ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


อยากโอนรถแต่ยังติดสัญญา? แชร์ทุกขั้นตอนทำเอกสารเมื่อต้องการจำนำทะเบียนรถ

จำนำทะเบียนรถอยู่แต่อยากโอนรถ เรื่องนี้เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด บางคนต้องขายรถเพื่อเอาเงินไปโปะหนี้ บางคนอยากโอนให้คนในครอบครัว หรือมีคนมาซื้อรถต่อแบบเร่งด่วน ปัญหาคือเมื่อมีสัญญาจำนำทะเบียนรถอยู่ เล่มทะเบียนมักถูกเก็บเป็นหลักประกัน และตัวรถยังมีภาระผูกพันตามสัญญา ทำให้โอนแบบเดินไปกรมการขนส่งแล้วจบเลยไม่ได้

บทความนี้จะมาสรุปให้ครบว่า ถ้ายังติดสัญญาจำนำทะเบียนรถอยู่ แต่จำเป็นต้องโอนรถ ต้องทำขั้นตอนอะไรบ้าง เอกสารแบบไหนที่มักต้องใช้ และควรระวังตรงไหนเพื่อไม่ให้โอนสะดุดหรือกลายเป็นปัญหาย้อนหลัง

ทำไมติดสัญญาจำนำทะเบียนรถแล้วโอนรถไม่ง่ายเหมือนปกติ

หัวใจของจำนำทะเบียนรถคือการใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกัน ผู้ให้บริการจึงต้องควบคุมความเสี่ยงไว้ด้วยการถือเล่มทะเบียน และกำหนดเงื่อนไขเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์เอาไว้ชัดเจน เพราะถ้าปล่อยให้โอนรถได้อิสระ หลักประกันก็อาจ “หายไป” จากมุมมองของเขา

อีกมุมที่คนมักมองข้ามคือ ต่อให้รถอยู่กับคุณและยังใช้งานได้ตามปกติ แต่สิทธิในรถระหว่างสัญญาถูกผูกกับเงื่อนไขที่คุณเซ็นไว้ ดังนั้นการโอนรถระหว่างสัญญาจึงต้องทำแบบมีขั้นตอน ไม่ใช่แค่มีผู้ซื้อแล้วไปเซ็นโอนกันเอง

ก่อนคิดเรื่องเอกสารต้องเริ่มจากคำถามเดียว โอนเพื่ออะไร?

การโอนรถตอนยังจำนำทะเบียนรถอยู่ จะเดินได้เร็วหรือช้าขึ้นกับเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณจะโอนเพื่อขายรถให้คนอื่น ส่วนใหญ่ต้องปิดบัญชีหรือเคลียร์ภาระหนี้กับผู้ให้บริการก่อน เพื่อให้เล่มทะเบียน “ปลดล็อก” และโอนได้อย่างถูกต้อง

แต่ถ้าคุณจะโอนให้คนในครอบครัว บางกรณีอาจคุยเป็นการปรับสัญญา เปลี่ยนผู้รับผิดชอบ หรือทำเอกสารยินยอมเพิ่มเติมได้ (ขึ้นกับนโยบายของผู้ให้บริการ) จุดสำคัญคืออย่าคิดแทน ให้เริ่มจากโทรถามเงื่อนไขของสัญญาที่คุณถืออยู่ก่อน

ขั้นตอนหลักเมื่ออยากโอนรถแต่ยังติดจำนำทะเบียนรถ

ขั้นตอนที่ 1 ขอข้อมูลยอดปิดบัญชีและเงื่อนไขการปิดก่อนกำหนด

สิ่งแรกที่ควรทำคือขอยอดปิดบัญชี (ยอดปิด) ณ วันที่ต้องการปิดจริง เพราะหลายคนดูแค่ว่ายอดคงเหลือประมาณเท่าไหร่ แล้วคำนวณผิด 

ให้ถามให้ชัดว่ามีค่าปรับปิดก่อนกำหนดไหม คิดอย่างไร ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน และยอดปิดรวมค่าธรรมเนียมทุกอย่างแล้วหรือยัง ถ้าผู้ให้บริการบอกยอดปิดได้เป็นเอกสารหรือข้อความยืนยัน จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องตัวเลขเปลี่ยนกลางทาง

ขั้นตอนที่ 2 วางแผนเงินก้อนให้ปิดบัญชีได้จริงก่อนวันโอน

เมื่อรู้ยอดปิดแล้ว คำถามต่อมาคือเงินจะมาจากไหน ถ้าขายรถให้ผู้ซื้อ บางดีลจะใช้เงินผู้ซื้อมาปิดบัญชีแล้วค่อยโอน แต่ต้องทำให้เป็นขั้นตอนที่ทุกฝ่ายสบายใจ เช่น นัดทำธุรกรรมที่สำนักงานผู้ให้บริการหรือธนาคาร เพื่อให้เงินถูกจ่ายเข้าบัญชีปิดหนี้และมีหลักฐานชัด

ถ้าคุณจะหาเงินมาปิดเองก่อนแล้วค่อยขายทีหลัง วิธีนี้มักทำให้การโอนง่ายขึ้น แต่ต้องชั่งใจเรื่องสภาพคล่องและเวลาที่รถจะขายได้จริง

ขั้นตอนที่ 3 ขอคืนเล่มทะเบียนและเอกสารปลดภาระ

หลังปิดบัญชี ผู้ให้บริการจะดำเนินการปลดภาระและคืนเล่มทะเบียน (ระยะเวลาเร็วช้าต่างกัน) ตรงนี้ต้องถามให้ชัดว่าใช้กี่วัน เอกสารที่ออกให้มีอะไรบ้าง และคุณต้องไปรับเองหรือมอบอำนาจได้

หลายเคสสะดุดตรงคิดว่าปิดวันนี้ โอนพรุ่งนี้ได้เลย แต่เล่มทะเบียนยังไม่คืนหรือเอกสารยังไม่พร้อม ดังนั้นให้เผื่อเวลาไว้เสมอ โดยเฉพาะถ้าผู้ซื้อมีเส้นตายหรือคุณต้องย้ายทะเบียนข้ามจังหวัด

ขั้นตอนที่ 4 เตรียมเอกสารโอนรถตามปกติ พร้อมเอกสารประกอบจากฝั่งจำนำ

เมื่อเล่มทะเบียนพร้อม การโอนรถจะกลับมาเหมือนกระบวนการปกติ แต่เพื่อให้การโอนรถราบรื่น ควรเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่แรก เพราะการขาดเอกสารแค่ชิ้นเดียวทำให้ต้องเลื่อนนัดได้ง่ายมาก

โดยทั่วไปเอกสารที่มักต้องใช้จะอยู่ในกลุ่มนี้

-เล่มทะเบียนตัวจริง 

-บัตรประชาชนผู้โอนและผู้รับโอน 

-เอกสารยินยอม/มอบอำนาจ (ถ้ามี) 

-เอกสารยืนยันว่าปิดบัญชี/ปลดภาระแล้วในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบประกอบ

-ถ้ารถเป็นชื่อบริษัท จะมีชุดเอกสารบริษัทเพิ่ม เช่น หนังสือรับรองและผู้มีอำนาจลงนามตามเอกสาร ซึ่งควรเตรียมให้ตรงกับชื่อผู้เซ็นในวันโอน

ขั้นตอนที่ 5 นัดโอนให้ปลอดภัยที่สุด: เลือกสถานที่ที่ลดความเสี่ยงของทุกฝ่าย

ถ้าดีลเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อและการปิดบัญชีพร้อมกัน ทางเลือกที่ปลอดภัยคือทำเป็น “วันเดียวจบ” ที่สำนักงานผู้ให้บริการหรือจุดที่จัดการธุรกรรมได้ครบ เพื่อให้เห็นหลักฐานการปิดบัญชีจริงก่อนโอน ลดปัญหาความไม่ไว้ใจและลดโอกาสที่เงินจะปิดยอดหนี้ไม่ครบ

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือพยายามโอนรถทั้งที่ยังไม่ได้ปิดบัญชี หรือเชื่อคำพูดว่าเดี๋ยวทำเอกสารให้ได้ทั้งหมดแบบไม่ต้องปลดภาระก่อน ซึ่งเสี่ยงมาก เพราะสุดท้ายเล่มทะเบียนอยู่กับผู้ให้บริการ และสิทธิการโอนถูกจำกัดตามสัญญา

อีกจุดคืออย่าลืมถามเรื่องค่าทวงถามและดอกเบี้ยผิดนัด ถ้าคุณกำลังค้างงวดอยู่ เพราะยอดปิดจะยิ่งสูงขึ้น และอาจมีเงื่อนไขที่ทำให้การปลดภาระช้ากว่าปกติ

ถ้าต้องการจำสั้น ๆ ก่อนเดินเรื่องจำนำทะเบียนรถแล้วจะโอน ให้เช็ก 3 อย่างนี้ก่อนเสมอ: ยอดปิดที่เป็นปัจจุบัน เล่มทะเบียนจะคืนเมื่อไหร่ และวันโอนคุณมีเอกสารครบหรือยัง

บทสรุป

การอยากโอนรถทั้งที่ยังติดสัญญาจำนำทะเบียนรถทำได้ แต่ต้องเดินเป็นลำดับ เริ่มจากขอยอดปิดและเงื่อนไขปิดก่อนกำหนด วางแผนเงินให้ปิดบัญชีได้จริง ขอคืนเล่มทะเบียนและเอกสารปลดภาระ จากนั้นค่อยเตรียมชุดเอกสารโอนรถให้ครบและนัดโอนอย่างปลอดภัย

ถ้าคุณทำให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครจ่ายยอดปิดเมื่อไหร่ เล่มทะเบียนจะคืนวันไหน และเอกสารพร้อมแค่ไหน การโอนจะจบเร็วขึ้น ลดโอกาสเสียเวลาวิ่งหลายรอบ และลดความเสี่ยงที่จะมีปัญหาย้อนหลังหลังโอนเสร็จแล้ว

สำหรับใครที่ต้องการกู้สินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/

“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.ngernhaijai.com/

Line : https://bit.ly/3zDd5Kz

เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899