ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - แบม

หน้า: [1] 2 3
1


ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น เจ้าของธุรกิจหลายรายที่เริ่มต้นจาก การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) มักพบว่าเมื่อกิจการเติบโต การ แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สำหรับผู้ที่สนใจ กระบวนการนี้มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรทราบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ขั้นตอน และ ค่าบริการ ของการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัด อย่างละเอียด


อยากอ่านบทความเต็มๆ ของ นรินทร์ทอง คลิกอ่านเพิ่มเติม ที่นี่

แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ กับนรินทร์ทอง


แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดราคา?
ค่าบริการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
1.เริ่มต้นที่ 14,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและขั้นตอนในการดำเนินการ
2. แพ็กเกจกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งกรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม (เหมาจบ)
ราคา 18,000 บาท
ครอบคลุมบริการ
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ สำนักงานประกันสังคม
  • จัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

สิ่งที่รวมใน แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ :
ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเดิมของหจก.


เตรียมข้อมูลข้อมูลที่ต้องใช้ในการแปรสภาพห้างหุ้นส่วน


  • ชื่อของบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
  • วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า
  • ข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี)
ข้อมูลด้านทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ทุนจดทะเบียนของบริษัท และทุนที่เรียกชำระแล้ว
  • ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
  • ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
ข้อมูลเกี่ยวกับอำนาจในการดำเนินกิจการ
  • รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)
  • ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน
  • ตราสำคัญของบริษัท (ตรายาง)


จัดทำเอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัท

  • หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • หนังสือแจ้งการขอแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท (ถ้ามี)
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องกรอกในระบบ
ยื่นคำขอและดำเนินการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


1. จัดทำหนังสือตกลงยินยอมแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
2. ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้
3. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนกรณีไม่มีการคัดค้านจากเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน
4. ส่งมอบกิจการจากผู้จัดการห้างหุ้นส่วนให้กรรมการบริษัท
5. ยื่นคำขอจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด
แจ้งเปลี่ยนแปลงกับหน่วยงานอื่น ๆ หลังแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด (แพ๊กเกจแบบเหมาจบ)
1. กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท
  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลทางภาษี เช่น ภ.พ.20 และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. สำนักงานประกันสังคม
  • แจ้งเปลี่ยนประเภทนิติบุคคลและชื่อบริษัท
  • ยื่นแบบ สปส.6-15 เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนายจ้าง (ถ้ามีลูกจ้าง)
คลิกอ่านรายละเอียด การให้บริการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ของนรินทร์ทอง อ่านเต็มๆ ที่นี่
ทำไมต้องใช้บริการกับ นรินทร์ทอง?

1.ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 14,000 บาท
ทางเราให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาภาษีหลังแปรสภาพ
2.บริการครบวงจรในที่เดียว
นรินทร์ทอง นำเสนอบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี), การประกาศในหนังสือพิมพ์, การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ (กรมสรรพากร, สำนักงานประกันสังคม, เป็นต้น) จนกระทั่งการจดทะเบียนแปรสภาพเสร็จสมบูรณ์

3. ลดความเสี่ยงและความผิดพลาด
การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่ซับซ้อน การดำเนินการผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายหรือการเงินในอนาคต นรินทร์ทอง ช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรม
4.ประหยัดเวลาและลดภาระ
ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน เราช่วยคุณประหยัดเวลาในการจัดเตรียมเอกสารและการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สนใจใช้บริการ แปรสภาพ ห้างหุ่นส่วนเป็นบริษัทจำกัด กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ติดต่อเราบริษัท นรินทร์ทอง จำกัด
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

- https://www.thaifranchisecenter.com/forumboard/index.php?action=post;msg=754085;topic=237529.0

2


ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น เจ้าของธุรกิจหลายรายที่เริ่มต้นจาก การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) มักพบว่าเมื่อกิจการเติบโต การ แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สำหรับผู้ที่สนใจ กระบวนการนี้มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรทราบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ขั้นตอน และ ค่าบริการ ของการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัด อย่างละเอียด


อยากอ่านบทความเต็มๆ ของ นรินทร์ทอง คลิกอ่านเพิ่มเติม ที่นี่

แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ กับนรินทร์ทอง


แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดราคา?
ค่าบริการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
1.เริ่มต้นที่ 14,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและขั้นตอนในการดำเนินการ
2. แพ็กเกจกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งกรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม (เหมาจบ)
ราคา 18,000 บาท
ครอบคลุมบริการ
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ สำนักงานประกันสังคม
  • จัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

สิ่งที่รวมใน แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ :
ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเดิมของหจก.


เตรียมข้อมูลข้อมูลที่ต้องใช้ในการแปรสภาพห้างหุ้นส่วน


  • ชื่อของบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
  • วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า
  • ข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี)
ข้อมูลด้านทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ทุนจดทะเบียนของบริษัท และทุนที่เรียกชำระแล้ว
  • ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
  • ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
ข้อมูลเกี่ยวกับอำนาจในการดำเนินกิจการ
  • รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)
  • ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน
  • ตราสำคัญของบริษัท (ตรายาง)


จัดทำเอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัท

  • หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • หนังสือแจ้งการขอแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท (ถ้ามี)
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องกรอกในระบบ
ยื่นคำขอและดำเนินการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


1. จัดทำหนังสือตกลงยินยอมแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
2. ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้
3. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนกรณีไม่มีการคัดค้านจากเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน
4. ส่งมอบกิจการจากผู้จัดการห้างหุ้นส่วนให้กรรมการบริษัท
5. ยื่นคำขอจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด
แจ้งเปลี่ยนแปลงกับหน่วยงานอื่น ๆ หลังแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด (แพ๊กเกจแบบเหมาจบ)
1. กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท
  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลทางภาษี เช่น ภ.พ.20 และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. สำนักงานประกันสังคม
  • แจ้งเปลี่ยนประเภทนิติบุคคลและชื่อบริษัท
  • ยื่นแบบ สปส.6-15 เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนายจ้าง (ถ้ามีลูกจ้าง)
คลิกอ่านรายละเอียด การให้บริการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ของนรินทร์ทอง อ่านเต็มๆ ที่นี่
ทำไมต้องใช้บริการกับ นรินทร์ทอง?

1.ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 14,000 บาท
ทางเราให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาภาษีหลังแปรสภาพ
2.บริการครบวงจรในที่เดียว
นรินทร์ทอง นำเสนอบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี), การประกาศในหนังสือพิมพ์, การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ (กรมสรรพากร, สำนักงานประกันสังคม, เป็นต้น) จนกระทั่งการจดทะเบียนแปรสภาพเสร็จสมบูรณ์

3. ลดความเสี่ยงและความผิดพลาด
การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่ซับซ้อน การดำเนินการผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายหรือการเงินในอนาคต นรินทร์ทอง ช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรม
4.ประหยัดเวลาและลดภาระ
ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน เราช่วยคุณประหยัดเวลาในการจัดเตรียมเอกสารและการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สนใจใช้บริการ แปรสภาพ ห้างหุ่นส่วนเป็นบริษัทจำกัด กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ติดต่อเราบริษัท นรินทร์ทอง จำกัด
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

- https://www.thaifranchisecenter.com/forumboard/index.php?action=post;msg=754085;topic=237529.0

3


ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น เจ้าของธุรกิจหลายรายที่เริ่มต้นจาก การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) มักพบว่าเมื่อกิจการเติบโต การ แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สำหรับผู้ที่สนใจ กระบวนการนี้มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรทราบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ขั้นตอน และ ค่าบริการ ของการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัด อย่างละเอียด


อยากอ่านบทความเต็มๆ ของ นรินทร์ทอง คลิกอ่านเพิ่มเติม ที่นี่

แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ กับนรินทร์ทอง


แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดราคา?
ค่าบริการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
1.เริ่มต้นที่ 14,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและขั้นตอนในการดำเนินการ
2. แพ็กเกจกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งกรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม (เหมาจบ)
ราคา 18,000 บาท
ครอบคลุมบริการ
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ สำนักงานประกันสังคม
  • จัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

สิ่งที่รวมใน แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ :
ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเดิมของหจก.


เตรียมข้อมูลข้อมูลที่ต้องใช้ในการแปรสภาพห้างหุ้นส่วน


  • ชื่อของบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
  • วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า
  • ข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี)
ข้อมูลด้านทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ทุนจดทะเบียนของบริษัท และทุนที่เรียกชำระแล้ว
  • ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
  • ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
ข้อมูลเกี่ยวกับอำนาจในการดำเนินกิจการ
  • รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)
  • ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน
  • ตราสำคัญของบริษัท (ตรายาง)


จัดทำเอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัท

  • หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • หนังสือแจ้งการขอแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท (ถ้ามี)
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องกรอกในระบบ
ยื่นคำขอและดำเนินการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


1. จัดทำหนังสือตกลงยินยอมแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
2. ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้
3. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนกรณีไม่มีการคัดค้านจากเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน
4. ส่งมอบกิจการจากผู้จัดการห้างหุ้นส่วนให้กรรมการบริษัท
5. ยื่นคำขอจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด
แจ้งเปลี่ยนแปลงกับหน่วยงานอื่น ๆ หลังแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด (แพ๊กเกจแบบเหมาจบ)
1. กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท
  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลทางภาษี เช่น ภ.พ.20 และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. สำนักงานประกันสังคม
  • แจ้งเปลี่ยนประเภทนิติบุคคลและชื่อบริษัท
  • ยื่นแบบ สปส.6-15 เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนายจ้าง (ถ้ามีลูกจ้าง)
คลิกอ่านรายละเอียด การให้บริการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ของนรินทร์ทอง อ่านเต็มๆ ที่นี่
ทำไมต้องใช้บริการกับ นรินทร์ทอง?

1.ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 14,000 บาท
ทางเราให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาภาษีหลังแปรสภาพ
2.บริการครบวงจรในที่เดียว
นรินทร์ทอง นำเสนอบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี), การประกาศในหนังสือพิมพ์, การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ (กรมสรรพากร, สำนักงานประกันสังคม, เป็นต้น) จนกระทั่งการจดทะเบียนแปรสภาพเสร็จสมบูรณ์

3. ลดความเสี่ยงและความผิดพลาด
การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่ซับซ้อน การดำเนินการผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายหรือการเงินในอนาคต นรินทร์ทอง ช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรม
4.ประหยัดเวลาและลดภาระ
ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน เราช่วยคุณประหยัดเวลาในการจัดเตรียมเอกสารและการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สนใจใช้บริการ แปรสภาพ ห้างหุ่นส่วนเป็นบริษัทจำกัด กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ติดต่อเราบริษัท นรินทร์ทอง จำกัด
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


4


ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น เจ้าของธุรกิจหลายรายที่เริ่มต้นจาก การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) มักพบว่าเมื่อกิจการเติบโต การ แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สำหรับผู้ที่สนใจ กระบวนการนี้มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรทราบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ขั้นตอน และ ค่าบริการ ของการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัด อย่างละเอียด


อยากอ่านบทความเต็มๆ ของ นรินทร์ทอง คลิกอ่านเพิ่มเติม ที่นี่

แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ กับนรินทร์ทอง


แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดราคา?
ค่าบริการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
1.เริ่มต้นที่ 14,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและขั้นตอนในการดำเนินการ
2. แพ็กเกจกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งกรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม (เหมาจบ)
ราคา 18,000 บาท
ครอบคลุมบริการ
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ สำนักงานประกันสังคม
  • จัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

สิ่งที่รวมใน แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ :
ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเดิมของหจก.


เตรียมข้อมูลข้อมูลที่ต้องใช้ในการแปรสภาพห้างหุ้นส่วน


  • ชื่อของบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
  • วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า
  • ข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี)
ข้อมูลด้านทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ทุนจดทะเบียนของบริษัท และทุนที่เรียกชำระแล้ว
  • ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
  • ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
ข้อมูลเกี่ยวกับอำนาจในการดำเนินกิจการ
  • รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)
  • ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน
  • ตราสำคัญของบริษัท (ตรายาง)


จัดทำเอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัท

  • หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • หนังสือแจ้งการขอแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท (ถ้ามี)
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องกรอกในระบบ
ยื่นคำขอและดำเนินการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


1. จัดทำหนังสือตกลงยินยอมแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
2. ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้
3. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนกรณีไม่มีการคัดค้านจากเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน
4. ส่งมอบกิจการจากผู้จัดการห้างหุ้นส่วนให้กรรมการบริษัท
5. ยื่นคำขอจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด
แจ้งเปลี่ยนแปลงกับหน่วยงานอื่น ๆ หลังแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด (แพ๊กเกจแบบเหมาจบ)
1. กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท
  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลทางภาษี เช่น ภ.พ.20 และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. สำนักงานประกันสังคม
  • แจ้งเปลี่ยนประเภทนิติบุคคลและชื่อบริษัท
  • ยื่นแบบ สปส.6-15 เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนายจ้าง (ถ้ามีลูกจ้าง)
คลิกอ่านรายละเอียด การให้บริการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ของนรินทร์ทอง อ่านเต็มๆ ที่นี่
ทำไมต้องใช้บริการกับ นรินทร์ทอง?

1.ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 14,000 บาท
ทางเราให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาภาษีหลังแปรสภาพ
2.บริการครบวงจรในที่เดียว
นรินทร์ทอง นำเสนอบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี), การประกาศในหนังสือพิมพ์, การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ (กรมสรรพากร, สำนักงานประกันสังคม, เป็นต้น) จนกระทั่งการจดทะเบียนแปรสภาพเสร็จสมบูรณ์

3. ลดความเสี่ยงและความผิดพลาด
การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่ซับซ้อน การดำเนินการผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายหรือการเงินในอนาคต นรินทร์ทอง ช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรม
4.ประหยัดเวลาและลดภาระ
ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน เราช่วยคุณประหยัดเวลาในการจัดเตรียมเอกสารและการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สนใจใช้บริการ แปรสภาพ ห้างหุ่นส่วนเป็นบริษัทจำกัด กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ติดต่อเราบริษัท นรินทร์ทอง จำกัด
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


5


ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น เจ้าของธุรกิจหลายรายที่เริ่มต้นจาก การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) มักพบว่าเมื่อกิจการเติบโต การ แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า สำหรับผู้ที่สนใจ กระบวนการนี้มีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรทราบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ขั้นตอน และ ค่าบริการ ของการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัด อย่างละเอียด


อยากอ่านบทความเต็มๆ ของ นรินทร์ทอง คลิกอ่านเพิ่มเติม ที่นี่

แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ กับนรินทร์ทอง


แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดราคา?
ค่าบริการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
1.เริ่มต้นที่ 14,000 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ)
ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและขั้นตอนในการดำเนินการ
2. แพ็กเกจกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งกรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม (เหมาจบ)
ราคา 18,000 บาท
ครอบคลุมบริการ
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับ สำนักงานประกันสังคม
  • จัดเตรียมและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

สิ่งที่รวมใน แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจํากัดค่าบริการ :
ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลเดิมของหจก.


เตรียมข้อมูลข้อมูลที่ต้องใช้ในการแปรสภาพห้างหุ้นส่วน


  • ชื่อของบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
  • วัตถุที่ประสงค์ของบริษัทที่จะประกอบกิจการค้า
  • ข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี)
ข้อมูลด้านทุนและโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ทุนจดทะเบียนของบริษัท และทุนที่เรียกชำระแล้ว
  • ชื่อ ที่อยู่ อายุของกรรมการบริษัท
  • ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ สัญชาติ และจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
ข้อมูลเกี่ยวกับอำนาจในการดำเนินกิจการ
  • รายชื่อหรือจำนวนกรรมการที่มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท (อำนาจกรรมการ)
  • ชื่อ เลขทะเบียนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต พร้อมค่าตอบแทน
  • ตราสำคัญของบริษัท (ตรายาง)


จัดทำเอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัท

  • หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • หนังสือแจ้งการขอแปรสภาพจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท (ถ้ามี)
  • รายละเอียดเพิ่มเติมที่ต้องกรอกในระบบ
ยื่นคำขอและดำเนินการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


1. จัดทำหนังสือตกลงยินยอมแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด
2. ประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้
3. ประชุมผู้เป็นหุ้นส่วนกรณีไม่มีการคัดค้านจากเจ้าหนี้ภายใน 30 วัน
4. ส่งมอบกิจการจากผู้จัดการห้างหุ้นส่วนให้กรรมการบริษัท
5. ยื่นคำขอจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด
แจ้งเปลี่ยนแปลงกับหน่วยงานอื่น ๆ หลังแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด (แพ๊กเกจแบบเหมาจบ)
1. กรมสรรพากร
  • แจ้งเปลี่ยนชื่อหน่วยงานจากห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัท
  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลทางภาษี เช่น ภ.พ.20 และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. สำนักงานประกันสังคม
  • แจ้งเปลี่ยนประเภทนิติบุคคลและชื่อบริษัท
  • ยื่นแบบ สปส.6-15 เพื่อเปลี่ยนข้อมูลนายจ้าง (ถ้ามีลูกจ้าง)
คลิกอ่านรายละเอียด การให้บริการแปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด ของนรินทร์ทอง อ่านเต็มๆ ที่นี่
ทำไมต้องใช้บริการกับ นรินทร์ทอง?

1.ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 14,000 บาท
ทางเราให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาภาษีหลังแปรสภาพ
2.บริการครบวงจรในที่เดียว
นรินทร์ทอง นำเสนอบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี), การประกาศในหนังสือพิมพ์, การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ (กรมสรรพากร, สำนักงานประกันสังคม, เป็นต้น) จนกระทั่งการจดทะเบียนแปรสภาพเสร็จสมบูรณ์

3. ลดความเสี่ยงและความผิดพลาด
การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัดมีข้อกำหนดและขั้นตอนที่ซับซ้อน การดำเนินการผิดพลาดอาจทำให้เกิดผลกระทบทางกฎหมายหรือการเงินในอนาคต นรินทร์ทอง ช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรม
4.ประหยัดเวลาและลดภาระ
ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน เราช่วยคุณประหยัดเวลาในการจัดเตรียมเอกสารและการติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สนใจใช้บริการ แปรสภาพ ห้างหุ่นส่วนเป็นบริษัทจำกัด กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ติดต่อเราบริษัท นรินทร์ทอง จำกัด
บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด ตัวช่วยที่สามารถให้คุณได้ประหยัดระยะเวลาของการทำงาน และหมดปัญหากับความยุ่งยากที่ต้องเจอ โดยทางเราจะให้บริการ รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


6


การปิดงบเปล่า เป็นเรื่องที่ธุรกิจหลายแห่ง ต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าในปีนั้นจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ถูกปรับ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลของการ “ปิดงบเปล่า” อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

อ่าน ปิดงบเปล่า คืออะไร กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

ปิดงบเปล่า คือ


การปิดงบเปล่าคือ การยื่นงบการเงินที่ไม่มีรายได้หรือรายจ่ายของบริษัท ถึงแม้ว่าในปีนั้นบริษัทจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินก็ตาม
เงื่อนไขในการปิดงบเปล่า


  • บริษัทต้องไม่มีรายละเอียดต้นงวดยกมาที่เป็นสาระสำคัญ
  • ต้องไม่มีรายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร และ ต้องไม่มีการยื่นภาษีในปีนั้นๆ

  • ทุนจดทะเบียนบริษัทต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ใช่งบเปล่า
  • งบมียอดสินค้าคงเหลือ ถึงแม้ไม่มีการซื้อขาย รายการบัญชีดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็น รายการปรับปรุงซึ่งกรณีนี้จะไม่ถือเป็นงบเปล่า
เปิดบริษัทไม่ยื่นงบการเงินเสียค่าปรับไหม

ต้องเสียค่าปรับตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร โดยค่าปรับจะคำนวณจากจำนวนวันล่าช้าในการยื่นงบการเงิน และเพิ่มขึ้นเป็นรายวันหากยังไม่ดำเนินการยื่นดังนี้
อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ค่าปรับกรมสรรพากร



  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 ไม่เกิน 7 วันปรับ 1,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท
  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 เกิน 7 วันปรับ 2,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท


อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรมสรรพากร เพิ่มเติม คลิกที่นี่


สรุปการ ปิดงบเปล่า คือ

การจดทะเบียนปิดงบเปล่า คือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากคุณไม่แน่ใจเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนในการยื่นงบเปล่า การเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ บริษัท นริทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

7


การปิดงบเปล่า เป็นเรื่องที่ธุรกิจหลายแห่ง ต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าในปีนั้นจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ถูกปรับ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลของการ “ปิดงบเปล่า” อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

อ่าน ปิดงบเปล่า คืออะไร กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

ปิดงบเปล่า คือ


การปิดงบเปล่าคือ การยื่นงบการเงินที่ไม่มีรายได้หรือรายจ่ายของบริษัท ถึงแม้ว่าในปีนั้นบริษัทจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินก็ตาม
เงื่อนไขในการปิดงบเปล่า


  • บริษัทต้องไม่มีรายละเอียดต้นงวดยกมาที่เป็นสาระสำคัญ
  • ต้องไม่มีรายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร และ ต้องไม่มีการยื่นภาษีในปีนั้นๆ

  • ทุนจดทะเบียนบริษัทต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ใช่งบเปล่า
  • งบมียอดสินค้าคงเหลือ ถึงแม้ไม่มีการซื้อขาย รายการบัญชีดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็น รายการปรับปรุงซึ่งกรณีนี้จะไม่ถือเป็นงบเปล่า
เปิดบริษัทไม่ยื่นงบการเงินเสียค่าปรับไหม

ต้องเสียค่าปรับตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร โดยค่าปรับจะคำนวณจากจำนวนวันล่าช้าในการยื่นงบการเงิน และเพิ่มขึ้นเป็นรายวันหากยังไม่ดำเนินการยื่นดังนี้
อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ค่าปรับกรมสรรพากร



  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 ไม่เกิน 7 วันปรับ 1,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท
  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 เกิน 7 วันปรับ 2,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท


อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรมสรรพากร เพิ่มเติม คลิกที่นี่


สรุปการ ปิดงบเปล่า คือ

การจดทะเบียนปิดงบเปล่า คือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากคุณไม่แน่ใจเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนในการยื่นงบเปล่า การเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ บริษัท นริทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

8


การปิดงบเปล่า เป็นเรื่องที่ธุรกิจหลายแห่ง ต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าในปีนั้นจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ถูกปรับ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลของการ “ปิดงบเปล่า” อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

อ่าน ปิดงบเปล่า คืออะไร กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

ปิดงบเปล่า คือ


การปิดงบเปล่าคือ การยื่นงบการเงินที่ไม่มีรายได้หรือรายจ่ายของบริษัท ถึงแม้ว่าในปีนั้นบริษัทจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินก็ตาม
เงื่อนไขในการปิดงบเปล่า


  • บริษัทต้องไม่มีรายละเอียดต้นงวดยกมาที่เป็นสาระสำคัญ
  • ต้องไม่มีรายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร และ ต้องไม่มีการยื่นภาษีในปีนั้นๆ

  • ทุนจดทะเบียนบริษัทต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ใช่งบเปล่า
  • งบมียอดสินค้าคงเหลือ ถึงแม้ไม่มีการซื้อขาย รายการบัญชีดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็น รายการปรับปรุงซึ่งกรณีนี้จะไม่ถือเป็นงบเปล่า
เปิดบริษัทไม่ยื่นงบการเงินเสียค่าปรับไหม

ต้องเสียค่าปรับตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร โดยค่าปรับจะคำนวณจากจำนวนวันล่าช้าในการยื่นงบการเงิน และเพิ่มขึ้นเป็นรายวันหากยังไม่ดำเนินการยื่นดังนี้
อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ค่าปรับกรมสรรพากร



  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 ไม่เกิน 7 วันปรับ 1,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท
  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 เกิน 7 วันปรับ 2,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท


อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรมสรรพากร เพิ่มเติม คลิกที่นี่


สรุปการ ปิดงบเปล่า คือ

การจดทะเบียนปิดงบเปล่า คือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากคุณไม่แน่ใจเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนในการยื่นงบเปล่า การเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ บริษัท นริทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

9


การปิดงบเปล่า เป็นเรื่องที่ธุรกิจหลายแห่ง ต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าในปีนั้นจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ถูกปรับ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลของการ “ปิดงบเปล่า” อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

อ่าน ปิดงบเปล่า คืออะไร กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

ปิดงบเปล่า คือ


การปิดงบเปล่าคือ การยื่นงบการเงินที่ไม่มีรายได้หรือรายจ่ายของบริษัท ถึงแม้ว่าในปีนั้นบริษัทจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินก็ตาม
เงื่อนไขในการปิดงบเปล่า


  • บริษัทต้องไม่มีรายละเอียดต้นงวดยกมาที่เป็นสาระสำคัญ
  • ต้องไม่มีรายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร และ ต้องไม่มีการยื่นภาษีในปีนั้นๆ

  • ทุนจดทะเบียนบริษัทต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ใช่งบเปล่า
  • งบมียอดสินค้าคงเหลือ ถึงแม้ไม่มีการซื้อขาย รายการบัญชีดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็น รายการปรับปรุงซึ่งกรณีนี้จะไม่ถือเป็นงบเปล่า
เปิดบริษัทไม่ยื่นงบการเงินเสียค่าปรับไหม

ต้องเสียค่าปรับตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร โดยค่าปรับจะคำนวณจากจำนวนวันล่าช้าในการยื่นงบการเงิน และเพิ่มขึ้นเป็นรายวันหากยังไม่ดำเนินการยื่นดังนี้
อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ค่าปรับกรมสรรพากร



  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 ไม่เกิน 7 วันปรับ 1,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท
  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 เกิน 7 วันปรับ 2,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท


อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรมสรรพากร เพิ่มเติม คลิกที่นี่


สรุปการ ปิดงบเปล่า คือ

การจดทะเบียนปิดงบเปล่า คือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากคุณไม่แน่ใจเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนในการยื่นงบเปล่า การเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ บริษัท นริทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

10


การปิดงบเปล่า เป็นเรื่องที่ธุรกิจหลายแห่ง ต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าในปีนั้นจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ถูกปรับ ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลของการ “ปิดงบเปล่า” อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

อ่าน ปิดงบเปล่า คืออะไร กับ นรินทร์ทอง คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

ปิดงบเปล่า คือ


การปิดงบเปล่าคือ การยื่นงบการเงินที่ไม่มีรายได้หรือรายจ่ายของบริษัท ถึงแม้ว่าในปีนั้นบริษัทจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเงินก็ตาม
เงื่อนไขในการปิดงบเปล่า


  • บริษัทต้องไม่มีรายละเอียดต้นงวดยกมาที่เป็นสาระสำคัญ
  • ต้องไม่มีรายการเคลื่อนไหวในบัญชีธนาคาร และ ต้องไม่มีการยื่นภาษีในปีนั้นๆ

  • ทุนจดทะเบียนบริษัทต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ใช่งบเปล่า
  • งบมียอดสินค้าคงเหลือ ถึงแม้ไม่มีการซื้อขาย รายการบัญชีดังกล่าวจะถูกบันทึกเป็น รายการปรับปรุงซึ่งกรณีนี้จะไม่ถือเป็นงบเปล่า
เปิดบริษัทไม่ยื่นงบการเงินเสียค่าปรับไหม

ต้องเสียค่าปรับตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ กรมสรรพากร โดยค่าปรับจะคำนวณจากจำนวนวันล่าช้าในการยื่นงบการเงิน และเพิ่มขึ้นเป็นรายวันหากยังไม่ดำเนินการยื่นดังนี้
อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรณียื่นงบการเงินล่าช้า เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ค่าปรับกรมสรรพากร



  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 ไม่เกิน 7 วันปรับ 1,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท
  • ค่าปรับแบบ ภงด. 50 เกิน 7 วันปรับ 2,000 บาท +  หากไม่ทำการยื่นงบการเงินจะมีค่าปรับทางอาญาอีก 2000 บาท


อ่านรายละเอียด ค่าปรับกรมสรรพากร เพิ่มเติม คลิกที่นี่


สรุปการ ปิดงบเปล่า คือ

การจดทะเบียนปิดงบเปล่า คือขั้นตอนที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากคุณไม่แน่ใจเรื่องเอกสารหรือขั้นตอนในการยื่นงบเปล่า การเลือกใช้บริการจากสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ บริษัท นริทร์ทอง จำกัด สำนักงาน รับทำบัญชี และจัดทำงบการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านบัญชีและภาษี ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

11



เจ้าของคลินิกจำนวนมากมักเจอคำถามเดิม ๆ ว่า รายได้แต่ละวันหายไปไหน ต้นทุนอะไรที่แพงเกินไป และกำไรจริงต่อเดือนเท่าไรคำตอบทั้งหมดอยู่ใน บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก เอกสารชุดเดียวที่จะทำให้คุณรู้ว่าเงินของคลินิกไหลเข้า–ออกอย่างไร หากคุณกำลังมองหา สำนักงานบัญชีที่ช่วยดูแลในส่วนนี้ ขอแนะนำ นรินทร์ทอง เราพร้อมบริการครบ จบ ทุกเรื่องด้านการบัญชี
อยากรู้ บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก ทำยังไง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? คลิกอ่านที่นี่

บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก คืออะไร


คือการบันทึกรายการรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของคลินิก ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจ ค่ายา ทรีตเมนต์ รวมถึงต้นทุนต่าง ๆ เช่น วัสดุแพทย์ ค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าโฆษณา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้คุณรู้ทันสถานะทางการเงิน เห็นจุดที่กำไรดี และเห็นจุดที่ต้องปรับลดต้นทุนทันที
ตัวอย่างรายรับ–รายจ่ายในคลินิก (แบบสรุป กระชับ)
ตัวอย่างรายรับจ่ายคลินิกเปิดใหม่
  • ค่าตรวจโรค เช่น ตรวจสิว ตรวจผิว
    ตัวอย่าง: ตรวจผิว 300 บาท

  • ค่ายา เช่น ยาทาผิว ยาปฏิชีวนะ
    ตัวอย่าง: ยาทาผิว 150 บาท

  • ทรีตเมนต์ เช่น กดสิว เลเซอร์ ฉีดผิว
    ตัวอย่าง: เลเซอร์หน้าใส 900 บาท

  • คอร์ส/แพ็กเกจ
    ตัวอย่าง: คอร์สดูแลผิว 5 ครั้ง 3,500 บาท

  • รายได้อื่น ๆ เช่น เวชสำอาง น้ำเกลือ

 
รายจ่ายที่ต้องบันทึก
  • วัสดุแพทย์ เช่น สำลี ถุงมือ
    ตัวอย่าง: ถุงมือ 450 บาท
  • ยาสต๊อก
    ตัวอย่าง: สั่งยาเข้าคลินิก 3,800 บาท
  • ค่าแรงพนักงาน
    ตัวอย่าง: กะละ 1,200 บาท
  • ค่าจ้างแพทย์
    ตัวอย่าง: วันละ 2,000 บาท
  • ค่าเช่าคลินิก
    ตัวอย่าง: เดือนละ 12,000 บาท
  • ค่าโฆษณา เช่น Facebook / TikTok Ads
    ตัวอย่าง: ยิงโฆษณา 300 บาท
  • ค่าระบบ เช่น เวชระเบียน ระบบจองคิว

อ่าน ตัวอย่างการบันทึกบัญชีรายรับ–รายจ่ายแบบเต็มๆ ได้ที่นี่


อธิบายเพื่อให้เจ้าของคลินิกเห็นภาพ
การสรุปบัญชีแบบนี้ทุกเดือนช่วยให้เห็นภาพรวมธุรกิจชัดเจนขึ้น เช่น
  • คลินิกกำไรหรือขาดทุนเดือนไหน
  • ค่าใช้จ่ายหมวดไหนสูงผิดปกติและควรควบคุม
  • รายได้จากบริการใดเติบโตขึ้น เช่น คอร์ส เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ ทำให้วางแผนการตลาดได้แม่นยำกว่าเดิม
ทำความเข้าใจการทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายเพิ่มเติมคลิก


บัญชีรายรับรายจ่ายที่ดีช่วยให้เจ้าของคลินิกเห็นกำไรจริง



เมื่อบันทึกข้อมูลทั้งเดือนเป็นระบบ คุณจะรู้ทันทีว่า
  • รายได้จากบริการไหนทำเงินสูงสุด
  • เดือนนี้ต้นทุนสูงเพราะอะไร
  • ค่าแรงและค่าแพทย์อยู่ในระดับคุ้มค่าหรือไม่
  • ยอดโฆษณาคุ้มค่ากับลูกค้าที่เข้ามา
  • และที่สำคัญที่สุดคือ กำไรสุทธิจริงเท่าไร


การทำบัญชีอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้เจ้าของคลินิกวางแผนได้เร็ว เห็นปัญหาก่อน และขยายสาขาได้ง่ายกว่าเดิม นรินทร์ทอง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจของคุณ ดูแลตั้งแต่การคำนวณ ไปจนถึงการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน พร้อมบริการเพิ่มเติมที่คุณเลือกใช้ได้ตามความต้องการเช่น
  • บริการยื่นภาษีอากร ดูแลตั้งแต่จัดเตรียมเอกสารจนถึงยื่นแบบให้เสร็จครบ
  • บริการจดทะเบียนบริษัท เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจโดยไม่ต้องกังวลขั้นตอน
  • งานด้านการเงิน เช่น ยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมพนักงาน
  • บริการรับทำบัญชีสำหรับธุรกิจที่ต้องการความถูกต้อง ลดความผิดพลาด และช่วยวางระบบบัญชีให้มั่นคง
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

12



เจ้าของคลินิกจำนวนมากมักเจอคำถามเดิม ๆ ว่า รายได้แต่ละวันหายไปไหน ต้นทุนอะไรที่แพงเกินไป และกำไรจริงต่อเดือนเท่าไรคำตอบทั้งหมดอยู่ใน บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก เอกสารชุดเดียวที่จะทำให้คุณรู้ว่าเงินของคลินิกไหลเข้า–ออกอย่างไร หากคุณกำลังมองหา สำนักงานบัญชีที่ช่วยดูแลในส่วนนี้ ขอแนะนำ นรินทร์ทอง เราพร้อมบริการครบ จบ ทุกเรื่องด้านการบัญชี
อยากรู้ บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก ทำยังไง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? คลิกอ่านที่นี่

บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก คืออะไร


คือการบันทึกรายการรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของคลินิก ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจ ค่ายา ทรีตเมนต์ รวมถึงต้นทุนต่าง ๆ เช่น วัสดุแพทย์ ค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าโฆษณา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้คุณรู้ทันสถานะทางการเงิน เห็นจุดที่กำไรดี และเห็นจุดที่ต้องปรับลดต้นทุนทันที
ตัวอย่างรายรับ–รายจ่ายในคลินิก (แบบสรุป กระชับ)
ตัวอย่างรายรับจ่ายคลินิกเปิดใหม่
  • ค่าตรวจโรค เช่น ตรวจสิว ตรวจผิว
    ตัวอย่าง: ตรวจผิว 300 บาท

  • ค่ายา เช่น ยาทาผิว ยาปฏิชีวนะ
    ตัวอย่าง: ยาทาผิว 150 บาท

  • ทรีตเมนต์ เช่น กดสิว เลเซอร์ ฉีดผิว
    ตัวอย่าง: เลเซอร์หน้าใส 900 บาท

  • คอร์ส/แพ็กเกจ
    ตัวอย่าง: คอร์สดูแลผิว 5 ครั้ง 3,500 บาท

  • รายได้อื่น ๆ เช่น เวชสำอาง น้ำเกลือ

 
รายจ่ายที่ต้องบันทึก
  • วัสดุแพทย์ เช่น สำลี ถุงมือ
    ตัวอย่าง: ถุงมือ 450 บาท
  • ยาสต๊อก
    ตัวอย่าง: สั่งยาเข้าคลินิก 3,800 บาท
  • ค่าแรงพนักงาน
    ตัวอย่าง: กะละ 1,200 บาท
  • ค่าจ้างแพทย์
    ตัวอย่าง: วันละ 2,000 บาท
  • ค่าเช่าคลินิก
    ตัวอย่าง: เดือนละ 12,000 บาท
  • ค่าโฆษณา เช่น Facebook / TikTok Ads
    ตัวอย่าง: ยิงโฆษณา 300 บาท
  • ค่าระบบ เช่น เวชระเบียน ระบบจองคิว

อ่าน ตัวอย่างการบันทึกบัญชีรายรับ–รายจ่ายแบบเต็มๆ ได้ที่นี่


อธิบายเพื่อให้เจ้าของคลินิกเห็นภาพ
การสรุปบัญชีแบบนี้ทุกเดือนช่วยให้เห็นภาพรวมธุรกิจชัดเจนขึ้น เช่น
  • คลินิกกำไรหรือขาดทุนเดือนไหน
  • ค่าใช้จ่ายหมวดไหนสูงผิดปกติและควรควบคุม
  • รายได้จากบริการใดเติบโตขึ้น เช่น คอร์ส เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ ทำให้วางแผนการตลาดได้แม่นยำกว่าเดิม
ทำความเข้าใจการทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายเพิ่มเติมคลิก


บัญชีรายรับรายจ่ายที่ดีช่วยให้เจ้าของคลินิกเห็นกำไรจริง



เมื่อบันทึกข้อมูลทั้งเดือนเป็นระบบ คุณจะรู้ทันทีว่า
  • รายได้จากบริการไหนทำเงินสูงสุด
  • เดือนนี้ต้นทุนสูงเพราะอะไร
  • ค่าแรงและค่าแพทย์อยู่ในระดับคุ้มค่าหรือไม่
  • ยอดโฆษณาคุ้มค่ากับลูกค้าที่เข้ามา
  • และที่สำคัญที่สุดคือ กำไรสุทธิจริงเท่าไร


การทำบัญชีอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้เจ้าของคลินิกวางแผนได้เร็ว เห็นปัญหาก่อน และขยายสาขาได้ง่ายกว่าเดิม นรินทร์ทอง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจของคุณ ดูแลตั้งแต่การคำนวณ ไปจนถึงการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน พร้อมบริการเพิ่มเติมที่คุณเลือกใช้ได้ตามความต้องการเช่น
  • บริการยื่นภาษีอากร ดูแลตั้งแต่จัดเตรียมเอกสารจนถึงยื่นแบบให้เสร็จครบ
  • บริการจดทะเบียนบริษัท เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจโดยไม่ต้องกังวลขั้นตอน
  • งานด้านการเงิน เช่น ยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมพนักงาน
  • บริการรับทำบัญชีสำหรับธุรกิจที่ต้องการความถูกต้อง ลดความผิดพลาด และช่วยวางระบบบัญชีให้มั่นคง
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

13



เจ้าของคลินิกจำนวนมากมักเจอคำถามเดิม ๆ ว่า รายได้แต่ละวันหายไปไหน ต้นทุนอะไรที่แพงเกินไป และกำไรจริงต่อเดือนเท่าไรคำตอบทั้งหมดอยู่ใน บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก เอกสารชุดเดียวที่จะทำให้คุณรู้ว่าเงินของคลินิกไหลเข้า–ออกอย่างไร หากคุณกำลังมองหา สำนักงานบัญชีที่ช่วยดูแลในส่วนนี้ ขอแนะนำ นรินทร์ทอง เราพร้อมบริการครบ จบ ทุกเรื่องด้านการบัญชี
อยากรู้ บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก ทำยังไง ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? คลิกอ่านที่นี่

บัญชีรายรับรายจ่ายคลินิก คืออะไร


คือการบันทึกรายการรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของคลินิก ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจ ค่ายา ทรีตเมนต์ รวมถึงต้นทุนต่าง ๆ เช่น วัสดุแพทย์ ค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าโฆษณา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้คุณรู้ทันสถานะทางการเงิน เห็นจุดที่กำไรดี และเห็นจุดที่ต้องปรับลดต้นทุนทันที
ตัวอย่างรายรับ–รายจ่ายในคลินิก (แบบสรุป กระชับ)
ตัวอย่างรายรับจ่ายคลินิกเปิดใหม่
  • ค่าตรวจโรค เช่น ตรวจสิว ตรวจผิว
    ตัวอย่าง: ตรวจผิว 300 บาท

  • ค่ายา เช่น ยาทาผิว ยาปฏิชีวนะ
    ตัวอย่าง: ยาทาผิว 150 บาท

  • ทรีตเมนต์ เช่น กดสิว เลเซอร์ ฉีดผิว
    ตัวอย่าง: เลเซอร์หน้าใส 900 บาท

  • คอร์ส/แพ็กเกจ
    ตัวอย่าง: คอร์สดูแลผิว 5 ครั้ง 3,500 บาท

  • รายได้อื่น ๆ เช่น เวชสำอาง น้ำเกลือ

 
รายจ่ายที่ต้องบันทึก
  • วัสดุแพทย์ เช่น สำลี ถุงมือ
    ตัวอย่าง: ถุงมือ 450 บาท
  • ยาสต๊อก
    ตัวอย่าง: สั่งยาเข้าคลินิก 3,800 บาท
  • ค่าแรงพนักงาน
    ตัวอย่าง: กะละ 1,200 บาท
  • ค่าจ้างแพทย์
    ตัวอย่าง: วันละ 2,000 บาท
  • ค่าเช่าคลินิก
    ตัวอย่าง: เดือนละ 12,000 บาท
  • ค่าโฆษณา เช่น Facebook / TikTok Ads
    ตัวอย่าง: ยิงโฆษณา 300 บาท
  • ค่าระบบ เช่น เวชระเบียน ระบบจองคิว

อ่าน ตัวอย่างการบันทึกบัญชีรายรับ–รายจ่ายแบบเต็มๆ ได้ที่นี่


อธิบายเพื่อให้เจ้าของคลินิกเห็นภาพ
การสรุปบัญชีแบบนี้ทุกเดือนช่วยให้เห็นภาพรวมธุรกิจชัดเจนขึ้น เช่น
  • คลินิกกำไรหรือขาดทุนเดือนไหน
  • ค่าใช้จ่ายหมวดไหนสูงผิดปกติและควรควบคุม
  • รายได้จากบริการใดเติบโตขึ้น เช่น คอร์ส เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์ ทำให้วางแผนการตลาดได้แม่นยำกว่าเดิม
ทำความเข้าใจการทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายเพิ่มเติมคลิก


บัญชีรายรับรายจ่ายที่ดีช่วยให้เจ้าของคลินิกเห็นกำไรจริง



เมื่อบันทึกข้อมูลทั้งเดือนเป็นระบบ คุณจะรู้ทันทีว่า
  • รายได้จากบริการไหนทำเงินสูงสุด
  • เดือนนี้ต้นทุนสูงเพราะอะไร
  • ค่าแรงและค่าแพทย์อยู่ในระดับคุ้มค่าหรือไม่
  • ยอดโฆษณาคุ้มค่ากับลูกค้าที่เข้ามา
  • และที่สำคัญที่สุดคือ กำไรสุทธิจริงเท่าไร


การทำบัญชีอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกช่วยให้เจ้าของคลินิกวางแผนได้เร็ว เห็นปัญหาก่อน และขยายสาขาได้ง่ายกว่าเดิม นรินทร์ทอง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจของคุณ ดูแลตั้งแต่การคำนวณ ไปจนถึงการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน พร้อมบริการเพิ่มเติมที่คุณเลือกใช้ได้ตามความต้องการเช่น
  • บริการยื่นภาษีอากร ดูแลตั้งแต่จัดเตรียมเอกสารจนถึงยื่นแบบให้เสร็จครบ
  • บริการจดทะเบียนบริษัท เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจโดยไม่ต้องกังวลขั้นตอน
  • งานด้านการเงิน เช่น ยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมพนักงาน
  • บริการรับทำบัญชีสำหรับธุรกิจที่ต้องการความถูกต้อง ลดความผิดพลาด และช่วยวางระบบบัญชีให้มั่นคง
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

14



การทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของบริษัทหลายคนอาจพบว่า วัตถุประสงค์บริษัทเดิม ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุมกิจกรรมใหม่ ๆ ของธุรกิจ จึงจำเป็นต้องดำเนินการ เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบริการของ นรินทร์ทอง เราช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุประสงค์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นเรื่องอย่างครบถ้วน
สนใจอยาก เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท อ่านรายละเอียดการให้บริการและราคา เพิ่มเติมคลิก



เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา


สำหรับผู้ที่สนใจ เพิ่มวัตถุประสงค์ บริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท สำหรับการเพิ่มวัตถุประสงค์ไม่เกิน 20 รายการ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการแจ้งข้อมูลเพิ่มวัตถุประสงค์กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *
การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?คลิกอ่านที่นี่


เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา กับนรินทร์ทองครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



  • ตรวจสอบวัตถุประสงค์เดิมและเสนอรายการวัตถุประสงค์ใหม่
  • จัดเตรียมเอกสารสำหรับ การขอเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท
  • ยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ติดตามผลการอนุมัติจนสำเร็จ
  • ให้คำแนะนำเรื่องเอกสารประกอบและการปรับปรุงนโยบายบริษัท
นรินทร์ทองให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน สนใจอ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ขั้นตอนการให้บริการเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท




ขั้นตอนที่ 1 : ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
หากตัดสินใจที่จะเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ทีมงานจะแนะนำให้ ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน โดยสามารถประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 1 ครั้ง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง ในหนังสือจะระบุวาระการประชุมว่าเป็นเรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท เช่น แก้ไขข้อ 3 ของหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท
ขั้นตอนที่ 2 : จัดประชุมผู้ถือหุ้น
ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาวาระเรื่อง เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท โดยต้องมีมติ เสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม หากมีเรื่องอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการควบคู่ไปได้
ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอจดทะเบียน
หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว กรรมการผู้มีอำนาจจะดำเนินการ ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขวัตถุประสงค์บริษัท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ได้แก่:
  • แบบ บอจ.1 : คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ
  • แบบ ว. : ระบุวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่แก้ไข
  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
  • แบบ สสช.1 : กรอกเฉพาะข้อที่ 1 และ 6
  • สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการผู้ลงชื่อ
  • สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีดำเนินการแทนกรรมการ)
ขั้นตอนที่ 4 : แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะแพ๊คเกจเหมาจ่าย)
กรมสรรพากร
  • หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังยื่นคำขอเพิ่มวัตถุประสงค์แล้ว ต้องยื่น แบบ ภ.พ.09 เพื่อแก้ไขประเภทกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคม
  • หากบริษัทขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ และวัตถุประสงค์ใหม่เกี่ยวข้องกับรายได้รวมหรือเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ต้องยื่น แบบ สปส.6-15 ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป


สรุป เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา
หากคุณกำลังมองหา การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ที่ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า ติดต่อเราวันนี้เพื่อประเมิน ราคาเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท และเริ่มต้นบริการกับเรา นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  อีกทั้งยังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

15



การทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของบริษัทหลายคนอาจพบว่า วัตถุประสงค์บริษัทเดิม ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุมกิจกรรมใหม่ ๆ ของธุรกิจ จึงจำเป็นต้องดำเนินการ เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบริการของ นรินทร์ทอง เราช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุประสงค์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นเรื่องอย่างครบถ้วน
สนใจอยาก เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท อ่านรายละเอียดการให้บริการและราคา เพิ่มเติมคลิก



เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา


สำหรับผู้ที่สนใจ เพิ่มวัตถุประสงค์ บริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท สำหรับการเพิ่มวัตถุประสงค์ไม่เกิน 20 รายการ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการแจ้งข้อมูลเพิ่มวัตถุประสงค์กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *
การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?คลิกอ่านที่นี่


เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา กับนรินทร์ทองครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



  • ตรวจสอบวัตถุประสงค์เดิมและเสนอรายการวัตถุประสงค์ใหม่
  • จัดเตรียมเอกสารสำหรับ การขอเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท
  • ยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ติดตามผลการอนุมัติจนสำเร็จ
  • ให้คำแนะนำเรื่องเอกสารประกอบและการปรับปรุงนโยบายบริษัท
นรินทร์ทองให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน สนใจอ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ขั้นตอนการให้บริการเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท




ขั้นตอนที่ 1 : ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
หากตัดสินใจที่จะเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ทีมงานจะแนะนำให้ ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน โดยสามารถประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 1 ครั้ง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง ในหนังสือจะระบุวาระการประชุมว่าเป็นเรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท เช่น แก้ไขข้อ 3 ของหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท
ขั้นตอนที่ 2 : จัดประชุมผู้ถือหุ้น
ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาวาระเรื่อง เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท โดยต้องมีมติ เสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม หากมีเรื่องอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการควบคู่ไปได้
ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอจดทะเบียน
หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว กรรมการผู้มีอำนาจจะดำเนินการ ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขวัตถุประสงค์บริษัท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ได้แก่:
  • แบบ บอจ.1 : คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ
  • แบบ ว. : ระบุวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่แก้ไข
  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
  • แบบ สสช.1 : กรอกเฉพาะข้อที่ 1 และ 6
  • สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการผู้ลงชื่อ
  • สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีดำเนินการแทนกรรมการ)
ขั้นตอนที่ 4 : แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะแพ๊คเกจเหมาจ่าย)
กรมสรรพากร
  • หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังยื่นคำขอเพิ่มวัตถุประสงค์แล้ว ต้องยื่น แบบ ภ.พ.09 เพื่อแก้ไขประเภทกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคม
  • หากบริษัทขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ และวัตถุประสงค์ใหม่เกี่ยวข้องกับรายได้รวมหรือเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ต้องยื่น แบบ สปส.6-15 ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป


สรุป เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา
หากคุณกำลังมองหา การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ที่ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า ติดต่อเราวันนี้เพื่อประเมิน ราคาเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท และเริ่มต้นบริการกับเรา นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  อีกทั้งยังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

16



การทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของบริษัทหลายคนอาจพบว่า วัตถุประสงค์บริษัทเดิม ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุมกิจกรรมใหม่ ๆ ของธุรกิจ จึงจำเป็นต้องดำเนินการ เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบริการของ นรินทร์ทอง เราช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุประสงค์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นเรื่องอย่างครบถ้วน
สนใจอยาก เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท อ่านรายละเอียดการให้บริการและราคา เพิ่มเติมคลิก



เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา


สำหรับผู้ที่สนใจ เพิ่มวัตถุประสงค์ บริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท สำหรับการเพิ่มวัตถุประสงค์ไม่เกิน 20 รายการ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการแจ้งข้อมูลเพิ่มวัตถุประสงค์กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *
การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?คลิกอ่านที่นี่


เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา กับนรินทร์ทองครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



  • ตรวจสอบวัตถุประสงค์เดิมและเสนอรายการวัตถุประสงค์ใหม่
  • จัดเตรียมเอกสารสำหรับ การขอเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท
  • ยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ติดตามผลการอนุมัติจนสำเร็จ
  • ให้คำแนะนำเรื่องเอกสารประกอบและการปรับปรุงนโยบายบริษัท
นรินทร์ทองให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน สนใจอ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ขั้นตอนการให้บริการเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท




ขั้นตอนที่ 1 : ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
หากตัดสินใจที่จะเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ทีมงานจะแนะนำให้ ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน โดยสามารถประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 1 ครั้ง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง ในหนังสือจะระบุวาระการประชุมว่าเป็นเรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท เช่น แก้ไขข้อ 3 ของหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท
ขั้นตอนที่ 2 : จัดประชุมผู้ถือหุ้น
ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาวาระเรื่อง เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท โดยต้องมีมติ เสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม หากมีเรื่องอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการควบคู่ไปได้
ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอจดทะเบียน
หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว กรรมการผู้มีอำนาจจะดำเนินการ ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขวัตถุประสงค์บริษัท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ได้แก่:
  • แบบ บอจ.1 : คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ
  • แบบ ว. : ระบุวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่แก้ไข
  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
  • แบบ สสช.1 : กรอกเฉพาะข้อที่ 1 และ 6
  • สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการผู้ลงชื่อ
  • สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีดำเนินการแทนกรรมการ)
ขั้นตอนที่ 4 : แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะแพ๊คเกจเหมาจ่าย)
กรมสรรพากร
  • หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังยื่นคำขอเพิ่มวัตถุประสงค์แล้ว ต้องยื่น แบบ ภ.พ.09 เพื่อแก้ไขประเภทกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคม
  • หากบริษัทขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ และวัตถุประสงค์ใหม่เกี่ยวข้องกับรายได้รวมหรือเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ต้องยื่น แบบ สปส.6-15 ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป


สรุป เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา
หากคุณกำลังมองหา การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ที่ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า ติดต่อเราวันนี้เพื่อประเมิน ราคาเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท และเริ่มต้นบริการกับเรา นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  อีกทั้งยังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

17



การทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของบริษัทหลายคนอาจพบว่า วัตถุประสงค์บริษัทเดิม ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุมกิจกรรมใหม่ ๆ ของธุรกิจ จึงจำเป็นต้องดำเนินการ เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบริการของ นรินทร์ทอง เราช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุประสงค์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นเรื่องอย่างครบถ้วน
สนใจอยาก เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท อ่านรายละเอียดการให้บริการและราคา เพิ่มเติมคลิก



เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา


สำหรับผู้ที่สนใจ เพิ่มวัตถุประสงค์ บริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท สำหรับการเพิ่มวัตถุประสงค์ไม่เกิน 20 รายการ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการแจ้งข้อมูลเพิ่มวัตถุประสงค์กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *
การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?คลิกอ่านที่นี่


เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา กับนรินทร์ทองครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



  • ตรวจสอบวัตถุประสงค์เดิมและเสนอรายการวัตถุประสงค์ใหม่
  • จัดเตรียมเอกสารสำหรับ การขอเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท
  • ยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ติดตามผลการอนุมัติจนสำเร็จ
  • ให้คำแนะนำเรื่องเอกสารประกอบและการปรับปรุงนโยบายบริษัท
นรินทร์ทองให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน สนใจอ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ขั้นตอนการให้บริการเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท




ขั้นตอนที่ 1 : ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
หากตัดสินใจที่จะเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ทีมงานจะแนะนำให้ ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน โดยสามารถประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 1 ครั้ง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง ในหนังสือจะระบุวาระการประชุมว่าเป็นเรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท เช่น แก้ไขข้อ 3 ของหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท
ขั้นตอนที่ 2 : จัดประชุมผู้ถือหุ้น
ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาวาระเรื่อง เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท โดยต้องมีมติ เสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม หากมีเรื่องอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการควบคู่ไปได้
ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอจดทะเบียน
หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว กรรมการผู้มีอำนาจจะดำเนินการ ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขวัตถุประสงค์บริษัท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ได้แก่:
  • แบบ บอจ.1 : คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ
  • แบบ ว. : ระบุวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่แก้ไข
  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
  • แบบ สสช.1 : กรอกเฉพาะข้อที่ 1 และ 6
  • สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการผู้ลงชื่อ
  • สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีดำเนินการแทนกรรมการ)
ขั้นตอนที่ 4 : แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะแพ๊คเกจเหมาจ่าย)
กรมสรรพากร
  • หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังยื่นคำขอเพิ่มวัตถุประสงค์แล้ว ต้องยื่น แบบ ภ.พ.09 เพื่อแก้ไขประเภทกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคม
  • หากบริษัทขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ และวัตถุประสงค์ใหม่เกี่ยวข้องกับรายได้รวมหรือเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ต้องยื่น แบบ สปส.6-15 ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป


สรุป เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา
หากคุณกำลังมองหา การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ที่ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า ติดต่อเราวันนี้เพื่อประเมิน ราคาเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท และเริ่มต้นบริการกับเรา นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  อีกทั้งยังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.acอย่าแสดงเมลบนบอร์ด
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

18



การทำธุรกิจในปัจจุบัน เจ้าของบริษัทหลายคนอาจพบว่า วัตถุประสงค์บริษัทเดิม ที่จดทะเบียนไว้ไม่ครอบคลุมกิจกรรมใหม่ ๆ ของธุรกิจ จึงจำเป็นต้องดำเนินการ เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบริการของ นรินทร์ทอง เราช่วยดูแลตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุประสงค์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการยื่นเรื่องอย่างครบถ้วน
สนใจอยาก เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท อ่านรายละเอียดการให้บริการและราคา เพิ่มเติมคลิก



เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา


สำหรับผู้ที่สนใจ เพิ่มวัตถุประสงค์ บริษัทราคา กับเรานรินทร์ทอง ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท สำหรับการเพิ่มวัตถุประสงค์ไม่เกิน 20 รายการ
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการแจ้งข้อมูลเพิ่มวัตถุประสงค์กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *
การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?คลิกอ่านที่นี่


เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา กับนรินทร์ทองครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



  • ตรวจสอบวัตถุประสงค์เดิมและเสนอรายการวัตถุประสงค์ใหม่
  • จัดเตรียมเอกสารสำหรับ การขอเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท
  • ยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • ติดตามผลการอนุมัติจนสำเร็จ
  • ให้คำแนะนำเรื่องเอกสารประกอบและการปรับปรุงนโยบายบริษัท
นรินทร์ทองให้บริการครอบคลุมทุกขั้นตอน สนใจอ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี่

ขั้นตอนการให้บริการเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท




ขั้นตอนที่ 1 : ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
หากตัดสินใจที่จะเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ทีมงานจะแนะนำให้ ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน โดยสามารถประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 1 ครั้ง ส่งทางไปรษณีย์ หรือมอบให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง ในหนังสือจะระบุวาระการประชุมว่าเป็นเรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท เช่น แก้ไขข้อ 3 ของหนังสือบริคณห์สนธิ หรือข้อบังคับของบริษัท
ขั้นตอนที่ 2 : จัดประชุมผู้ถือหุ้น
ในการประชุมผู้ถือหุ้น จะพิจารณาวาระเรื่อง เพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท โดยต้องมีมติ เสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมด ของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม หากมีเรื่องอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการควบคู่ไปได้
ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นคำขอจดทะเบียน
หลังจากประชุมผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว กรรมการผู้มีอำนาจจะดำเนินการ ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขวัตถุประสงค์บริษัท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่น ได้แก่:
  • แบบ บอจ.1 : คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
  • แบบ บอจ.4 : รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ
  • แบบ ว. : ระบุวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่แก้ไข
  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
  • แบบ สสช.1 : กรอกเฉพาะข้อที่ 1 และ 6
  • สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการผู้ลงชื่อ
  • สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีดำเนินการแทนกรรมการ)
ขั้นตอนที่ 4 : แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เฉพาะแพ๊คเกจเหมาจ่าย)
กรมสรรพากร
  • หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังยื่นคำขอเพิ่มวัตถุประสงค์แล้ว ต้องยื่น แบบ ภ.พ.09 เพื่อแก้ไขประเภทกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคม
  • หากบริษัทขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ และวัตถุประสงค์ใหม่เกี่ยวข้องกับรายได้รวมหรือเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปี ต้องยื่น แบบ สปส.6-15 ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป


สรุป เพิ่มวัตถุประสงค์ราคา
หากคุณกำลังมองหา การเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท ที่ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า ติดต่อเราวันนี้เพื่อประเมิน ราคาเพิ่มวัตถุประสงค์บริษัท และเริ่มต้นบริการกับเรา นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  อีกทั้งยังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

19



][bการเปลี่ยนที่อยู่บริษัท เป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องเปลี่ยน หลายคนอาจสงสัยว่า เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่ และควรทำอย่างไรให้สะดวก รวดเร็ว? ที่ นรินทร์ทอง เราให้บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทครบวงจร พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เจ้าของกิจการมั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนที่อยู่จะถูกต้องตามกฎหมายและไม่ยุ่งยาก
เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่? ทำความเข้าใจรายละเอียดและราคาเพิ่มเติมอ่านที่นี่



เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา



บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทของเรา เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนที่อยู่ ไม่เกิน 1 แห่ง
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนที่อยู่กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *


ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



1.ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
–อธิบายขั้นตอนการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– แจ้งเอกสารที่ต้องเตรียมทั้งสำหรับ DBD, ประกันสังคม และ กรมสรรพากร
2. จัดเตรียมและดำเนินการเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
– จัดทำเอกสารและยื่นคำขอเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– ติดตามผลการอนุมัติและแจ้งผลให้ลูกค้าทราบทันที
สำนักงานประกันสังคม (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งและอัปเดตข้อมูลที่อยู่ใหม่ของบริษัท เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
– ช่วยแก้ไขข้อมูลนายจ้าง/สถานประกอบการ
กรมสรรพากร (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานประกอบการ (ที่อยู่บริษัท) กับสำนักงานสรรพากรพื้นที่
– อัปเดตข้อมูลใน ภพ.09 หรือแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
– ตรวจสอบผลกระทบด้านภาษี เช่น พื้นที่สรรพากรที่เปลี่ยนไป, เขตอำนาจสรรพากรใหม่
– แนะนำการปรับปรุงข้อมูลในระบบ e-Filing, ภ.พ.30, ภงด. ต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามที่อยู่ใหม่
– ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารภาษี เช่น ใบกำกับภาษี ที่ต้องระบุที่อยู่ใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
3 .ให้คำแนะนำหลังจากเปลี่ยนแปลงที่ตั้งบริษัท พร้อมอธิบายเอกสารที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงภายในบริษัท เช่น:
– หนังสือรับรองบริษัท
– สมุดบัญชีธนาคาร
– สัญญาเช่า หรือสัญญาธุรกิจต่าง ๆ


ทำไมควรเปลี่ยนที่ตั้งกับนรินทร์ทอง


ข้อดีเมื่อใช้บริการกับเรา:
  • ]รวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย
  • ]บริการครบวงจร
  • ]ราคาโปร่งใส
  • ]คำแนะนำมืออาชีพทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนที่อยู่
  • ]ประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก
อยากรู้ใช้บริการกับเรา นรินทร์ทอง มีข้อดีอะไรบ้างคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่


สรุป เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา
การเปลี่ยนที่อยู่บริษัทกับ นรินทร์ทอง เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนไม่เกิน 1 แห่ง เราช่วยให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแนะนำการปรับปรุงเอกสารภายในบริษัท นรินทร์ทองผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน แต่เรายังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร
ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

20



][bการเปลี่ยนที่อยู่บริษัท เป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องเปลี่ยน หลายคนอาจสงสัยว่า เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่ และควรทำอย่างไรให้สะดวก รวดเร็ว? ที่ นรินทร์ทอง เราให้บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทครบวงจร พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เจ้าของกิจการมั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนที่อยู่จะถูกต้องตามกฎหมายและไม่ยุ่งยาก
เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่? ทำความเข้าใจรายละเอียดและราคาเพิ่มเติมอ่านที่นี่



เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา



บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทของเรา เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนที่อยู่ ไม่เกิน 1 แห่ง
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนที่อยู่กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *


ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



1.ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
–อธิบายขั้นตอนการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– แจ้งเอกสารที่ต้องเตรียมทั้งสำหรับ DBD, ประกันสังคม และ กรมสรรพากร
2. จัดเตรียมและดำเนินการเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
– จัดทำเอกสารและยื่นคำขอเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– ติดตามผลการอนุมัติและแจ้งผลให้ลูกค้าทราบทันที
สำนักงานประกันสังคม (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งและอัปเดตข้อมูลที่อยู่ใหม่ของบริษัท เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
– ช่วยแก้ไขข้อมูลนายจ้าง/สถานประกอบการ
กรมสรรพากร (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานประกอบการ (ที่อยู่บริษัท) กับสำนักงานสรรพากรพื้นที่
– อัปเดตข้อมูลใน ภพ.09 หรือแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
– ตรวจสอบผลกระทบด้านภาษี เช่น พื้นที่สรรพากรที่เปลี่ยนไป, เขตอำนาจสรรพากรใหม่
– แนะนำการปรับปรุงข้อมูลในระบบ e-Filing, ภ.พ.30, ภงด. ต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามที่อยู่ใหม่
– ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารภาษี เช่น ใบกำกับภาษี ที่ต้องระบุที่อยู่ใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
3 .ให้คำแนะนำหลังจากเปลี่ยนแปลงที่ตั้งบริษัท พร้อมอธิบายเอกสารที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงภายในบริษัท เช่น:
– หนังสือรับรองบริษัท
– สมุดบัญชีธนาคาร
– สัญญาเช่า หรือสัญญาธุรกิจต่าง ๆ


ทำไมควรเปลี่ยนที่ตั้งกับนรินทร์ทอง


ข้อดีเมื่อใช้บริการกับเรา:
  • ]รวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย
  • ]บริการครบวงจร
  • ]ราคาโปร่งใส
  • ]คำแนะนำมืออาชีพทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนที่อยู่
  • ]ประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก
อยากรู้ใช้บริการกับเรา นรินทร์ทอง มีข้อดีอะไรบ้างคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่


สรุป เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา
การเปลี่ยนที่อยู่บริษัทกับ นรินทร์ทอง เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนไม่เกิน 1 แห่ง เราช่วยให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแนะนำการปรับปรุงเอกสารภายในบริษัท นรินทร์ทองผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน แต่เรายังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร
ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

21



][bการเปลี่ยนที่อยู่บริษัท เป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องเปลี่ยน หลายคนอาจสงสัยว่า เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่ และควรทำอย่างไรให้สะดวก รวดเร็ว? ที่ นรินทร์ทอง เราให้บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทครบวงจร พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เจ้าของกิจการมั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนที่อยู่จะถูกต้องตามกฎหมายและไม่ยุ่งยาก
เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่? ทำความเข้าใจรายละเอียดและราคาเพิ่มเติมอ่านที่นี่



เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา



บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทของเรา เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนที่อยู่ ไม่เกิน 1 แห่ง
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนที่อยู่กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *


ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



1.ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
–อธิบายขั้นตอนการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– แจ้งเอกสารที่ต้องเตรียมทั้งสำหรับ DBD, ประกันสังคม และ กรมสรรพากร
2. จัดเตรียมและดำเนินการเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
– จัดทำเอกสารและยื่นคำขอเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– ติดตามผลการอนุมัติและแจ้งผลให้ลูกค้าทราบทันที
สำนักงานประกันสังคม (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งและอัปเดตข้อมูลที่อยู่ใหม่ของบริษัท เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
– ช่วยแก้ไขข้อมูลนายจ้าง/สถานประกอบการ
กรมสรรพากร (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานประกอบการ (ที่อยู่บริษัท) กับสำนักงานสรรพากรพื้นที่
– อัปเดตข้อมูลใน ภพ.09 หรือแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
– ตรวจสอบผลกระทบด้านภาษี เช่น พื้นที่สรรพากรที่เปลี่ยนไป, เขตอำนาจสรรพากรใหม่
– แนะนำการปรับปรุงข้อมูลในระบบ e-Filing, ภ.พ.30, ภงด. ต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามที่อยู่ใหม่
– ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารภาษี เช่น ใบกำกับภาษี ที่ต้องระบุที่อยู่ใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
3 .ให้คำแนะนำหลังจากเปลี่ยนแปลงที่ตั้งบริษัท พร้อมอธิบายเอกสารที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงภายในบริษัท เช่น:
– หนังสือรับรองบริษัท
– สมุดบัญชีธนาคาร
– สัญญาเช่า หรือสัญญาธุรกิจต่าง ๆ


ทำไมควรเปลี่ยนที่ตั้งกับนรินทร์ทอง


ข้อดีเมื่อใช้บริการกับเรา:
  • ]รวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย
  • ]บริการครบวงจร
  • ]ราคาโปร่งใส
  • ]คำแนะนำมืออาชีพทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนที่อยู่
  • ]ประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก
อยากรู้ใช้บริการกับเรา นรินทร์ทอง มีข้อดีอะไรบ้างคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่


สรุป เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา
การเปลี่ยนที่อยู่บริษัทกับ นรินทร์ทอง เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนไม่เกิน 1 แห่ง เราช่วยให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแนะนำการปรับปรุงเอกสารภายในบริษัท นรินทร์ทองผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน แต่เรายังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร
ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

22



][bการเปลี่ยนที่อยู่บริษัท เป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องดำเนินการให้ถูกต้อง แต่เมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องเปลี่ยน หลายคนอาจสงสัยว่า เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่ และควรทำอย่างไรให้สะดวก รวดเร็ว? ที่ นรินทร์ทอง เราให้บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทครบวงจร พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เจ้าของกิจการมั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนที่อยู่จะถูกต้องตามกฎหมายและไม่ยุ่งยาก
เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา เท่าไหร่? ทำความเข้าใจรายละเอียดและราคาเพิ่มเติมอ่านที่นี่



เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา



บริการเปลี่ยนที่อยู่บริษัทของเรา เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนที่อยู่ ไม่เกิน 1 แห่ง
สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกแบบครบวงจร เรามี แพ็กเกจเหมาจ่าย 5,500 บาท ครอบคลุมการให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนที่อยู่กับ สำนักงานประกันสังคม และ กรมสรรพากร
* แพ็กเกจเหมาจ่าย เฉพาะพื้นกทม และ ปริมณทล *


ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง



1.ให้คำปรึกษาเบื้องต้น
–อธิบายขั้นตอนการแจ้งเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– แจ้งเอกสารที่ต้องเตรียมทั้งสำหรับ DBD, ประกันสังคม และ กรมสรรพากร
2. จัดเตรียมและดำเนินการเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
– จัดทำเอกสารและยื่นคำขอเปลี่ยนที่อยู่บริษัท
– ติดตามผลการอนุมัติและแจ้งผลให้ลูกค้าทราบทันที
สำนักงานประกันสังคม (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งและอัปเดตข้อมูลที่อยู่ใหม่ของบริษัท เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
– ช่วยแก้ไขข้อมูลนายจ้าง/สถานประกอบการ
กรมสรรพากร (แพ็กเกจเหมาจ่าย)
– แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานประกอบการ (ที่อยู่บริษัท) กับสำนักงานสรรพากรพื้นที่
– อัปเดตข้อมูลใน ภพ.09 หรือแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
– ตรวจสอบผลกระทบด้านภาษี เช่น พื้นที่สรรพากรที่เปลี่ยนไป, เขตอำนาจสรรพากรใหม่
– แนะนำการปรับปรุงข้อมูลในระบบ e-Filing, ภ.พ.30, ภงด. ต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามที่อยู่ใหม่
– ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารภาษี เช่น ใบกำกับภาษี ที่ต้องระบุที่อยู่ใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
3 .ให้คำแนะนำหลังจากเปลี่ยนแปลงที่ตั้งบริษัท พร้อมอธิบายเอกสารที่ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงภายในบริษัท เช่น:
– หนังสือรับรองบริษัท
– สมุดบัญชีธนาคาร
– สัญญาเช่า หรือสัญญาธุรกิจต่าง ๆ


ทำไมควรเปลี่ยนที่ตั้งกับนรินทร์ทอง


ข้อดีเมื่อใช้บริการกับเรา:
  • ]รวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย
  • ]บริการครบวงจร
  • ]ราคาโปร่งใส
  • ]คำแนะนำมืออาชีพทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนที่อยู่
  • ]ประหยัดเวลาและลดความยุ่งยาก
อยากรู้ใช้บริการกับเรา นรินทร์ทอง มีข้อดีอะไรบ้างคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่


สรุป เปลี่ยนที่อยู่บริษัทราคา
การเปลี่ยนที่อยู่บริษัทกับ นรินทร์ทอง เริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับการเปลี่ยนไม่เกิน 1 แห่ง เราช่วยให้คำปรึกษา เตรียมเอกสาร และแนะนำการปรับปรุงเอกสารภายในบริษัท นรินทร์ทองผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน แต่เรายังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
  • การส่งภาษีอากร
ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
  • รับจดทะเบียนบริษัท
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
  • งานทางด้านการเงิน
จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
  • ให้บริการรับทำบัญชี
หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ
สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
Facebook : NarinthongOfficial
E-mail : narinthong.ac@gmail.com
Line : @Narinthong
Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

23



    ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ มีรูปแบบรายรับ–รายจ่ายที่ละเอียดกว่าธุรกิจทั่วไป ทำให้การทำบัญชีต้องใช้ความเข้าใจเฉพาะทาง การใช้บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ ที่รู้ระบบงานของโรงพยาบาลสัตว์โดยตรง จะช่วยลดความผิดพลาดและช่วยควบคุมต้นทุนอย่างมาก


    สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก



    ราคาเริ่มต้น รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์


    บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ หรือ บัญชีคลินิกสัตวแพทย์ เริ่มต้นที่ 3,500 บาท/เดือน ครอบคลุมงานบัญชีพื้นฐานที่ธุรกิจสัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ เช่น
    • บันทึกรายรับ–รายจ่าย
    • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
    • ให้คำปรึกษาภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อ ภาษีขาย
    • แยกหมวดหมู่สำหรับ หมวดที่ได้รับการยกเว้นมูลค่าเพิ่ม

    • ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากจด VAT)
    • ปิดงบการเงินประจำปี


    รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์

    การตรวจสอบรายรับ
    เมื่อพนักงานบันทึกรายรับจากการให้บริการแล้ว ส่งเอกสารมาให้สำนักงานบัญชี นักบัญชีจะตรวจสอบว่า:
    • แยก ]ค่าบริการ กับ ]ค่ายาและเวชภัณฑ์ อย่างถูกต้อง
    • รายรับแต่ละประเภทถูกบันทึกครบถ้วน ไม่มีตกหล่น
    • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงกับบริการจริง
     
    การตรวจสอบรายจ่ายหลัก
    คลินิกสัตวแพทย์มีค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น
    • ]ยาและเวชภัณฑ์สัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก
    • ]อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์
    • ]เครื่องมือแพทย์
    • ]ค่าเวรแพทย์ / พาร์ทไทม์
    • ]ค่าโฆษณาออนไลน์
    • ]ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ–ไฟ เงินเดือนพนักงาน

    นักบัญชีจะเข้ามาช่วยตรวจ:
    • เอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหมวดบัญชี
    • ต้นทุนยาและค่าใช้จ่ายหลักไม่สูงผิดปกติ
    • ไม่มีรายการบันทึกเข้าผิดหมวด
    อ่าน รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์คลิกที่นี่


    รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์

    งานบัญชี รายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
    • ตรวจสอบเอกสาร
    • ตรวจความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ (ตรวจ ผ่าตัด ฝากเลี้ยง ค่ายา ฯลฯ)
    • ตรวจสต็อกยาและวัสดุสิ้นเปลืองจากรายงานพนักงาน
    • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
    • สรุปรายงานต้นทุนยาและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
    • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
    • ยื่น VAT (ถ้าคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    งานบัญชี รายปี / ปิดงบการเงิน
    • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
    • ตรวจรายการทรัพย์สินเครื่องมือแพทย์ที่พนักงานแจ้งมา
    • ตรวจสต็อกยาและวัสดุปลายปี เพื่อให้ยอดตรงกับระบบบัญชี
    • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
    • วิเคราะห์ต้นทุนยาที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

    ทำไมต้องใช้นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับคลินิกสัตวแพทย์
    การทำบัญชีในธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตวแพทย์ไม่ได้เหมือนธุรกิจทั่วไป เพราะมี ต้นทุนและรายรับเฉพาะทาง เช่น ค่ายา ค่าบริการแพทย์ ค่าเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะช่วยให้ระบบบัญชีแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

    ทำความเข้าใจปัญหาที่พบบ่อย หากไม่จ้างสำนักงานบัญชีเต็มๆ ได้ที่นี่


    ข้อดีของการทำบัญชีกับนรินทร์ทอง

    1. ตรวจสอบและวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ของแต่ละบริการให้ถูกต้อง
    2. จัดทำงบการเงินและรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
    3. ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
    4. ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถบริหารธุรกิจได้อย่าง มืออาชีพและมั่นคง

    การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกสัตวแพทย์ บริหารต้นทุนได้แม่นยำ กำไรเพิ่ม และระบบบัญชีถูกต้อง
    เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น
    • ยื่นภาษีอากรทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
    • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
    • งานทางด้านการเงิน ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
    • รับทำบัญชี สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร

    สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
    Facebook : NarinthongOfficial
    E-mail : narinthong.ac@gmail.com
    Line : @Narinthong
    Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339[/list][/list]

    24



      ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ มีรูปแบบรายรับ–รายจ่ายที่ละเอียดกว่าธุรกิจทั่วไป ทำให้การทำบัญชีต้องใช้ความเข้าใจเฉพาะทาง การใช้บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ ที่รู้ระบบงานของโรงพยาบาลสัตว์โดยตรง จะช่วยลดความผิดพลาดและช่วยควบคุมต้นทุนอย่างมาก


      สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก



      ราคาเริ่มต้น รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์


      บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ หรือ บัญชีคลินิกสัตวแพทย์ เริ่มต้นที่ 3,500 บาท/เดือน ครอบคลุมงานบัญชีพื้นฐานที่ธุรกิจสัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ เช่น
      • บันทึกรายรับ–รายจ่าย
      • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
      • ให้คำปรึกษาภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อ ภาษีขาย
      • แยกหมวดหมู่สำหรับ หมวดที่ได้รับการยกเว้นมูลค่าเพิ่ม

      • ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากจด VAT)
      • ปิดงบการเงินประจำปี


      รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์

      การตรวจสอบรายรับ
      เมื่อพนักงานบันทึกรายรับจากการให้บริการแล้ว ส่งเอกสารมาให้สำนักงานบัญชี นักบัญชีจะตรวจสอบว่า:
      • แยก ]ค่าบริการ กับ ]ค่ายาและเวชภัณฑ์ อย่างถูกต้อง
      • รายรับแต่ละประเภทถูกบันทึกครบถ้วน ไม่มีตกหล่น
      • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงกับบริการจริง
       
      การตรวจสอบรายจ่ายหลัก
      คลินิกสัตวแพทย์มีค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น
      • ]ยาและเวชภัณฑ์สัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก
      • ]อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์
      • ]เครื่องมือแพทย์
      • ]ค่าเวรแพทย์ / พาร์ทไทม์
      • ]ค่าโฆษณาออนไลน์
      • ]ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ–ไฟ เงินเดือนพนักงาน

      นักบัญชีจะเข้ามาช่วยตรวจ:
      • เอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหมวดบัญชี
      • ต้นทุนยาและค่าใช้จ่ายหลักไม่สูงผิดปกติ
      • ไม่มีรายการบันทึกเข้าผิดหมวด
      อ่าน รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์คลิกที่นี่


      รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์

      งานบัญชี รายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
      • ตรวจสอบเอกสาร
      • ตรวจความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ (ตรวจ ผ่าตัด ฝากเลี้ยง ค่ายา ฯลฯ)
      • ตรวจสต็อกยาและวัสดุสิ้นเปลืองจากรายงานพนักงาน
      • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
      • สรุปรายงานต้นทุนยาและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
      • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
      • ยื่น VAT (ถ้าคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)

      งานบัญชี รายปี / ปิดงบการเงิน
      • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
      • ตรวจรายการทรัพย์สินเครื่องมือแพทย์ที่พนักงานแจ้งมา
      • ตรวจสต็อกยาและวัสดุปลายปี เพื่อให้ยอดตรงกับระบบบัญชี
      • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
      • วิเคราะห์ต้นทุนยาที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

      ทำไมต้องใช้นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับคลินิกสัตวแพทย์
      การทำบัญชีในธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตวแพทย์ไม่ได้เหมือนธุรกิจทั่วไป เพราะมี ต้นทุนและรายรับเฉพาะทาง เช่น ค่ายา ค่าบริการแพทย์ ค่าเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะช่วยให้ระบบบัญชีแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

      ทำความเข้าใจปัญหาที่พบบ่อย หากไม่จ้างสำนักงานบัญชีเต็มๆ ได้ที่นี่


      ข้อดีของการทำบัญชีกับนรินทร์ทอง

      1. ตรวจสอบและวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ของแต่ละบริการให้ถูกต้อง
      2. จัดทำงบการเงินและรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
      3. ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
      4. ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถบริหารธุรกิจได้อย่าง มืออาชีพและมั่นคง

      การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกสัตวแพทย์ บริหารต้นทุนได้แม่นยำ กำไรเพิ่ม และระบบบัญชีถูกต้อง
      เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น
      • ยื่นภาษีอากรทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
      • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
      • งานทางด้านการเงิน ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
      • รับทำบัญชี สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร

      สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
      Facebook : NarinthongOfficial
      E-mail : narinthong.ac@gmail.com
      Line : @Narinthong
      Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339[/list][/list]

      25



        ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ มีรูปแบบรายรับ–รายจ่ายที่ละเอียดกว่าธุรกิจทั่วไป ทำให้การทำบัญชีต้องใช้ความเข้าใจเฉพาะทาง การใช้บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ ที่รู้ระบบงานของโรงพยาบาลสัตว์โดยตรง จะช่วยลดความผิดพลาดและช่วยควบคุมต้นทุนอย่างมาก


        สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก



        ราคาเริ่มต้น รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์


        บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ หรือ บัญชีคลินิกสัตวแพทย์ เริ่มต้นที่ 3,500 บาท/เดือน ครอบคลุมงานบัญชีพื้นฐานที่ธุรกิจสัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ เช่น
        • บันทึกรายรับ–รายจ่าย
        • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
        • ให้คำปรึกษาภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อ ภาษีขาย
        • แยกหมวดหมู่สำหรับ หมวดที่ได้รับการยกเว้นมูลค่าเพิ่ม

        • ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากจด VAT)
        • ปิดงบการเงินประจำปี


        รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์

        การตรวจสอบรายรับ
        เมื่อพนักงานบันทึกรายรับจากการให้บริการแล้ว ส่งเอกสารมาให้สำนักงานบัญชี นักบัญชีจะตรวจสอบว่า:
        • แยก ]ค่าบริการ กับ ]ค่ายาและเวชภัณฑ์ อย่างถูกต้อง
        • รายรับแต่ละประเภทถูกบันทึกครบถ้วน ไม่มีตกหล่น
        • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงกับบริการจริง
         
        การตรวจสอบรายจ่ายหลัก
        คลินิกสัตวแพทย์มีค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น
        • ]ยาและเวชภัณฑ์สัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก
        • ]อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์
        • ]เครื่องมือแพทย์
        • ]ค่าเวรแพทย์ / พาร์ทไทม์
        • ]ค่าโฆษณาออนไลน์
        • ]ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ–ไฟ เงินเดือนพนักงาน

        นักบัญชีจะเข้ามาช่วยตรวจ:
        • เอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหมวดบัญชี
        • ต้นทุนยาและค่าใช้จ่ายหลักไม่สูงผิดปกติ
        • ไม่มีรายการบันทึกเข้าผิดหมวด
        อ่าน รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์คลิกที่นี่


        รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์

        งานบัญชี รายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
        • ตรวจสอบเอกสาร
        • ตรวจความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ (ตรวจ ผ่าตัด ฝากเลี้ยง ค่ายา ฯลฯ)
        • ตรวจสต็อกยาและวัสดุสิ้นเปลืองจากรายงานพนักงาน
        • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
        • สรุปรายงานต้นทุนยาและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
        • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
        • ยื่น VAT (ถ้าคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)

        งานบัญชี รายปี / ปิดงบการเงิน
        • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
        • ตรวจรายการทรัพย์สินเครื่องมือแพทย์ที่พนักงานแจ้งมา
        • ตรวจสต็อกยาและวัสดุปลายปี เพื่อให้ยอดตรงกับระบบบัญชี
        • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
        • วิเคราะห์ต้นทุนยาที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

        ทำไมต้องใช้นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับคลินิกสัตวแพทย์
        การทำบัญชีในธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตวแพทย์ไม่ได้เหมือนธุรกิจทั่วไป เพราะมี ต้นทุนและรายรับเฉพาะทาง เช่น ค่ายา ค่าบริการแพทย์ ค่าเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะช่วยให้ระบบบัญชีแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

        ทำความเข้าใจปัญหาที่พบบ่อย หากไม่จ้างสำนักงานบัญชีเต็มๆ ได้ที่นี่


        ข้อดีของการทำบัญชีกับนรินทร์ทอง

        1. ตรวจสอบและวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ของแต่ละบริการให้ถูกต้อง
        2. จัดทำงบการเงินและรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
        3. ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
        4. ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถบริหารธุรกิจได้อย่าง มืออาชีพและมั่นคง

        การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกสัตวแพทย์ บริหารต้นทุนได้แม่นยำ กำไรเพิ่ม และระบบบัญชีถูกต้อง
        เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น
        • ยื่นภาษีอากรทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
        • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
        • งานทางด้านการเงิน ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
        • รับทำบัญชี สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร

        สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
        Facebook : NarinthongOfficial
        E-mail : narinthong.ac@gmail.com
        Line : @Narinthong
        Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339[/list][/list]

        26



          ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ มีรูปแบบรายรับ–รายจ่ายที่ละเอียดกว่าธุรกิจทั่วไป ทำให้การทำบัญชีต้องใช้ความเข้าใจเฉพาะทาง การใช้บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ ที่รู้ระบบงานของโรงพยาบาลสัตว์โดยตรง จะช่วยลดความผิดพลาดและช่วยควบคุมต้นทุนอย่างมาก


          สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก



          ราคาเริ่มต้น รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์


          บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ หรือ บัญชีคลินิกสัตวแพทย์ เริ่มต้นที่ 3,500 บาท/เดือน ครอบคลุมงานบัญชีพื้นฐานที่ธุรกิจสัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ เช่น
          • บันทึกรายรับ–รายจ่าย
          • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
          • ให้คำปรึกษาภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อ ภาษีขาย
          • แยกหมวดหมู่สำหรับ หมวดที่ได้รับการยกเว้นมูลค่าเพิ่ม

          • ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากจด VAT)
          • ปิดงบการเงินประจำปี


          รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์

          การตรวจสอบรายรับ
          เมื่อพนักงานบันทึกรายรับจากการให้บริการแล้ว ส่งเอกสารมาให้สำนักงานบัญชี นักบัญชีจะตรวจสอบว่า:
          • แยก ]ค่าบริการ กับ ]ค่ายาและเวชภัณฑ์ อย่างถูกต้อง
          • รายรับแต่ละประเภทถูกบันทึกครบถ้วน ไม่มีตกหล่น
          • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงกับบริการจริง
           
          การตรวจสอบรายจ่ายหลัก
          คลินิกสัตวแพทย์มีค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น
          • ]ยาและเวชภัณฑ์สัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก
          • ]อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์
          • ]เครื่องมือแพทย์
          • ]ค่าเวรแพทย์ / พาร์ทไทม์
          • ]ค่าโฆษณาออนไลน์
          • ]ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ–ไฟ เงินเดือนพนักงาน

          นักบัญชีจะเข้ามาช่วยตรวจ:
          • เอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหมวดบัญชี
          • ต้นทุนยาและค่าใช้จ่ายหลักไม่สูงผิดปกติ
          • ไม่มีรายการบันทึกเข้าผิดหมวด
          อ่าน รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์คลิกที่นี่


          รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์

          งานบัญชี รายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
          • ตรวจสอบเอกสาร
          • ตรวจความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ (ตรวจ ผ่าตัด ฝากเลี้ยง ค่ายา ฯลฯ)
          • ตรวจสต็อกยาและวัสดุสิ้นเปลืองจากรายงานพนักงาน
          • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
          • สรุปรายงานต้นทุนยาและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
          • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
          • ยื่น VAT (ถ้าคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)

          งานบัญชี รายปี / ปิดงบการเงิน
          • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
          • ตรวจรายการทรัพย์สินเครื่องมือแพทย์ที่พนักงานแจ้งมา
          • ตรวจสต็อกยาและวัสดุปลายปี เพื่อให้ยอดตรงกับระบบบัญชี
          • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
          • วิเคราะห์ต้นทุนยาที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

          ทำไมต้องใช้นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับคลินิกสัตวแพทย์
          การทำบัญชีในธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตวแพทย์ไม่ได้เหมือนธุรกิจทั่วไป เพราะมี ต้นทุนและรายรับเฉพาะทาง เช่น ค่ายา ค่าบริการแพทย์ ค่าเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะช่วยให้ระบบบัญชีแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

          ทำความเข้าใจปัญหาที่พบบ่อย หากไม่จ้างสำนักงานบัญชีเต็มๆ ได้ที่นี่


          ข้อดีของการทำบัญชีกับนรินทร์ทอง

          1. ตรวจสอบและวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ของแต่ละบริการให้ถูกต้อง
          2. จัดทำงบการเงินและรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
          3. ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
          4. ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถบริหารธุรกิจได้อย่าง มืออาชีพและมั่นคง

          การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกสัตวแพทย์ บริหารต้นทุนได้แม่นยำ กำไรเพิ่ม และระบบบัญชีถูกต้อง
          เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น
          • ยื่นภาษีอากรทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
          • งานทางด้านการเงิน ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
          • รับทำบัญชี สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร

          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
          Facebook : NarinthongOfficial
          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
          Line : @Narinthong
          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339[/list][/list]

          27



            ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกสัตวแพทย์ มีรูปแบบรายรับ–รายจ่ายที่ละเอียดกว่าธุรกิจทั่วไป ทำให้การทำบัญชีต้องใช้ความเข้าใจเฉพาะทาง การใช้บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ ที่รู้ระบบงานของโรงพยาบาลสัตว์โดยตรง จะช่วยลดความผิดพลาดและช่วยควบคุมต้นทุนอย่างมาก


            สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก



            ราคาเริ่มต้น รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์


            บริการ รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์ หรือ บัญชีคลินิกสัตวแพทย์ เริ่มต้นที่ 3,500 บาท/เดือน ครอบคลุมงานบัญชีพื้นฐานที่ธุรกิจสัตวแพทย์จำเป็นต้องทำ เช่น
            • บันทึกรายรับ–รายจ่าย
            • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
            • ให้คำปรึกษาภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อ ภาษีขาย
            • แยกหมวดหมู่สำหรับ หมวดที่ได้รับการยกเว้นมูลค่าเพิ่ม

            • ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากจด VAT)
            • ปิดงบการเงินประจำปี


            รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์

            การตรวจสอบรายรับ
            เมื่อพนักงานบันทึกรายรับจากการให้บริการแล้ว ส่งเอกสารมาให้สำนักงานบัญชี นักบัญชีจะตรวจสอบว่า:
            • แยก ]ค่าบริการ กับ ]ค่ายาและเวชภัณฑ์ อย่างถูกต้อง
            • รายรับแต่ละประเภทถูกบันทึกครบถ้วน ไม่มีตกหล่น
            • ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงกับบริการจริง
             
            การตรวจสอบรายจ่ายหลัก
            คลินิกสัตวแพทย์มีค่าใช้จ่ายหลายด้าน เช่น
            • ]ยาและเวชภัณฑ์สัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก
            • ]อุปกรณ์ทางสัตวแพทย์
            • ]เครื่องมือแพทย์
            • ]ค่าเวรแพทย์ / พาร์ทไทม์
            • ]ค่าโฆษณาออนไลน์
            • ]ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ–ไฟ เงินเดือนพนักงาน

            นักบัญชีจะเข้ามาช่วยตรวจ:
            • เอกสารครบถ้วนและถูกต้องตามหมวดบัญชี
            • ต้นทุนยาและค่าใช้จ่ายหลักไม่สูงผิดปกติ
            • ไม่มีรายการบันทึกเข้าผิดหมวด
            อ่าน รายรับ–รายจ่ายสำคัญของธุรกิจสัตวแพทย์คลิกที่นี่


            รับทำบัญชีโรงพยาบาลสัตว์

            งานบัญชี รายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
            • ตรวจสอบเอกสาร
            • ตรวจความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ (ตรวจ ผ่าตัด ฝากเลี้ยง ค่ายา ฯลฯ)
            • ตรวจสต็อกยาและวัสดุสิ้นเปลืองจากรายงานพนักงาน
            • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
            • สรุปรายงานต้นทุนยาและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
            • ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย
            • ยื่น VAT (ถ้าคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)

            งานบัญชี รายปี / ปิดงบการเงิน
            • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
            • ตรวจรายการทรัพย์สินเครื่องมือแพทย์ที่พนักงานแจ้งมา
            • ตรวจสต็อกยาและวัสดุปลายปี เพื่อให้ยอดตรงกับระบบบัญชี
            • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
            • วิเคราะห์ต้นทุนยาที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

            ทำไมต้องใช้นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับคลินิกสัตวแพทย์
            การทำบัญชีในธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกสัตวแพทย์ไม่ได้เหมือนธุรกิจทั่วไป เพราะมี ต้นทุนและรายรับเฉพาะทาง เช่น ค่ายา ค่าบริการแพทย์ ค่าเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จะช่วยให้ระบบบัญชีแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยให้บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

            ทำความเข้าใจปัญหาที่พบบ่อย หากไม่จ้างสำนักงานบัญชีเต็มๆ ได้ที่นี่


            ข้อดีของการทำบัญชีกับนรินทร์ทอง

            1. ตรวจสอบและวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ของแต่ละบริการให้ถูกต้อง
            2. จัดทำงบการเงินและรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
            3. ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
            4. ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถบริหารธุรกิจได้อย่าง มืออาชีพและมั่นคง

            การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกสัตวแพทย์ บริหารต้นทุนได้แม่นยำ กำไรเพิ่ม และระบบบัญชีถูกต้อง
            เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น
            • ยื่นภาษีอากรทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
            • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
            • งานทางด้านการเงิน ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
            • รับทำบัญชี สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร

            สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
            Facebook : NarinthongOfficial
            E-mail : narinthong.ac@gmail.com
            Line : @Narinthong
            Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339[/list][/list]

            28
              รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจโครงสร้างรายรับ–รายจ่ายของคลินิกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ช่วยลดความผิดพลาด และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
              สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก
              รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
              นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์
              บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่
              รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท
              บริการ รับทำบัญชี คลินิก เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท โดยสำนักงานบัญชีจะดูแลงานสำคัญ เช่น
              • ตรวจสอบเอกสาร
              • สรุปยอดรายรับ–รายจ่ายของคลินิก
              • จัดทำงบการเงินประจำปี
              • จัดทำแบบ ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51
              • ยื่นงบการเงินกับ DBD
              • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารช่วยบริหารภาษี และ บันทึกค่าใช้จ่ายทั้งปี
              การมี นักบัญชีเฉพาะทาง ดีต่อธุรกิจยังไงอ่านเพิ่มเติมคลิก
              รับทำบัญชีคลินิกความงาม
              งานบัญชีรายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
              • ตรวจสอบเอกสารและความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ เช่น หัตถการ/บริการความงาม, สินค้าสกินแคร์
              • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
              • สรุปรายงานต้นทุนวัสดุและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
              • ยื่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
              • ยื่น VAT (หากคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)
              งานบัญชีรายปี / ปิดงบการเงิน
              • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
              • ตรวจรายการ อุปกรณ์และเครื่องมือทางความงาม ที่พนักงานแจ้งมา
              • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
              • วิเคราะห์ต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง
              สนใจจ้าง นรินทร์ทอง รับทำบัญชีคลินิกความงาม อ่านต่อที่นี่
              ทำไมต้องใช้นักบัญชี รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม
              ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีนักบัญชีเฉพาะทาง
              • ต้นทุนวัสดุสูงผิดปกติ
              • ค่าเวรแพทย์/พาร์ทไทม์ไม่ตรงยอดจริง
              • เอกสารซื้อไม่ถูกต้อง
              • งบการเงินไม่สอดคล้องกับยอดรายรับจริง
              ข้อดีของการทำบัญชีกับ Narinthong
              • ตรวจสอบและวิเคราะห์ รายรับ–รายจ่ายของแต่ละบริการ ให้ถูกต้อง
              • จัดทำ งบการเงิน และรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
              • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทาง ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
              • ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถ บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพและมั่นคง
              การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกความงาม บริหารต้นทุนได้แม่นยำ เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น ยื่นภาษีอากร[/li][/list] ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
              • รับจดทะเบียนบริษัท
              เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
              • งานทางด้านการเงิน
              ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
              • รับทำบัญชี
              สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่… Facebook : NarinthongOfficial E-mail : narinthong.ac@gmail.com Line : @Narinthong Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

              ที่มา >> http://smbwheel.com/webboard/index.php?action=post;msg=1706173;topic=1247317.0;sesc=df18682ebba2ab4b0ac2f086f66ec878

              29

                รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจโครงสร้างรายรับ–รายจ่ายของคลินิกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ช่วยลดความผิดพลาด และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


                สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก


                รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท


                นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท
                หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์


                บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

                รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท


                บริการ รับทำบัญชี คลินิก เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท โดยสำนักงานบัญชีจะดูแลงานสำคัญ เช่น
                • ตรวจสอบเอกสาร
                • สรุปยอดรายรับ–รายจ่ายของคลินิก
                • จัดทำงบการเงินประจำปี
                • จัดทำแบบ ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51
                • ยื่นงบการเงินกับ DBD
                • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารช่วยบริหารภาษี และ บันทึกค่าใช้จ่ายทั้งปี

                การมี นักบัญชีเฉพาะทาง ดีต่อธุรกิจยังไงอ่านเพิ่มเติมคลิก





                รับทำบัญชีคลินิกความงาม


                งานบัญชีรายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
                • ตรวจสอบเอกสารและความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ เช่น หัตถการ/บริการความงาม, สินค้าสกินแคร์
                • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
                • สรุปรายงานต้นทุนวัสดุและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
                • ยื่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
                • ยื่น VAT (หากคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)
                งานบัญชีรายปี / ปิดงบการเงิน
                • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
                • ตรวจรายการ อุปกรณ์และเครื่องมือทางความงาม ที่พนักงานแจ้งมา
                • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
                • วิเคราะห์ต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

                สนใจจ้าง นรินทร์ทอง รับทำบัญชีคลินิกความงาม อ่านต่อที่นี่




                ทำไมต้องใช้นักบัญชี รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม

                ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีนักบัญชีเฉพาะทาง
                • ต้นทุนวัสดุสูงผิดปกติ
                • ค่าเวรแพทย์/พาร์ทไทม์ไม่ตรงยอดจริง
                • เอกสารซื้อไม่ถูกต้อง
                • งบการเงินไม่สอดคล้องกับยอดรายรับจริง
                ข้อดีของการทำบัญชีกับ Narinthong
                • ตรวจสอบและวิเคราะห์ รายรับ–รายจ่ายของแต่ละบริการ ให้ถูกต้อง
                • จัดทำ งบการเงิน และรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
                • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทาง ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
                • ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถ บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพและมั่นคง

                การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกความงาม บริหารต้นทุนได้แม่นยำ เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น
                ยื่นภาษีอากร[/li][/list]
                ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                • รับจดทะเบียนบริษัท
                เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
                • งานทางด้านการเงิน
                ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
                • รับทำบัญชี
                สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร
                สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                Facebook : NarinthongOfficial
                E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                Line : @Narinthong
                Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                30

                  รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจโครงสร้างรายรับ–รายจ่ายของคลินิกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ช่วยลดความผิดพลาด และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


                  สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก


                  รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท


                  นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท
                  หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์


                  บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

                  รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท


                  บริการ รับทำบัญชี คลินิก เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท โดยสำนักงานบัญชีจะดูแลงานสำคัญ เช่น
                  • ตรวจสอบเอกสาร
                  • สรุปยอดรายรับ–รายจ่ายของคลินิก
                  • จัดทำงบการเงินประจำปี
                  • จัดทำแบบ ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51
                  • ยื่นงบการเงินกับ DBD
                  • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารช่วยบริหารภาษี และ บันทึกค่าใช้จ่ายทั้งปี

                  การมี นักบัญชีเฉพาะทาง ดีต่อธุรกิจยังไงอ่านเพิ่มเติมคลิก





                  รับทำบัญชีคลินิกความงาม


                  งานบัญชีรายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
                  • ตรวจสอบเอกสารและความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ เช่น หัตถการ/บริการความงาม, สินค้าสกินแคร์
                  • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
                  • สรุปรายงานต้นทุนวัสดุและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
                  • ยื่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
                  • ยื่น VAT (หากคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)
                  งานบัญชีรายปี / ปิดงบการเงิน
                  • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
                  • ตรวจรายการ อุปกรณ์และเครื่องมือทางความงาม ที่พนักงานแจ้งมา
                  • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
                  • วิเคราะห์ต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

                  สนใจจ้าง นรินทร์ทอง รับทำบัญชีคลินิกความงาม อ่านต่อที่นี่




                  ทำไมต้องใช้นักบัญชี รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม

                  ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีนักบัญชีเฉพาะทาง
                  • ต้นทุนวัสดุสูงผิดปกติ
                  • ค่าเวรแพทย์/พาร์ทไทม์ไม่ตรงยอดจริง
                  • เอกสารซื้อไม่ถูกต้อง
                  • งบการเงินไม่สอดคล้องกับยอดรายรับจริง
                  ข้อดีของการทำบัญชีกับ Narinthong
                  • ตรวจสอบและวิเคราะห์ รายรับ–รายจ่ายของแต่ละบริการ ให้ถูกต้อง
                  • จัดทำ งบการเงิน และรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
                  • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทาง ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
                  • ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถ บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพและมั่นคง

                  การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกความงาม บริหารต้นทุนได้แม่นยำ เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น
                  ยื่นภาษีอากร[/li][/list]
                  ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                  • รับจดทะเบียนบริษัท
                  เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
                  • งานทางด้านการเงิน
                  ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
                  • รับทำบัญชี
                  สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร
                  สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                  Facebook : NarinthongOfficial
                  E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                  Line : @Narinthong
                  Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                  31

                    รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจโครงสร้างรายรับ–รายจ่ายของคลินิกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ช่วยลดความผิดพลาด และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


                    สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก


                    รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท


                    นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท
                    หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์


                    บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

                    รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท


                    บริการ รับทำบัญชี คลินิก เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท โดยสำนักงานบัญชีจะดูแลงานสำคัญ เช่น
                    • ตรวจสอบเอกสาร
                    • สรุปยอดรายรับ–รายจ่ายของคลินิก
                    • จัดทำงบการเงินประจำปี
                    • จัดทำแบบ ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51
                    • ยื่นงบการเงินกับ DBD
                    • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารช่วยบริหารภาษี และ บันทึกค่าใช้จ่ายทั้งปี

                    การมี นักบัญชีเฉพาะทาง ดีต่อธุรกิจยังไงอ่านเพิ่มเติมคลิก





                    รับทำบัญชีคลินิกความงาม


                    งานบัญชีรายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
                    • ตรวจสอบเอกสารและความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ เช่น หัตถการ/บริการความงาม, สินค้าสกินแคร์
                    • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
                    • สรุปรายงานต้นทุนวัสดุและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
                    • ยื่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
                    • ยื่น VAT (หากคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)
                    งานบัญชีรายปี / ปิดงบการเงิน
                    • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
                    • ตรวจรายการ อุปกรณ์และเครื่องมือทางความงาม ที่พนักงานแจ้งมา
                    • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
                    • วิเคราะห์ต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

                    สนใจจ้าง นรินทร์ทอง รับทำบัญชีคลินิกความงาม อ่านต่อที่นี่




                    ทำไมต้องใช้นักบัญชี รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม

                    ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีนักบัญชีเฉพาะทาง
                    • ต้นทุนวัสดุสูงผิดปกติ
                    • ค่าเวรแพทย์/พาร์ทไทม์ไม่ตรงยอดจริง
                    • เอกสารซื้อไม่ถูกต้อง
                    • งบการเงินไม่สอดคล้องกับยอดรายรับจริง
                    ข้อดีของการทำบัญชีกับ Narinthong
                    • ตรวจสอบและวิเคราะห์ รายรับ–รายจ่ายของแต่ละบริการ ให้ถูกต้อง
                    • จัดทำ งบการเงิน และรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
                    • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทาง ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
                    • ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถ บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพและมั่นคง

                    การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกความงาม บริหารต้นทุนได้แม่นยำ เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น
                    ยื่นภาษีอากร[/li][/list]
                    ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                    • รับจดทะเบียนบริษัท
                    เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
                    • งานทางด้านการเงิน
                    ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
                    • รับทำบัญชี
                    สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร
                    สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                    Facebook : NarinthongOfficial
                    E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                    Line : @Narinthong
                    Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                    32

                      รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจโครงสร้างรายรับ–รายจ่ายของคลินิกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าแพทย์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ช่วยลดความผิดพลาด และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


                      สนใจอยากคลินิกเสริมความงาม นรินทร์ทอง รับทำบัญชีและภาษีอ่านเพิ่มเติมคลิก


                      รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท


                      นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท
                      หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์


                      บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

                      รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท


                      บริการ รับทำบัญชี คลินิก เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท โดยสำนักงานบัญชีจะดูแลงานสำคัญ เช่น
                      • ตรวจสอบเอกสาร
                      • สรุปยอดรายรับ–รายจ่ายของคลินิก
                      • จัดทำงบการเงินประจำปี
                      • จัดทำแบบ ภ.ง.ด.50 / ภ.ง.ด.51
                      • ยื่นงบการเงินกับ DBD
                      • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารช่วยบริหารภาษี และ บันทึกค่าใช้จ่ายทั้งปี

                      การมี นักบัญชีเฉพาะทาง ดีต่อธุรกิจยังไงอ่านเพิ่มเติมคลิก





                      รับทำบัญชีคลินิกความงาม


                      งานบัญชีรายเดือน (ตรวจสอบหลังพนักงานบันทึก)
                      • ตรวจสอบเอกสารและความครบถ้วนของรายรับ แยกตามประเภทบริการ เช่น หัตถการ/บริการความงาม, สินค้าสกินแคร์
                      • ตรวจบันทึกค่าเวรแพทย์ / ค่าแรงพาร์ทไทม์
                      • สรุปรายงานต้นทุนวัสดุและรายรับต่อบริการ เพื่อประเมินกำไรแต่ละเคส
                      • ยื่น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
                      • ยื่น VAT (หากคลินิกจดภาษีมูลค่าเพิ่ม)
                      งานบัญชีรายปี / ปิดงบการเงิน
                      • ปิดงบการเงินประจำปี เพื่อสรุปผลประกอบการทั้งปี
                      • ตรวจรายการ อุปกรณ์และเครื่องมือทางความงาม ที่พนักงานแจ้งมา
                      • ยื่นภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีตามกฎหมาย
                      • วิเคราะห์ต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายที่ผิดปกติ หรือรายการที่มีความเสี่ยงสูง

                      สนใจจ้าง นรินทร์ทอง รับทำบัญชีคลินิกความงาม อ่านต่อที่นี่




                      ทำไมต้องใช้นักบัญชี รับทำบัญชีคลินิกเสริมความงาม

                      ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อไม่มีนักบัญชีเฉพาะทาง
                      • ต้นทุนวัสดุสูงผิดปกติ
                      • ค่าเวรแพทย์/พาร์ทไทม์ไม่ตรงยอดจริง
                      • เอกสารซื้อไม่ถูกต้อง
                      • งบการเงินไม่สอดคล้องกับยอดรายรับจริง
                      ข้อดีของการทำบัญชีกับ Narinthong
                      • ตรวจสอบและวิเคราะห์ รายรับ–รายจ่ายของแต่ละบริการ ให้ถูกต้อง
                      • จัดทำ งบการเงิน และรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
                      • ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดทาง ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นภาษีที่ไม่ถูกต้อง
                      • ช่วยให้เจ้าของคลินิกสามารถ บริหารธุรกิจได้อย่างมืออาชีพและมั่นคง

                      การใช้ นักบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้คลินิกความงาม บริหารต้นทุนได้แม่นยำ เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการปิดงบที่ซับซ้อน แต่ยังมีบริการให้คุณเลือกใช้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น
                      ยื่นภาษีอากร[/li][/list]
                      ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                      • รับจดทะเบียนบริษัท
                      เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
                      • งานทางด้านการเงิน
                      ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
                      • รับทำบัญชี
                      สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร
                      สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                      Facebook : NarinthongOfficial
                      E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                      Line : @Narinthong
                      Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                      33

                      การเพิ่มทุนจดทะเบียน เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หลายคนอาจสงสัยว่า เพิ่มทุนจดทะเบียนราคา เท่าไหร่? ต้องเตรียมอะไรบ้าง? บทความนี้จะช่วยสรุปข้อมูลทั้งหมดแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำบริการจากนรินทร์ทองสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มทุนอย่างถูกต้อง

                      อยากเพิ่มทุนจดทะเบียนแต่ไม่รู้ราคาเท่าไหร่ สนใจจ้างสำนักงานบัญชีคลิกที่นี่


                      เพิ่มทุนจดทะเบียนราคา กับนรินทร์ทอง (เหมาจบ 5,500 บาท)


                      นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท
                      หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์


                      บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

                      รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท


                      • เช็กรายละเอียดผู้ถือหุ้นเดิม และ ผู้ถือหุ้นใหม่

                      • จัดเตรียมเอกสารเพิ่มทุนครบชุด
                      • จัดทำเอกสารบัญชีผู้ถือหุ้น ฉบับใหม่

                      • ตรวจสอบความถูกต้องของยอดทุนที่เพิ่มขึ้น
                      • ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
                      • ยื่นแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับใหม่

                      • ประสานงานเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบ

                      ขั้นตอนให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน
                      1) ตรวจสอบข้อมูลบริษัท
                      • เช็กทุนปัจจุบัน / จำนวนหุ้น / มูลค่าหุ้น
                        • ตรวจเงื่อนไขสำคัญ เช่น ทุนรวมเกิน 5 ล้านต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม
                          2) นัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติพิเศษ (Special Resolution)
                          • บริษัทต้องมีมติผู้ถือหุ้นเห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
                          • เราช่วยจัดทำ และ แนะนำเอกสาร
                          3) จัดเตรียมเอกสารประกอบการจดทะเบียน
                          เราจัดทำทุกชุดเอกสารที่ DBD กำหนด เช่น
                          • แบบแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ (ข้อ 5 เรื่องทุน)
                          • รายการผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้น (ถ้ามี)
                          • หนังสือรับรองการรับชำระค่าหุ้น
                          • เอกสารประกอบกรณีทุนเกิน 5 ล้าน (ถ้าต้องใช้)

                          4) เแนะนำเอกสารหลักฐานกรณีทุนเกิน 5 ล้านบาท
                          • ลูกค้าส่งหลักฐานการชำระค่าหุ้น (หนังสือรับรองของธนาคาร) ให้กับสำนักงานบัญชีเป็นผู้ดำเนินการ

                          • เราตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปยื่นกับ DBD
                          5) เราดำเนินการยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD
                          • ยื่นผ่านระบบ e-Registration หรือยื่นที่สำนักงาน (แล้วแต่กรณี)
                          • ดูแลทุกขั้นตอนจน DBD ตรวจสอบและอนุมัติ

                          6) รอรับผลจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
                          • ลูกค้าจะได้รับ
                          - หนังสือรับรองฉบับใหม่
                          - เอกสารการแก้ไขข้อ 5
                          - บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)


                          เพิ่มทุนจดทะเบียนกับเรานรินทร์ทองดีอย่างไร


                          1.ทีมบัญชี–กฎหมายเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
                          2.ดำเนินงานรวดเร็ว ครบทุกขั้นตอน
                          3.ราคาชัดเจน โปร่งใสตั้งแต่แรก
                          4.แนะนำและปรับปรุงข้อมูลหลัง เพิ่มทุนจดทะเบียน
                          ให้คำปรึกษาด้านบัญชี พร้อมช่วยปรับปรุงและอัปเดตข้อมูลสำคัญที่จำเป็นหลังการจดทะเบียนเพิ่มทุน

                          สนใจ เพิ่มทุนจดทะเบียน กับนรินทร์ทองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

                          การใช้บริการนักบัญชีและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสำหรับการ เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็นการลงทุนเพื่อให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้อง สร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า นักลงทุน และหน่วยงานรัฐ
                          เราไม่เพียงแค่ช่วยจัดทำเอกสารและยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนเท่านั้น แต่ยังมีบริการเสริมหลากหลายเพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น
                          • ยื่นภาษีอากร
                            ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท
                            เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
                          • งานทางด้านการเงิน
                            ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
                          • รับทำบัญชี
                            สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร
                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339



                      34

                      การเพิ่มทุนจดทะเบียน เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หลายคนอาจสงสัยว่า เพิ่มทุนจดทะเบียนราคา เท่าไหร่? ต้องเตรียมอะไรบ้าง? บทความนี้จะช่วยสรุปข้อมูลทั้งหมดแบบเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำบริการจากนรินทร์ทองสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มทุนอย่างถูกต้อง

                      อยากเพิ่มทุนจดทะเบียนแต่ไม่รู้ราคาเท่าไหร่ สนใจจ้างสำนักงานบัญชีคลิกที่นี่


                      เพิ่มทุนจดทะเบียนราคา กับนรินทร์ทอง (เหมาจบ 5,500 บาท)


                      นรินทร์ทองให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน พร้อมแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นแบบ ราคาเหมาจบ 5,500 บาท ครอบคลุมทั้งกรณี เพิ่มทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และ เพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท
                      หมายเหตุ: ค่าบริการไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ และค่าประกาศหนังสือพิมพ์


                      บริการนี้เหมาะกับบริษัทรูปแบบไหน?คลิกอ่านเต็มๆ ที่นี่

                      รายละเอียดบริการที่รวมอยู่ในค่าบริการ 5,500 บาท


                      • เช็กรายละเอียดผู้ถือหุ้นเดิม และ ผู้ถือหุ้นใหม่

                      • จัดเตรียมเอกสารเพิ่มทุนครบชุด
                      • จัดทำเอกสารบัญชีผู้ถือหุ้น ฉบับใหม่

                      • ตรวจสอบความถูกต้องของยอดทุนที่เพิ่มขึ้น
                      • ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
                      • ยื่นแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับใหม่

                      • ประสานงานเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบ

                      ขั้นตอนให้บริการเพิ่มทุนจดทะเบียน
                      1) ตรวจสอบข้อมูลบริษัท
                      • เช็กทุนปัจจุบัน / จำนวนหุ้น / มูลค่าหุ้น
                        • ตรวจเงื่อนไขสำคัญ เช่น ทุนรวมเกิน 5 ล้านต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม
                          2) นัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติพิเศษ (Special Resolution)
                          • บริษัทต้องมีมติผู้ถือหุ้นเห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4
                          • เราช่วยจัดทำ และ แนะนำเอกสาร
                          3) จัดเตรียมเอกสารประกอบการจดทะเบียน
                          เราจัดทำทุกชุดเอกสารที่ DBD กำหนด เช่น
                          • แบบแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ (ข้อ 5 เรื่องทุน)
                          • รายการผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้น (ถ้ามี)
                          • หนังสือรับรองการรับชำระค่าหุ้น
                          • เอกสารประกอบกรณีทุนเกิน 5 ล้าน (ถ้าต้องใช้)

                          4) เแนะนำเอกสารหลักฐานกรณีทุนเกิน 5 ล้านบาท
                          • ลูกค้าส่งหลักฐานการชำระค่าหุ้น (หนังสือรับรองของธนาคาร) ให้กับสำนักงานบัญชีเป็นผู้ดำเนินการ

                          • เราตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปยื่นกับ DBD
                          5) เราดำเนินการยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD
                          • ยื่นผ่านระบบ e-Registration หรือยื่นที่สำนักงาน (แล้วแต่กรณี)
                          • ดูแลทุกขั้นตอนจน DBD ตรวจสอบและอนุมัติ

                          6) รอรับผลจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
                          • ลูกค้าจะได้รับ
                          - หนังสือรับรองฉบับใหม่
                          - เอกสารการแก้ไขข้อ 5
                          - บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)


                          เพิ่มทุนจดทะเบียนกับเรานรินทร์ทองดีอย่างไร


                          1.ทีมบัญชี–กฎหมายเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
                          2.ดำเนินงานรวดเร็ว ครบทุกขั้นตอน
                          3.ราคาชัดเจน โปร่งใสตั้งแต่แรก
                          4.แนะนำและปรับปรุงข้อมูลหลัง เพิ่มทุนจดทะเบียน
                          ให้คำปรึกษาด้านบัญชี พร้อมช่วยปรับปรุงและอัปเดตข้อมูลสำคัญที่จำเป็นหลังการจดทะเบียนเพิ่มทุน

                          สนใจ เพิ่มทุนจดทะเบียน กับนรินทร์ทองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

                          การใช้บริการนักบัญชีและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสำหรับการ เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็นการลงทุนเพื่อให้ธุรกิจของคุณดำเนินงานอย่างถูกต้อง สร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า นักลงทุน และหน่วยงานรัฐ
                          เราไม่เพียงแค่ช่วยจัดทำเอกสารและยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนเท่านั้น แต่ยังมีบริการเสริมหลากหลายเพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เช่น
                          • ยื่นภาษีอากร
                            ทางเราสามารถยื่นภาษีให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร พร้อมรับจัดทำรายงานและให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท
                            เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการจดทะเบียน
                          • งานทางด้านการเงิน
                            ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับยื่นแบบเงินเดือนและประกันสังคมของพนักงาน
                          • รับทำบัญชี
                            สำหรับใครที่รู้สึกว่าการทำบัญชีเป็นเรื่องยุ่งยากหรือเกิดข้อผิดพลาดบ่อย ๆ ทางเราพร้อมดูแลคุณให้ครบวงจร
                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                      35

                        การเปิดบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่แค่การสร้างรายได้หรือบริหารต้นทุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้วย วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาไขข้อสงสัยว่า สรุปแล้ว ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม? พร้อมเผยรายละเอียดบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตาม รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกัน
                        ไม่อยากมีปัญหาหลังประกอบธุรกิจมาทางนี้! คลิกอ่าน ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม เต็มๆ ได้ที่นี่


                        ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม?


                        เจ้าของธุรกิจบางคนอาจไม่เคยรู้เรื่องการยื่นงบการเงินมาก่อน อาจเกิดข้อสงสัยว่า ไม่ส่งงบการเงินเสี่ยงติดคุกไหม? นรินทร์ทอง อาจต้องบอกว่า การไม่ส่งงบการเงิน มีบทลงโทษหลักจะเป็นค่าปรับ หากมีการเพิกเฉย ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งหนังสือแจ้งขอกล่าวหา และคำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาล
                        ทำความเข้าใจวิธีการยื่นงบการเงิน คลิกอ่านรายละเอียดที่นี่

                        ไม่ส่งงบการเงิน มีบทลงโทษ
                        อย่างไร



                        1. กรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน
                        • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน : 2,000 บาท
                        • บริษัทจำกัด : 2,000 บาท
                        • กิจการร่วมค้า : 2,000 บาท
                        • นิติบุคคลต่างประเทศ : 4,000 บาท
                        • บริษัทมหาชนจำกัด : 4,000 บาท
                        2. กรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน
                        • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน : 8,000 บาท
                        • บริษัทจำกัด : 8,000 บาท
                        • กิจการร่วมค้า : 24,000 บาท
                        • นิติบุคคลต่างประเทศ : 48,000 บาท
                        • บริษัทมหาชนจำกัด : 48,000 บาท
                        3. กรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลย
                        • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน : 12,000 บาท
                        [/list]
                        • บริษัทจำกัด : 12,000 บาท
                        • กิจการร่วมค้า : 36,000 บาท
                        • นิติบุคคลต่างประเทศ : 72,000 บาท
                        • บริษัทมหาชนจำกัด : 72,000 บาท
                        ตัวอย่างการคำนวณ

                        ตัวอย่างเช่น: บริษัท A จำกัด มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และมีภาษีที่ต้องชำระ (Tax Due) จำนวน 50,000 บาท แต่บริษัทไม่ยื่นงบการเงินและ ภ.ง.ด. 50 เลย จนกระทั่งนำส่งเอกสารทั้งหมดในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568
                        • บทลงโทษจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) – เนื่องจากล่าช้าเกิน 3 เดือน แต่ยังนำส่งเองก่อนมีหมายเรียก จึงใช้อัตราเปรียบเทียบปรับฐาน
                        - ค่าปรับนิติบุคคล: 2,000 บาท
                        - ค่าปรับกรรมการ: 2,000 บาท
                        - รวมค่าปรับ DBD: 4,000 บาท
                        • หากคิดค่าปรับอาญา (ปรับแบบ ภ.ง.ด. 50)

                        - เนื่องจากล่าช้าเกิน 7 วัน นับจาก 30 พ.ค. 68
                        - ค่าปรับ: 2,000 บาท
                        • ค่าปรับงบการเงิน (ไม่แนบ/ยื่นงบฯ ล่าช้า)
                        - ค่าปรับ: 2,000 บาท
                        - รวมค่าปรับอาญาจากสรรพากร: 4,000 บาท
                        • เงินเพิ่ม (Surcharge)
                        - ภาษีที่ต้องชำระ: 50,000 บาท
                        - ระยะเวลาล่าช้า (เริ่ม 31 พ.ค. 68 ถึง 10 พ.ย. 68):  5 เดือนเต็ม + เศษเดือน (พ.ย.) = 6 เดือน
                        - อัตรา: 1.5% ต่อเดือน
                        - เงินเพิ่ม: 50,000 x 1.5% x 6 เดือน = 4,500 บาท
                        • สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ไม่รวมค่าทำบัญชี) อยู่ที่  62,500 บาท


                        ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าทำบัญชีย้อนหลัง และค่าสอบบัญชีที่จะต้องจ่ายเพิ่มเติมด้วย

                        มีอายุความกี่ปี


                        ไม่ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 (แก้ไขล่าสุด) มีการกำหนดไว้ว่า ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา การยื่นงบการเงินล่าช้าหรือยื่นงบเกินกำหนดเวลา จะมีอายุความ 2 ปี แต่บทลงโทษและภาระผูกพันอื่นๆ ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็น
                        • ภาระภาษีและเงินเพิ่ม (กรมสรรพากร)
                          เนื่องจากอายุความ 1-2 ปี ไม่ได้ครอบคลุมถึงภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับการยื่น ภ.ง.ด. 50 ล่าช้า
                        • สถานะบริษัทร้าง เสี่ยงถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน – หากบริษัทไม่ยื่นงบการเงิน อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน และเปลี่ยนสถานะเป็น “บริษัทร้าง” ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากอย่างมาก ในการฟื้นคืนสถานะหรือดำเนินการชำระบัญชีในภายหลัง

                        ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับกิจการ

                        การไม่ยื่นงบการเงิน มีความเสี่ยงต่อธุรกิจในหลายๆ ด้าน แต่ถึงแม้ว่าการละเลยไม่ยื่นงบการเงินเป็นเวลานาน จะไม่มีความผิดทางอาญาในส่วนของการจำคุก  แต่อาจเสียค่าปรับ และหากไม่ดำเนินการตามหมายเรียก อาจถูกนำส่งอัยการเพื่อดำเนินการทางกฎหมายและอาจถูกออกหมายจับ
                        ศึกษาขั้นตอนการยื่นงบการเงิน เพื่อป้องกันการถูกดำเนินทางกฎหมายคลิกที่นี่

                        นรินทร์ทองมีคำตอบ ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม? ไขความเสี่ยงที่กรรมการนิติบุคคลต้องรู้!
                        การปิดงบย้อนหลังให้ถูกต้องตามกฎหมายและทันที จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน แต่เรายังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                        • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                        • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                        • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                        • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                        สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                        Facebook : NarinthongOfficial
                        E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                        Line : @Narinthong
                        Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                        36

                          การเปิดบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่แค่การสร้างรายได้หรือบริหารต้นทุนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้วย วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาไขข้อสงสัยว่า สรุปแล้ว ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม? พร้อมเผยรายละเอียดบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตาม รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกัน
                          ไม่อยากมีปัญหาหลังประกอบธุรกิจมาทางนี้! คลิกอ่าน ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม เต็มๆ ได้ที่นี่


                          ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม?


                          เจ้าของธุรกิจบางคนอาจไม่เคยรู้เรื่องการยื่นงบการเงินมาก่อน อาจเกิดข้อสงสัยว่า ไม่ส่งงบการเงินเสี่ยงติดคุกไหม? นรินทร์ทอง อาจต้องบอกว่า การไม่ส่งงบการเงิน มีบทลงโทษหลักจะเป็นค่าปรับ หากมีการเพิกเฉย ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งหนังสือแจ้งขอกล่าวหา และคำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาล
                          ทำความเข้าใจวิธีการยื่นงบการเงิน คลิกอ่านรายละเอียดที่นี่

                          ไม่ส่งงบการเงิน มีบทลงโทษ
                          อย่างไร



                          1. กรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน
                          • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน : 2,000 บาท
                          • บริษัทจำกัด : 2,000 บาท
                          • กิจการร่วมค้า : 2,000 บาท
                          • นิติบุคคลต่างประเทศ : 4,000 บาท
                          • บริษัทมหาชนจำกัด : 4,000 บาท
                          2. กรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน
                          • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน : 8,000 บาท
                          • บริษัทจำกัด : 8,000 บาท
                          • กิจการร่วมค้า : 24,000 บาท
                          • นิติบุคคลต่างประเทศ : 48,000 บาท
                          • บริษัทมหาชนจำกัด : 48,000 บาท
                          3. กรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือน หรือไม่ยื่นเลย
                          • ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน : 12,000 บาท
                          [/list]
                          • บริษัทจำกัด : 12,000 บาท
                          • กิจการร่วมค้า : 36,000 บาท
                          • นิติบุคคลต่างประเทศ : 72,000 บาท
                          • บริษัทมหาชนจำกัด : 72,000 บาท
                          ตัวอย่างการคำนวณ

                          ตัวอย่างเช่น: บริษัท A จำกัด มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และมีภาษีที่ต้องชำระ (Tax Due) จำนวน 50,000 บาท แต่บริษัทไม่ยื่นงบการเงินและ ภ.ง.ด. 50 เลย จนกระทั่งนำส่งเอกสารทั้งหมดในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568
                          • บทลงโทษจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) – เนื่องจากล่าช้าเกิน 3 เดือน แต่ยังนำส่งเองก่อนมีหมายเรียก จึงใช้อัตราเปรียบเทียบปรับฐาน
                          - ค่าปรับนิติบุคคล: 2,000 บาท
                          - ค่าปรับกรรมการ: 2,000 บาท
                          - รวมค่าปรับ DBD: 4,000 บาท
                          • หากคิดค่าปรับอาญา (ปรับแบบ ภ.ง.ด. 50)

                          - เนื่องจากล่าช้าเกิน 7 วัน นับจาก 30 พ.ค. 68
                          - ค่าปรับ: 2,000 บาท
                          • ค่าปรับงบการเงิน (ไม่แนบ/ยื่นงบฯ ล่าช้า)
                          - ค่าปรับ: 2,000 บาท
                          - รวมค่าปรับอาญาจากสรรพากร: 4,000 บาท
                          • เงินเพิ่ม (Surcharge)
                          - ภาษีที่ต้องชำระ: 50,000 บาท
                          - ระยะเวลาล่าช้า (เริ่ม 31 พ.ค. 68 ถึง 10 พ.ย. 68):  5 เดือนเต็ม + เศษเดือน (พ.ย.) = 6 เดือน
                          - อัตรา: 1.5% ต่อเดือน
                          - เงินเพิ่ม: 50,000 x 1.5% x 6 เดือน = 4,500 บาท
                          • สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ไม่รวมค่าทำบัญชี) อยู่ที่  62,500 บาท


                          ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าทำบัญชีย้อนหลัง และค่าสอบบัญชีที่จะต้องจ่ายเพิ่มเติมด้วย

                          มีอายุความกี่ปี


                          ไม่ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 (แก้ไขล่าสุด) มีการกำหนดไว้ว่า ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา การยื่นงบการเงินล่าช้าหรือยื่นงบเกินกำหนดเวลา จะมีอายุความ 2 ปี แต่บทลงโทษและภาระผูกพันอื่นๆ ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็น
                          • ภาระภาษีและเงินเพิ่ม (กรมสรรพากร)
                            เนื่องจากอายุความ 1-2 ปี ไม่ได้ครอบคลุมถึงภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับการยื่น ภ.ง.ด. 50 ล่าช้า
                          • สถานะบริษัทร้าง เสี่ยงถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน – หากบริษัทไม่ยื่นงบการเงิน อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน และเปลี่ยนสถานะเป็น “บริษัทร้าง” ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากอย่างมาก ในการฟื้นคืนสถานะหรือดำเนินการชำระบัญชีในภายหลัง

                          ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับกิจการ

                          การไม่ยื่นงบการเงิน มีความเสี่ยงต่อธุรกิจในหลายๆ ด้าน แต่ถึงแม้ว่าการละเลยไม่ยื่นงบการเงินเป็นเวลานาน จะไม่มีความผิดทางอาญาในส่วนของการจำคุก  แต่อาจเสียค่าปรับ และหากไม่ดำเนินการตามหมายเรียก อาจถูกนำส่งอัยการเพื่อดำเนินการทางกฎหมายและอาจถูกออกหมายจับ
                          ศึกษาขั้นตอนการยื่นงบการเงิน เพื่อป้องกันการถูกดำเนินทางกฎหมายคลิกที่นี่

                          นรินทร์ทองมีคำตอบ ไม่ส่งงบการเงินติดคุกไหม? ไขความเสี่ยงที่กรรมการนิติบุคคลต้องรู้!
                          การปิดงบย้อนหลังให้ถูกต้องตามกฎหมายและทันที จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี เราพร้อมเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายให้ธุรกิจคุณ  เราไม่เพียงแค่ช่วย คำนวณและจัดการการปิดงบย้อนหลังที่ซับซ้อน แต่เรายังมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          37

                          การทำธุรกิจ นอกจากจะต้องศึกษาเรื่องบัญชี และ ภาษี การศึกษาเรื่องวิธีปิดงบการเงินย้อนหลัง ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ จำเป็นต้องศึกษาอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลักที่เกี่ยวกับ กฎหมาย วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์วิธีการ “ปิดงบย้อนหลัง” สำหรับธุรกิจทุกประเภท จะมีขั้นตอนการยื่นอย่างไรบ้าง? มาดูไปพร้อมกัน
                          อ่านรายละเอียด การปิดงบย้อนหลัง สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่คลิกที่นี่


                          ปิดงบย้อนหลัง คือ


                          1. การนำส่งงบการเงินล่าช้า (Late Filing) – หมายถึง การทำบัญชี จัดทำงบการเงิน และนำส่งเอกสารของรอบบัญชีที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่ได้เลยกำหนดเวลาตามกฎหมายไปแล้ว
                          • สาเหตุเกิดจาก: เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือภายใน 5-6 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี) และไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อ กรมสรรพากร ภายใน 150 วัน
                          • สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ประกอบการต้องรีบดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีสำหรับรอบปีที่ขาดหายไป พร้อมให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและยื่นส่งทันที
                          • ผลที่ตามมา: จะต้องเสียค่าปรับ และ เงินเพิ่ม จากทั้งสองหน่วยงาน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร) ซึ่งค่าปรับจะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้าและจำนวนปีที่ขาดหายไป
                          2. การปรับปรุงแก้ไขงบการเงินที่เคยยื่นไปแล้ว (Restatement) – หมายถึง การแก้ไขตัวเลขในงบการเงินของงวดบัญชีที่เคยเผยแพร่และนำส่งไปแล้ว
                          • สาเหตุเกิดจาก: มักเกิดจากการค้นพบ ข้อผิดพลาดที่เป็นสาระสำคัญ (เช่น การคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือผิดพลาด, การใช้นโยบายบัญชีที่ผิดพลาด, หรือการทุจริต) ในงบการเงินงวดก่อนหน้า
                          • สิ่งที่ต้องทำ: ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนหน้า (งบการเงินย้อนหลัง) เพื่อให้งบการเงินปัจจุบันและงบเปรียบเทียบแสดงผลที่ถูกต้องที่สุด และต้องแจ้งเหตุผลของการปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจน
                          อ่านเพิ่มเติม การปิดงบย้อนหลัง คืออะไรคลิกที่นี่



                          ปิดงบย้อนหลังต้องเตรียมตัวอย่างไร


                          1. ตรวจสอบและประเมินสถานะปัจจุบัน
                          • ตรวจสอบรอบบัญชีที่ขาดหาย: ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ยื่นงบการเงินและแบบภาษีปีใดบ้าง (เช่น ปี 2565, 2566) และรอบบัญชีเหล่านั้นสิ้นสุดเมื่อใด (ส่วนใหญ่ 31 ธันวาคม)
                          • ตรวจสอบค่าปรับ: ประเมินค่าปรับ และ เงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นจากการนำส่งงบล่าช้า ทั้งในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 30 ถ้ามี)
                          • ค้นหาเอกสารสำคัญ: รวบรวมงบการเงิน และ งบทดลองของปีก่อนหน้าที่ยื่นล่าสุด (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นยอดคงเหลือยกมาในการทำบัญชีปีถัดไป

                          2. รวบรวมเอกสารทั้งหมดของรอบบัญชีที่ขาดหาย
                          • ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนที่นักบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อทำการบันทึกบัญชีย้อนหลังตั้งแต่ต้น
                          - หมวดรายได้/การขาย: ใบกำกับภาษีขาย, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, สัญญาการขาย
                          - หมวดค่าใช้จ่าย/การซื้อ: ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับ (สำหรับค่าใช้จ่าย), สัญญาเช่า, เอกสารการซื้อทรัพย์สิน
                          - หมวดธนาคาร/การเงิน: Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ของทุกบัญชีธนาคารของบริษัทตลอดปีที่ขาดหาย, สลิปโอนเงิน (ถ้ามี)
                          - หมวดภาษี: ใบหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3, 53) ที่บริษัทออกให้ผู้รับเงิน, ใบรับรองการหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทได้รับ
                          - หมวดเงินเดือน: รายละเอียดการจ่ายเงินเดือนพนักงาน, แบบยื่น ภ.ง.ด. 1
                          - หมวดสินค้า/ทรัพย์สิน: รายงานสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี (ถ้ามี), ทะเบียนทรัพย์สิน


                          3. ติดต่อสำนักงานบัญชี/ผู้สอบบัญชี
                          • แต่งตั้งผู้ทำบัญชี: จ้าง สำนักงานบัญชี หรือ ผู้ทำบัญชี ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำบัญชีย้อนหลัง เพื่อให้นำเอกสารทั้งหมดไปบันทึกบัญชี ทำการปรับปรุงรายการ และจัดทำงบการเงิน
                          • ติดต่อผู้สอบบัญชี: เตรียมพร้อมที่จะว่าจ้าง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ให้เข้ามาตรวจสอบงบการเงินเหล่านั้น (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายบังคับสำหรับนิติบุคคล)
                          • วางแผนการนำส่ง: ประสานงานกับสำนักงานบัญชี เพื่อกำหนดแผนงานการยื่นงบการเงิน และแบบภาษีที่ค้างทั้งหมดให้ถูกต้องตามลำดับปี และจัดการชำระค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
                          ปิดงบย้อนหลัง มีขั้นตอนอย่างไร

                          1. ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อกรมสรรพากร
                          • ยื่นแบบ: สำนักงานบัญชีจะนำส่ง แบบ ภ.ง.ด. 50 ของแต่ละรอบปีที่ค้าง พร้อมแนบเอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
                          • ชำระภาษีและเงินเพิ่ม: หากงบการเงินแสดง กำไรสุทธิ ที่ต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการต้องชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบ และต้องชำระ เงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5% ต่อเดือน (ของยอดภาษีที่ต้องชำระ) นับตั้งแต่วันครบกำหนดจนถึงวันที่ยื่นจริง
                          • ชำระค่าปรับอาญา: ปกติปรับไม่เกิน 2,000 บาท (สำหรับ ภ.ง.ด. 50) โดยมีการแบ่งอัตราปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า (เช่น ยื่นเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท) หากไม่ยื่นงบการเงินพร้อมแบบ ภ.ง.ด. 50 ปรับอีกไม่เกิน 2,000 บาท (รวมกับค่าปรับยื่นแบบเป็นไม่เกิน 4,000 บาท)

                          2. นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
                          • นำส่งงบ: ยื่นงบการเงิน (แบบ ส.บช. 3) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5 สำหรับบริษัทจำกัด) ของแต่ละปีที่ค้างผ่านระบบ DBD e-Filing
                          • ชำระค่าปรับ (ค่าเปรียบเทียบปรับ)
                          - ค่าปรับนิติบุคคลและกรรมการ: นิติบุคคลและผู้มีอำนาจทำการแทน (กรรมการ/ผู้จัดการ) ต้องรับผิดชอบค่าปรับแยกกัน
                          - อัตราค่าปรับ: อัตราค่าปรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า (ยิ่งล่าช้านาน ยิ่งปรับสูง) และประเภทของนิติบุคคล ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 8,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือนขึ้นไป หรือไม่ยื่นงบการเงิน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 12,000 บาท
                          **โดยค่าปรับกรณีมิได้ยื่นงบการเงิน มีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นงบการเงิน**
                          - วิธีการชำระ: DBD จะแจ้งให้ชำระค่าปรับ โดยสามารถชำระที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่ง 1. หนังสือแจ้งขอกล่าวหา และ 2. คำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาลแพ่ง
                          มองหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านบัญชี และ กฎหมายคลิกที่นี่




                          นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ยินดีให้คำปรึกษา ปิดงบย้อนหลัง
                          สำหรับเรื่องการ ปิดงบย้อนหลัง ในเนื้อหาข้างต้นจากที่อ่านมาจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ทางกฎหมาย และ มาตรฐานบัญชี ซึ่งในขั้นตอนนี้มีสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดการเองได้ง่ายๆ นั่นคือ การรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชีที่ซับซ้อน และการเจรจาจัดการกับค่าปรับ ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และมีความรู้ด้านกฎหมายคอยให้คำปรึกษา ขอแนะนำ  นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          38

                          การทำธุรกิจ นอกจากจะต้องศึกษาเรื่องบัญชี และ ภาษี การศึกษาเรื่องวิธีปิดงบการเงินย้อนหลัง ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการมือใหม่ จำเป็นต้องศึกษาอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลักที่เกี่ยวกับ กฎหมาย วันนี้ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์วิธีการ “ปิดงบย้อนหลัง” สำหรับธุรกิจทุกประเภท จะมีขั้นตอนการยื่นอย่างไรบ้าง? มาดูไปพร้อมกัน
                          อ่านรายละเอียด การปิดงบย้อนหลัง สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่คลิกที่นี่


                          ปิดงบย้อนหลัง คือ


                          1. การนำส่งงบการเงินล่าช้า (Late Filing) – หมายถึง การทำบัญชี จัดทำงบการเงิน และนำส่งเอกสารของรอบบัญชีที่สิ้นสุดไปแล้ว แต่ได้เลยกำหนดเวลาตามกฎหมายไปแล้ว
                          • สาเหตุเกิดจาก: เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่ได้นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือภายใน 5-6 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี) และไม่ได้ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อ กรมสรรพากร ภายใน 150 วัน
                          • สิ่งที่ต้องทำ: ผู้ประกอบการต้องรีบดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีสำหรับรอบปีที่ขาดหายไป พร้อมให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและยื่นส่งทันที
                          • ผลที่ตามมา: จะต้องเสียค่าปรับ และ เงินเพิ่ม จากทั้งสองหน่วยงาน (กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร) ซึ่งค่าปรับจะสูงขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้าและจำนวนปีที่ขาดหายไป
                          2. การปรับปรุงแก้ไขงบการเงินที่เคยยื่นไปแล้ว (Restatement) – หมายถึง การแก้ไขตัวเลขในงบการเงินของงวดบัญชีที่เคยเผยแพร่และนำส่งไปแล้ว
                          • สาเหตุเกิดจาก: มักเกิดจากการค้นพบ ข้อผิดพลาดที่เป็นสาระสำคัญ (เช่น การคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือผิดพลาด, การใช้นโยบายบัญชีที่ผิดพลาด, หรือการทุจริต) ในงบการเงินงวดก่อนหน้า
                          • สิ่งที่ต้องทำ: ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนหน้า (งบการเงินย้อนหลัง) เพื่อให้งบการเงินปัจจุบันและงบเปรียบเทียบแสดงผลที่ถูกต้องที่สุด และต้องแจ้งเหตุผลของการปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจน
                          อ่านเพิ่มเติม การปิดงบย้อนหลัง คืออะไรคลิกที่นี่



                          ปิดงบย้อนหลังต้องเตรียมตัวอย่างไร


                          1. ตรวจสอบและประเมินสถานะปัจจุบัน
                          • ตรวจสอบรอบบัญชีที่ขาดหาย: ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่ได้ยื่นงบการเงินและแบบภาษีปีใดบ้าง (เช่น ปี 2565, 2566) และรอบบัญชีเหล่านั้นสิ้นสุดเมื่อใด (ส่วนใหญ่ 31 ธันวาคม)
                          • ตรวจสอบค่าปรับ: ประเมินค่าปรับ และ เงินเพิ่มที่จะเกิดขึ้นจากการนำส่งงบล่าช้า ทั้งในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร (รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 30 ถ้ามี)
                          • ค้นหาเอกสารสำคัญ: รวบรวมงบการเงิน และ งบทดลองของปีก่อนหน้าที่ยื่นล่าสุด (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็นยอดคงเหลือยกมาในการทำบัญชีปีถัดไป

                          2. รวบรวมเอกสารทั้งหมดของรอบบัญชีที่ขาดหาย
                          • ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นขั้นตอนที่นักบัญชีจำเป็นต้องใช้เอกสารเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อทำการบันทึกบัญชีย้อนหลังตั้งแต่ต้น
                          - หมวดรายได้/การขาย: ใบกำกับภาษีขาย, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, สัญญาการขาย
                          - หมวดค่าใช้จ่าย/การซื้อ: ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน/ใบสำคัญรับ (สำหรับค่าใช้จ่าย), สัญญาเช่า, เอกสารการซื้อทรัพย์สิน
                          - หมวดธนาคาร/การเงิน: Bank Statement (รายการเดินบัญชี) ของทุกบัญชีธนาคารของบริษัทตลอดปีที่ขาดหาย, สลิปโอนเงิน (ถ้ามี)
                          - หมวดภาษี: ใบหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 3, 53) ที่บริษัทออกให้ผู้รับเงิน, ใบรับรองการหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทได้รับ
                          - หมวดเงินเดือน: รายละเอียดการจ่ายเงินเดือนพนักงาน, แบบยื่น ภ.ง.ด. 1
                          - หมวดสินค้า/ทรัพย์สิน: รายงานสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี (ถ้ามี), ทะเบียนทรัพย์สิน


                          3. ติดต่อสำนักงานบัญชี/ผู้สอบบัญชี
                          • แต่งตั้งผู้ทำบัญชี: จ้าง สำนักงานบัญชี หรือ ผู้ทำบัญชี ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำบัญชีย้อนหลัง เพื่อให้นำเอกสารทั้งหมดไปบันทึกบัญชี ทำการปรับปรุงรายการ และจัดทำงบการเงิน
                          • ติดต่อผู้สอบบัญชี: เตรียมพร้อมที่จะว่าจ้าง ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ให้เข้ามาตรวจสอบงบการเงินเหล่านั้น (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายบังคับสำหรับนิติบุคคล)
                          • วางแผนการนำส่ง: ประสานงานกับสำนักงานบัญชี เพื่อกำหนดแผนงานการยื่นงบการเงิน และแบบภาษีที่ค้างทั้งหมดให้ถูกต้องตามลำดับปี และจัดการชำระค่าปรับที่เกี่ยวข้อง
                          ปิดงบย้อนหลัง มีขั้นตอนอย่างไร

                          1. ยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) ต่อกรมสรรพากร
                          • ยื่นแบบ: สำนักงานบัญชีจะนำส่ง แบบ ภ.ง.ด. 50 ของแต่ละรอบปีที่ค้าง พร้อมแนบเอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
                          • ชำระภาษีและเงินเพิ่ม: หากงบการเงินแสดง กำไรสุทธิ ที่ต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการต้องชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบ และต้องชำระ เงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5% ต่อเดือน (ของยอดภาษีที่ต้องชำระ) นับตั้งแต่วันครบกำหนดจนถึงวันที่ยื่นจริง
                          • ชำระค่าปรับอาญา: ปกติปรับไม่เกิน 2,000 บาท (สำหรับ ภ.ง.ด. 50) โดยมีการแบ่งอัตราปรับตามระยะเวลาที่ล่าช้า (เช่น ยื่นเกิน 7 วัน ปรับ 2,000 บาท) หากไม่ยื่นงบการเงินพร้อมแบบ ภ.ง.ด. 50 ปรับอีกไม่เกิน 2,000 บาท (รวมกับค่าปรับยื่นแบบเป็นไม่เกิน 4,000 บาท)

                          2. นำส่งงบการเงิน (ส.บช. 3) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
                          • นำส่งงบ: ยื่นงบการเงิน (แบบ ส.บช. 3) และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ. 5 สำหรับบริษัทจำกัด) ของแต่ละปีที่ค้างผ่านระบบ DBD e-Filing
                          • ชำระค่าปรับ (ค่าเปรียบเทียบปรับ)
                          - ค่าปรับนิติบุคคลและกรรมการ: นิติบุคคลและผู้มีอำนาจทำการแทน (กรรมการ/ผู้จัดการ) ต้องรับผิดชอบค่าปรับแยกกัน
                          - อัตราค่าปรับ: อัตราค่าปรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า (ยิ่งล่าช้านาน ยิ่งปรับสูง) และประเภทของนิติบุคคล ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 8,000 บาท ในกรณียื่นงบการเงินล่าช้าเกินกว่า 4 เดือนขึ้นไป หรือไม่ยื่นงบการเงิน มีอัตราค่าปรับไม่เกิน 12,000 บาท
                          **โดยค่าปรับกรณีมิได้ยื่นงบการเงิน มีอายุความ 1 ปี นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นงบการเงิน**
                          - วิธีการชำระ: DBD จะแจ้งให้ชำระค่าปรับ โดยสามารถชำระที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่ง 1. หนังสือแจ้งขอกล่าวหา และ 2. คำสั่งพิสัยเพื่อเปรียบเทียบปรับในชั้นศาลแพ่ง
                          มองหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านบัญชี และ กฎหมายคลิกที่นี่




                          นรินทร์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษี ยินดีให้คำปรึกษา ปิดงบย้อนหลัง
                          สำหรับเรื่องการ ปิดงบย้อนหลัง ในเนื้อหาข้างต้นจากที่อ่านมาจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน ความถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ทางกฎหมาย และ มาตรฐานบัญชี ซึ่งในขั้นตอนนี้มีสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่สามารถจัดการเองได้ง่ายๆ นั่นคือ การรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชีที่ซับซ้อน และการเจรจาจัดการกับค่าปรับ ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าคุณมีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และมีความรู้ด้านกฎหมายคอยให้คำปรึกษา ขอแนะนำ  นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          39

                          สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง" เป็นเรื่องที่มีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เนื่องจากสินค้าทองคำมีทั้งส่วนที่ได้รับการ ยกเว้น VAT และส่วนที่ ต้องเสีย VAT ซึ่งวันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การจดภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมือใหม่ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด
                          ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่


                          ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง จำเป็นต้องจดไหม?

                          การจดภาษีมูลค่าเพิ่มในร้านทองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ กิจการร้านทองมีเงินได้จากการขายสินค้า หรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ในกรณีที่ร้านทองมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่ถ้ามีการขาย ทองคำแท่ง และต้องการให้ธุรกรรมนั้นได้รับการยกเว้น VAT อย่างถูกกฎหมาย ควรจด VAT และดำเนินการตามเงื่อนไข (ภ.พ.01.3) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีในอนาคต
                          ศึกษาแนวทางการจัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่



                          การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม

                          1. การขายทองรูปพรรณ (ทองใหม่และทองเก่า)
                          การขายทองรูปพรรณเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่าง ราคาขายทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หักด้วย ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ ที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน
                          2. การขายทองคำแท่ง (ได้รับยกเว้น VAT)
                          ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5% ขึ้นไป) จะได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อเมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นแบบ ภ.พ.01.3 เพื่อแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่อกรมสรรพากรแล้ว และปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ
                          3. การขายฝาก
                          รายได้จากการขายฝาก คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในการทำสัญญาขายฝาก คือ
                          • กรณีมีการกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
                            สูตรคือ (มูลค่าสินไถ่ตามสัญญา – ราคาขายฝาก) x 7% = VAT
                          • กรณีไม่มีกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
                          4. การขายทองรูปพรรณเก่า
                          การขายทองรูปพรรณเก่าต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายทองรูปพรรณใหม่
                          5. รายได้อื่นๆ ที่ได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการ
                          รายได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะต้องคำนวณ VAT จากฐานภาษีปกติ
                          ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติม คลิกอ่านที่นี่


                          อย่าเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด! จัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง ที่ซับซ้อนให้ถูก ด้วยผู้เชี่ยวชาญ
                          หากคุณไม่อยากเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด และถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง! ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          40

                          สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง" เป็นเรื่องที่มีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เนื่องจากสินค้าทองคำมีทั้งส่วนที่ได้รับการ ยกเว้น VAT และส่วนที่ ต้องเสีย VAT ซึ่งวันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ การจดภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมือใหม่ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด
                          ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่


                          ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง จำเป็นต้องจดไหม?

                          การจดภาษีมูลค่าเพิ่มในร้านทองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ กิจการร้านทองมีเงินได้จากการขายสินค้า หรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ในกรณีที่ร้านทองมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่ถ้ามีการขาย ทองคำแท่ง และต้องการให้ธุรกรรมนั้นได้รับการยกเว้น VAT อย่างถูกกฎหมาย ควรจด VAT และดำเนินการตามเงื่อนไข (ภ.พ.01.3) เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีในอนาคต
                          ศึกษาแนวทางการจัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้านทอง เพิ่มเติมคลิกอ่านที่นี่



                          การจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม

                          1. การขายทองรูปพรรณ (ทองใหม่และทองเก่า)
                          การขายทองรูปพรรณเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่าง ราคาขายทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หักด้วย ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ ที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน
                          2. การขายทองคำแท่ง (ได้รับยกเว้น VAT)
                          ทองคำแท่ง (ความบริสุทธิ์ 96.5% ขึ้นไป) จะได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อเมื่อผู้ประกอบการได้ยื่นแบบ ภ.พ.01.3 เพื่อแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำต่อกรมสรรพากรแล้ว และปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ
                          3. การขายฝาก
                          รายได้จากการขายฝาก คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในการทำสัญญาขายฝาก คือ
                          • กรณีมีการกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
                            สูตรคือ (มูลค่าสินไถ่ตามสัญญา – ราคาขายฝาก) x 7% = VAT
                          • กรณีไม่มีกำหนดราคาขายฝากไว้ในสัญญาขายฝาก
                          4. การขายทองรูปพรรณเก่า
                          การขายทองรูปพรรณเก่าต้องคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายทองรูปพรรณใหม่
                          5. รายได้อื่นๆ ที่ได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการ
                          รายได้จากการขายสินค้า และ การให้บริการอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะต้องคำนวณ VAT จากฐานภาษีปกติ
                          ทำความเข้าใจ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง เพิ่มเติม คลิกอ่านที่นี่


                          อย่าเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด! จัดการ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้าน ทอง ที่ซับซ้อนให้ถูก ด้วยผู้เชี่ยวชาญ
                          หากคุณไม่อยากเสี่ยงคำนวณ VAT ผิด และถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง! ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          41

                          สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่คิดว่าธุรกิจอยู่ในจุดที่ต้องการปิดงบเปล่า และสงสัยว่าการ ปิดงบเปล่า ทําเองได้ไหม ? วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์วิธีการปิดงบเปล่าด้วยตัวเอง จะมีขั้นตอนยังไงบ้าง และทางเลือกนี้ส่งผลดีต่อธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันได้ในบทความนี้
                          ไขข้อสงสัย ปิดงบเปล่า ทำเองได้ไหม? คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่


                          ปิดงบเปล่า ทําเองได้ไหม ?

                          1. ต้องมี "ผู้ทำบัญชี"
                          • บุคคลที่จัดทำบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาด้านบัญชี ตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ที่จัดทำงบต้องลงนามรับรองในเอกสารในฐานะผู้ทำบัญชี
                          2. ต้องมี "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)"
                          • งบการเงินของนิติบุคคลทุกแห่ง (รวมถึงงบเปล่า) จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและรับรอง จาก ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)


                          อ่านรายละเอียดการปิดงบเปล่า เพิ่มเติมคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

                          ขั้นตอน การปิดงบเปล่า ที่ต้องทำและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

                          1. การจัดเตรียมเอกสาร (Input)
                          • จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารของบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัท สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (บอจ. 5) และ Bank Statement ของธนาคาร (ที่ต้องแสดงว่าไม่มีการเคลื่อนไหว)
                          2. การอนุมัติงบการเงิน
                          • จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบการเงิน ภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นรอบบัญชี ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับตามกฎหมายก่อนนำส่งงบการเงิน
                          3. การลงนามรับรอง
                          • กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องเซ็นรับรองในเอกสารที่สำคัญ ได้แก่
                          - งบการเงิน ที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA แล้ว
                          - แบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับยื่นกรมสรรพากร
                          - รายงานการประชุม ของผู้ถือหุ้น
                          4. การนำส่งเอกสาร (DBD e-Filing)
                          • ในทางปฏิบัติมักจะเป็นสำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีดำเนินการให้ แต่ในฐานะกรรมการบริษัท คุณต้องมอบอำนาจให้ผู้ทำบัญชี/ตัวแทน ยื่นงบการเงินและ บอจ. 5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และแบบ ภ.ง.ด. 50 ต่อกรมสรรพากร ภายในกำหนดเวลา
                          5. เก็บเอกสารค่าใช้จ่าย
                          • หากมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเพื่อรักษาสถานะ เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือค่าบริการทำบัญชี/สอบบัญชี ควรรวบรวมไว้ให้ครบถ้วน

                          ขั้นตอนที่ ผู้ทำบัญชี รับผิดชอบ ได้แก่

                          1. การบันทึกรายการบัญชี
                          2. การจัดทำบัญชีแยกประเภท
                          3. การจัดทำงบทดลอง
                          4. การปรับปรุงรายการบัญชี
                          5. การปิดบัญชี
                          6. การจัดทำงบการเงิน

                          ขั้นตอนที่ "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)" รับผิดชอบ
                          1. การตรวจสอบงบการเงิน
                          • ตรวจสอบความถูกต้องของรายการบัญชีและงบการเงินว่าได้จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
                          2. การออกรายงานผู้สอบบัญชี
                          • จัดทำและลงนามในรายงานผู้สอบบัญชี เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน (เช่น เห็นว่าถูกต้องตามที่ควร, ไม่แสดงความเห็น หรือแสดงความเห็นว่างบไม่ถูกต้อง)
                          ศึกษาขั้นการ ปิดงบเปล่า ต่างๆ แบบละเอียดเพิ่มเติมคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่


                          ปิดงบเปล่าง่าย ไม่เสี่ยงค่าปรับ ด้วยบริการผู้เชี่ยวชาญจาก นรินทร์ทอง
                          จากที่อ่านมาจะเห็นว่า ผู้ทำบัญชี และ ผู้สอบบัญชี เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องการปิดงบเปล่า หากคุณต้องการดำเนินการปิดงบเปล่าให้มั่นใจว่าถูกต้องและทันเวลา ขอแนะนำนรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          42

                          สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่คิดว่าธุรกิจอยู่ในจุดที่ต้องการปิดงบเปล่า และสงสัยว่าการ ปิดงบเปล่า ทําเองได้ไหม ? วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาแชร์วิธีการปิดงบเปล่าด้วยตัวเอง จะมีขั้นตอนยังไงบ้าง และทางเลือกนี้ส่งผลดีต่อธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันได้ในบทความนี้
                          ไขข้อสงสัย ปิดงบเปล่า ทำเองได้ไหม? คลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่


                          ปิดงบเปล่า ทําเองได้ไหม ?

                          1. ต้องมี "ผู้ทำบัญชี"
                          • บุคคลที่จัดทำบัญชีต้องมีวุฒิการศึกษาด้านบัญชี ตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ที่จัดทำงบต้องลงนามรับรองในเอกสารในฐานะผู้ทำบัญชี
                          2. ต้องมี "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)"
                          • งบการเงินของนิติบุคคลทุกแห่ง (รวมถึงงบเปล่า) จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและรับรอง จาก ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)


                          อ่านรายละเอียดการปิดงบเปล่า เพิ่มเติมคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่

                          ขั้นตอน การปิดงบเปล่า ที่ต้องทำและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

                          1. การจัดเตรียมเอกสาร (Input)
                          • จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารของบริษัท เช่น หนังสือรับรองบริษัท สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (บอจ. 5) และ Bank Statement ของธนาคาร (ที่ต้องแสดงว่าไม่มีการเคลื่อนไหว)
                          2. การอนุมัติงบการเงิน
                          • จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบการเงิน ภายใน 4 เดือน นับจากวันสิ้นรอบบัญชี ซึ่งเป็นขั้นตอนบังคับตามกฎหมายก่อนนำส่งงบการเงิน
                          3. การลงนามรับรอง
                          • กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องเซ็นรับรองในเอกสารที่สำคัญ ได้แก่
                          - งบการเงิน ที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA แล้ว
                          - แบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับยื่นกรมสรรพากร
                          - รายงานการประชุม ของผู้ถือหุ้น
                          4. การนำส่งเอกสาร (DBD e-Filing)
                          • ในทางปฏิบัติมักจะเป็นสำนักงานบัญชีหรือผู้ทำบัญชีดำเนินการให้ แต่ในฐานะกรรมการบริษัท คุณต้องมอบอำนาจให้ผู้ทำบัญชี/ตัวแทน ยื่นงบการเงินและ บอจ. 5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และแบบ ภ.ง.ด. 50 ต่อกรมสรรพากร ภายในกำหนดเวลา
                          5. เก็บเอกสารค่าใช้จ่าย
                          • หากมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเพื่อรักษาสถานะ เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือค่าบริการทำบัญชี/สอบบัญชี ควรรวบรวมไว้ให้ครบถ้วน

                          ขั้นตอนที่ ผู้ทำบัญชี รับผิดชอบ ได้แก่

                          1. การบันทึกรายการบัญชี
                          2. การจัดทำบัญชีแยกประเภท
                          3. การจัดทำงบทดลอง
                          4. การปรับปรุงรายการบัญชี
                          5. การปิดบัญชี
                          6. การจัดทำงบการเงิน

                          ขั้นตอนที่ "ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)" รับผิดชอบ
                          1. การตรวจสอบงบการเงิน
                          • ตรวจสอบความถูกต้องของรายการบัญชีและงบการเงินว่าได้จัดทำตามมาตรฐานการบัญชีและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
                          2. การออกรายงานผู้สอบบัญชี
                          • จัดทำและลงนามในรายงานผู้สอบบัญชี เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน (เช่น เห็นว่าถูกต้องตามที่ควร, ไม่แสดงความเห็น หรือแสดงความเห็นว่างบไม่ถูกต้อง)
                          ศึกษาขั้นการ ปิดงบเปล่า ต่างๆ แบบละเอียดเพิ่มเติมคลิกอ่านบทความเต็มๆ ที่นี่


                          ปิดงบเปล่าง่าย ไม่เสี่ยงค่าปรับ ด้วยบริการผู้เชี่ยวชาญจาก นรินทร์ทอง
                          จากที่อ่านมาจะเห็นว่า ผู้ทำบัญชี และ ผู้สอบบัญชี เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องการปิดงบเปล่า หากคุณต้องการดำเนินการปิดงบเปล่าให้มั่นใจว่าถูกต้องและทันเวลา ขอแนะนำนรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          43


                          การเริ่มต้นทำ "ธุรกิจแฟรนไชส์" มีหลักการคล้ายกับการทำบัญชีธุรกิจทั่วไป แต่มีจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแนะนำวิธีการวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ สำหรับมือใหม่ที่กังวลว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจแฟรนไชส์ยังไงดี มาดูพร้อมกันไปกับเราบทความนี้

                          มือใหม่เริ่มต้นศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียด คลิกเลย

                          เริ่มต้นวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ยังไงให้ไม่มีพลาด?

                          การวางแผนบัญชีสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ ควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของธุรกิจแฟรนไชส์ และกำหนดโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และการบัญชีที่เป็นมาตรฐานและชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมการเงินของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นรินทร์ทอง แนะนำให้คุณเริ่มต้นจากการทำ "ผังบัญชีมาตรฐาน" (Standard Chart of Accounts) เพราะผังบัญชีคือ พิมพ์เขียวทางการเงิน ที่กำหนดว่าธุรกิจจะจัดหมวดหมู่และบันทึกรายการต่างๆ อย่างไร โดยบทความนี้เราจะเน้นเป็นพิเศษที่ ต้นทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการคำนวณ กำไร/ขาดทุน ในแต่ละวันได้

                          การบันทึกต้นทุน ของ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
                          1. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
                          ต้นทุนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสร้าง ขยาย และดูแลระบบ ไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญตามแหล่งที่มาของรายได้ ได้แก่ ต้นทุนการขายสิทธิ์, ต้นทุนการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ ต้นทุนกองทุนการตลาด
                          2. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
                          เน้นที่การจัดการต้นทุนการดำเนินงานของสาขา รวมถึงต้นทุนพิเศษที่เกิดจากการซื้อและใช้สิทธิ์แฟรนไชส์ ซึ่งมีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปตรงที่ ต้องมีการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และ ค่าใช้จ่ายคงที่ ที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์อย่างสม่ำเสมอ
                          อ่าน การบันทึกต้นทุน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย

                          รายได้ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
                          1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
                          รายได้หลักของแฟรนไชส์ซอร์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน และมีผลต่อ VAT ที่ต่างกัน ได้แก่
                          1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee) เป็นเงินก้อนเดียวที่ได้รับเมื่อมีการเซ็นสัญญา เพื่อแลกกับสิทธิ์การใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า และชุดความรู้เริ่มต้น
                          2. รายได้ค่าสิทธิ์ (Royalty Fees) เป็นเงินที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ (มักเป็นรายเดือน) คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของแฟรนไชส์ซี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและรักษาระบบ
                          3. รายได้จากกองทุนการตลาด/โฆษณา (Advertising Fund) เป็นเงินที่เก็บจากแฟรนไชส์ซีตามสัดส่วน เพื่อใช้ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยรวม
                          2. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
                          คือ รายได้จากการดำเนินงานของร้านตามปกติ
                          1. รายได้จากการขายสินค้า/บริการ[/b][/color] เป็นรายได้หลักที่มาจากการขายสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า
                          2. การจัดการภาษีซื้อและภาษีขาย (VAT Management)[/b][/color] แฟรนไชส์ซีต้องจัดการ VAT ดังนี้

                          ค่าใช้จ่ายบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
                          การบันทึกค่าใช้จ่ายในบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องแยกตามบทบาทของธุรกิจ โดยมี ผู้ขายสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซอร์) และ ผู้ซื้อสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซี)
                          1. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
                          แฟรนไชส์ซอร์ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การขยาย และการบริหารจัดการระบบแฟรนไชส์ทั้งหมด
                          1. ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนระบบ (System Support & Admin Costs)
                          • ค่าใช้จ่ายฝ่ายปฏิบัติการ
                          • ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี

                          • ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานใหญ่
                          2. ต้นทุนการขายและภาระผูกพันเริ่มต้น
                          • ค่าคอมมิชชั่นการขาย
                          • ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและเอกสาร
                          3. การจัดการกองทุนการตลาด (Advertising Fund Expense)
                          • ค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์
                          2. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
                          แฟรนไชส์ซีต้องบันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินงานร้าน และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์ ซึ่งสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
                          ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์
                          • ค่าสิทธิ์
                          • ค่าธรรมเนียมการตลาด

                          ค่าใช้จ่ายที่มาจากการดำเนินงานร้าน
                          • ต้นทุนสินค้าขาย (COGS)
                          • ต้นทุนค่าแรง
                          • ค่าเช่าและสาธารณูปโภค
                          ค่าใช้จ่ายที่มาจากการลงทุนเริ่มต้น (หักแบบตัดจำหน่าย/ค่าเสื่อม) 
                          • ค่าตัดจำหน่ายสิทธิ์แฟรนไชส์

                          • ค่าเสื่อมราคา

                          ค่าใช้จ่ายทางภาษีและกฎหมาย
                          • ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี

                          • ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ (ถ้ามี)
                          [centerสนใจอยากศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย[/center]


                          วางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ให้สำเร็จ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำปรึกษา!
                          การวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง นรินทร์ทอง เข้าใจดีว่าความสำเร็จของแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดการตัวเลขที่แม่นยำ และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย นรินทร์ทองเราพร้อมเป็นคู่คิดที่ช่วยคุณวางระบบบัญชี สำหรับการรับรู้รายได้ค่าสิทธิ์ ไปจนถึงการจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขาย (VAT) ของทุกสาขา
                          นอกจากนี้เรายังมีบริการอื่นๆ ที่พร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          44


                          การเริ่มต้นทำ "ธุรกิจแฟรนไชส์" มีหลักการคล้ายกับการทำบัญชีธุรกิจทั่วไป แต่มีจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นรินทร์ทอง จึงอยากมาแนะนำวิธีการวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ สำหรับมือใหม่ที่กังวลว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจแฟรนไชส์ยังไงดี มาดูพร้อมกันไปกับเราบทความนี้

                          มือใหม่เริ่มต้นศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียด คลิกเลย

                          เริ่มต้นวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ยังไงให้ไม่มีพลาด?

                          การวางแผนบัญชีสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ ควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของธุรกิจแฟรนไชส์ และกำหนดโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และการบัญชีที่เป็นมาตรฐานและชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและควบคุมการเงินของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นรินทร์ทอง แนะนำให้คุณเริ่มต้นจากการทำ "ผังบัญชีมาตรฐาน" (Standard Chart of Accounts) เพราะผังบัญชีคือ พิมพ์เขียวทางการเงิน ที่กำหนดว่าธุรกิจจะจัดหมวดหมู่และบันทึกรายการต่างๆ อย่างไร โดยบทความนี้เราจะเน้นเป็นพิเศษที่ ต้นทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่ใช้ในการคำนวณ กำไร/ขาดทุน ในแต่ละวันได้

                          การบันทึกต้นทุน ของ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
                          1. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
                          ต้นทุนส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสร้าง ขยาย และดูแลระบบ ไม่ใช่แค่การผลิตสินค้า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญตามแหล่งที่มาของรายได้ ได้แก่ ต้นทุนการขายสิทธิ์, ต้นทุนการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และ ต้นทุนกองทุนการตลาด
                          2. การบันทึกต้นทุนสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
                          เน้นที่การจัดการต้นทุนการดำเนินงานของสาขา รวมถึงต้นทุนพิเศษที่เกิดจากการซื้อและใช้สิทธิ์แฟรนไชส์ ซึ่งมีความแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปตรงที่ ต้องมีการบันทึกสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และ ค่าใช้จ่ายคงที่ ที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์อย่างสม่ำเสมอ
                          อ่าน การบันทึกต้นทุน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย

                          รายได้ บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
                          1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
                          รายได้หลักของแฟรนไชส์ซอร์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน และมีผลต่อ VAT ที่ต่างกัน ได้แก่
                          1. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee) เป็นเงินก้อนเดียวที่ได้รับเมื่อมีการเซ็นสัญญา เพื่อแลกกับสิทธิ์การใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า และชุดความรู้เริ่มต้น
                          2. รายได้ค่าสิทธิ์ (Royalty Fees) เป็นเงินที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ (มักเป็นรายเดือน) คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของแฟรนไชส์ซี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและรักษาระบบ
                          3. รายได้จากกองทุนการตลาด/โฆษณา (Advertising Fund) เป็นเงินที่เก็บจากแฟรนไชส์ซีตามสัดส่วน เพื่อใช้ในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์โดยรวม
                          2. รายได้สำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
                          คือ รายได้จากการดำเนินงานของร้านตามปกติ
                          1. รายได้จากการขายสินค้า/บริการ[/b][/color] เป็นรายได้หลักที่มาจากการขายสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้า
                          2. การจัดการภาษีซื้อและภาษีขาย (VAT Management)[/b][/color] แฟรนไชส์ซีต้องจัดการ VAT ดังนี้

                          ค่าใช้จ่ายบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์
                          การบันทึกค่าใช้จ่ายในบัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องแยกตามบทบาทของธุรกิจ โดยมี ผู้ขายสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซอร์) และ ผู้ซื้อสิทธิ์ (แฟรนไชส์ซี)
                          1. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor)
                          แฟรนไชส์ซอร์ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การขยาย และการบริหารจัดการระบบแฟรนไชส์ทั้งหมด
                          1. ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนระบบ (System Support & Admin Costs)
                          • ค่าใช้จ่ายฝ่ายปฏิบัติการ
                          • ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี

                          • ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานใหญ่
                          2. ต้นทุนการขายและภาระผูกพันเริ่มต้น
                          • ค่าคอมมิชชั่นการขาย
                          • ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายและเอกสาร
                          3. การจัดการกองทุนการตลาด (Advertising Fund Expense)
                          • ค่าใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์
                          2. ค่าใช้จ่ายสำหรับแฟรนไชส์ซี (Franchisee)
                          แฟรนไชส์ซีต้องบันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินงานร้าน และค่าใช้จ่ายพิเศษที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์ ซึ่งสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
                          ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้แฟรนไชส์ซอร์
                          • ค่าสิทธิ์
                          • ค่าธรรมเนียมการตลาด

                          ค่าใช้จ่ายที่มาจากการดำเนินงานร้าน
                          • ต้นทุนสินค้าขาย (COGS)
                          • ต้นทุนค่าแรง
                          • ค่าเช่าและสาธารณูปโภค
                          ค่าใช้จ่ายที่มาจากการลงทุนเริ่มต้น (หักแบบตัดจำหน่าย/ค่าเสื่อม) 
                          • ค่าตัดจำหน่ายสิทธิ์แฟรนไชส์

                          • ค่าเสื่อมราคา

                          ค่าใช้จ่ายทางภาษีและกฎหมาย
                          • ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี

                          • ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ (ถ้ามี)
                          [centerสนใจอยากศึกษา บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ แบบละเอียดคลิกเลย[/center]


                          วางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ ให้สำเร็จ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำปรึกษา!
                          การวางแผน บัญชีธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง นรินทร์ทอง เข้าใจดีว่าความสำเร็จของแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซีนั้น ขึ้นอยู่กับการจัดการตัวเลขที่แม่นยำ และเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย นรินทร์ทองเราพร้อมเป็นคู่คิดที่ช่วยคุณวางระบบบัญชี สำหรับการรับรู้รายได้ค่าสิทธิ์ ไปจนถึงการจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขาย (VAT) ของทุกสาขา
                          นอกจากนี้เรายังมีบริการอื่นๆ ที่พร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339


                          45

                          ธุรกิจหลายธุรกิจเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว มักจะขยายสาขา หรือ ทำธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) หากคุณกำลังศึกษาเกี่ยวกับการขยายแฟรนไชส์ วันนี้  นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ "ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์" สำหรับมือใหม่ ถ้าอยากเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ส่งผลกระทบตามมาภายหลัง

                          ศึกษา ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มเติม อ่านแบบเต็มๆ คลิกที่นี่
                          การเสียภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ ต้องเสียอะไรบ้าง ?

                          ภาษีเงินได้ (Income Tax)
                          • ภาษีเงินได้ถือเป็นภาษีหลักที่ทั้ง แฟรนไชส์ซอร์ (ผู้ให้สิทธิ์) และ แฟรนไชส์ซี (ผู้รับสิทธิ์) ต้องรับผิดชอบ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ
                            1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
                            2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)
                            ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax - VAT)
                            • สำหรับเจ้าของแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) หากมีผลประกอบการต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเรียกเก็บในอัตรา 7% จากผู้ซื้อแฟรนไชส์
                            • ส่วนผู้ซื้อแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี) ที่มีผลประกอบการต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน แม้ว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์จะไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ตาม
                            ภาษีศุลกากร
                            • ในกรณีที่เจ้าของแฟรนไชส์ได้มีการนำวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือ ในการประกอบธุรกิจเข้ามาจากต่างประเทศ เจ้าของแฟรนไชส์มีหน้าที่ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า โดยการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless)
                            ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
                            • ภาระนี้ตกอยู่กับแฟรนไชส์ซี (ผู้จ่ายเงิน) ที่ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่ายค่าตอบแทนให้แฟรนไชส์ซอร์
                            - ค่าแฟรนไชส์/ค่าสิทธิ์ (จ่ายให้บริษัทในไทย) จะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายเวลาได้ถึงวันที่ 15) โดยแฟรนไชส์ซีจะหักภาษีไว้ 3% ของยอดที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากร
                            - ค่าสิทธิ์ (จ่ายให้บริษัทต่างประเทศ) จะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ตามแบบ ภ.พ. 36) โดยแฟรนไชส์ซีจะหักภาษีไว้ 15% ของยอดที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากร
                            ภาษีป้าย
                            • ต้องยื่นแบบ ภ.ป. 1 และชำระภาษีภายในเดือน มี.ค. ของทุกปี (หรือภายใน 15 วันนับจากติดตั้งป้ายใหม่)
                             
                            อยากรู้วิธีการคำนวณ ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มเติมอ่านแบบเต็มๆ คลิก

                            ภาษีแต่ละประเภทต้องเสียตอนไหน ?
                            ภาษีเงินได้ (Income Tax)
                            • เป็นภาษีที่เก็บจากรายได้หรือกำไรจากการดำเนินกิจการ ซึ่งมีทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยแต่ละรูปแบบมีการยื่นแบบปีละ 2 ครั้ง ได้แก่
                            1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
                            • ภ.ง.ด. 94 (ครึ่งปี) จะเสียจากเงินได้พึงประเมิน 6 เดือนแรก (โดยหักค่าใช้จ่าย/ค่าลดหย่อนตามเกณฑ์) โดยยื่นภายในเดือน ก.ย. ของปีภาษีนั้นๆ (สำหรับเงินได้ ม.ค. - มิ.ย.)
                            • ภ.ง.ด. 90 (สิ้นปี) จะเสียจากเงินได้สุทธิทั้งปี (หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) โดยนำภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด. 94 มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้  และยื่นภายในเดือน มี.ค. ของปีถัดไป (สำหรับเงินได้ ม.ค. - ธ.ค.)
                            2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)
                            • ภ.ง.ด. 51 (ครึ่งปี) เสียจากการประมาณการกำไรสุทธิ 6 เดือนแรก อัตราหลัก 20% โดยยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี (เช่น รอบ ม.ค.-ธ.ค. ยื่นภายใน 31 ส.ค. / 8 ก.ย. ทางออนไลน์)
                            • ภ.ง.ด. 50 (สิ้นปี) เสียจากกำไรสุทธิทั้งปี โดยนำภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด. 51 มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ โดยยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (เช่น รอบ ม.ค.-ธ.ค. ยื่นภายใน 30 พ.ค. / 7 มิ.ย. ของปีถัดไปทางออนไลน์)

                            ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax – VAT)
                            • สำหรับธุรกิจที่มีรายได้จากการขาย/บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และมีภาระภาษีรายเดือน โดยทางเจ้าของแฟรนไชส์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะต้องนำส่งภาษี (ภ.พ.30) ที่เรียกเก็บมาแก่กรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป


                            ภาษีศุลกากร
                            • ภาษีศุลกากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยผู้มีภาระเสียภาษีคือ ผู้นำเข้า ซึ่งจะต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและชำระภาษี ณ ด่านศุลกากร ก่อนนำสินค้าออกจากอารักขา
                             

                            อย่าเสี่ยงทำบัญชีเอง! ให้ นรินทร์ทอง ดูแลเรื่อง ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ ของคุณครบวงจร
                            ไม่อยากให้การดำเนินธุรกิจของคุณสะดุด นรินทร์ทอง การบัญชีและกฎหมาย ผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี สามารถดูแลความมั่นคงด้านภาษีให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณได้ โดยทางเรามีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                            • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                            • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                            • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                            • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                            สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                            Facebook : NarinthongOfficial
                            E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                            Line : @Narinthong
                            Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339





                          46

                          ธุรกิจหลายธุรกิจเมื่อประสบความสำเร็จแล้ว มักจะขยายสาขา หรือ ทำธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) หากคุณกำลังศึกษาเกี่ยวกับการขยายแฟรนไชส์ วันนี้  นรินทร์ทอง จึงอยากมาแชร์เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ "ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์" สำหรับมือใหม่ ถ้าอยากเสียภาษีอย่างถูกต้อง ไม่ส่งผลกระทบตามมาภายหลัง

                          ศึกษา ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มเติม อ่านแบบเต็มๆ คลิกที่นี่
                          การเสียภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ ต้องเสียอะไรบ้าง ?

                          ภาษีเงินได้ (Income Tax)
                          • ภาษีเงินได้ถือเป็นภาษีหลักที่ทั้ง แฟรนไชส์ซอร์ (ผู้ให้สิทธิ์) และ แฟรนไชส์ซี (ผู้รับสิทธิ์) ต้องรับผิดชอบ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ
                            1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
                            2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)
                            ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax - VAT)
                            • สำหรับเจ้าของแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) หากมีผลประกอบการต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเรียกเก็บในอัตรา 7% จากผู้ซื้อแฟรนไชส์
                            • ส่วนผู้ซื้อแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี) ที่มีผลประกอบการต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นกัน แม้ว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์จะไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลก็ตาม
                            ภาษีศุลกากร
                            • ในกรณีที่เจ้าของแฟรนไชส์ได้มีการนำวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือ ในการประกอบธุรกิจเข้ามาจากต่างประเทศ เจ้าของแฟรนไชส์มีหน้าที่ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า โดยการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless)
                            ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
                            • ภาระนี้ตกอยู่กับแฟรนไชส์ซี (ผู้จ่ายเงิน) ที่ต้องหักภาษีไว้ก่อนจ่ายค่าตอบแทนให้แฟรนไชส์ซอร์
                            - ค่าแฟรนไชส์/ค่าสิทธิ์ (จ่ายให้บริษัทในไทย) จะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ออนไลน์ขยายเวลาได้ถึงวันที่ 15) โดยแฟรนไชส์ซีจะหักภาษีไว้ 3% ของยอดที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากร
                            - ค่าสิทธิ์ (จ่ายให้บริษัทต่างประเทศ) จะต้องยื่นแบบและนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ตามแบบ ภ.พ. 36) โดยแฟรนไชส์ซีจะหักภาษีไว้ 15% ของยอดที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากร
                            ภาษีป้าย
                            • ต้องยื่นแบบ ภ.ป. 1 และชำระภาษีภายในเดือน มี.ค. ของทุกปี (หรือภายใน 15 วันนับจากติดตั้งป้ายใหม่)
                             
                            อยากรู้วิธีการคำนวณ ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ เพิ่มเติมอ่านแบบเต็มๆ คลิก

                            ภาษีแต่ละประเภทต้องเสียตอนไหน ?
                            ภาษีเงินได้ (Income Tax)
                            • เป็นภาษีที่เก็บจากรายได้หรือกำไรจากการดำเนินกิจการ ซึ่งมีทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยแต่ละรูปแบบมีการยื่นแบบปีละ 2 ครั้ง ได้แก่
                            1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
                            • ภ.ง.ด. 94 (ครึ่งปี) จะเสียจากเงินได้พึงประเมิน 6 เดือนแรก (โดยหักค่าใช้จ่าย/ค่าลดหย่อนตามเกณฑ์) โดยยื่นภายในเดือน ก.ย. ของปีภาษีนั้นๆ (สำหรับเงินได้ ม.ค. - มิ.ย.)
                            • ภ.ง.ด. 90 (สิ้นปี) จะเสียจากเงินได้สุทธิทั้งปี (หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) โดยนำภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด. 94 มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้  และยื่นภายในเดือน มี.ค. ของปีถัดไป (สำหรับเงินได้ ม.ค. - ธ.ค.)
                            2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน)
                            • ภ.ง.ด. 51 (ครึ่งปี) เสียจากการประมาณการกำไรสุทธิ 6 เดือนแรก อัตราหลัก 20% โดยยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี (เช่น รอบ ม.ค.-ธ.ค. ยื่นภายใน 31 ส.ค. / 8 ก.ย. ทางออนไลน์)
                            • ภ.ง.ด. 50 (สิ้นปี) เสียจากกำไรสุทธิทั้งปี โดยนำภาษีที่จ่ายตาม ภ.ง.ด. 51 มาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ โดยยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (เช่น รอบ ม.ค.-ธ.ค. ยื่นภายใน 30 พ.ค. / 7 มิ.ย. ของปีถัดไปทางออนไลน์)

                            ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax – VAT)
                            • สำหรับธุรกิจที่มีรายได้จากการขาย/บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และมีภาระภาษีรายเดือน โดยทางเจ้าของแฟรนไชส์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะต้องนำส่งภาษี (ภ.พ.30) ที่เรียกเก็บมาแก่กรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป


                            ภาษีศุลกากร
                            • ภาษีศุลกากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยผู้มีภาระเสียภาษีคือ ผู้นำเข้า ซึ่งจะต้องยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและชำระภาษี ณ ด่านศุลกากร ก่อนนำสินค้าออกจากอารักขา
                             

                            อย่าเสี่ยงทำบัญชีเอง! ให้ นรินทร์ทอง ดูแลเรื่อง ภาษีธุรกิจแฟรนไชส์ ของคุณครบวงจร
                            ไม่อยากให้การดำเนินธุรกิจของคุณสะดุด นรินทร์ทอง การบัญชีและกฎหมาย ผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี สามารถดูแลความมั่นคงด้านภาษีให้กับธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณได้ โดยทางเรามีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                            • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                            • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                            • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                            • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                            สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                            Facebook : NarinthongOfficial
                            E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                            Line : @Narinthong
                            Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                          47

                          การทำธุรกิจขนส่งสินค้าในปัจจุบันกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก การทำธุรกิจในลักษณะนี้ ต้องบริหารหลายอย่างทั้งค่าแรงของพนักงาน ค่างวดรถ ค่าน้ำมัน และค่าอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ "การเสียภาษี" วันนี้ นรินทร์ทอง ไม่พลาดที่เอาข้อมูลดีๆ มาฝากทุกท่าน เกี่ยวกับ การเสีย ภาษี ธุรกิจ ขนส่ง
                          สนใจอยากวางแผน ภาษีธุรกิจขนส่ง ดีตั้งแต่ต้น ปรึกษาเราได้!คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
                          ทำความเข้าใจ ภาษี ธุรกิจ ขนส่ง ต้องเสียอะไรบ้าง ?

                          1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
                          สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)" คือ ภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้า/ให้บริการในประเทศ อัตราปัจจุบัน 7% แต่ในธุรกิจขนส่งเป็นธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น VAT และไม่มีสิทธิ์จด VAT แม้ว่าจะต้องการจด VAT ก็ตาม แต่ในบางกรณีถ้าหากมีบริการหรือขายสินค้าร่วมด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
                          ธุรกิจขนส่งปกติ ขนส่งจากจุด A ไปจุด B จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
                          ธุรกิจขนส่งที่มีบริการพ่วงด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รถห้องเย็น เพราะรถขนส่งไม่สามารถวิ่งไปเฉยๆ จากจุด A ไปจุด B ได้ ต้องมีการเปิดแอร์ทำความเย็นตลอดการขนส่ง หากมีการแพ็กของ หรือการเช่าพื้นที่ ก็ถือเป็นขนส่งที่พ่วงบริการ
                          อ่านรายละเอียดการเสียภาษีธุรกิจขนส่งคลิกที่นี่
                          2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
                          "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" คือ ภาษีที่ลูกค้าหักจากค่าขนส่งก่อนจ่ายเงินให้ ซึ่งธุรกิจขนส่งที่จดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล ผู้ว่าจ้างงานหรือกิจการที่เป็นผู้จ่ายเงิน ต้องเป็นคนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง พร้อมออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตามที่กฎหมายกำหนด
                          • ค่าขนส่งโดยตรงจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
                          • บริษัทขนส่งมีการจ้างรถมาร่วมวิ่งด้วย หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%
                          • บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หัก 3%
                          • ขนส่งปกติจากจุด A ไปจุด B
                          • ธุรกิจที่เป็นเฟรนไชส์ให้กับธุรกิจขนส่ง[/b][/color]
                          3. ภาษีเงินได้ (Income Tax)
                          1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เจ้าของคนเดียว)
                          รายได้จากการขนส่งเป็นเงินได้ประเภท 8 มาตรา 40(8) สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ เหมาจ่าย 60% หรือ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง หากเลือกหักตามจริงจะต้องมีเอกสารในการจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับเงินได้ เช่น แนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน และเซ็นรับเงินไว้ พร้อมกับเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วย
                          2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท / หจก.)
                          ธุรกิจขนส่งที่จดบริษัทเป็นนิติบุคคล คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ของกำไรสุทธิ และต้องมีการทำบัญชีและยื่นภาษี ด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 (สิ้นปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) โดยกิจการจะต้องมีการจ้างนักบัญชี เพื่อทำบัญชี งบการเงิน และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำบัญชีธุรกิจขนส่งนิติบุคคล จะประกอบด้วย
                          • ฝั่งรายรับ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินค่าขนส่ง หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารด้านรายจ่าย Statement
                          • ฝั่งรายจ่าย ได้แก่ เอกสารที่จ่ายเป็นค่าน้ำมัน ทางด่วน ค่าซ่อมแซมรถ ค่าประกันรถที่นำมาวิ่งงาน และค่ารถร่วม (ถ้ามี)
                          อ่านวิธีการเสียภาษีธุรกิจขนส่งแต่ละแบบ พร้อมตัวอย่างการคำนวณแบบละเอียดคลิกที่นี่

                          สรุป ภาษีธุรกิจขนส่ง แบบเข้าใจง่าย เลือกใช้บริการบัญชีและภาษีอย่างไรไม่ให้พลาด!
                          จากเนื้อหาในข้างต้นจะเห็นว่า ธุรกิจขนส่งต้องดูแลภาษีหลายด้าน ทั้ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษี หัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีเงินได้ เพราะฉะนั้นการจัดการภาษีอย่างถูกต้อง คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจขนส่ง หากคุณไม่มั่นใจว่าจะเริ่มตรงไหน หรืออยากลดความเสี่ยงจากค่าปรับและภาษีย้อนหลังนรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339




                          48

                          การทำธุรกิจขนส่งสินค้าในปัจจุบันกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก การทำธุรกิจในลักษณะนี้ ต้องบริหารหลายอย่างทั้งค่าแรงของพนักงาน ค่างวดรถ ค่าน้ำมัน และค่าอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ "การเสียภาษี" วันนี้ นรินทร์ทอง ไม่พลาดที่เอาข้อมูลดีๆ มาฝากทุกท่าน เกี่ยวกับ การเสีย ภาษี ธุรกิจ ขนส่ง
                          สนใจอยากวางแผน ภาษีธุรกิจขนส่ง ดีตั้งแต่ต้น ปรึกษาเราได้!คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
                          ทำความเข้าใจ ภาษี ธุรกิจ ขนส่ง ต้องเสียอะไรบ้าง ?

                          1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
                          สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)" คือ ภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้า/ให้บริการในประเทศ อัตราปัจจุบัน 7% แต่ในธุรกิจขนส่งเป็นธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น VAT และไม่มีสิทธิ์จด VAT แม้ว่าจะต้องการจด VAT ก็ตาม แต่ในบางกรณีถ้าหากมีบริการหรือขายสินค้าร่วมด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
                          ธุรกิจขนส่งปกติ ขนส่งจากจุด A ไปจุด B จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
                          ธุรกิจขนส่งที่มีบริการพ่วงด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รถห้องเย็น เพราะรถขนส่งไม่สามารถวิ่งไปเฉยๆ จากจุด A ไปจุด B ได้ ต้องมีการเปิดแอร์ทำความเย็นตลอดการขนส่ง หากมีการแพ็กของ หรือการเช่าพื้นที่ ก็ถือเป็นขนส่งที่พ่วงบริการ
                          อ่านรายละเอียดการเสียภาษีธุรกิจขนส่งคลิกที่นี่
                          2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
                          "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" คือ ภาษีที่ลูกค้าหักจากค่าขนส่งก่อนจ่ายเงินให้ ซึ่งธุรกิจขนส่งที่จดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล ผู้ว่าจ้างงานหรือกิจการที่เป็นผู้จ่ายเงิน ต้องเป็นคนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง พร้อมออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตามที่กฎหมายกำหนด
                          • ค่าขนส่งโดยตรงจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
                          • บริษัทขนส่งมีการจ้างรถมาร่วมวิ่งด้วย หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%
                          • บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หัก 3%
                          • ขนส่งปกติจากจุด A ไปจุด B
                          • ธุรกิจที่เป็นเฟรนไชส์ให้กับธุรกิจขนส่ง[/b][/color]
                          3. ภาษีเงินได้ (Income Tax)
                          1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เจ้าของคนเดียว)
                          รายได้จากการขนส่งเป็นเงินได้ประเภท 8 มาตรา 40(8) สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ เหมาจ่าย 60% หรือ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง หากเลือกหักตามจริงจะต้องมีเอกสารในการจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับเงินได้ เช่น แนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน และเซ็นรับเงินไว้ พร้อมกับเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วย
                          2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท / หจก.)
                          ธุรกิจขนส่งที่จดบริษัทเป็นนิติบุคคล คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ของกำไรสุทธิ และต้องมีการทำบัญชีและยื่นภาษี ด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 (สิ้นปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) โดยกิจการจะต้องมีการจ้างนักบัญชี เพื่อทำบัญชี งบการเงิน และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำบัญชีธุรกิจขนส่งนิติบุคคล จะประกอบด้วย
                          • ฝั่งรายรับ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินค่าขนส่ง หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารด้านรายจ่าย Statement
                          • ฝั่งรายจ่าย ได้แก่ เอกสารที่จ่ายเป็นค่าน้ำมัน ทางด่วน ค่าซ่อมแซมรถ ค่าประกันรถที่นำมาวิ่งงาน และค่ารถร่วม (ถ้ามี)
                          อ่านวิธีการเสียภาษีธุรกิจขนส่งแต่ละแบบ พร้อมตัวอย่างการคำนวณแบบละเอียดคลิกที่นี่

                          สรุป ภาษีธุรกิจขนส่ง แบบเข้าใจง่าย เลือกใช้บริการบัญชีและภาษีอย่างไรไม่ให้พลาด!
                          จากเนื้อหาในข้างต้นจะเห็นว่า ธุรกิจขนส่งต้องดูแลภาษีหลายด้าน ทั้ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษี หัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีเงินได้ เพราะฉะนั้นการจัดการภาษีอย่างถูกต้อง คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจขนส่ง หากคุณไม่มั่นใจว่าจะเริ่มตรงไหน หรืออยากลดความเสี่ยงจากค่าปรับและภาษีย้อนหลังนรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น
                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                          Facebook : NarinthongOfficial
                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                          Line : @Narinthong
                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339




                          49



                          การทำธุรกิจขนส่งสินค้าในปัจจุบันกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก การทำธุรกิจในลักษณะนี้ ต้องบริหารหลายอย่างทั้งค่าแรงของพนักงาน ค่างวดรถ ค่าน้ำมัน และค่าอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ "การเสียภาษี" วันนี้ นรินทร์ทอง ไม่พลาดที่เอาข้อมูลดีๆ มาฝากทุกท่าน เกี่ยวกับ การเสีย ภาษี ธุรกิจ ขนส่ง

                          สนใจอยากวางแผน ภาษีธุรกิจขนส่ง ดีตั้งแต่ต้น ปรึกษาเราได้!คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่

                          ทำความเข้าใจ ภาษี ธุรกิจ ขนส่ง ต้องเสียอะไรบ้าง ?



                          1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)


                          สำหรับ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)" คือ ภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้า/ให้บริการในประเทศ อัตราปัจจุบัน 7% แต่ในธุรกิจขนส่งเป็นธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น VAT และไม่มีสิทธิ์จด VAT แม้ว่าจะต้องการจด VAT ก็ตาม แต่ในบางกรณีถ้าหากมีบริการหรือขายสินค้าร่วมด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

                          ธุรกิจขนส่งปกติ ขนส่งจากจุด A ไปจุด B จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

                          ธุรกิจขนส่งที่มีบริการพ่วงด้วย จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น รถห้องเย็น เพราะรถขนส่งไม่สามารถวิ่งไปเฉยๆ จากจุด A ไปจุด B ได้ ต้องมีการเปิดแอร์ทำความเย็นตลอดการขนส่ง หากมีการแพ็กของ หรือการเช่าพื้นที่ ก็ถือเป็นขนส่งที่พ่วงบริการ

                          อ่านรายละเอียดการเสียภาษีธุรกิจขนส่งคลิกที่นี่

                          2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)

                          "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" คือ ภาษีที่ลูกค้าหักจากค่าขนส่งก่อนจ่ายเงินให้ ซึ่งธุรกิจขนส่งที่จดทะเบียนบริษัทเป็นนิติบุคคล ผู้ว่าจ้างงานหรือกิจการที่เป็นผู้จ่ายเงิน ต้องเป็นคนหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง พร้อมออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตามที่กฎหมายกำหนด

                          • ค่าขนส่งโดยตรงจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
                          • บริษัทขนส่งมีการจ้างรถมาร่วมวิ่งด้วย หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%
                          • บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หัก 3%
                          • ขนส่งปกติจากจุด A ไปจุด B
                          • ธุรกิจที่เป็นเฟรนไชส์ให้กับธุรกิจขนส่ง[/b][/color]

                          3. ภาษีเงินได้ (Income Tax)

                          1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เจ้าของคนเดียว)

                          รายได้จากการขนส่งเป็นเงินได้ประเภท 8 มาตรา 40(8) สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือ เหมาจ่าย 60% หรือ เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง หากเลือกหักตามจริงจะต้องมีเอกสารในการจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับเงินได้ เช่น แนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับเงิน และเซ็นรับเงินไว้ พร้อมกับเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานด้วย

                          2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท / หจก.)

                          ธุรกิจขนส่งที่จดบริษัทเป็นนิติบุคคล คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ของกำไรสุทธิ และต้องมีการทำบัญชีและยื่นภาษี ด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 (สิ้นปี) และ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) โดยกิจการจะต้องมีการจ้างนักบัญชี เพื่อทำบัญชี งบการเงิน และเอกสารที่ต้องใช้ในการทำบัญชีธุรกิจขนส่งนิติบุคคล จะประกอบด้วย

                          • ฝั่งรายรับ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงินค่าขนส่ง หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารด้านรายจ่าย Statement
                          • ฝั่งรายจ่าย ได้แก่ เอกสารที่จ่ายเป็นค่าน้ำมัน ทางด่วน ค่าซ่อมแซมรถ ค่าประกันรถที่นำมาวิ่งงาน และค่ารถร่วม (ถ้ามี)

                          อ่านวิธีการเสียภาษีธุรกิจขนส่งแต่ละแบบ พร้อมตัวอย่างการคำนวณแบบละเอียดคลิกที่นี่


                          สรุป ภาษีธุรกิจขนส่ง แบบเข้าใจง่าย เลือกใช้บริการบัญชีและภาษีอย่างไรไม่ให้พลาด!

                          จากเนื้อหาในข้างต้นจะเห็นว่า ธุรกิจขนส่งต้องดูแลภาษีหลายด้าน ทั้ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษี หัก ณ ที่จ่าย และ ภาษีเงินได้ เพราะฉะนั้นการจัดการภาษีอย่างถูกต้อง คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจขนส่ง หากคุณไม่มั่นใจว่าจะเริ่มตรงไหน หรืออยากลดความเสี่ยงจากค่าปรับและภาษีย้อนหลังนรินทร์ทอง เราพร้อมดูแลคุณครบวงจร ทั้งด้านบัญชี การวางแผนภาษี และการให้คำปรึกษา ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

                          • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี

                          • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้

                          • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท

                          • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ



                          สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…

                          Facebook : NarinthongOfficial

                          E-mail : narinthong.ac@gmail.com

                          Line : @Narinthong

                          Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                          50

                          สำหรับท่านใดที่อยากเปิดธุรกิจเสริมความงาม แต่ไม่แน่ใจว่าต้อง จด VAT ไหม วันนี้ นรินทร์ทอง จะมาอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า คลินิก ความ งาม ต้อง จด VAT ไหม ? แล้วแบบไหนต้องเสีย Vat และแบบไหนได้รับการยกเว้น ? เพื่อการวางแผนทางการเงิน และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
                          อยากศึกษาเรื่องการจด VAT ก่อนประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามสนใจคลิกที่นี่
                          คลินิก ความ งาม ต้อง จด VAT ไหม ?


                          1. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามต้องจด VAT ไหม
                          • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย คุณต้องจด VAT อย่างถูกต้อง
                          • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ยกเว้นกรณีที่ต้องการจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ) ไม่ต้องจด VAT
                          2. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจด VAT ตอนไหน
                          • กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
                          • ยกตัวอย่างเช่น: วันที่ 1 มกราคม 2568 คุณเปิดคลินิกเสริมความงาม
                          วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยอดรวมรายได้สะสมของคุณตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 สิงหาคม มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568[/li][/list]


                          8]แบบไหนต้องเสีย VAT แบบไหนได้รับการยกเว้น

                          1. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามต้องจด VAT ไหม
                          • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมาย คุณต้องจด VAT อย่างถูกต้อง
                          • ถ้าธุรกิจคลินิกเสริมความงามของคุณ มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ยกเว้นกรณีที่ต้องการจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจ) ไม่ต้องจด VAT
                          2. ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจด VAT ตอนไหน
                          • กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด
                            • ยกตัวอย่างเช่น: วันที่ 1 มกราคม 2568 คุณเปิดคลินิกเสริมความงาม
                              วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ยอดรวมรายได้สะสมของคุณตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 สิงหาคม มีมูลค่าถึง 1.8 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในวันที่ 14 กันยายน 2568

                              แบบไหนต้องเสีย VAT แบบไหนได้รับการยกเว้น


                              1. รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Exempt)
                              รายได้ประเภทนี้คือ รายได้ที่มาจากการให้บริการทางการแพทย์ เพื่อการรักษาโรคตามประมวลรัษฎากร ซึ่งคลินิกจะต้องจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย ยกตัวอย่างเช่น การรักษาโรคทั่วไป, การรักษาทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหนัง, การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อการรักษา
                              หากคลินิกมีการขายยาหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาดังกล่าว และมีการให้คำแนะนำจากแพทย์ผู้รักษาอย่างถูกต้อง จะถือเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่ได้รับยกเว้นภาษีด้วย
                              ทำความเข้าใจรายได้แต่ละรูปแบบ ของธุรกิจเสริมความงามคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
                              2. รายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Not Exempt)
                              รายได้ประเภทนี้คือ รายได้ที่มาจากการให้บริการที่เน้นด้านความสวยความงามเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ยกตัวอย่างเช่น หัตถการเพื่อความงาม, การขายอาหารเสริม, บริการเสริมอื่นๆ ที่เน้นความงาม
                              เมื่อมีรายได้เหล่านี้เกิน 1.8 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม คิด VAT 7% และออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ได้รับเงินจากลูกค้า
                              สนใจเปิดคลินิกความงาม มองหาที่ปรึกษาด้านบัญชี แนะนำที่ นรินทร์ทอง สนใจคลิก


                              คลินิกความงามต้องจด VAT ไหม ? อยากหาที่ปรึกษา ที่ นรินทร์ทอง เราพร้อมให้คำแนะนำ
                              เพื่อให้คุณสามารถมุ่งเน้นกับการพัฒนาธุรกิจ และดูแลลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ไร้กังวลเรื่องภาษีที่ซับซ้อน ให้ บริษัท นรินทร์ทอง จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านภาษีคู่คิด ด้วยประสบการณ์ที่ให้บริการมากกว่า 20 ปี โดยมีบริการให้คุณได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ทำให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโต และมีประสิทธิภาพในการก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็น

                              • การส่งภาษีอากร ทางเราสามารถยื่นภาษีให้ได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากกับการจัดเตรียมเอกสาร รวมไปถึงรับจัดทำรายงาน และให้คำปรึกษาทางด้านภาษี
                              • รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทของคุณ โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการจดทะเบียน เพราะเราสามารถช่วยคุณได้
                              • งานทางด้านการเงิน จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการยื่นแบบเงินเดือน และประกันสังคมของพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัท
                              • ให้บริการรับทำบัญชี หากใครที่กำลังรู้สึกว่าการทำบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมายภายในบริษัท ทางเราพร้อมที่จะดูแลคุณ


                              สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่…
                              Facebook : NarinthongOfficial
                              E-mail : narinthong.ac@gmail.com
                              Line : @Narinthong
                              Tel : 081-627-6872 , 02-404-2339

                          หน้า: [1] 2 3