Ergonomic Chair คืออะไร? รู้จักเก้าอี้เพื่อสุขภาพสำหรับคนทำงานการนั่งทำงานเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ อาจทำให้รู้สึกเมื่อยล้าหรือไม่สบายบริเวณหลัง คอ และไหล่ได้ การเลือกเก้าอี้ที่เหมาะกับสรีระจึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น โดย
Ergonomic Chair เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักการยศาสตร์และการรองรับร่างกาย
เก้าอี้ประเภทนี้มีหลากหลายรูปแบบและฟังก์ชัน เช่น การปรับระดับความสูง พนักพิง ที่รองรับหลังส่วนล่าง และที่วางแขน ซึ่งแต่ละส่วนควรปรับให้เหมาะกับผู้ใช้งาน บทความนี้จะพาไปรู้จัก Ergonomic Chair ตั้งแต่ความหมาย จุดเด่น ประเภท ฟังก์ชัน ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับลักษณะการทำงานของแต่ละคน
Ergonomic Chair คืออะไร ทำความเข้าใจหลักการออกแบบเพื่อสุขภาพErgonomic Chair คือเก้าอี้ที่ออกแบบโดยยึดหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เป้าหมายหลักคือทำให้เก้าอี้ปรับเข้ากับร่างกายผู้ใช้ ไม่ใช่ให้ผู้ใช้ต้องปรับตัวเข้ากับเก้าอี้
ที่มาของแนวคิด Ergonomics ในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์แนวคิด Ergonomics เริ่มพัฒนาจากการศึกษาด้านสรีรศาสตร์และการยศาสตร์ในอุตสาหกรรม เพื่อลดการบาดเจ็บจากการทำงานซ้ำๆ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบจึงคำนึงถึงมุมข้อพับ ความสูงของสายตา และแนวกระดูกสันหลังเป็นหลัก
ความแตกต่างระหว่างเก้าอี้ธรรมดากับเก้าอี้ Ergonomicเก้าอี้ทั่วไปมักมีโครงสร้างตายตัว ไม่สามารถปรับแต่งได้ตามสรีระ ในขณะที่ Ergonomic Chair มีจุดปรับหลากหลาย เช่น ความสูงเบาะ มุมเอียงพนักพิง และตำแหน่งที่รองรับหลังส่วนล่าง ทำให้รองรับร่างกายได้อย่างแม่นยำมากกว่า
ทำไมเก้าอี้ทำงานแบบ Ergonomic ถึงสำคัญต่อสุขภาพคนออฟฟิศการนั่งเก้าอี้ธรรมดาต่อเนื่องหลายชั่วโมงส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับคนที่ทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน
ผลเสียของการนั่งผิดท่าต่อร่างกายการนั่งหลังงอหรือไหล่ห่อเป็นเวลานานทำให้กระดูกสันหลังรับแรงกดทับผิดจุด ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และอาจนำไปสู่ภาวะออฟฟิศซินโดรมในระยะยาว นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
Ergonomic chair ช่วยลดอาการปวดหลังและคอได้อย่างไรErgonomic chair ช่วยกระจายน้ำหนักตัวอย่างสมดุล รองรับแนวกระดูกสันหลังธรรมชาติ และลดการกดทับบริเวณสะโพกและหลังส่วนล่าง ผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าหลังจากเปลี่ยนมาใช้ Chair Ergonomic Office อาการปวดหลังเรื้อรังลดลงอย่างชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวให้เข้ากับเก้าอี้ใหม่อาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการปรับตั้งค่าให้เหมาะกับร่างกาย
วิธีปรับตั้งเก้าอี้ Ergonomic ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดการมี Ergonomic Chair ดีๆ ไว้ใช้งานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหากปรับตั้งไม่ถูกต้อง ประโยชน์ด้านสุขภาพก็จะลดลงไปมาก การปรับ Ergo Chair ให้เหมาะกับสรีระของแต่ละคนจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เก้าอี้ ergo ที่ดีมักออกแบบมาให้ปรับได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นความสูงเบาะ มุมพนักพิง และที่วางแขน ซึ่งแต่ละจุดล้วนส่งผลต่อท่าทางการนั่งโดยตรง
การปรับความสูงเบาะนั่งให้ถูกต้องความสูงเบาะของ Ergonomic Chair ควรปรับให้เท้าวางราบกับพื้นพอดี และเข่าทำมุมประมาณ 90 องศา หากเบาะสูงเกินไปจะทำให้ขาลอยและกดทับใต้เข่า ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิต ส่วนเบาะที่เตี้ยเกินไปจะทำให้สะโพกงอมากเกินไปและเพิ่มแรงกดที่หลังส่วนล่าง
การปรับมุมพนักพิงและระบบเอนหลังพนักพิงของเก้าอี้ Ergo ควรรองรับส่วนโค้งของหลังส่วนล่างได้พอดี การปรับมุมเอนประมาณ 100-110 องศาจะช่วยลดแรงกดที่กระดูกสันหลัง สำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานนานหลายชั่วโมง การปรับระบบเอนหลังให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระยังช่วยกระตุ้นการเปลี่ยนอิริยาบถโดยไม่รู้ตัว ลดความเมื่อยล้าสะสม
การปรับที่วางแขนให้เหมาะกับโต๊ะทำงานที่วางแขนของ Ergonomic Chair ควรปรับให้ข้อศอกทำมุม 90 องศาขณะวางแขนบนโต๊ะ ความสูงที่พอดีจะช่วยลดภาระที่บ่าและไหล่ ป้องกันอาการปวดต้นคอที่มักเกิดจากการยกไหล่ขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อที่วางแขนสูงหรือต่ำเกินไป
ท่านั่งที่ถูกต้องเมื่อใช้ Ergonomic Chair ในการทำงานการมี Chair Ergonomic Office ที่ดีต้องควบคู่ไปกับท่านั่งที่เหมาะสมด้วย เพราะเก้าอี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันอาการบาดเจ็บได้ทั้งหมด หากผู้ใช้ยังคงนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง การทำความเข้าใจเรื่อง Ergonomic ทั้งระบบ ตั้งแต่เก้าอี้ โต๊ะ และจอคอมพิวเตอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทำงานออฟฟิศยุคใหม่
ระยะห่างจากจอคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมเมื่อนั่งบน Ergonomic Chair ระยะห่างจากจอคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 50-70 เซนติเมตร หรือประมาณหนึ่งช่วงแขน ขอบบนของจอควรอยู่ในระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย เพื่อลดการก้มหรือเงยคอมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดต้นคอในคนทำงานออฟฟิศ
มุมข้อศอกและข้อมือขณะพิมพ์งานขณะพิมพ์งานบนเก้าอี้ Ergonomic ข้อศอกควรทำมุมประมาณ 90-100 องศา และข้อมือควรอยู่ในแนวตรง ไม่บิดขึ้นหรือลง การวางแขนบนที่วางแขนของเก้าอี้จะช่วยลดแรงกดที่ข้อมือ และป้องกันอาการเอ็นอักเสบหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานซ้ำๆ ได้ในระยะยาว
บทสรุปErgonomic Chair เป็นเก้าอี้ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักการยศาสตร์ เพื่อรองรับสรีระและช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับตำแหน่งต่าง ๆ ของเก้าอี้ให้เหมาะกับร่างกายและลักษณะการทำงานได้ องค์ประกอบต่าง ๆ เช่น พนักพิง ที่รองรับหลังส่วนล่าง ที่วางแขน และระบบปรับระดับ ล้วนมีส่วนช่วยเพิ่มความสะดวกสบายขณะนั่งทำงาน
การเลือก Ergonomic Chair ควรพิจารณาจากสรีระ ลักษณะงาน ระยะเวลาที่ต้องนั่ง และฟังก์ชันที่จำเป็น มากกว่าดูจากราคา รูปแบบ หรือคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว เมื่อเลือกเก้าอี้ที่เหมาะสมและปรับตั้งอย่างถูกต้อง รวมถึงลุกเปลี่ยนอิริยาบถและขยับร่างกายเป็นระยะ ก็จะช่วยให้การใช้งานเก้าอี้มีความเหมาะสมและสะดวกสบายมากขึ้นในระยะยาว