเสียภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี นั่นจึงทำให้คนจำนวนมากที่มีเงินก้อนใหญ่นิยมนำเงินไปลงทุนวิธีอื่นที่ได้ดอกเบี้ยมากกว่าและลดหย่อนภาษีได้มากกว่า

สำหรับใครที่สงสัยว่า บัญชีเงินฝากประจำ เหมาะสำหรับยุคนี้หรือไม่ แน่นอนว่าการฝากประจำยังเป็นตัวเลือกน่าสนใจในยุคนี้เพราะมาพร้อมดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เพราะฉะนั้นการฝากประจำจึงเป็นวิธีทำให้เงินฝากงอกเงยกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ดีกว่าการฝากบัญชีออมทรัพย์ นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการฝากประจำผู้ฝากจำเป็นต้องฝากเงินจำนวนเท่ากันเป็นประจำทุกเดือน เพราะฉะนั้นการฝากประจำสามารถฝึกวินัยการออมเงินได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


13

การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพทั้งกายและใจให้แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ วัน การมีสุขภาพที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีพลังในการทำงาน แต่ยังส่งผลดีต่ออารมณ์และจิตใจอีกด้วย ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 10 วิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน

 1. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียดและเพิ่มระดับฮอร์โมนสุขภาพ เช่น เอนโดรฟิน ซึ่งช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น

 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนที่มีคุณภาพ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงาน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

 3. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพจิตและร่างกาย ควรพยายามนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง

 4. ฝึกสมาธิและการหายใจ

การฝึกสมาธิและการหายใจลึกๆ ช่วยลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการทำสมาธิทุกวันสามารถช่วยให้คุณรู้สึกสงบและมีสมาธิมากขึ้น

 5. สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เช่น ครอบครัวและเพื่อน จะช่วยเสริมสร้างความสุขและลดความเครียด การพูดคุยและแชร์ความรู้สึกกับคนที่คุณไว้ใจเป็นวิธีที่ดีในการดูแลจิตใจ

 6. ตั้งเป้าหมายในชีวิต

การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ การมีเป้าหมายจะช่วยให้คุณรู้สึกมีความหมายและมีทิศทางในชีวิต

 7. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ช่วยกระตุ้นสมองและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ ดูวิดีโอ หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจ

 8. ใช้เวลาในธรรมชาติ

การใช้เวลาอยู่ในธรรมชาติช่วยลดความเครียดและเพิ่มความรู้สึกสงบ คุณสามารถไปเดินเล่นในสวน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ

 9. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เครียด

พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเครียด หากมีปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรหาวิธีจัดการหรือพูดคุยกับผู้ที่สามารถช่วยได้

 10. ดูแลสุขภาพจิต

การดูแลสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การดูแลสุขภาพกาย หากคุณรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวล ควรหาวิธีบำบัด เช่น การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน


การดูแลตัวเองทั้งกายและใจไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณสามารถนำวิธีการเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสุขภาพและความสุขของตัวเอง ลองเริ่มต้นวันนี้และดูแลตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ วัน!




14

บัตรเดบิต ท่องเที่ยว หรือ travel card เป็นบัตรที่น่าสนใจ ทั้งหยิบใช้ง่าย ใช้จ่ายสะดวกและช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศซึ่งไม่ต้องการพกเงินติดตัวมากๆ สามารถรูดจ่ายในร้านค้าที่รับบัตรเครดิตนั้น หรือกดถอนเงินสดในสกุลเงินต่างประเทศจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้เลย นอกจากนี้การ ทำบัตรเดบิต ประเภทนี้นิยมพ่วงประกันด้วยก็ยิ่งให้ความคุ้มค่ามากขึ้น
นอกเหนือจากการใช้จ่ายผ่านบัตรด้วยสกุลเงินต่างๆ ที่รองรับแล้ว ข้อดีของการสมัคร บัตรเดบิตประกัน ที่เห็นชัดเจนคือเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ นั่นคือผู้ถือบัตรจะได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นด้วย รายละเอียดของความคุ้มครองแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของบัตรแต่ละธนาคาร โดยวงเงินคุ้มครองนั้นมีตั้งแต่หลักแสนบาทจนถึงหลักล้านบาท ทั้งนี้รวมถึงการดูแลค่ารักษาพยาบาล หรือคุ้มครองเงินที่ถูกโจรกรรมระหว่างการเดินทางด้วย

คุณสมบัติของบัตร travel card ส่วนใหญ่จะคล้ายกัน จุดเด่นสำคัญมีดังนี้
-ลดความเสี่ยงการถือเงินสดจำนวนมากระหว่างเดินทางในต่างประเทศ
-ใช้จ่ายได้ในต่างประเทศโดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินตราต่างประเทศ 2.5%
-บัตรเดบิตหักเงินคงเหลือจากในบัญชีที่ผูกไว้แทนการรูดบัตรเครดิต จำเป็นต้องมีเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางในต่างประเทศ
-แลกสกุลเงินได้เรทเดียวกับร้านแลกเงินชั้นนำซึ่งดีกว่าแลกกับธนาคาร เช็คเรทถูกใจวันไหนแลกสกุลเงินเก็บไว้ได้ เหมือนถือเงินสดไว้ในมือแล้ว เรทไม่ผันแปรไปตามวันที่ใช้บัตร
-บัตรเดบิตทำหน้าที่เหมือนกับ บัตร atm กล่าวคือสามารถกดเงินสดเบิกจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้
-มีประกันการเดินทางให้ฟรี
บัตรเดบิตท่องเที่ยวของธนาคารพาณิชน์ชั้นนำส่วนใหญ่มีประกันเดินทางให้ด้วย ซึ่งวันนี้จะนำการเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ของ บัตรเดบิตประกัน แต่ละบัตรมาให้พิจารณากัน ดังนี้
-Krungthai Travel Card ของธนาคารกรุงไทย
เมื่อใช้บัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ชำระค่าบัตรโดยสารยานพาหนะสาธารณะ รับประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศโดย บมจ. ทิพยประกันภัย วงเงินประกันคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท
-TMB All Free ของธนาคารทหารไทย
ฟรีประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทางสำหรับเจ้าของบัญชีมากถึง 20 เท่าของเงินฝาก หรือสูงสุด 3 ล้านบาท และฟรีประกันความคุ้มครองเมื่อซื้อค่าสินค้าออนไลน์ จ่ายคืนให้ตามจริงสูงสุดถึง 5,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี
-PLANET SCB ของธนาคารไทยพาณิชย์
ประกันการเดินทาง 10 วัน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 1 ล้านบาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินยามเดินทาง
-KBANK Journey ของธนาคารกสิกรไทย
ประกันเดินทางต่างประเทศคุ้มครองสูงสุด 1.5 ล้านบาท

       ยกเว้นบัตร YouTrip Powered by KBANK ของธนาคารกสิกรไทยที่ไม่มีประกันเดินทางต่างประเทศ จึงไม่ใช่ตัวเลือกดีที่สุดสำหรับนักเดินทางที่กังวลเรื่องเจ็บป่วยระหว่างการเดินทาง อีกข้อดีสำคัญสำหรับการ สมัครบัตรเดบิต ที่พ่วงประกันด้วยคือคุณสามารถอุ่นใจทุกแผนการเดินทาง ทุกจุดหมายปลายทางเพราะได้รับความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดอุบัติเหตุไม่ต้องสำรองจ่าย
การเดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ก่อนจะไปต้องวางแผนให้ดีเพราะมีความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดเดาได้ หากเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างอยู่ในต่างประเทศ หรือแม้แต่การช้อปปิ้งออนไลน์ซึ่ง บัตรเดบิต ท่องเที่ยวให้ความคุ้มครองส่วนนี้ด้วย การเลือกใช้บริการบัตรของแต่ละธนาคารควรอ่านเงื่อนไขอย่างละเอียดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับความคุ้มค่าสูงสุดที่เหมาะสมกับตัวเอง  สมัครบัตรเดบิตออนไลน์



15


ความสะดวกในการชำระเงินเมื่อซื้อของออนไลน์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ซื้อต้องการ ถ้าสินค้าดีแต่ชำระเงินลำบาก ขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อน หรือดูไม่น่าเชื่อถือ ร้านค้าก็อาจไม่ได้รับคำสั่งซื้อ ขณะเดียวกันในมุมของผู้ขายก็ต้องการช่องทางที่สะดวกในการรับเงินจากผู้ซื้ออย่างปลอดภัยเช่นกัน

วันนี้เราลองมาโหวตในมุมของผู้ขายสัก 2 ช่องทางอย่าง โอนเงิน Western Union และ PayPal เพราะเป็นวิธีชำระเงินที่เห็นได้บ่อย ถ้าคิดจะเปิดร้านค้าออนไลน์แบบโกอินเตอร์จะเลือกแบบไหนดี

การ โอนเงินต่างประเทศwesternunion และ PayPal เป็นบริการรับชำระเงินประเภท Non-bank แต่ Western Union อาจจะผ่านตาบ่อยกว่าเพราะมีจุดบริการแพร่หลาย โดยเฉพาะที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในไทย คราวนี้มาเทียบกับดูว่าทั้ง 2 ช่องทางนี้ต่างกันอย่างไร

การสมัครใช้งาน :
Western Union
ไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร ลงทะเบียนเข้าใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน แต่ครั้งแรกจะต้องยืนยันตัวตนทางออนไลน์ หรือไปที่สาขาของ Western Union ก่อน จึงจะใช้บริการ โอนเงิน Western Union ได้

PayPal
สมัครใช้งานโดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ PayPal เพื่อสร้างบัญชีโดยใช้อีเมล บัญชีธนาคาร บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต สำหรับผู้ขายสินค้าสามารถเลือกเป็นบัญชีธุรกิจเพื่อรับชำระค่าสินค้าจากผู้ซื้อ

การทำธุรกรรมรับ-ส่งเงิน :
   Western Union
ระบบรับ-ส่งเงินปลอดภัย ผู้ขายสินค้าสามารถรับชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว และที่ว่ารวดเร็วนั้นทางฝั่งผู้ขายคงอยากจะทราบว่า รับเงิน western union ออนไลน์กี่วัน ? สำหรับ Western Union ผู้ขายสินค้าสามารถรับเงินได้เร็วสุดภายในไม่กี่นาทีหลังจากที่คำสั่งโอนมาถึงธนาคารปลายทาง วิธีการรับเงินมีหลายช่องทางทั้งการรับที่สำนักงานตัวแทน Western Union รับเงินwesternunionผ่านตู้atm รับเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือรับเงินผ่านทางแอปพลิเคชัน
PayPal
เมื่อมีลูกค้าชำระเงินมาให้เงินจะเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่การถอนเงินจากบัญชี PayPal ใช้เวลาประมาณ 5 - 7 วัน โดยผู้ขายจะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมล์ก่อนล่วงหน้า

ค่าธรรมเนียม :
Western Union
การ โอนเงินต่างประเทศwesternunion คิดค่าธรรมเนียมแบบอัตราเดียวสำหรับทุกยอดเงิน เหมาะกับการโอนเงินจำนวนมาก ผู้โอนเป็นฝ่ายเสียค่าธรรมเนียม แต่เรทอัตราแลกเปลี่ยนสูง
PayPal
ผู้รับชำระเป็นฝ่ายเสียค่าธรรมเนียม (สามารถ Update ได้จากเว็บไซท์ PayPal) ส่วนผู้ชำระค่าสินค้าอาจเสียค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินบ้างเล็กน้อย

เปิดร้านค้าออนไลน์เลือกแบบไหนดี
   Western Union
เหมาะกับธุรกิจค้าขายสินค้า Retail
   PayPal
   เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ทุกประเภท ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและร้านค้าขนาดใหญ่
   
อย่างไรก็ตามร้านค้าออนไลน์ควรเตรียมช่องทางรับชำระเงินไว้หลาย ๆ วิธี ฝากเงินต่างประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือก เพิ่มขึ้น เช่น Krungthai Fast Pay สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการทำตลาดต่างประเทศทั่วโลก สามารถดาวน์โหลดคำขอสมัครใช้บริการได้จากเว็บไซท์ www.krungthai.com



16
         

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มีบทบาทสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันโดยมีระบบดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ชีวิตวิถีใหม่ง่ายและสะดวกขึ้น ธนาคารออนไลน์ก็เช่นกันจากการทำธุรกรรมง่าย ๆ เช่น โอนเงิน จ่ายเงิน จ่ายบิล ชอปปิง บน Mobile Baking หรือ Internet Banking ทุกวันนี้เราสามารถ เปิดบัญชีออนไลน์  ได้ด้วยตนเองแล้วโดยผ่านไม่กี่ขั้นตอนง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องไปธนาคารอีกต่อไป

สิ่งหนึ่งที่ผู้คนมักจะวิตกกังวลเมื่อต้องทำธุรกรรมออนไลน์นั่นคือเรื่องความปลอดภัย หากแต่เว็บไซต์และ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารต่างมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี โดยเฉพาะการ เปิดบัญชี ออนไลน์ครั้งแรกนั้นต้องผ่านการยืนยันตัวตนในระบบ NDID เสียก่อน

National Digital ID หรือ NDID คือการยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลด้วยการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าโดยมีจุดประสงค์เพื่อความสะดวกในการสมัครใช้บริการต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยไม่ต้องไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารอีกต่อไป เมื่อมีข้อมูลการยืนยันตัวตนในระบบเรียบร้อยแล้ว สามารถดึงข้อมูลนี้ไปใช้ได้กับทุกธนาคารที่อยู่ในระบบของ NDID ซึ่งมีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากล ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยืนยันตัวตนที่ธนาคาร ทั้งยังเป็นบริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่ต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป สัญชาติไทยและไม่มีรายชื่ออยู่ใน Thailand/UN Sanction List

การ เปิดบัญชีออนไลน์ มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน ใช้แค่สมาร์ทโฟนเท่านั้นและควรเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนไว้ใกล้ตัวเนื่องจากต้องใช้ในการกรอกข้อมูลบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการเปิดบัญชี ออนไลน์ของเกือบทุกธนาคารจะมีลักษณะคล้ายกัน แตกต่างกันแค่รายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การ เปิดบัญชีออนไลน์ครั้งแรก ของธนาคารกรุงไทยมีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT > เข้าสู่ระบบ แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เลือกเมนู “บริการ” > กดเปิดบัญชีด้วยบริการ NDID เพื่อ ยืนยันตัวตนเปิดบัญชีออนไลน์ > กดยอมรับเงื่อนไขและกรอกข้อมูลส่วนตัวตามลำดับ > ใส่ PIN เพื่อยืนยันการลงทะเบียนแล้วทำตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

สำหรับข้อดีของการ เปิดบัญชี ออนไลน์กับ Krungthai NEXT นั้น ประการแรกคือสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบสแกนใบหน้า ไม่ต้องกังวลใจเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร ทั้งยังให้ผลตอบแทนสูงโดยให้ดอกเบี้ยสูงสุดถึง 1.50% ต่อปี สำหรับเงินฝากหนึ่งล้านบาทแรก ส่วนที่เกินจากหนึ่งล้านแรกจะได้รับดอกเบี้ย 0.5% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม การเปิดบัญชีออนไลน์เป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่แสนง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัสแต่วางใจได้ว่ามีปลอดภัยสูงจึงตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว รวดเร็ว และสะดวก

นอกจากฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ใช้งานง่ายแล้ว Krungthai NEXT ยังสะดวกต่อการใช้บริการตามโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐด้วยผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน จ่ายค่าไฟ ชำระค่าไฟจึงเป็นแอปพลิเคชันที่อยากจะแนะนำให้มีไว้ใช้งานบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ


17
การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดดอกเบี้ยหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง แต่หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อรีไฟแนนซ์บ้านแล้ว จำเป็นต้องโอนบ้านใหม่หรือไม่? ในบทความนี้ เราจะมาวิเคราะห์และทำความเข้าใจในเรื่องนี้กัน

 รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?

การรีไฟแนนซ์บ้านคือกระบวนการที่เจ้าของบ้านทำการกู้เงินใหม่เพื่อนำมาใช้ชำระหนี้บ้านเดิม โดยมักจะมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการกู้ หรือเปลี่ยนประเภทของสินเชื่อ ซึ่งการรีไฟแนนซ์สามารถช่วยให้ผู้กู้ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

 การโอนบ้านใหม่คืออะไร?

การโอนบ้านใหม่หมายถึงการทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์บ้านจากเจ้าของเดิมไปยังเจ้าของใหม่ ซึ่งในกรณีของการรีไฟแนนซ์บ้าน เจ้าของบ้านเดิมอาจมีข้อสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์จะต้องทำการโอนบ้านใหม่หรือไม่

 รีไฟแนนซ์บ้านแล้วต้องโอนบ้านใหม่หรือไม่?

ในกรณีที่คุณทำการรีไฟแนนซ์บ้าน คุณไม่จำเป็นต้องโอนบ้านใหม่ เนื่องจากการรีไฟแนนซ์เป็นการทำสัญญาใหม่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้บ้านเดิม โดยกรรมสิทธิ์ในบ้านยังคงอยู่กับเจ้าของเดิม การรีไฟแนนซ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของบ้าน

 ข้อดีของการรีไฟแนนซ์โดยไม่ต้องโอนบ้านใหม่

1. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย: การไม่ต้องโอนบ้านใหม่ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าประเมินราคา และค่าทนายความ

2. รักษาสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ: คุณยังคงเป็นเจ้าของบ้านตามเดิม ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจัดการบ้านได้ตามต้องการ

3. การจัดการหนี้ที่ง่ายขึ้น: การรีไฟแนนซ์ช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์

 ข้อควรระวังในการรีไฟแนนซ์บ้าน

แม้ว่าการรีไฟแนนซ์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังที่ควรพิจารณา เช่น ค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์ที่อาจเกิดขึ้น และการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ยที่อาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นในระยะยาว

 สรุป

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงเงื่อนไขการเงิน แต่ไม่จำเป็นต้องโอนบ้านใหม่ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ควรทำการศึกษาและวิเคราะห์เงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การรีไฟแนนซ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้านหรือคำแนะนำในการเลือกธนาคารที่เหมาะสม สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหรือธนาคารที่คุณสนใจได้เลย!



18

   อุบัติเหตุแต่ละครั้งนั้น ต้องมีค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลตามมาในจำนวนไม่น้อย หากไม่มีเงินสำรองหรือเงินฉุกเฉินไว้ ก็สามารถส่งผลให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ ใครที่อยากมีความอุ่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น บัตรเดบิตพ่วงประกันอุบัติเหตุเป็นคำตอบที่ใช่ เนื่องด้วยบัตรเดบิตพ่วงประกันอุบัติเหตุคือบัตรเดบิตที่แตกต่างและมีความพิเศษมากกว่าบัตรกดเงินสด บัตร atm ทั่ว ๆ ไป มาดูกันค่ะว่าทำไมคนรุ่นใหม่มักเลือก สมัครบัตรเดบิต ประเภทนี้กัน

3 เหตุผลสุดคุ้มในการสมัคร บัตรเดบิต พ่วงประกันอุบัติเหตุ
เหตุผลที่ 1 ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า ใช้งานบัตรเดบิตได้ง่าย เหมาะสำหรับการสมัครบัตรเดบิตที่มีประกันภัยอุบัติเหตุจะมีความแตกต่างจากบัตร travel card ซึ่งลักษณะการใช้งานของบัตรเดบิตที่พ่วงประกันอุบัติเหตุจะใกล้เคียงกับบัตรกดเงินสด มีการตัดเงินผ่านบัญชี และในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุก็สามารถยื่นบัตรเพื่อทำการชำระค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ช่วยตัดขั้นตอนการสำรองจ่ายไปได้เลย
เหตุผลที่ 2 จ่ายค่าธรรมเนียมน้อยแต่ให้ความคุ้มครองสูง ก่อนอื่นเลยถ้าเราได้พิจารณาค่าธรรมเนียมของบัตรเดบิตรายปีต่อบัตร 1 ใบ จะมีค่าธรรมเนียมตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันต้น ๆ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการคุ้มครองด้วยวงเงินตามเงื่อนไขสัญญานั้น ต้องบอกหากว่าเป็นบัตรเดบิตที่มีค่าธรรมเนียมที่สูงย่อมได้รับความคุ้มครองสูงตามด้วย การชดเชยรายได้จากการอุบัติเหตุ และค่าชดเชยตามจำนวนวันที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยจำนวนวันรักษานั้นจะเป็นไปตามเงื่อนไขบัตรกำหนด
เหตุผลที่ 3 สามารถใช้ บัตรเดบิตประกัน ได้กับหลากหลายโรงพยาบาลทั่วทั้งประเทศไทยตามเงื่อนไขบัตรเดบิตประกันแต่ละประเภทกำหนด ซึ่งมีโรงพยาบาลหลายร้อยแห่งที่เป็นโรงพยาบาลคู่สัญญา โดยโรงพยาบาลเหล่านั้นมีมาตรฐานการบริการที่ดี มีการคุ้มครองอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง

          ทั้ง 3 เหตุผลข้างต้นเป็นเหตุผลที่สุดคุ้มและตอบคำถามว่าทำไมเราควรต้อง สมัครบัตรเดบิต พ่วงประกันอุบัติเหตุ ... สำหรับใครที่อยากได้ความคุ้มค่าจากการใช้งานบัตรเดบิตที่มีประกันอุบัติเหตุพ่วงด้วยที่ให้ผลประโยชน์รอบด้านหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทั้งในด้านของการใช้งานบัตรที่สะดวกสบาย ไม่ต้องสำรองจ่ายเงิน วงเงินประกันสูง แถมยังมีเงินชดเชยรายได้ระหว่างนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล มีโรงพยาบาลคู่สัญญาหลายแห่งทั่วประเทศที่พร้อมทำการรักษาอุบัติเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง  ค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต ถูกสามารถคลิกเข้าไปอ่านตามเว็บไซต์ธนาคาร สมัครบัตรเดบิตออนไลน์ ต่าง ๆ ได้เลย ซื้อไว้ใช้คุ้มแน่นอนค่ะ



19


ในยุคที่เทคโนโลยีและการทำงานในสำนักงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เครื่องใช้สํานักงานมีอะไรบ้างที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญไม่น้อยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างบรรยากาศที่ดีในออฟฟิศ ในบทความนี้ เราจะมาเปิดเช็กลิสต์ 10 อุปกรณ์สำนักงานที่ทุกออฟฟิศไม่ควรพลาด เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อและจัดเตรียมให้เหมาะสมกับการทำงานของคุณ

อุปกรณ์สํานักงานมีอะไรบ้าง

 1. คอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลักที่ทุกสำนักงานต้องมี ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊ก ควรเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับการทำงานที่หลากหลาย

 2. เครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในสำนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเอกสารสำคัญ การเลือกเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำจะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา

 3. เครื่องสแกนเอกสาร

การสแกนเอกสารช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นระเบียบและง่ายต่อการค้นหา ควรเลือกเครื่องสแกนที่มีความเร็วและความละเอียดสูง

 4. โต๊ะทำงานและเก้าอี้

การมีโต๊ะทำงานและเก้าอี้ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน ควรเลือกโต๊ะที่มีพื้นที่เพียงพอและเก้าอี้ที่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน

 5. ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและเสถียรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล ควรเลือกใช้เราเตอร์ที่มีคุณภาพและรองรับการใช้งานหลายอุปกรณ์

 6. ซอฟต์แวร์การจัดการ

ซอฟต์แวร์การจัดการโครงการหรือการทำงานร่วมกัน เช่น Google Workspace หรือ Microsoft 365 จะช่วยให้ทีมงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 7. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

การมีอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ภายนอกหรือคลาวด์สตอเรจ จะช่วยให้คุณสามารถเก็บข้อมูลสำคัญได้อย่างปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่าย

 8. ป้ายและอุปกรณ์จัดระเบียบ

ป้ายและอุปกรณ์จัดระเบียบ เช่น ชั้นวางเอกสาร จะช่วยให้สำนักงานดูเป็นระเบียบและช่วยให้การค้นหาเอกสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 9. เครื่องชงกาแฟ

การมีเครื่องชงกาแฟในสำนักงานจะช่วยเพิ่มบรรยากาศการทำงานและทำให้พนักงานรู้สึกสดชื่น การมีเครื่องชงกาแฟคุณภาพดีจะช่วยให้พนักงานมีสมาธิในการทำงาน

 10. อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ

การมีอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ เช่น แผ่นรองข้อมือหรือที่นั่งเพื่อสุขภาพ จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างสบายและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ


การเลือกอุปกรณ์สำนักงานที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังสร้างบรรยากาศที่ดีในสำนักงานอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบเช็กลิสต์ 10 อุปกรณ์สำนักงานที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น เพื่อให้สำนักงานของคุณมีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่

Grade A office for rent https://property.jll.co.th/find-the-right-office-space-in-bangkok



20
การขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์บนท้องถนนนั้นมีข้อบังคับและกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน ในปี 2569 นี้การจ่ายค่าปรับจราจรมีการปรับเปลี่ยนและอัปเดต เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพฤติกรรมการขับขี่ของประชาชน ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาสำรวจค่าปรับจราจรในปี 2569 รวมถึงรายละเอียดของแต่ละข้อหาที่มีการปรับ

 อัตราค่าปรับจราจรในปี 2569

ค่าปรับจราจรในปี 2569 มีการแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะมีอัตราค่าปรับที่แตกต่างกันไป ดังนี้

 1. ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต

การขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตจะมีค่าปรับอยู่ที่ 5,000 บาท ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนคนอื่น

 2. ขับรถเร็วเกินกำหนด

สำหรับการขับรถเร็วเกินกำหนด จะมีค่าปรับเริ่มต้นที่ 1,000 บาท และอาจเพิ่มขึ้นตามความเร็วที่เกินกำหนด โดยมีการกำหนดอัตราที่ชัดเจนตามประเภทถนน

 3. ไม่สวมหมวกกันน็อค

การไม่สวมหมวกกันน็อคขณะขับขี่รถจักรยานยนต์จะมีค่าปรับอยู่ที่ 1,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยลดอุบัติเหตุจากการขับขี่

 4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถจะมีค่าปรับอยู่ที่ 2,000 บาท ซึ่งเป็นการกระทำที่อันตรายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 5. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร

การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรจะมีค่าปรับอยู่ที่ 1,000 บาท โดยเฉพาะในกรณีที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

การปฏิบัติตามกฎหมายจราจรเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน ค่าปรับจราจรในปี 2569 มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของประชาชน หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายจราจรหรือค่าปรับในกรณีต่าง ๆ สามารถติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้





21
ในยุคที่เทคโนโลยีการขนส่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รถไฟฟ้า evได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ รถยนต์ไฟฟ้าเหมาะกับคนไทยจริงหรือ? ในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์ รถ ev คือ อะไรข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า และข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าตามสภาพการใช้งานในประเทศไทย

 ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

 1. ประหยัดค่าใช้จ่าย

การใช้รถยนต์ไฟฟ้าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเชื้อเพลิง เนื่องจากค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต่ำกว่าค่าน้ำมันอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น การใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้น

 2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ไฟฟ้าผลิตมลพิษน้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ซึ่งช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ของไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีปัญหามลพิษอย่างรุนแรง การใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นการสนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อม

 3. การบำรุงรักษาง่าย

รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ทำให้การบำรุงรักษาง่ายและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ต่ำกว่า

 ข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า

 1. โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีข้อดีหลายประการ แต่โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จในประเทศไทยยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ที่ไม่มีสถานีชาร์จ การขาดสถานีชาร์จอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สะดวกในการใช้งาน

 2. ระยะทางการขับขี่

รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มีระยะทางการขับขี่ที่จำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องเดินทางไกล การวางแผนการเดินทางจึงต้องคำนึงถึงสถานีชาร์จที่มีอยู่

 3. ราคาเริ่มต้นสูง

แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการใช้งานจะต่ำ แต่ราคาซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายังสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปในตลาด ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีงบประมาณจำกัด


การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคน หากคุณเป็นผู้ที่ใช้รถในระยะสั้นในเมืองและมีสถานีชาร์จใกล้บ้าน รถยนต์ไฟฟ้าอาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากคุณต้องเดินทางไกลหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ดี รถยนต์ไฟฟ้าอาจไม่เหมาะสมในขณะนี้

หากคุณสนใจที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ควรศึกษาข้อมูลและวางแผนการใช้งานให้รอบคอบ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

อย่ารอช้า! เริ่มต้นศึกษารถยนต์ไฟฟ้าและเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของการขนส่งในประเทศไทยกันเถอะ!




22
ในยุคที่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว การเลือกทำเลที่ตั้งสำนักงานหรือออฟฟิศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีการแข่งขันสูง ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงออฟฟิศบางนาให้เช่า ซึ่งเป็นทำเลที่น่าสนใจในย่าน Hub ธุรกิจของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและโอกาสในการเติบโต

 ทำไมต้องเลือกออฟฟิศ บางนา?

 1. ทำเลที่ตั้งสะดวกสบาย

บางนาเป็นย่านที่ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง มีการเชื่อมต่อที่ดีทั้งทางรถไฟฟ้า BTS และทางด่วน ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังศูนย์กลางธุรกิจหรือการเข้าถึงลูกค้า

 2. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ออฟฟิศในย่านบางนามักจะตั้งอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของพนักงานได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีบริการที่จอดรถที่สะดวกสบาย ทำให้การทำงานในออฟฟิศเป็นไปอย่างราบรื่น

 3. โอกาสในการเติบโต

บางนาเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทำให้มีโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น

 ประเภทของออฟฟิศให้เช่า บางนา
 1. ออฟฟิศแบบ Co-Working Space

สำหรับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน ออฟฟิศแบบ Co-Working Space เป็นทางเลือกที่ดี โดยมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องประชุม และพื้นที่พักผ่อน

 2. ออฟฟิศแบบ Private Office

หากคุณต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ออฟฟิศแบบ Private Office จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม โดยสามารถเลือกขนาดและรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจได้

 3. ออฟฟิศให้เช่าระยะยาว

สำหรับบริษัทที่มีแผนการทำงานในระยะยาว ออฟฟิศให้เช่าระยะยาวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจ

 วิธีการเลือกออฟฟิศบางนาให้เช่า

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเช่าออฟฟิศในบางนา ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขนาดของออฟฟิศ, งบประมาณ, และความต้องการเฉพาะของธุรกิจ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้เช่า และอ่านรีวิวจากผู้เช่ารายอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของออฟฟิศ

 สรุป

การเลือกออฟฟิศบางนาให้เช่าในย่าน Hub ธุรกิจของกรุงเทพฯ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งในด้านความสะดวกสบายและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ หากคุณกำลังมองหาออฟฟิศที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ อย่าลืมพิจารณาทำเลและประเภทของออฟฟิศที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออฟฟิศบางนาให้เช่า หรือต้องการคำแนะนำในการเลือกออฟฟิศที่เหมาะสม ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!



23


การออกแบบออฟฟิศไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับสถานที่ทำงาน แต่ยังมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย ในบทความนี้ เราจะนำเสนอ 10 ไอเดียออกที่ทันสมัย พร้อมเทคนิคที่นักออกแบบแนะนำ เพื่อให้คุณสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและสร้างสรรค์ได้

 1. การใช้สีที่เหมาะสม

การเลือกสีที่เหมาะสมสามารถช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในออฟฟิศได้ สีที่สดใส เช่น สีฟ้า สีเขียว หรือสีเหลือง สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มพลังงานให้กับพนักงานได้

 2. พื้นที่ทำงานแบบเปิด

การออกแบบออฟฟิศให้มีพื้นที่ทำงานแบบเปิด ช่วยส่งเสริมการสื่อสารและการทำงานร่วมกันของพนักงาน นอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 3. มุมพักผ่อน

การจัดเตรียมมุมพักผ่อนที่สะดวกสบาย เช่น โซฟาหรือเก้าอี้นุ่ม ๆ จะช่วยให้พนักงานสามารถพักผ่อนและฟื้นฟูพลังงานได้ในระหว่างวัน

 4. การใช้แสงธรรมชาติ

การออกแบบออฟฟิศให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้มากที่สุด จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและลดความเครียดของพนักงานได้ การใช้หน้าต่างบานใหญ่หรือการออกแบบพื้นที่เปิดโล่งจะช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้

 5. พื้นที่สีเขียว

การนำพืชเข้ามาในออฟฟิศไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยปรับอากาศให้บริสุทธิ์ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้กับพนักงาน

 6. การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับได้

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น โต๊ะทำงานที่ปรับระดับสูง-ต่ำ จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานในท่าทางที่เหมาะสมและลดอาการเมื่อยล้าได้

 7. เทคโนโลยีที่ทันสมัย

การติดตั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบประชุมทางไกล หรือจอแสดงผลขนาดใหญ่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารในทีม

 8. พื้นที่สร้างสรรค์

การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ เช่น ห้องประชุมที่มีอุปกรณ์สำหรับการระดมความคิด จะช่วยกระตุ้นให้พนักงานมีไอเดียใหม่ ๆ และทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น

 9. การใช้วัสดุที่ยั่งยืน

การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้รีไซเคิล หรือวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 10. การจัดระเบียบพื้นที่

การจัดระเบียบพื้นที่ทำงานให้มีระเบียบเรียบร้อย จะช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเครียดจากการมองเห็นความยุ่งเหยิง


การออกแบบออฟฟิศที่สวยทันสมัยไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสถานที่ทำงาน แต่ยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานด้วย การนำไอเดียและเทคนิคที่นักออกแบบแนะนำไปใช้ จะช่วยให้คุณสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณสนใจในการออก[url=https://property.jll.co.th/blog/article/office-design-ideas]แบบออฟฟิศ
หรือมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ [ชื่อบริษัท] เพื่อขอคำปรึกษาและบริการออกแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ!



24
ในยุคที่เทคโนโลยีและการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานในรูปแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนรุ่นใหม่อีกต่อไป หนึ่งในแนวทางที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากคือ "Co-working Space" หรือพื้นที่ทำงานร่วม ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย แต่ยังสร้างสรรค์บรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

co working คือ อะไร?

co working space คือ สถานที่ทำงานที่เปิดให้ผู้คนจากหลากหลายอาชีพสามารถมาใช้พื้นที่ทำงานร่วมกัน โดยทั่วไปแล้วจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โต๊ะทำงาน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ห้องประชุม และพื้นที่พักผ่อน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบรรยากาศที่สร้างสรรค์

ทำไม Co-working Space ถึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่?

 1. ความยืดหยุ่นในการทำงาน

หนึ่งในข้อดีที่สำคัญของ Co-working Space คือความยืดหยุ่นในการทำงาน ผู้ใช้บริการสามารถเลือกเวลาทำงานตามความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการเช่าพื้นที่ทำงานในระยะสั้น ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ

 2. สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

Co-working Space เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพราะผู้ใช้บริการมาจากหลากหลายอาชีพและธุรกิจ การทำงานร่วมกันในพื้นที่เดียวกันสามารถเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสร้างความร่วมมือ และการทำธุรกิจร่วมกัน

 3. บรรยากาศการทำงานที่สร้างสรรค์

บรรยากาศใน Co-working Space มักจะมีความเป็นกันเองและสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการรู้สึกมีแรงบันดาลใจในการทำงาน การมีพื้นที่ที่เปิดกว้างและมีการตกแต่งที่สวยงามสามารถช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการทำงานได้

 4. ประหยัดค่าใช้จ่าย

การเช่า Co-working Space มักจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการเช่าสำนักงานแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการหรือฟรีแลนซ์ที่ต้องการลดต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีบริการต่าง ๆ ที่รวมอยู่ในค่าบริการ เช่น น้ำ ไฟ และอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้บริการไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม


Co-working Space เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และทำงานในบรรยากาศที่สร้างสรรค์ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคปัจจุบัน ลองพิจารณา Co-working Space เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

หากคุณสนใจที่จะเริ่มต้นทำงานใน Co-working Space หรืออยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของ Co-working Space ที่คุณสนใจ เพื่อค้นหาสถานที่ที่ตอบโจทย์คุณที่สุด!
 

25

   การขอสินเชื่อดูจะเป็นทางออกที่จะช่วยประคับประคองให้พ่อค้าแม่ค้าทำมาหากินต่อไปได้ แต่จะมีสินเชื่อแบบใดบ้างที่อาชีพค้าขายสามารถกู้ได้

สินเชื่อบุคคล สินเชื่อต่อยอดธุรกิจ
        เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ให้กู้เพื่อนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือนำไปลงทุนก็ตามความต้องการของผู้กู้เอง สินเชื่อแบบนี้มีข้อดีคือ จะได้รับเงินเป็นก้อนเดียว มีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก การผ่อนชำระทำได้เป็นระยะเวลานานทำให้จ่ายต่องวดด้วยจำนวนเงินที่ไม่สูงจนเกินไป เรียกได้ว่าผ่อนได้ยาว ๆ เลย
   สินเชื่อส่วนบุคคลนี้สามารถกู้ได้ทั้งพนักงานประจำและผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยมีเงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด สินเชื่อแม่ค้าบางตัวก็ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถยื่นกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องได้

บัตรเงินสด
   เป็นสินเชื่อวงเงินพร้อมใช้ที่หลายธนาคารนำมาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้กู้ที่ต้องการมีเงินสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยบัตรเงินสดนั้นจะมีวงเงินล่วงหน้าเอาไว้ให้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถกดเงินออกมาใช้ได้ทันที โดยจะคำนวณดอกเบี้ยจากวงเงินที่กดออกมาใช้ ส่วนวงเงินที่เหลือที่ยังไม่ได้ใช้จะไม่ถูกนำมาคิดดอกเบี้ย ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ต้องนำเงินกู้ทั้งหมดมาคิดดอกเบี้ย สามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ จ่ายแล้วเงินต้นก็กลับเข้าไปอยู่ในบัตรซึ่งนำมาใช้ต่อได้ แต่บัตรเงินสดนั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

ไฟแนนท์รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
   เป็น วิธีหมุนเงินขายของ ที่ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว เพราะเพียงแค่นำทรัพย์สินประเภทรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ไปเป็นหลักค้ำประกันขอกู้เงินจากไฟแนนท์ วิธีนี้จะทำให้ได้รับเงินอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วนและมีรถเป็นของตนเอง

สินเชื่อ SME
        คือสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ สินเชื่อรายย่อยเงินกู้พ่อค้าแม่ค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทางธุรกิจรายย่อยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน โดยธนาคารกรุงไทยนั้นมีบริการสินเชื่อ SME หลากหลายประเภทที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการ มีทั้งแบบที่ไม่ต้องใช้หลักประกันและแบบใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน ซึ่งจะได้รับวงเงินที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการเงินไปลงทุนและหมุนเงินในการประกอบอาชีพ

        สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ สินเชื่อแม่ค้าจากกรุงไทยนั้นออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา หมุนเงินไม่ทัน ในการค้าขาย ซึ่งเงื่อนไขก็ไม่ยาก ขอเพียงแค่ทำธุรกิจอย่างจริงจัง มีการเดินบัญชีต่อเนื่อง มีความสามารถในการผ่อนชำระ ธนาคารก็พร้อมจะช่วยเหลือ ซึ่งดีกว่าไปกู้เงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยแสนแพง อันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มไปมากกว่าเดิม

26
วิธีคํานวณภาษี


หารายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย
รายได้คือเงินได้ตลอดทั้งปีที่ได้รับนำมาบวกกันทั้งหมด วิธีหารายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย ตัวอย่าง นางสาว A มีเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน ได้รับโบนัส 60,000 บาท และมีรายได้จากงานอิสระรวม 50,000 บาทต่อปี แสดงว่ารายได้ตลอดทั้งปีของนางสาว A คือ
เงินเดือนทั้งปี + รายได้อิสระทั้งปี = รายได้ต่อปี
(30,000 x 12) + 60,000 + 50,000 =  470,000 บาท
ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปจะคิดแบบเหมารวม ซึ่งสามารถนำมาหักได้ 50% ของรายได้จากงานประจำ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ตัวอย่าง นางสาว A มีเงินเดือน 30,000 บาทต่อเดือน นำมาหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้
รายได้ x 50% = รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย
470,000 x 50% = 235,000 บาท
ด้วยข้อจำกัดการหักค่าใช้จ่ายไม่เกิน 100,000 บาท แม้จะนำรายได้หักค่าใช้จ่ายได้ 235,000 แต่จะหักค่าใช้จ่ายได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น ดังนี้
470,000 - 100,000 = 370,000 บาท
รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจริงจึงเท่ากับ 370,000 บาท
หารายได้สุทธิหักค่าลดหย่อนภาษี
สำหรับรายได้สุทธิเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่ารายได้จริงๆ อยู่ในระดับฐานภาษีเท่าไหร่ และต้องจ่ายภาษีในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ โดยรายได้สุทธิแต่ละระดับจะถูกคิดอัตราภาษีที่แตกต่างกันเป็นขั้นบันได ยิ่งมีเงินได้สุทธิมาก ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยสามารถคิดรายได้สุทธิได้จากสูตรการคำนวณภาษี ดังนี้
“รายได้สุทธิ = เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน”
ข้อควรรู้สำคัญคือ สิทธิลดหย่อนภาษีของตัวเอง โดยค่าลดหย่อน
หมายถึง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่กฎหมายอนุญาตให้หักจากรายได้ หรือที่เรียกกันว่าการลดหย่อนภาษี
เมื่อทราบวิธีคำนวณภาษีและเห็นตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว ลองนำรายได้ของตัวเองมาคำนวณภาษี เพื่อเตรียมตัวสำหรับวางแผนการจ่ายภาษีล่วงหน้า และเช็คสิทธิลดหย่อนก่อนจะยื่นภาษี ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หรือประกัน ทางกรุงไทยมีพร้อมให้คุณเลือกอย่างครอบคลุม คุ้มค่า ให้เราเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบริหารเงินสำหรับการคิดภาษีเงินได้ของคุณ ทั้งนี้สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.krungthai.com




27
 ประกันสุขภาพ เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันกรณีที่ผู้เอาประกันเจ็บป่วยจากโรคหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้ผู้เอาประกันต้องเข้ารักษาอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ โดย บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามความคุ้มครองที่ตกลงไว้
ประกันสุขภาพมี 2 รูปแบบ คือ ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายและประกันสุขภาพเหมาจ่าย แต่ก่อนที่จะไปดูว่าประกันสุขภาพแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร เรามาทำความรู้จักคำว่า OPD กับ IPD กันก่อน เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขความคุ้มครอง จากนั้นเราจึงจะมาเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมและคุ้มค่าให้กับตัวเอง
OPD คือ อะไร
OPD คือ คำเรียกกลุ่มผู้ป่วยนอก ย่อมาจาก Out Patient Department ผู้ป่วยนอก หมายถึงผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล
ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ OPD ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยนอก เช่น ค่าพบแพทย์ ค่าทำแผล ค่ายา และค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ สำหรับการรักษาพยาบาลที่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
IPD คือ อะไร
IPD คือ คำเรียกกลุ่มผู้ป่วยใน ย่อมาจาก In Patient Department ผู้ป่วยใน หมายถึง ผู้ป่วยที่มาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 6 ชั่วโมง หรือต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ IPD ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยใน เช่น ค่าแพทย์ ค่าพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าห้อง ค่าอาหาร เป็นต้น
ดังนั้น ในการเลือกประกันสุขภาพจำเป็นต้องดูความคุ้มครองให้ครอบคลุมทั้ง OPD และ IPD เพราะความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี ส่วนความเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บรุนแรง หากมีประกันสุขภาพหรืออุบัติเหตุที่ให้ความคุ้มครองอยู่แล้วก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย
ในส่วนของประกันสุขภาพที่มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบนั้น มีเงื่อนไขของค่ารักษาพยาบาล ดังนี้
ประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย เป็นประกันสุขภาพที่แยกวงเงินความคุ้มครองในแต่ละรายการ เช่น วงเงินค่าห้องพัก วงเงินค่ารักษา วงเงินค่าการตรวจของแพทย์ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละรายการสามารถเบิกได้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ของรายการนั้น ๆ ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ในขณะเดียวกันก็อาจมีวงเงินบางรายการที่ไม่ได้ถูกใช้ หรือใช้ไปไม่มาก แต่ก็ไม่สามารถนำมาชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนเกินของรายการอื่นได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบ เบี้ยประกันสุขภาพ แล้ว เบี้ยประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายจะต่ำกว่า เบี้ยประกันสุขภาพ แบบเหมาจ่าย
ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เป็นประกันสุขภาพที่เหมารวมค่าใช้จ่ายทุกรายการโดยกำหนดวงเงินสูงสุดต่อปี โดยอาจมีเงื่อนไขวงเงินของบางรายการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนประกันสุขภาพนั้น ๆ และถึงแม้ เบี้ยประกันสุขภาพ จะสูงกว่า ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ก็ยังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. ยืดหยุ่น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลไม่ได้จำกัดวงเงินของแต่ละรายการ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการรักษาพยาบาลมากกว่า
2. ครอบคลุม ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายครอบคลุมการรักษาพยาบาลทุกรายการ เพราะจ่ายตามจริงไม่เกินวงเงินสูงสุด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ด้วย
3. เคลมง่าย เนื่องจากไม่ต้องแจกแจงค่าใช้จ่ายของแต่ละรายการให้ยุ่งยาก เพียงแค่ยอดรวมไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้สูงสุดก็พอ
4. ไม่ซับซ้อน การเหมารวมค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่ต้องคอยกังวลว่าต้องจ่ายส่วนต่างในรายการใดบ้าง
หากคุณสนใจ ประกันชีวิต  ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ประกันโรคร้ายแรง ที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั้ง OPD และ IPD สมัครง่าย ได้จริง เพื่อรับความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุมทุกความต้องการของคุณ




28
ในยุคที่ความไม่แน่นอนและอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีประกันอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนสูง ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “บัญชีเงินฝากประกันอุบัติเหตุ” และ “ประกันอุบัติเหตุแยก” ว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี

เงินฝากประกันอุบัติเหตุคืออะไร?

เงินฝากประกันอุบัติเหตุ เป็นรูปแบบการประกันที่ช่วยคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยจะมีการจ่ายเงินชดเชยตามที่ระบุในกรมธรรม์ ในบางกรณีอาจมีการคืนเงินฝากเมื่อหมดอายุกรมธรรม์ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้เอาประกันรู้สึกมั่นใจในการลงทุน

 ข้อดีของเงินฝากประกันอุบัติเหตุ

1. การคืนเงิน: หากไม่มีการเคลมประกันในระยะเวลาที่กำหนด ผู้เอาประกันจะได้รับเงินคืนตามที่ระบุในกรมธรรม์
2. ความคุ้มครอง: ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ
3. การลงทุน: เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะมีการคืนเงินในกรณีที่ไม่มีการเคลม

ประกันอุบัติเหตุแยกคืออะไร?

ประกันอุบัติเหตุแยก เป็นประกันที่มุ่งเน้นเฉพาะการคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับการคืนเงินฝาก ซึ่งมักจะมีเบี้ยประกันที่ต่ำกว่าเงินฝากประกันอุบัติเหตุ

ข้อดีของประกันอุบัติเหตุแยก

1. เบี้ยประกันที่ต่ำกว่า: ผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อประกันได้ในราคาที่ถูกกว่า
2. ความคุ้มครองที่ชัดเจน: มีการกำหนดความคุ้มครองอย่างชัดเจนในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
3. ความยืดหยุ่น: สามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยรายได้

ควรเลือกซื้อแบบไหนดี?

การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุระหว่างเงินฝากประกันอุบัติเหตุและประกันอุบัติเหตุแยกนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

พิจารณาจากความต้องการ

- หากคุณต้องการการลงทุนและความคุ้มครอง: เงินฝากประกันอุบัติเหตุอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองจากอุบัติเหตุแล้ว ยังมีโอกาสได้รับเงินคืนเมื่อหมดอายุกรมธรรม์
- หากคุณต้องการความคุ้มครองที่เฉพาะเจาะจงและราคาที่ต่ำกว่า: ประกันอุบัติเหตุแยกอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามความต้องการ


การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรพิจารณาความต้องการและสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง เพื่อให้ได้ประกันที่ตอบโจทย์ที่สุด หากคุณยังไม่แน่ใจ สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม






29

ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ที่คิดกู้เงินมาขยายร้าน เพิ่มเงินหมุนเวียน หรือเปิดสาขาใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก การเลือกยื่นขอ หนังสือค้ำประกัน lg (Letter of Guarantee หรือ LG) จากธนาคารเป็นทางออกที่ผ่านการอนุมัติง่ายกว่า ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจพร้อมสร้างความมั่นใจให้คู่ค้าว่าจะได้รับเงินตรงตามกำหนดเวลาแน่นอน

สำหรับเจ้าของร้านค้ารายย่อยที่ยื่นขอ สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ จากธนาคารหรือสถาบันการเงินแล้วปรากฏว่าไม่ได้รับอนุมัติง่าย ๆ อาจมีคุณสมบัติบางอย่างไม่เหมาะ เช่น อายุ อาชีพ งาน รายได้ ประวัติการเงิน รวมไปถึงความสามารถในการจ่ายหนี้ เมื่อข้อใดข้อหนึ่งขาดตกบกพร่องไปธนาคารเห็นว่ามีความเสี่ยงจึงไม่ปล่อยกู้ สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ให้คุณ เรามีทางออกมาแนะนำกันนั่นคือการขอหนังสือค้ำประกันเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือทำให้คู่ค้ามั่นใจและดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น
ประโยชน์ของหนังสือค้ำประกันที่ธนาคารออกให้คือเป็นสัญญารับรองว่าธนาคารจะเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินแทนให้ลูกค้าหรือคู่ค้าที่ผิดนัดชำระเงิน เรียกว่าคุ้มครองทั้งคนซื้อและคนขาย เมื่อลูกค้าผิดสัญญาสามารถเรียกร้องให้ธนาคารจ่ายแทนได้ภายในวงเงินที่ระบุไว้ในหนังสือค้ำประกัน ซึ่งธนาคารจะพิจารณาวงเงินให้ตามความเหมาะสมและมีระยะเวลาการค้ำประกันขั้นต่ำ 90 วัน

จุดเด่นของหนังสือค้ำประกัน
เป็น สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารอนุมัติง่ายและเร็ว
ธนาคารจะรับผิดชอบจ่ายเงินแทนกรณีที่ผิดนัดชำระหนี้
หนังสือค้ำประกันมีหลายประเภท ให้ความคุ้มครองเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้หลากหลาย เช่น สินเชื่อ รับเหมาก่อสร้าง เพิ่มเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ขยายร้าน เติมสต็อก เปิดร้านสาขาใหม่ หรือเสริมความมั่นใจให้คู่ค้า
ใช้วางประกันแทนเงินสด พันธบัตร หรือหลักทรัพย์อื่น ๆ ในการยื่นประมูลหรือประกวดราคากับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนได้

คุณสมบัติผู้ขอ หนังสือค้ำประกัน
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ
อายุระหว่าง 20 - 65 ปี
ธุรกิจมีผลประกอบการดี มีรายได้ประจำ
ยินยอมให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร มีประวัติทางการเงินดี
ยื่นเอกสารแสดงวัตถุประสงค์ของการค้ำประกันและเอกสารอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด
ธนาคารจะเช็กคุณสมบัติของผู้ขอ สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ที่ผ่านมาโดยพิจารณาจากประวัติการค้างชำระหรือชำระล่าช้า หากเคยเบี้ยวหนี้มาก่อนมักจะไม่ได้รับความไว้วางใจปล่อยเงินกู้ให้โอกาสได้สินเชื่อก็น้อยลง สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ยังขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เคยยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารแล้วเงียบหายอาจเป็นเพราะติดขัดเรื่องอายุของผู้กู้สินเชื่อ วงเงินกู้สูงกว่ารายได้ ความสามารถทางการเงินน่าเป็นห่วงว่าจะชำระล่าช้า ผ่อนจ่ายไม่สม่ำเสมอ หรือมีภาระหนี้ต่อเดือนเกินกึ่งหนึ่งของรายได้ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ธนาคารไม่ผ่านอนุมัติสินเชื่อให้กับคุณง่าย ๆ

เมื่อรู้ว่าคุณสมบัติการขอกู้เงินไม่ครบถ้วน ควรตัดสินใจยื่นขอให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันให้ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยากและผ่านอนุมัติง่ายกว่าการขอ สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ สามารถนำไปวางค้ำประกันได้หลายวัตถุประสงค์ ช่วยสร้างความน่าเชื่อให้กับธุรกิจของคุณและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคู่ค้าอีกด้วย



30

   ‘กองทุนรวม’ (Mutual Fund) คือการระดมเงินจากนักลงทุนจำนวนมากมาลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของ ‘ผู้จัดการกองทุน’ ที่ความเชี่ยวชาญในการลงทุน โดยเราจะได้ประโยชน์จากส่วนแบ่งผลตอบแทนหรือการขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งในอดีตนั้น การ เปิดบัญชีกองทุนรวม มักถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ในปัจจุบันเราสามารถทำผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai Next ในมือถือได้อย่างง่ายดาย แถมยังประหยัดเวลาขึ้นเยอะ ดังนั้น วันนี้เราก็มี 4 ขั้นตอน สมัครกองทุนรวม ผ่านแอปฯ พร้อมเทคนิคเลือกกองทุนให้มีโอกาสได้กำไรมาฝากกัน

ขั้นตอนการเปิดบัญชีเพื่อการลงทุน ผ่านแอปพลิเคชัน
   สำหรับขั้นตอนการ เปิดบัญชีกองทุน และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับกองทุนรวมผ่านแอป Krungthai Next สามารถทำได้อย่างสะดวกเพียงแค่ทำตาม 4 ขั้นตอนต่อไปนี้
   1. เปิดหน้าเมนูกองทุนรวม เลือกเมนูกองทุนรวมจากเมนูลัดบนหน้าหลัก (Quick Menu) - เลือกกองทุนรวมจากเมนูบริการ (Services) - เลือกกองทุนรวมจากหน้าบัญชี (Account List)
   2. เปิดหน่วยลงทุนกองทุนรวม กดเปิดบัญชีกองทุนรวม (Open Mutual Funds Account) - กรอกแบบฟอร์ม FATCA กดตอบทุกคำถาม แล้วกดปุ่มถัดไป - กรอก Laser Code แล้วกดปุ่มยืนยัน - กรอกข้อมูลส่วนตัว แล้วกดปุ่มถัดไป (Next) - ตรวจสอบข้อมูล แล้วกดปุ่มยืนยัน (Confirm) - รอการดำเนินการเปิดบัญชีกองทุน แล้วกดเสร็จสิ้น (Done) - รับข้อความผลการเปิดบัญชีกองทุน ผ่าน Publish และ Inbox เพียงเท่านี้ก็จะเริ่มใช้บริการได้ต่อไป
   3. การเลือกซื้อกองทุนรวม เลือกเมนู ‘ซื้อ’ – เลือกกองทุนที่ต้องการซื้อ – กรอกข้อมูล กดยอมรับเงื่อนไข และกดถัดไป (Next) – ยอมรับเงื่อนไข และ/หรือ ความเสี่ยงกองทุน กดถัดไป (Next) – ตรวจสอบข้อมูลการซื้อกองทุน แล้วกดปุ่มยืนยัน (Confirm) - แสดงผลการส่งคำสั่งซื้อ และกดปุ่มเสร็จสิ้น (Done)
   4. การยกเลิกธุรกรรม กด ‘เมนูอื่น ๆ’ เลือกรายการย้อนหลัง (Transaction History) - ตรวจสอบข้อมูล และกดปุ่มยกเลิกรายการนี้ - ยืนยันการยกเลิก และกดปุ่มใช่ - แสดงผลการทำธุรกรรม และกดปุ่มเสร็จสิ้น (Done)

เทคนิคการเลือกกองทุนให้มีโอกาสได้กำไร
   สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่สนใจอยาก เปิดบัญชีกองทุนรวม แต่ไม่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนมาก่อน ก่อนอื่นควรศึกษาเทคนิคเบื้องต้นในการลงทุนกับกองทุนรวม เพราะช่วยเพิ่มโอกาสให้การลงทุนของเราได้กำไรกลับมาง่ายขึ้น โดยสามารถทำตาม 3 เทคนิคดังต่อไปนี้
   1. ประเมินตนเองและนโยบายของกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน อันดับแรกควรสำรวจตัวเราเองว่ารับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกองทุนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงและผลตอบแทนมากน้อยไม่เท่ากัน เมื่อประเมินตนเองได้แล้วก็ให้ศึกษานโยบายการลงทุนจากหนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) ว่ามีนโยบายการลงทุนตอบสนองความต้องการของเราหรือไม่ เช่น หากต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ ความเสี่ยงระดับต่ำถึงปานกลาง ก็อาจจะเลือกลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ที่กองทุนจะนำเงินค่าเช่ามาจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน เป็นต้น
   2. ตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 3 ปี เปรียบเทียบกองทุนรวมแต่ละกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบเดียวกัน ว่ากองทุนไหนมีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาดีกว่า
   3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการลงทุน แต่ละกองทุนมี ‘ค่าธรรมเนียม’ แตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นตัวแปรหนึ่งที่อาจทำให้ผลตอบแทนที่เราได้รับน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต้องถูกหักค่าธรรมเนียม ดังนั้น ก่อนลงทุนเราจึงควรศึกษาอัตราการเก็บค่าธรรมเนียมของแต่ละกองทุนให้ละเอียด

   เมื่อทุกคนรู้ขั้นตอนการ สมัครกองทุนรวม ผ่านแอป Krungthai NEXT รวมถึงเทคนิคการเลือกกองทุนเบื้องต้นแล้ว ก็สามารถทำธุรกรรมผ่านแอปกันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขายกองทุน, ดูพอร์ตหรือสับเปลี่ยนกองทุนได้ทันที และที่สำคัญคือมีกองทุนรวมให้เลือกลงทุนหลายประเภท เช่น กองทุนตลาดเงิน, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนตราสารทุน, กองทุน rmf และ SSF



31


หากพูดถึงบัญชีออมเงินที่แทบทุกคนต้องมีแน่นอนว่าจะต้องนึกถึงบัญชีออมทรัพย์ แต่เพราะบัญชีออมทรัพย์มาพร้อมดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำจึงมีอีกตัวเลือกหนึ่ง นั่นคือ บัญชีเงินฝากประจำ ที่มาพร้อมดอกเบี้ยสูงสุดถึง 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น แต่ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้หลายคนอาจมีคำถามว่าการฝากประจำเหมาะกับยุคนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นลองมาดูข้อดีข้อเสียของการฝากประจำอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนอยากออมเงิน

เงินฝากประจำ คืออะไร
การฝากประจำ คือ การเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินเพื่อฝากเงินโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ถอนเงินออกมาจนกว่าจะครบกำหนด โดยระยะเวลาการฝากเป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินนั้น ๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน หรือ 24 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ฝากจะต้องนำเงินเข้าบัญชีเดือนละเท่า ๆ กัน และสถาบันการเงินจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน หรือ 12 เดือน โดยดอกเบี้ยเงินฝากประจำมีอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ 0.4 - 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งมากกว่าเงินฝากประเภทออมทรัพย์

ข้อดีและข้อเสียของ เงินฝากประจำ
สำหรับข้อดีของการฝากประจำที่เห็นได้ชัดคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ โดยมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเพราะเป็นการฝากเงินกับสถาบันการเงินเอาไว้ โดยสถาบันการเงินไม่ได้นำเงินไปลงทุนใด ๆ นอกจากนี้อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจ เปิดบัญชี เงินฝากประจำเนื่องจากเป็นการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี ทำให้การยื่นขอสินเชื่อต่าง ๆ มีโอกาสได้รับอนุมัติง่ายขึ้นอีกด้วย

สำหรับข้อด้อยของบัญชีเงินฝากประจำแน่นอนว่าไม่สามารถนำเงินออกจากบัญชีได้จนกว่าจะครบกำหนด เช่น ฝากประจํา 12 เดือน เจ้าของบัญชีสามารถเบิกเงินได้เมื่อฝากเงินครบ 12 เดือนเท่านั้น แต่หากต้องการเบิกถอนเงินก่อนกำหนดจะไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือได้ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำยังต้องถูกนำไปเสียภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี นั่นจึงทำให้คนจำนวนมากที่มีเงินก้อนใหญ่นิยมนำเงินไปลงทุนวิธีอื่นที่ได้ดอกเบี้ยมากกว่าและลดหย่อนภาษีได้มากกว่า

สำหรับใครที่สงสัยว่า บัญชีฝากประจำ เหมาะสำหรับยุคนี้หรือไม่ แน่นอนว่าการฝากประจำยังเป็นตัวเลือกน่าสนใจในยุคนี้เพราะมาพร้อมดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ เพราะฉะนั้นการฝากประจำจึงเป็นวิธีทำให้เงินฝากงอกเงยกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ดีกว่าการฝากบัญชีออมทรัพย์ นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการฝากประจำผู้ฝากจำเป็นต้องฝากเงินจำนวนเท่ากันเป็นประจำทุกเดือน เพราะฉะนั้นการฝากประจำสามารถฝึกวินัยการออมเงินได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



32

   เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจจะเคยประสบปัญหาขายของดี แต่ไม่มีกระแสเงินสดไว้ทำทุน ทำให้เกิดสถานการณ์ หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินทุนในการขายของต่อ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร ไปหาเงินกู้ที่ไหนดีเพื่อไม่ให้ธุรกิจติดขัด

สาเหตุของการไม่มีเงินหมุน

- ขายของแบบเครดิต
หลายคนทำธุรกิจแบบการวางเครดิต โดยให้สินค้าไปก่อนแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง บางครั้งทำให้ไม่มีเงินไปซื้อสินค้าใหม่มาขาย เพราะเงินที่ลูกค้าติดเครดิตเอาไว้ยังไม่ได้ชำระ ถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีกระแสเงินสดในการทำธุรกิจที่เพียงพอในบางช่วงเวลา หากใครที่พอมีเงินเก็บก็อาจที่จะนำมาใช้กับธุรกิจได้ก่อน แต่สำหรับคนที่เงินตึงมือคงเป็นปัญหาใหญ่

- มีหนี้สินมาก
การมีหนี้สินมากก็เป็นสาเหตุของการหมุนเงินในการทำธุรกิจไม่ทัน โดยเฉพาะหากเป็นหนี้นอกระบบ จะทำให้ต้องหาเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่แพงมหาโหด ส่งผลต่อการหมุนเงินในการทำมาค้าขายเป็นอันมาก

- มีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน
ชีวิตคนเราไม่แน่นอน บางครั้งอาจมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินแบบฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอมบุตรหลาน หรือค่าซ่อมบ้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องใช้เงินจน หมุนเงินไม่ทัน ได้

ต้องการเงินหมุน สินเชื่อแบบไหนช่วยได้
   เมื่อทำธุรกิจแล้ว หมุนเงินไม่ทันทําไงดี การกู้เงินคือทางออกของปัญหาที่กล่าวมา แต่การกู้เงินแบบใดจะมีโอกาสได้รับการอนุมัติบ้าง

- สินเชื่อบัตรเงินสด
   เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินภายในบัตร เสมือนการยืมเงินสำรองเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งมีข้อดีคือ หากไม่มีการใช้วงเงินในบัตรก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และหากมีการกดเงินออกมาใช้ก็จะคำนวณดอกเบี้ยในส่วนของวงเงินที่กดออกมาเท่านั้น สามารถผ่อนชำระขั้นต่ำตามที่กำหนดได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินพร้อมใช้เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ยต่อปีนั้นจะสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

- สินเชื่อบุคคล
   เป็นสินเชื่อที่ทางธนาคารมีไว้สำหรับบุคคลทั่วไป หลายธนาคารให้กู้ได้โดยไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน โดยวงเงินที่ได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและหลักประกัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5 - 10 เท่าของรายได้ มีข้อดีคือ ผู้กู้จะได้เงินก้อนมาใช้ทันที มีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงเท่าบัตรกดเงินสด และมียอดผ่อนชำระคงที่เท่ากันตลอดอายุสัญญา ผ่อนได้นานกว่าบัตรเงินสด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปลงทุนและต้องการระยะเวลาผ่อนชำระนาน

- สินเชื่อรถยนต์ รถจักรยานยนต์
   สำหรับคนที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ การนำรถไปขอสินเชื่อหรือที่เรียกว่าเอารถไปเข้าไฟแนนท์นั้น จะทำให้ได้รับเงินอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีทรัพย์สินไปค้ำประกัน มีข้อดีคือ สามารถกู้ได้ง่าย วงเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพของรถและปีที่จดทะเบียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นของตนเองและต้องการเงินด่วนมาก ๆ

- สินเชื่อบ้าน
   คือการเอาทรัพย์สินประเภทบ้านและที่ดินไปจำนองกับธนาคารเพื่อให้ได้เงินก้อนมาเสริมสภาพคล่อง มีข้อดีคือ จะได้เงินก้อนเป็นจำนวนมาก ระยะเวลาการผ่อนชำระนาน ซึ่งหากต้องการเงินลงทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ สินเชื่อประเภทนี้เหมาะในการยื่นกู้ แต่ถ้าเพียงต้องการเงินมาหมุนทำธุรกิจจำนวนไม่มากก็ไม่เหมาะกับสินเชื่อนี้
   
หากใครที่เกิดปัญหาเรื่องของเงินสดสำรองในการค้าขาย เรามี วิธีหมุนเงินขายของ มาแนะนำ นั่นคือการขอสินเชื่อค้าขายกับธนาคารกรุงไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยสินเชื่อ sme กรุงไทยนั้นมีหลายประเภท ทั้งที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระยาว ช่วยลดภาระทางการเงินให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้ ให้ทุกปัญหามีทางออกด้วยสินเชื่อ sme จากธนาคารกรุงไทย



33
ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยที่มีผลต่ออัตราดอกเบี้ยนี้

 ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์คืออะไร?

ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์คือผลตอบแทนที่ผู้ฝากเงินได้รับจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เมื่อฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ โดยทั่วไปแล้วอัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดโดยธนาคารและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย

 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบัน

ในปี 2026 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.5% ถึง 1.5% ต่อปี ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและนโยบายของแต่ละธนาคาร ตัวอย่างธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ ได้แก่:

- ธนาคารกรุงเทพ: อัตราดอกเบี้ย 1.25%
- ธนาคารกสิกรไทย: อัตราดอกเบี้ย 1.30%
- ธนาคารไทยพาณิชย์: อัตราดอกเบี้ย 1.20%

การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคารจะช่วยให้คุณสามารถเลือกบัญชีที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด

 ปัจจัยที่มีผลต่อดอกเบี้ยเงินฝาก

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เช่น:

1. นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย: หากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน อาจส่งผลให้ธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามไปด้วย
2. สภาวะเศรษฐกิจ: ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต ธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดเงินฝาก
3. การแข่งขันระหว่างธนาคาร: ธนาคารที่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าคู่แข่ง

 เคล็ดลับในการเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

การเลือกบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากเงินฝากของคุณได้ นี่คือเคล็ดลับบางประการ:

- เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคารเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด
- พิจารณาค่าธรรมเนียม: ตรวจสอบค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัญชี เช่น ค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี หรือค่าธรรมเนียมการถอนเงิน
- ดูเงื่อนไขการฝาก: บางบัญชีอาจมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ต้องฝากเงินขั้นต่ำหรือไม่สามารถถอนเงินได้ในระยะเวลาหนึ่ง


การติดตามอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2026 อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเงินของคุณในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ทรัพย์สินรอการขาย https://krungthai.com/th/content/contact-us/properties-for-sale
ทรัพย์ธนาคาร







34

กากู้เงินทำบ้านใหม่เป็นขั้นตอนที่สำคัญและต้องใช้การวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การกู้ธนาคารสร้างบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงขั้นตอนและสิ่งที่คุณควรพิจารณาก่อนที่จะเริ่มกู้เงินทำบ้านใหม่

 1. ประเมินความต้องการและงบประมาณ

ก่อนอื่นคุณต้องประเมินความต้องการของคุณในการสร้างบ้านใหม่ เช่น ขนาดบ้าน จำนวนห้อง และฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ จากนั้นคุณควรกำหนดงบประมาณที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถวางแผนการกู้เงินได้อย่างเหมาะสม

 1.1 การวางแผนงบประมาณ

การวางแผนงบประมาณไม่เพียงแต่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้านเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ ค่าประกันภัย และค่าตกแต่งบ้าน

 2. ศึกษาแหล่งเงินกู้

เมื่อคุณมีงบประมาณที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินกู้ที่มีอยู่ในตลาด เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อบ้าน

 2.1 ประเภทของสินเชื่อบ้าน

สินเชื่อบ้านมีหลายประเภท เช่น สินเชื่อบ้านเพื่อซื้อบ้านใหม่ สินเชื่อบ้านเพื่อสร้างบ้านใหม่ หรือสินเชื่อบ้านเพื่อรีไฟแนนซ์ คุณควรเลือกประเภทที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

 3. ตรวจสอบเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้

การตรวจสอบเครดิตของคุณเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาประวัติการชำระหนี้ของคุณในการอนุมัติสินเชื่อ

 3.1 วิธีการตรวจสอบเครดิต

คุณสามารถตรวจสอบเครดิตของคุณได้จากหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลเครดิต เช่น บริษัทเครดิตบูโร ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบสถานะทางการเงินของคุณก่อนที่จะยื่นขอสินเชื่อ

 4. เตรียมเอกสารที่จำเป็น

การเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอสินเชื่อเป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญ โดยเอกสารที่มักจะต้องใช้ได้แก่

- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือใบรับรองเงินเดือน
- แผนผังบ้านและรายละเอียดการก่อสร้าง

 5. ยื่นขอสินเชื่อ

เมื่อคุณเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการยื่นขอสินเชื่อ คุณควรเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้เงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 5.1 การเปรียบเทียบเงื่อนไข

ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการผ่อนชำระ และเงื่อนไขอื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด

 6. รอการอนุมัติและเริ่มสร้างบ้าน

หลังจากยื่นขอสินเชื่อแล้ว คุณจะต้องรอการอนุมัติจากธนาคาร เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว คุณสามารถเริ่มต้นการสร้างบ้านใหม่ได้ทันที

การกู้เงินทำบ้านใหม่ไม่ใช่เรื่องยากหากคุณมีการวางแผนที่ดี ตั้งแต่การประเมินความต้องการ งบประมาณ การศึกษาข้อมูลแหล่งเงินกู้ จนถึงการเตรียมเอกสารที่จำเป็น หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการคำแนะนำในการกู้เงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหรือธนาคารที่คุณสนใจได้เลย


35

   
ในยุคที่การทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้เพียงปลายนิ้ว การ เปิดบัญชีออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อคิวที่ธนาคารอีกต่อไป ซึ่งง่ายแสนง่ายไม่กี่ขั้นตอน เพียงแค่เรามีสมาร์ทโฟนก็สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

ขั้นตอนการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB
ขั้นตอนในการเปิดใช้บริการบัญชีธนาคารออนไลน์ KTB นั้น สิ่งที่เราต้องเตรียมก็คือข้อมูลบัตรประชาชนเพียงใบเดียวเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนในการ เปิดบัญชีออนไลน์ครั้งแรก มีดังนี้

- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สามารถโหลดได้ทั้งโทรศัพท์ระบบ Android และ IOS เมื่อโหลดแล้วก็เข้าไปในแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานในขั้นตอนต่อไป
- เลือกเมนู “เปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์” ที่หน้าจอแอปพลิเคชัน ซึ่งระบบจะให้อ่านรายละเอียดการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์จากนั้นกดปุ่ม “เปิดบัญชี” และทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ โดยในส่วนนี้จะต้องใส่อีเมลที่สามารถติดต่อได้และสามารถเลือกสาขาที่จะเปิดบัญชีได้เองตามความต้องการ
- เตรียมบัตรประชาชนเพื่อกรอกเลขรหัสหลังบัตรลงไป ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะเกิดการรั่วไหลเพราะแอปพลิเคชันมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีความปลอดภัยสูงเชื่อถือได้
- ขั้นตอนต่อมาคือขั้นตอนของการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลด้วยการสแกนใบหน้า ระบบจะถ่ายภาพใบหน้าของผู้ใช้ในกรอบที่กำหนด และทำการตรวจสอบใบหน้าจนสำเร็จว่าคือเจ้าของบัตรตัวจริง
- ขั้นตอนสุดท้ายคือการกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อาชีพ วัตถุประสงค์ของการเปิดบัญชี เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วกดยืนยันเพื่อทำการ ยืนยันตัวตนเปิดบัญชีออนไลน์ เพียงเท่านี้เราก็จะมีบัญชีธนาคารโดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวที่ธนาคารให้เสียเวลา

ข้อดีของการเปิดบัญชี เงินฝากออนไลน์
สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพราะไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคารก็สามารถเปิดบัญชีได้ทันทีที่ต้องการ
ปลอดภัยด้วยระบบการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (NDID) โดยระบบจะทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญหากเคยยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลสำเร็จไปแล้วหนึ่งครั้งจะสามารถใช้ข้อมูล NDID ในการเปิดบัญชีครั้งต่อไปเพิ่มเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่ และยังใช้ข้อมูลส่วนนี้ในการสมัครหรือใช้บริการต่าง ๆ จากองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอื่น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องมีการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลได้ด้วย
เปิดบัญชีออนไลน์ ได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการใช้บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล ไม่ต้องเสียค่าบริการ ไม่ต้องฝากเงินขั้นต่ำเพื่อเปิดบัญชี และไม่ต้องทำบัตร ATM

ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถจัดการเกี่ยวกับ เงินฝากออนไลน์ ได้จากทุกสถานที่ ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารให้เสียเวลาหรือยุ่งยากอีกต่อไป ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ของคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก


36

   แม้ปัจจุบันระบบออนไลน์และ E-commerce จะช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นจนดูเหมือนโอกาสในการทำธุรกิจการค้าจะไปได้ดี แต่อุปสรรคสำคัญที่คนทำธุรกิจมักต้องพบอยู่เสมอก็คือ ‘ปัญหา หมุนเงินไม่ทัน’ หรือการขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิคที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ทั้งจากการสำรองเงินสดน้อยเกินไป, การสต๊อกสินค้ามากเกิน, ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเกินควบคุม, ลูกค้าจ่ายเงินไม่ตรงเวลา, ยอดขายต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ และ การลงทุนเกินตัว เป็นต้น ซึ่งสภาวะเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระทบต่อสภาพคล่องในการทำธุรกิจ หรือได้เงินกลับมาหมุนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว หากสามารถแก้ปัญหาได้ธุรกิจก็เดินหน้าต่อโดยไม่สะดุด

   เป็นแม่ค้าหมุนเงินไม่ทัน  ปลดล็อกปัญหา อย่างไรดี?
การเจรจาขอเลื่อนชำระเงินกับผู้ขายหรือซัพพลายเออร์ออกไปก่อน เรื่องนี้โดยทั่วไปมักเกี่ยวกับประวัติการชำระเงินก่อนหน้านี้ด้วย เพราะหากก่อนหน้านี้เคยจ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์ตรงเวลา ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการชำระเงิน ก็มักจะได้รับการเลื่อนเวลาหรือผ่อนผันให้ได้ไม่ยาก   

เจรจาขอเงื่อนไขการชำระเงินใหม่ หลายคนใช้โอกาสที่เกิดปัญหาเรื่องการหมุนเงินไม่ทัน เจรจากับซัพพลายเออร์หรือผู้ขาย เพื่อขอปรับเงื่อนไขการชำระเงินใหม่ เช่น เดิมเคยได้เครดิตให้ชำระเงินได้ภายใน 30 วันก็อาจขอขยายเวลาออกไปเป็น 45-60 วัน เป็นต้น
ปรับแผนการใช้จ่าย โดยตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เป็นอีกเรื่องที่ควรทำ เมื่อเกิดปัญหาสภาพคล่องสะดุด โดยต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่ว่ามีส่วนใดที่พอจะลดหรือตัดทอนออกไปได้บ้าง เพราะการลดค่าใช้จ่ายได้มากเท่าไหร่ก็จะสามารถเรียกคืนสภาพคล่องกับมาได้มากขึ้น

การขอวงเงินสินเชื่อสำหรับกิจการขนาดเล็ก เพื่อเป็นสภาพคล่องที่สามารถช่วยหมุนเวียนให้กับธุรกิจได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้เงินนอกระบบซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากและกลายเป็นภาระเพิ่มในการทำธุรกิจ ปัจจุบันมีสถาบันการเงินหลายแห่งออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับกิจการขนาดเล็กเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SME อาทิ สินเชื่อ SME ของธนาคารกรุงไทยที่มีความหลากหลายสำหรับธุรกิจหลากประเภท อาทิ สินเชื่อสำหรับเจ้าของร้านขายยาและคลีนิคทั่วไป, สินเชื่อสำหรับเจ้าของร้านค้าปลีก ร้านอาหารและร้านค้าทั่วไป และ สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไป สินเชื่อแม่ค้า  สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งแยกย่อยออกเป็นสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการSME ในพื้นที่EEC ด้วยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% สามารถกู้ได้แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยวงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท แต่หากมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถกู้ได้สูงสุดถึง 3 เท่าของมูลค่าหลักทรัพย์ เป็นต้น

พ่อค้าแม่ค้าและคนทำธุรกิจทั่วไปที่มักเกิดคำถามว่า ‘หมุนเงินไม่ทันทำไงดี’ สามารถใช้เทคนิควิธีการเหล่านี้ปลดล็อกให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่หยุดชะงัก    

37

   สำหรับคนที่กำลังมองหาสินเชื่อเงินกู้ถูกกฎหมายที่อนุมัติง่ายๆ ได้เงินทันใจแบบไม่ต้องมีคนค้ำ แนะนำ กู้เงินออนไลน์ “สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ” ซึ่งเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ในระบบที่เชื่อถือได้จากธนาคารกรุงไทย บริการช่องทางกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สมัครง่ายๆ อนุมัติไว รับเงินโอนเข้าบัญชีเร็วทันใจ พร้อมใช้งานได้จริง

ข้อดีของสินเชื่อเงินสดกรุงไทยใจป้ำ
-วงเงินกู้ฉุกเฉินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท
-ไม่มีบัญชีเงินเดือนกับกรุงไทยก็สมัครได้
-มีรายได้ต่อเดือน 15,000 บาทขึ้นไป
-ไม่ต้องมีหลักประกัน ไม่ต้องมีคนค้ำ
-บริการผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และ Krungthai Next
-กู้ง่าย อนุมัติเร็ว ผ่อนหมื่นละ 10 บาทต่อวัน

วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาในการผ่อน
-บุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำ อัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี , ระยะเวลาการผ่อน 12 – 60 เดือน
-ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย 22% ต่อปี , ระยะเวลาการผ่อน 12 – 60 เดือน

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ
-มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
-สัญชาติไทย
-มีรายได้ 15,000 บาท ขึ้นไป
-มีแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT

วงเงินกู้สินเชื่อใจป้ำ จากธนาคารกรุงไทย

กรณีบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำ กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ และไม่เกิน 1,000,000 บาท สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12-60 เดือน
กรณีผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยทั่วไป กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้สุทธิ และไม่เกิน 500,000 บาท สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12-60 เดือนเช่นกัน

ในกรณีผิดนัดชําระหนี้ จ่ายหนี้ล่าช้า

         ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้เพื่อปรับสำหรับการชำระหนี้ล่าช้า โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยปกติสูงสุดที่เรียกเก็บจริงตามที่ระบุในสัญญา บวกร้อยละสามต่อปี เป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่คุณไม่จ่ายหนี้ตรงเวลา ถ้าคุณไม่ชำระหนี้สักที ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกคิดไปเรื่อย ๆ พอกพูนขึ้นจนอาจกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ไม่เพียงมีผลกระทบต่อการเงินและประวัติของคุณอย่างมาก ทำให้เสียโอกาสในการกู้ครั้งต่อไป คุณยังต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นด้วยทำให้ภาระหนี้สินของคุณเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

วิธีการสมัครขอสินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ

      การสมัคร กู้เงินออนไลน์ สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำ ทำได้ง่ายๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android ขั้นตอนการสมัครมีดังนี้
-เริ่มจากกด “บริการ” และกดเลือก “สมัครสินเชื่อ
-ระบบจะแสดงแสดงรายละเอียดของสินเชื่อและคำนวณผ่อนชำระ
-ผู้สมัครกรอกข้อมูลส่วนตัว นับตั้งแต่อาชีพ เงินเดือน วงเงินที่ต้องการขอ และเลือกจำนวนเดือนที่ผ่อนจ่ายตามที่ต้องการ และตรวจสอบความถูกต้อง
-ยินยอมให้ระบบตรวจสอบข้อมูล และใส่รหัส PIN เพื่อยืนยันการสมัคร
-ยอมรับข้อตกลงของดูตัวอย่างการคำนวณสินเชื่อเพื่อดำเนินการต่อ
-อัปโหลดรายละเอียดของเอกสารประกอบการสมัคร และกดยอมรับ
-เข้าสู่หน้าข้อมูลส่วนบุคคล สามารถแก้ไขได้เฉพาะที่ทำงานเท่านั้น โดยเข้าไปแก้ไข Email และเบอร์โทรได้ที่ Setting ของ NEXT
-กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนว่ามีสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันทางการเงินอื่นหรือไม่ และกดถัดไปเพื่อเข้าสู่หน้ายืนยันข้อมูลที่ถูกต้องแล้วกดยืนยันส่งใบสมัครขอสินเชื่อ
-เข้าไปยืนยันในหน้าการให้ความยินยอม Model Consent และ NCB Consent ตามลำดับ จากนั้นใส่รหัส PIN และส่งใบสมัครการขอสินเชื่อ
-เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จแล้ว ระบบจะแสดงสถานะการสมัคร และอัปโหลดเอกสารที่กำหนด
-ระบบจะแสดงผลว่าส่งใบสมัครสำเร็จและกดปุ่มเสร็จสิ้นเพื่อออกจากระบบ

          เมื่อไรก็ตามที่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินด่วน แต่ไม่เงินเก็บออม หรือเงินก้อนมากเพียงพอสำหรับการลงทุน สินเชื่อกรุงไทยใจป้ำนับเป็นทางเลือก กู้เงินออนไลน์ ที่ปลอดภัยกว่าการไปกู้หนี้นอกระบบ เพราะเป็นสถาบันการเงินชั้นนำระดับประเทศที่น่าเชื่อถือ ดอกถูก สมัครง่าย เพียงทำตามขั้นตอนไม่กี่อย่าง ใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 14 วัน (หรือน้อยกว่า) ก็ได้รับการอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีมาให้ใช้กันได้ง่ายๆ หากระหว่างนั้นเกิดพบเจอปัญหาอะไรก็อุ่นใจเพราะสามารถเข้าไปติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับคุณ

         หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Krungthai.com หรือติดต่อโดยตรงได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาใกล้บ้าน


38


การลดหย่อนภาษีเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 นี้ หลายคนอาจมีคำถามเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีในปีนี้

## 1. การลดหย่อนภาษีคืออะไร?

การลดหย่อนภาษีคือการอนุญาตให้ผู้เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายบางอย่างออกจากรายได้ที่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะช่วยลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายภาษีในปีนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้ว การลดหย่อนภาษีจะมีหลายประเภท เช่น ค่าใช้จ่ายในการศึกษา การบริจาค การประกันชีวิต และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

## 2. ใครสามารถขอลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

ผู้ที่สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีรายได้จากการทำงานหรือกิจการต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่มีรายได้จากการลงทุน อย่างไรก็ตาม การลดหย่อนภาษีจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยกรมสรรพากร

## 3. ลดหย่อนภาษีปี 2568 มีอะไรใหม่บ้าง?
ในปี 2568 นี้ มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์การลดหย่อนภาษีหลายประการ เช่น การเพิ่มวงเงินการลดหย่อนสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษาและการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลและ e donation นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถลดภาษีได้มากขึ้น

## 4. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอลดหย่อนภาษีคืออะไร?

การขอลดหย่อนภาษีจะต้องมีเอกสารที่แสดงหลักฐานการใช้จ่าย เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองการบริจาค และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยควรจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้ครบถ้วนเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

## 5. วิธีการยื่นขอลดหย่อนภาษีทำอย่างไร?

การยื่นขอลดหย่อนภาษีสามารถทำได้หลายช่องทาง ได้แก่ การยื่นแบบฟอร์มภาษีผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือการยื่นแบบฟอร์มด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ โดยควรตรวจสอบระยะเวลาการยื่นภาษีให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลดหย่อนภาษี

## 6. คำแนะนำในการวางแผนลดหย่อนภาษี

การวางแผนลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณสามารถลดภาษีได้มากขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่สามารถลดหย่อนได้ และจัดทำงบประมาณการใช้จ่ายในปีถัดไปอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

การลดหย่อนภาษีระบบ e-donation  ในปี 2568 เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้เสียภาษีในการลดภาระภาษีที่ต้องจ่าย การเข้าใจคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีจะช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์นี้ได้อย่างเต็มที่ หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับe donation ลดหย่อนภาษีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด





39
ประกันสะสมทรัพย์ ทางเลือกใหม่ของคนที่อยากออมเงิน หลายคนมองว่าการซื้อประกันสะสมทรัพย์มีประโยชน์แค่สะสมทรัพย์หรือแค่การออมเงินเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประกันเงินออม มีประโยชน์หลายด้านมาก วันนี้ขอมารวบรวมประโยชน์ของประกันสะสมทรัพย์ที่หลายคนยังไม่รู้ เผื่อใครที่ลังเลว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างถ้าซื้อ ประกันออมทรัพย์ จะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจง่ายมากขึ้น

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์มีเงินออม รับเงินก้อนเมื่อจบสัญญา
   แน่นอนว่าการทำ ประกันสะสมทรัพย์ นอกจากมีความคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิตแล้ว ยังรับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา และบางแบบยังมีเงินคืนให้ระหว่างสัญญาอีกด้วย ซึ่งเงินทั้ง 2 ก้อนนี้เหมือนเป็นเงินที่เราได้ออมเข้าไปในกรมธรรม์ทุก ๆ ปี จึงเหมาะกับการวางแผนการออมเงินระยะสั้นที่มีจุดประสงค์ของการออม เพื่อทำธุรกิจ เพื่อเรียนต่อ เป็นทุนการศึกษาให้บุตร หรือเพื่อการ วางแผนเกษียณ ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตเท่านั้นจึงจะได้รับเงินก้อน

ประกันเงินออมยื่นลดหย่อนภาษีได้
        นอกจากจะใช้เป็นวิธีการออมเงินระยะสั้นแล้ว เบี้ยประกันที่จ่ายไปทุกปีทุกแบบของ ประกันชีวิตออมทรัพย์ ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยเงื่อนไขการลดหย่อนเป็นไปตามข้อกำหนดของสรรพกร คือ ยื่นลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และเงินที่ได้รับคืนระหว่างสัญญาต้องไม่เกิน 20% ซึ่งถ้าใครใช้สิทธิการลดหย่อนยังไม่ครบ สามารถนำเบี้ย ประกันเงินออม ไปยื่นเพิ่มได้ นอกจากได้ความคุ้มครองแล้วยังได้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีอีกด้วย4

มีความคุ้มครองระยะยาว
   ประกันออมทรัพย์ แม้ว่าจะจ่ายเบี้ยในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ผลประโยชน์ในเรื่องของความคุ้มครองนั้น คุ้มครองยาวนับ 10 ปี บางแบบให้ความคุ้มครอง 15 - 20 ปี หากจะมองให้เป็นเรื่องของการออมเงินแล้ว ระยะเวลาสัญญาที่ยาวมีผลดีต่อการ วางแผนเกษียณ เพราะเมื่อเราไม่ได้ทำงาน แต่ได้รับเงินก้อนจาก ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ มาชดเชยรายได้ส่วนที่หายไป ทำให้เรายังมีเงินก้อนใช้ในยามเกษียณได้อย่างสบายใจอีกด้วย

เป็นแหล่งเงินยามฉุกเฉิน
   ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะเรื่องของการออมเงินเพื่อรับเป็นเงินออมก้อนใหญ่เมื่อจบสัญญาแต่เพียงอย่างเดียว ประกันสะสมทรัพย์ยังเป็นแหล่งเงินฉุกเฉินในยามที่ชีวิตเราตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราสามารถนำเล่มกรมธรรม์ที่ถืออยู่ไปเปลี่ยนเป็นเงินกู้หรือเวนคืนกรมธรรม์ เพื่อนำเงินมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ ไม่ต้องไปยื่นกู้กับทางแบงค์หรือหาแหล่งเงินกู้อื่น

      ประกันชีวิตสะสมทรัพย์มีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิด แค่เราต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงเงื่อนไขและผลประโยชน์ที่อยู่ในกรมธรรม์ ทุกอย่างมีแจ้งในสัญญาตั้งแต่วันแรกที่เราทำประกัน ถ้าวันนี้ใครที่ยังไม่เริ่มออมเงิน การซื้อประกันออมทรัพย์ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว



40

        การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันสำคัญของใครหลาย ๆ คน เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงในชีวิต อย่างไรก็ตามการมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น การซื้อบ้านจึงเป็นการลงทุนที่สำคัญและต้องมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ รวมถึงต้องหาตัวช่วยทางการเงินอย่างการขอสินเชื่อ กู้สร้างบ้าน จากธนาคาร เพื่อสานฝันการมีบ้านเป็นของตัวเอง

         ธนาคารกรุงไทยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ สินเชื่อบ้าน ช่วยให้คนไทยสามารถสร้างบ้านในฝันได้ด้วยเงื่อนไขที่ง่ายและดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้การเดินทางสู่ความฝันในการเป็นเจ้าของบ้านไม่ไกลเกินเอื้อม

สินเชื่อบ้านคืออะไร

          สินเชื่อบ้าน คือบริการทางการเงินที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเสนอให้กับบุคคลที่ต้องการเงินทุนเพื่อซื้อบ้าน สร้างบ้าน หรือรีไฟแนนซ์บ้าน โดยสินเชื่อประเภทนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้กู้ในระยะยาว ด้วยการให้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่สามารถผ่อนชำระคืนได้เป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งการ กู้เงินสร้างบ้าน มีข้อดีดังนี้

ลดภาระทางการเงินในระยะสั้น ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว
ระยะเวลาผ่อนที่ยาวนาน การ กู้ซื้อบ้าน สามารถเลือกผ่อนชำระได้นาน 30 - 40 ปี ตามเงื่อนไขของธนาคาร
ดอกเบี้ยที่คุ้มค่า สินเชื่อบ้านมักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น
ความยืดหยุ่นในการใช้เงินกู้ สามารถนำเงินไปซื้อบ้าน สร้างบ้าน ปรับปรุงบ้าน หรือรีไฟแนนซ์ได้

รู้จักกับสินเชื่อบ้านกรุงไทย
สินเชื่อกรุงไทยเป็นตัวช่วยทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความฝันของผู้ที่ต้องการมีบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านใหม่ การสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง การปรับปรุง ต่อเติม หรือแม้แต่การรีไฟแนนซ์บ้านเดิม สินเชื่อบ้านกรุงไทยตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยวงเงิน กู้บ้าน ที่ยืดหยุ่นและระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 40 ปี ช่วยให้ผู้กู้สามารถบริหารจัดการรายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยอัตรา ดอกเบี้ยบ้าน ต่ำจึงช่วยลดภาระการเงินในช่วงเริ่มต้นของการผ่อนบ้าน อีกทั้งกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วทำให้ผู้กู้สามารถนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ได้ทันเวลา โดยบ้านหรือที่ดินที่ต้องการซื้อ สร้าง หรือรีไฟแนนซ์จะถูกใช้เป็นหลักประกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ

จุดเด่นของสินเชื่อบ้านกรุงไทย

วงเงินกู้สูง ธนาคารกรุงไทยเสนอวงเงิน กู้บ้าน สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การกู้ ช่วยให้ผู้กู้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินดาวน์หรือค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

ระยะเวลาผ่อนยาวนาน ผู้กู้สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 40 ปี ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อัตราดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อบ้านกรุงไทยมอบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและโปรโมชันพิเศษในช่วงปีแรก เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินในการ กู้เงินสร้างบ้าน ระยะแรก

ความหลากหลายในการใช้เงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านใหม่ สร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง ปรับปรุง ต่อเติมบ้าน หรือรีไฟแนนซ์บ้านเดิม สินเชื่อบ้านกรุงไทยพร้อมรองรับทุกวัตถุประสงค์

เหมาะสำหรับทุกกลุ่มผู้กู้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือทำธุรกิจ  สินเชื่อกรุงไทยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถ กู้ซื้อบ้าน ได้

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกรุงไทย
สินเชื่อบ้าน กรุงไทยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและโปรโมชันพิเศษในช่วงปีแรก เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะเริ่มต้นของการผ่อนบ้าน โดยรายละเอียดดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อและคุณสมบัติของผู้กู้ เช่น สินเชื่อบ้านกรุงไทย ดอกเบี้ยกู้บ้านเริ่มต้น 1.68% ต่อปี คงที่ 3 ปี สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% ต่อปี คงที่ 3 ปี และสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรภาครัฐ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.95% ต่อปี คงที่ 3 ปี เป็นต้น

การ ผ่อนบ้านกับธนาคาร กรุงไทยถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านในฝัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน สร้างบ้าน หรือรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเดิม ด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น วงเงินกู้สูง ผ่อนชำระสบายระยะยาว และอัตราดอกเบี้ยกู้บ้าน ที่ต่ำ สินเชื่อนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นสร้างอนาคตทางการเงินอย่างมั่นคง หากคุณสนใจ กู้สร้างบ้าน สามารถสมัครได้ ที่นี่ หรือต้องการสำรวจผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากธนาคารกรุงไทย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://krungthai.com/th/personal/loan/housing-loan/ เพื่อค้นหาสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการในการมีบ้านของคุณ



41


หากกำลังมองหาช่องทางการออมที่ไม่ต้องใช้เงินก้อนทั้งยังสามารถวางแผนการเงินเพื่อการออมและการใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินเดือนประจำ รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษาที่มีรายได้ไม่มากนักแต่อยากมีเงินเก็บ ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วย เงินฝากปลอดภาษี ช่องทางการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง

เงินฝากปลอดภาษี คือ บัญชีเงินฝากประจำประเภทหนึ่งที่สามารถเลือกวงเงินฝากได้ตั้งแต่ 1,000 - 25,000 บาท และต้องนำฝากในจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด เช่น 12 เดือน 24 เดือน 36 เดือน หรือ 48 เดือน เมื่อครบตามสัญญาจะได้รับผลตอบแทนเป็น ดอกเบี้ยเงินฝาก ในอัตราสูงและได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ย ซึ่งต่างกับบัญชีเงินฝากทั่วไปที่ต้องมีการหักภาษีดอกเบี้ย 15%
เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากประจําที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและได้รับการยกเว้นภาษี จึงมีเงื่อนไขในการเปิดบัญชี ดังนี้   
หนึ่งคนเปิดบัญชีเงินฝากประจําปลอดภาษีได้เพียงหนึ่งบัญชีเท่านั้น
ต้องนำฝากด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือนจนครบตามสัญญา ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เท่ากับการเปิดบัญชีครั้งแรก เช่น เปิดบัญชีด้วยเงิน 1,000 บาท เดือนถัดมาและทุก ๆ เดือนก็ต้องฝาก 1,000 บาทเช่นกัน โดยจะนำฝากวันที่เท่าไรของเดือนก็ได้ แต่ขาดฝากได้ไม่เกิน 2 ครั้ง
หากขาดฝากเกิน 2 ครั้ง หรือไม่ทำตามสัญญา ธนาคารมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ดอกเบี้ยหรือปรับลดดอกเบี้ยให้เท่ากับบัญชีออมทรัพย์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
จำนวนเงินขั้นต่ำในการนำฝากส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 1,000 บาท และไม่เกิน 25,000 บาท หรือรวมตลอดระยะเวลาการเปิดบัญชีไม่เกิน 600,000 บาท
เมื่อทราบเงื่อนไขของเงินฝากปลอดภาษีแล้วลองมาดูอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝาก กันบ้าง ที่กล่าวว่าเงินฝากปลอดภาษีเป็นบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงนั้นสามารถอธิบายให้เห็นได้อย่างชัดเจนด้วย KTB Zero Tax MAX เงินฝากปลอดภาษี ฝากประจํา 12 เดือน ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ดังนี้
ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 24 เดือน (บุคคลธรรมดา) วงเงินต่ำสุด + 0.75% ต่อปี     
ดอกเบี้ยฝากประจำ 36 เดือน (บุคคลธรรมดา) วงเงินต่ำสุด + 1.00% ต่อปี         
ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยของทุกธนาคารจะให้ผลตอบแทนตามสัญญาเฉพาะกรณีที่นำฝากครบตามสัญญาเท่านั้น

ข้อดีของ เงินฝากปลอดภาษี
วางแผนทางการเงินได้ชัดเจนและง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถเลือกจำนวนเงินฝากและระยะเวลาการฝากได้ตามความพึงพอใจ ยิ่งฝากนานยิ่งได้รับผลตอบแทนสูง   
ได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ในขณะที่เงินฝากประจำทั่วไปนั้นจะถูกหักภาษีดอกเบี้ย 15%
เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยและให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีเงินฝากประเภทอื่น
มีความปลอดภัยสูงด้วยกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก       
เนื่องจากต้องนำฝากทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยสร้างประวัติการเงินที่ดีเอื้อต่อการขอสินเชื่อในอนาคต
เป็นเงินเก็บเพื่ออนาคตและมีเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

เริ่มต้นการออมทีละเล็กทีละน้อยตามกำลังของตน หากมีวินัยในการออมที่ดีก็จะมีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำด้วยบัญชีเงินฝากปลอดภาษี ซึ่งในยุคนี้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยการตัดบัญชีอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องไปฝากที่ธนาคารทุกเดือนให้เสียเวลา ก่อนเปิดบัญชีอย่าลืมเช็กอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งที่ธนาคารทุกแห่งใกล้บ้านหรือผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่


42
ในยุคที่คนไทยจำนวนมากนิยมหาโอกาสท่องเที่ยวต่างประเทศ นั่นจึงทำให้หลายสถาบันการเงินออกผลิตภัณฑ์ travel card เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทาง และสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักบัตรประเภทนี้ ลองมาทำความรู้จักกันว่าคืออะไร พร้อมเปรียบเทียบความน่าสนใจของทั้ง 5 บัตร ที่เชื่อว่าจะต้องตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

Travel Card คืออะไร สมัครบัตรเดบิตออนไลน์ ได้มั้ย
สำหรับใครที่เป็นสายท่องเที่ยวอาจจะเคยได้ยินชื่อ บัตรเดบิต ท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว เพราะบัตรนี้ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนรู้ใจนักเดินทาง จุดเด่นคือใช้แลกเงินต่างประเทศได้ด้วยอัตราสุดพิเศษ รวมถึงยังรูดซื้อสินค้าและบริการในต่างประเทศโดยไม่ต้องแบกรับค่าความเสี่ยงอันเกิดจากความผันผวนของสกุลเงิน นั่นทำให้ไม่ต้องพกเงินสดไปต่างประเทศเยอะ ๆ แถมยังได้สิทธิพิเศษมากมายจากการถือบัตรอีกด้วย

เปรียบเทียบบัตร 5 ใบ ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนชอบเที่ยว

- KRUNGTHAI TRAVEL CARD
ธนาคารแห่งแรกที่ให้สมัครบัตรเดบิตท่องเที่ยว จุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เมื่อเติมเงินแล้วสามารถแลกเงินเก็บไว้ได้ ล็อกเรทได้เมื่อได้เรทสกุลเงินที่ถูกใจ รองรับได้มากถึง 17 สกุลเงิน และหากไม่เดินทางไปต่างประเทศยังสามารถใช้รูดซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้ในเรทเงินสุดพิเศษอีกด้วย

- PLANET SCB
อีกหนึ่งตัวเลือก บัตร atm ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี สมัครง่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มต้นใช้งานด้วยการเติมเงินเข้าบัตรจากนั้นจึงใช้รูดซื้อสินค้าและบริการ ล็อกเรทที่ต้องการได้ และสามารถแลกเงินได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก

- YOUTRIP POWERED BY K-BANK
บัตรเดบิต ที่ออกแบบมาให้ปราศจากค่าธรรมเนียม ใช้งานง่ายเพียงเติมเงินเข้าบัตรจากนั้นใช้แลกเงินต่างประเทศได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก เมื่อมีแผนเดินทางไปประเทศใดสามารถแลกเงินเก็บไว้ได้เพื่อให้ได้เรทราคาดีที่สุด

- K-BANK JOURNEY
อีกหนึ่งประเภทบัตรจากธนาคารกสิกรไทย ข้อดีคือรูดซื้อสินค้าและบริการได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเติมเงิน สามารถเบิกถอนเงินสดในไทยได้ มาพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย แต่มีข้อเสียคือมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและมีค่าความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงิน

- TMB ALL FREE
บัตร All Free ที่ให้รูดซื้อสินค้าได้ทั่วโลกอย่างสุดคุ้ม โดยไม่ต้องเติมเงินเข้าบัตร ซื้อสินค้าออนไลน์ได้อย่างมั่นใจเพราะมีประกันการซื้อสินค้า ที่สำคัญเมื่อบัตรหายธนาคารจะออกบัตรใหม่ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่มีค่าธรรมเนียมรายปีและไม่สามารถล็อกเรทสกุลเงินได้

         travel card จากแต่ละธนาคารมาพร้อมจุดเด่นและความน่าสนใจแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวควรเลือกบัตรที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด และนอกจากการเป็นเจ้าของบัตรท่องเที่ยวที่ทำให้การแลกเงินคุ้มค่ายิ่งกว่าเคยแล้ว อย่าลืมสมัคร ทำบัตรเดบิตประกัน ติดตัวเอาไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทางจะได้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายคนเดียว เพราะมีประกันเดินทางจากบัตรเดบิตทำหน้าที่คุ้มครองยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็อุ่นใจเสมอ



43
  การเป็นผู้ให้ย่อมนำมาซึ่งความสุขเสมอ หลายองค์กรในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการเพื่อสังคมหรือ CSR หรือ Corporate Social Responsibility ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม

        โครงการ CSR ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสังคม เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมทั้งเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่องค์กรไปพร้อมกัน

ทำไมองค์กรถึงควรให้ความสำคัญกับกิจกรรม CSR

         เมื่อองค์กรให้ความสำคัญกับโครงการ csr เพื่อสังคม ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรและชุมชน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ นอกจากนี้กิจกรรม CSR ยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงาน เพิ่มการมีส่วนร่วม และช่วยกระตุ้นการทำงานที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การเติบโตและความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้ ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อองค์กร

- เพิ่มยอดขาย
ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับสินค้า และบริการจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม

- ดึงดูดและรักษาพนักงาน
พนักงานรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับการทํางานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และรับผิดชอบต่อสังคม

- ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
การทํากิจกรรม CSR ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

- เพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน
ช่วยกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วม และสร้างความสามัคคีในองค์กร ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการดําเนินงาน

2. ประโยชน์ต่อสังคม

- พัฒนาคุณภาพชีวิต
กิจกรรม CSR ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม เช่น การสนับสนุนการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
- สร้างความยั่งยืน
กิจกรรม CSR ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

3. ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม

- ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
กิจกรรม CSR ช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

- สร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
กิจกรรม CSR ช่วยสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน





44


      ในยุคปัจจุบันความต้องการด้านการเงินมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเสริมสภาพคล่องในธุรกิจ หรือการลงทุนเพื่ออนาคต ธนาคารกรุงไทยได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบุคคลที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า โดย สินเชื่อ แต่ละประเภทมีจุดเด่นและความเหมาะสมที่แตกต่างกัน
         ด้วยความหลากหลายของ การกู้ธนาคาร กรุงไทยช่วยให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของคุณได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบาย

จุดเด่นของสินเชื่อส่วนบุคคลกรุงไทย

- วงเงินสูง
สินเชื่อส่วนบุคคล กรุงไทยให้วงเงินกู้สูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อใช้ในจุดประสงค์ต่าง ๆ เช่น การปรับปรุงบ้าน ค่าเทอมบุตรหลาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
- ดอกเบี้ยต่ำ
ธนาคารกรุงไทยมุ่งเน้นให้บริการ สินเชื่อเงินสด ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และยังมีการปรับลดดอกเบี้ยในบางกรณีเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง
- กู้ง่าย อนุมัติไว
ผู้ที่สนใจเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและยังสามารถสมัครได้หลายช่องทาง โดยสมัครขอสินเชื่อได้ทั้งทางเว็บไซต์ธนาคาร แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT หรือติดต่อสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ อีกทั้งในบางเงื่อนไขไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ช่วยให้การ กู้เงินธนาคาร ทำได้ง่ายขึ้น
- มีสินเชื่อหลากหลายกับกลุ่มเป้าหมาย
ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานประจำ ข้าราชการ เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ธนาคารกรุงไทยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยมีเงื่อนไขและเอกสารที่ไม่ซับซ้อน

แนะนำสินเชื่อส่วนบุคคลที่น่าสนใจจากธนาคารกรุงไทย

1. สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ
เป็น สินเชื่อ ที่มอบวงเงินสำรองพร้อมใช้สำหรับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานราชการ และพนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งต้องมีเงินเดือนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย โดยให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของเงินเดือนสำหรับหน่วยงานที่ไม่มี MOU กับธนาคารกรุงไทย และ 15 เท่าของเงินเดือน หากหน่วยงานมีบันทึกข้อตกลง MOU กับธนาคาร คิดดอกเบี้ยเฉพาะเมื่อมีการเบิกใช้วงเงินเท่านั้น นอกจากนี้ผู้กู้สามารถเลือกได้ว่าจะมีหรือไม่มีผู้ค้ำประกัน โดยอัตราดอกเบี้ยของกรุงไทยธนวัฏจะอยู่ระหว่าง MRR +3.50% ต่อปี ถึง MRR +9.00% ต่อปี

2. สินเชื่ออเนกประสงค์จากธนาคารกรุงไทย
สินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเงินของกลุ่มข้าราชการ พนักงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและยืดหยุ่นสำหรับการใช้จ่ายในหลากหลายด้าน โดยให้วง เงินกู้ สูงสุด 2 ล้านบาท สำหรับกรณีไม่ใช้ผู้ค้ำประกัน และวงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ขอกู้ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทยจึงช่วยให้การสมัครสะดวกยิ่งขึ้น อัตราดอกเบี้ยของ เงินกู้ อเนกประสงค์จากธนาคารกรุงไทยจะอยู่ระหว่าง MRR +0.75% ต่อปี ถึง MRR +3.75% ต่อปี

3. สินเชื่อกรุงไทย Smart Money
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของบุคคลทั่วไปและเจ้าของธุรกิจรายย่อย โดยเน้นความสะดวกในการสมัครและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ไม่ยุ่งยาก ซึ่งสินเชื่อกรุงไทย Smart Money มีจุดเด่นที่สำคัญคือให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกันหรือผู้ค้ำประกัน รวมถึงไม่ต้องมีบัญชีเงินเดือนกับทางธนาคารก็ได้ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้กู้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยของ สินเชื่อธนาคาร กรุงไทย Smart Money สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีรายได้ประจำ ดอกเบี้ย 6 เดือนแรก จะอยู่ที่ 9.99% หลังจากนั้นจะอยู่ที่ 20% ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก จะอยู่ที่ 11.99% หลังจากนั้นจะอยู่ที่ 24% และอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแบบลดต้นลดดอก

สินเชื่อส่วนบุคคลเหมาะกับใครบ้าง

- พนักงานประจำที่มีรายได้มั่นคง
กลุ่มพนักงานประจำมักมีความต้องการเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ค่าเทอมบุตร หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น กรุงไทย Smart Money หรือกรุงไทยธนวัฏ จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการ กู้เงินธนาคาร เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและสามารถอนุมัติได้รวดเร็ว

- เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ
เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน สามารถยื่นสมัครสินเชื่อ ส่วนบุคคลจากธนาคารกรุงไทยเพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและการเติบโตของธุรกิจได้

- ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ
กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องการเงินก้อนเพื่อใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ เช่น จ่ายหนี้สินเดิม หรือจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว การ กู้ธนาคาร ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากธนาคารกรุงไทยได้ออกแบบสินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการข้าราชการ พนักงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีเงื่อนไขพิเศษสำหรับกลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ

- ผู้ที่ต้องการรวมหนี้เป็นก้อนเดียว
สำหรับผู้ที่มีหนี้สินกระจายหลายที่ เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สินรายย่อย การรวมหนี้ให้เป็นก้อนเดียวช่วยให้จัดการการชำระหนี้ได้ง่ายขึ้นและลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือน การขอสินเชื่อกับทางธนาคารกรุงไทยจึงสามารถตอบโจทย์ได้

         สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีความยืดหยุ่นและเหมาะกับคนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของกิจการ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการชำระคืนจะช่วยให้ผู้ กู้ธนาคาร สามารถบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงในระยะยาว

      ขอสินเชื่อส่วนบุคคล กรุงไทยเป็นตัวช่วยทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่อง การชำระหนี้สิน หรือการใช้จ่ายที่จำเป็น ด้วยจุดเด่นที่ให้วงเงินสูง อนุมัติง่าย และอัตราดอกเบี้ยต่ำ การปรับลดดอกเบี้ยล่าสุดยิ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้กู้ได้อย่างชัดเจน หากสนใจสามารถสมัครขอสินเชื่อส่วนบุคคลได้ ที่นี่ และหากต้องการดูผลิตภัณฑ์ สินเชื่อธนาคาร กรุงไทยอื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์กรุงไทย https://krungthai.com เพื่อค้นหาบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้



45

      ขึ้นชื่อว่าการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบไหนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการลงทุนแต่ละประเภท แต่มีการลงทุนอยู่ประเภทหนึ่งที่มีความมั่นคงสูงและการันตีได้ผลตอบแทนแน่นอน นั่นคือการลงทุนพันธบัตรรัฐบาล ด้วยความที่การลงทุนประเภทนี้มีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันจึงมีความเสี่ยงน้อยมาก ๆ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ เห็นผลตอบแทนที่จะได้รับชัดเจนตั้งแต่เริ่มลงทุน ด้วยเหตุนี้การลงทุนในพันธบัตรจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่นักลงทุนทั้งมือใหม่และมือโปรนิยมลงทุนอย่างมากในปัจจุบัน และสำหรับใครที่กำลังวางแผนลงทุนในพันธบัตร วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับการลงทุน พันธบัตรออมทรัพย์จากกรุงไทยกัน

พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร?
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ซื้อพันธบัตรมาก่อน ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจก่อนว่า พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) คือตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานภาครัฐเพื่อระดมทุนจากประชาชนและนักลงทุนเอกชน โดยรัฐบาลจะจ่ายคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทนให้กับผู้ที่ซื้อพันธบัตรในรูปของดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ดอกเบี้ยปีละ 3% สัญญา 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ผู้ซื้อพันธบัตรจึงมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล และมั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนตามกำหนด ไม่มีการเบี้ยวหนี้แน่นอน เพราะรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ก้อนนี้ การลงทุนในพันธบัตรจึงถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ และเห็นผลตอบแทนชัดเจน เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยและต้องการความมั่นคง

ทั้งนี้พันธบัตรของรัฐบาลสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้

- ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) เป็นพันธบัตรแบบระยะสั้น โดยจะมีอายุตั้งแต่ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี นักลงทุนจะได้ดอกเบี้ยจากส่วนต่างของมูลค่าหน้าตั๋วเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน
- พันธบัตรแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed rate Government Bond) เป็นพันธบัตรแบบระยะยาวจึงมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ครั้งต่อปี ส่วนเงินต้นจะได้รับคืนในวันที่ไถ่ถอน
- พันธบัตรออมทรัพย์ (Saving Bond) เป็นพันธบัตรที่มุ่งเน้นขายให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ลงทุนและออมมากขึ้น จึงมักมีการกำหนดเงื่อนไขด้วยการจำกัดวงเงินการซื้อพันธบัตรไม่ให้สูงเกินไปและภายในปีแรกห้ามมีการซื้อขายพันธบัตรนอกกลุ่มนักลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา
- พันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (Inflation-linked Bond) ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ และจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยในทุก ๆ 6 เดือน และเมื่อไถ่ถอน
- พันธบัตรอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate Bond) คล้ายพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่วนมากมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

พันธบัตรรัฐบาลต่างจากกองทุนรวมอย่างไร?
พันธบัตรของรัฐบาลกับ กองทุนรวม ตราสารหนี้เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความใกล้เคียงกัน กล่าวคือเป็นการลงทุนในตราสารหนี้เหมือนกัน ต่างกันตรงที่พันธบัตรของรัฐบาลส่วนมากจะเป็นการลงทุนของประชาชนทั่วไปและนักลงทุนรายย่อยที่รับความเสี่ยงได้น้อย รวมถึงต้องการความมั่นคงในการลงทุน ขณะที่ กองทุน รวมตราสารหนี้เน้นการลงทุนในตราสารหนี้แทบทุกประเภท ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พันธบัตรของรัฐเท่านั้น เช่น พันธบัตรรัฐ ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้เอกชน เป็นต้น โดยจะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเข้ามา ซื้อกองทุน เพื่อระดมเงินมาลงทุนในตราสารหนี้ตามนโยบายของสถาบันนั้น ๆ มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมืออาชีพบริหารจัดการให้ ให้ผลตอบแทนทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยเช่นกัน

วิธีซื้อพันธบัตรรัฐบาล
พันธบัตรรัฐบาล จะมีการซื้อขายอยู่ 2 แบบ ดังนี้
ตลาดแรก (Primary Market)
การซื้อขายพันธบัตรตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตัว ซึ่งเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ออกพันธบัตรกับนักลงทุน โดยกลุ่มนักลงทุนในตลาดแรกนี้มีด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ
นักลงทุนรายย่อยหรือบุคคลทั่วไป นักลงทุนรายย่อยสามารถซื้อพันธบัตรได้ที่ธนาคารพาณิชย์ ด้วยราคาขายเริ่มต้นเพียง 1 บาทต่อหน่วย แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อหน่วย หรือเป็นไปตามเงื่อนไขของพันธบัตรรุ่นนั้น ๆ
นักลงทุนสถาบัน การขายจะเป็นการตั้งราคา ต้องเสนอราคาเพื่อประมูลซื้อ
ตลาดรอง (Secondary Market)
ส่วนมากมักเป็นการซื้อขายทั้งที่ยังไม่ครบกำหนดสัญญา เป็นการซื้อขายพันธบัตรระหว่างนักลงทุนกับนักลงทุนจึงสามารถตกลงราคากันเองได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังสามารถซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ผ่านโบรกเกอร์ได้เช่นกัน

พันธบัตรรัฐบาลเปิดขายช่วงไหนบ้าง
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลในตลาดแรกสามารถติดตามข่าวการเสนอขายพันธบัตรได้ที่หน้าเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงติดตามข่าวสารผ่านหน้าเว็บไซต์ธนาคารพาณิชย์อย่างธนาคารกรุงไทย และเมื่อถึงเวลาเปิดขายพันธบัตรก็สามารถซื้อได้ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Krungthai NEXT นอกจากนี้แอปพลิเคชันของภาครัฐอย่างเป๋าตังก็เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อพันธบัตรของรัฐบาลได้เช่นกัน โดยมีกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 100 บาท และสูงสุดที่ 50 ล้านบาท

คุณสมบัติผู้จองซื้อพันธบัตรรัฐบาล
   สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลที่ขายบนวอลเล็ต สบม. ในแอปพลิเคชัน เป๋าตัง จะต้องเป็นบุคคลที่ถือสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 บริบูรณ์จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนการซื้อพันธบัตร ส่วนการซื้อพันธบัตรผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะต้องเป็นบุคคลที่ถือสัญชาติไทยหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย หากเป็นนิติบุคคลจะต้องไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร เช่น มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ วัด สถานศึกษาและโรงพยาบาลของรัฐ
   
ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการลงทุน พันธบัตรรัฐบาล กับกรุงไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่แน่นอน นอกจากการลงทุนในพันธบัตรแล้ว ธนาคารกรุงไทยยังมีการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของนักลงทุนได้ เช่น กองทุนรวม ตลาดเงินที่สามารถเลือก ซื้อกองทุน ได้หลากหลาย ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงินภาครัฐ (KTSV) กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงิน (KTSS) และกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงินสำหรับ กองทุน สำรองเลี้ยงชีพ (PVDKTSS) เป็นต้น
   
สำหรับท่านใดที่สนใจซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหรือ พันธบัตรออมทรัพย์ สามารถดูรายละเอียดได้ ที่นี่ รวมถึงสามารถเข้าไปดูทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากกรุงไทยได้ที่ https://krungthai.com/th/content/personal/investment/mutual-funds


เปิดบัญชีหุ้น https://krungthai.com/th/content/personal/investment/stocks-and-derivatives







46

ในยุคที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีความผันผวน การเลือกบัญชีออมทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับการรับเงินเดือนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่มีข้อเสนอที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง เพื่อรับเงินเดือนของคุณ

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง คืออะไร?

ฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง คือบัญชีที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งมักจะมีเงื่อนไขบางประการ เช่น ยอดเงินขั้นต่ำที่ต้องมีในบัญชี หรือจำนวนครั้งที่สามารถถอนเงินได้ในแต่ละเดือน บัญชีเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เงินที่มีอยู่ทำงานได้ดีขึ้น

 ข้อดีของการใช้บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

 1. อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า

การเลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงจะทำให้คุณได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ซึ่งหมายความว่าคุณจะมีเงินเพิ่มขึ้นในระยะยาว

 2. ความสะดวกในการรับเงินเดือน

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงมักมีการเข้าถึงที่สะดวกสบาย เช่น การโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงจากนายจ้าง ซึ่งทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการฝากเงินเอง

 3. การบริหารจัดการเงินที่ดีขึ้น

การมีบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูงจะช่วยกระตุ้นให้คุณมีวินัยในการออมเงิน และสามารถวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้น

 ข้อเสียของการใช้บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

 1. เงื่อนไขที่ซับซ้อน

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงมักมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน เช่น ยอดเงินขั้นต่ำ หรือการจำกัดจำนวนครั้งในการถอนเงิน ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกไม่สะดวก

 2. อาจไม่มีบริการเสริม

บางบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอาจไม่มีบริการเสริมที่คุณต้องการ เช่น บริการบัตรเดบิต หรือการทำธุรกรรมออนไลน์ที่สะดวกสบาย

 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกบัญชี

 1. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย

ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเลือกบัญชีที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

 2. ตรวจสอบเงื่อนไขการเปิดบัญชี

อ่านเงื่อนไขการเปิดบัญชีอย่างละเอียด เช่น ยอดเงินขั้นต่ำ และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความไม่สะดวกในภายหลัง

 3. ความน่าเชื่อถือของธนาคาร

เลือกธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือและมีชื่อเสียง เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของเงินที่คุณฝาก

การเลือกบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงเพื่อรับเงินเดือนนั้นมีข้อดีและข้อเสียที่คุณควรพิจารณา หากคุณต้องการให้เงินของคุณทำงานได้ดีขึ้นและมีความสะดวกในการรับเงินเดือน บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

หากคุณสนใจเปิดบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง อย่าลืมเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายธนาคารและเลือกบัญชีที่เหมาะสมที่สุดกับความต้องการของคุณ!



47


ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ผู้คนมีเวลาว่างในตอนกลางคืน แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ "เปิดบัญชีออนไลน์ตอนกลางคืนได้ไหม?" ในบทความนี้ เราจะมาหาคำตอบกัน

 1. การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์คืออะไร?

การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์คือกระบวนการที่คุณสามารถสร้างบัญชีธนาคารใหม่ได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร โดยไม่จำเป็นต้องไปที่สาขา ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงิน

 2. เวลาที่สามารถเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ได้

 2.1 ธนาคารที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

หลายธนาคารในประเทศไทยได้พัฒนาระบบให้สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถทำรายการได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน อย่างไรก็ตาม คุณควรตรวจสอบว่า ธนาคารที่คุณเลือกนั้นมีบริการเปิดบัญชีออนไลน์ในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่

 2.2 ข้อจำกัดในการเปิดบัญชี

แม้ว่าธนาคารบางแห่งจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่การเปิดบัญชีอาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การยืนยันตัวตนที่ต้องใช้เอกสารหรือข้อมูลที่ต้องกรอกให้ครบถ้วน ซึ่งอาจทำให้คุณไม่สามารถเปิดบัญชีได้ในบางกรณี

 3. ขั้นตอนการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์

 3.1 การเลือกธนาคาร

ก่อนที่คุณจะเริ่มเปิดบัญชี ควรเลือกธนาคารที่ตรงกับความต้องการของคุณ เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม อัตราดอกเบี้ย และบริการเสริมอื่นๆ

 3.2 การกรอกข้อมูล

เมื่อเลือกธนาคารแล้ว คุณจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน และข้อมูลการติดต่ออื่นๆ โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่กรอกถูกต้องและครบถ้วน

 3.3 การยืนยันตัวตน

หลังจากกรอกข้อมูลเสร็จ คุณจะต้องทำการยืนยันตัวตน ซึ่งอาจรวมถึงการอัปโหลดเอกสาร เช่น บัตรประชาชน หรือการถ่ายรูปตัวเองตามที่ระบบกำหนด

 4. ข้อดีของการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์

- สะดวกสบาย: สามารถเปิดบัญชีได้ทุกที่ทุกเวลา
- ประหยัดเวลา: ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา
- บริการที่รวดเร็ว: ระบบออนไลน์ช่วยให้การเปิดบัญชีเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว

วิธีเปิดบัญชีออนไลน์ตอนกลางคืนเป็นไปได้ในหลายธนาคารที่มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดและข้อกำหนดของแต่ละธนาคารให้ชัดเจน เพื่อให้การเปิดบัญชีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีปัญหา

หากคุณต้องการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ในตอนกลางคืน อย่าลืมเลือกธนาคารที่มีบริการที่ตอบโจทย์และตรวจสอบขั้นตอนการเปิดบัญชีให้ครบถ้วน เพื่อให้การทำธุรกรรมทางการเงินของคุณเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารที่คุณสนใจ และเริ่มต้นการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างมั่นใจในวันนี้!



48


   ปัญหาใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้ามักจะพบเจอกันนั่นก็คือ หมุนเงินไม่ทัน ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลต่อการทำมาค้าขายที่จำเป็นต้องพึ่งกระแสเงินสดเป็นอย่างมาก หากหนักหนาสาหัสก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มได้

         ซึ่งปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินนั้นก็มาจากหลายสาเหตุ เช่น ใช้เงินสดซื้อของมาขาย แต่ลูกค้าขอติดเครดิตในการซื้อของทำให้เกิดการหมุนเงินไม่ได้ หรือการที่มีเหตุต้องใช้เงินนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายประจำแบบไม่ตั้งตัว อย่างค่ารักษาพยาบาลทั้งของเราเองและคนในครอบครัว ค่าซ่อมรถ ค่าซ่อมแซมบ้าน หรือค่าเทอมลูกหลาน บางครั้งยังมีคนมายืมเงินจนเงินขาดมือ เป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างมาก

        แล้วถ้าหาก เป็นแม่ค้าหมุนเงินไม่ทัน จะทำอย่างไรดีให้มีเงินมาประคองธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การกู้นอกระบบก็มีดอกเบี้ยสูงแสนสาหัส แล้วจะหาเงินกู้แบบบไหนดีที่มาช่วยเหล่าพ่อค้าแม่ค้าได้

สินเชื่อประเภทต่าง ๆ ที่เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้า
   การขอสินเชื่อดูจะเป็นทางออกที่จะช่วยประคับประคองให้พ่อค้าแม่ค้าทำมาหากินต่อไปได้ แต่จะมีสินเชื่อแบบใดบ้างที่อาชีพค้าขายสามารถกู้ได้

สินเชื่อบุคคล สินเชื่อต่อยอดธุรกิจ
         เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ให้กู้เพื่อนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือนำไปลงทุนก็ตามความต้องการของผู้กู้เอง สินเชื่อแบบนี้มีข้อดีคือ จะได้รับเงินเป็นก้อนเดียว มีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก การผ่อนชำระทำได้เป็นระยะเวลานานทำให้จ่ายต่องวดด้วยจำนวนเงินที่ไม่สูงจนเกินไป เรียกได้ว่าผ่อนได้ยาว ๆ เลย
   สินเชื่อส่วนบุคคลนี้สามารถกู้ได้ทั้งพนักงานประจำและผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยมีเงื่อนไขตามที่ธนาคารกำหนด สินเชื่อบางตัวก็ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกัน ทำให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถยื่นกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องได้

บัตรเงินสด
   เป็นสินเชื่อวงเงินพร้อมใช้ที่หลายธนาคารนำมาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้กู้ที่ต้องการมีเงินสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยบัตรเงินสดนั้นจะมีวงเงินล่วงหน้าเอาไว้ให้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็สามารถกดเงินออกมาใช้ได้ทันที โดยจะคำนวณดอกเบี้ยจากวงเงินที่กดออกมาใช้ ส่วนวงเงินที่เหลือที่ยังไม่ได้ใช้จะไม่ถูกนำมาคิดดอกเบี้ย ซึ่งมีข้อดีคือ ไม่ต้องนำเงินกู้ทั้งหมดมาคิดดอกเบี้ย สามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ จ่ายแล้วเงินต้นก็กลับเข้าไปอยู่ในบัตรซึ่งนำมาใช้ต่อได้ แต่บัตรเงินสดนั้นจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

ไฟแนนท์รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
   เป็น วิธีหมุนเงินขายของ ที่ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว เพราะเพียงแค่นำทรัพย์สินประเภทรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ไปเป็นหลักค้ำประกันขอกู้เงินจากไฟแนนท์ วิธีนี้จะทำให้ได้รับเงินอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วนและมีรถเป็นของตนเอง

สินเชื่อ SME
         คือสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ สินเชื่อรายย่อยสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทางธุรกิจรายย่อยให้มีสภาพคล่องทางการเงิน โดยธนาคารกรุงไทยนั้นมีบริการสินเชื่อ SME หลากหลายประเภทที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการ มีทั้งแบบที่ไม่ต้องใช้หลักประกันและแบบใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน ซึ่งจะได้รับวงเงินที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ พ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องการเงินไปลงทุนและหมุนเงินในการประกอบอาชีพ

             สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ สินเชื่อแม่ค้าจากกรุงไทยนั้นออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา หมุนเงินไม่ทัน ในการค้าขาย ซึ่งเงื่อนไขก็ไม่ยาก ขอเพียงแค่ทำธุรกิจอย่างจริงจัง มีการเดินบัญชีต่อเนื่อง มีความสามารถในการผ่อนชำระ ธนาคารก็พร้อมจะช่วยเหลือ ซึ่งดีกว่าไปกู้เงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยแสนแพง อันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจล้มไปมากกว่าเดิม


49
การประหยัดภาษีเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่หลายครั้งก็อาจมองข้ามเทคนิคที่สามารถช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคการประหยัดภาษีที่คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากกฎหมายภาษีได้อย่างเต็มที่

## 1. ใช้สิทธิประโยชน์จากการลงทุนในกองทุนรวม

การลงทุนในกองทุนรวมที่มีการส่งเสริมการลงทุน (RMF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (LTF) เป็นวิธีที่ดีในการประหยัดภาษี โดยคุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่ลงทุน ซึ่งจะช่วยลดฐานภาษีของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

### 1.1 กองทุน RMF

การลงทุนในกองทุน RMF สามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้ประจำปี หรือสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการวางแผนการเงินในระยะยาว

### 1.2 กองทุน LTF

สำหรับกองทุน LTF คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ประจำปี หรือไม่เกิน 500,000 บาท โดยการลงทุนในกองทุนเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีเงินออมในอนาคต

## 2. ใช้สิทธิประโยชน์จากการซื้อประกันชีวิต

การซื้อประกันชีวิตไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีความคุ้มครองในกรณีฉุกเฉิน แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประหยัดภาษีได้อีกด้วย คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยประกันที่จ่าย ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

## 3. หักลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการศึกษา

หากคุณมีบุตรหลานที่กำลังศึกษาอยู่ คุณสามารถหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการศึกษาได้ โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถหักลดหย่อนได้รวมถึงค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้มากขึ้น

## 4. ใช้สิทธิประโยชน์จากการe donation วัดการบริจาคให้กับองค์กรการกุศลหรือมูลนิธิต่าง ๆ  ระบบ e-donation
ไม่เพียงแต่ช่วยสังคม แต่ยังสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยคุณสามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 10% ของรายได้ประจำปี ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการช่วยเหลือผู้อื่นและประหยัดภาษีไปพร้อมกัน
## 5. วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

การวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถประหยัดภาษีได้มากขึ้น คุณควรทำการวิเคราะห์รายได้และค่าใช้จ่ายของคุณอย่างละเอียด เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการลดภาระภาษี

เทคนิคการประหยัดภาษีที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คุณสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำแนะนำในการวางแผนภาษี คุณอาจพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่พลาดโอกาสในการประหยัดภาษีที่มีอยู่

อย่าลืมติดตามข่าวสารและอัปเดตเกี่ยวกับกฎหมายภาษีเพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่!



50


   Mobile Banking เป็นการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ใช้ตรวจสอบยอดเงิน โอนเงิน เติมเงิน จ่ายบิล กดเงินไม่ใช้บัตร หรืออาจจะมีบริการอื่นขึ้นอยู่กับธนาคารที่ให้บริการ เช่น Krungthai NEXT ของธนาคารกรุงไทยที่สามารถใช้เติมเงินบัตรเงินสด , เติมน้ำมันของ ปตท. เป็นต้น

   เราลองมาดูวิธีการใช้บริการโอนเงิน จ่ายบิล และ กดเงินไม่ใช้บัตร ของ Mobile Banking กัน

วิธีการ โอนเงินออนไลน์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโอนเงินผ่านแอป มีดังนี้

เลือกเมนู ‘โอนเงิน’ เลือกบัญชีที่ต้องการโอนออก เลือกธนาคาร หรือพร้อมเพย์ของผู้รับโอน หรือเลือกผู้รับโอนเงินจากรายการโปรด (กรณีตั้งรายการโปรด รายการโปรดคือปลายทางที่เราทำธุรกรรมด้วยบ่อยครั้ง)
ใส่เลขที่บัญชี หรือหมายเลขพร้อมเพย์ของผู้รับโอน และใส่ยอดเงินที่ต้องการโอน กรณีที่เลือกจากรายการโปรด ข้อมูลการโอนครั้งล่าสุดจะแสดงขึ้นมา คุณสามารถเปลี่ยนยอดเงินได้ตามที่ต้องการ จากนั้นกด ‘ตรวจสอบข้อมูล’
ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อผู้รับโอน (ชื่อตามบัญชี) เลขที่บัญชี หรือหมายเลขพร้อมเพย์ จำนวนเงิน และค่าธรรมเนียม และกด ‘ยืนยัน’

ข้อดีของการโอนเงินผ่านแอปธนาคาร เมื่อเปรียบเทียบ วิธีโอนเงิน วิธีอื่น ได้แก่

ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเข้าแถวรอรับบริการ ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่มีค่าธรรมเนียม รวมถึง ค่าธรรมเนียมโอนต่างธนาคาร ด้วย โดยทั่วไปการโอนเงินต่างธนาคารในช่องทางอื่นของธนาคารต่าง ๆ จะมี ค่าธรรมเนียมโอนต่างธนาคาร ดังนี้
สาขาธนาคารหรือเครื่องรับฝากเงิน เริ่มต้นที่ 50 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน
เครื่อง ATM   เริ่มต้นที่ 25 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน
Internet Banking ไม่มีค่าธรรมเนียม และมีค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร
กรณีที่ธนาคารมีบริการตั้งเวลาทำรายการ คุณสามารถตั้งเวลาการโอนเงินได้ล่วงหน้าแบบครั้งเดียว หรือต่อเนื่องได้ ไม่ต้องมาทำรายการใหม่ทุกครั้ง
กรณีที่ธนาคารมีบริการเลือกบันทึกผู้รับโอนเป็นรายการโปรด ทำให้การโอนเงินครั้งต่อไป ไม่ต้องใส่เลขที่บัญชี หรือหมายเลขพร้อมเพย์
บันทึกการทำรายการเป็น E-Slip

การจ่ายบิลผ่านแอปพลิเคชัน

เช่นเดียวกับการ โอนเงินผ่านแอป การ จ่ายบิลผ่านแอป จ่ายค่าไฟ ชำระค่าไฟสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียม และในกรณีที่ธนาคารมีบริการตั้งเวลาทำรายการไว้ล่วงหน้า คุณสามารถกำหนดวันชำระเงินได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ได้รับบิล ไม่จำเป็นต้องรอวันที่กำหนดแล้วค่อยทำรายการ ช่วยให้คุณไม่ลืมชำระเงิน หรือไม่จำเป็นต้องชำระเงินก่อนถึงกำหนด

ขั้นตอนการ จ่ายบิลผ่านแอป มีง่าย ๆ ดังนี้

เลือกเมนู ‘จ่ายบิล’ เลือกผู้ให้บริการ หรือเลือก SCAN บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดบนใบแจ้งหนี้
ใส่หมายเลขบริการ และจำนวนเงิน กรณีที่คุณ SCAN จะมีรายละเอียดของผู้ให้บริการและหมายเลขบริการใส่มาให้เลย กด ‘ตรวจสอบข้อมูล’ และกด ‘ยืนยัน’

กดเงินไม่ใช้บัตร

บริการที่ทำให้เราสามารถสร้างรหัสกดเงินผ่านแอปธนาคาร และนำรหัสกดเงินนั้นไปกดเงินที่เครื่อง ATM ของธนาคาร โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตร

ขั้นตอนการกดเงินไม่ใช้บัตร มีดังนี้

เลือกเมนู ‘กดเงินไม่ใช้บัตร’ ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน แล้วกด ‘ยืนยัน’
นำรหัสที่คุณได้ ไปกดเงินที่เครื่อง ATM
เลือกเมนู ‘กดเงินไม่ใช้บัตร’ ใส่หมายเลขโทรศัพท์ และรหัสกดเงิน แล้วกด ‘ยืนยัน’ แค่นี้คุณก็จะได้เงินสดออกมาจากเครื่อง ATM แล้ว

เราสามารถโอนเงินต่างธนาคารผ่านสาขาธนาคาร , ผ่านเครื่อง ATM และผ่านแอปธนาคารได้ เราสามารถกดเงินจากเครื่อง ATM ต่างธนาคารได้ แต่ในกรณีกดเงินไม่ใช้บัตรต่างธนาคาร ปัจจุบันยังทำไม่ได้ เพราะระบบยังไม่เชื่อมโยงกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร Mobile Banking ก็ทำให้คุณทำธุรกรรมได้สะดวก รวดเร็ว และโดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียม




หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 55