ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แนะนำ 5 จุดตรวจเช็กสภาพรถด้วยตัวเอง ก่อนขับรถไปทำงาน

การใช้รถยนต์เป็นประจำทุกวัน ทำให้หลายคนละเลยการตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง ทั้งที่การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการตรวจสอบเบื้องต้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาระหว่างทาง และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมาก แม้ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกวัน แต่ควรตรวจสภาพรถอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยมี 5 จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้

1.น้ำหล่อเย็น (หม้อน้ำ)

ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นในถังพักให้อยู่ระหว่างขีด LOW และ FULL หากระดับต่ำกว่าที่กำหนด ควรเติมน้ำหล่อเย็นตามชนิดที่ผู้ผลิตแนะนำ และไม่ควรใช้น้ำเปล่าเติมแทน เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะเกิดความร้อนสูงเกินไป

2.แรงดันลมยาง

ตรวจเช็กลมยางด้วยเกจวัดลมให้ได้ตามค่ามาตรฐานที่ระบุในคู่มือรถ หรือสติกเกอร์บริเวณขอบประตู การเติมลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้รถเกาะถนนดีขึ้น ประหยัดน้ำมัน ลดการสึกหรอของยาง และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

3.ระบบไฟและแบตเตอรี่

ทดสอบการทำงานของไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว รวมถึงเสียงแตร หากพบว่า ไฟส่องสว่างน้อยลง สตาร์ตรถติดยาก หรือแตรมีเสียงเบาผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ควรนำรถเข้าตรวจเช็กก่อนเกิดปัญหาระหว่างเดินทาง


4.ที่ปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก

โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ควรตรวจสอบสภาพยางใบปัดน้ำฝนว่า ยังปัดได้สะอาด ไม่มีรอยฉีกขาด หรือเกิดเสียงดังขณะใช้งาน พร้อมเติมน้ำฉีดกระจกให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ เพื่อให้มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนเมื่อขับขี่ท่ามกลางฝนตกหรือคราบสกปรกบนกระจก

5.ยางรถยนต์

ตรวจสอบดอกยางมีความลึกเพียงพอ ไม่มีรอยแตกร้าว รอยบวม หรือวัตถุแปลกปลอมฝังอยู่ในเนื้อยาง รวมถึงสังเกตการณ์สึกหรอว่าผิดปกติหรือไม่ เพราะยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง หากอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลต่อการยึดเกาะถนน ระยะเบรก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่บนถนนเปียกในช่วงหน้าฝน


ขอบคุณข้อมูลจาก www.bridgestone.co.th