ในยุคสมัยที่ชีวิตขับเคลื่อนด้วยความเร่งรีบ เวลาเปลี่ยนเป็นสิ่งมีค่าที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน "ห้องครัว" ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เวลาคลุกคลีเป็นชั่วโมงในการตระเตรียมอาหาร ก็ได้ถูกปรับโฉมให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบใหม่ และหากจะพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความสะดวกรวดเร็วและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด คงไม่มีใครปฏิเสธ "ไมโครเวฟ" (Microwave) อุปกรณ์ครัวชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนรูปโฉมการทำอาหารของมนุษยชาติไปอย่างสิ้นเชิง จนแทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของบ้านและคอนโดมิเนียมในปัจจุบันนอกจากเรื่องเวลาแล้ว การปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟหรือบางบ้านจะใช้
built in microwave ยังมีข้อดีที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ การคงคุณค่าสารอาหาร เนื่องจากไมโครเวฟใช้เวลาในการทำความร้อนสั้นมาก และไม่จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมากเหมือนการต้ม วิตามินที่ละลายในน้ำและสลายตัวง่ายด้วยความร้อน เช่น วิตามินซีและวิตามินบี จึงยังคงหลงเหลืออยู่ในอาหารมากกว่าการปรุงด้วยวิธีดั้งเดิมบางประเภท
ภาพจำในอดีตของไมโครเวฟมักจะถูกจำกัดอยู่แค่การเป็นเครื่องมือสำหรับ "อุ่นอาหารแช่แข็ง" หรือ "อุ่นแกงถุง" ที่ซื้อมาจากตลาด แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของไมโครเวฟได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าจุดนั้นมาก ไมโครเวฟรุ่นใหม่ ๆ ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกึ่งมัลติฟังก์ชัน ที่รวมเอาความสามารถในการอบลมร้อน การย่าง หรือแม้กระทั่งการนึ่งไอน้ำเข้าไว้ด้วยกันในเครื่องเดียว ความสะดวกสบายที่ไมโครเวฟมอบให้ จึงไม่ใช่แค่การทำให้อาหารร้อนขึ้นภายใน 1-2 นาที แต่เป็นความสามารถในการรังสรรค์เมนูที่หลากหลาย ตั้งแต่การละลายน้ำแข็งจากเนื้อสัตว์แช่แข็งได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทำลายเนื้อสัมผัส การหุงข้าวสวยร้อน ๆ การต้มไข่ข้น ไปจนถึงการทำขนมเค้กในถ้วยแม็ก (Mug Cake) สำหรับมื้อดึก ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องตั้งเตาแก๊สให้ร้อนระอุ หรือต้องล้างหม้อและกระทะใบใหญ่ให้เหนื่อยแรง เหตุผลที่ไมโครเวฟสามารถเนรมิตอาหารร้อน ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว แตกต่างจากการใช้เตาอบหรือเตาแก๊สทั่วไป เกิดจากหลักการทำงานทางวิทยาศาสตร์อันชาญฉลาด ไมโครเวฟจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงออกมา ซึ่งคลื่นนี้จะพุ่งตรงเข้าไปกระตุ้น โมเลกุลของน้ำ ไขมัน และน้ำตาล ที่อยู่ในอาหารให้เกิดการสั่นสะเทือนและเสียดสีกันเองอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นความร้อนขึ้นมาจาก "ภายในเนื้ออาหาร" ต่างจากการต้มหรือทอดที่ความร้อนต้องค่อย ๆ แผ่จากภายนอกเข้าไปข้างใน วิธีนี้ทำให้ประหยัดเวลาและพลังงานไฟฟ้าไปได้ แม้ว่าไมโครเวฟจะมอบความสะดวกสบายให้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่การใช้งานที่ปลอดภัยก็จำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจและข้อควรระวังอย่างเคร่งครัด สิ่งที่ผู้ใช้ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอคือการเลือกใช้ ภาชนะที่รองรับการเข้าไมโครเวฟ (Microwave-Safe) เช่น แก้วเซรามิก หรือพลาสติกชนิด PP (Polypropylene) และหลีกเลี่ยงภาชนะประเภทโลหะ อลูมิเนียมฟอยล์ หรือจานชามที่มีขอบขลิบทองอย่างเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้เกิดประกายไฟและเป็นอันตรายร้ายแรงได้ รวมถึงการห้ามนำอาหารที่มีเปลือกหรือผิวปิดสนิท เช่น ไข่ทั้งฟอง มะเขือเทศ หรือตับสด เข้าไปเวฟโดยไม่เจาะรู เพราะความดันที่สะสมข้างในอาจทำให้อาหารระเบิดกระจายเต็มตู้ได้