เบี้ยประกันชีวิตได้สิทธิในการนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลประจำปี ซึ่งการ ลดหย่อนภาษีประกันชีวิต เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินระยะยาวและช่วยบรรเทาภาระเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือเมื่อไม่สามารถประกอบอาชีพได้เนื่องจากชราภาพแล้ว
เมื่อเราเห็นประโยชน์ของประกันชีวิตในเรื่องความคุ้มครองและเรื่องสิทธิทางภาษีแล้ว เรามาดูกันว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่
ประกันชีวิตแบบไหนดี โดยแยกแต่ละรูปแบบดังนี้
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ผู้เอาประกันต้องจ่ายเบี้ยประกันติดต่อกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น 20 ปี และได้รับเงินเอาประกันเมื่ออายุ 99 ปี หรือเมื่อเสียชีวิตระหว่างสัญญา เหมาะกับผู้เอาประกันที่ต้องการมีมรดกให้ลูกหลาน ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา เป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาที่กำหนดในกรมธรรม์ เช่น 5 ปี 10 ปี 15 ปี เป็นต้น เป็นประกันชีวิตที่ไม่มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้เอาประกันที่ต้องการให้คนในครอบครัวได้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต
ประกันลดหย่อนภาษี ได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นประกันที่คุ้มครองชีวิตตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในกรมธรรม์โดยชำระเบี้ยประกันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น คุ้มครองชีวิต 10 ปี และจ่ายเบี้ยประกัน 5 ปี เป็นต้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินในระยะเวลาสั้น ๆ และต้องการความคุ้มครองในเวลาเดียวกัน ประกัน
ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน เป็นประกันชีวิตที่แบ่งเบี้ยประกันส่วนหนึ่งนำไปลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เหมาะกับผู้เอาประกันที่ต้องการความคุ้มครองและยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้นเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ประกันแบบนี้ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะเบี้ยประกันที่เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทประกันและค่าความคุ้มครอง ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี
ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองในรูปแบบของรายได้หลังเกษียณ โดยจะจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันตามจำนวนงวดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เพื่อนำไปใช้จ่ายในวัยเกษียณ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นภาระลูกหลาน ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาทต่อปี แต่หากผู้เอาประกันไม่ได้ทำประกันชีวิตในข้อ 1 – 3 ก็สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาทต่อปี ทั้งนี้เมื่อรวมกับกองทุนหลังเกษียณอื่น เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนรวม SSF กองทุนรวม RMF แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
เงื่อนไขของประกันชีวิตลดหย่อนภาษี
ต้องเป็นประกันที่ซื้อจากบริษัทประกันในประเทศไทย
กรมธรรม์ต้องมีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
หากมีเงินปันผลระหว่างสัญญา ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันในรอบระยะเวลาที่จ่ายเงินปันผล
หากยกเลิกสัญญาก่อน 10 ปี ต้องจ่ายคืนภาษีที่ได้รับการลดหย่อนมาแล้วทุกปี พร้อมดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน
ประกันชีวิตแบบบำนาญต้องมีการจ่ายผลประโยชน์เมื่อจ่ายเบี้ยประกันครบแล้ว และต้องกำหนดการจ่ายผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอในช่วงอายุ 55 - 85 ปี หรือมากกว่านั้น
กรณีทำประกันชีวิตแบบทั่วไปไว้หลายฉบับ เบี้ยประกันเมื่อนำมารวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันชีวิตแบบทั่วไป ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา แบบสะสมทรัพย์ และแบบควบการลงทุน
กรณีมีคู่สมรสที่ไม่ได้ทำงาน สามารถลดหย่อนภาษีของคู่สมรสได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี
การเลือกซื้อประกันชีวิตควรพิจารณาเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองที่เราต้องการหรือเลือกซื้อประกันหลายแบบก็ได้ เช่น เลือกแบบตลอดชีพและสะสมทรัพย์ เพื่อให้เป็นมรดกลูกหลานและออมเงินเพื่อใช้จ่ายของตัวเองก็ได้
หากไม่รู้ว่าจะเลือกทำประกันกับบริษัทไหนดี เราขอแนะนำประกันชีวิตของธนาคารกรุงไทย ที่มีประกันชีวิตให้เลือกครบทุกประเภท ทุกความคุ้มครอง ทุกความต้องการ พร้อมแสดงตารางเบี้ยประกันและเงื่อนไขอย่างละเอียดให้ศึกษาก่อนตัดสินใจ คลิก
https://krungthai.com/th/personal/insurance/life-insurance เลือกความคุ้มครองพร้อมรับสิทธิลดหย่อนทางภาษีได้แล้ววันนี้ที่ธนาคารกรุงไทย
