ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


เลือกเครื่องทดสอบรอยรั่วยังไงให้ เหมาะสมกับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์

เลือกเครื่องทดสอบรอยรั่วยังไงให้เหมาะกับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์

การเกิดรอยรั่วบนบรรจุภัณฑ์ แม้จะเป็นรูขนาดเล็กหรือเกิดขึ้นบริเวณรอยซีลที่มองด้วยตาเปล่าได้ยาก ก็สามารถส่งผลต่อคุณภาพของสินค้าที่อยู่ภายในได้ ตั้งแต่การสูญเสียความสด ความชื้นเข้าไปในบรรจุภัณฑ์ ของเหลวรั่วออกมา ไปจนถึงการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อมภายนอก

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์จึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนตรวจสอบว่าบรรจุภัณฑ์สามารถปิดผนึกได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ โดยหนึ่งในเครื่องมือที่นำมาใช้ในกระบวนการควบคุมคุณภาพคือ เครื่องทดสอบรอยรั่ว (Leak Tester) ซึ่งช่วยตรวจหารอยรั่วหรือจุดบกพร่องของบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม เครื่องทดสอบรอยรั่วมีหลักการทำงานและรูปแบบการทดสอบหลายประเภท การเลือกเครื่องจึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่าตรวจรอยรั่วได้หรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่าเหมาะกับตัวอย่าง กระบวนการผลิต และมาตรฐานที่โรงงานต้องควบคุมหรือไม่

1. เริ่มจากดูประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการทดสอบ

สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ โรงงานต้องการนำเครื่องไปตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ประเภทใด เพราะลักษณะของบรรจุภัณฑ์มีผลโดยตรงต่อวิธีการตรวจหารอยรั่ว

ตัวอย่างเช่น

  • ถุงพลาสติกและซองบรรจุภัณฑ์
    ซองอาหารและขนม
    ถุงสุญญากาศ
    ขวดและภาชนะพลาสติก
    กระป๋อง
    บรรจุภัณฑ์แบบ Flexible Packaging
    บรรจุภัณฑ์ที่มีการซีลด้วยความร้อน

บรรจุภัณฑ์บางประเภทอาจต้องการตรวจสอบเพียงว่ามีรูรั่วหรือไม่ ขณะที่บางผลิตภัณฑ์ต้องควบคุมความสมบูรณ์ของรอยซีลอย่างละเอียด ดังนั้น ก่อนเลือกเครื่องควรกำหนดลักษณะตัวอย่าง ขนาด รวมถึงรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องทดสอบให้ชัดเจน

2. เลือกวิธีทดสอบรอยรั่วให้เหมาะกับงาน

การทดสอบรอยรั่วสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีมีจุดประสงค์และความเหมาะสมแตกต่างกัน สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ วิธีที่พบได้บ่อยคือการสร้างความแตกต่างของแรงดันระหว่างภายในและภายนอกบรรจุภัณฑ์ เพื่อดูว่ามีอากาศหรือของเหลวผ่านจุดรั่วหรือไม่

ตัวอย่างหนึ่งคือ Vacuum Leak Test ซึ่งนำตัวอย่างเข้าไปในห้องทดสอบและลดความดันภายในห้องให้เกิดสภาวะสุญญากาศ หากบรรจุภัณฑ์มีจุดรั่ว อากาศภายในบรรจุภัณฑ์จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงตามความแตกต่างของแรงดัน ทำให้สามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ได้

โรงงานจึงควรเลือก เครื่องทดสอบรอยรั่ว ที่รองรับวิธีการทดสอบซึ่งสอดคล้องกับประเภทผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดด้าน Quality Control ของโรงงาน ไม่จำเป็นว่าเครื่องที่มีช่วงการทำงานสูงที่สุดจะเหมาะที่สุดเสมอไป

3. พิจารณาช่วงแรงดันหรือระดับสุญญากาศที่เครื่องรองรับ

ความสามารถในการสร้างและควบคุมแรงดันเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะตัวอย่างแต่ละประเภทอาจต้องใช้เงื่อนไขการทดสอบแตกต่างกัน

หากใช้แรงดันหรือระดับสุญญากาศต่ำเกินไป อาจตรวจไม่พบรอยรั่วบางประเภท แต่หากใช้สูงเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้บรรจุภัณฑ์เสียรูปหรือแตกจากแรงดันระหว่างการทดสอบได้

จึงควรตรวจสอบว่าเครื่องสามารถกำหนดค่าการทดสอบให้เหมาะกับตัวอย่างได้หรือไม่ รวมถึงพิจารณาความสามารถในการควบคุมและแสดงค่าระหว่างการทดสอบ เพื่อให้สามารถกำหนดเงื่อนไขเดียวกันสำหรับการตรวจสอบแต่ละ Lot ได้อย่างสม่ำเสมอ

4. ขนาดของห้องทดสอบต้องเหมาะกับตัวอย่าง

ขนาดของ Chamber หรือห้องทดสอบเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะโรงงานที่มีบรรจุภัณฑ์หลายขนาด

หากห้องทดสอบมีขนาดเล็กเกินไป อาจไม่สามารถใส่ตัวอย่างได้ ขณะที่การเลือก Chamber ขนาดใหญ่เกินความจำเป็นอาจไม่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานและรูปแบบการทดสอบของโรงงาน

ก่อนเลือกเครื่องจึงควรตรวจสอบขนาดตัวอย่างจริง ทั้งความกว้าง ความยาว และความสูง รวมถึงพิจารณาว่าในอนาคตโรงงานมีแนวโน้มผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือไม่ เพื่อให้เครื่องสามารถรองรับงานได้ในระยะยาว

5. ดูมาตรฐานการทดสอบที่โรงงานต้องใช้งาน

โรงงานแต่ละแห่งอาจมีข้อกำหนดด้านการควบคุมคุณภาพแตกต่างกัน บางแห่งใช้วิธีการทดสอบภายในบริษัท ขณะที่บางแห่งต้องทดสอบตามมาตรฐานที่ลูกค้าหรืออุตสาหกรรมกำหนด

ดังนั้น ควรตรวจสอบว่าเครื่องและวิธีการทดสอบสามารถรองรับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับหลายอุตสาหกรรม หรือรับผลิตบรรจุภัณฑ์ตาม Specification ของลูกค้า

การเลือกเครื่องโดยอ้างอิงมาตรฐานตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาการซื้อเครื่องมาแล้วไม่สามารถนำผลทดสอบไปใช้อ้างอิงกับข้อกำหนดของลูกค้าได้

6. ความง่ายในการควบคุมเงื่อนไขการทดสอบ

สำหรับโรงงานที่ต้องทดสอบตัวอย่างจำนวนมากในแต่ละวัน ความสะดวกในการใช้งานมีผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการ QC โดยตรง

เครื่องที่สามารถตั้งค่าแรงดัน ระยะเวลาในการทดสอบ และเงื่อนไขต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำการทดสอบซ้ำภายใต้เงื่อนไขเดียวกันได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความแตกต่างของผลที่อาจเกิดจากวิธีปฏิบัติของผู้ใช้งานแต่ละคน

หากโรงงานมีผลิตภัณฑ์หลายประเภท ควรพิจารณาด้วยว่าสามารถเปลี่ยนค่าการทดสอบระหว่างผลิตภัณฑ์ได้สะดวกเพียงใด

7. อย่าเลือกเครื่องจากราคาเพียงอย่างเดียว

ราคาถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ แต่สำหรับเครื่องมือควบคุมคุณภาพ ควรพิจารณาความเหมาะสมกับงานเป็นหลัก

เครื่องที่มีราคาต่ำกว่าอาจเพียงพอสำหรับงานทดสอบทั่วไป แต่หากโรงงานต้องการควบคุมเงื่อนไขการทดสอบอย่างละเอียด ต้องตรวจสอบตัวอย่างหลายประเภท หรือมีข้อกำหนดตามมาตรฐานเฉพาะ ก็ควรเลือกรุ่นที่สามารถรองรับความต้องการเหล่านั้นได้จริง

นอกจากนี้ควรพิจารณาเรื่องการติดตั้ง การสอบเทียบ การบำรุงรักษา อะไหล่ และบริการหลังการขายร่วมด้วย เพราะเครื่องทดสอบที่ใช้ในกระบวนการ QC จำเป็นต้องพร้อมใช้งานและให้ผลที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง

สรุป เลือกเครื่องทดสอบรอยรั่วต้องเริ่มจากลักษณะงานของโรงงาน

การเลือกเครื่องทดสอบรอยรั่วสำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ไม่มีเครื่องรุ่นใดที่เหมาะกับทุกงาน สิ่งสำคัญคือการเริ่มจากทำความเข้าใจประเภทบรรจุภัณฑ์ ขนาดตัวอย่าง วิธีการทดสอบ ช่วงแรงดันหรือสุญญากาศ มาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม และจำนวนตัวอย่างที่ต้องตรวจสอบในแต่ละวัน

เมื่อกำหนดความต้องการเหล่านี้ได้ชัดเจน ก็จะสามารถเลือกเครื่องที่เหมาะกับกระบวนการผลิตได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การตรวจสอบรอยรั่วไม่ใช่เพียงขั้นตอนการค้นหาของเสีย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมคุณภาพที่ช่วยลดความเสี่ยงก่อนบรรจุภัณฑ์ถูกนำไปใช้งานจริง

Website: www.chemihouse.com
Facebook: www.facebook.com/ch.chemicalhouse