
“ทำไมธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ ทั้งที่เรามีกำไร?”
คือคำถามที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้ประกอบการ SME ที่เข้ามาปรึกษา
หนึ่งในนั้นคือเจ้าของโรงงานผลิตซอสพริกชื่อดังในภาคกลาง ที่กำลังจะเปิดไลน์ธุรกิจใหม่ — ร้านอาหารแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ตัวเอง เขาเดินเข้ามาพร้อมแผนธุรกิจครบถ้วน ตัวเลขยอดขายโตทุกปี แต่สุดท้าย...สินเชื่อกลับไม่ผ่าน
เมื่อเรานั่งเปิดงบการเงินดูด้วยกัน จึงพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “รายได้ไม่ดี” แต่อยู่ที่ “ตัวชี้วัดทางการเงิน” ที่ธนาคารใช้วัดความสามารถในการชำระหนี้ต่างหาก
นี่คือสิ่งที่ในวงการเรียกว่า “ตัวชี้วัดที่ทำให้
สินเชื่อsmeอนุมัติง่ายจริง (Approval Metrics)” — และในปี 2568 มาตรฐานเหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม สินเชื่อเพื่อ SME และ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก

DSCR: ตัวเลขที่บอกว่า “คุณผ่อนไหวจริงหรือไม่”
DSCR (Debt Service Coverage Ratio) คืออัตราส่วนที่ธนาคารใช้วัดว่า ธุรกิจมีเงินพอสำหรับชำระหนี้หรือไม่ โดยคำนวณจาก
DSCR = กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ÷ ภาระหนี้ต่อปี
หากค่า DSCR มากกว่า 1.2 เท่า หมายความว่าธุรกิจมีเงินพอผ่อนหนี้และยังเหลือส่วนต่างเพื่อใช้หมุนเวียน
ในกรณีของคุณบอย แม้รายได้ปี 2567 จะโตขึ้นกว่า 30% แต่ค่า DSCR เฉลี่ยอยู่เพียง 0.95 เพราะมีเงินสดติดค้างจากลูกค้ารายใหญ่ และรอบการชำระ (DSO) ที่ยาวกว่า 60 วัน
คำแนะนำที่ผมให้คือ:
ก่อนยื่นขอ
สินเชื่อsmeไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ให้ปรับโครงสร้างกระแสเงินสด — เช่น ลดรอบเครดิตกับลูกค้าใหญ่, เพิ่มยอดขายเงินสด, และแยกบัญชีค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจ เพื่อให้ DSCR ดูชัดและสูงขึ้น

DSO: รอบเงินเข้า คือ “เข็มชีพจรของธุรกิจ”
DSO (Days Sales Outstanding) คือจำนวนวันที่ธุรกิจต้องรอให้ลูกค้าชำระเงินหลังจากขายสินค้าได้
ในช่วงหลังโควิด หลายธุรกิจ SME โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และค้าส่ง ต้องรอเก็บเงินนานขึ้น บางรายแตะ 90–120 วัน ซึ่งกระทบสภาพคล่องโดยตรง
สำหรับปี 2568 ข้อมูลจาก สมาคมธนาคารไทย (TBA) ระบุว่า ธนาคารจะให้ความสำคัญกับ “รอบเก็บเงินเฉลี่ย” มากขึ้น เพราะสะท้อนสภาพคล่องจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายบนกระดาษ
ในกรณีของคุณบอย หลังปรับระบบการชำระเงินของคู่ค้า — เช่น ให้ส่วนลดลูกค้าที่จ่ายภายใน 30 วัน และใช้ระบบ e-Invoice — ค่า DSO ลดเหลือเพียง 42 วัน ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนเร็วขึ้นกว่า 40%
และที่สำคัญ ค่า DSCR ก็ขยับขึ้นมาที่ 1.23 เท่า ทันที ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญก่อนยื่นกู้รอบใหม่

Utilization: ใช้วงเงินอย่างมีวินัย ธนาคารจะเห็นคุณค่ามากขึ้น
หลายคนเข้าใจผิดว่า “ขอวงเงินไว้เยอะ ๆ ดีกว่า” แต่ในมุมมองของสถาบันการเงิน สิ่งที่ธนาคารมองคือ การใช้วงเงินอย่างมีประสิทธิภาพ (Utilization Rate)
ถ้าวงเงินที่มีอยู่ถูกใช้เกิน 90% ตลอดเวลา ธนาคารจะมองว่าธุรกิจมี “ความตึงตัวทางการเงิน”
แต่ถ้าใช้เฉลี่ย 60–70% และมีการคืนอย่างต่อเนื่อง จะสะท้อนว่าธุรกิจมีวินัยและบริหารเงินอย่างสมดุล
คุณบอยเลือกปรับโครงสร้างวงเงินเป็น 3 ส่วน:
1.
เงินทุนระยะสั้น อนุมัติง่าย 2568 สำหรับหมุนเงินวัตถุดิบรายเดือน
2. สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก 2568 สำหรับเปิดร้านต้นแบบ
3. วงเงิน OD (Overdraft) สำหรับค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด
ผลลัพธ์คือ สัดส่วนการใช้วงเงิน (Utilization) เฉลี่ยอยู่ที่ 68% ธนาคารจึงมองเป็น “พฤติกรรมการใช้เครดิตดี” และอนุมัติวงเงินเพิ่มอีก 20% ภายใน 3 เดือน

Insight จากมุมที่ปรึกษาด้านสินเชื่อธุรกิจ
ในฐานะที่ผมทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ SME มาหลายปี สิ่งที่เห็นชัดคือ:
ธุรกิจที่เข้าใจตัวชี้วัดทางการเงินมักได้เปรียบในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
เพราะ “
เงินกู้เพื่อธุรกิจsmeวงเงินสูงอนุมัติง่าย” ไม่ได้หมายถึง “ลดมาตรฐาน” แต่หมายถึง “ผู้กู้เตรียมตัวได้ตรงจุด”
ในปี 2568 สถาบันการเงินเริ่มหันมาใช้ระบบ Data-Driven Credit Scoring เช่น การดูข้อมูลจากบัญชีธนาคารย้อนหลัง 12 เดือน, อัตราการหมุนเวียนเงิน (Cash Turnover), และพฤติกรรมการใช้วงเงินแบบเรียลไทม์
ดังนั้น การมีข้อมูลครบ การแสดง DSCR สูงกว่า 1.2, DSO ต่ำกว่า 45 วัน และการใช้วงเงินไม่เต็มเพดาน — คือภาพลักษณ์ของ “ลูกค้าชั้นดี” ในสายตาธนาคาร

เคล็ดลับจากที่ปรึกษา: เตรียมตัวอย่างไรให้ “อนุมัติง่าย” จริง
1.

รวบรวมข้อมูลการเงินย้อนหลัง อย่างน้อย 12 เดือน
2.

ทำรายงาน Cash Flow รายเดือน เพื่อดูแนวโน้ม DSCR
3.

แยกบัญชีธุรกิจและส่วนตัว เพื่อไม่ให้ตัวเลขเพี้ยน
4.

บริหาร DSO ให้ต่ำกว่า 45 วัน ผ่านระบบเครดิตเทอมที่มีแรงจูงใจ
5.

ใช้วงเงินอย่างมีวินัย ไม่เบิกเต็ม ไม่ค้างคาหนี้ระยะยาว
ธุรกิจที่ทำได้ครบ 5 ข้อนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าข่าย สินเชื่ออนุมัติง่าย หรือได้รับสิทธิพิเศษในโปรแกรม สินเชื่อเพื่อ SME วงเงินสูง ที่หลายธนาคารเริ่มเปิดตัวในปี 2568

บทสรุป
ในโลกธุรกิจที่เงินสดคือพลัง การเข้าใจตัวเลข DSCR, DSO และ Utilization ไม่ใช่แค่เรื่องของนักบัญชี แต่คือ “ภาษาเดียวกับธนาคาร” ที่ผู้ประกอบการต้องพูดให้ได้
เพราะสุดท้าย “สินเชื่ออนุมัติง่าย” ไม่ได้มาจากโชค แต่มาจากการเตรียมข้อมูลอย่างมืออาชีพ

อ่านต่อบทความหลัก
อยากรู้ว่าธนาคารมองตัวชี้วัดอนุมัติสินเชื่อ SME อย่างไรในภาพรวม
อ่านต่อได้ที่
เงินกู้smeอนุมัติง่าย