ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


คํานวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต vs กดเงินสด ต่างกันยังไง?

คํานวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต vs บัตรกดเงินสด ต่างกันยังไง? สรุปสูตรคิดดอกเบี้ยที่คนมีบัตรต้องรู้



คํานวณดอกเบี้ย บัตรเครดิต VS บัตรกดเงินสด ต่างกันอย่างไร? บทความนี้ สรุปสูตรคิดดอกเบี้ยแบบเข้าใจง่าย พร้อมเปรียบเทียบความคุ้มค่าให้เลือกใช้ได้ถูกประเภท

ในยุคสังคมไร้เงินสด การมีบัตรสักใบไว้ให้อุ่นใจเป็นเรื่องปกติ แต่หลายคนมักสับสนระหว่างบัตรสองประเภทนี้ จนนำไปสู่การใช้งานผิดวัตถุประสงค์และก่อให้เกิดหนี้โดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะเรื่องการคํานวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตเปรียบเทียบกับบัตรกดเงินสด ที่มีวิธีคิดและค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสูตรคำนวณ เพื่อให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด

บัตรเครดิต VS บัตรกดเงินสด ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะไปดูตัวเลข เราต้องเข้าใจพื้นฐานของบัตรทั้งสองประเภทก่อน แม้จะเป็นสินเชื่อเหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์การใช้งานนั้นถูกออกแบบมาคนละแบบ

บัตรเครดิต คืออะไร?
บัตรเครดิต คือสินเชื่อที่เน้นใช้เพื่อ “รูดซื้อสินค้าและบริการ” แทนเงินสด โดยมีจุดเด่นคือระยะปลอดดอกเบี้ย (เช่น 45-50 วัน) หากชำระเต็มจำนวนตามกำหนด แม้จะสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่หลัก ทำให้มีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนที่ค่อนข้างสูง

บัตรกดเงินสด คืออะไร?
บัตรกดเงินสด คือสินเชื่อหมุนเวียนที่เน้น “ความคล่องตัวด้านเงินสด” เป็นหลัก เหมาะสำหรับกดเงินสดออกมาหมุนเวียนยามฉุกเฉิน โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเหมือนบัตรเครดิต ดอกเบี้ยจะเดินทันทีที่กดเงินออกมา นอกจากนี้ปัจจุบันยังสามารถใช้ผ่อนสินค้าผ่านแอปพลิเคชันได้ในบางผู้ให้บริการ

บัตรเครดิต vs บัตรกดเงินสด คำนวณดอกเบี้ยต่างกันอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่ทำให้ภาระหนี้ต่างกันคือ “จุดเริ่มต้นของการคิดดอกเบี้ย” และ “ค่าธรรมเนียมแฝง” ซึ่งหากเลือกใช้ผิดประเภท อาจทำให้เสียเงินฟรีโดยไม่รู้ตัว

1. วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต (รูดซื้อ vs กดเงินสด)
หากรูดซื้อของและจ่ายเต็มจะไม่มีดอกเบี้ย แต่ถ้า “กดเงินสด” จะโดน 2 เด้งทันที คือ
1. ค่าธรรมเนียมกดเงิน 3% + VAT 7%
2. ดอกเบี้ยเดินทันทีตั้งแต่วันที่กด (สูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี)
สูตร : (เงินต้น x ดอกเบี้ย% x จำนวนวัน) ÷ 365 + (ค่าธรรมเนียม 3% + VAT 7%)

2. วิธีคำนวณดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด
บัตรกดเงินสดออกแบบมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ จึง “ไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงิน 3%” ส่วนดอกเบี้ยจะคิดแบบลดต้นลดดอก เดินรายวันตั้งแต่วันที่กดเงินออกมา (สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี) จ่ายคืนเร็ว ดอกเบี้ยก็หยุดเดินทันที
สูตร : (เงินต้น x ดอกเบี้ย% x จำนวนวัน) ÷ 365

ตัวอย่าง : หากต้องการเงินสด 10,000 บาท ใช้อะไรคุ้มกว่า?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สมมติว่าคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด 10,000 บาท และสามารถหาเงินมาคืนได้ภายใน 30 วัน ลองคำนวณเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกัน

บัตรเครดิต
คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมกดเงิน 300 บาท + VAT 21 บาท รวมเป็น 321 บาททันที บวกกับดอกเบี้ย (สมมติ 16%) อีกประมาณ 131 บาท รวมค่าใช้จ่ายส่วนเกินทั้งหมดประมาณ 452 บาท
วิธีคำนวณ : (10,000 x 3% = 300) + VAT 7% + ดอกเบี้ยรายวัน

บัตรกดเงินสด
คุณจะไม่เสียค่าธรรมเนียมการกดเงินเลยแม้แต่บาทเดียว จะเสียเพียงแค่ดอกเบี้ย (สมมติ 25%) เป็นจำนวนเงินประมาณ 205 บาท เท่านั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าประหยัดกว่าการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดถึงเท่าตัว
วิธีคำนวณ : (10,000 x 25% x 30) ÷ 365 = 205.47 บาท
หมายเหตุ ตัวอย่างแผนการชำระเป็นเพียงการคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น ระยะเวลาการกู้ยืมที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อผลรวมของดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการคำนวณดอกเบี้ยและบัตรกดเงินสด
ยังมีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยที่ผู้ใช้งานมักเข้าใจผิด เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตมาไขข้อข้องใจ เพื่อให้คุณใช้งานบัตรได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

1. บัตรกดเงินสดมีระยะปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิตไหม?
บัตรกดเงินสดไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ย บัตรกดเงินสดจะเริ่มคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันทันทีตั้งแต่วันแรกที่คุณทำรายการถอนเงินออกมา หรือโอนเงินเข้าบัญชี ดังนั้นจึงเหมาะกับการกดมาใช้ยามจำเป็นและรีบชำระคืนให้เร็วที่สุดเพื่อลดภาระดอกเบี้ย

2. จ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต ดอกเบี้ยคิดอย่างไร?
หากจ่ายขั้นต่ำ คุณจะเสียสิทธิ์ปลอดดอกเบี้ยทันที โดยธนาคารจะคำนวณดอกเบี้ยจาก “ยอดเต็ม” ตั้งแต่วันที่รูดซื้อจนถึงวันสรุปยอด และคิดดอกเบี้ยของ “เงินต้นคงเหลือ” ตั้งแต่วันตัดรอบบิลจนถึงวันที่ชำระเงิน

3. ทำไมกดเงินสดจากบัตรเครดิตถึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า?
เพราะบัตรเครดิตไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นแหล่งเงินสดด่วน จึงมีเงื่อนไข “ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า” (Cash Advance Fee) ที่ 3% ของยอดเงิน บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงกว่าดอกเบี้ยปกติ

4. ควรเลือกใช้บัตรใบไหนดีระหว่างบัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด?
เลือกตามวัตถุประสงค์ ถ้า “ซื้อของ/สะสมแต้ม” ให้ใช้บัตรเครดิตรูดจ่าย แต่ถ้าต้องการ “เงินสดด่วน/หมุนเวียน” ให้ใช้บัตรกดเงินสด เพราะประหยัดค่าธรรมเนียมและมีความยืดหยุ่นในการชำระคืนมากกว่า

สรุป : เลือกใช้บัตรให้ถูกประเภท ช่วยเซฟดอกเบี้ยได้มากกว่า
การเข้าใจวิธีคํานวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด จะช่วยให้คุณเลือกหยิบบัตรมาใช้ได้ถูกสถานการณ์ หากคุณต้องการเงินสดเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน การใช้บัตรกดเงินสดจะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากกว่า
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่ตอบโจทย์ทั้งเงินสดและการผ่อนสินค้า บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส (Umay+) คือทางเลือกที่น่าสนใจ หรือหากต้องการผ่อนสินค้า ก็สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชัน Umay+ กับร้านค้าชั้นนำ (บัตรนี้ไม่สามารถรูดซื้อของได้) มาพร้อมจุดเด่นที่ อนุมัติไว* ทันใจ สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วนเพื่อจัดการปัญหาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ให้คุณบริหารจัดการเงินได้อย่างคล่องตัว



*อนุมัติภายในวันทำการ นับจากวันที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อได้รับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร รวมถึงข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่มีข้อขัดข้องด้านเอกสารหรือระบบ

อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อหมุนเวียน 19.8% - 25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อผ่อนชำระ 16.44% - 25% ต่อปี ขึ้นอยู่กับโปรโมชันในแต่ละช่วงเวลา, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส