ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


ตับมีปัญหา ทำไมจึงเจ็บซี่โครงขวาก่อนสัญญาณอื่น ?

ตับเป็นอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งคือความสามารถในการซ่อมแซมและชดเชยตัวเองที่สูงมาก ทำให้โรคตับหลายชนิดมักถูกเรียกว่าเป็นภัยเงียบเพราะสามารถดำเนินไปได้ในระยะหนึ่งโดยที่ผู้ป่วยแทบไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลย จนกระทั่งความเสียหายสะสมมากพอ อาการผิดปกติจึงจะเริ่มปรากฏ และสัญญาณเตือนแรกมักเป็นอาการเจ็บซี่โครงขวา


คำถามที่พบบ่อยคือ หากตับไม่มีเส้นประสาทในเนื้อตับเอง แล้วทำไมอาการเจ็บซี่โครงขวา จึงกลายเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนแรก ๆ ก่อนที่อาการอื่น ๆ เช่น ตัวเหลืองจะตามมา นั่นเป็นเพราะกลไกการเกิดความเจ็บปวดบริเวณนี้ไม่ได้มาจาก เนื้อตับ (Hepatocytes) โดยตรง แต่มาจากโครงสร้างที่ห่อหุ้มตับไว้ นั่นคือเยื่อหุ้มตับนั่นเอง

เยื่อหุ้มตับ เกราะรับความรู้สึก

ตับถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อบาง ๆ ที่เรียกว่า เยื่อหุ้มตับ (Glisson's Capsule) ซึ่งมีปลายประสาทรับความรู้สึกหนาแน่น เมื่อใดก็ตามที่ตับเกิดความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบเฉียบพลันหรือภาวะเลือดคั่ง ตับจะมีบวมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงไปยืดและดึงรั้งเยื่อหุ้มตับ ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นอย่างทันทีทันใด ปลายประสาทในเยื่อหุ้มตับจึงส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมอง ผู้ป่วยจึงรู้สึกปวดตื้อ ๆ หรือเจ็บซี่โครงขวา

ความแตกต่างระหว่างปวด "ตับ" กับปวด "ท้อง"

ความเจ็บปวดที่มาจากตับมักมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากความปวดในช่องท้องทั่วไป ดังนี้

ลักษณะความปวด : มักเป็นความปวดแบบตื้อ ๆ หรือรู้สึกแน่น ไม่ใช่การปวดบิดหรือปวดแสบปวดร้อนแบบโรคกระเพาะอาหาร
ตำแหน่ง : มักเจ็บซี่โครงขวา และอาจมีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ขวา หรือสะบักด้านหลัง ซึ่งเป็นลักษณะการปวดที่สัมพันธ์กับการส่งผ่านเส้นประสาทจากตับ
ความสัมพันธ์กับการหายใจ : อาการปวดมักจะรู้สึกมากขึ้นเมื่อมีการ หายใจเข้าลึก ๆ เพราะกระบังลมจะดันให้ตับที่บวมโตไปเบียดกับเยื่อหุ้มตับที่ตึงอยู่แล้ว

บทเรียนจากความเงียบ ทำไมไม่ปวดในตับแข็ง ?

ในทางกลับกัน ภาวะตับแข็งหรือไขมันพอกตับ ที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ มักไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดในระยะแรก เพราะตับมีการเปลี่ยนแปลงขนาดอย่างช้า ๆ ทำให้เยื่อหุ้มตับมีเวลา ปรับตัว และไม่เกิดการยืดรั้งอย่างฉับพลัน

ผู้ป่วยตับแข็งส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการเจ็บปวดเมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่ซับซ้อนขึ้น เช่น เมื่อตับสูญเสียการทำงานไปมากจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้เกิดการบวมน้ำ หรือเกิด มะเร็งตับ ขึ้น ซึ่งก้อนมะเร็งจะไปเบียดดันโครงสร้างข้างเคียง หรือทำให้เกิดการขยายตัวเฉพาะจุดของตับอย่างรวดเร็ว

อาการเจ็บซี่โครงขวาจึงเป็นสัญญาณที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมักเป็นตัวบ่งชี้ถึง การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและเฉียบพลันของสุขภาพตับ ซึ่งกระตุ้นให้ผู้ป่วยต้องรีบเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยเพื่อทราบสาเหตุที่แท้จริง ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามจนร่างกายไม่สามารถชดเชยได้อีกต่อไป