ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


การดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดอาจทำลายหลอดอาหารและเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง

การดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดอาจทำลายหลอดอาหารและเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง


ใจความสำคัญ

เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร: งานวิจัยขนาดใหญ่จากสหราชอาณาจักรพบว่า การดื่มชาหรือกาแฟที่ "ร้อนจัด" เป็นประจำ สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร (Oesophageal Cancer) ได้สูงถึงประมาณ 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ดื่มแบบ "อุ่น"

อุณหภูมิที่เป็นอันตราย: งานวิจัยระบุว่าเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถือว่าร้อนจัดและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มร้อนตั้งแต่ 6 แก้วขึ้นไปต่อวันก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน

คำแนะนำในการดื่ม: ควรอ่างรอสักครู่ให้เครื่องดื่มเย็นลงในระดับที่จิบได้อย่างสบายปากก่อนดื่ม การเติมนมช่วยให้อุณหภูมิลดลงได้เล็กน้อยแต่ก็อาจยังร้อนเกินไปอยู่ดี

ภาพรวมความเสี่ยงยังคงต่ำ: มะเร็งหลอดอาหารชนิดนี้เป็นโรคที่พบได้น้อย (ความเสี่ยงตลอดชีวิตของประชากรในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ประมาณ 1%) และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญกว่ามากยังคงเป็น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มชาหรือกาแฟในอุณหภูมิที่ร้อนจัดเป็นประจำ จะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร ผลการศึกษาจากนักวิจัยในสหราชอาณาจักร ซึ่งทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างเกือบหนึ่งล้านคน ถือเป็นงานวิจัยขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันที่ยืนยันความเชื่อมโยงในเรื่องนี้

ของเหลวที่มีความร้อนสูงมากสามารถทำลายเซลล์เยื่อบุผิวหลอดอาหารในขณะที่กลืนลงสู่กระเพาะอาหารได้ โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Cancer ระบุว่า เครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถือเป็นระดับที่เริ่มมีความเสี่ยง นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มร้อนตั้งแต่ 6 แก้วขึ้นไปต่อวัน ในกลุ่มตัวอย่างวัยกลางคน 977,282 คน ก็พบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ความร้อนของเครื่องดื่มและคำแนะนำในการบริโภค
น้ำชาที่ชงทันทีหลังจากน้ำเดือดจะมีอุณหภูมิใกล้เคียงจุดเดือดคือ 100 องศาเซลเซียส และเมื่อเทใส่แก้ว อุณหภูมิจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 90 ถึง 95 องศาเซลเซียส แม้ว่าการเติมนมจะช่วยให้อุณหภูมิลดลงได้บ้าง แต่ชาหรือกาแฟใส่นมนั้นก็อาจยังคงร้อนเกินไปอยู่ดี

คำแนะนำเบื้องต้นคือควรรอสองสามนาทีก่อนดื่ม เพื่อให้เครื่องดื่มเย็นลงจนอยู่ในอุณหภูมิที่ปลอดภัย แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะระบุเวลาที่แน่นอนว่าควรรอนานเท่าใด แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือการรอจนกว่าเครื่องดื่มจะอยู่ในระดับที่จิบได้อย่างสบายปาก ไม่รู้สึกร้อนลวก

จากการศึกษาแยกอีกชิ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ 118 คน พบว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่ากาแฟ "ร้อนเกินไป" เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป ขณะที่ผู้ผลิตแก้วกาแฟระบุว่า อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการดื่มกาแฟร้อนขณะเดินทางควรอยู่ที่ระหว่าง 49 ถึง 60 องศาเซลเซียส

ความเสี่ยงโดยรวมและปัจจัยหลักอื่น
นักวิจัยประเมินว่า มะเร็งหลอดอาหารประมาณ 1 ถึง 2 ใน 10 เคส อาจป้องกันได้หากผู้คนเลิกดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัด อย่างไรก็ตาม มะเร็งหลอดอาหารชนิดเซลล์สเควมัส (Squamous cell oesophageal cancer) ถือเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างน้อย โดยในสหราชอาณาจักรมีผู้ได้รับวินิจฉัยเพียงไม่กี่พันรายต่อปี และมีความเสี่ยงตลอดชีวิตของประชากรอยู่ที่ประมาณ 1% เท่านั้น

ดังนั้น แม้การดื่มเครื่องดื่มร้อนจัดจะเพิ่มความเสี่ยง แต่โอกาสโดยรวมที่จะป่วยเป็นมะเร็งชนิดนี้ยังถือว่าต่ำมาก อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลมากกว่าอย่างชัดเจน โดยองค์กรวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักรย้ำว่า วิธีที่สำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยงของมัดมะเร็งหลอดอาหาร คือการไม่สูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ อาการเตือนของมะเร็งหลอดอาหาร ได้แก่ อาการแสบร้อนกลางอก อาหารไม่ย่อย เจ็บคอหรือแน่นหน้าอก ร่วมกับน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างผิดปกติ