ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Nattapoom Knows

หน้า: [1]
1


กลุ่มธุรกิจโรงงานถือเป็นอีกวงการที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันมีบรรดา SME ที่เปิดโรงงานเป็นของตนเองเยอะพอสมควร แม้ทุนยังน้อยก็เลือกใช้วิธีมองหาโรงงานให้เช่าไปก่อน พอธุรกิจเติบโตจะขยับขยายภายหลังก็ค่อยว่ากัน ดังนั้นในปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ใครกำลังเริ่มต้นอยากวางแผนทำธุรกิจโรงงานเป็นของตนเอง ก็มี 6 ธุรกิจดาวเด่นน่าจับตามองมาฝากไว้เป็นทางเลือก

1. ธุรกิจโรงงานผลิตน้ำดื่ม

หากสังเกตดี ๆ จะพบว่ายุคนี้น้ำดื่มมีหลากหลายแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องโฆษณาหรือวางขายในร้านสะดวกซื้อด้วยซ้ำ นั่นเพราะพนักงานขายสามารถวิ่งเข้าไปหาตามร้านอาหาร หรือร้านชำตามหมู่บ้านได้เลย ซึ่งธุรกิจนี้ยังรวมถึงการออกแบบขวดและการออกแบบโลโก้ชนิดครบวงจรอีกด้วย

2. ธุรกิจโรงงานแปรรูปอาหาร

อาหารยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต และความโชคดีของคนไทยคือมีแหล่งอาหารอยู่เยอะพอสมควร การทำธุรกิจโรงงานกลุ่มนี้จึงถือว่าน่าสนใจและยังคงมีผลตอบรับที่ดีเยี่ยมเสมอมา ทั้งทำในแบรนด์ตัวเองหรือมีลูกค้าจ้างผลิตก็ได้ ซึ่งการแปรรูปอาหารมีเยอะมากสามารถเลือกที่ถนัดได้เลย

3. ธุรกิจโรงงานเครื่องประดับ

แม้อาจถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่จริง ๆ แล้วธุรกิจนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยคนเราต่างก็ชอบความสวยความงามด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุแพง ๆ ในการผลิตเสมอไป เน้นตลาดกลาง ๆ ก็ขายได้เช่นกัน

4. ธุรกิจโรงงานผลิตเครื่องสำอาง อาหารเสริม

หรือถ้าเอาแบบครบสูตรก็คือโรงงาน OEM ซึ่งเป็นผู้รับผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมแบรนด์ต่าง ๆ ให้กับลูกค้าพร้อมบริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์, ออกแบบโลโก้, วางแผนทางการตลาด, ขออนุญาตหน่วยงาน ฯลฯ แม้ต้องใช้เงินลงทุนสูงสักนิดแต่คุ้มมาก เพราะปัจจุบันมีคนต้องการสร้างแบรนด์ตนเองเยอะขึ้นเรื่อย ๆ โดยธุรกิจนี้อาจจะต้องมีโกดัง หากต้องการผลิตใน Scale ที่ใหญ่ แต่หากไม่อยากลงทุนสร้าง Warehouse ขึ้นมาเอง อาจจะลองมองหาโกดังให้เช่าดูก็ได้

5. ธุรกิจโรงงานผลิตน้ำแข็ง

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย น้ำแข็งยังเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน ด้วยสภาพอากาศอันแสนร้อนอบอ้าว การตั้งธุรกิจโรงงานประเภทนี้จึงมีความน่าสนใจเสมอ ซึ่งจะผลิตเป็นแบรนด์ของตนเองหรือรับผลิตแบรนด์ลูกค้าทั่ว ๆ ไปก็ได้

6. ธุรกิจโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย


ในยุคที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การเลือกผลิตเพื่อขายด้วยตนเองจึงเป็นอีกช่องทางสร้างรายได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งยังสามารถรับผลิตแบรนด์ของคนอื่นได้อีกด้วย เพราดูแล้วยังไงก็คงต้องสวมใส่กันอีกนานทีเดียว

บรรดาธุรกิจโรงงานทั้ง 6 ประเภทที่กล่าวนี้ล้วนแต่เป็นธุรกิจน่าลงทุน น่าสนใจและถูกจับตามองอย่างยิ่งว่าในปี 2021 จะช่วยสร้างรายได้ให้กับคนที่เริ่มต้นหันมาทำธุรกิจของตนเองได้มากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง ในการเริ่มต้นควรจะลองศึกษา และทำ SWOT ก่อน ว่าถ้าจะลงทุนแล้ว จุดแข็ง จุดอ่อน ของเรา และมีโอกาสอะไรใหม่ๆ ให้เราเข้าไปเล่นได้หรือเปล่า

2
ธุรกิจสิงคโปร์

ประเทศสิงคโปร์นับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากเท่าไรนัก เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจในด้านการทำธุรกิจ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั้งที่พักผ่อนและให้ความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ วัยมัธยมช่วงปิดเทอมที่มักจะไปเรียน ซัมเมอร์ สิงคโปร์ แต่ทว่าในช่วงวันหยุดคนที่นี่เขาใช้ชีวิตอย่างไร ทำอะไรกันบ้างนะ? ก่อนลงทุนทำธุรกิจที่ไหน เราต้องรู้จักกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเสียก่อน ใครอยากรู้เดี๋ยวเราขออาสาพาไปส่องชีวิตวันหยุดของคนสิงคโปร์ให้แล้วกัน เผื่อว่าจะเป็นแนวทางสำหรับใครที่สนใจจะทำธุรกิจเกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์ หรืออาจจะเป็นธุรกิจที่พาเด็กไทยไปเที่ยวช่วงซัมเมอร์ที่สิงคโปร์

ในวันหยุดคนสิงคโปร์ชอบไปทำอะไรกัน?

ต้องบอกก่อนว่าคนสิงคโปร์มักจะใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ หากเป็นกลุ่มวัยรุ่นก็มักจะตามกระแสสังคมไม่ตกเทรนด์ ช็อปปิ้ง แต่งตัว หรือหากเป็นวัยทำงานก็มักจะดูแลรักษาสุขภาพ กินแต่อาหารออร์แกนิก ถามว่าซัมเมอร์ สิงคโปร์ หรือในช่วงวันหยุดคนสิงคโปร์ชอบทำอะไรกัน เอาจริง ๆ ก็ใช้ชีวิตสบาย ๆ ไปเที่ยวตามเกาะนอกชายฝั่งที่มีมากถึง 62 เกาะ ไม่ว่าจะ เกาะ Sisters’ Islands (ซิสเตอร์ส ไอแลนด์), เกาะเซ็นโตซ่า, เกาะเซนต์จอห์น, เกาะปูเลา อูบิน ฯลฯ

หรือไม่ก็หาสวนสาธารณะ หรือสิ่งสวยงามพักผ่อนสายตา เช่น ที่การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ C Gardens by the Bay ดูน้ำตกที่สูงที่สุด คลาวด์ ฟอร์เรสต์ (loud Forest), สวนพฤกษศาสตร์เนินเขาฟอร์ทแคนนิ่ง (Fort Canning Hill) หรือไม่ก็เข้าร้านอาหารพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูง อย่าง Lao Zhong Zhong Eating House ร้านของทอดโบราณ, Toa Payoh Rojak สลัดสิงคโปร์สมกับคนรักสุขภาพ หรือร้าน Kok Sen Restaurant ที่เป็นการกินข้าวร่วมกันแบบ Zi Char หรือไปดูหนังฟรีที่ฉายจอใหญ่ยักษ์บริเวณห้างอิออน (ION Orchard) ทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือน ไม่ก็พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์

แต่ใครที่ต้องการทำธุรกิจท่ีสิงคโปร์ โดยเน้นตลาดไปที่เด็กนักเรียนไทยในสิงคโปร์ เราอาจจะต้องมาดูว่าถ้าเป็นคนไทยในสิงคโปร์ เขาไปไหนกันบ้าง

แล้วถ้าเป็นนักเรียนไทยไปซัมเมอร์สิงคโปร์ช่วงวันหยุดจะไปเที่ยวที่ไหนได้?

เรียนสิงคโปร์

ในส่วนของนักเรียนไทยไปซัมเมอร์ สิงคโปร์นั้น เราก็มีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้ไปเยือนในช่วงวันหยุด ไม่ว่าจะ
  • เขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำซันไกบูลอห์ : เป็นความธรรมชาติที่พาให้ร่างกายสดชื่น สดใส ซึ่งนอกจากพรรณไม้ก็มีนกหายาก หรือจระเข้น้ำเค็มให้ได้เห็น ได้ผ่อนคลายจากการเรียน
  • สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ : เป็นสวนที่เต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ให้ได้ถ่ายรูปเช็คอินสวย ๆ รวมถึงมีวงดนตรีออร์เคสตรามาจัดแสดงฟรี ๆ ให้ได้ฟังเพลิน ๆ ด้วยนะ
  • City Square Mall : มาเดินห้างกันหน่อย มีโซนอาหาร โซนเสื้อผ้า โซนเครื่องสำอางแต่งไปเรียนเบา ๆ ขายเยอะ ที่สำคัญราคาย่อมเยา
  • Universal Studio : สวนสนุกสร้างความบันเทิง เพรียบพร้อมเครื่องเล่น 24 ประเภท มี 7 โซนให้ได้เลือกสนุก

และทั้งหมดนี้ก็เป็นกิจกรรมในวันหยุดของคนสิงคโปร์ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวเพลิน ๆ สำหรับนักเรียนไทยไปซัมเมอร์ สิงคโปร์ได้พักผ่อนช่วงวันหยุด ซึ่งแต่ละประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต่างกัน เมื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในประเทศนั้น ๆ แล้วควรเคารพและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีมีสุข

3
เพื่อนๆ หลายคนอาจจะเน้นการตลาดออฟไลน์เป็นหลัก โดยเฉพาะการออกบูธ เพราะเป็นการที่แบรนด์ของเราได้ไปอยู่ในที่ๆ กลุ่มเป้าหมายเราเดิน เป็นประโยชน์ในการให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก ให้ลูกค้าได้จับ ได้ชิม ได้ทดลองใช้สินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และควรทำต่อไป เพราะแต่ละธุรกิจก็จะมีกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตามฉบับของตัวเองอยู่แล้ว

แต่ในยุคนี้ มีหลายแบรนด์มากมายที่ใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามาช่วยเสริมให้ประสิทธิภาพในการทำตลาดของแบรนด์ก้าวกระโดดขึ้นไปอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทำ โฆษณา Google Ads ทำ SEO หรือจะเป็นช่องทางของการทำ Social Media เช่น Facebook หรือ Instagram เป็นต้น

ไม่ว่าจะ Google Ads, SEO หรือ Facebook ล้วนแต่เป็นเพียง "ช่องทาง" ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการยิงโฆษณาก็เป็นเพียงการช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ดังนั้น การที่เราจะเลือกช่องทางในการทำการตลาดออนไลน์นั้นสำคัญ เพราะถ้าเราบอกว่า จะเอามันทุกช่องทาง เราก็ต้องเสียงเงินเพิ่มไปอีก ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้นบนแต่ละช่องทาง

สิ่งที่ถูกต้องคือ เราต้องเลือกเพียง 1-2 ช่องทางพอ แล้วเอาให้เด่นไปในช่องทางนั้นเลย อย่างเช่นบางร้านก็จะไปจ้าง บริษัทรับทำ SEO หรือจะเป็นโฆษณา Google Ads ให้ช่วยกระตุ้นให้เว็บไซต์ของร้านติดหน้าแรก Google บางคนก็ทำ Content Marketing บน Facebook บางคนก็ทำมันทั้ง 2 ช่องทางเลย

ซึ่งหัวใจสำคัญมันอยู่ที่ความต่อเนื่องนะ อย่างเราจะทำคอนเทนต์บน Facebook เอง บอกเลยว่า 10 คอนเทนต์แรก แทบไม่เข้าถึงใครเลย ยิงโฆษณาไปก็ยังไม่ปัง แต่บางทีพอถึงคอนเทนต์ที่ 12 มันดันปังขึ้นมา จากนั้นก็จะเริ่มมีคนเข้ามาติดตามเรื่อยๆ เพราะฉนั้นต้องไม่ท้อ! และต้องวางแผน มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนนะ เพราะถ้าทำแบบขอไปที เขาว่าคอนเทนต์ที่ 12 จะปัง ก็ทำๆ ไป แบบนี้ทำเป็น 100 คอนเทนต์ก็คงยาก

กลยุทธ์เบื้องต้นเลยคือเราต้องรู้ก่อนว่าจะสื่อสารกับใคร และคนกลุ่มนั้นมีปัญหาอะไร ต้องการรับชม รับฟัง เนื้อหาแบบไหน และเราต้องผลิตคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของเค้า หรือตรงกับสิ่งที่เค้าสนใจ

ซึ่งเมื่อเรามีช่องทางออนไลน์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือ Facebook Page เวลาเราไปออกบูธ สิ่งที่ควรทำคือการให้ลูกค้าเข้ามาชมสินค้าบนเว็บไซต์ หรือบน Facebook Page และพยายามให้ลูกค้าติดตาม เช่นอาจมีโปรโมชั่นส่วนลดถ้ากดติดตาม ที่ต้องทำแบบนี้เพราะ เมื่อเค้าจากบูธเราไป ลูกค้าจะยังสามารถรับข้อความจากทางร้านได้ต่อ ทำให้เรายังสามารถสื่อสารไปยังลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ดีว่าปล่อยให้เดิมออกไปจากบูธ พอกลับบ้านไปก็ลืมชื่อแบรนด์ ลืมชื่อแม่ค้าแล้ว

เพื่อนๆ ลองนำวิธีไปปรับใช้กันดูนะ

 ;)

4
หากเราทำธุรกิจที่มีหน้าร้าน เราสามารถเห็นได้ทันทีว่ามีลูกค้าเข้า-ออกร้านของเรา และเราสามารถเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าได้แบบตัวต่อตัว แต่สำหรับธุรกิจออนไลน์นั้น กลับไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีลูกค้าเข้าชมร้านบ้างไหม.. ดังนั้น พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ ต่างมองหาช่องทางที่จะช่วยในการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น นั่นคือการใช้ Website Analytic โปรแกรมแสดงสถิติว่าเกิดอะไรขึ้นกับเว็บไซต์ของเราบ้าง ลูกค้ามาจากช่องทางไหน ซึ่งในธุรกิจออนไลน์ การไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ ก็เหมือนการขับเคลื่อนธุรกิจในความมืด อย่างเช่น ธุรกิจไหนที่ใช้บริการบริษัท รับทำ SEO ทำโฆษณา Facebook หรือจะทำ Instagram ด้วย ก็จะมีคนเข้าเว็บไซต์มาจากทั้ง Google Facebook และ Instagram แต่ผู้ใช้ช่องทางไหนสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจของคุณได้มากที่สุด..? เพราะอย่างนี้ จึงต้องนำผลสถิติเกี่ยวกับเว็บไซต์เข้ามาช่วยตรวจสอบด้านการตลาดว่าส่งผลต่อลูกค้ามาก-น้อยแค่ไหน

สำหรับเครื่องมือ Website Analytic ที่ฟรี และเข้าถึงง่าย เราขอแนะนำ Google Analytic โปแกรมที่สามารถทำงานได้ครอบคลุมทุกสถิติที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ช่วยให้การวางแผนการตลาดออนไลน์ของคุณ ราบรื่นขึ้น ในระยะเวลาทำงานที่สั้นลง

ตัวช่วยทำให้รู้จักผู้เข้าชม
การตลาดที่เหมาะสม จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราทราบว่าลูกค้าคือใคร ซึ่งความสามารถหลักๆของเจ้า Google Analytic ก็คงไม่พ้นการแสดงจำนวนผู้เข้าชม, ช่องทางที่เข้าชม และที่มาของผู้เข้าชม หากผู้ชมส่วนใหญ่เข้าชมร้านค้าออนไลน์ของเราผ่านโทรศัพท์มือถือ การสร้างแอปพลิเคชันหรือสร้างแพลตฟอร์มหน้าร้านสำหรับแสดงบนมือถือ จะช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือ ร้านค้าของเราขายเสื้อผ้า โดยที่ผู้เข้าชมส่วนใหญ่ มาจากภูมิภาคที่มีอากาศหนาวเย็น จะช่วยให้เราทราบว่าควรปรับกลยุทธ์ไปสู่การจัดจำหน่ายเสื้อกันหนาวเป็นหลัก เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ การตลาดแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเราสามารถตอบรับสิ่งที่ผู้เข้าชมมองหาได้อย่างตรงจุด

จะเห็นได้ว่า แค่เรารู้จักผู้เข้าชม เราก็สามารถดึงพวกเขาให้กลายมาเป็นลูกค้าของเราได้อย่างง่ายดายไม่ต่างจากการขายโดยตรงแบบมีหน้าร้าน Google Analytic จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ได้อย่างดีทีเดียว

ตัวช่วยในการสร้างแคมเปญ
เมื่อเราทราบแล้วว่าผู้เข้าชมร้านของเราเป็นใคร ลูกค้ากำลังมองหาสิ่งไหน เพื่อความประทับใจอีกระดับ การสร้างแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ย่อมช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ จนเกิดการบอกต่อ และทำให้ลูกค้าที่เคยใช้บริการ อยากกลับมาอีกครั้ง

ตัวช่วยที่ดีอย่าง Google Analytic สามารถแสดงข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าชมและลูกค้า เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการใช้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถวิเคราะห์ผลการทำงานให้แบบวินาทีต่อวินาทีอีกด้วย

ตัวช่วยตรวจสอบความสำเร็จตามเป้าหมาย
ทุกการดำเนินธุรกิจ ย่อมมีเป้าหมายที่ถูกวางไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ การสร้างร้านค้าออนไลน์ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Google Analytic ที่เราสามารถระบุเป้าหมายของธุรกิจไว้ในโปรแกรมได้เลย ไม่ใช่เพียง 1 เป้าหมาย แต่สามารถใส่เป้าหมายทางเลือกได้หลายรูปแบบ เพื่อสำรวจและเปรียบเทียบว่าวิธีการทำงานใดที่เป็นไปตามเป้าหมายมากกว่ากัน

Google Analytic สามารถประมวลผลการทำงานตามแผนธุรกิจที่ได้ตั้งไว้ และสามารถชี้ได้ว่าการทำงานของเราลุล่วงไปถึงระดับไหนแล้ว ซึ่งช่วยได้มาก ในการปรับการทำงานให้ดำเนินไปตามแนวโน้มที่เหมาะสม

ตัวช่วยสร้างเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์
บนหน้าเว็บไซต์ของธุรกิจหลายแห่ง มักจัดทำส่วนของบทความ, เกร็ดความรู้ หรือ Infographic ประกอบไว้ด้วยเสมอ นั่นเพราะ วิธีการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับตัวธุรกิจ ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และลูกค้าเองก็เข้าใจตัวตนของธุรกิจอย่างชัดเจนเช่นกัน เมื่อลูกค้ารู้จักธุรกิจดี พวกเขาจะคุณค่ากับสินค้าและบริการเหล่านั้น พร้อมทั้ง “แชร์” เนื้อหาผ่านช่องทางต่างๆเป็นการบอกต่อ

เนื้อหาแบบใดที่มีผู้เข้าชมให้ความสนใจมาก หรือส่งต่อมาก Google Analytic จะแสดงจำนวนเหล่านั้นผ่าน page view ให้เราทราบว่าเนื้อหาแบบใดที่ควรรักษาไว้ เพื่อเป็นแนวทางการสร้างธุรกิจตามที่ลูกค้าต้องการ

ตัวช่วยสำรวจช่องทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Social Network ได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันทุกคนในสังคมไปแล้ว ดังนั้น ช่องทางเหล่านี้จึงเป็นเส้นทางที่ดี ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่ง Google Analytic เอง ก็มีความสามารถในการช่วยประเมินว่า แพลตฟอร์มใดที่มีผู้เข้าชม หรือนิยมใช้บริการกันมากในช่วงเวลานี้

เมื่อทราบแล้ว เราสามารถนำตัวธุรกิจลงไปอยู่บนแพลตฟอร์มเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งลงโฆษณาใน Social Network นั้นก็ย่อมทำได้ด้วยความมั่นใจ ว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการ เข้ามาเยี่ยมชมธุรกิจของเราได้อย่างแน่นอน

หน้า: [1]