ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แหล่งเงินทุนและวงเงินสำหรับการกู้สร้างโรงงาน


เวลาพูดถึงการ “กู้สร้างโรงงาน” เจ้าของกิจการจำนวนมากมักเริ่มต้นด้วยคำถามเดียวกันว่า
“อยากกู้ก้อนเดียว จบทุกอย่างได้ไหมครับ ทั้งที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร และเงินหมุน?”
จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาด้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ กับผู้ประกอบการโรงงานขนาดเล็ก–กลาง สิ่งที่ผมเห็นซ้ำ ๆ คือ เจ้าของกิจการมองโครงการลงทุนใหญ่เป็น “ก้อนเดียว” ขณะที่ธนาคารมองเป็น “ชุดของวงเงินหลายประเภท” ที่ต้องจัดเรียงให้เหมาะกับ Sources & Uses ของโครงการนั้น ๆ
บทความนี้จึงชวนคุณมาทำความเข้าใจ “ภาพรวมชนิดวงเงิน (Sources & Uses ที่พบได้บ่อย)” สำหรับโครงการ กู้สร้างโรงงาน ว่ามีกี่แบบ ใช้งานต่างกันอย่างไร และส่งผลต่อโอกาสอนุมัติ สินเชื่อใช้หลักประกัน และการเข้าถึง แหล่งเงินทุน อื่น ๆ อย่างไรบ้าง

1. ทำไมต้องเริ่มที่ “ภาพรวมชนิดวงเงิน” ก่อนยื่นกู้สร้างโรงงาน
ในช่วงปี 2568 ภาพรวมสินเชื่อธุรกิจ SME ยังถูกปล่อยกู้ด้วยมาตรฐานค่อนข้างเข้มงวด ธนาคารมองความเสี่ยงด้านเครดิตของรายย่อยและ SME อย่างใกล้ชิด สินเชื่อ SME โดยรวมยังหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังขยายตัวได้เล็กน้อยก็ตาม
ในบริบทแบบนี้ โครงการที่ “เตรียมโครงสร้างวงเงินดี” จะได้เปรียบอย่างชัดเจน เพราะฝ่ายสินเชื่อมองเห็นทันทีว่า
    • เงินกู้แต่ละก้อน “ใช้ทำอะไร” (Uses)
    • เงินทุนมาจากไหนบ้าง ทั้งส่วนของผู้ถือหุ้นและ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ จากสถาบันการเงิน (Sources)
    • ความเสี่ยงด้านหลักประกัน (LTV – Loan to Value) และความสามารถชำระหนี้ (กระแสเงินสด/DSCR) อยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่
ในบทความหลักบน EasyCashflows ได้ย้ำแนวคิดนี้ผ่านหัวข้อ “ภาพรวมชนิดวงเงิน (Sources & Uses ที่พบได้บ่อย)” พร้อมยกตัวอย่างวงเงินสำหรับโรงงาน ที่แบ่งงานแต่ละส่วนออกจากกันชัดเจน เช่น Land Loan, Construction Loan, Machinery Leasing และ Working Capital ฯลฯ

2. ภาพรวมชนิดวงเงินสำหรับโครงการกู้สร้างโรงงาน
เมื่อแตกโครงการก่อสร้างโรงงานตาม “งานที่ต้องทำ” (Use of Funds) ภาพจะชัดว่าคุณควรใช้ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ แต่ละประเภทอย่างไร โดยโครงสร้างที่พบได้บ่อยมีดังนี้
2.1 Land Loan – วงเงินที่ดินและงานเตรียมพื้นที่
Land Loan มักครอบคลุมค่าโอนที่ดิน ค่าถม ค่าระบบสาธารณูปโภคเบื้องต้น เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา
ลักษณะสำคัญ
    • เป็น สินเชื่อแบบมีหลักประกัน โดยใช้ที่ดินเป็นหลักทรัพย์ ธนาคารจะพิจารณา LTV จากมูลค่าประเมินของที่ดิน
    • ระยะเวลากู้ (Tenor) มักยาวกว่าสินเชื่อระยะสั้นเพราะถือเป็นสินทรัพย์ถาวร
    • เหมาะกับผู้ประกอบการที่มีเงินทุนตัวเองบางส่วนและต้องการเสริม แหล่งเงินทุน เพื่อปิดช่องว่างให้ครบมูลค่าโครงการด้านที่ดิน
กลยุทธ์ที่แนะนำคือ พยายามใช้ทุนตัวเอง (Equity) ลงในส่วนที่ดินมากพอสมควร เพื่อให้ LTV ของทั้งโปรเจกต์อยู่ในระดับปลอดภัย ซึ่งช่วยให้เจรจาเงื่อนไขวงเงินอื่น เช่น วงเงินก่อสร้าง หรือ Working Capital ได้ง่ายขึ้นในภายหลัง
2.2 Construction Loan – วงเงินก่อสร้าง เบิกตามงวดงาน
Construction Loan คือหัวใจของการ กู้สร้างโรงงาน ครอบคลุมค่าก่อสร้างอาคารโรงงาน สำนักงาน และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยทั่วไปมีลักษณะสำคัญคือ
    • เบิกใช้วงเงินเป็นงวด ตามความคืบหน้างาน (Progress) ที่มีวิศวกรหรือประเมินภายนอกตรวจสอบ
    • ช่วงก่อสร้างอาจผ่อนเฉพาะดอกเบี้ย (Grace Period) และเริ่มทยอยผ่อนเงินต้นเมื่อโรงงานเริ่มเดินเครื่อง
    • หลักประกันมักเป็นที่ดินและอาคารที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งจะถูกประเมินมูลค่าเป็นระยะ
Construction Loan ถือเป็น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ระยะกลาง–ยาว ที่ธนาคารจับตาเรื่อง “การควบคุมงบก่อสร้าง” อย่างมาก ดังนั้น การมี BOQ ใกล้เคียงจริง ใบเสนอราคาผู้รับเหมา และการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนวัสดุ จะช่วยให้ฝ่ายสินเชื่อเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเงินกู้จะถูกใช้ครบตามแผน ไม่บานปลายจนต้องขอวงเงินเพิ่มกลางทาง
2.3 Machinery HP / Leasing – แยกวงเงินเครื่องจักรออกจากตัวอาคาร
หลายโรงงานพลาดตรง “กู้ก้อนเดียวครอบทั้งที่ดิน–อาคาร–เครื่องจักร” ทั้งที่ความจริงแล้ว เครื่องจักรควรจัดวงเงินแยก เช่น
    • Hire Purchase (HP) หรือ
    • Leasing เครื่องจักร
ข้อดีเชิงกลยุทธ์
    • ยืดอายุกู้ให้ใกล้เคียง “อายุการใช้งานสินทรัพย์” ได้ เช่น 5–7 ปีสำหรับเครื่องจักรบางประเภท
    • กระจายความเสี่ยงด้านหลักประกัน และไม่ดึงวงเงินก่อสร้างให้สูงเกินจำเป็น
    • ผู้ประกอบการอาจต่อรองแพ็กเกจดอกเบี้ยพิเศษจากบริษัทลีสซิ่งที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เฉพาะทาง ซึ่งบางครั้งมีเงื่อนไขผ่อนปรนกว่าสินเชื่อมาตรฐาน
ในหลายโครงการ ภาครัฐยังสนับสนุนผ่านโครงการสินเชื่อเฉพาะ เช่น สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ซึ่งมีดอกเบี้ยพิเศษและเงื่อนไขผ่อนยาว เหมาะกับโรงงานที่ลงทุนเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
2.4 Working Capital / Trade Line – วงเงินหมุนเวียนหลังโรงงานเดินเครื่อง
เมื่อโรงงานสร้างเสร็จแล้ว โครงการจะไม่ “จบ” ถ้าไม่มีเงินหมุนเวียนสำหรับ
    • ซื้อวัตถุดิบ
    • สำรองค่าแรง
    • ตุนสต็อกช่วงยอดขายสูง
    • รอเครดิตเทอมจากลูกค้าองค์กร
วงเงินที่ใช้บ่อยคือ
    • วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) หรือ
    • วงเงินเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น / Trade Finance
แม้หัวใจของบทความหลักจะโฟกัสสินเชื่อก่อสร้างและลงทุนในสินทรัพย์ แต่ EasyCashflows ก็เน้นย้ำว่า โรงงานที่ไม่มี แหล่งเงินทุนหมุนเวียน ที่เพียงพอ มีโอกาสสะดุดสภาพคล่องจนกระทบความสามารถชำระหนี้ในภาพรวมได้ง่ายมาก
ตรงนี้เองที่อาจผสมผสานกับ สินเชื่อเพื่อธุรกิจไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือวงเงินระยะสั้นสำหรับ SME ในระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่องชั่วคราว โดยอิงจากยอดรายได้จริงและพฤติกรรมเดินบัญชี มากกว่าจะพึ่งหลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว
2.5 Equity – เงินทุนของเจ้าของที่ช่วยให้ดีล “กลมกล่อม”
สุดท้ายแต่สำคัญมากคือ Equity หรือเงินที่เจ้าของกิจการลงเองในโครงการ ทั้งในรูปเงินสด ที่ดินที่มีอยู่แล้ว หรือสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้อง
ในมุมมองของธนาคาร
    • Equity ทำให้สัดส่วน LTV ของโครงการอยู่ในกรอบที่บริหารความเสี่ยงได้
    • บ่งชี้ว่าเจ้าของมี “Skin in the Game” คือยอมลงทุนจริง ไม่ฝากความเสี่ยงทั้งหมดไว้กับสถาบันการเงิน
ในภาวะที่สินเชื่อ SME โดยรวมยังถูกพิจารณาอย่างรอบคอบตั้งแต่ฝั่งอุปสงค์ (ความต้องการกู้) และฝั่งอุปทาน (มาตรฐานการปล่อยกู้ของธนาคาร) การเพิ่มสัดส่วนทุนตัวเองเล็กน้อยในโครงการ อาจแลกกับการได้วงเงินกู้ในภาพรวมที่มั่นคงและเงื่อนไขดอกเบี้ยที่ดีขึ้นในระยะยาว

3. เชื่อม Sources & Uses ให้ “เล่าเรื่องเดียวกัน” ต่อหน้าฝ่ายสินเชื่อ
หลังจากรู้จักชนิดวงเงินหลักแล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการทำให้ Sources & Uses ของโครงการ เล่าเรื่องเดียวกันอย่างมีตรรกะ เช่น
    • Uses (การใช้เงิน)
        ◦ ซื้อที่ดิน 20 ล้านบาท
        ◦ ก่อสร้างอาคารโรงงาน 30 ล้านบาท
        ◦ ซื้อเครื่องจักร 25 ล้านบาท
        ◦ เงินทุนหมุนเวียนเริ่มต้น 10 ล้านบาท
    • Sources (แหล่งเงินทุน)
        ◦ Equity ของผู้ถือหุ้น 20–25 ล้านบาท
        ◦ สินเชื่อเพื่อธุรกิจแบบมีหลักประกัน สำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Land + Construction Loan) 35–40 ล้านบาท
        ◦ วงเงินเช่าซื้อ/ลีสซิ่งเครื่องจักร 15–20 ล้านบาท
        ◦ วงเงินหมุนเวียนระยะสั้น (OD / Trade) 10 ล้านบาท
เมื่อจัดตารางให้เห็นชัด ฝ่ายสินเชื่อจะสามารถประเมินได้ทันทีว่า
    • ภาระหนี้รวมสัมพันธ์กับกระแสเงินสดที่คาดว่าจะเกิดจากโรงงานใหม่หรือไม่
    • LTV และ DSCR อยู่ในระดับที่น่ารับความเสี่ยง
    • โครงสร้างโครงการมีความยืดหยุ่นพอรองรับความผันผวนของต้นทุนก่อสร้างและยอดขายในอนาคต

4. มุมมองเชิงกลยุทธ์สำหรับเจ้าของกิจการที่คิดจะกู้สร้างโรงงาน
จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาเจ้าของโรงงานหลายเคส ผมอยากฝากกลยุทธ์หลัก ๆ ไว้ดังนี้
    1. เริ่มที่โจทย์ธุรกิจ ไม่ใช่ที่ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
ถามตัวเองก่อนว่า “โรงงานนี้สร้างขึ้นเพื่อทำอะไร เพิ่มกำลังผลิตเท่าไร ลดต้นทุนได้แค่ไหน” แล้วค่อยเลือกประเภทวงเงินทีละก้อนให้รองรับเป้าหมายนั้น
    2. ใช้สินเชื่อแบบมีหลักประกันให้เต็มศักยภาพ แต่ไม่ลืมวงเงินหมุนเวียน
หลายคนโฟกัสที่ก้อนใหญ่สำหรับที่ดิน–อาคาร–เครื่องจักร แต่ลืมกันวงเงินหมุนเวียน ทำให้โรงงานเสร็จแต่ไม่มีเงินหมุนซื้อวัตถุดิบ
    3. พิจารณาแหล่งเงินทุนจากภาครัฐในฐานะ “ตัวคูณ” ไม่ใช่ “ตัวหลัก”
โครงการสินเชื่อเฉพาะกิจ เช่น สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือโครงการส่งเสริม SME ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เป็นตัวช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ย แต่ยังต้องอาศัยโครงสร้างโครงการที่แข็งแรงและวินัยทางการเงินของเจ้าของเป็นฐานอยู่ดี
    4. จัดทำ Business Plan และ Cash Flow Projection แบบกระชับแต่มีตัวเลขจริงรองรับ
ไม่จำเป็นต้องทำโมเดลซับซ้อน แต่ควรมีอย่างน้อย
        ◦ ประมาณการยอดขาย–ต้นทุน
        ◦ กำไรขั้นต้น
        ◦ ภาระดอกเบี้ยและเงินต้นหลังโรงงานเดินเครื่องเต็มที่

5. อยากลงรายละเอียดมากขึ้น อ่านต่อที่บทความหลัก
สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดในบทความนี้ เป็นเพียง “ภาพรวมชนิดวงเงิน” ที่เจ้าของกิจการควรรู้ก่อนตัดสินใจ กู้สร้างโรงงาน จริง ๆ แล้วการออกแบบโครงสร้าง สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ที่ดี ยังต้องดูรายละเอียดอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขเบิกจ่าย ดอกเบี้ยแท้จริง (EIR) การกำหนดเงินกันสำรอง และวิธีผูกหลายวงเงินให้ทำงานสอดคล้องกันในระยะยาว
หากคุณกำลังคิดจะลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ขยายไลน์ผลิต หรือพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมของตัวเอง และอยากเห็นตัวอย่างโครงสร้างวงเงิน (Sources & Uses) แบบเต็ม ๆ พร้อมแนวทางเตรียมเอกสารและมุมมองจากธนาคาร แนะนำให้ไปอ่านบทความหลักบน EasyCashflows เรื่อง
“สินเชื่อสำหรับ กู้สร้างโรงงาน พัฒนาโครงการ”
บทความนั้นจะช่วยต่อยอดจากภาพรวมในบทความนี้ ไปสู่การวางโครงสร้างแหล่งเงินทุนที่เหมาะกับโจทย์ของธุรกิจคุณจริง ๆ และช่วยให้การยื่นขอ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สำหรับโครงการโรงงานครั้งต่อไป มีโอกาส “ผ่านง่าย–ใช้คุ้ม–เสริมความแข็งแรงให้กิจการ” มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ