การย้ายของเป็นเรื่องที่เหมือนจะง่าย แค่ “หา
รถขนของ แล้วขนไป” แต่พอถึงวันจริงกลับกลายเป็นความวุ่นวายที่หลายคนไม่อยากเจออีก เช่น ของยังไม่แพ็ก คนยกไม่พอ รถเล็กไปต้องขนสองรอบ ลิฟต์คอนโดจองไม่ทัน หรือพอเริ่มขนแล้วค่อยรู้ว่ามีของชิ้นใหญ่ที่ผ่านประตูไม่ได้ สุดท้ายย้ายทั้งวันไม่จบ เสียเวลา เสียแรง และเสียเงินเพิ่มโดยไม่ตั้งใจ
ถ้าอยาก “ย้ายครั้งเดียวจบ” จริง ๆ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เลือกรถให้ถูก แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเรียกบริการ บทความนี้จะสรุปเช็กลิสต์ที่ควรทำก่อนวันย้าย เพื่อให้รถมาแล้วขนได้ทันที ลดค่าเพิ่มหน้างาน และทำให้ทุกอย่างจบแบบไม่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
1) ประเมินของให้จริง อย่ากะด้วยความรู้สึกจุดที่ทำให้หลายคนต้องขนสองรอบคือ “ประเมินของน้อยไป” เพราะมองแค่จำนวนกล่อง แต่ลืมของชิ้นใหญ่ เช่น ที่นอน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โต๊ะทำงาน เก้าอี้หลายตัว หรือของชิ้นยาวอย่างราวตากผ้าและชั้นวาง
วิธีง่ายที่สุดคือถ่ายรูปมุมกว้างให้เห็นภาพรวมทุกมุมห้อง แล้วแยกเป็น 2 กลุ่ม
- ของชิ้นใหญ่ (เฟอร์นิเจอร์/เครื่องใช้ไฟฟ้า)
- ของชิ้นเล็ก (กล่อง/ถุง/ของจุกจิก)
ยิ่งบอกข้อมูลชัดตั้งแต่แรก โอกาสเลือกรถพอดีและขนครั้งเดียวจบก็ยิ่งสูง
2) แพ็กของให้พร้อมก่อนรถมา “เพื่อลดเวลาค่าแรง”หลายคนคิดว่าจะค่อยแพ็กตอนรถมาถึง แต่ในความจริง วันย้ายคือช่วงเวลาที่ทุกนาทีมีค่า เพราะหากใช้เวลานานกว่าที่คุยไว้ อาจกระทบค่าแรงหรือทำให้ตารางล่าช้า
สิ่งที่ควรทำก่อนวันย้าย
- เตรียมกล่อง/ถุงให้พอ และแยกประเภทของให้ชัด
- ติดป้ายหน้ากล่อง เช่น “ครัว”, “ห้องนอน”, “แตกง่าย”
- ของแตกง่ายควรห่อกันกระแทกและแยกกล่องเฉพาะ
- ของสำคัญควรแยกไว้กับตัว เช่น เอกสาร บัตร ของมีค่า
แพ็กดีตั้งแต่ต้นไม่ได้ช่วยแค่เร็วขึ้น แต่ช่วยลดโอกาสของหายและของพังด้วย
3) เคลียร์ทางเดิน จุดจอด และสิ่งกีดขวางให้โล่งความล่าช้าที่คนมักไม่คิดถึงคือ “เดินของยาก” เช่น ทางเดินแคบ มีของวางขวาง จุดยกของต้องเลี้ยวหลายมุม หรือรถจอดไกลแล้วต้องเดินของยาว ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้เสียเวลาและใช้แรงมากขึ้น
ก่อนรถมา ควร
- เคลียร์ทางเดินหลักจากห้องถึงประตูให้โล่ง
- ย้ายของที่ไม่ขนไปไว้รวมจุดเดียว ไม่ให้ปะปน
- เช็กว่ารถจอดหน้าอาคารได้ไหม หรือมีจุดจอดชั่วคราวหรือไม่
- หากต้องจอดไกล ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อประเมินเวลาและจำนวนคนยก
4) เช็กหน้างานคอนโด/อพาร์ตเมนต์ให้ครบ (จุดนี้พลาดแล้ววุ่นสุด)ถ้าคุณย้ายคอนโดหรือหอพัก มักมีข้อจำกัดที่ทำให้ย้ายไม่จบตามแผน เช่น ต้องจองลิฟต์ขนของ ต้องแจ้งนิติ หรือมีช่วงเวลาที่อนุญาตให้ขนของเท่านั้น บางที่ต้องใช้ลิฟต์บริการ ไม่ให้ใช้ลิฟต์ผู้โดยสาร
สิ่งที่ควรเช็กก่อนวันย้าย
- ต้องจองลิฟต์ไหม และจองได้กี่ชั่วโมง
- รถเข้า-ออกได้เวลาไหน มีบัตรแลกหรือค่าจอดไหม
- ทางเดิน/ประตู/ลิฟต์กว้างพอสำหรับของชิ้นใหญ่หรือไม่
- มีข้อห้ามเรื่องเสียงหรือเวลาขนของหรือเปล่า
การเช็กส่วนนี้ล่วงหน้า ช่วยลดปัญหา “รถมาถึงแต่ขนไม่ได้” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากที่สุด
5) บอก “ของชิ้นใหญ่ + ของหนัก + ของแตกง่าย” ให้ชัดตั้งแต่แรกหลายงานบานปลายเพราะไปถึงหน้างานแล้วเจอของที่ต้องใช้คนเพิ่มหรืออุปกรณ์เพิ่ม เช่น ตู้เย็นใหญ่ เครื่องซักผ้าฝาหน้า ตู้ไม้หนัก โต๊ะกระจก หรือของที่ต้องยกขึ้นบันได เพราะไม่มีลิฟต์
ดังนั้นก่อนเรียกรถ ควรแจ้ง
- รายการของชิ้นใหญ่ทั้งหมด
- ของหนักที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- ของแตกง่าย/ของมีค่า
- มีบันไดกี่ชั้น หรือมีลิฟต์หรือไม่
ยิ่งข้อมูลชัด การประเมินจำนวนคนยกและอุปกรณ์กันกระแทกก็ยิ่งแม่น
สรุป: อยากย้ายของครั้งเดียวจบ ต้องเตรียม “ของ + หน้างาน + การแพ็ก” ให้พร้อมการย้ายของให้จบในครั้งเดียวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกรถอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวก่อนวันย้ายด้วย ถ้าประเมินของแม่น แพ็กพร้อม เคลียร์ทางเดิน เช็กกติกาหน้างาน และบอกข้อมูลสำคัญครบ โอกาสที่จะย้ายได้เร็ว จบในรอบเดียว และไม่โดนค่าเพิ่มหน้างานก็จะสูงขึ้นมาก
สุดท้าย วันย้ายไม่ควรเป็นวันที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าเตรียมดีตั้งแต่แรก คุณจะได้ย้ายแบบสบายใจ ของถึงครบ งานจบไว และไม่ต้องเหนื่อยซ้ำกับการขนหลายรอบ