เครดิตเงินคืน คืออะไร ได้เงินคืนตอนไหน ใช้อย่างไรให้คุ้มที่สุด
เครดิตเงินคืน (Cash Back) คือ ส่วนลดที่ได้รับจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยจะคืนเงินเข้าบัญชีบัตรในรอบบิลถัดไป ช่วยให้ประหยัดและคุ้มค่าทุกการใช้จ่ายหลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “เครดิตเงินคืน” หรือ “Cash Back” ผ่านหูมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า
เครดิตเงินคืนคืออะไรกันแน่ บทความนี้ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครดิตเงินคืนให้มากขึ้น ตั้งแต่ความหมาย วิธีการได้รับเครดิตเงินคืน ไปจนถึงเทคนิคการใช้งานที่จะเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายของเราให้กลายเป็นความคุ้มค่าที่จับต้องได้
เครดิตเงินคืน (Cash Back) คืออะไรเครดิตเงินคืน (Cash Back) คือผลประโยชน์รูปแบบหนึ่งที่ผู้ให้บริการบัตรมอบให้กับผู้ถือบัตร โดยเป็นการคืนเงินเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น รับเงินคืน 1% จากทุกยอดการใช้จ่าย หรือรับเงินคืน 3% เมื่อเติมน้ำมัน เป็นต้น เงินคืนที่ได้รับจะถูกโอนกลับเข้าสู่บัญชีบัตรเครดิตของเรา ทำให้เราสามารถนำไปหักลบกับยอดค่าใช้จ่ายในรอบบิลถัดไปได้ เปรียบเสมือนการได้รับส่วนลดจากการใช้จ่ายในทุก ๆ ครั้ง
เครดิตเงินคืน ได้ตอนไหนโดยทั่วไปแล้วเราจะยังไม่ได้รับเงินคืนทันทีหลังจากที่ใช้จ่าย แต่ยอดเครดิตเงินคืนได้ตอนไหนนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการบัตรแต่ละแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะรวบรวมยอดเงินคืนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในรอบบิลนั้น ๆ แล้วทำการคืนเงินเข้าบัญชีบัตรเครดิตของเราในรอบบิลถัดไป หรือบางสถาบันการเงินอาจมีเงื่อนไขให้สะสมยอดเงินคืนจนถึงจำนวนขั้นต่ำที่กำหนดก่อนจึงจะสามารถแลกเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีได้
ทำไมเงินคืนถึงได้รับความนิยมและคุ้มค่า
ความนิยมของเครดิตเงินคืนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้จริง ไม่ซับซ้อนเหมือนการแลกคะแนนสะสมหรือของรางวัล ทำให้ผู้ถือบัตรส่วนใหญ่รู้สึกว่าทุกการใช้จ่ายของตนเองนั้นได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสร้างความคุ้มค่าได้มากกว่าที่คิด
ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าซื้อของใช้ส่วนตัว ล้วนสามารถเปลี่ยนเป็นเงินคืนได้ แม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ไม่สูงมากนัก แต่เมื่อรวมกันในแต่ละเดือนก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวมลงได้ ทำให้เรามีเงินเหลือเก็บมากขึ้น หรือสามารถนำเงินส่วนต่างนั้นไปใช้จ่ายในเรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็นได้ ถือเป็นการสร้างวินัยทางการเงินและทำให้การใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
ยอดเงินคืนเล็กน้อยที่สะสมเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ หลายคนอาจมองว่าเงินคืนที่ได้กลับมาเพียง 1-2% เป็นจำนวนเงินที่น้อยนิด แต่หากเราใช้บัตรเครดิตเงินคืนเป็นบัตรหลักในการใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ยอดเงินคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ สะสมพอกพูนขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี ยอดเงินคืนทั้งหมดอาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่น่าพอใจโดยที่เราไม่รู้ตัว เปรียบเสมือนการออมเงินในอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้มาจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราเอง
บัตรเครดิตเงินคืนเหมาะกับใครบัตรเครดิตเงินคืนเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าเราจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากเงินคืนได้ทั้งสิ้น เพียงแค่เลือกบัตรที่มอบสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเรามากที่สุด
เหมาะสำหรับทุกคนที่มีค่าใช้จ่ายประจำ ไม่ว่าใครก็ตามที่มีรายจ่ายประจำ เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเดินทาง หรือค่าอาหาร บัตรเครดิตเงินคืนถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการเปลี่ยนรูปแบบการชำระค่าใช้จ่ายเหล่านี้จากเงินสดมาเป็นการชำระผ่านบัตร จะทำให้ทุกรายจ่ายที่เกิดขึ้นสร้างผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบของเงินคืน ช่วยเปลี่ยนรายจ่ายที่จำเป็นให้กลายเป็นความคุ้มค่าได้อย่างง่ายดาย
ผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าจากการใช้จ่าย สำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายและไม่ต้องการความยุ่งยากในการแลกคะแนนสะสม บัตรเครดิตเงินคืนคือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินที่ชัดเจน สามารถนำไปหักลบยอดหนี้ได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัล แต่อยากเห็นผลประโยชน์กลับมาในรูปแบบของเงินที่จับต้องได้มากกว่า
เทคนิคการใช้บัตรเครดิตเงินคืนให้คุ้มค่า
การมีบัตรเครดิตเงินคืนที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การจะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นต้องอาศัยเทคนิคและความเข้าใจ เพื่อให้ทุกการรูดบัตรของเราสามารถสร้างเงินคืนกลับมาได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการใช้จ่ายของเรา
ใช้จ่ายผ่านบัตรแทนเงินสดในชีวิตประจำวัน เทคนิคที่ง่ายที่สุดคือการใช้บัตรเครดิตเงินคืนกับทุกค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแทนการใช้เงินสด ไม่ว่ายอดจะเล็กน้อยเพียงใด เช่น การซื้อกาแฟ การจ่ายค่าอาหารกลางวัน หรือการซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เพราะทุกยอดการใช้จ่ายจะถูกนำมาคำนวณเป็นเงินคืน การสร้างความคุ้นเคยกับการใช้บัตรจะช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสในการสะสมเงินคืนจากรายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว
เน้นการซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อรับโปรโมชันพิเศษปัจจุบันร้านค้าออนไลน์มักจะมีโปรโมชันร่วมกับบัตรเครดิตต่าง ๆ เพื่อมอบเงินคืนในอัตราที่สูงกว่าปกติ การวางแผนซื้อสินค้าที่จำเป็นผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเลือกใช้บัตรที่ให้เงินคืนสูงสุดกับร้านค้านั้น ๆ จะช่วยให้เราได้รับความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง เป็นการใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษที่บัตรมอบให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ใช้เป็นบัตรใบหลักเพื่อสะสมเงินคืนการรวบรวมค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาไว้ที่บัตรเครดิตเงินคืนใบเดียว จะช่วยให้ยอดใช้จ่ายรวมในแต่ละเดือนสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดเงินคืนที่ได้รับกลับมามีจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและตรวจสอบค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถควบคุมการเงินและเห็นภาพรวมของเงินคืนที่ได้รับได้อย่างชัดเจน
ติดตามโปรโมชันอยู่เสมอผู้ให้บริการบัตรมักจะมีโปรโมชันพิเศษตามช่วงเวลาต่าง ๆ เช่น การให้เงินคืนเพิ่มขึ้นเมื่อใช้จ่ายในหมวดหมู่ที่กำหนด หรือการให้เงินคืนพิเศษเมื่อใช้จ่ายถึงยอดที่ตั้งไว้ การติดตามข่าวสารและโปรโมชันเหล่านี้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรืออีเมล จะทำให้เราไม่พลาดโอกาสในการรับเงินคืนที่สูงขึ้นและใช้บัตรได้อย่างคุ้มค่าที่สุดในทุกสถานการณ์
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครดิตเงินคืนแม้ว่าแนวคิดของเครดิตเงินคืนจะค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังมีคำถามและข้อสงสัยบางอย่างที่หลายคนอยากรู้ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเครดิตเงินคืน คืออะไร และมีเงื่อนไขอย่างไร เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบมาไว้ที่นี่แล้ว เพื่อไขทุกข้อข้องใจเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตเงินคืน
เครดิตเงินคืนกดเป็นเงินสดได้หรือไม่? โดยส่วนใหญ่แล้วเครดิตเงินคืนไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้โดยตรง แต่จะถูกบันทึกเป็นยอดเงินคงเหลือในบัญชีบัตรเครดิตของเรา เพื่อนำไปหักล้างกับยอดค่าใช้จ่ายในรอบบิลถัดไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยลดภาระการชำระหนี้ของเราลงนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขของผู้ให้บริการบัตรแต่ละแห่งอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง
บัตรเครดิตเงินคืนต่างจากบัตรสะสมคะแนนอย่างไร? ความแตกต่างหลักคือรูปแบบของผลตอบแทน บัตรเครดิตเงินคืนจะให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินคืนเข้าบัญชีบัตรโดยตรง ในขณะที่บัตรสะสมคะแนนจะให้ผลตอบแทนเป็น "คะแนน" ซึ่งเราต้องนำคะแนนเหล่านั้นไปแลกเป็นของรางวัล ส่วนลดหรือไมล์สะสมอีกทอดหนึ่ง บัตรเงินคืนจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายและผลตอบแทนที่จับต้องได้ทันที
การได้รับเครดิตเงินคืนคุ้มค่าจริงไหม? คุ้มค่าอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีวินัยในการใช้จ่ายและชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตรงเวลา เพราะเครดิตเงินคืนเปรียบเสมือนการได้รับส่วนลดจากทุกการใช้จ่ายที่เราต้องจ่ายอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้บัตรที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์จะช่วยเปลี่ยนทุกรายจ่ายให้กลายเป็นเงินออมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และสร้างประโยชน์ทางการเงินให้กับเราในระยะยาว
เครดิตเงินคืนคือหนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่ทำให้ทุกการใช้จ่ายของเราได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาในรูปแบบของตัวเงิน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความคุ้มค่า สำหรับผู้ที่มองหาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและมอบความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย บัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการเงินของคุณง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น สำหรับใครที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสก็สามารถสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
_(1).jpg)
*อัตราดอกเบี้ย 19.8% - 25% ต่อปี, กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว, ดูเงื่อนไขได้ที่เว็บไซต์ยูเมะพลัส