ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


5 วิธีเลือกซื้อเตนท์พับ ให้คุ้มค่า แข็งแรง ทนแดดทนฝน

หากคุณกำลังมองหาเตนท์พับคุณภาพดีสักหลังเพื่อใช้ขายของตลาดนัด จัดอีเวนต์ หรือใช้งานในสวนหลังบ้าน การเลือกซื้อโดยพิจารณาเพียงแค่ราคาที่ถูกที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป เพราะในสภาพอากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนจัดและมีพายุฝน การลงทุนกับเตนท์พับที่แข็งแรงและทนทานย่อมคุ้มค่ากว่าในระยะยาว บทความนี้จะช่วยเผยเคล็ดลับการเลือกซื้ออย่างละเอียดเพื่อให้คุณได้ของดีที่คุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่จ่ายไป


1.พิจารณาโครงสร้างเหล็กและวัสดุ
หัวใจหลักของความแข็งแรงคือ "โครงเหล็ก" โดยทั่วไปเตนท์พับจะมีโครงให้เลือกหลัก ๆ คือเหล็กเคลือบกันสนิมและอะลูมิเนียม หากคุณต้องการความทนทานเป็นพิเศษ ควรเลือกโครงเหล็กที่มีความหนาและพ่นสีกันสนิมแบบ Powder Coat ซึ่งจะทนต่อการขูดขีดและการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็กทั่วไป นอกจากนี้ อย่าลืมสังเกตบริเวณข้อต่อ (Joint) ควรเป็นวัสดุที่เหนียวและไม่เปราะหักง่ายเมื่อต้องกางเข้า-ออกบ่อย ๆ

2.เลือกประเภทผ้าใบให้เหมาะกับการใช้งาน
ผ้าใบคือส่วนที่ต้องปะทะกับแดดและฝนโดยตรง ดังนั้นความหนาของผ้าใบ (วัดเป็นหน่วย Denier เช่น 600D, 800D) จึงมีความสำคัญมาก ยิ่งตัวเลขสูงผ้าใบจะยิ่งหนาและทนทาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเคลือบสารกัน UV และการเคลือบกันน้ำ (PVC Coating) ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สีซีดจางและป้องกันน้ำรั่วซึมในวันที่มีฝนตกหนัก

3.ขนาดต้องเหมาะสมกับพื้นที่และการขนย้าย
ก่อนตัดสินใจซื้อเตนท์พับ คุณควรวัดขนาดพื้นที่ที่จะใช้งานให้ชัดเจน ขนาดมาตรฐานที่นิยมคือ 2x2 เมตร, 3x3 เมตร หรือ 2x3 เมตร แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักลืมคือ "ขนาดเมื่อพับเก็บ" คุณควรตรวจสอบว่าเมื่อพับแล้วสามารถใส่ในรถยนต์หรือเก็บในที่พักได้สะดวกหรือไม่ เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระในการเคลื่อนย้ายในภายหลัง

4.ระบบการล็อกและฟังก์ชันการปรับระดับ
เตนท์พับรุ่นใหม่ ๆ มักมีระบบกดล็อกที่ช่วยให้การกางและเก็บทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่หนีบมือ นอกจากนี้ ควรเลือกตัวโครงที่สามารถปรับความสูงได้หลายระดับ เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน เช่น เมื่อแดดส่องด้านข้าง คุณสามารถลดระดับขาเตนท์ฝั่งนั้นลงเพื่อช่วยบังแดดได้ดียิ่งขึ้น

5.การรับประกันและบริการหลังการขาย
แม้ว่าจะเป็นสินค้าที่ดูเรียบง่าย แต่การเลือกซื้อจากร้านที่มีการรับประกันโครงสร้างหรือมีอะไหล่แยกขาย (เช่น ผ้าใบสำรอง หรือข้อต่อเหล็ก) จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากกว่า เพราะหากส่วนใดส่วนหนึ่งชำรุด คุณไม่จำเป็นต้องทิ้งเตนท์ไปทั้งหลัง แต่สามารถซื้ออะไหล่มาซ่อมแซมได้ทันที


การเลือกซื้อเตนท์พับให้คุ้มค่าไม่ได้ดูเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาถึงความแข็งแรงของโครงสร้าง คุณภาพของผ้าใบที่ต้องทนแดดทนฝน และความสะดวกในการใช้งาน หากคุณนำทั้ง 5 วิธีนี้ไปปรับใช้ รับรองว่าคุณจะได้เตนท์พับที่ตอบโจทย์การใช้งานและอยู่กับคุณไปได้อีกนานแสนนาน