ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


เมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจและชี้แนวทาง




ช่วงเวลาที่ลูกรักเปลี่ยนผ่านจาก "เด็กชาย-เด็กหญิง" ตัวน้อยที่เคยเชื่อฟังทุกคำสั่ง ก้าวเข้าสู่การเป็น "วัยรุ่น" มักเป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความระส่ำระสาย พ่อแม่หลายคนเริ่มรู้สึกว่าลูกเปลี่ยนไป กลายเป็นคนพูดน้อยลง มีโลกส่วนตัวสูง หรือบางครั้งก็ดูต่อต้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เพราะลูกนิสัยแย่ลง แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังเผชิญกับการพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต ทั้งทางร่างกาย ฮอร์โมน สังคม และระบบสมอง ในวัยที่พายุอารมณ์พัดกระหน่ำเช่นนี้ บทบาทของพ่อแม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง จาก "ผู้ควบคุมและออกคำสั่ง" มาเป็น "ผู้ทำความเข้าใจและชี้แนวทาง" หากบ้านไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย (Safe Zone) ที่พร้อมจะเข้าใจเมื่อพวกเขาทำพลาด วัยรุ่นจะเคว้งคว้างอย่างมาก การที่พ่อแม่พร้อมจะรับฟัง ชี้แนะแนวทางแก้ไขอย่างใจเย็นแทนการซ้ำเติม จะทำให้ลูกรู้ว่า ไม่ว่าโลกภายนอกจะใจร้ายหรือเขาจะทำผิดพลาดมาขนาดไหน เมื่อหันกลับมา เขายังมีพ่อแม่ที่พร้อมโอบกอดและช่วยหาทางออกร่วมกันเสมอ ความรู้สึกมั่นคงในจิตใจนี้จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้วัยรุ่นหันไปหาทางออกที่ผิด เช่น ปัญหายาเสพติด หรือภาวะซึมเศร้า

สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับแรกคือ "สมองของวัยรุ่นยังสร้างไม่เสร็จ" ทางวิทยาศาสตร์พบว่า สมองส่วนอารมณ์ของวัยรุ่นจะพัฒนาเต็มที่ก่อนสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสติปัญญา เหตุผล และการยับยั้งชั่งใจ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมวัยรุ่นจึงมักใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผล กล้าเสี่ยง และรักเพื่อนพ้องมากกว่าสิ่งใด หากพ่อแม่เผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยความไม่เข้าใจ ใช้การดุเด่า บังคับ หรือเปรียบเทียบ สิ่งที่ตามมาคือการปิดประตูใจของลูก ในวัย Secondary international school วัยรุ่นจะรู้สึกว่า "ไม่มีใครเข้าใจเขา" และหันไปพึ่งพิงเพื่อนฝูงหรือสิ่งเร้าภายนอกที่อาจนำพาไปในทางที่ผิด การแสดงความเข้าใจ รับฟังอย่างตั้งใจโดยไม่รีบตัดสิน จึงเป็นหนทางเดียวที่จะรักษาความสัมพันธ์และทำให้ลูกยังคงยอมพูดคุยกับเรา เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น พวกเขาต้องการอิสระและการยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง การที่พ่อแม่คอยบอกว่าต้องทำอะไร 1-2-3-4 เหมือนตอนเด็กๆ จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป แต่การ "ชี้แนวทาง" คือการเปลี่ยนบทบาทมาเป็นโค้ช หรือที่ปรึกษา การชี้แนวทางไม่ใช่การปล่อยปละละเลย แต่คือการให้ลูกได้ลองคิด วางแผน และตัดสินใจด้วยตนเอง โดยมีพ่อแม่คอยขีดเส้นความปลอดภัยและตั้งคำถามชวนคิด เช่น แทนที่จะสั่งว่า "ห้ามกลับบ้านดึกนะ" เปลี่ยนเป็นการชวนคุยว่า "ช่วงนี้ข่าวมันค่อนข้างอันตราย ลูกคิดว่าควรกลับถึงบ้านกี่โมงดีเพื่อให้ปลอดภัยและทำงานกลุ่มเสร็จด้วย?" การทำเช่นนี้ช่วยให้วัยรุ่นรู้สึกว่าพวกเขาได้รับเกียรติและมีอำนาจในการควบคุมชีวิตตนเอง ในขณะเดียวกันก็ได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และการรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจนั้นๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ