ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


วางแผนจัดการหนี้ด้วยการ refinance บ้าน เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาผ่อน

การเลือกใช้วิธี refinance บ้าน เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านมาแล้วครบสามปีขึ้นไป เนื่องจากในช่วงสามปีแรกธนาคารมักจะให้ข้อเสนออัตราดอกเบี้ยแบบคงที่หรือแบบลอยตัวในระดับที่ต่ำมาก แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่สี่อัตราดอกเบี้ยจะขยับตัวสูงขึ้นตามเงื่อนไขของสัญญาเดิม ส่งผลให้ยอดเงินงวดที่ส่งไปในแต่ละเดือนถูกนำไปตัดเป็นค่าดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น การโยกย้ายมูลหนี้ไปยังสถาบันการเงินแห่งใหม่ที่มีโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรวมของที่อยู่อาศัย ช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง หรือสามารถเลือกผ่อนเท่าเดิมเพื่อให้อัตราเงินต้นลดลงอย่างรวดเร็วและปิดบัญชีได้ไวขึ้น



ขั้นตอนการเตรียมตัวและเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อการอนุมัติของธนาคารแห่งใหม่
กระบวนการยื่นขอสินเชื่อใหม่นี้จะมีขั้นตอนคล้ายกับการกู้ซื้อบ้านในครั้งแรก โดยผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสารส่วนตัว เอกสารแสดงรายได้ และสเตทเมนต์ย้อนหลังให้พร้อมเพื่อพิสูจน์ความสามารถในการชำระหนี้ในปัจจุบัน สิ่งที่ธนาคารแห่งใหม่จะนำมาพิจารณาเป็นพิเศษคือประวัติการชำระหนี้จากเครดิตบูโรในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งผู้กู้ต้องไม่มีประวัติการค้างชำระหรือจ่ายล่าช้า นอกจากนี้ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินมูลค่าทรัพย์สินปัจจุบันเพื่อคำนวณวงเงินปล่อยกู้ใหม่ หากมูลค่าบ้านลดลงหรือรายได้ของผู้กู้เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อการอนุมัติวงเงินได้เช่นกัน

การคำนวณความคุ้มค่าระหว่างส่วนต่างดอกเบี้ยกับค่าใช้จ่ายแฝงในการทำธุรกรรม
ก่อนตัดสินใจย้ายธนาคาร ผู้กู้จำเป็นต้องนำค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมาคำนวณร่วมด้วย เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นหลายส่วน ได้แก่ ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมการปล่อยกู้ของธนาคารใหม่ ค่าอากรแสตมป์ และค่าจดจำนองร้อยละหนึ่งของวงเงินกู้กับกรมที่ดิน รวมถึงอาจมีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยชุดใหม่ ผู้กู้จึงต้องนำส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ตลอดระยะเวลาสามปีข้างหน้ามาหักลบกับค่าใช้จ่ายก้อนนี้ หากส่วนต่างที่ประหยัดได้มีมูลค่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายอย่างชัดเจน จึงจะถือว่าการทำธุรกรรมในครั้งนี้มีความคุ้มค่าทางการเงิน