การ วางแผนเกษียณ เป็นการวางแผนการเงินระยะยาว และหากเริ่มต้นการออมตั้งแต่อายุยังไม่มากก็จะได้เงินออมตามเป้าหมายได้เร็ว ส่งผลให้มีอิสระทางการเงินได้เร็ว สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหลังจากที่ไม่มีรายได้ประจำแล้ว
ถึงแม้หลังเกษียณ เราจะมีเงินเกษียณอายุ เงินชราภาพจากประกันสังคม เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าซ่อมที่พักอาศัย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าคนดูแล หรือค่าใช้จ่ายที่เราต้องรับผิดชอบถึงแม้จะเกษียณอายุแล้ว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถยนต์ หรือค่าสันทนาการแล้ว เงินที่เราได้รับอาจไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายและจำเป็นต้องเพิ่มการออมด้วยตัวเอง
และเพื่อความสบายใจ หากเราไม่เคยออกแบบชีวิตหลังเกษียณ เรามา วางแผนเกษียณฉบับมนุษย์เงินเดือน พร้อมกับตรวจสอบสถานะทางการเงินไปพร้อม ๆ กัน ด้วย 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่าเราจะมีเงินใช้จ่ายเพียงพอในวัยเกษียณ ดังนี้
1. กำหนดอายุที่เราต้องการเกษียณอายุ หรือที่เราสามารถเกษียณอายุได้ เช่น ต้องการเกษียณอายุตามเงื่อนไขของบริษัท หรือต้องการเกษียณอายุก่อน เป็นต้น
2. จำนวนปีที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณ เช่น เกษียณอายุตอนอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 80 ปี ดังนั้น เราจำเป็นต้องมีเงินเพื่อใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 20 ปี หรือถ้าต้องเกษียณอายุตอนอายุ 45 ปี เราจำเป็นต้องมีเงินเพื่อใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 35 ปี เป็นต้น
3. ประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ โดยคำนวณจากค่าใช้จ่ายรายเดือนปัจจุบัน x 70% ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่เราจะใช้หลังเกษียณ ตัวอย่างเช่น เราใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท หลังเกษียณ เราจะใช้เงินเดือนละ 20,000 x 70% = 14,000 บาท กรณีที่เราต้องใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 20 ปี ให้นำ 14,000 บาท x 240 เดือน x อัตราเงินเฟ้อ 3% เราก็จะได้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่จะใช้ตลอดการเกษียณของเรา
4. ประมาณรายได้ที่จะได้รับหลังเกษียณจากทุก ๆ แหล่ง
5. เริ่ม การวางแผนเกษียณอายุ โดยการออมเงินเพื่อให้มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่าย หรือหากประมาณการรายได้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย
เงินบํานาญประกันสังคมแล้ว แต่ต้องการความมั่นคง หรือต้องการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องมีการใช้จ่ายมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวต่างประเทศ เราก็สามารถเลือกการออมเพื่อรับผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารพร้อมกับฝึกวินัยในการออมได้ด้วย ตัวอย่างเช่น
ประกันสะสมทรัพย์ ที่รวมเอาประกันชีวิตและเงินออมไว้ด้วยกัน ได้ทั้งความคุ้มครอง ได้ลดหย่อนภาษี และได้เงินก้อนเมื่อครบสัญญา
กองทุนรวม SSF ที่เป็นการออมเงินระยะยาวที่กำหนดให้ถือหน่วยลงทุนไว้อย่างน้อย 10 ปี พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีในปีที่ซื้อ
กองทุนรวม RMF กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีเช่นเดียวกันกองทุน SSF แต่กำหนดให้ซื้อต่อเนื่องแค่ 5 ปี และขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ ทำให้มั่นใจว่าเมื่อเกษียณอายุแล้วเราจะมีเงินก้อนไว้ใช้จ่าย
แต่ไม่ว่าจะเลือก การวางแผนเกษียณอายุ แบบไหน
เงินเกษียณอายุประกันสังคม ประกันสังคมเกษียณอายุ 55 ได้เท่าไหร่ เราขอแนะนำให้เลือกออมและลงทุนที่ธนาคารกรุงไทย ที่มีทางเลือกหลากหลายทั้งประกันสะสมทรัพย์ และกองทุนรวมต่าง ๆ รวมถึงกองทุนต่างประเทศด้วย โปรดระลึกไว้ว่ายิ่ง วางแผนเกษียณ ได้เร็ว ภาระการออมต่อเดือนก็ยิ่งน้อย ดังนั้น เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จะดีที่สุด
