ในปี 2569 นี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าบ้านใหม่ และมักจะอยู่ในทำเลศักยภาพที่หาโครงการใหม่ได้ยากแล้ว อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ควรมองข้ามคือ
ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านมือสอง “ค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์” การทำความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ จะช่วยให้คุณประเมินงบประมาณได้อย่างแม่นยำ วางแผน
ค่าโอนบ้านมือ 2ได้อย่างมั่นคง และทำธุรกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ
ค่าโอนบ้านมือสองคืออะไร ทำไมต้องจ่าย?ค่าโอนบ้านมือสอง คือ ค่าธรรมเนียมและภาษีที่ต้องชำระต่อกรมที่ดิน ในกระบวนการเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ขายมายังผู้ซื้อ เพื่อให้สถานะความเป็นเจ้าของทรัพย์สินมีความถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะยืนยันว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง
ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยยอดรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะคำนวณจากราคาประเมินกรมที่ดินหรือราคาซื้อขายจริงตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
สรุป 5 ค่าใช้จ่ายหลักในวันโอนบ้านมือสอง เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ค่าใช้จ่ายจะแบ่งออกเป็น 5 รายการหลัก ดังนี้
รายการค่าใช้จ่าย
อัตราที่เรียกเก็บ
ฐานในการคำนวณ
ผู้รับผิดชอบโดยทั่วไป
1. ค่าธรรมเนียมการโอน
2%
ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ใช้ยอดที่สูงกว่า)
ผู้ซื้อและผู้ขาย คนละ 1% (ตามตกลง)
2. ค่าจดจำนอง
1%
ยอดเงินกู้จากสถาบันการเงิน
ผู้ซื้อ (กรณีกู้ธนาคาร)
3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
3.3%
ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ใช้ยอดที่สูงกว่า)
ผู้ขาย (กรณีถือครองไม่เกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี)
4. ค่าอากรแสตมป์
0.5%
ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (ใช้ยอดที่สูงกว่า)
ผู้ขาย (กรณีได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ)
5. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย
อัตราก้าวหน้า
ราคาประเมินทุนทรัพย์ หักตามจำนวนปีที่ถือครอง
ผู้ขาย
รายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละรายการค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ (2%): เป็นค่าธรรมเนียมหลักในการเปลี่ยนชื่อเจ้าของ โดยทั่วไปตามสัญญากู้ซื้อขายมักจะตกลงแบ่งชำระกันคนละ 1% ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือขึ้นอยู่กับการเจรจา
ค่าจดจำนอง (1%): เกิดขึ้นเฉพาะผู้ซื้อที่ใช้บริการสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงิน โดยคิดจากยอดเงินที่กู้เพื่อจดแจ้งภาระผูกพันกับธนาคาร
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%): คิดเฉพาะกรณีที่ผู้ขายครอบครองบ้านไม่เกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านน้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
ค่าอากรแสตมป์ (0.5%): จะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ผู้ขายถือครองบ้านเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย: คิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์โดยคำนวณแบบอัตราก้าวหน้าและหักลดหย่อนตามจำนวนปีที่ถือครอง ยิ่งถือครองนานอัตราภาษีเฉลี่ยจะลดน้อยลง
การเตรียมตัวซื้อหรือขายบ้านมือสองในปี 2569 ไม่ได้จบลงเพียงแค่ราคาซื้อขายบ้านเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึง "ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์" ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ โดยการตกลงแบ่งภาระค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายควรทำอย่างชัดเจนใน "สัญญาจะซื้อจะขาย" ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อป้องกันข้อขัดแย้งในวันโอน การประเมินและคำนวณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอย่างแม่นยำ จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายจัดเตรียมงบประมาณและวางแผนการขอสินเชื่อได้อย่างราบรื่น ไร้กังวล
