ThaiFranchiseCenter Webboard

ThaiFranchiseCenter Webboard - Info Center

* สมัครสมาชิกเว็บบอร์ด ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ฟรี! *
หน้าแรก | เปิดร้านค้าฟรี! | โปรโมชั่นแฟรนไชส์ | ร้านหนังสือออนไลน์ | สนใจลงโฆษณา

ทางเว็บไซต์ ThaiFranchiseCenter.com ไม่มีส่วนรับผิดชอบกับข้อความต่างๆในเว็บบอร์ดแต่อย่างใด
    ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า-เซ้ง หรือ อื่นๆ (ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย กรุณาใช้วิจารณญาณในการติดต่อทางธุรกิจ)


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - อธิติยา

หน้า: [1] 2 3 4
1
   บัญชีฝากประจําจาก KTB เป็นบัญชีเงินฝากที่เจ้าของเงินฝากได้ทำสัญญาไว้กับธนาคารว่าจะมีการฝากเงินกับธนาคารเป็นประจำตลอดอายุการทำสัญญาซึ่งมีระหว่าง 3, 6, 12, 24 เดือน หรือจำนวนเดือนที่จะฝากเงินอาจจะมากกว่านั้นก็ได้ โดยผู้ฝากจะได้ดอกเบี้ยเงินฝากตามอัตราที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับธนาคาร ซึ่งดอกเบี้ยเงินฝากประจำจะมีจำนวนที่สูงกว่าเงินฝากแบบออมทรัพย์ เพราะเงื่อนไขของการฝากประจำคือ ผู้ฝากจะไม่สามารถถอนเงินออกมาจากบัญชีได้จนกว่าจะครบสัญญา นั่นหมายความว่าธนาคารจะมีสัดส่วนเงินฝากปลอดภาษี (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/personal/deposits/210) ไว้เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นตลอดอายุสัญญาเพื่อการลงทุนของธนาคาร โดยจะตอบแทนให้กับผู้ฝากในรูปแบบของดอกเบี้ย ทั้งนี้เงินฝากประจำจะมีแบบบัญชีทั่วไปซึ่งต้องฝากเงินเป็นก้อนใหญ่ เช่น ครั้งละ 100,000 บาท กับเงิน ฝากประจําปลอดภาษี ที่ให้ฝากเงินเป็นประจำในจำนวนที่เท่า ๆ กัน ซึ่งทั้ง 2 แบบต่างกันตรงการคิดดอกเบี้ยเงินฝากตามระยะเวลาการฝากและการเสียภาษีจากดอกเบี้ยที่ได้ โดยเงิน ฝากประจําปลอดภาษี จะไม่ต้องมีการเสียภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้ ซึ่งถือว่าผู้ฝากได้รับประโยชน์มากกว่าบัญชีทั่วไป แต่มีเงื่อนไขเรื่องจำนวนเงินที่ต้องฝากต่อเดือนเช่นกัน

   สำหรับครั้งนี้เราจะมาแจกแจงธนาคารที่มี บัญชีเงินฝากประจํา รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับ เพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบถึงรายละเอียด ดังนี้
ธนาคารกรุงไทย (KTB)
ฝากประจำราย 3 เดือน / 6 เดือน และ 12 เดือน ขั้นต่ำ 1,000 บาท ได้รับดอกเบี้ยตามอัตราของธนาคารเมื่อครบกำหนดฝากเงิน
ฝากประจำราย 24 เดือน และ 36 เดือน ขั้นต่ำ 10,000 บาท จะได้รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
ฝากประจำ 6 เดือน ขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท  จ่ายดอกเบี้ยสูงสุดที่ 1.50% เมื่อครบกำหนด
ฝากประจำ 12 เดือน ขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 1.75% เมื่อครบกำหนด
ฝากประจำ 24 เดือน ขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 1.80% เมื่อครบกำหนด
ฝากประจำ 36 เดือน ขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 1.95% เมื่อครบกำหนด
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
ฝากประจำ 6 เดือน เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1.40%
ฝากประจำ 12 เดือน เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1.55%
ฝากประจำ 24 เดือน เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1.70% จ่ายดอกเบี้ยทุก 12 เดือน
ฝากประจำ 36 เดือน เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1.000 บาท อัตราดอกเบี้ย  1.85% จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน
ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มี บัญชีเงินฝากประจํา ราย 9 เดือน เปิดบัญชีขั้นต่ำ 2,000 บาท ได้รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดสัญญา อัตราดอกเบี้ย 1.63%
ธนาคารออมสิน (GSB) บัญชีเงินฝาก 36 เดือน โดยเปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท ได้ดอกเบี้ยทุก 12 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2%

จะเห็นได้ว่ายิ่งฝากเงินระยะยาวเท่าไหร่ ก็จะได้อัตราดอกเบี้ยในจำนวนที่มากขึ้นเท่านั้น แถมบางธนาคารจ่ายดอกเบี้ยให้ตามรอบแม้จะยังไม่ครบกำหนดสัญญาเงินฝาก โดยรวมแล้วการออมด้วยวิธีนี้มีแต่จะได้รับประโยชน์ และเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ขอแนะนำให้ฝากเงินแบบ ฝากประจําปลอดภาษี จะทำให้ได้รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย และอย่าลืมสมัครพร้อมเพย์ไว้ด้วยนะ

ที่มาข้อมูล
https://www.efinancethai.com/advertorial/AdvertorialMain.aspx?release=y&name=ad_201901081752
https://www.peerpower.co.th/blog/investor/fixed-deposit/

2
ตามส่องราคาเครื่องเปล่ากับเครื่องติดโปรโมชั่น iPhone รุ่น 13 แบบไหนจะคุ้มกว่ากัน?
   เมื่อข่าวการเปิดตัวของ iPhone รุ่น 13 เริ่มแพร่กระจายออกไป โดยมีเรื่องของสเปกและฟีเจอร์ใหม่ ๆ เผยแพร่ให้ได้ชื่นชมอย่างชัดเจนแล้ว เชื่อว่าใครหลายคนต่างก็ต้องการได้สัมผัสตัวจริงกันอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือการตัดสินใจที่จะเลือก โปรโมชั่น iPhone 13 แบบติดรายเดือน หรือจะเลือกใช้เป็นเครื่องเปล่า แบบไหนถึงจะให้ความคุ้มค่าและราคาที่ดีกว่ากัน ดังนั้นจึงขอแนะนำราคาแบบติดโปรโมชั่นและราคาเครื่องเปล่าจากค่ายโทรศัพท์คุณภาพอย่าง AIS เพื่อให้คุณนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณา ดังนี้
1.ราคาโปรโมชั่น AIS
•   IPhone รุ่น 13 ปกติ ความจุ 128GB ราคาเริ่มต้น 20,400 ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน, ความจุ 256GB ราคาเริ่มต้น 24,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน และความจุ 512GB ราคาเริ่มต้น 32,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน สัญญา 12 เดือน
•    iPhone 13 Mini ความจุ 128GB ราคาเริ่มต้น 16,400 ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน, ความจุ 256GB ราคาเริ่มต้น 20,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน และความจุ 512GB ราคาเริ่มต้น 28,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน สัญญา 12 เดือน
•   IPhone รุ่น 13 Pro ความจุ 128GB ราคาเริ่มต้น 29,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน, ความจุ 256GB ราคาเริ่มต้น 33,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน, ความจุ 512GB ราคาเริ่มต้น 41,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน และความจุ 1TB ราคาเริ่มต้น 49,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน สัญญา 12 เดือนขึ้นไป
•   iPhone รุ่น 13 Pro Max ความจุ 128GB ราคาเริ่มต้น 33,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน, ความจุ 256GB ราคาเริ่มต้น 37,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน, ความจุ 512GB ราคาเริ่มต้น 45,400 บาท ติดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน และความจุ 1TB ราคาเริ่มต้น 53,400 บาท คิดแพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาทต่อเดือน ทำสัญญา 12 เดือนขึ้นไป
   สำหรับผู้ที่เป็นลูกค้า Serenade ของทาง AIS ในระดับ Platinum และ Gold ไม่ต้องมีการชำระค่าบริการล่วงหน้าและสามารถรับส่วนลดได้สูงสุดถึง 10,500 บาท เพียงสมัครใช้แพ็กเกจตามที่ถูกกำหนดไว้ โดยจะต้องมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
2. ราคาเครื่องเปล่า
•   iPhone เครื่องเปล่ารุ่น 13 ปกติ ความจุ 128GB ราคาปกติ 29,000 บาท, ความจุ 256GB ราคาปกติ 33,900 บาท และความจุ 512GB ราคาปกติ 41,900 บาท แต่ถ้าเป็นลูกค้า AIS ที่มีการใช้งานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จะสามารถซื้อเครื่องเปล่าได้ในราคาเริ่มต้น 28,900 บาท ไปจนถึง 40,900 บาทเท่านั้น
•   iPhone 13 Mini เครื่องเปล่า ความจุ 128GB ราคาปกติ 25,900 บาท, ความจุ 256GB ราคาปกติ 29,900 บาท และความจุ 512GB ราคาปกติ 37,900 บาท แต่ถ้าเป็นลูกค้า AIS ที่มีการใช้งานเริ่มต้นตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จะซื้อเครื่องเปล่าได้ในราคาเริ่มต้น 24,900 บาท ไปจนถึง 36,900 บาท
•   iPhone เครื่องเปล่ารุ่น 13 Pro ความจุ 128GB ราคาปกติ 38,900 บาท, ความจุ 256GB ราคาปกติ 42,900 บาท, ความจุ 512GB ราคาปกติ 50,900 บาท และความจุ 1TB ราคาปกติ 58,900 บาท แต่ถ้าเป็นลูกค้า AIS ที่มีการใช้งานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จะสามารถซื้อได้ในราคาเริ่มต้น 37,900 บาท ไปจนถึง 57,900 บาท
•   IPhone รุ่น 13 Pro Max ความจุ 128GB ราคาปกติ 42,900 บาท, ความจุ 256GB ราคาปกติ 46,900 บาท, ความจุ 512GB ราคาปกติ 54,900 บาท และความจุ 1TB ราคาปกติ 62,900 บาท แต่ถ้าเป็นลูกค้า AIS ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป จะสามารถซื้อได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 41,900 บาท ไปจนถึง 61,900 บาท
   เมื่อนำมาเปรียบเทียบราคาโปรโมชั่น iPhone รุ่น 13 และราคาปกติของเครื่องเปล่าแล้ว จะเห็นได้ว่าราคาเครื่องติดโปรของ AIS ให้ความคุ้มค่าสูงมาก เพราะมีรายละเอียดของการใช้งาน ทั้งการโทรเข้า-ออกแบบรายเดือนและอินเทอร์เน็ตที่มีให้อย่างสุดคุ้ม แต่ถ้าต้องการซื้อเครื่องเปล่า ก็สามารถซื้อกับทาง AIS จะได้รับส่วนลดเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ซึ่งถือว่าให้ความคุ้มค่าได้ดีไม่แพ้กัน

ที่มาข้อมูล
-   https://droidsans.com/apple-iphone-12-series-specs-compare/
-   https://specphone.com/web/compair-iphone-12-and-iphone-12-pro/311827
-   https://www.ais.th/apple/iphone-13/

3
เลือกไม่ถูก เมื่อเจอโปรโมชั่น iPhone 13 จาก AIS ระหว่าง iPhone 13 Mini กับ iPhone 13 Pro
   ทำเอาสาวกไอโฟนเลือกกันไม่ถูกกันเลยทีเดียวสำหรับโปรโมชั่น iPhone 5G จาก AIS รุ่นใหม่ล่าสุด เพราะไม่ว่าจะเลือกโปรไหน ๆ ราคาก็ลดมากกว่าหมื่นบาท นี่ยังไม่รวมโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่สามารถผ่อน 0 % และเครดิตเงินคืนให้เจ้าของบัตรอีกด้วย ก่อนที่จะไปดูราคา iPhone 13 ทั้ง 2 รุ่น ไปดูความแตกต่างของทั้งคู่ว่ามีสเปกอย่างไรบ้าง
-   ขนาดของหน้าจอ ด้วยขนาด 5.4 นิ้ว ของ iPhone 13 Mini ที่อัดแน่นไปด้วยความแรงที่ไม่แพ้ iPhone 13 Pro สามารถที่จะลดข้อด้อยตรงนี้ลงไปได้
-   กล้องหลังของ iPhone 13 Mini มี 2 ตัวซึ่งภาพคมชัด ไม่แพ้ iPhone 13 Pro ที่มีด้วยกัน 3 กล้อง แต่อาจจะขาดบางฟังก์ชันที่ไม่มีความสามารถเท่าเทียมได้ เช่น เทคโนโลยี ProMotion 120Hz และ การบันทึกวิดีโอแบบ ProRes รวมถึงการถ่ายภาพบุคคลในที่มืด
-   GPU iPhone Mini เป็นแบบ 4 Core ส่วนรุ่นโปรเป็นแบบ 5 Core
-   ความจุสูงสุด ของ iPhone 13 Pro คือ 1 TB และ Mini มีเพียง 512GB เท่านั้น
-   ระบบ Scan Lidar ที่มีเฉพาะรุ่นโปรเท่านั้น
-   แบตเตอรี่ รุ่นโปร อึดขึ้น ใช้งานได้นานกว่า
ตารางราคาโปรโมชั่น iPhone Hot Deal ย้ายค่ายเบอร์เดิม เปรียบเทียบ iPhone 13 ทั้ง 2 รุ่น
ตารางราคาและโปรโมชั่น Hot Deal สัญญา 12 เดือน
รายละเอียดและราคา   iPhone 13 Mini   iPhone 13 Pro
   ราคาปกติ   ราคาโปรโมชั่น   ราคาปกติ   ราคาโปรโมชั่น
128GB ราคาเริ่มต้น   29,900   16,400   38,900   29,400
256GB ราคาเริ่มต้น   33,900   20,400   42,900   33,400
512GB ราคาเริ่มต้น   41,900   28,400   50,900   41,400
1 TB ราคาเริ่มต้น   -   -   58,900   49,400
 
ตารางราคาและ โปรโมชั่น Hot Deal สัญญา 24 เดือน
รายละเอียดและราคา   iPhone 13 Mini   iPhone 13 Pro
   ราคาปกติ   ราคาโปรโมชั่น   ราคาปกติ   ราคาโปรโมชั่น
128GB ราคาเริ่มต้น   29,900   7,900   38,900   20,900
256GB ราคาเริ่มต้น   33,900   11,900   42,900   24,900
512GB ราคาเริ่มต้น   41,900   19,900   50,900   32,900
1 TB ราคาเริ่มต้น   -      58,900   40,900
   จากตารางราคาดังกล่าว เป็นส่วนลดจากเครื่องปกติ ซึ่งส่วนลดจะสามารถลดเพิ่มได้อีกเมื่อเลือกใช้แพ็กเกจ และหากลูกค้าท่านใดมีบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ สามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 40 เดือนอีกด้วย และที่สำคัญทุกยอดจ่ายสามารถได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 36% อย่ารอช้าเพราะโอกาสเป็นเจ้าของไอโฟนรุ่นล่าสุดแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว

ที่มาข้อมูล
-   https://www.ais.th/apple/iphone-13-pro-max/
-   https://www.ais.th/apple/iphone-13-pro/
-   https://www.ais.th/apple/iphone-13/
-   https://www.ais.th/apple/iphone-13-mini/

4
5 อันดับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติรุ่นไหนบ้างที่นักชงควรมีติดบ้าน
นอกจากน้ำเปล่าจะเป็นเครื่องดื่มประจำบ้านทุกหลังแล้ว เชื่อได้ว่ากาแฟก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มประจำบ้านเช่นเดียวกัน ยิ่งบ้านไหนเป็นนักชงตัวยงด้วยแล้วละก็ จะมีกลิ่นกาแฟลอยหอมออกมาเป็นเอกลักษณ์ และตัวช่วยชั้นดีของนักชงก็คงหนีไม่พ้นเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่จะช่วยรังสรรค์เมนูได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเครื่องชงกาแฟที่นักชงควรมีติดบ้านแล้วคุ้มค่าไม่เสียดายเงินซื้อ ได้แก่
1.   Pixie Electric
เครื่องชงกาแฟขนาดเล็กกะทัดรัดของ Nespresso ที่มีให้เลือก 2 สี คือ แดงและขาว มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานสุดง่ายไม่ซ้ำซ้อน สามารถรังสรรค์เมนูประจำบ้าน 2 ขนาดหลักคือ เอสเพรสโซและลุงโก ถึงแม้ตัวเครื่องจะเล็กแต่ก็สามารถเก็บกาแฟแคปซูล (เพิ่มเติมที่ : https://www.wongnai.com/news/nespresso-capsule-all-range ) ได้มากถึง 10 แคปซูล แถมยังมีระบบการควบคุมความร้อนภายใน 25 วินาที และปิดเครื่องอัตโนมัติภายใน 9 นาที หลังไม่ได้ใช้งานด้วย
ยี่ห้อ Nespresso / รุ่น Pixie Electric
ขนาดเครื่อง 11.1 x 32.6 x 23.5 CM. / น้ำหนัก 2.8 กิโลกรัม
ความจุแท็งก์น้ำ 0.7 ลิตร
แรงดันน้ำ 19 บาร์
2.   NESCAFÉ Dolce Gusto Mini Me Black
เครื่องชงกาแฟแคปซูลดีไซน์ทันสมัย มีให้เลือก 3 สี ขาว ดำแอนทราไซท์ และเชอร์รี่แบล๊ค (แดงดำ) ตัวเครื่องสามารถปรับคันโยกเพื่อรังสรรค์เมนูร้อนเย็นได้ การใช้งานเพียงใช้ปุ่มฟังก์ชั่น Play & Select ปุ่มเดียว สามารถก็เลือกระดับน้ำในการชงได้ ทำให้ได้เมนูกาแฟเข้มมากน้อย ไซส์เล็กใหญ่ได้ด้วยตัวเอง
ยี่ห้อ Nescafe / รุ่น Dolce Gusto Mini Me Black
ขนาดเครื่อง 30.5 x 19.4 x 37.5 CM. / น้ำหนัก 2.55 กิโลกรัม
ความจุแท็งก์น้ำ 0.8 ลิตร
แรงดันน้ำ 15 บาร์
3.   Duchess CM6300B
อีกหนึ่งเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่น่าสนใจควรมีติดบ้าน ทั้งตัวเครื่องและฟังก์ชั่นการใช้งานมีความหลากหลาย มีโปรแกรมปรับระดับปริมาณการชงให้เลือกถึง 9 ระดับ ตั้งแต่ 15 มล.-180 มล. บริเวณฐานรองแก้วด้านหน้าสามารถปรับระดับความสูงได้ 2 ระดับ แถมยังสามารถใช้กาแฟแคปซูลขนาดของ Nespresso ได้อีกด้วย
ยี่ห้อ Duchess / รุ่น CM6300B
ขนาดเครื่อง 10 x 34 x 24.5 CM. / น้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม
ความจุแท็งก์น้ำ 0.6 ลิตร
แรงดันน้ำ 19 บาร์
4.   Krups Nescafe Dolce GustoPiccolo Xs
นับเป็นหนึ่งรุ่นฮิตของ Nescafe ที่นักชงควรมีติดบ้านไว้สักเครื่อง เพราะด้วยสมรรถนะตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาอย่างดี มีขนาดกะทัดรัดและสามารถรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มได้มากถึง 13 เมนู มีถาดรองน้ำที่สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับ พร้อมระบบหยุดทำงานอัตโนมัติที่จะช่วยประหยัดพลังงานหลังไม่ใช้งาน 1 นาที
ยี่ห้อ Nescafe / รุ่น Dolce GustoPiccolo Xs
ขนาดเครื่อง 14 x 28 x 27 CM. / น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม
ความจุแท็งก์น้ำ 0.8 ลิตร
แรงดันน้ำ 15 บาร์
5.   Creatista Pro
เครื่องชงกาแฟแคปซูลตัวใหม่ล่าสุดจาก Nespresso ที่จะช่วยทำให้นักชงได้ประสบการณ์การชงที่มากกว่ากาแฟ แต่ยังทำให้สัมผัสถึงความหลากหลายของเมนู ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสและหลายภาษา มาพร้อมกับเครื่องทำฟองนมบริเวณหน้าตัวเครื่อง เพียงสัมผัสแค่ปุ่มเดียวก็สามารถเตรียมได้ทั้งนมและน้ำร้อน ทำให้รังสรรค์เมนูลาเต้อาร์ตได้อย่างสบาย ดีไซน์ตัวเครื่องถูกออกแบบมาอย่างเรียบหรูสไตล์มินิมอล จัดเป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีกชิ้นหนึ่งก็ว่าได้
ยี่ห้อ Nespresso / รุ่น Creatista Pro
ขนาดเครื่อง 42.9 x 32.8 x 19.7 CM. / น้ำหนัก 6.65 กิโลกรัม
ความจุแท็งก์น้ำ 2 ลิตร
แรงดันน้ำ 19 บาร์
ปัจจุบันเครื่องชงกาแฟในท้องตลาดมีเป็นจำนวนมากและมีหลากหลายยี่ห้อ ก่อนเลือกซื้อควรศึกษาหาข้อมูลแบบง่าย ๆ จากแหล่งเว็บไซต์หรือกระทู้เครื่องชงกาแฟ Nespresso ใช้ในบ้าน pantip ก่อนก็ได้ เพื่อให้ได้เครื่องชงที่ถูกใจและคุ้มค่า ที่สำคัญ เมื่อซื้อมาแล้วจะได้ใช้งานเป็น ไม่ต้องมาศึกษาอีกให้เสียเวลา

ที่มาข้อมูล
-   https://home.kapook.com/view237923.html
-   https://www.top10.in.th/ของใช้ในบ้าน/เครื่องชงกาแฟแคปซูล/#Krups-Nescafe-Dolce-Gusto-Genio-Pink-Gold
-   https://www.nespresso.com/th/th/order/machines
-   https://shopee.co.th/Krups-Nescafe-Dolce-Gusto-(NDG)-เครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูล-Piccolo-XS-มี-2-สีให้เลือก-ขาว-และ-ดำ-i.27020571.2835089179
-   https://www.dolce-gusto.co.th/minime-black.html

5
บอกต่อวิธีการขายคอนโดมือสองให้ได้กำไรและไม่เสียเวลา
   บางครั้งการขายคอนโดมือสอง (เพิ่มเติมที่ : https://www.bkkcitismart.com/ซื้อ/ซื้อคอนโดมือสอง) ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านทำเลทองคำ ก็จะค่อนข้างเป็นเรื่องยากสำหรับการขายอยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าจะขายไม่ออกหรือขายขาดทุนเลยเสียทีเดียว ยังพอมีวิธีที่จะทำได้ เช่น
   1. วิธีการขาย สามารถลงประกาศขายคอนโดผ่านทางสื่อออนไลน์ส่วนตัว เช่น Facebook IG ผ่านทางเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง หรือถ้าต้องการให้ง่ายกว่านี้และสะดวก ก็ประกาศหานายหน้าขาย รับรองได้ว่าขายออกขายไวอย่างแน่นอน
   2. ความชัดเจนในรายละเอียด ควรเน้นเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นฐานพวกชื่อคอนโด ทำเลที่ตั้ง ขนาด ราคาขาย พร้อมใส่รูปภาพที่คมชัด สวยงามและมีความชัดเจน เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง
   3. ราคาไม่แรงแซงหน้า เพราะการตั้งราคาขายที่ชาร์จเบอร์แรงจนเกินราคาขายตลาดไปมาก ก็ไม่มีใครยอมสู้ราคาเป็นแน่ ตั้งราคาเอากำไรแค่พอเป็นน้ำจิ้มน่าจะเป็นวิธีที่ทำให้ซื้อง่ายขายคล่องมากที่สุด
   4. สร้างจุดเด่นให้น่าสนใจ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ส่วนกลางคอนโด สิทธิพิเศษ ความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องเก็บออกมาให้หมดทุกเม็ด ยิ่งหากเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าด้วยแล้วละก็ จุดเด่นเพียงอย่างเดียวก็กินขาดได้แล้ว   
   5. อัปเดตความเคลื่อนไหวเพื่อเป็นการอัปเดตและสังเกตท่าทางแนวโน้มของผู้ซื้อไปด้วยว่า เขามีความคิดหรือปฏิกิริยาอย่างไร บางทีเขาอาจจะกำลังสนใจแต่ติดปัญหาบางอย่างเล็กน้อย ในฐานะของผู้ขายจะได้สามารถช่วยเหลือและให้คำแนะนำเขาได้อย่างทันที อย่างน้อยก็ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกถึงความใส่ใจ หรือถ้าผู้ซื้อไปซื้อที่อื่นแล้ว ก็ถือเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข และหาผู้ซื้อรายใหม่ต่อไป
   การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นจำเป็นต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ถ้าในเมื่อจำต้องเสียเวลาไปแล้วก็ควรที่จะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ซึ่งหากใครที่กำลังคิดจะซื้อขายคอนโดแต่ไม่อยากมานั่งเสียเวลาเหล่านี้ วิธีการง่ายที่สุดคือ อาศัยการขายผ่านนายหน้า เพราะนายหน้าจะมีหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ขายและช่วยให้การขายลุล่วงไปด้วยดี หากสนใจซื้อ ให้เช่าคอนโด (เพิ่มเติมที่ : https://www.bkkcitismart.com/เช่า/เช่าคอนโดมือสอง) หรือขาย คอนโดมือสองที่ Bkkcitismart สามารถติดต่อได้ที่โทร 02 661 8999 หรือที่เว็บไซต์ www.bkkcitismart.com ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่จะช่วยทำให้ทุกการขายเป็นเรื่องง่าย
ที่มาข้อมูล
-   https://www.genie-property.com/13-เทคนิค-ประกาศขายคอนโด-ไ/

6
           การโอนเงินผ่านมือถือมีหน้าที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการโอนเงิน ดังนี้

สามารถปรับเปลี่ยนวงเงินโอนเงินผ่านแอพ วงเงินในบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต บัตรเดบิตผ่านแอพได้ด้วยตนเอง
            ในอดีต Call Center คือ หนึ่งช่องทางที่จะช่วยปรับวงเงินโอนหรือวงเงินในบัตร โดยต้องใช้เวลาพูดคุยเพื่อยืนยันตัวตนเป็นเวลาหลายนาที หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปยังสาขาของธนาคารเพื่อยื่นเอกสารขอวงเงินบัตรเครดิตเพิ่ม แต่ปัจจุบันผู้ใช้บริการสามารถปรับวงเงินต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เพียงล็อกอินเข้าระบบแล้วเลือก “ตั้งค่า” จากนั้นเลือก “วงเงินทำรายการ” ท่านก็สามารถเปลี่ยนวงเงินของบริการ โอนเงินผ่านแอพ เปลี่ยนวงเงินในบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต บัตรเดบิต ได้จากทุกที่ทุกเวลา

บันทึกรายการโอนเงินเป็นรายการโปรดได้ ในกรณีโอนเงินให้บัญชีปลายทางนี้เป็นประจำ
            ลองสังเกตตัวเองดูสักนิดว่า โอนเงินผ่านแอพ ให้กับบัญชีปลายทางใดเป็นจำนวนหลายครั้งต่อเดือน หรือ โอนเงินผ่านมือถือ ให้กับบัญชีปลายทางใดเป็นประจำทุกเดือนบ้างหรือไม่ เพราะหากผู้ใช้บริการมีบัญชีปลายทางที่ใช้ โอนเงิน เป็นประจำก็สามารถเลือกรายการ โอนเงิน นั้นเป็น “รายการโปรด” ได้ ยกตัวอย่างเช่น แอป SCB EASY App เพียงผู้ใช้บริการกดปุ่ม “บันทึกรายการโปรด” หลังทำรายการ โอนเงินผ่านมือถือ ระบบก็จะเก็บบัญชีปลายทางนี้ไว้เป็นรายการโปรดในแอปทันที หรือแอป Krungthai Connext สามารถบันทึกรายการบัญชีที่ทำธุรกรรมการโอนบ่อยใส่ในฟังก์ชัน “รายการโปรด” ไว้ก่อน เมื่อต้องการทำรายการเพียงกดเข้าไปใน “รายการโปรด” เลือกบัญชีที่ต้องการโอนแล้วระบุจำนวนเงินจากนั้นกดยืนยันการโอนเป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำรายการ ถือเป็นการช่วยให้การ โอนเงินผ่านมือถือ สะดวกรวดเร็วมากกว่าเดิม

ตั้งค่าบันทึกสลิปเงินโอนอัตโนมัติ
            ไม่ว่าจะเป็นการ โอนเงิน ไปยังบัญชีของธนาคารเดียวกันหรือเป็นการ โอนเงินต่างธนาคาร ก็ตาม หลังทำรายการโอนเสร็จสิ้นจะมีสลิปโอนเงินปรากฏขึ้นหน้าจอของแอปเพื่อเป็นหลักฐานการโอนเสมอ ในกรณีเป็นรายการ โอนเงินต่างธนาคาร ก็จะมีรายละเอียดว่าบัญชีปลายทางเป็นของธนาคารใดและมีรายงานข้อมูลชัดเจน ซึ่งสลิปเงินโอนเหล่านี้หลายครั้งผู้ใช้บริการตกอยู่ในความเร่งรีบจึงอาจลืมบันทึกสลิปการโอนเหล่านี้ไว้ก่อนจะออกจากระบบ วิธีป้องกันการลืมบันทึกสลิป คือ การตั้งค่าบันทึกสลิปเงินโอนอัตโนมัติ โดยหากใช้บริการ SCB Easy App ให้เข้าไปที่ “ตั้งค่า” แล้วกดปุ่ม เปิดหรือปิดเมนูการบันทึกสลิปทำรายการ (Auto Save Slip)

ค้นหาประวัติการโอนเงินย้อนหลังได้ 
            การโอนเงินด้วยตู้เอทีเอ็มหรือสาขาของธนาคารจะได้รับเอกสารกลับมาเก็บเป็นหลักฐาน ซึ่งเมื่อเกิดการสูญหายหรือลบเลือนของหมึกบนกระดาษก็จะไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานการโอนได้อีกต่อไป แต่สำหรับการโอนผ่านแอปบนมือถือทุกรายการแม้กระทั่งการ โอนเงินต่างธนาคาร จะถูกบันทึกประวัติไว้ในระบบ ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นในภายหลังเพื่อขอสลิปการโอนใหม่หรือเพื่อทำรายการโอนซ้ำได้ ซึ่งฟังก์ชันนี้สามารถใช้กับการ โอนเงินต่างธนาคาร ได้ด้วยเช่นกัน

สมัครบริการแจ้งเตือนเงินเข้า - ออกบัญชีได้ฟรี
            สำหรับลูกค้าธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถสมัครบริการ Krungthai Connext หรือ SCB Connect ผ่านแอปบนมือถือเพื่อรับการแจ้งเตือนเงินเข้า - ออกผ่านไลน์ได้ฟรี สำหรับลูกค้าธนาคารกสิกรไทยสามารถกดตั้งค่ารับการแจ้งเตือนผ่านทางแอปได้เลย ซึ่งฟังก์ชันการแจ้งเตือนเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ใช้บริการทุกคน เพื่อไม่ให้พลาดทุกยอดรับ – จ่าย ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากมิจฉาชีพได้ในเบื้องต้น

            เมื่อทราบเทคนิคเกี่ยวกับการโอนผ่านแอปบนมือถือแบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปทดลองใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในอนาคตแอปบนมือถือของธนาคารต่างแข่งขันกันพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ มาช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการอย่างแน่นอน ซึ่งตัวผู้ใช้บริการเองก็ควรเรียนรู้ฟังก์ชันเหล่านั้นเพิ่มเติมเพื่อใช้ประโยชน์จากแอปเหล่านี้ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมสมัครระบบพร้อมเพย์ด้วยล่ะ เนื่องจากพร้อมเพย์ (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/personal/cash-management/ktb-promptpay/169) สามารถทำให้คุณโอนเงินต่างธนาคาร ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล
https://www.page365.net/all-articles/mobile-banking-for-merchant
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/digital-banking/scb-easy/how-to/transfer.html
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/tips-for-you/money-transfer.html

7
         ในปัจจุบันมนุษย์เงินเดือนหลายคนคงจะตัดสินใจเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดด้วยการเป็นหนี้กับธนาคารผ่านการขอสินเชื่อบ้าน แต่คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ไปตลอดชีวิตหรอก ทุกคนต่างก็อยากจะปิดหนี้ให้เร็วที่สุดทั้งนั้น ในวันนี้เราจะมารวมเทคนิคการ ผ่อนบ้าน สไตล์มนุษย์เงินเดือนดังนี้

หยุดเป็นหนี้เพิ่ม
         สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/rates/viewdetail/4) ที่ถือว่าถูกที่สุดสำหรับคนทำงานประจำแล้วดังนั้นการที่ไปก่อหนี้สินเชื่ออื่น ๆ เช่น บัตรเครดิต รถยนต์หรือสินเชื่อส่วนบุคคลต่าง ๆ จะทำให้การปิดบ้านให้เร็วนั้นเป็นเรื่องยากเพราะจะต้องมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

ทำการกู้บ้านในช่วงโปรโมชัน
        หลายธนาคารมีโปรโมชัน สินเชื่อที่อยู่อาศัย ออกมาเรื่อย ๆ ตามนโยบายของทางธนาคาร หากไม่รีบจนเกินไปให้คุณรอให้ถึงช่วงโปรโมชันที่คุณต้องการก่อน เนื่องจากส่วนลดและเงื่อนไขต่าง ๆ จะช่วยทำให้คุณปลอดหนี้ได้ไวขึ้นอีกหลายปีเลยทีเดียว

ขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
        หลังจากในช่วง 3 ปีแรกของการ ผ่อนบ้าน ธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่ปกติ หากมีโอกาสให้พยายามมองหาธนาคารที่ปล่อยกู้เงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำและให้เงื่อนไขที่คุ้มค่ากว่า โดยการทำ “Refinance” หรือหากคุณคิดว่ามันยุ่งยากหรือไม่คุ้ม ลองเข้าไปคุยกับธนาคารเดิมดูก่อนเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงโดยการทำ “Retention” ซึ่งถ้าหากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีประวัติผ่อนบ้านดีมาโดยตลอดก็มีโอกาสสูงที่ธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น และจะกู้เงินสร้างบ้านได้ง่ายขึ้น

โปะบ้านในช่วง 3 ปีแรก
         ในช่วงแรกของการขอ สินเชื่อที่อยู่อาศัย มักจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ดังนั้นการที่เราเร่งโปะในช่วงนี้เท่ากับเป็นการตัดเงินต้นไปเต็ม ๆ ทำให้เงินต้นลดไวและส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในอนาคตลดลงอย่างรวดเร็วอย่ารอให้หมดช่วง 3 ปีแรก เพราะหลังจากนั้นเงินที่ท่านโปะจะถูกตัดเงินต้นลดลงไปอย่างมาก

   โดยสรุปสำหรับมนุษย์เงินเดือนเทคนิคการปลอดหนี้บ้านให้ไวที่สุดสามารถทำได้โดย 1) การหยุดเป็นหนี้เพิ่มเนื่องจากจะเป็นอุปสรรค์การผ่อนบ้านให้หมดไว 2) ให้หาโปรโมชันที่เหมาะสมก่อนทำการซื้อบ้านเพราะมักมีโปรโมชันดี ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพที่อยู่ในโครงการของธนาคาร 3) ถ้าคิดว่าดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่แพงลองเจรจา “Refinance” หรือ “Retention” หากคุณเป็นคนที่มีประวัติการผ่อนชำระดีก็มีโอกาสสำเร็จสูงและข้อสุดท้ายให้พยามยามเร่งโปะบ้านในช่วงที่ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำเพื่อตัดลดเงินต้นให้ได้มากที่สุด เป็นการลดภาระดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายในอนาคต

ที่มาข้อมูล
https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/home-installment-10yrs
https://www.whitecoatinvestor.com/10-ways-to-pay-off-a-mortgage-quickly/
https://www.yourmortgage.com.au/home-loan-guide/24-ways-to-get-the-mortgage-monkey-off-your-back-faster/77843/
https://www.yourmortgage.com.au/home-loan-guide/24-ways-to-get-the-mortgage-monkey-off-your-back-faster/77843/
https://blog.ghbank.co.th/7-ways-for-home-installment/
https://www.sansiri.com/content/view/คำแนะนำกู้บ้าน-รวมวิธีผ่อน-โปะบ้านหมดไว-ฉบับปลอดหนี้ทันใจมนุษย์เงินเดือน/th

8
โปรโมชั่น iPhone รุ่น 13 จาก AIS แต่ละสเปกแตกต่างกันอย่างไร
   ถ้าคุณต้องการความคุ้มค่าจากการรับแพ็คเกจหรือโปรโมชั่นสุดคุ้มของ iPhone 13 แนะนำ AIS ผู้ให้บริการที่จัดเต็มโปรโมชั่น iPhone 13 ราคาในแต่ละสเปกที่ให้ความคุ้มค่ากับผู้ซื้ออย่างแน่นอน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ คือ
1. โปรโมชั่น iPhone 13
สำหรับ iPhone 13 ทั่วไป มีมาให้เลือก 5 สี คือ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีดำ Midnight, สีขาวสตาร์ไลท์ และสีแดง Product  Red มีโปรโมชั่นสำหรับแพ็กเกจอายุใช้งาน 12 เดือนขึ้นไป คือ
•   ขนาด 128GB ราคาเริ่มต้น 20,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 21,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499  บาท, ราคา 22,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท, ราคา 25,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 256GB ราคาเริ่มต้น 24,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 25,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499  บาท, ราคา 26,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 29,900 บาท แพ็กเกจต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 512GB ราคาเริ่มต้น 32,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 33,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499  บาท, ราคา 34,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 37,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
2. โปรโมชั่น iPhone 13 Pro
iPhone 13 Pro ราคาเครื่องเปล่าเริ่มต้นที่ 38,900 มี 4 สีให้เลือก คือ สีเซียร์ร่าบลู, สีเงิน, สีทอง และสีดำกราไฟต์ มาพร้อมโปรโมชั่นที่น่าสนใจ คือ
•   ขนาด 128GB ราคาเริ่มต้น 29,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 30,400 แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 31,900 แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 34,900 แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 256GB ราคาเริ่มต้น 33,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 34,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 35,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 38,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 512GB ราคาเริ่มต้น 41,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 42,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 43,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาทและราคา 46,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 1TB ราคาเริ่มต้น 49,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 50,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499  บาท, ราคา 51,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 54,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
3. โปรโมชั่นรุ่น 13 Pro Max
iPhone รุ่น 13 Pro Max มาพร้อมราคาเครื่องเปล่าเริ่มต้น 42,900 บาท มี 4 สีให้เลือก คือ สีเซียร์ร่าบลู, สีเงิน, สีทอง และสีดำกราไฟต์ โดยมีโปรโมชั่นสัญญา 12 เดือนที่น่าสนใจ คือ
•   ขนาด 128GB ราคาเริ่มต้น 33,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 34,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 35,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 38,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 256GB ราคาเริ่มต้น 37,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 38,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 39,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 42,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 512GB ราคาเริ่มต้น 45,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 46,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 47,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 50,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 1TB ราคาเริ่มต้น 53,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 54,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499  บาท, ราคา 55,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 58,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
4. โปรโมชั่น iPhone 13 Mini
iPhone 13 Mini มาพร้อมราคาเริ่มต้นที่ 25,900 บาท แบบเครื่องเปล่า มี 5 สีให้เลือก คือ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีดำ Midnight, สีขาวสตาร์ไลท์ และสีแดง Product Red โปรโมชั่นเครื่องติดแพ็กเกจ 12 เดือนขึ้นไป จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจ คือ
•   ขนาด 128GB ราคาเริ่มต้น 16,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 17,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 18,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 21,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 256GB ราคาเริ่มต้น 20,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 21,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 22,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 25,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
•   ขนาด 512GB ราคาเริ่มต้น 28,400 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,699 บาท, ราคา 29,000 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,499 บาท, ราคา 30,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 1,199 บาท และราคา 33,900 บาท แพ็กเกจขั้นต่ำ 699 บาท
โปรโมชั่น iPhone 13 จาก AIS ในทุกสเปกยังคงมีอีกหลายโปรโมชั่น โดยที่นำมาให้ข้อมูลนี้เป็นสัญญา 12 เดือนของลูกค้ารายเดือนเก่า โดย AIS ยังคงมีโปรโมชั่นสุดคุ้มของทั้งสมาชิกพิเศษ Serenade, โปรสัญญา 24 เดือนของลูกค้าเก่า, ผู้ใช้งานอายุ 3 เดือนขึ้นไปแบบไม่ติดสัญญาและโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือนหรือการเปิดเบอร์ใหม่ ที่ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 18,000 บาท

ที่มาข้อมูล
-   https://specphone.com/web/compair-iphone-12-and-iphone-12-pro/311827
-   https://www.ais.th/apple/iphone-13-mini/
-   https://specphone.com/web/compare-spec-iphone-13-pro-vs-iphone-13/323180#h4


9
เคล็ดไม่ลับกับการปล่อยให้เช่าคอนโดอย่างไรถึงได้ประโยชน์คุ้มค่า

   ไม่ว่าใครก็มีความฝันว่าอยากมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเองสักหลังอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ แน่นอนว่าอยากได้คอนโดติดรถไฟฟ้าเพื่อจะได้เดินทางไปทำงานได้สะดวก แต่บางคนอาจไม่ได้มีกำลังพอในการซื้อคอนโดกรุงเทพในทำเลที่อยากได้ จึงเป็นโอกาสของคนที่มีคอนโดแต่ไม่ได้อยู่พัก หรือซื้อไว้เพื่อการลงทุนปล่อยให้เช่าคอนโดได้ วันนี้เราจะมาแบ่งเคล็ดลับการปล่อยเช่าคอนโดอย่างไรถึงคุ้มค่ากัน
   การปล่อยเช่าคอนโดเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คนที่อยากลงทุนได้กำไรจากการปล่อยเช่า โดยเฉพาะคอนโดกรุงเทพในทำเลย่านธุรกิจหรือทำเลติดรถไฟฟ้าจะเป็นที่ต้องการอย่างมาก ซึ่งเรามีเคล็ดลับในการปล่อยเช่าคอนโดให้ได้ประโยชน์คุ้มค่าคือ
1.   ตรวจสอบการเงินของตัวเองว่าเรามีเงินลงทุนในการเตรียมให้เช่าคอนโดอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ เพราะต้องเตรียมคอนโด เช่น ทำความสะอาดห้องหรือซ่อมจุดที่เสียหาย จะได้คำนวณดูว่าเมื่อหักเงินลงทุนในการเตรียมประกาศเช่าไปแล้ว เราควรตั้งราคาค่าเช่าห้องต่อเดือนอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะพอได้กำไรจากการให้เช่าอยู่ เช่น คอนโดรัชดาโดยมากกำหนดค่าเช่าอยู่ที่ 15,000 – 25,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น
2.   คนที่มองหาคอนโดเช่าจะมองหาทำเลที่อยากได้อยู่แล้ว เช่น อยู่ในย่านธุรกิจอย่างคอนโดรัชดาและถ้าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าด้วยก็ดี คนที่มีคอนโดจะปล่อยให้เช่าอยู่ในทำเลที่ต้องการจึงได้เปรียบกว่าคอนโดที่อยู่ในซอยหรือต้องต่อรถเวลาเดินทาง
3.   ปัจจุบันการประกาศปล่อยเช่าคอนโดทำได้ง่ายมากผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นขั้นตอนหลังจากเตรียมคอนโดพร้อมแล้วก่อนการประกาศให้เช่า โดยเราควรถ่ายรูปห้องทุกซอกทุกมุม รวมถึงบรรยากาศรอบ ๆ คอนโด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีสร้างเป็นคอนเทนต์ให้น่าสนใจในการประกาศให้เช่าผ่านช่องทางที่เรามี เช่น เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม หรือจะฝากประกาศให้เช่าผ่านเว็บไซต์ของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เช่น www.bkkcitismart.com ก็ได้เช่นกัน
4.   สำหรับคนอยากลงทุนปล่อยเช่าคอนโดมักใช่วิธีขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำมาเป็นเงินลงทุนเตรียมคอนโดให้พร้อมก่อนปล่อยเช่า เพราะต้องมีการลงทุนหลายด้าน เช่น ลงทุนซื้อคอนโด หรือลงทุนตกแต่ง ยังมีเรื่องของค่าผ่อนชำระเงินกู้ รวมถึงอาจต้องเตรียมค่านายหน้าที่อยากจะฝากประกาศเช่าอีก จึงต้องมีการยื่นขอเงินกู้กับธนาคารโดยต้องเตรียมเอกสารคือ บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา บัญชีเงินฝาก หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน และควรยื่นกู้พร้อมกัน 3 – 5 ที่ เพราะแต่ละธนาคารมีกำหนดเวลาพิจารณาเงินกู้ไม่เท่ากัน
5.   สัญญาเช่า คือเอกสารสำคัญระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าซึ่งต้องมีข้อกำหนดอย่างชัดเจน โดยรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบในสัญญาคือ ค่าเช่าล่วงหน้า ค่าประกันความเสียหาย ค่าเช่าต่อเดือน ค่าส่วนกลางคอนโด รายการที่ให้เช่า เช่น เฟอร์นิเจอร์ และกติการะหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า รวมถึงข้อกำหนดในการบอกเลิกสัญญาด้วย
สรุปคือการปล่อยเช่าคอนโดต้องทำอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อผู้ให้เช่าได้กำไรจากการปล่อยเช่า และผู้เช่าก็สามารถอยู่อาศัยได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งขอแนะนำบริการของ Bkkcitismart ที่จะเป็นผู้ช่วยด้านการซื้อ-ขาย ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพที่ทุกคนไว้ใจได้ หากสนใจซื้อ ขายคอนโดมือสอง เช่าคอนโดราคาถูก หรือ ให้เช่าคอนโดกับ BKKCITYSMART ติดต่อได้ที่โทร 02 661 8999 หรือที่เว็บไซต์ www.bkkcitismart.com

ที่มาข้อมูล
-   https://www.moneybuffalo.in.th/real-estate/condo-for-rent
-   https://thinkofliving.com/คู่มือซื้อขาย/4-เรื่องต้องเช็กในสัญญาเช่าคอนโด-ถ้าไม่อยากเสียเปรียบทั้ง-2-ฝ่าย-691422/

10
        ปัจจุบันต้องยอมรับว่าประเทศต่าง ๆ กำลังเดินทางเข้าสู่ “สังคมไร้เงินสด” หรือ “Cashless Society” มากขึ้น โดยจะเห็นได้จากการที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิตและทำธุรกรรมผ่าน Internet Banking มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการออกแบบบัตรและบริการให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้เงินของแต่ละคนให้มากขึ้น ซึ่งหากถามว่าบัตรแบบไหนที่เหมาะสำหรับคนชอบเที่ยวมากที่สุดเชื่อว่าคำตอบก็คงหนีไม่พ้นบัตร travel card แต่บัตรใบนี้จะมีสิทธิพิเศษและคุ้มค่ากับคนชอบเที่ยวอย่างไรนั้นวันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

หมดกังวลเรื่องเงิน เที่ยวได้ไม่สะดุด
สำหรับบัตร travel card นั้นหลัก ๆ ก็มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับบัตรเครดิตทั่วไปที่สามารถนำไปรูดซื้อสินค้าหรือถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มได้ แต่เรื่องที่ทำให้บัตรประเภทนี้พิเศษมากกว่าบัตรใบอื่นนั้นเพราะบัตร travel card จะมาพร้อมวงเงินที่สูงเพื่อเอาใจสายเที่ยวโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่หลักล้านบาทซึ่งสามารถนำไปแลกเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ถอนเงินสดได้ทั้งตู้เอทีเอ็มในไทยและต่างประเทศ ใช้ชำระค่าสินค้าผ่านเครื่องรูดบัตรทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์เดียวกันหรือแม้กระทั่งชำระสินค้าออนไลน์เมื่อซื้อผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศที่ไม่รับเงินบาท ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนมีบัตรใบนี้จะไม่รู้สึกเป็นกังวลเรื่องเงินไปเที่ยวต่างประเทศได้อย่างสบายใจ 

ได้รับยกเว้นค่าธรรมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%
โดยปกติแล้วถ้าหากใช้บัตรเครดิตทั่วไปชำระค่าสินค้าผ่านเครื่องรูดบัตรหรือถอนเงินสกุลต่างประเทศจะต้องเสียค่าธรรมเนียมส่วนนี้เป็นจำนวน 2.5% จากยอดการใช้วงเงิน แต่หากใช้บัตร travel card จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอัตโนมัติ เรียกได้ว่าเป็น สิทธิพิเศษบัตรเครดิต ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสายชอปประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะ

ทำประกันภัยชีวิตเกี่ยวกับการเดินทาง ให้ฟรีไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
อีกหนึ่งสิทธิพิเศษที่ผู้ถือบัตร travel card จะได้รับจากผู้ให้บริการอัตโนมัติเมื่อมีการซื้อตั๋วโดยสารผ่านบัตรคือ ประกันการเดินทาง (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/171) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำทุกครั้งก่อนออกเดินทางเพื่อป้องกันสิ่งไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างการท่องเที่ยวแต่หากใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตก็ต้องเสียเงินซื้อประกันด้วยตัวเอง นอกจากนี้ผู้ใช้บริการยังได้รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้ม ฟรีค่าธรรมเนียมบัตรหรือบริการช่วยเหลือในต่างแดน

   จะเห็นได้ว่า travel card นั้นเป็นบัตรที่ตอบโจทย์สายเที่ยวได้ในทุกข้อ ทั้งวงเงินการใช้จ่ายสูงและไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมทำให้ประหยัดเงินได้มากกว่า แถมยังมีสิทธิพิเศษมากมายไว้รองรับการใช้งานทุกรูปแบบของคนชอบเที่ยวทุกคน ซึ่งหากใครสนใจสมัครขอแนะนำบัตร Krungthai Travel Visa Platinum จากธนาคารกรุงไทย เป็นบัตร travel card สุดคุ้มที่สามารถแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศได้มากถึง 19 สกุลเงิน วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท แลกเงิน ถอน จ่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% และฟรี ประกันเดินทาง ทันทีเมื่อใช้บัตรชำระค่าโดยสาร หากสนใจสมัครบัตรเครดิตได้ ที่นี่

ที่มาข้อมูล
https://www.mushroomtravel.com/page/travel-card/
https://droidsans.com/travel-card-comparison/
https://chillchilljapan.com/compare-travel-card/
https://www.wongnai.com/trips/travel-card-recommend
https://www.chillpainai.com/scoop/11023
https://www.bolttech.co.th/blog/สิ่งที่ต้องเตรียมไปต่างประเทศ
https://www.checkraka.com/creditcard/news/121834/
https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/credit-or-debit-when-abroad
https://www.moneyguru.co.th/banking-finance/articles/บัตรเครดิตใช้ในต่างประ/
https://www.checkraka.com/creditcard/article/120899/
https://krungthai.com/th/content/personal/cards/krungthai-travel-card#

11
เผยทุกเคล็ดลับเตรียมการอย่างไรก่อนซื้อคอนโดมือสองให้ผ่านฉลุย
หากถามคนที่กำลังวางแผนกู้เงินกับธนาคารเพื่อซื้อคอนโดมือสองในกรุงเทพรู้สึกเป็นกังวลเรื่องไหนมากที่สุด มั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยต้องตอบว่ากลัวจะไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ เนื่องจากการขอสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมมือสองมีโอกาสผ่านอนุมัติได้ยากกว่าการซื้อคอนโดมิเนียมมือหนึ่ง ดังนั้น วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเตรียมตัวก่อนการขอสินเชื่อซื้อคอนโดมิเนียมมือสองมาฝาก แต่จะมีเคล็ดลับอะไรน่าสนใจบ้างนั้นมาดูกันเลย
•   จัดการหนี้เก่าให้เหลือน้อยที่สุด หากอยากผ่านการพิจารณาอย่างรวดเร็วและได้วงเงินกู้สูงเพื่อซื้อคอนโดในย่านธุรกิจที่มีราคาสูงโดยไม่ต้องเพิ่มคนค้ำประกันหรือผู้กู้ร่วมให้เสียเวลา ผู้ขอกู้ควรมีหนี้สินรวมกันไม่ควรเกิน 30% - 40% ของเงินเดือนทั้งหมด เพราะฉะนั้นแนะนำว่าควรชำระยอดหนี้ในบางส่วนและไม่ก่อหนี้เพิ่มเพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านอนุมัติมากขึ้น
•   ผ่อนตรงเวลาเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านการพิจารณา เพราะหากเคยมีประวัติผ่อนชำระล่าช้าจนกระทั่งติดเครดิตบูโรจะทำให้ไม่ผ่านการอนุมัติวงเงินสินเชื่อได้
•   เดินบัญชีสม่ำเสมอและแต่งบัญชีให้สวย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ทางธนาคารต้องการจากผู้ขอกู้ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ขอกู้มากขึ้น ทั้งยังมีโอกาสได้วงเงินกู้สูงอีกด้วย
•   เลือกคอนโดที่ราคาเหมาะสมกับฐานเงินเดือน เหตุผลนั้นมาจากราคาที่ดินที่แตกต่างกัน ซึ่งหากต้องการให้ผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้นควรเลือกคอนโดมือสองที่มีราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ตัวเองสามารถผ่อนชำระต่อเดือนได้อย่างไม่มีปัญหา
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนขอสินเชื่อเพื่อซื้อขายคอนโดมือสอง (เพิ่มเติมที่ : https://www.bkkcitismart.com/ซื้อ/ซื้อคอนโดมือสอง) ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งบอกเลยว่าต่อให้อยากซื้อคอนโดสาทร คอนโดสีลม คอนโดบางนา หรือคอนโดเอกมัยที่มีราคาสูง รับประกันเลยว่าผ่านการอนุมัติได้ไม่ยากแน่นอน ทั้งนี้หากสนใจ ขายดาวน์คอนโด ซื้อ หรือขาย คอนโดมือสองกับ Bkkcitismart สามารถทำได้โดยการเข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.bkkcitismart.com/
ที่มาข้อมูล
-   https://taokaemai.com/7-strategy-for-bank-statement/
-   https://www.ghbank.co.th/loan/process/loan-steps
-   https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/buy-condo
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/tips-for-you/loan-5tips.html
-   https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/how-to-เตรียมตัวก่อนซื้อบ้าน/
-   https://www.moneybuffalo.in.th/real-estate/pros-and-cons-new-vs-2nd-hand-condominium

12
            ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้การโอนเงินผ่านมือถือ หรือการโอนเงินผ่านแอพเป็นที่รู้จักและใช้กันมากในกลุ่มคนวัยเรียนรวมถึงกลุ่มคนวัยทำงานมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่เมื่อเกิดการระบาดของโควิด - 19 คนหลายกลุ่มที่ไม่เคยคิดจะใช้หรือยังไม่เคยใช้บริการ โอนเงินผ่านแอพ ก็เริ่มมองเห็นประโยชน์และความสำคัญ จึงเริ่มทดลองใช้บริการแอป โอนเงินผ่านมือถือ จนถึงขณะนี้ แม้ว่าอัตราการแพร่ระบาดจะลดลงบ้างแล้วแต่คนจำนวนมากยังติดใจในความสะดวกรวดเร็วและขั้นตอนการใช้งานที่สุดแสนจะง่ายดาย จึงมีแนวโน้มที่จะใช้งานต่อไปโดยไม่คิดจะกลับไปใช้บริการที่สาขาหากไม่มีความจำเป็น วันนี้เราจึงขอนำเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการ โอนเงินผ่านมือถือ มาแนะนำกัน เพื่อให้การ โอนเงินผ่านแอพ ของคุณสะดวกมากยิ่งขึ้น


วิธีโอนเงินผ่านแอพไปยังบัญชีของตนเองหรือบัญชีธนาคารเดียวกัน
หลังจากดาวน์โหลดและลงทะเบียนเพื่อเริ่มใช้งานแอปเรียบร้อยแล้ว ก่อนทำการ โอนเงินออมทรัพย์ (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/personal/deposits/208/1) ให้เข้าไปที่หน้าแรกแล้วเลือกรายการ “ โอนเงิน ” จากนั้นเลือกบัญชีตนเองหรือเลือกรายการ “บัญชีอื่นในธนาคารเดียวกัน” ในกรณีที่เลือกบัญชีตนเอง กรอกยอดเงินโอนแล้วกดยืนยันทำรายการก็เป็นอันเสร็จสิ้น แต่หากเลือกบัญชีอื่นในธนาคารเดียวกันผู้ใช้บริการต้องกรอกเลขบัญชีธนาคารก่อนแล้วจึงกรอกยอดเงินโอนจากนั้นกดยืนยันทำรายการการโอนเงิน ก็เสร็จสิ้นเรียบร้อย


วิธีโอนเงินต่างธนาคาร ผ่านมือถือ
การ โอนเงินต่างธนาคาร ผ่านทางตู้เอทีเอ็มหรือเคาน์เตอร์สาขาของธนาคาร มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเป็นหลักสิบบาทเรียงลำดับสูงขึ้นไปจนถึงหลักร้อยบาท แต่การ โอนเงินต่างธนาคาร ด้วยแอปบนมือถือนั้นจะ ฟรีค่าธรรมเนียม นี่คือความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับความสะดวก เพียงล็อกอินเข้าระบบ     เลือกรายการ โอนเงิน จากนั้นเลือก โอนเงินต่างธนาคาร แล้วเลือกธนาคารของบัญชีปลายทาง กรอกเลขที่บัญชีพร้อมยอดเงินโอน ตรวจสอบแล้วกดยืนยันการทำรายการ เพียงเท่านี้ปลายทางก็จะได้รับเงินโอนของคุณทันที



การแจ้งเตือนเงินเข้า - ออก มีค่าธรรมเนียมหรือไม่? สมัครอย่างไร?
สำหรับผู้ใช้บริการแอปของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกสิกร ท่านจะได้สิทธิ์รับบริการแจ้งเตือนเงินเข้า - ออกฟรี โดยผู้ใช้บริการ K Plus ของธนาคารกสิกรไทยสามารถเข้าไปตั้งค่าเปิดการแจ้งเตือนในแอปได้โดยตรง เมื่อมีเงินเข้า - ออก ก็จะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอป K Plus ส่วนผู้ใช้บริการ Krungthai NEXT ของธนาคารกรุงไทย และ SCB Easy App ของธนาคารไทยพาณิชย์จะได้รับการแจ้งเตือนแบบฟรีค่าธรรมเนียมผ่านทาง Line หลังสมัครบริการ Krungthai Connext หรือ SCB Connect ผ่านทางแอปเรียบร้อยแล้ว


นอกจากธุรกรรมการโอนผ่านแอปบนมือถือของธนาคารต่าง ๆ ยังสามารถใช้ทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ ค่าสาธารณูปโภคหรือทำธุรกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การเงินประเภทอื่น ๆ เช่น บัตรเครดิต บัตรเงินสดหรือแม้แต่กองทุนรวม ดังนั้นจึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์ หากคุณเลือกติดตั้งแอปของธนาคารที่ท่านมีบัญชีอยู่เพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วยตัวเองจากทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากบ้านไปต่อคิวทำรายการที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม อย่าลืมระบบพร้อมเพย์ไว้ด้วยล่ะ


ที่มาข้อมูล
https://www.page365.net/all-articles/mobile-banking-for-merchant
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/digital-banking/scb-easy/how-to/transfer.html
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/tips-for-you/money-transfer.html

13
        ผลิตภัณฑ์ไมโล เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ไว้วางใจเลือกให้ลูก ๆ ดื่มเป็นตัวเสริมสร้างโภชนาการและสารอาหาร แต่ก็อาจจะมีคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านยังมีข้อสงสัยอยู่ว่าเด็กวัยอนุบาลสามารถเริ่มดื่ม ไมโล ยูเอชที ได้หรือไม่ ดื่มแล้วจะหวานไปสำหรับเด็กหรือเปล่า วันนี้เราเลยขออาสาพาไปไขข้อข้องใจเหล่านี้กันว่าเครื่องดื่มไมโลเด็กเล็ก ๆ สามารถดื่มได้หรือไม่

   จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์นมกล่องยูเอชทีไม่ว่ายี่ห้อใดหรือรสชาติใดก็ตามสามารถเริ่มให้เด็กดื่มได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไปเพราะถือว่าช่วงวัยนี้เหมาะสมที่จะรับประทานอาหารและมีระบบย่อยที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้วอีกทั้งยังเป็นช่วงที่เด็กเริ่มหย่านมแม่ ดังนั้นการเสริมด้วยนมกล่องยูเอชทีจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยไปกว่าการได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่

   นม uht จาก Milo ที่เหมาะสำหรับเด็กอนุบาลปฐมวัยนั้นควรเป็นนมที่ช่วยเสริมสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กอย่างผลิตภัณฑ์ไมโลผง สูตรไม่มีน้ำตาลทราย ที่ให้ความหวานธรรมชาติจากโปรโตมอลต์และนม เด็ก ๆ จะได้รับสารอาหารที่เต็มเปี่ยมทั้งพลังงานจากโปรโตมอลต์และโปรตีนจากนมที่มีมากถึง 5,000 มิลลิกรัม รวมถึงมีแคลเซียมสูงซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ช่วยเสริมสร้างการทำงานของกระดูกและกล้ามเนื้อเหมาะสำหรับเด็กวัยนี้ที่ชอบวิ่งเล่นกลางแจ้ง ที่สำคัญเป็นสูตร ไมโล ไม่มีน้ำตาล จึงมั่นใจได้ว่าเด็ก ๆ ไม่เสี่ยงที่จะได้รับน้ำตาลหรือความหวานเกินความจำเป็น ลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนในเด็กลงได้

   นอกจากนั้นแล้วทาง ผลิตภัณฑ์ไมโลยังมีไมโลสูตรหวานน้อยที่ลดปริมาณน้ำตาลลงถึง 30%  เด็ก ๆ จะยังได้รับปริมาณน้ำตาลอยู่แต่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทั้งยังได้การรับรองตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice Logo) ว่าเด็ก ๆ จะได้รับปริมาณน้ำตาล ไขมันและโซเดียมในปริมาณที่ลงตัวในแต่ละวัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สบายใจหายห่วงได้เลยว่าลูก ๆ จะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมตามความต้องการของร่างกาย

   ไม่เพียงเท่านั้นใน ไมโล ยูเอชที ยังมีแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย นั้นก็คือธาตุเหล็กที่ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ฟอสฟอรัสช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน วิตามินบี 2 บี 6 และบี 12 ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ของสมองและประสาท เรียกได้ว่าช่วยเสริมสร้างพัฒนาการที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

   คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยวัยอนุบาลปฐมวัยตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปสามารถเริ่มให้ลูกของคุณดื่มผลิตภัณฑ์ไมโลยูเอชทีเสริมควบคู่กับการรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ได้เลยเพราะ ประโยชน์ของไมโล จะเข้าไปเป็นตัวเสริมร่วมกับสารอาหารที่เด็กรับประทานเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกายที่แข็งแรงสมวัย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์จากไมโลสามารถติดตามโปรโมชั่นไมโล ได้ที่นี่ https://www.milo.co.th/

ที่มาข้อมูล
https://www.milo.co.th/goodness-of-milo
https://www.milo.co.th/our-products/milo-uht
https://www.maerakluke.com/topics/2932

14
บทสรุปสเปกใหม่ iPhone 13 กับความแรงที่เพิ่มขึ้น
เป็นอย่างไรกันบ้างกับการเปิดตัวไอโฟน13ใหม่พร้อมรายละเอียดสเปกที่เปลี่ยนไปจากเดิม แว่ว ๆ ว่าแรงขึ้นกว่าคู่แข่งถึง 50% และประหยัดพลังงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ซึ่งวันนี้จะมาสรุปสเปกของ iPhone 13 ว่ามีอะไรใหม่ iPhone 13 Pro Max ราคาจะเป็นอย่างไร เพื่อให้ทุกท่านนำไปพิจารณาเพื่อใช้ในการตัดสินใจกัน
1.   อัปเกรดความแรงกับ A15 Bionic
ภายหลังจากการเปิดตัวชิปประมวลผล A14 Bionic ในรุ่นก่อนจนเป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้งานและสถาบันทดสอบต่าง ๆ ว่าเป็นชิปเซตที่มีความเร็ว แรงมากที่สุดแห่งยุค มาปีนี้ iPhone ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการผลิตชิปประมวลผลใหม่ A15 Bionic ที่เร็วและแรงกว่า ด้วย 6Core ใหม่ แบ่งเป็น 2 Core ด้านประสิทธิภาพและ 4 Core ด้านประหยัดพลังงาน
2.   GPU ใหม่ เอาใจสตรีมเมอร์
ชิปด้านกราฟิก GPU มีการอัปเกรดใหม่หมด โดยการเพิ่มความแรงเอาใจคอเกมและสตรีมเมอร์ที่ชื่นชอบการถ่ายทอดสด แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ GPU iPhone 13 และ Mini จะใช้ GPU แบบ 4 Core ใหม่และ 5 Core ใหม่สำหรับ iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ทำให้เล่นเกมไหลลื่นขึ้น ไวขึ้น ยิ่งใช้งานบนเครือข่าย 5G ยิ่งทำให้เห็นประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแบบเด่นชัด
3.   ขนาดความจุใหม่ พร้อมราคาที่เปลี่ยนไป
ในรุ่นล่างหรือ iPhone 13 และ 13 Mini จะมีการปรับขนาดของพื้นที่จัดเก็บหรือความจุเริ่มต้นที่ 128 GB สูงสุด 512 GB เพื่อรองรับการถ่าย VIDEO ในรูปแบบ 4K ที่มีความละเอียดมากขึ้น จึงมีการปรับเปลี่ยน iPhone 13 Pro ราคาใหม่ ในขณะที่รุ่นใหญ่ iPhone 13 Pro และ Pro Max มีด้วยกัน 4 รุ่นย่อย โดยเริ่มต้นที่ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB
4.   เสถียรมากยิ่งขึ้นด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ iOS 15
ภายหลังจากมีการปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่ จึงมีการพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ โดยทาง Apple เลือกใช้ระบบปฏิบัติการ iOS15 ที่มีความเสถียรมากที่สุด เมื่อร่วมใช้งานกับฮาร์ดแวร์ใหม่จึงทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
5.   ฟีเจอร์เด่นอื่น ๆ ที่มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด่น ๆ ที่นำมาใช้งานให้ iPhone 13 ราคาใหม่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบ Facetime, เอฟเฟกต์กล้องถ่ายรูป, ระบบ Ai ในการจับโฟกัสภาพและวิดีโอ, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะ Sensor-Shift ที่เดิมทีมีเฉพาะในรุ่น Pro Max แต่ปัจจุบันนำมาใส่ในทุกรุ่น, กล้องหลังปรับเปลี่ยน รูรับแสงให้ดีขึ้น ถ่ายภาพในที่มืดได้ดีขึ้นกว่าเดิม ภาพสวย สมจริง คมชัด เหมือนมืออาชีพ ระบบ 5G ใหม่ ที่รองรับความถี่ของสัญญาณให้กว้างขึ้น หลากหลายความถี่
สำหรับใครที่ต้องการเป็นเจ้าของ iPhone 13 ราคาใหม่นี้ สามารถจองและสั่งซื้อได้ที่ Apple Store หรือ ตัวแทนจำหน่ายในวันที่ 1 ตุลาคม แต่หากอยากเป็นเจ้าของ iPhone 13 จาก AIS ก็เปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มาของข้อมูล
-   https://www.apple.com/th/iphone-13-pro/specs/
-   https://www.apple.com/th/iphone-13/specs/


15
โปรแรงจาก AIS ส่วนลด iPhone 12 ทุกรุ่น ทั้งลูกค้าเก่าและใหม่
ยุคนี้เปลี่ยนมือถือใหม่ถามว่าแบรนด์ไหนเป็นที่ต้องการที่สุด คำตอบคงหนีไม่พ้น สมาร์ทโฟนตัวใหม่ iPhone 12 ที่เปิดจำหน่ายเป็นทางการไปแล้ว มีงบประมาณน้อยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเปิดตัวออกมาพร้อมกัน 4 รุ่นย่อย โดยมีรุ่น mini เป็นน้องเล็กที่ปล่อยราคารุ่นเริ่มต้น ความจุ 64 GB ราคาปกติ 25,900 บาท ถือว่าเบา ๆ สำหรับแบรนด์สุดฮิต แต่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่จะซื้อหามาใช้งานสักเครื่อง โอกาสนี้ค่ายมือถือ AIS อัดฉีดโปรแรงทั้งส่วนลดพิเศษค่าเครื่องเปล่าและเครื่องติดโปรทุกรุ่น แถมยังผ่อนชำระ 0% นานถึง 24 เดือน จะซื้อรุ่นโปรอย่าง iPhone 12 Pro ทำได้ไม่ยาก แนะนำโปรเด็ดน่าสนใจจาก AIS ดังนี้
1. โปร Best Buy ซื้อเครื่องเปล่าราคา iPhone 12 จาก AIS พิเศษแบบไม่มีค่าบริการล่วงหน้า เป็นโปรส่วนลด iPhone 12 เครื่องเปล่าเฉพาะลูกค้าปัจจุบันของเอไอเอส เลือกซื้อได้ทุกรุ่นตั้งแต่ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max โดยราคาแบ่งออกตามแพ็กเกจจ่ายรายเดือนที่มีให้เลือก 4 ระดับ ได้แก่ 699 บาท, 1,199 บาท, 1,499 บาท และ 1,699 บาท สั่งซื้อออนไลน์ได้ง่าย ๆ ตัวอย่างเช่นรุ่น iPhone 12 mini ขนาดความจุ 64 GB ราคาตัวเครื่องลดพิเศษเรียงตามลำดับแพ็กเกจจากต่ำสุดไปสูงสุด คือ 22,300 บาท, 19,700 บาท, 18,200 บาท และ 17,100 บาท
จะเห็นได้ว่าแพ็กเกจยิ่งสูงค่าตัวของไอโฟนยิ่งถูกลง ส่วนรุ่นโปร iPhone 12 Pro ขนาดความจุ 128 GB ราคาตัวเครื่องลดพิเศษระหว่าง 28,100-33,300 บาท จากราคาปกติ 36,900-48,900 บาท ขึ้นอยู่กับความจุของเครื่อง นอกจากนี้ลูกค้าเซเรเนดแพลทินัม หรือโกลด์ที่สมัครแพ็กเกจ Best Buy ใช้งานระบบรายเดือนมานานกว่า 12 เดือนมีสิทธิรับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาทด้วย ส่วนลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่าย รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท
2. โปร Hot Deal เป็นการจ่ายค่าเครื่องเปล่าพร้อมแพ็กเกจ 5G One Plan มีส่วนลดพิเศษให้ทุกรุ่น โปรนี้ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้าตามแพ็กเกจที่เลือก ตั้งแต่ 1,000-4,000 บาท ตามลำดับ ลูกค้าปัจจุบัน รวมทั้งลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่าย มีสิทธิ์เลือกโปรนี้ ส่วนลดเป็นอย่างไรบ้างมาดูตัวอย่างกัน
-รุ่น iPhone 12 ขนาดความจุ 64 GB ราคาตัวเครื่องลดพิเศษเรียงตามลำดับแพ็กเกจจากต่ำสุดไปสูงสุด คือ 26,300 บาท, 23,700 บาท, 22,200 บาท และ 21,100 บาท
-ส่วนรุ่น iPhone 12 Pro Max ขนาดความจุ 128 GB ราคาตัวเครื่องลดพิเศษระหว่าง 31,100-36,300 บาท จากราคาปกติ 33,900-51,900 บาท เรียงตามลำดับความจุของเครื่องที่มีตั้งแต่ 128GB, 256GB และ 512GB นั่นเอง
3. โปร Hot Deal Easy Pay หมายถึงโปรโมชันผ่อนจ่ายค่าเครื่องพร้อมค่าแพ็กเกจ 5G One Plan จ่ายรายเดือนรวมในบิลเดียวกัน ผ่อนชำระ 0% นานถึง 24 เดือน มาดูกันว่าข้อเสนอนี้มีดีอย่างไร
-ในรุ่น iPhone 12 Pro เริ่มจากแพ็กเกจต่ำสุด 699 บาท มีส่วนลดให้ 7,200 บาท ในรุ่น 128 GB ผ่อนชำระเดือนละ 1,986 บาทเท่านั้น ผ่อนสบายกว่าโปรโมชั่นของค่ายอื่น ๆ ส่วนรุ่นท็อป 512 GB แพ็กเกจสูงสุด 1,699 บาท มีส่วนลดให้ 17,400 บาท แบ่งจ่ายได้ยาวเช่นกัน โดยผ่อนชำระค่าเครื่องบวกแพ็กเกจเดือนละ 2,631 บาท ผ่อนจ่าย 0% ไปจนครบ 24 เดือน
-สำหรับรุ่น iPhone 12 Pro Max เริ่มจากแพ็กเกจต่ำสุด 699 บาท มีส่วนลดให้ 7,200 บาท ในรุ่น 128 GB ผ่อนชำระเดือนละ 2,611 บาทเท่านั้น ส่วนรุ่นท็อป 512 GB แพ็กเกจสูงสุด 1,699 บาท มีส่วนลดให้ 17,400 บาท ผ่อนชำระค่าเครื่องบวกแพ็กเกจเดือนละ 3,256 บาท ค่อนข้างสบายสำหรับคนที่มีรายได้ประจำ

16
           สินเชื่อเงินด่วน คืออีกชื่อเรียกหนึ่งเท่านั้น โดยสินเชื่อลักษณะนี้เป็นสินเชื่อที่ผู้ขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อยื่นขอกู้แล้วจะได้รับวงเงินสดหรือเงินสดจากสถาบันการเงินหรือธนาคาร โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนให้ในภายหลังได้ ภาษาชาวบ้านคือ ขอกู้เงินมาใช้ก่อน เดี๋ยวค่อยทยอยผ่อนคืนทีหลังพร้อมดอกเบี้ยนั่นเอง

สินเชื่อเงินด่วน มีกี่ประเภท เหมาะกับการใช้งานแบบใด
มีทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน โดยมาในรูปแบบของบัตร จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ส่วนอีกประเภทหนึ่งนั้นคือ สินเชื่อส่วนบุคคล ผู้ขอสินเชื่อจะได้รับมาในรูปแบบเงินก้อน

1. บัตรเครดิต
เชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเก่าแก่ที่สุด เริ่มแรกมีไว้ใช้แทนเงินสด ระยะหลังเริ่มมีสิทธิประโยชน์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ถือบัตรเครดิตอย่างมาก โดยทั่วไป วงเงินของบัตรเครดิตอยู่ที่ 2-3 เท่าของรายได้ อัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตมักอยู่ที่ 20% ต่อปี มีระยะปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 55 วัน นอกจากใช้รูดซื้อสินค้าแทนเงินสดได้ ยังสามารถเลือกผ่อนชำระ 0% ได้อีกด้วย ในกรณีเป็นสินค้าที่เข้าร่วมรายการ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ถือบัตรเครดิตยังสามารถกดเงินสดออกจากบัตรเครดิตมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้ แต่วงเงินจะต่ำกว่าบัตรกดเงินสด และมีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดอยู่ที่ 2-4 % ดังนั้นจึงตีความได้ว่า บัตรเครดิตเหมาะกับการใช้จ่ายแทนเงินสด และรับสิทธิประโยชน์จากการรูดจ่ายค่าบริการหรือค่าสินค้า จากตัวอย่างด้านบน ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถรูดจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนล่วงหน้าได้เลย เบิกค่ารักษาจากประกันมาได้แล้วค่อยจ่ายตามใบแจ้งหนี้ หรือจะรูดซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ มาซ่อมแซมบ้านแบบเร่งด่วนก็ยังได้

2. บัตรกดเงินสด
จุดประสงค์การใช้งานเป็นไปตามชื่อ นั่นคือมีบัตรนี้ไว้เพื่อกดเงินสดออกมาใช้งาน โดยปกติหากผู้ถือบัตรกดเงินสดไม่เบิกถอนเงินสดออกมาจากบัตร ก็จะไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ย แต่เมื่อกดเงินสดออกมาจากบัตร จะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 28% ต่อปี ดอกเบี้ยจะถูกคิดทุกวันจนกว่าจะสามารถปิดหนี้ได้ และด้วยวงเงินที่สูงถึง 5 เท่าของรายได้ ทำให้บัตรกดเงินสดเหมาะกับการกดเงินสดออกมาใช้ในยามฉุกเฉิน และปิดบัญชีหนี้ให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น มากกว่าจะผ่อนชำระคืนในระยะยาว จากตัวอย่างข้างต้น ผู้ถือบัตรกดเงินสดสามารถกดเงินสดออกมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า หลังจากเบิกประกันแล้วก็นำเงินที่ได้ไปชำระหนี้ หรือกดเงินสดออกมาซื้ออุปกรณ์ก่อสร้าง และเป็นค่าจ้างค่าแรงให้กับทีมงานช่างที่เข้ามาซ่อมแซมบ้านได้อีกด้วย

3. สินเชื่อส่วนบุคคล
แม้ไม่ได้มาในรูปแบบของบัตรอย่าง 2 ประเภทข้างบน แต่สินเชื่อส่วนบุคคลก็มีจุดเด่นที่สามารถยืดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ได้นานถึง 60 เดือน หรือ 5 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับการเงินได้แบบสบาย ๆ โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลจะสูงสุดอยู่ที่ 28% ต่อปี แต่ด้วยการแข่งขันระหว่างสถาบันการเงินในปัจจุบันทำให้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลต่ำกว่า 28% ต่อปีอยู่พอสมควร ขึ้นอยู่กับนโยบายของสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ในขณะนั้น และเนื่องจากสถาบันการเงินต้องการเวลาในการพิจารณาสินเชื่อประเภทนี้ จึงไม่เหมาะกับการใช้งานแบบเร่งด่วน หรือในยามฉุกเฉินมากนัก ผู้คนนิยมขอสินเชื่อส่วนบุคคลไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นมากกว่า เช่น การนำเงินก้อนไปปิดหนี้บัตรเครดิตหลาย ๆ ใบให้หมดในคราวเดียวเพื่อลดภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง แล้วมาผ่อนชำระหนี้คืนให้กับสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงรายเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรทราบก่อนสมัครสินเชื่อดังกล่าว คือ ประวัติทางการเงินที่ดี สถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อทั้งหมดนี้กับผู้มีรายได้ประจำ แสดงหลักฐานได้อย่างชัดเจน และไม่มีประวัติเสียในการชำระหนี้ในอดีต ดังนั้นเราจึงต้องรักษาวินัยและเครดิตทางการเงินของตนเองให้อยู่ในระดับดีอยู่เสมอ อย่าลืมศึกษา SME ไว้ด้วยล่ะ


ที่มาข้อมูล
https://moneyhub.in.th/article/cash-loan-4/
https://moneyhub.in.th/article/why-we-should-use-cash-card/
https://www.moneyguru.co.th/personal-loan/articles/5ข้อควรรู้ก่อนขอสินเชื่อส่วนบุคคล/

17
บริหารเงินอย่างไรหลังได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้านจาก SCB
   เชื่อว่าการมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโด ฯลฯ เป็นความฝันของใครหลายคน ซึ่งการซื้อบ้านด้วยเงินสดหรือเก็บเงินรอจนกว่าจะซื้อบ้านได้ เป็นเรื่องที่มีน้อยคนจะทำได้ แต่ปัญหานี้จะหมดไปด้วยตัวช่วยอย่างสินเชื่อเพื่อการซื้อบ้านจากเอสซีบี และเนื่องจากมันเป็นภาระผูกพันไปอย่างยาวนาน ส่วนใหญ่ระยะการผ่อนชำระสูงสุดจะไม่เกิน 30 ปี ทำให้การวางแผนการเงินจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากค่าบ้านหรือค่าผ่อนคอนโดที่ต้องจ่ายทุกเดือนให้แก่ธนาคารแล้ว ยังมีเรื่องอื่น ๆ เกิดขึ้นระหว่างทางได้อีกด้วย ... แล้วเราควรวางแผนการเงินอย่างไร?
   เริ่มจากการดูรายรับที่เข้ามา เรามีรายได้แต่ละเดือนเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ขอแนะนำให้คุณกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินเก็บ เพราะนอกจากเพื่อการลงทุนแล้ว เงินส่วนนี้ยังช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายประจำปีที่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อนได้อีกด้วย เช่น
•   สำหรับคนที่กู้เงินซื้อบ้านกับโครงการบ้านหรือคอนโด ทุกปีคุณจะมีค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อน รวมถึงบางช่วงก็มีค่าประกันภัยอาคารและค่าประกันอัคคีภัย หากไม่มีเงินเก็บในส่วนนี้เลย ก็อาจลำบากได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินก้อนนั้น
•   สำหรับคนที่กู้สร้างบ้านก็ควรต้องมีเงินเก็บเช่นกัน เพราะนอกจากผ่อนสินเชื่อแล้ว ระหว่างการสร้างบ้านอาจมีเหตุบางอย่างที่ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ เช่นราคาวัสดุที่ปรับขึ้น การเตรียมพร้อมไว้ก่อนถือว่าช่วยได้มาก
•   และไม่ว่าจะกู้เพื่ออะไรก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องบ้าน ค่าบำรุงรักษาหรือซ่อมแซม ก็ต้องมีเกิดขึ้นแน่นอน คุณจึงควรเตรียมเงินให้พร้อมสำหรับส่วนนี้
   หลังจากรู้รายรับที่เข้ามาแล้ว ขั้นต่อไปคือการทำแผนการใช้เงินแต่ละเดือนและเดินตามแผนนั้น การทำแบบนี้จะทำให้คุณตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ทำให้มีเงินเหลือเก็บหลังจากการผ่อนสินเชื่อบ้านในแต่ละเดือน และหากพบว่ามีความเสี่ยงที่เงินจะไม่พอใช้ คุณก็จะวางแผนจัดการได้อย่างทันท่วงที
   ขั้นสุดท้ายคือการมองหารายได้พิเศษหรือตัวช่วยเพิ่มเติม นอกจากสินเชื่อบ้านแล้วธนาคารก็มีผลิตภัณฑ์อื่นที่พร้อมเป็นตัวช่วยในยามฉุกเฉินให้คุณได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับศักยภาพการชำระหนี้ของคุณด้วย ทางที่ดีที่สุดคือการมองหางานพิเศษเพิ่มเติม โดยเริ่มมองจากทักษะที่ใช้ในงานประจำ มีอะไรที่ทำให้คุณหารายได้เพิ่มเติมได้หรือไม่ เชื่อว่าทุกวันนี้โอกาสเปิดกว้างสำหรับทุกคน คงไม่ยากเกินไปที่เราจะมีรายได้เพิ่มเติมจากงานประจำ รายได้ส่วนนี้จะเป็นเหมือนเงินสำรองที่หากเดือนไหนคุณเกิดปัญหาผ่อนคอนโดหรือจ่ายค่าบ้านไม่ไหว คุณก็จะผ่านไปได้
   อ่านมาถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่าทั้งการกู้เงินซื้อบ้านหรือแม้แต่กู้สร้างบ้านต่างก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเป็นค่าใช้จ่ายผูกพันต่อเนื่องยาวนาน ดังนั้น การมีแผนบริหารเงินที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะทำให้คุณผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากซึ่งอาจเกิดขึ้นไปได้แล้ว ยังทำให้คุณมีเงินสำรองไว้ลงทุนสร้างรายได้เพิ่มในอนาคตได้อีกด้วย

18
เผยสเปกใหม่ iPhone 13 5G พร้อมเปิดให้จองแล้ว 1 ตุลาคมนี้
เป็นที่ทราบกันดีว่าทาง Apple ได้เปิดตัว iPhone 13 ใหม่ พร้อม 4 รุ่นย่อยเหมือนเดิม ด้วยสเปกใหม่ที่เร็ว แรง กว่าเดิม ล่าสุดมีบางประเทศได้รับการวางจำหน่ายแล้ว เผยให้เห็นถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม หรูหรา คุ้มค่าแก่การรอคอย โดยสเปกภายในใหม่ประกอบไปด้วย
•   ระบบปฏิบัติการใหม่ iOS 15
ระบบปฏิบัติการ iOS 15 ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น เพื่อการประมวลผลที่รวดเร็ว เมื่อทำงานกับฮาร์ดแวร์ใหม่ที่ทรงพลังยิ่งทำให้ตอบสนองความเร็ว แรงได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างความอัจฉริยะของระบบ คือ
-   FaceTime สามารถนำหนัง รายการทีวีนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการโทร FaceTime ได้ หรือพูดง่าย ๆ คือคุณจะไม่พลาดช็อตเด็ดสำคัญจากการดูหนังหรือรายการโปรดอีกต่อไป เมื่อมีสายเรียกเข้าจาก FaceTime นอกจากนี้ยังสามารถ แชร์หน้าจอของคุณขณะเปิดเว็บไซต์, แชร์เพลง, ซิงค์การเล่นให้ตรงกันและอื่น ๆ อีกมากในแอปพลิเคชัน FaceTime
-   Memoji เพิ่ม Memoji แบบใหม่มากกว่า 40 แบบ ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า สติกเกอร์รูปแบบใหม่
-   โหมดโฟกัส เพิ่มความอัจฉริยะด้วยการตั้งค่าอุปกรณ์อื่น ๆ ให้อัตโนมัติหากมีการเลือกใช้โหมดนี้เครื่องหนึ่ง เครื่อง ๆ ก็จะได้รับการตั้งค่าตามไปด้วย ระบบแจ้งเตือนจะมีการกรองเพื่อป้องกันการรบกวนการทำงานของคุณได้
-   ระบบแผนที่ใหม่ ที่มาพร้อมระบบ 3D สร้างความสวยงามพร้อมรายละเอียดที่น่าทึ่ง พร้อมรายละเอียดสภาพการจราจรและเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนในการเดินทางได้ มีการแนะนำสถานที่น่าสนใจในท้องถิ่น ยามที่ออกท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ
-   Safari เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ปกป้องข้อมูลที่สำคัญเพื่อไม่ให้ผู้อื่นติดตามคุณผ่าน IP Address ได้แล้ว อัปเกรด HTTPS ให้อัตโนมัติเมื่อเรียกใช้
นอกจากนี้ยังมีอะไรใหม่ ๆ อีกเพียบซึ่งขึ้นสามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ ที่นี่ หรือ >>คลิก <<
•   ภายในใหม่หมด เพื่อความเร็วและแรงกว่า
iPhone 13 Family มาพร้อม CPU ใหม่ A15 Bionic ที่เร็วและแรงเหนือคู่แข่งถึง 50% ด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลังของ 6 Core ใหม่ แยกเป็น 2 Core ทำงานด้วยประสิทธิภาพและ 4 Core ทำงานด้านประหยัดพลังงาน นอกจากจะเพิ่มความแรงจนเหนือคู่แข่งแล้วยังช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างดีเยี่ยม
ในส่วนของ GPU ที่ใช้ประมวลผลด้านกราฟิก มีการปรับปรุงใหม่เพื่อตอบสนองของเกมเมอร์และการสตรีมมิ่งได้อย่าลงตัว โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ GPU 4 Core ใหม่ติดตั้งมาในรุ่น iPhone 13 Mini และ iPhone 13 ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ได้รับการอัปเกรดเป็น GPU 5 Core ใหม่ ที่เร็วแรงถึงใจแบบไม่มีสะดุด เมื่อผนวกร่วมกับชิป 5 G ใหม่ยิ่งทำให้การทำงานกราฟิกและการประมวลผลหนัก ๆ การเล่นเกม เป็นไปต่างราบลื่นแบบไม่มีที่ติ
พื้นที่ความจุใหม่ ใหญ่ขึ้น เซฟรูปและวีดีโอได้อย่างจุใจ เมื่อไอโฟนใหม่ทั้ง 4 รุ่นได้รับการปรับเปลี่ยนพื้นที่จัดเก็บใหม่ ด้วยการขยายขนาดของพื้นที่มากขึ้นในรุ่นย่อยของรุ่นนั้น ๆ โดยทุกรุ่นจะมีความจุเริ่มต้นที่ 128 GB และรุ่น TOP อย่าง iPhone 13 Pro และ Pro Max มีพื้นที่จุสูงสุด 1TB เพื่อรองรับการใช้งานภาพถ่ายคุณภาพสูงและการบันทึกวีดีโอในรูปแบบ 4K Full Option แต่ละรุ่นมีรายละเอียดและราคาดังนี้
รุ่น /ความจุ   128 GB   256 GB   512 GB   1 TB
iPhone 13 Mini ราคา   25,900   29,900   37,900   
iPhone 13 ราคา   29,900   33900   41,900   
iPhone 13 Pro  ราคา   38,900   42,900   50,900   58,900
iPhone 13 Pro Max ราคา   42,900   46,900   54,900   62,900

จะเห็นว่า iPhone 13 Pro ราคาสูงกว่า iPhone 13 ไม่มากนัก ขณะที่ความสามารถแทบจะไม่ต่างกันสักเท่าไรในรุ่นนี้ ในขณะที่ iPhone 13 Mini ราคามีการขยับสูงด้วย ด้วยขนาดพื้นที่ที่เปลี่ยนไป จึงมีความรู้สึกได้ว่าเป็นไอโฟน มินิ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ที่ผ่านมา
สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น สามารถเข้าไปเช็กข้อมูลเต็ม ๆ ได้ที่ Apple.com ในส่วนของการจองและสั่งซื้อสามารถทำผ่านเว็บไซต์ apple หรือตัวแทนจำหน่ายได้ในวันที่ 1 ตุลาคม นี้ สำหรับ iPhone 13 จาก AIS จะมีโปรโมชั่นเป็นอย่างไร ต้องรอติดตาม

ที่มาของข้อมูล
-   https://www.apple.com/th/ios/ios-15/features/


19
            อาหารเช้าเป็นมื้อที่หลายคนละเลย มักข้ามไปกินมื้อเที่ยง แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารเช้ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะช่วยเพิ่มพลังงานให้มีเรี่ยวแรงทำกิจวัตรประจำวันได้ตลอดวัน ช่วยเสริมสร้างระบบความจำ อาหารเช้าจึงมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกด้าน หากขาดอาหารมื้อเช้าไป จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับประโยชน์จากสารอาหารแต่กลับต้องดึงพลังงานสะสมในร่างกายมาใช้แทน ยิ่งถ้าอยู่ในวัยเรียนหรือวัยเด็กแล้ว อาหารเช้าก็ยิ่งมีความสำคัญเพราะเด็กอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตและมีพัฒนาการส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ดังนั้นเมื่อคุณแม่บ้านต้องทำหน้าที่นักโภชนาการ ต้องมองหาไอเดียอาหารเช้าของลูกน้อย ตั้งแต่วันอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษา นอกจากคุณค่าและรสชาติของอาหารที่ดีแล้ว รูปร่างหน้าตาหรือไอเดียของอาหารเช้าก็เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นวันนี้เรามีอีกหนึ่งเมนู อาหารเช้า เด็ก น่ารับประทานมาฝากกันค่ะ

เนื่องด้วยวัยเด็กต้องอาศัยองค์ประกอบ หลายอย่างเป็นแรงจูงใจในการรับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น อาหารเช้าสำหรับเด็ก คุณแม่จำเป็นต้องสร้างสรรค์เมนูให้น่ารับประทานและที่สำคัญต้องมีความแปลกใหม่ อีกทั้งวัตถุดิบก็หาได้ง่ายและมีรสชาติถูกปากลูก ซึ่งเมนู อาหาร เช้า ลูก ก่อน ไป โรงเรียน ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ได้แก่ เมนูขนมปังแซนด์วิชไมโลภูเขาไฟ ซึ่งขนมปังที่ใช้จะนำไปปิ้งหรือไม่ปิ้งก็ได้ตามชอบใจ จากนั้นก็ตัดด้วยมีดหรือกดด้วยแม่พิมพ์ลวดลายการ์ตูนน่ารัก ๆ เช่น รูปหมี กระต่าย ตัวการ์ตูนที่เด็กชอบ ฯลฯ จากนั้นทาเนยบาง ๆ ลงบนขนมปัง นำไข่ไก่ต้มตัดเป็นแว่นบาง ๆ มาวางบนขนมปังให้เต็มแผ่น ตามด้วยไส้กรอกหรือแฮม 1-2 แผ่น จากนั้นโรยผงไมโลเล็กน้อย ตามด้วยกล้วยหอมตัดเป็นแผ่นบาง ๆ 3-4 แผ่น ราดด้านบนสุดด้วยนมข้นหวานพอประมาณ เพียงเท่านี้ก็จะได้เมนู แซนด์วิชไมโลภูเขาไปอาหารเช้าสำหรับเด็กที่แสนอร่อยน่ากินมาก ๆ หมดปัญหาเด็กกินยากเลยทีเดียว

นอกจากอาหารเช้าลูกก่อนไปโรงเรียนแล้ว สิ่งที่จะขาดเลยก็ไม่ได้คือเครื่องดื่มง่าย ๆ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการอย่างไมโลภูเขาไฟ ที่มี ไมโล เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่ง ระโยชน์ของไมโลนั้นเนื่องมาจากไมโล มีส่วนผสมจากสารอาหารหลายชนิด ได้แก่ 1.มอลต์ ซึ่งเป็นมอลต์สกัดสูตรเฉพาะของไมโล ช่วยเติมเต็มคุณค่าพลังงานให้กับลูกน้อยได้ตลอดทั้งวัน 2.นม สารอาหารที่อุดมไปด้วยแหล่งโปรตีน และแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและการเจริญเติบโตของร่างกาย 3.โกโก้ รสชาติกลมกล่อม อุดมไปด้วย แร่ธาตุและวิตามินสูง 4. Activ Go ประกอบด้วยวิตามิน บี 2, 6, 12 วิตามินซี ดี เหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียมสูง

ด้วยความใส่ใจในคุณค่าโภชนาการของลูกน้อย การพิจารณาถึง ประโยชน์ของไมโล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ใช้ในการสร้างสรรค์ไอเดียอาหารเช้าเด็ก (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/blog/ไอเดียอาหารเช้าเด็กก่อนไปโรงเรียน) ที่มีคุณภาพสูงอย่างแซนด์วิชไมโลภูเขาไฟ และเครื่องดื่มไมโลภูเขาไฟ ให้กับลูกน้อยเพื่อเป็นรางวัลและกำลังใจที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง เพื่อลูกน้อยที่อยู่ในวัยเจริญเติบโตได้มีพัฒนาการทางสมองและร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์


ที่มาข้อมูล
https://www.sanook.com/women/161437/
https://www.milo.co.th/goodness-of-milo
https://www.milo.co.th/blog/ไอเดียอาหารเช้าเด็กก่อนไปโรงเรียน

20
            เมื่อการปรับโครงสร้างหนี้ดูเหมือนจะเป็นตัวช่วยดี ๆ สำหรับผู้ที่ต้องแบกรับปัญหานี้ ทำให้มีตัวเลือกในการปลดหนี้บัตรเครดิต รวมถึงหนี้สินประเภทอื่น ๆ ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ทำให้มีเงินเหลือเก็บและลดโอกาสเป็นหนี้ซ้ำอีกด้วย

วิธีปลดหนี้สินโดยการปรับโครงสร้างนี้รับรองมีเงินเหลือเก็บและไม่มีหนี้ซ้ำ
- ขอยืดระยะเวลาชำระหนี้
เมื่อยอดหนี้มีมากจนไม่สามารถชำระไหว หลายคนจึงใช้วิธีขอยืดเวลาชำระหนี้ เช่น จากที่ทำสัญญากู้ยืมไว้ 15 ปี แต่เมื่อผ่อนได้ประมาณ 10 ปีแล้วไม่สามารถจ่ายไหว สามารถขอยืดระยะเวลาชำระหนี้ออก ซึ่งวิธีจะทำให้รายจ่ายต่อเดือนลดลงและอาจมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

- พักชำระเงินต้น
อีกหนึ่ง วิธี ปลด หนี้สิน ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นั่นคือ การขอพักชำระเงินต้น เช่น หากต้องชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาท โดยแบ่งเป็นเงินต้น 2,000 บาทและดอกเบี้ย 3,000 บาท เท่ากับว่าคุณจะต้องชำระเฉพาะค่าดอกเบี้ย 3,000 บาท โดยวิธีนี้เหมาะกับการพักชำระระยะสั้น เช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน โดยหากผู้กู้มีความพร้อมอีกครั้งก็ให้กลับมาชำระเงินกู้ตามเดิมและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด

- การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
หลายครั้งที่ยอดผ่อนชำระแต่ละเดือนกลายเป็นการชำระดอกเบี้ยเสียเป็นส่วนใหญ่ทำให้โอกาสลดเงินต้นทำได้น้อยลงและเมื่อไม่สามารถชำระเงินกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยเดิมได้ สามารถดำเนินเรื่องเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อเพิ่มโอกาสปิดหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น

- การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต
ตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนเป็นหนี้บัตรเครดิตคือการรีไฟแนนซ์บ้านโดยใช้บัตรเครดิต หรือการนำยอดหนี้บัตรเครดิตทุกใบไปรวมไว้สถาบันการเงินแห่งเดียว ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยหลายแห่ง นอกจากนี้ หากภาระก้อนใหญ่เป็นภาระเรื่องบ้าน สามารถใช้วิธี refinance บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ ซึ่งหากค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดจะทำให้มีเงินเก็บออม สภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น

            แม้ว่าจะมีหลายวิธีปลดหนี้บัตรเครดิต รวมถึงปลดหนี้ประเภทอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นการไม่เป็นหนี้ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นควรมีวินัยด้านการเงินโดยการจัดทำรายรับรายจ่าย ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงแบ่งเงินส่วนหนึ่งเพื่อการลงทุน เพื่ออนาคตการเงินที่มั่นคง

ที่มาข้อมูล
https://www.moneyguru.co.th/financial-tips/articles/ขั้นตอนการปรับโครงสร้างหนี้

21
            การดำเนินกิจการภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือการพัฒนาที่ยั่งยืนเรียกว่า CSR หรือ Corporate Social Responsibility

            ช่วงที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจในประเทศไทยได้มีความสนใจและตื่นตัวกับเรื่องนี้ไม่น้อย โดยองค์กรใหญ่ ๆ หลายองค์กรได้กำหนดให้ โครงการ CSR อยู่ในแผนที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์องค์กรดีอีกวิธีหนึ่ง โดยสามารถแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้
ระดับ 1 ข้อกฎกำหนดตามกฎหมาย คือ การดำเนินการ CSR ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ระดับ 2 ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ คือ การคำนึงถึงการอยู่รอดขององค์กร โดยสามารถให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้โดยไม่เบียดเบียนสังคม
ระดับ 3 จรรยาบรรณทางธุรกิจ คือ สามารถสร้างผลตอบแทนให้องค์กรและผู้ถือหุ้นได้ พร้อมทั้งทำการตอบแทนผลประโยชน์เพื่อสังคมมากขึ้น
ระดับ 4 ความสมัครใจ คือ การที่องค์กรทำ CRS ด้วยความสมัครใจ

           ดังนั้นเราจึงมักเห็นหลาย ๆ องค์กรทำแผน โครงการ CSR ไว้ในแผนการตลาด โดยการทำ CSR ที่ดีนั้นจะต้องสร้างความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดีให้กับสังคมได้ ตัวอย่างโครงการดี ๆ เพื่อสังคมจากองค์การต่าง ๆ เช่น
Krungthai ผู้นำธุรกิจธนาคารได้ร่วมมือกับ UNDP ประเทศไทย มูลนิธิรักษ์ไทย จัดตั้งโครงการ Koh Tao, Better Together เพื่อสร้างอาชีพและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด 19 โดยได้จ้างงานชาวประมงให้ช่วยกันทำความสะอาดชายหาดและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน รวมถึงเปิดช่องทางให้ผู้ต้องการสมทบทุนสามารถทำได้สะดวกและโปร่งใสผ่านกรุงไทย E-Donation นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศอีกมากมาย

           King Power ได้จัดทำ CSR ภายใต้ชื่อ “คิง พาวเวอร์ พลังคนไทย” มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนและส่งเสริมเยาวชน ให้มีโอกาส โดยเน้นสนับสนุนใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านกีฬา (Sport Power), ด้านดนตรี (Music Power) และด้านชุมชน( Community Power) โดยที่มีโครงการเด่น ๆ เช่น การมอบลูกบอล 1 ล้านลูก ผ่านโครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย”  และต่อเนื่องด้วย “โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย”

           PTTGC หรือ บริษัท โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) เป็นหนึ่งในองค์กรที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจเคมีภัณฑ์ มีวิสัยทัศน์ในการเป็น “ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต” จึงได้จัดทำโครงการที่ให้ความสำคัญกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โครงการเด่น ๆ เช่น ถาดบรรจุสลัดที่ผลิตจากพลาสติกย่อยสลายได้ เพื่อใช้ในมูลนิธิโครงการหลวง และถ้วยกาแฟย่อยสลายได้

           CPF หรือ บริษัทโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในองค์กรผู้ทำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร มีวิสัยทัศน์ในการเป็น “ครัวของโลก” จึงจัดทำ โครงการ CSR” มุ่งเน้นภายใต้ 3 เสาหลัก คือ “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่” โครงการเด่น ๆ เช่น “ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกป่าเพื่ออนาคต ที่เกิดจากความร่วมมือกับ สพฐ. , มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท และ ศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนและโรงเรียนเลี้ยงสัตว์และปลูกผัก เพื่อนำมาเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสามารถสร้างรายได้พึ่งพาตัวเองได้

           จะเห็นได้ว่า การทำ CSR เป็นการคืนกำไรจากทางองค์กร เพื่อพัฒนาชุมชนและสังคมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุขและสามารถเติบโตกันไปได้พร้อม ๆ กัน มีตัวอย่างโครงการดีจากองค์กรดัง ๆ มากมายที่สังคมไทยเรารู้จัก เช่น King Power, PTTGC และ CPF

   
ที่มาข้อมูล
https://www.marketingoops.com/news/csr-news/corporate-social-responsibility/
https://www.popticles.com/branding/examples-of-csr-project/
https://www.marketingoops.com/news/biz-news/csr-tmark/
https://www.22september.org/มาทำความรู้จัก-กิจกรรม-csr/
https://krungthai.com/th/about-ktb/sustainability/csr-project

22
รู้ยัง iPhone 13 ใหม่ล่าสุด เปิดตัวแล้วพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ในราคาสัมผัสได้
ใหม่แกะกล่อง พร้อมสเปก iPhone 13 All Series ที่พึ่งเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โดยจุดเด่นของไอโฟนรุ่นนี้คาดว่าจะเน้นไปที่กล้องถ่ายรูป ทั้งในโหมดภาพถ่ายปกติและวิดีโอ พร้อมโหมดการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลพร้อมเอฟเฟกต์ ที่มีให้เลือกใช้งาน 6 แบบ ได้แก่ แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟเวที, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์, แสงไฟขาวดำไฮคีย์, แสงไฟเวทีขาวดำ ที่มาพร้อม Sensor‑shift ในทุกรุ่น (เดิมมีแค่ในรุ่น Pro Max)
ขนาดหน้าจอคงเดิม เพิ่มเติมคือรอยบากด้านหน้าเล็กลง เพิ่มความทนทานด้วยเซรามิกชิลด์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก พร้อมสีสันโฉมใหม่ ลดใสกว่าเดิม โดย iPhone 13 Mini & iPhone 13 จะมีด้วยกัน 5 สีได้แก่ Starlight, Midnight, Blue, Pink และ Red  ในส่วนของ iPhone 13 Pro และ Pro Max จะมีสีที่ Soft ลง แต่คงไว้ 4 สี ที่สวยงามได้แก่ Gold, Silver, Sierra Blue และ Graphite
แรง ไม่มีลิมิตกับชิปประมวลผลตัวแรงแห่งยุคอย่าง A15 Bionic ที่มีด้วยกันถึง 6 Core แบ่งเป็น 2 Core ประสิทธิภาพและ 4 Core ประหยัดพลังงาน เล่นเกมไหลลื่น และ iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max (เพิ่มเติมที่ : ) ยังไหลลื่นกว่าเดิมด้วย GPU 5 Core พร้อม Refresh Rate 120Hz
แรงขึ้น เร็วขึ้นด้วยระบบเนตเวิร์คใหม่ด้วย ชิป 5 G รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับย่านสัญญาณความถี่ได้มากที่สุด พร้อมให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์ความแรงก่อนใคร รองรับการใช้งาน Wifi ด้วย Wi Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax ทำให้การเล่นเกม สตรีมเกม ดูซีรีส์ได้แบบไม่มีสะดุด แถมไหลลื่นกว่าเดิมหลายเท่า
แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น อึดขึ้น แต่ความหนาของตัวเครื่องแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความจุภายในเครื่องเริ่มต้น 128GB ทุกรุ่น จะไม่มีรุ่น 64GB แต่รุ่นใหญ่พิเศษที่ความจุสูงสุด 1TB ทำให้บันทึกภาพวิดีโอ 4K ได้อย่างจุใจ พร้อมราคาดังนี้
-   iPhone 13 Mini ราคา 25,900 บาท/128 GB, 29,900 บาท/256 GB, 37,900บาท/512 GB
-   iPhone 13 ราคา 29,900 บาท/128 GB, 33,900 บาท/256 GB, 41,900บาท/512 GB
-   iPhone 13 Pro ราคา 38,900 บาท/128 GB, 42,900 บาท/256 GB, 50,900บาท/512 GB, 58,900 บาท/1TB
-   iPhone 13 Pro Max ราคา 42,900 บาท/128 GB, 46,900 บาท/256 GB, 54,900บาท/512 GB, 62,900 บาท/1TB
iPhone 13 All Series พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ว โดยสามารถลงทะเบียนจองซื้อได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 เปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 8 ตุลาคม ในส่วนของโปรโมชัน iPhone 13 จะราคาเป็นอย่างไรต้องรอลุ้น คาดว่าคงเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน
ที่มาของข้อมูล
-   https://www.apple.com/
-   https://www.apple.com/th/

23
         วันนี้เราได้ทำการรวมเทคนิคการผ่อนบ้านให้คุณสามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยไปได้โดยแยกออกเป็น 4 หมวดหมู่ดังนี้

ผ่อนให้มากกว่าขั้นต่ำ
         การจ่ายมากกว่าค่างวดในสัญญาเป็นเทคนิคที่ง่ายและได้ผลดีซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ยังมีเทคนิคง่าย ๆ ที่ทำให้การผ่อนบ้าน ของเรานั้นเสียดอกเบี้ยน้อยลงโดยไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตเรา โดยเราจะมาแนะนำ 2 เทคนิคย่อย ดังนี้

Round up : หากยอดผ่อนของคุณเป็นเศษอยู่ เช่น 7,700 บาท ให้ปัดตัวเลขขึ้นเป็น 8,000 บาท หรือ 28,000 บาท ให้ปัดตัวเลขขึ้นเป็น 30,000 บาท เป็นต้น คุณสามารถทำการเลือกปัดได้ไม่ว่าจะเป็นหลักร้อยหรือหลักพันก็ได้ แต่จำเอาไว้ว่าหากคุณเลือกหลักที่มีค่ามากขึ้นจะยิ่งทำให้คุณเสียดอกเบี้ย สินเชื่อบ้านจากKTBที่อยู่อาศัย น้อยลง

Raise Up : เมื่อคุณได้รับเงินเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นหรือเงินโบนัส ให้นำมาโปะบ้านที่คุณกำลังผ่อนอยู่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้

การรีไฟแนนซ์
         ถึงแม้การรีไฟแนนซ์จะช่วยให้เรามีโอกาสเปลี่ยนเจ้าหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยที่ถูกลงแต่ก็มาพร้อมกับข้อเสีย เช่น ใช้ระยะเวลาดำเนินการและมีค่าใช้จ่าย เป็นต้น ดังนั้นก่อนที่จะดำเนินการควรทำการเปรียบเทียบให้ดีซะก่อนเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าคุณจ่ายเงินถูกลง อย่างไรก็ตามถ้าหากวัตถุประสงค์ของคุณคือลดเวลาในการผ่อน เช่น จาก 30 ปี เป็น 15 ปี ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมเพราะคุณจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วง 2 - 3 ปีแรกของการรีไฟแนนซ์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

รีบโปะเพิ่มในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำ
         ในช่วง 3 ปีแรกของการ ผ่อนบ้าน ธนาคารมักจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำตามโปรโมชันของทางธนาคาร หากคุณพยายามโปะในช่วงนี้จะทำให้เกิดจากลดต้นลดดอกที่รวดเร็วกว่าการโปะในช่วงอื่น โดยการเพิ่มเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากในแต่ละเดือนตามกำลังที่ไหวก่อนแล้วค่อยเพิ่มให้มากที่สุดก่อนที่จะหมดช่วงโปรโมชัน เพื่อที่จะได้ไม่ลำบากตอนที่ถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติ
 
ติดตามข่าวสารและมองหาโปรโมชันอยู่เสมอ
         หลายธนาคารมักจะมีโปรโมชันการปล่อย สินเชื่อที่อยู่อาศัย เฉพาะของแต่ละช่วงเวลา คุณจะต้องทำการติดตามข่าวสารเอาไว้ให้ดีเพราะโปรโมชันเหล่านี้มักเป็นที่ต้องการมาก หากคุณช้าจะทำให้คุณพลาดโอกาสดี ๆ ที่จะลดภาระทางการเงินของคุณได้

   โดยสรุปการผ่อนบ้านมากกว่าขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดการรีไฟแนนซ์เพื่อขอลดดอกเบี้ยหรือระยะเวลา การเร่งโปะในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำและการติดตามข่าวสารและโปรโมชันต่าง ๆ อยู่เสมอเป็นเทคนิคที่ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการประหยัดดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายออกไป  อย่าลืมศึกษาเรื่องการกู้เงินสร้างบ้าน (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/personal/loan/housing-loan/19) ด้วยล่ะ เพื่อที่จะได้กู้ปลูกบ้านพักอย่างสบายใจ

ที่มาข้อมูล
https://www.krungsri.com/th/plearn-plearn/home-installment-10yrs
https://www.whitecoatinvestor.com/10-ways-to-pay-off-a-mortgage-quickly/
https://www.yourmortgage.com.au/home-loan-guide/24-ways-to-get-the-mortgage-monkey-off-your-back-faster/77843/
https://www.yourmortgage.com.au/home-loan-guide/24-ways-to-get-the-mortgage-monkey-off-your-back-faster/77843/
https://blog.ghbank.co.th/7-ways-for-home-installment/

24

   ในสภาวะการณ์โรคระบาดโควิด-19 ธุรกิจขนาดย่อย SME จำนวนมากต้องหยุดชะงักกับนโยบายล็อกดาวน์ ป้องกันการแพร่ขยายของโรค การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเป็นมาตรการเร่งด่วนในการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินต่อไป โดยเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ คือปัจจัยสำคัญที่จะให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เราจึงมีแนวทางการศึกษาหาแหล่งเงินทุนและวิธีการเพิ่มเงินทุนในระบบธุรกิจมาแนะนำ ดังนี้
   เงินทุนหมุนเวียน คือ เงินทุนที่ธุรกิจต้องใช้หมุนเวียนในการดำเนินงานก่อนที่ธุรกิจจะได้รับเงินสดจากการขายสินค้าและบริการ หรือเป็นเงินสำหรับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า หรือเป็นเงินทุนที่ธุรกิจต้องมีสำรองไว้ใช้หมุนเวียน ในการชำระค่าสินค้า วัตถุดิบ หรือชำระหนี้ คืนเจ้าหนี้การค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่าง ๆ จนกว่ากิจการจะได้รับเงินสดจากการขายสินค้าหรือบริการ หรือรับชำระเงินจากลูกหนี้การค้า เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง (คำนิยามโดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย : 2019)
   วิธีการคำนวณหาจำนวนเงินทุนหมุนเวียนแบบง่าย ๆ โดยศึกษาจากตัวอย่าง ธุรกิจร้านอาหาร วิธีการคำนวณโดยนำค่าต้นทุนของวัตถุดิบทั้งหมด เช่น วัตถุดิบทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง, จาน, ช้อน, โต๊ะ, อุปกรณ์ทำความสะอาด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวัตถุดิบสำหรับขายในหนึ่งวัน ต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมดอยู่ที่ 25,000 บาท หากขายของทั้งหมดในหนึ่งวันได้ยอด 50,000 บาท หมายความว่าต้นทุนอยู่ที่ 50% หมายความว่า จำนวนเงินทุนหมุนเวียนในหนึ่งวันที่เราต้องมีสำรองไว้คือ 25,000 บาท และในหนึ่งเดือนควรมีเงินทุนหมุนเวียนเท่ากับ 750,000 บาท (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย : 2019)
   แหล่งสินเชื่อเพื่อการลงทุนหรือเงินทุนหมุนเวียน เพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะมาแนะนำนี้ เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนที่เลือกมาเพียงบางส่วน ที่อยากให้เห็นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ควรศึกษาและเลือกให้เหมาะสมตามธุรกิจ ดังนี้
1.   สินเชื่อธุรกิจมณีทันใจ เป็นสินเชื่อ sme (เพิ่มเติมที่ : https://www.scb.co.th/th/sme-banking/business-loan.html ) ไม่มีหลักทรัพย์ สมัครง่าย ไม่ต้องใช้เอกสาร รู้ผลอนุมัติไวใน 5 นาทีผ่านแอป SCB EASY เหมาะสำหรับนักธุรกิจค้าขายออนไลน์ยุคใหม่ ที่รับเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท ผ่อนนานสูงสูด 36 เดือน
2.   สินเชื่อธุรกิจนิติบุคคลบัญชีเดียวแบบไม่ใช้หลักประกัน เป็นสินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ไม่ต้องใช้เอกสาร รู้ผลอนุมัติไวผ่านแอป SCB EASY เช่นเดียวกับสินเชื่อธุรกิจมณีทันใจ เพียงเพิ่มคุณสมบัติของผู้สมัครว่าต้องเป็นนักธุรกิจนิติบุคคลที่มีการนำส่งงบการเงินปีล่าสุดให้สรรพากรและมีรายได้รวมไม่เกิน 75 ล้านบาทต่อปี วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 6 ปี
3.   สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน เงินเบิกเกินบัญชี (O/D) เป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องในธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อย เป็นบริการสินเชื่อเพื่อการลงทุนเงินเบิกเกินบัญชีที่สามารถเบิกถอนได้เกินกว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชีเดินสะพัด สะดวกในการเบิกจ่ายได้หลายช่องทาง เช่น เช็ค บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร ชำระดอกเบี้ยเฉพาะยอดเงินที่เบิกเกินบัญชีเท่านั้น
เคล็ดลับการหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนคือ การเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่สอดคล้องกับธุรกิจเรา ตัวอย่างเช่น จำนวนเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจที่มีขนาดกลางและธุรกิจขนาดย่อย มียอดเงินทุนหมุนเวียนไม่เท่ากัน คุณสมบัติในการกู้ก็แตกต่างกัน ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของสินเชื่อที่เลือกใช้ก็ย่อมต่างกัน หรือการเลือกใช้สินเชื่อ SME แบบที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือสินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ก็มีความแตกต่างกัน หากต้องการยอดเงินกู้จำนวนสูง การเลือกกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อีกทั้งมีระยะเวลาผ่อนนานขึ้น และการพิจารณาอนุมัติของธนาคารก็ง่ายกว่าด้วย

ที่มาข้อมูล
-   https://www.facebook.com/985820164804495/posts/2500864896633340/
-   https://www.scb.co.th/th/sme-banking/business-loan.html

25

ในยุคนี้ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนคู่ใจดี ๆ สักเครื่อง และเมื่อไม่นานมานี้ แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็เพิ่งได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด โดยมีรุ่นสูงสุด คือ iPhone 12 Pro Max ที่จัดฟีเจอร์มาให้สาวก Apple ได้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนแบบโปร ๆ และสำหรับใครที่ต้องการเป็นเจ้าของไอโฟนรุ่นนี้ ห้ามพลาดโอกาสดี ๆ เพราะวันนี้เอไอเอสจัดโปรโมชั่น iPhone 12 Pro ราคาดีที่สุด ซึ่งคนรักฟีเจอร์เด็ดไม่ควรพลาด
เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนสุดโปรอย่าง iPhone 12 Pro โดยเจ้าเครื่องนี้มาพร้อมฟีเจอร์ล้ำ ๆ ใกล้เคียงกับรุ่นท็อปอย่าง iPhone 12 Pro Max เพราะมาพร้อมชิปที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว ความแรง และประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถรับส่งข้อมูล ภาพ และวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว ดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ ได้แบบไม่ต้องรอนาน นอกจากนี้ หน้าจอก็มีการออกแบบมาได้ชัดเต็มตา ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว ทนทานยิ่งกว่าเดิม เพราะมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยป้องกันการกระแทกได้มากกว่าเดิมถึง 4 เท่า นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพเยี่ยมที่ไม่ควรพลาดเป็นเจ้าของ
ตอกย้ำความเร็วและความแรงของไอโฟนรุ่นนี้ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม เมื่อเลือกใช้งานเครือข่ายเอไอเอส เพราะเอไอเอสจัดเต็มเทคโนโลยี 5G พร้อมให้ทุกคนสัมผัสประสบการณ์ความเร็ว ความแรง บนเครือข่ายที่มีคลื่นมากที่สุดในประเทศไทย เพราะฉะนั้น ลูกค้าเอไอเอสจะได้ประสบการณ์ใหม่ที่เหนือกว่าทั้งการรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง รวมถึงการรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งบอกเลยว่าต้องประทับใจอย่างแน่นอน
สำหรับโปรโมชันโดนใจที่เอไอเอสจัดให้สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของ iPhone 12 Pro ราคาดีที่สุดคือ ส่วนลดเครื่องเปล่าสูงสุด 16,400 บาทสำหรับลูกค้าเอไอเอส และสำหรับลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมหรือเปิดเบอร์ใหม่กับเอไอเอส ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 26,100 บาทเท่านั้น
นอกจากโปรโมชันดี ๆ จากเอไอเอสแล้ว ยังมีดีลสุดเจ๋งจากธนาคารร่วมรายการ และดีลที่ดูล่อตาล่อใจมากเป็นพิเศษ ต้องยกให้กับโปรโมชันผ่อน iPhone เพราะสามารถผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์ นานสูงสุด 40 เดือน ทำให้เป็นเจ้าของไอโฟนง่ายยิ่งขึ้น และนอกจากโปรโมชันผ่อน iPhone แล้ว ยังสามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 7,800 บาท และหากสมัครแพ็กเกจตามเงื่อนไขที่กำหนด ยังอาจได้รับสิทธิ์เอไอเอส เซเรเนด และสิทธิ์ชม Youtube Premium นานถึง 6 เดือน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ก็อย่าลืมเช็กสิทธิพิเศษดี ๆ เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของดีลสุดคุ้มค่า
เมื่อเอไอเอสจัดให้แล้วกับ iPhone 12 Pro ราคาดีที่สุด พร้อมสิทธิพิเศษดี ๆ บนเครือข่าย 5G ที่เหนือกว่าใคร เพราะฉะนั้นใครที่ต้องการเป็นเจ้าของไอโฟนรุ่นล่าสุดก็ได้เวลาตัดสินใจแล้ว พร้อมโปรโมชันดี ๆ จากเอไอเอส โดยสามารถซื้อสมาร์ทโฟนได้ที่ร้านเอไอเอสหรือสามารถช้อปออนไลน์ เพียงเท่านี้คุณก็ได้จะเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่เร็วและแรงที่สุดบนเครือข่ายคุณภาพ 5G จาก AIS นอกจากนี้ เตรียมสัมผัสประสบการณ์ iPhone 13 ที่ดีที่สุดกว่าใคร บนเครือข่าย AIS 5G พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ iPhone 13, iPhone 13 Pro, iPhone 13 Mini (เพิ่มเติมที่ : https://www.ais.th/apple/iphone-13/ ) และ iPhone 13 Pro Max จาก AIS พร้อมแพ็กเกจ 5G ที่ดีที่สุด และหลากหลายโปรแกรมผ่อนจาก AIS Smart pay สั่งซื้อล่วงหน้า 1 ต.ค. 64 นี้

ที่มาข้อมูล
-   https://www.ais.co.th/iphone/index.html
-   https://www.apple.com/th/iphone/
 
 

 


26
           โลกยุคดิจิทัลเทคโนโลยี อะไร ๆ ก็ดูจะสะดวกสบายราบรื่น รวดเร็วทันใจไปหมด โดยเฉพาะการทำธุรกิจค้าขายผ่านแอปพลิเคชั่น บนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการทำธุรกรรมต่างๆ เรียกได้ว่า เราสามารถย่อโลกทั้งใบมาไว้ในมือเราเลยทีเดียว แต่ถึงกระนั้นการทำธุรกรรมบางอย่างเช่นการ โอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งพัฒนาไปไกลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ยังต้องการเครือข่ายในการทำธุรกิจ โอนเงินต่างประเทศ ที่มีความน่าเชื่อถือและระบบการโอนเงินที่ได้มาตรฐาน อย่างเช่น Swift Code ของธนาคารต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการ โอนเงินต่างประเทศ ดังข้อมูลที่เรามาแนะนำให้รู้จักดังต่อไปนี้


           Swift Code คือ เป็นมาตรฐานขององค์การระหว่างประเทศ ว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) ว่าด้วยรหัสเฉพาะที่ใช้เพื่อ ระบุตัวตนของธนาคาร และสาขาต่างๆของธนาคารทั่วโลก สำหรับการทำธุรกรรม ใช้ใน การโอนเงินต่างประเทศ ระหว่างธนาคาร เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งเรารู้จักรหัสนี้ในชื่อ Swift Code ที่ตั้งชื่อตามองค์กร Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication (SWIFT) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการลงทะเบียนรหัส ที่ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินมากกว่า 8,100 แห่งจาก 208 ประเทศทั่วโลก


           SWIFT เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการโอนเงินไปต่างประเทศ ที่ธนาคารให้บริการแก่ลูกค้า เป็นการโอนระหว่างธนาคารที่มีเครือข่ายในแต่ละประเทศ ซึ่งจากข้อมูลของธนาคารกสิกรไทยระบุว่า มีธนาคาร ที่ใช้เครือข่าย SWIFT จำนวนกว่า 1,500 ธนาคารกว่า 2.5 หมื่นสาขา ใน 150 ประเทศทั่วโลก ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์สามารถขยายตลาดไปได้ทั่วทุกมุมโลกอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยใช้ข้อมูลจำเป็นดังต่อไปนี้ ได้แก่ ชื่อบัญชี พร้อมทั้งเลขที่บัญชี และที่อยู่ของผู้รับเงินในต่างประเทศ , ชื่อและที่อยู่ของธนาคารที่ผู้รับเงินมีบัญชีเงินฝากเอาไว้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือSWIFT Code หรือ Address SWIFT ของธนาคารปลายทางผู้รับเงิน ความยาวไม่เกิน 11 ตัวอักษร โดย4 ตัวแรกจะเป็นชื่อธนาคาร เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ Swift Code: SICOTHBK ,ธนาคารกสิกรไทย Swift Code: KASITHBK,ธนาคารกรุงเทพ Swift Code: BKKBTHBK,ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ Swift Code: SCBLTHBX,ธนาคารกรุงไทย Swift Code: KRTHTHBK,ธนาคารไทยธนาคาร Swift Code: UBOBTHBK,ธนาคารกรุงศรีอยุธยาSwift Code: AYUDTHBK,ธนาคารทหารไทยSwift Code: TMBKTHB และธนาคารยูโอบี Swift Code: BKASTHBK


           ตัวอย่างค่าธรรมเนียมการโอนเงินของธนาคารกรุงไทย หากผู้โอนเป็นผู้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมที่ธนาคารในสาขาต่างประเทศ ผู้ส่งก็จะจ่ายค่าธรรมเนียมในประเทศ 400 บาท เป็นต้น แต่ในทางกลับกัน หากผู้โอนเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมเองเรทค่าธรรมเนียมจะอยู่1,150 บาท ต่อ 1 รายการบัญชี สำหรับผู้ประกอบธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการทราบ SWIFT Code เพิ่มเติมสามารถค้นหาได้ที่ theswiftcodes.com


ที่มาข้อมูล
- https://www.posttoday.com/finance-stock/money/444402
- https://www.programmerthailand.com/blog/view/14/swift-code-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B

27
เช็คด่วน! บัตรเครดิตค่ายไหน ผ่อน iPhone ในราคาคุ้มที่สุด!
ในปัจจุบันการใช้บัตรเครดิตในการผ่อนสินค้าหรือบริการไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เนื่องจากเมื่อใช้บัตรเครดิตตรงตามข้อกำหนดก็จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ซึ่ง AIS 5G เครือข่ายที่มีคลื่นมากที่สุดร่วมกับบัตรเครดิตจากหลายธนาคารจัดโปร iPhone 12 ผ่อนจ่ายในอัตราดอกเบี้ย 0% และรับเครดิตเงินคืนเพื่อให้ผู้ที่อยากจับจอง iPhone 12 Pro Max สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาที่ดีที่สุด โดยธนาคารที่เข้าร่วมกับ AIS 5G เช่น
-   ผ่อน iPhone กับบัตร KTC 0% ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป สูงสุด 10 เดือน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22% หรือจ่ายเต็มจำนวนแลกรับเครดิตคืนเงินสูงสุด 10%
-   ผ่อน iPhone 12 กับบัตรเครดิต UOB รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 24,000 บาท
-   ผ่อน iPhone 12 กับธนาคารธนชาติ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% เมื่อผ่อน 0% นาน 10 เดือน
-   ผ่อน iPhone 12 กับ Ready Credit หรือ SCB Speedy Cash 0% นานสูงสุด 24 เดือน
นอกจากการผ่อนจ่ายผ่านบัตรเครดิต AIS 5G ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่หลายแคมเปญ ดังนี้
-   โปร iPhone 12 AIS Best Buy สำหรับลูกค้าเก่ารายเดือนหรือเติมเงินที่มีอายุใช้งาน 3 เดือนขึ้นไปซื้อเครื่องราคาพิเศษ ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้าเมื่อใช้หรือสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนด เริ่มต้น 699 – 1,699 บาท หรือซื้อเครื่องเปล่าแบบไม่ติดสัญญาในราคา 38,900 บาท รับ Internet Bonus 3 GB (300 MB x 10 เดือน)
-   โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ เพียงเปิดเบอร์ใหม่ หรือย้ายค่ายเพื่อรับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาทกับโปรโมชั่น AIS Hot Deal ซื้อ เครื่องราคาพิเศษพร้อมแพ็กเกจ AIS 5G One Plan for iPhone แพ็กเกจเริ่มต้น 699 – 1,699 บาท รับ iPhone 12 Pro Max พร้อมค่าโทรค่าเน็ต ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ในราคาเริ่มต้น 26,100 บาท
นอกจากนี้ลูกค้าที่ซื้อ iPhone 12 ทุกรุ่นยังได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อ Accessories iPhone 10%, รับส่วนลดการซื้อแอปผ่าน App Store สูงสุด 2,400 บาทต่อปี, รับฟรี iCloud 50 GB นาน 3 เดือน, รับฟรี Apple Music นาน 3 เดือน, รับฟรี Apple TV+ นาน 1 ปี, ดู Youtube Premium แบบไม่มีโฆษณาคั่นนาน 6 เดือนและรับแพ็กเกจดูหนัง ซีรีส์ คอนเสริตบน Play Family นาน 3 เดือน สามารถช็อป iPhone 12 ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มได้ที่ AIS Store ทุกสาขาหรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์บน Website และ Line ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอีกไม่กี่อึดใจเหล่าสาวก Apple ก็จะได้ยลโฉม iPhone 13 และ iPhone 13 Pro (เพิ่มเติมที่ : https://www.littlebite.co/lifestyle/technology/iphone-13-release-rumors/ )  ในงานเปิดตัวซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายนนี้
ที่มาข้อมูล
-   https://www.ais.co.th/iphone/?intcid=getpage-th-header_menu-consumer_menu-phone_device_submenu1-phone_device_submenu2-iphone_submenu3#
-   https://www.apple.com/th/iphone-12/

28
              สินเชื่อเงินสด มีอีกชื่อเรียกว่าสินเชื่อเงินด่วนหรือสินเชื่อธุรกิจSME  ซึ่งผู้ขอสินเชื่อจะได้รับสินเชื่อในรูปแบบเงินสดจากสถาบันการเงินหรือธนาคาร แล้วค่อยชำระคืนภายหลังพร้อมดอกเบี้ย โดยสถาบันการเงินหรือธนาคารจะปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ให้กับผู้มีรายได้ประจำเป็นหลักแหล่ง มีหลักฐานแสดงชัดเจน ไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกันแต่อย่างใด

สินเชื่อเงินด่วนมีกี่ประเภท
1. บัตรเครดิต
             ถือเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่มีการใช้งานมานานเกิดก่อนสินเชื่อเงินด่วนประเภทอื่น ๆ จุดประสงค์เพื่อใช้รูดจ่ายค่าสินค้าแทนการใช้เงินสด เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการพกเงินสดติดตัวจำนวนมาก มีระยะปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 55 วัน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 20% ต่อปี วงเงินประมาณ 2-3 เท่าของเงินเดือน เหมาะกับการใช้งานแทนเงินสด หรือรับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชันพิเศษต่าง ๆ รวมไปถึงการผ่อนชำระค่าสินค้าแบบ 0% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ

2. บัตรกดเงินสด
             จุดประสงค์การใช้งานเพื่อกดเงินสดในยามฉุกเฉิน แล้วชำระเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยในระยะเวลาสั้น ๆ หากผู้ถือบัตรไม่กดเงินสดออกมาใช้ บัตรกดเงินสดจะทำหน้าที่เป็นวงเงินฉุกเฉิน สามารถเบิกถอนใช้งานได้ตลอด 24 ชม. แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัตรเครดิต คืออยู่ที่ประมาณ 28% ต่อปี ทำให้บัตรกดเงินสดเหมาะกับผู้ต้องการเงินสดแบบด่วน และมีความสามารถชำระคืน ปิดบัญชีหนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น ข้อดีอีกหนึ่งอย่างของบัตรกดเงินสดคือ วงเงินสูงกว่าบัตรเครดิต สูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน บัตรกดเงินสดจึงเหมาะใช้กับสถานการณ์เร่งรีบ เช่น ค่ารักษาพยาบาลในยามฉุกเฉิน การปรับปรุงบ้านที่ชำรุด หรือมีความจำเป็นต้องรีบซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน

3. สินเชื่อส่วนบุคคล
             ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ไม่อยู่ในรูปแบบของ “บัตร” เหมือน 2 ประเภทก่อนหน้า และแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะอยู่ที่ 28% ต่อปี แต่การแข่งขันของสถาบันการเงินต่าง ๆ ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจริงต่ำกว่า 28% ต่อปี ข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคลคือ วงเงินอนุมัติสูง 5 เท่าของเงินเดือน และสามารถผ่อนระยะยาวได้มากถึง 5 ปี หรือ 60 เดือนโดยประมาณ ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ขอสินเชื่อได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการขอสินเชื่อเพื่อนำไปปิดบัตรเครดิตหลาย ๆ ใบ แล้วผ่อนชำระกับสินเชื่อนี้เพียงที่เดียว หรือการใช้จ่ายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับตนเองและครอบครัว แต่อย่างไรก็ตาม ควรประเมินตนเองก่อนว่ามีกำลังผ่อนชำระในระยะยาวหรือไม่

             เมื่อมีความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ในข้างต้นแล้ว ก็จะสามารถประเมินตนเองได้ว่าในสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดใด จึงจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด สิ่งสำคัญคือ สินเชื่อทุกประเภทต้องการเวลาในการดำเนินการ ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรสมัครบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด พกติดตัวไว้ก่อน เพราะ 2 ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานในยามฉุกเฉินได้ ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ควรสมัครเมื่อมีเหตุให้ต้องใช้เงินก้อน อย่างไรก็ตาม ควรทราบก่อนสมัครสินเชื่อทุกประเภทว่าท่านควรมีรายได้ประจำเป็นหลักแหล่ง และมีเครดิตการชำระหนี้อยู่ในระดับดี ขอให้รักษาวินัยในการใช้เงินอย่างสม่ำเสมอด้วย เพื่อช่วยให้ขอสินเชื่อได้ง่าย อย่างไรก็ตาม อย่าลืมศึกษาเรื่องSMEไว้ด้วยล่ะ



ที่มาข้อมูล
https://moneyhub.in.th/article/cash-loan-4/
https://moneyhub.in.th/article/why-we-should-use-cash-card/
https://www.moneyguru.co.th/personal-loan/articles/5ข้อควรรู้ก่อนขอสินเชื่อส่วนบุคคล/

29
           หลายคนอาจเคยได้ยินคำบอกเล่าจากคนรู้จัก ว่าหากไม่มีบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดอยู่ในมือในวันที่ประสบเหตุฉุกเฉิน ก็คิดไม่ออกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตมาได้อย่างไร หรืออาจเคยได้ยินว่า หากยื่นขอสินเชื่อส่วนบุคคลครั้งนั้นไม่ผ่าน ตอนนี้บ้านก็อาจจะยังซ่อมไม่เสร็จ ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของ สินเชื่อเงินสด ที่คุณอาจยังไม่เห็นความสำคัญในขณะนี้

           ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ล้วนเป็น สินเชื่อเงินสด ทั้งสิ้น แต่สิ่งนี้คืออะไร เป็นประโยชน์อย่างไร ทำไมผู้คนจึงนิยมถือครองผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไว้ เราไปดูพร้อม ๆ กัน

สินเชื่อเงินสด คืออะไร?
           สินเชื่อชนิดนี้มีอีกหนึ่งชื่อเรียกคือ สินเชื่อเงินด่วน เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ยื่นขออนุมัติได้ในเวลาสั้น ๆ เมื่อเทียบกับการขอสินเชื่อชนิดที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถยนต์ โดยผู้ขอสินเชื่อจะได้รับเงินสด หรือเงินสดโอนเข้าบัญชีจากสถาบันการเงิน แล้วทำหน้าที่ผ่อนชำระหนี้คืนสถาบันการเงินในภายหลังพร้อมดอกเบี้ย

สินเชื่อเงินด่วน มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร?
มีทั้งหมด 3 ประเภท ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

บัตรเครดิต
- ใช้รูดซื้อสินค้าและบริการแทนการใช้เงินสด
- ระยะปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 55 วัน
- วงเงิน 2-3 เท่าของรายได้ต่อเดือน
- อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 20% ต่อปี
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมาย เช่น กดเงินสดออกมาใช้ได้ (คิดค่าธรรมเนียม 2-4%) ผ่อนชำระค่าสินค้าและบริการที่รูดซื้อไปในภายหลังได้ตามเงื่อนไขของบัตร รับส่วนลดพิเศษ และสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นานหลายเดือน สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมรายการ การใช้แต้มสะสมในบัตรแลก rewards ตามต้องการ
- ใช้เสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น เมื่อประกันแจ้งว่าให้จ่ายค่ารักษาด้วยตนเองก่อน ค่อยมาทำเรื่องเบิกภายหลัง หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องซื้อของเดี๋ยวนั้น แต่ยังไม่มีเงินสดอยู่กับตัว
- สมัครบัตรเครดิตได้ทันที หากเงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด แม้จะมีค่าธรรมเนียมรายปี แต่ก็โทรไปขอยกเว้นได้ในหลายกรณีด้วยกัน

บัตรกดเงินสด
 - ใช้กดเงินสดออกมาใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นเร่งด่วน
 - วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน
 - อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 28% ต่อปี
 - เหมาะกับการใช้งานในลักษณะที่เร่งใช้เงินก้อน เพราะให้วงเงินสูงกว่าบัตรเครดิต คล่องตัวกว่าเพราะได้รับมาในรูปแบบเงินสด สามารถนำไปใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ทั้งยังสามารถเบิกถอนเงินได้ตลอด 24 ชม.
 - ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้เป็นอย่างดี แต่ควรมั่นใจว่าจะสามารถปิดหนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงและคิดเป็นรายวัน
 - สมัครบัตรกดเงินสดได้ทันที หากเงื่อนไขเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด หากไม่กดเงินสดออกมา ก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด

สินเชื่อส่วนบุคคล
- ยื่นขอสินเชื่อเมื่อมีเหตุจำเป็นให้ต้องใช้เงินก้อนใหญ่
- วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน หรืออาจสูงกว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของสถาบันการเงิน และปัจจัยอื่น ๆ ในเวลานั้น
- อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 28% ต่อปี แต่ด้วยการแข่งขันกันระหว่างสถาบันการเงิน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจริงจึงอาจสูงไม่ถึง 28% ต่อปี
- ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้สูงสุด 5 ปี หรืออาจสูงกว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของสถาบันการเงิน และโปรโมชันส่งเสริมการขายในช่วงเวลานั้น
- เหมาะกับการใช้เงินก้อนใหญ่ แต่มีความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนไม่มาก การผ่อนชำระในระยะยาวมากขึ้น จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ให้สามารถนำเงินไปใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นอื่น ๆ ด้วยได้ ไม่จำเป็นต้องรัดเข็มขัดมากจนเกิดความเครียดตามมา
- ควรสมัครเมื่อเกิดเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก้อน ปัจจุบันสถาบันการเงินใช้เวลาพิจารณาอนุมัติไม่นานเท่าในอดีต อาจใช้เวลาราว 3- 5 วันทำการ

           จากคุณสมบัติของสินเชื่อธุรกิจทุกประเภทที่กล่าวมา จะสังเกตได้ว่าแต่ละผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างกันออกไป บัตรกดเงินสดเปรียบเหมือนวงเงินสดฉุกเฉิน เบิกถอนได้ตลอด 24 ชม. บัตรเครดิตช่วยเสริมสภาพคล่องให้การซื้อสินค้าและบริการเป็นไปได้อย่างราบรื่น คุ้มค่าทุกการใช้จ่าย ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลก็ให้เงินก้อนใหญ่ แต่ผ่อนชำระได้ในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม การจะสมัครสินเชื่อเหล่านี้ ควรมีรายได้ประจำที่แน่นอน และแสดงเอกสารหลักฐานได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีประวัติการชำระหนี้อยู่ในระดับดี ไม่ควรมีประวัติผิดนัดชำระหนี้มาก่อน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการสมัครจึงควรรักษาวินัยทางการเงินให้อยู่ในระดับดี เพื่อช่วยให้สมัครสินเชื่อผ่านได้ง่ายขึ้น และย่นระยะเวลาพิจารณาอนุมัติให้สั้นลง  แต่อย่าลืมศึกษาเรื่องสินเชื่อsme (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/content/sme) ไว้ด้วยล่ะ

ที่มาข้อมูล
https://moneyhub.in.th/article/cash-loan-4/
https://moneyhub.in.th/article/why-we-should-use-cash-card/
https://www.moneyguru.co.th/personal-loan/articles/5ข้อควรรู้ก่อนขอสินเชื่อส่วนบุคคล/

30
เลือกประกันรถยนต์แบบไหน ที่ช่วยให้ความคุ้มค่าและให้ความคุ้มครองได้อย่างไร้กังวล
ถึงแม้เราจะขับรถยนต์ด้วยความระมัดระวังมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าในทุกครั้งจะไม่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ดังนั้นการเลือกประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานรถของเราจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งจะต้องพิจารณาลักษณะผู้ขับรถดังต่อไปนี้
ถ้าคุณมีประสบการณ์ในขับขี่ที่น้อย หรือเป็นมือใหม่หัดขับ แนะนำให้ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 น่าจะดีที่สุด เนื่องจากการที่คุณยังไม่ชำนาญในการขับขี่ อาจจะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด ดังนั้นต้องเลือกประกันภัยชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองและครอบคลุมมากที่สุด โดยประกันชนิดนี้ทั้งตัวรถของเรา คู่กรณี ประกันอุบัติเหตุ (เพิ่มเติมที่ : https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/accident-insurance.html ) ทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีฅู่กรณี และยังรวมไปถึง ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม โจรกรรม ไฟไหม้ และรถหายอีกด้วย หมดปัญหาเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งสำหรับตัวของเราและคู่กรณี รวมถึงผู้โดยสารด้วย แต่ประกันประเภทนี้จะไม่คุ้มครองเหมือนประกันสุขภาพ หรือประกัน opd ที่คุ้มครองการเจ็บป่วยหรือโรคต่าง ๆ โดยอาจมีหลายคนเข้าใจผิดเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งต้องอธิบายตรงนี้ว่าการรักษาพยาบาลในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์นั้น ต้องเกี่ยวเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เท่านั้น หากต้องการความคุ้มครองการเจ็บป่วยทั่วไป ควรพิจารณาทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมต่างหาก และเมื่อเดินทางก็ต้องทำ ประกันการเดินทางด้วย เพราะประกันอุบัติเหตุเองก็จะไม่ครอบคลุม และยังมีประกัน opd ให้เลือกเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งประกันสุขภาพนี้มีหลายแพ็กเกจให้เลือกเช่นกัน
แต่ถ้าคุณอยากประหยัดเบี้ยประกัน การเลือกประกันชั้น 2+ นั้นเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่านำมาพิจารณา เนื่องจากให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันกับประกันชั้น 1 แต่แตกต่างกันตรงที่ไม่คุ้มครองรถยนต์ที่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์ส่วนบุคคล เช่น รับจ้าง ให้เช่า เป็นต้น อีกทั้งไม่คุ้มครองการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี หรือก็คือไม่มีประกันอุบัติเหตุ เมื่อเราขับรถไปเฉี่ยวชนกับวัตถุใด ๆ ที่ไม่ใช่ยานพาหนะทางบกนั่นเอง
แต่ถ้าคุณมีประสบการณ์การขับขี่ที่มากขึ้นหน่อย อาจจะเลือกประกันชั้น 2 ซึ่งมีลักษณะความคุ้มครอง ทั้งด้าน ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน น้ำท่วม รถหาย และไฟไหม้ เช่นเดียวกับชั้น 2+ แต่แตกต่างกันตรงที่ทางประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมให้กับคู่กรณีของคุณเท่านั้น นั่นก็คือคุณจะต้องจ่ายค่าซ่อมรถของคุณเองไม่ว่ากรณีใด ๆ
สำหรับประกันภัยรถยนต์อีกประเภทคือ ชั้น 3 และ 3+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่มีค่าเบี้ยประกันภัยย่อมเยาลงมาตามสัดส่วนกับความคุ้มครอง ถ้าให้แนะนำก็แนะนำชั้น 3+ จะครอบคลุมดีกว่าชั้น 3 เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ในการขับขี่ มีชั่วโมงการขับรถมายาวนาน หรือแม้กระทั่งรถยนต์ของคุณเก่าจนเกินไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถทำประกันประเภท 1 และ 2 หรือ 2+ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้
โดยสรุปการเลือกประกันรถยนต์ให้ได้ความคุ้มค่าและความคุ้มครองแบบไร้กังวล จะต้องดูองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ ประสบการณ์ในการขับขี่ และ อายุของตัวรถ ถ้าคุณมีประสบการณ์ในการขับขี่ที่ไม่มากนัก การทำประกันชั้น 1, 2+, 2 จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า โดยจะครอบคลุมไปถึงประกันอุบัติเหตุทำให้หมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งในส่วนของเราและคู่กรณี แต่หากคุณมีประสบการณ์การขับขี่ที่มากพอ หรืออาจจะใช้รถยนต์ไม่บ่อย หรืออายุรถเกิน ก็ยังมีประกันภัยชั้น 3 หรือ 3+ ให้เลือกซื้อได้
อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาคือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ส่วนประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า พรบ. นั้น ต้องทำทุกปีพร้อมการต่อภาษีรถยนต์อยู่แล้ว ซึ่งจะให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถยนต์ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้คุ้มครองถึงทรัพย์สิน ค่าซ่อมรถต่าง ๆ
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2+ หรือ 3+ แม้จะถูกเรียกว่าภาคสมัครใจ แต่การทำประกันไว้ย่อมดีกว่าแน่นอน เพราะคุณจะไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ทั้งของคุณเองและคู่กรณี อีกทั้งวงเงินค่ารักษาพยาบาลก็มากกว่าด้วย

ที่มาข้อมูล
-   https://www.roojai.com/article/car-insurance-tips/car-insurance-type-2-plus/
-   https://www.mrkumka.com/which-car-insurance-good-for-you/
-   https://www.silkspan.com/online/article/auto/28/
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/car-insurance/motor-insurance-type-1.html
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/car-insurance/motor-insurance-type-2-plus-plus.html
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/car-insurance/motor-insurance-type-2-kumgun.html
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/car-insurance/motor-insurance-type-3-plus-plus.html
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/car-insurance/motor-insurance-type-3-kumgun.html

31
แต่งตัวบอดี้สูทสไตล์สายฝอ
            บอดี้สูทเป็นอีกหนึ่งไอเท็มลับสุดแซ่บสำหรับสาว ๆ หลาย ๆ คน ไม่ว่าจะใส่ยังไงก็จะยังดูแซ่บซี๊ดจนเข็ดฟันเลยทีเดียว แต่บอดี้สูทเนี่ยไม่ได้จะแมทช์ให้ได้ลุคที่แซ่บ ๆ อย่างเดียวเพราะสามารถแมทช์ได้หลายลุคหลายสไตล์มาก ไม่ว่าจะเป็นลุคที่ดูเป็นทางการ ลุคสาวมั่นสุดจี๊ด ลุคสายฝอสุดแซ่บ หรือจะเป็นสตรีทแฟชั่นสุดเท่ก็ได้ บอดี้สูทสามารถแต่งได้หลายลุคก็จริงอยู่ แต่ถ้าอยากได้เป็นสาวแซ่บสายฝอล่ะจะทำยังไง ใครอยากรู้มาทางนี้เลยค่ะ เพราะเรามีไอเดียการแมทช์บอดี้สูทยังไงให้กลายเป็นสายฝอสุดปัง
อย่างแรกเราต้องมีบอดี้สูทที่ปัง ๆ สักตัวก่อน อาจจะเป็น Off-the-shoulder Body จากแบรนด์ H&M ที่เป็นบอดี้สูทเปิดไหล่ผ้าเจอร์ซีย์เนื้อยืดแบบมีความเงา เน้นทรงส่วนเต้าพร้อมโบว์ด้านหน้าที่จะเน้นทรวดทรงและเปิดไหล่เล็กน้อย กระดุมแป๊กที่เป้าและด้านหลังเว้าสูงเพื่อเพิ่มความเซ็กซี่ แมทช์กับ กระโปรงกางเกงยีนส์เอวสูงทรงเลกกิ้งหรือสกินนี่ จะช่วยให้ขาดูเรียวยาวมากขึ้น เพิ่มความแซ่บด้วยรองเท้าบูทผู้หญิงหนังสีดำหุ้มต้นขา บอกเลยว่าปังไม่ไหวค่ะ
แต่สาว ๆ คนไหนอยากได้ลุคที่แซ่บกว่านั้นก็ต้องเป็นบอดี้สูทสายเดี่ยวคอลึกเว้าหลังสีสันที่โดดเด่นแบบใครเห็นก็ต้องมอง แมทช์กับกระโปรงยีนส์ (เพิ่มเติมที่ : https://th.hm.com/th_th/ladies/shop-by-product/skirts/denim-skirts.html ) เพื่อให้ดูเป็นลุคสาวน้อยแสนซนเพิ่มความเก๋ด้วยรองเท้าบูทผู้หญิงหนังสีดำหุ้มต้นขาคู่เดิม หรือจะเปลี่ยนเป็นรองเท้าบูทผู้หญิงหุ้มข้อสั้นก็จะได้อีกหนึ่งลุคแบบสายฝอปัง ๆ
สาว ๆ ที่เป็นสายฝออยู่แล้วหรือกำลังเดบิวต์ที่จะเป็นสายฝอก็อย่าลืมซื้อบอดี้สูท เก๋ ๆ มาไว้ติดตู้สักตัวเพราะสามารถแมทช์ได้หลายโอกาสมาก นำมาแมทส์กับกางเกงยีนส์เอวสูงก็จะได้ลุคที่เท่ซ่าก๋ากั๋น หรือจะแมทช์กับกระโปรงยีนส์ก็จะได้ลุคที่ดูแซ่บ แต่ถ้าไม่รู้จะเลือกแบบไหน แนะนำให้เลือกบอดี้สูทผ้ายืดอาจจะเป็นสีเรียบหรือลายปริ้นท์น่ารัก ๆ แค่นี้ก็จะได้กลายเป็นสาวมั่นสายฝอในลุคบอดี้สูทสุดเก๋แล้วค่ะ

32
แนะนำ 5 สูตรชงกาแฟร้อนทั้งกาแฟดำและกาแฟใส่นมที่ชงดื่มเองได้ง่าย ๆ ในช่วงกักตัวอยู่บ้าน
          ช่วงการระบาดของโควิด-19 หลายคนต้องปรับเปลี่ยนมาเวิร์คฟรอมโฮมเป็นส่วนใหญ่ และทำให้เรารู้สึกเครียดเพราะไม่ได้ออกไปเจอใครข้างนอก ดังนั้นการหากิจกรรมทำที่บ้านก็จะช่วยผ่อนคลายให้คุณคลายเครียดได้ การชงกาแฟก็เป็นหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจและทำได้ง่าย วันนี้เราจึงมาแนะนำสูตรชงกาแฟที่แม้ไม่ได้ออกจากบ้านแต่คุณก็ยังได้ดื่มกาแฟรสชาติเยี่ยม เหมือนได้นั่งจิบกาแฟร้อนในคาเฟ่เลยทีเดียว
1.      เอสเปรสโซ่ร้อน เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับช่วงเช้า เพราะจะทำให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าเป็นกาแฟดำ (เพิ่มเติมที่ : https://cooking.kapook.com/view241135.html ) แบบช็อต ดื่มง่าย มีความเข้มข้น วิธีชงกาแฟสูตรนี้เรียกว่าจุดเด่นอยู่ที่อุณหภูมิน้ำที่ร้อนประมาณ 90 องศาเซลเซียส เลือกกาแฟแคปซูล Ispirazione Palermo Kazaar เป็นสูตรที่เข้มข้นเนื้อกาแฟแน่น หรือจะเป็น Ispirazione Napoli รสชาติเข้มแต่เนียนนุ่ม ใส่แคปซูลไปในเครื่องและกดกาแฟออกมาที่ 1.5 ออนซ์ ก็พร้อมเสิร์ฟทันที
2.      อเมริกาโน่ร้อน สำหรับคนที่ไม่ชอบกาแฟเข้มข้น อเมริกาโน่คือคำตอบที่ดีที่สุด เป็นการใช้กาแฟดำรสชาติเข้ม 1 ช็อตและตามด้วยน้ำร้อน 5-6 ออนซ์ เพื่อลดความเข้มของกาแฟ สามารถเลือกแคปซูลกาแฟแบบไหนก็ได้ที่ชื่นชอบ เช่น Cosi จุดเด่นที่กลิ่นไหม้จากการคั่วรสชาติกลมกล่อม Tokyo Vivalto Lungo กาแฟกลิ่นดอกไม้ เป็นต้น
3.      ลาเต้ร้อน เป็นเมนูที่ดื่มง่าย เน้นนมเป็นส่วนสำคัญ เริ่มจากเลือกกาแฟแคปซูลรสชาติใดก็ได้ กดกาแฟจากเครื่องประมาณ 1 ช็อต หรืออยู่ที่ 1.5 ออนซ์ จากนั้นก็สตรีมนมร้อนประมาณ 4-6 ออนซ์ ให้ได้เนื้อฟองนมละเอียด จากนั้นนำนมที่สตรีมแล้วค่อย ๆ บรรจงเทลงไปในถ้วยกาแฟ ดื่มง่าย รสชาติไม่เข้มเกินไป
4.      คาปูชิโน่ร้อน สำหรับคนที่ไม่ชอบกาแฟดำแต่อยากดื่มกาแฟใส่นมที่มีรสเข้ม คาปูชิโนคือคำตอบที่ดีที่สุด เริ่มต้นง่าย ๆ จากการเลือกใช้แคปซูล Buenos Aires Lungo มีกลิ่นหอมของธัญพืชผสมกาแฟรสชาติกลมกล่อม หรือจะเป็น Capriccio กาแฟหอมมันมีรสชาติเฉพาะตัว กดออกมาที่ 3 ออนซ์ จากนั้นสตรีมนมสดร้อนให้เกิดฟองละเอียด จากนั้นค่อย ๆ ตักฟองใส่ที่ถ้วยกาแฟให้เต็มแก้ว แล้วโรยด้วยผงซินนาม่อนหรือโกโก้ เป็นอันเสร็จ
5.      มอคค่า สำหรับสายหวานและคนที่ไม่ชอบกาแฟเพียว ๆ มอคค่าเป็นกาแฟผสมโกโก้ที่รสชาติเยี่ยม เริ่มต้นด้วยการเลือกใช้แคปซูลกลุ่ม Espresso เพราะรสชาติกาแฟจะค่อนข้างเข้ม ใช้กาแฟ 3 ออนซ์ จากนั้นตามด้วยซอสโกโก้ที่ 1-1.5 ออนซ์ ผสมลงไป สตรีมนมสด 4-5 ออนซ์ให้เกิดฟอง จากนั้นค่อย ๆ เทลงไปในถ้วยกาแฟ โรยผงโกโก้ ตกแต่งที่ฟองนม เป็นอันเสร็จ
บ้านไหนที่มีเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติด้วยแล้วเรียกว่าสะดวกและสบายมาก ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเมนูไหน ๆ ก็ชงง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่ง 5 สูตรชงกาแฟที่เราแนะนำข้างต้นนั้น เป็นสูตรกาแฟร้อนที่เราสามารถปรับเปลี่ยนส่วนผสมได้ตามใจชอบ เนสเพรสโซก็มีกาแฟให้เลือกกว่า 20 รสชาติ ทำให้ช่วงกักตัวจะเป็นช่วงที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
ที่มาข้อมูล
-   https://bit.ly/33J8kLY
-   https://bit.ly/3oj0yle

33
เปิดรายละเอียดสินเชื่อบ้านใหม่ SCB มอบอิสระเลือกผ่อนได้ตามใจคุณ
   กระบวนการหนึ่งที่สำคัญในการซื้อบ้านใหม่นั่นก็คือ การยื่นขอสินเชื่อบ้านกับทางธนาคาร เพื่อให้มีวงเงินเพียงพอมาผ่อนบ้านในฝันได้อย่างราบรื่น วันนี้เราเลยขอมาเอาใจคนที่กำลังวางแผนจะซื้อบ้านใหม่หลังแรกด้วยรายละเอียดสินเชื่อบ้าน (เพิ่มเติมที่ : https://www.scb.co.th/th/personal-banking/loans/home-loans.html ) ใหม่จาก SCB ที่ให้คุณสามารถออกแบบอัตราดอกเบี้ยได้อย่างอิสระ
   สินเชื่อบ้านใหม่ของ SCB เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั้งการซื้อบ้านและคอนโด โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงที่จะช่วยให้การมีบ้านในฝันของคุณไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป พร้อมกับสิทธิพิเศษในการยื่นขอกู้บ้านได้ทั้งหมด 100% ของราคาประเมิน นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องวางเงินดาวน์ในวงเงินสูง ๆ ก็สามารถยื่นทำเรื่องขอกู้เงินไปซื้อบ้านในฝันได้
   นอกจากนั้นคุณยังสามารถกำหนดรูปแบบอัตราดอกเบี้ยบ้านอย่างอิสระได้ตามความสะดวกและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เลือกได้เลยว่าต้องการจะจ่ายแบบดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัว ต่างจากสินเชื่อสถาบันการเงินอื่นที่มักจะปรับอัตราดอกเบี้ยบ้านเป็นแบบลอยตัวเมื่อผ่อนผ่านไปแล้ว 2 - 3 ปี จึงทำให้คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นตามไปด้วยจนอาจจะต้องไปขอรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ยในภายหลัง นั่นเท่ากับว่าคุณไม่จำเป็นต้องรีบหาเงินมาโป๊ะยอดสูง ๆ ในช่วงที่คิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้เลยว่าการยื่นขอกู้เงินกับสินเชื่อบ้าน SCB คุณจะสามารถผ่อนบ้านอย่างสบายใจได้ยาว ๆ ซึ่งมีระยะเวลาการผ่อนบ้านนานสูงสุดอยู่ที่ 30 ปี แบบลดต้นลดดอก โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วไม่เกิน 65 ปี และด้วยเป็นการผ่อนแบบลดต้นลดดอกคุณจึงสามารถโป๊ะได้เมื่อพร้อม หรือจะผ่อนชำระแบบขั้นบันไดก็จะยิ่งทำให้ระยะเวลาการผ่อนสั้นลงด้วยโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของบ้านก็จะเร็วขึ้นตามไปด้วยและหากคุณเลือกผ่อนแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ก็ผ่อนสบายยาว ๆ ไม่ต้องมานั่งลุ้นอัตราดอกเบี้ยปีต่อปีในภายหลัง
   วิธีการยื่นขอสินเชื่อกับทาง SCB ก็ง่าย ๆ ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารหลักประกันสัญญาซื้อขายและหนังสือรับรองรายได้ย้อนหลัง 6 เดือน เท่านี้ก็สามารถยื่นขออนุมัติสินเชื่อได้ง่าย ๆ ทั้งยังทราบผลการอนุมัติได้รวดเร็วด้วย พร้อมมีที่ปรึกษามืออาชีพคอยดูแลวางแผนการขอสินเชื่อให้คุณอีกด้วย
   สินเชื่อบ้านใหม่ของ SCB จึงเป็นรูปแบบสินเชื่อที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การผ่อนบ้านที่สามารถปรับได้ตามความต้องการส่วนบุคคลทำให้การผ่อนชำระของคุณมีความสุข ไม่ต้องกลุ้มกังวลกับอัตราดอกเบี้ยสูง ๆ เพื่อให้คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านใหม่ในฝันได้อย่างไม่ยากเย็น
ที่มาข้อมูล
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/loans/home-loans/scb-new-loan.html


34
        หากกล่าวถึงเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์เสริมสร้างพลังงาน ผลิตภัณฑ์ไมโล เป็นแบรนด์หนึ่งที่มักถูกพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 60 ปี เรียกได้ว่าเป็นรสชาติความผูกพันที่ครองใจคนไทยทุกวัยจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะ ไมโล 3 อิน 1 ที่นอกเหนือจากรสชาติอร่อยแล้วยังมีประโยชน์ดี ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย

   ประโยชน์ของไมโล ที่สำคัญเลยก็คือช่วยเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกายเพราะใน ผลิตภัณฑ์ไมโล มีส่วนประกอบหลักอย่างโปรโตมอลต์ ซึ่งเป็นมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เล่ย์สูตรเฉพาะของไมโลที่ให้พลังงานแก่ร่างกายต่อเนื่องยาวนานเพราะตัวโปรโตมอลต์มีโมเลกุลของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่สลายเป็นน้ำตาลได้ช้ากว่ามอลต์ทั่วไปที่ส่วนใหญ่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว แถมโปรโตมอลต์ยังมีกลิ่นและรสชาติหอมอร่อยเป็นเอกลักษณ์ นี่จึงทำให้ ไมโล 3 in 1 แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตมอลต์ทั่วไปในท้องตลาด

   นอกจากนี้ในไมโลยังมีปริมาณโปรตีนและแคลเซียมสูงซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทั้งยังส่งผลต่อการเจริญเติบและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่ผสานกันมาอย่างลงตัวในรูปแบบ Activ-Go เช่น วิตามินบี 6 บี 12 ช่วยในการทำงานของประสาทและสมอง วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ธาตุเหล็กช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง เป็นต้น โดยแร่ธาตุและวิตามิน Activ-Go เหล่านี้จะค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังงานและสารอาหารสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องยาวนานได้ทั้งวัน

   ไม่เพียงเท่านั้นผลิตภัณฑ์ ไมโล 3 อิน 1 ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุและคนรักสุขภาพที่ต้องควบคุมอาหารและปริมาณน้ำตาลเพราะมี ไมโล สูตรหวานน้อย ที่ลดปริมาณน้ำตาลลงถึง 30% และไมโล ไม่มีน้ำตาล แต่ไปเน้นเพิ่มปริมาณนมที่ให้ความหวานตามธรรมชาติทำให้มีโปรตีนปริมาณมากถึง 5,000 มิลลิกรัม จากสูตรปกติที่มีเพียง 4,000 มิลลิกรัม จึงมีแคลเซียมสูงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหากระดูกและกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก ที่สำคัญทั้ง ไมโล น้ำตาลน้อย และสูตรปราศจากน้ำตาลได้รับตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice Logo) รับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาล ไขมันและโซเดียมในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย

        หลาย ๆ คนอาจจะมองเห็นภาพว่าไมโลเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเท่านั้นแต่จริง ๆ แล้ว ไมโล 3 อิน 1 สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ แถมยังมีรูปแบบผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนทุกวัย เด็ก ๆ ที่ชื่นชอบความหวานดื่มสูตรปกติ ส่วนผู้ใหญ่ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลเลือกดื่ม ไมโล สูตรหวานน้อย หรือผงนมไมโลไม่มีน้ำตาล แต่ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนก็มีรสชาติกลมกล่อมลงตัวและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งประโยชน์ดี ๆ เหล่านี้ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์ไมโลครองใจคนทุกเพศทุกวัยเสมอมา หากสนใจผลิตภัณฑ์ไมโลผง (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/our-products/milo-powder) สามารถติดตามโปรโมชั่นไมโล ได้ที่นี่ https://www.milo.co.th/
   
ที่มาข้อมูล
-   https://www.sanook.com/campus/1382705/
-   https://www.milo.co.th/goodness-of-milo
-   https://www.milo.co.th/our-products/milo-3in1

35
แนะนำเครื่องชงกาแฟแคปซูล Nespresso 4 รุ่นท็อปฮิตที่น่าใช้ที่สุด
การชงกาแฟสดดื่มกันภายในบ้านหรือในสำนักงานปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอีกต่อไป เพราะมีเครื่องทำกาแฟที่มีความทันสมัยและใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยทำให้การชงกาแฟสะดวกง่ายดายมากขึ้น แต่หากจะให้ล้ำมากขึ้นหลายคนจะเลือกใช้เครื่องชงกาแฟแคปซูลที่เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของการชงกาแฟ ซึ่งเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่กำลังได้รับความนิยมสูงมาก โดยเฉพาะ 4 รุ่นท็อปฮิตจาก Nespresso ที่ถูกใจคอกาแฟยุคใหม่มาก ๆ ในขณะนี้ ได้แก่
     อันดับ 1 Nespresso Essenza Mini เป็นรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเพียงแค่ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายหรือพกพาไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้ง่าย ทั้งยังเป็นรุ่นที่สามารถใช้กับ สูตรชงกาแฟได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำสูตรคลาสสิก อย่างเอสเพรสโซ่หรืออเมริกาโน่ (เพิ่มเติมที่ : https://www.sanook.com/news/8396682/ ) ไปจนถึงกาแฟสูตรนม อย่างลาเต้และคาปูชิโน่ได้แบบสบาย ๆ เพราะมีการจัดเซตคู่กับเครื่องทำฟองนมมาให้พร้อมใช้งานด้วย
    อันดับ 2 Nespresso Atelier เป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่โดนใจคอกาแฟอย่างมากเพราะมีฟังก์ชันเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น มีก้านปั่นฟองนม ทำฟองนมแบบร้อนหรือเย็นได้ (Hot Foam และ Cold Foam) และยังสามารถเลือกปรับระดับความสูง – ต่ำของก้านปั่นฟองนมได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบการทำความร้อนเร็วด้วยเวลาเพียง 25 วินาที มีแรงดัน 19 บาร์ และมีระบบแจ้งเตือนเมื่อต้องขจัดคราบตะกรันสำหรับน้ำกระด้าง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการดูแลเครื่องให้มีอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานมากขึ้นนั่นเอง
อันดับ 3   Nespresso Inissia เป็นเครื่องชงกาแฟอีกรุ่นที่มาในรูปทรงกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและเข้ากับการตกแต่งได้ง่าย รูปลักษณ์สวยเก๋และนิยมนำไปใช้ประดับตกแต่งสถานที่ได้ด้วย  โดยสามารถใช้ชงกับแคปซูลกาแฟในแบบของบาริสต้าได้ทุกเมนูที่ต้องการ เครื่องนี้ใช้แรงดัน 19 บาร์ และมีระบบการทำความร้อนได้เร็วด้วยเวลาเพียง 25 วินาทีเท่านั้น ทั้งยังมีระบบประหยัดพลังงานด้วยการปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งานเครื่องนานเกิน 9 นาที
อันดับ 4  Nespresso รุ่น Pixie Electric เป็นรุ่นที่โดดเด่นในด้านดีไซน์ที่ทันสมัย มีทั้งเฉดสีแดงและสีบรอนด์ในรูปทรงโค้งมนสวยเก๋ หลายคนจึงนิยมนำมาวางตกแต่งสถานที่ไปพร้อมกับการชงกาแฟด้วย สำหรับเครื่องรุ่นนี้มีขนาดกะทัดรัดด้วยน้ำหนักเพียง 2.8 กิโลกรัมเท่านั้น ช่วยให้การจัดวางเป็นไปได้ง่ายและสะดวก โดยสามารถใช้ชงกาแฟได้ทั้งแบบ Espresso และ Lungo ในเวลาไม่ถึง 1 นาที เพราะตัวเครื่องสามารถทำความร้อนได้เร็ว พร้อมกับมีแรงดันถึง 19 บาร์ จึงช่วยให้คอกาแฟดื่มด่ำกับกาแฟรสชาติกลมกล่อมได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับเครื่องชงกาแฟ Nespresso ทุกรุ่นยังมีการรับประกันตัวเครื่องให้ถึง 2 ปี โดยคุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nespresso.com/th/th/order/machines

ที่มาข้อมูล
-   https://www.wongnai.com/news/nespresso-atelier
-   https://home.kapook.com/view237923.html
-   https://www.nespresso.com/th/th/order/machines/pixie-red-coffee-machine
-   https://www.nespresso.com/th/th/order/machines/inissia-red-coffee-machine
-   https://www.nespresso.com/th/th/order/machines/essenza-mini-ruby-red

36
            ใคร ๆ ก็รู้ว่ามื้อเช้าสำคัญสำหรับลูกแค่ไหน เพราะนอกจากจะทำให้น้อง ๆ อิ่มท้องก่อนไปโรงเรียนแล้ว ยังเป็นมื้อสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกายและสมอง ช่วยเสริมสร้างพละกำลังให้แข็งแรง มีความจำดีและมีสมาธิมากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่และน้อง ๆ มาเข้าครัวกับ ไอเดียอาหารเช้าสุดเจ๋ง มาดูกันว่าเราจะมีเมนูอาหารเช้าลูกก่อนไปโรงเรียน อะไรมาเติมพลังให้เด็ก ๆ กันบ้าง

1.   ข้าวห่อไข่
            เริ่มกันที่ข้าวห่อไข่กันดีกว่า เป็นอาหารเช้าสำหรับเด็กที่น่ากินมาก เริ่มแรกก็ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน และรอให้กระทะร้อนสักครู่ ระหว่างนั้นตอกไข่เป็ดใส่ชามลงไป 2 ใบ ปรุงด้วยเกลือและนมสด คนให้เข้ากัน ใส่เนยลงกระทะให้ละลายแล้วเทไข่ลงไป เอียงกระทะให้ไข่แผ่กระจายให้ทั่ว พอไข่เริ่มสุกก็ให้ใส่หมูแฮม ชีสและข้าว 1 ถ้วยลงไปตรงกลางไข่ จากนั้นห่อไข่ง่าย ๆ ด้วยการพับไข่จากวงกลมทั้ง 4 ด้านเข้าด้วยกัน และคว่ำกระทะลงบนจานออกมาเป็นไข่รูปสี่เหลี่ยม ตกแต่งจานด้วยแตงกวาและมะเขือเทศหั่นเต๋า และทานคู่กับซอสมะเขือเทศ น่ากินสุด ๆ

2.   โจ้กทูน่า
            โจ๊ก คือ ไอเดียอาหารเช้า (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/blog/ไอเดียอาหารเช้าเด็กก่อนไปโรงเรียน) ที่ครองใจใครหลายคนเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าเป็นโจ๊กทูน่าอาจจะไม่ค่อยได้ทานกันเหมือนโจ๊กหมู ซึ่งเราทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใส่น้ำซุปไก่หรือกระดูกหมูลงในหม้อ ใส่ข้าวลงไปคนจนนิ่มเหลวเหมือนเนื้อโจ๊ก ตามด้วยทูน่า แครอท ฟักทอง ไข่ลวก และต้นหอมซอยเล็กน้อย เท่านี้เราก็ได้โจ๊กอร่อยหอม ๆ เป็น อาหารเช้า เด็ก ที่เปี่ยมด้วยโปรตีน เหยาะซอสปรุงรสไปสักหน่อยก็เป็นอันใช้ได้แล้วล่ะ

3.   ข้าวราดเต้าหู้ทรงเครื่อง
            เมนูอาหารเช้าสำหรับเด็กนี้ บอกเลยว่าสีสันน่ารับประทานและชวนหิวมาก ๆ ขั้นแรกให้ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่หมูสับลงไปผัดจนสุก และใส่ผักหลากสีสันชิ้นเล็กลงไป เช่น บรอกโคลี แครอท ข้าวโพดอ่อน และถั่วลันเตา ปรุงรสให้อร่อยด้วยน้ำมันหอย ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และแป้งมันะลายน้ำเพื่อความข้น ตบท้ายด้วยการใส่เต้าหู้ถั่วเหลืองหั่นเต๋าลงไปหรือจะใช้เต้าหู้ไข่ก็ได้ตามชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักราดข้าวสวยร้อน ๆ พร้อมเสิร์ฟ

            อาหารเช้าลูกก่อนไปโรงเรียนจะอร่อยมากขึ้น ไม่มีปัญหาเด็กผอมมากหรือลูกเลือกกิน (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/blog/เลือกอาหารอย่างไรให้ลูกโตสมวัย) ถ้าทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาทำมื้อเช้าด้วยกัน แต่อาหารเช้าเด็กจะอร่อยและมีคุณค่ามากขึ้นถ้าทานคู่กับไมโล เพราะนอกจากจะอร่อยแล้ว ประโยชน์ของไมโล ยังช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาสมองอีกด้วย เห็นประโยชน์ของไมโลแบบนี้แล้ว อย่ารอช้าที่จะให้เด็ก ๆ ดื่มไมโลกันหลังมื้อเช้าด้วยนะ

ที่มาข้อมูล
-   https://www.wongnai.com/recipes/tuna-amaranth-rice-soup
-   https://www.wongnai.com/recipes/tofu-in-ketchup-sauce
-   https://www.cpbrandsite.com/tips-tricks/ข้าวห่อไข่ทำยังไงให้เนียนนุ่มน่าทาน

37
3 คอนโดกรุงเทพ บนทำเลทอง อยู่เองก็ได้ ปล่อยเช่าก็ดี   เงื่อนไขข้อแรก ๆ ที่เราใช้ในการตัดสินใจเลือกคอนโด ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยหรือให้เช่า โดยเฉพาะหากต้องการลงทุนเพื่อปล่อยเช่า ทำเลนับเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เราจึงจะมาแนะนำคอนโดในทำเล New-CBD ที่อนาคตมีแต่รุ่งกับรุ่ง
1.   The Base Garden พระราม 9
The Base พระราม 9 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมือสองเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดกึ่งกลางที่สามารถเข้าในเมือง หรือออกสู่รอบนอกได้อย่างสะดวก เพราะเป็นคอนโดกรุงเทพที่ตั้งอยู่จุดตัดของถนนพระราม 9 กับรามคำแหง ใกล้ทั้งทางด่วนศรีรัชและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ สำหรับผู้ที่เดินทางโดยขนส่งมวลชนที่นี่อยู่ห่างจาก Airport Link สถานีรามคำแหงเพียง 750 เมตรเท่านั้น นี่คือความลงตัวที่ทำให้การเดินทางในเมืองหลวงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเครียดมาก ทั้งยังเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก เพราะมีทั้ง Food Land ห้างเดอะมอลล์บางกะปิ โรงหนังเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ และบิ๊กซี ที่สำคัญบริเวณหน้ารามยังมีร้านค้าตลอดวันทั้งร้านอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ สามารถจับจ่ายใช้สอยอย่างสะดวกสบาย ถึงแม้ไม่ใช่ย่านคอนโดติดรถไฟฟ้าก็ตามที
The Base พระราม 9 คอนโด High Rise สูง 35 ชั้น ตกแต่งด้วยสไตล์ Modern ที่มาจากหลักการออกแบบคอนเซ็ปต์ Fit Your Life เพื่อตอบโจทย์ความคล่องตัวในการใช้ชีวิตของคนเมือง
2.   The Line อโศก – รัชดา
The Line อโศก – รัชดา เป็นคอนโดกรุงเทพที่แทรกตัวขึ้นบนพื้นที่ New-CBD (new-central business district) แห่งใหม่ของกรุงเทพ ย่านนี้จึงเป็นความคึกคักทางด้านเศรษฐกิจถัดมาจากย่านสุขุมวิท สีลม ทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ทุกด้าน เพราะเป็นแหล่งรวมของสำนักงาน ตึกใหญ่มากมาย ห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัลพระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรมฯ, บิ๊กซี ร้านค้า ร้านอาหาร และร้านแฮงก์เอ้าท์เรียงราย The Line อโศก – รัชดา ถือว่าเป็น คอนโดรัชดาที่มีความสะดวกในเรื่องการเดินทางอย่างมาก ไม่ว่าจะออกนอกเมืองหรือเข้ากรุงเทพชั้นใน และอยู่ห่างจาก MRT สถานีพระราม 9 เพียง 300 เมตร ถือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าอีกแห่งที่น่าสนใจ
The Line อโศก – รัชดา เป็นคอนโด High Rise 38 ชั้น บนเนื้อที่ 2 ไร่ ลักษณะการออกแบบเน้นความเป็น Modern Luxury ให้มีความเรียบแต่หรู สะท้อนรสนิยมผู้อาศัยได้อย่างเฉียบคม
3.   Noble Revolve รัชดา
Noble Revolve รัชดา อีกโครงการที่มีความยูนีคและพิเศษสุด ๆ ตรงอยู่ติดกับ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมเพียง 100 เมตรเท่านั้น นี่คือคอนโดที่เรียกว่าติดรถไฟฟ้าของจริง อย่างที่รู้กันดีว่าย่านนี้กำลังเป็น New-CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ความเจริญที่เริ่มทยอยหลั่งไหลเข้ามา ทำให้ผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของคอนโดบนทำเลศักยภาพต้องไม่พลาดที่นี่ Noble Revolve รัชดา คอนโด High Rise 40 ชั้น บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ ออกแบบด้วย Revolve Concept คือสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับหมุนได้นั่นเอง
ใครที่กำลังมีความสนใจต้องการซื้อคอนโดมือสองลองดูทั้ง 3 โครงการนี้แล้ว ตกผลึกเข้ากับจุดประสงค์ของตัวเองว่าเหมาะสมกับโครงการไหน ไม่ว่าซื้อเพื่ออยู่เอง หรือปล่อยเช่าบอกเลยว่าเหมาะมาก
หรือหากใครสนใจซื้อคอนโดมือสองย่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดรัชดา, คอนโดห้วยขวาง (เพิ่มเติมที่ : https://www.bkkcitismart.com/ซื้อ/คอนโดพระราม_9 ) และ คอนโดลาดพร้าว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ BKKCITYSMART โทร 02-688-7555 หรือ www.plus.co.th ตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ รับฝากขาย ปล่อยเช่า และการซื้อขายคอนโดมือสอง ครบทุกขั้นตอน พร้อมบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ด้วยทีมงานระดับคุณภาพ

ที่มาข้อมูล
-   https://thinkofliving.com/คอนโด/พาชมตึกเสร็จ-the-base-พระราม-9-รามคำแหง-คอนโด-high-rise-สูง-35-ชั้น-ติดแยกรามคำแหง-จาก-แสนสิริ-รีวิวฉบับที่-1119-330994-รีวิวโครงการ/
-   https://thinkofliving.com/คอนโด-บ้าน/รีวิวตึกเสร็จ-the-line-อโศก-รัชดา-คอนโด-high-rise-ห่างจาก-mrt-พระราม-9-300-เมตร-จาก-แสนสิริ-รีวิวฉบับที่-1884-565430-รีวิวโครงการ/
-   https://thinkofliving.com/คอนโด/noble-revolve-ratchada-คอนโด-40-ชั้น-ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน-ศูนย์วัฒนธรรม-โครงการล่าสุดจาก-noble-รีวิวฉบับที่-295-55105-รีวิวโครงการ/

38
            หากพูดถึงการทำประกันชีวิต เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคย และเชื่อว่าหลายคนก็มีประกันชีวิตเป็นของตัวเองแล้ว แต่หากพูดถึง ประกันชีวิตแบบบํานาญ เชื่อว่าคงมีหลายคนที่สงสัยว่ามันคืออะไร ต่างกับประกันแบบเดิม ๆ ที่เรารู้จักหรือเปล่า วันนี้เราจะมาทำความรู้จักประกันแบบนี้ให้มากขึ้น และสำหรับหลายคนที่รู้แล้วว่ามันคืออะไร แต่ก็ยังสงสัยว่าจะทำประกันแบบนี้ดีหรือไม่ ในวันนี้ ข้อมูลที่เรานำมาแนะนำนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

            ก่อนอื่นเราขอแนะนำประกันบำนาญของ KTB ซึ่งก็คือรูปแบบการทำประกันที่คุณส่งเบี้ยประกันไปในระยะเวลาหนึ่งตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเบี้ยครั้งเดียวเป็นเงินก้อนใหญ่ การจ่ายเบี้ยประกันในระยะ 5 ปี หรือสัญญาที่ระบุให้คุณจ่ายเบี้ยไปจนครบอายุเกษียณ (เช่น อายุ 55 ปี) ไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นอย่างไร สิ่งที่เหมือนกันคือความคุ้มครองจะเกิดขึ้นหลังจากที่คุณเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว โดยผลประโยชน์ที่ได้จะอยู่ในรูปเงินคืนซึ่งถูกแบ่งจ่ายในอัตราเท่า ๆ กันไปจนกระทั่งครบอายุความคุ้มครอง (เช่น คุ้มครองถึงอายุ 85 ปี)

            จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าประกันลักษณะนี้ได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับใครก็ตามที่ต้องการ วางแผน เกษียณ สร้างความมั่นคงทางการเงินให้เกิดขึ้นหลังเกษียณ หรืออย่างน้อยที่สุดคือต้องการมีเงินไว้ใช้ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน ไม่ต้องปวดหัวกับการจัดสรรเงินก้อนใหญ่ และที่สำคัญคือต้องการความคุ้มครองในระยะยาว

            นอกจากเรื่องเงินบำนาญที่จะได้รับอย่างต่อเนื่องไปจนครบอายุสัญญาแล้ว เบี้ยประกันลักษณะนี้ยังนำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกับประกันแบบอื่น และหากคุณเป็นอะไรไปก่อนที่จะครบอายุสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตก่อนวัยเกษียณ หรือเสียชีวิตในระยะที่ยังรับบำนาญอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลว่าทุกอย่างจะสูญเปล่า เพราะผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้จะได้รับเงินชดเชยในอัตราส่วนที่เป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ 

            อย่างไรก็ตาม ประกันบำนาญ ก็มีข้อจำกัดบางอย่างเช่นกัน โดยที่เห็นได้ชัดก็คือ แม้ว่าจะการันตีเงินบำนาญหลังเกษียณให้เราได้ แต่ก็ถือเป็นการออมเงินที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการลงทุนประเภทอื่น (เช่น การซื้อ RMF) ทั้งนี้ก็เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่า ทำให้โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมีน้อยกว่าตามไปด้วย

            นอกจากเรื่องผลตอบแทนแล้ว เงินที่ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับก็เป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดของ ประกันชีวิตแบบบํานาญ เพราะถือว่าอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่าประกันแบบอื่น ฉะนั้นหากเป้าหมายของคุณคือเพื่อมีเงินก้อนใหญ่ไว้ให้ลูกหลาน ก็คงต้องมองหาประกันชีวิตตัวอื่นที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า แต่ถ้าต้องการทั้งเงินบำนาญ และมีเงินจำนวนหนึ่งไว้ให้ลูกหลานด้วย ประกันแบบนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์

            ท้ายที่สุด เราคงตอบคุณไม่ได้ว่าวิธีวางแผนเกษียณ โดยการซื้อประกันเพื่อวัยเกษียณจะเหมาะกับคุณหรือไม่ เพราะแต่ละคนก็มีเป้าหมายที่ต่างกัน แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้ให้ไปนี้ จะสามารถช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และช่วยให้หลายคนไม่ลังเลที่จะเริ่มเตรียมตัวเพื่อวัยหลังเกษียณตั้งแต่วันนี้

 
ที่มาข้อมูล
-   https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/retirement-plan/annuity.html
-   https://www.finnomena.com/muangthailife/pension-or-investment/
-   https://bit.ly/3er3tF8

39
สาวอวบสวยอย่างมั่นใจ ด้วยเทคนิคแต่งกายอำพรางรูปร่างด้วยกางเกงยีนส์ขาม้า
กางเกงยีนส์ขาม้าหรือหลายคนชอบเรียกว่า กางเกงขากระดิ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นไอเท็มที่กลับมาได้รับความนิยมให้หมู่สาว ๆ อีกครั้ง เพราะไม่เพียงแต่มอบลุควินเทจนิด ๆ แต่ยังเหมาะกับสาวอวบ เพราะกางเกงทรงนี้จะช่วยให้เรียวขาดูยาวขึ้นและเพื่อการใส่ยีนส์ขาม้าให้สวยเพรียวกว่าเดิม ลองมาดูเทคนิคดี ๆ ที่จะทำให้สาวอวบสวมใส่ยีนส์ทรงนี้ได้อย่างมั่นใจ
เลือกยีนส์สีเข้ม
เทคนิคสำคัญในการเลือกยีนส์ขาม้าให้ใส่ออกมาแล้วหุ่นเป๊ะ นั่นคือ การเลือกยีนส์ขาม้าสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงินเข้ม เพราะช่วยอำพรางรูปร่างได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญโทนสีเข้มยังจับคู่กับเสื้อผ้าสีอื่นได้ง่ายกว่าโทนสีอ่อน จะหยิบเสื้อสายเดี่ยวสีพื้นหรือเสื้อเปิดไหล่สีสันสดใสมาใส่ก็รอดแน่นอน
เลือกยีนส์ขนาดพอดีตัว
ไม่เพียงแต่เรื่องสีสันเท่านั้น เพราะการเลือกขนาดกางเกงยีนส์พอดีตัวยังช่วยทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากเลือกกางเกงขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้ดูอ้วนกว่าปกติและอาจทำให้ดูลุ่มล่ามไม่น่ามอง แต่หากเลือกกางเกงรัดรูปเกินไปอาจเผยให้เห็นจุดบกพร่อง เพราะฉะนั้นเลือกแบบพอดีตัวและสวมใส่สบายจะดีที่สุด ไม่ว่าจะแมตช์กับรองเท้าแตะผู้หญิง (เพิ่มเติมที่ : https://th.hm.com/th_th/ladies/shop-by-product/shoes/sandals-espandrillos.html ) หรือรองเท้าผ้าใบก็ดี
รองเท้าส้นสูงเท่านั้นถึงเอาอยู่
สาวอวบบอกลารองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าส้นเตี้ยไปก่อน เพราะรองเท้าที่เข้ากับยีนส์ขาม้าที่สุดคือ รองเท้าส้นสูงช่วยให้ช่วงขาดูยาวยิ่งขึ้น ทำให้รูปร่างดูสูงโปร่ง ที่สำคัญยังช่วยเสริมบุคลิก เวลาเดินหลังตรงและท่าทางการเดินสวยขึ้นอีกด้วย
เลือกเสื้อผ้าท่อนบนที่ช่วยพรางหุ่น
ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการเลือกเสื้อผ้าท่อนล่างเท่านั้น เพราะเสื้อผ้าท่อนบนก็สำคัญไม่น้อย เทคนิคง่าย ๆ คือเลือกเสื้อผ้าโทนสีเข้ม ขนาดพอดีตัว สำหรับเรื่องดีไซน์ก็สำคัญ แนะนำให้เลือกเป็นเสื้อคอวีหรือเสื้อเปิดไหล่เผยช่วงต้นคอเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูตันเกินไป
เมื่อกางเกงยีนส์ขาม้าคือตัวเลือกของสาวอวบที่เมื่อใส่แล้วทำให้รูปร่างดูผอมเพรียว เพราะฉะนั้นสาว ๆ คนไหนที่ไม่มั่นใจในรูปร่างอย่าลืมหาซื้อติดตู้เสื้อผ้า ที่สำคัญอย่าลืมนำเทคนิคการเลือกยีนส์ขาม้าไปปรับใช้ รับรองว่าหยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็รอดแน่นอน
ที่มาข้อมูล :
-   https://shopspotter.in.th/content/6-secrets-for-chubby-girls
-   https://shopspotter.in.th/content/plus-size-jeans


40
            เรื่องต้องรู้โอนเงินต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันส่งเงินง่ายและเร็วกว่าเดิม

1.โอนเงินสะดวกกว่าเดิม  ขั้นตอนการใช้บริการเริ่มต้นง่าย ๆ เมื่อมีบัญชีธนาคารแล้ว ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์หรือไอแบ็งกิ้งบนมือถือ โอนเงินไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องเดินทางไปธนาคารสาขา ทำรายการได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

2.รวดเร็วกว่า  ระยะเวลาที่เงินเข้าบัญชีปลายทางขึ้นอยู่กับธนาคารในประเทศปลายทาง ตั้งแต่ 1 วันจนถึงไม่เกิน 5 วันทำการ ทางฝั่งผู้รับโอนจะได้รับเงินสะดวกง่ายดาย

3.โอนเงินครอบคลุมหลายวัตถุประสงค์ ดังนี้
               -ชำระค่าสินค้าและบริการ
               -ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาในต่างประเทศ
               -ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางของนักเรียน
               -ส่งเงินไปต่างประเทศหรือกลับประเทศ
               -ค่าใช้จ่ายเดินทางท่องเที่ยว

4.ลดขั้นตอนการโอนยุ่งยาก  ผู้โอนเงินใช้แอปพลิเคชันโอนเงินไปปลายทางจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ ไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ ในการทำธุรกรรม โอนเงินต่างประเทศ เป็นเงินสกุลเดียวกับบัญชีของผู้รับเงินปลายทาง

5.ผู้รับเงินได้รับเงินเต็มจำนวน  การโอนเงินมีค่าธรรมเนียมซึ่งหักจากทางฝั่งผู้โอน หมายความว่าธนาคารจะตัดบัญชีของผู้โอนให้เรียบร้อยก่อนจะทำรายการโอนเงินไปต่างประเทศ ทางผู้รับจึงได้รับเงินเต็มจำนวน เมื่อทำรายการเสร็จและเงินเข้าบัญชีผู้รับเงินปลายทางแล้ว จะส่งการแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันให้ผู้โอนเงินได้ทราบทันที

6.ไม่ต้องแนบหลักฐานการโอนเงินใด ๆ   ทุกรายการโอนเงินมีการบันทึก e-Slip โดยอัตโนมัติเป็นหลักฐานการทำธุรกรรมบนแอปพลิเคชันในมือถือเพื่อแชร์ยืนยันให้ผู้รับเงินปลายทางได้ทราบว่ามีการโอนเงินเรียบร้อย โอนแล้วรู้เร็วทันใจ

7.การโอนเงินออนไลน์มีวงเงินข้อจำกัด  การโอนเงินทางออนไลน์มีวงเงินการโอนด้วย จำนวนเงินสูงสุดขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของธนาคารปลายทางในต่างประเทศซึ่งมีข้อจำกัดด้านจำนวนเงินต่อครั้งต่อเดือน ก่อนใช้บริการธนาคารออนไลน์ควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเปิดบัญชีธนาคารที่รองรับความต้องการได้ตรงจุดที่สุด

8.อัตราการจ่ายค่าธรรมเนียมถูกกว่า  ค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปต่างประเทศ (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/content/personal/cash-management/payment-transfer/krungthai-warp) ผ่านแอปพลิเคชันราคาประมาณ 150-350 บาทต่อรายการ อัตราค่าธรรมเนียมถูกกว่าการโอนเงินผ่านระบบ SWIFT หรือตัวแทนรับโอนเงิน แต่ยังคงแพงกว่าค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านระบบ Western Union และ MoneyGram ซึ่งมีราคาเริ่มต้นไม่เกิน 100 บาท ส่วนการโอนเงินผ่านเคาน์เตอร์คิดค่าธรรมเนียมตามวงเงินที่โอนซึ่งคิดราคาปานกลาง ไม่ถูกหรือแพงมาก

9.แอปพลิเคชันของแต่ละธนาคารแตกต่างกัน
               ควรศึกษาและเปรียบเทียบแอปพลิเคชันและรายละเอียดของแต่ละธนาคาร ตรวจสอบโปรโมชั่นฟรีต่าง ๆ เช่น ฟรีค่าธรรมเนียมรายการโอนเงินต่างประเทศไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด
การใช้แอปพลิเคชันทางการเงินเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ขอเพียงเลือกธนาคารที่มีบริการที่เหมาะสมตรงกับความต้องการ ก็จะได้รับประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด

ที่มาข้อมูล
- https://www.posttoday.com/finance-stock/money/444402
- https://www.loftgirl.com/2509/วิธีโอนเงินไปต่างประเท/
- https://rabbitfinance.com/blog/credit-card/how-to-global-transfer
- https://www.proextron.com/article/183/รับเงินโอนจากต่างประเทศ-ทำได้อย่างไรบ้าง

41
เช็คให้ชัวร์ก่อนซื้อ iPhone 12 Pro เครื่องเปล่า ใช้ 5G กับ ais ได้หรือไม่ พร้อมโปรสุดแจ่ม
หลายคนอาจจะกังวลเกี่ยวกับมือถือสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังอย่าง iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมาว่าเทคโนโลยี 5G ที่รองรับจะสามารถใช้งานกับเครือข่าย 5G ของ ais ได้จริง ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะต้องรองรับการใช้งาน 5G บนคลื่นความถี่ 2600 MHz มีซิมการ์ดเฉพาะ 5G และได้รับการเปิดใช้งานด้วยโอเปอร์เรเตอร์และจะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีเครือข่าย 5G พร้อมแพ็กเกจ 5G เท่านั้น ซึ่งทาง iPhone 12 ใหม่ ทุกรุ่นได้รับการเปิดเผยสเปคออกมาอย่างหมดจดแล้วว่าสามารถใช้งาน 5G บนเครือข่าย ais ได้จริงและได้ทำการทดสอบและพิสูจน์แล้วว่าเร็ว แรง สมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทาง APPLE ได้ทำการอัปเกรดและได้ติดตั้งมาใน iPhone 12 ทุกรุ่น ทำให้ใครหลายคนที่ต้องการซื้อไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
โดยทาง ais ได้ทำการจัดโปรโมชันเพื่อเอาใจสาวก iPhone ใหม่นี้กับโปร iPhone 12 Pro จาก AIS เครื่องเปล่า ราคาเงินสดและแบบผ่อนไอโฟน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายโปรโมชันที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้
โปร iPhone 12 เครือข่าย ais
    iPhone 12 Pro ราคาเครื่องเปล่าสำหรับใครที่ใช้งานเครือข่าย ais ในรูปแบบเติมเงินหรือรายเดือนที่มียอดใช้งานขั้นต่ำ 150 บาทขึ้นไปจะได้ส่วนลดค่าเครื่องเปล่า 1,000 บาท และหากใช้งานร่วมกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการจะสามารถ ผ่อนไอโฟน เครื่องเปล่า 0% ได้นานสูงสุดถึง 40 เดือน ทั้งนี้ควรตรวจสอบในส่วนของโปรโมชันของบัตรเครดิตดูอีกครั้งหนึ่ง เพราะบัตรเครดิตบางใบสามารถให้เครดิตเงินคืนแต่จำกัดในเรื่องของจำนวนเดือนที่ผ่อน ยิ่งผ่อนจำนวนเดือนน้อยเท่าไร ยิ่งได้เครดิตเงินคืนมากเท่านั้น ซึ่ง โปร iPhone ของ ais ที่มาพร้อมแพ็กเกจ 5G มีอยู่ด้วยกัน 3 โปรด้วยกันได้แก่
AIS Best Buy เครื่องราคาพิเศษ ไม่ต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า เมื่อสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนดก็จะได้ส่วนลดเพิ่ม โดยมีแพ็กเกจรายเดือนให้เลือกดังนี้ 699 / 1,199 / 1,499 / 1,699 ในขณะที่ผู้ใช้เติมเงินและรายเดือนขั้นต่ำ 150 บาท จะได้รับฟรี อินเทอร์เน็ตโบนัส 3G (300 x 10 เดือน)
AIS HOT DEAL เครื่องราคาพิเศษพร้อมแพ็กเกจ AIS 5G One Plan for iPhone
-   แพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท จ่ายค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท
-   แพ็กเกจเริ่มต้น 1,199 บาท จ่ายค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท
-   แพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท จ่ายค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บาท
-   แพ็กเกจเริ่มต้น 1,699 บาท จ่ายค่าบริการล่วงหน้า 5,000 บาท
AIS HOT DEAL EASY PAY แพ็กเกจค่าเครื่องพร้อมค่าบริการรายเดือนในบิลเดียวกัน สามารถผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 24 เดือนกับบัตรเครดิต ซิตี้แบงค์ เรดดี้เครดิตและบัตร SCB SPEEDY CASH ให้ส่วนลดดังนี้
-   แพ็กเกจ 5G One Plan 1,199 รับส่วนลด 12,400 บาท
-   แพ็กเกจ 5G One Plan 1,499 รับส่วนลด 15,400 บาท
-   แพ็กเกจ 5G One Plan 1,699 รับส่วนลด 17,400 บาท
สำหรับใครที่ต้องการผ่อนไอโฟนกับทาง ais พร้อมเงื่อนไขดี ๆ แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 12 หรือ iPhone 12 รุ่น Pro Max ก็สามารถติดต่อกับทางศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน  แล้วมาสัมผัสกับประสบการณ์ความแรงของเครือข่าย 5G ais ไปด้วยกัน
ที่มาข้อมูล
-   https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9630000020912
-   https://www.facebook.com/watch/?v=974395412966874
 

42
5 เหตุผลที่ควรดื่มกาแฟดำที่คนรักสุขภาพต้องรู้ไว้
          กาแฟเป็นสิ่งที่หลายคนขาดไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ทุกเช้าก็จะต้องดื่มก่อนออกไปทำงาน 1 แก้วทุกวัน เพิ่มความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ซึ่งโดยปกติคนส่วนใหญ่จะเลือกดื่มกาแฟใส่นมเพราะรสชาติที่หวาน กลมกล่อม ทำให้ดื่มง่าย แต่อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพระยะยาว เพราะส่วนผสมเหล่านั้นหากสะสมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคอ้วน น้ำตาลในเลือดสูง และอีกมากมาย แต่ตรงกันข้ามกับการดื่มกาแฟดำที่ดื่มแรก ๆ เราอาจจะไม่ชอบในรสชาติ แต่รู้ไหมว่าเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์มากมายโดยเฉพาะสายสุขภาพ วันนี้เราจึงหยิบ 5 เหตุผลของการดื่มกาแฟดำมาฝากกัน ดังนี้
1.      ลดน้ำหนัก หากเป็นกาแฟทั่วไปที่มีส่วนผสมของนมและน้ำตาล แน่นอนว่าจะอุดมไปด้วยไขมันและคอเลสเตอรอล แต่หากเป็นกาแฟดำร่างกายก็จะห่างไกลจากความเสี่ยงเหล่านั้น แถมมีผลดีต่อคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักอีกด้วย เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟจะเข้าไปกระตุ้น “เทอร์โมเจนีซีส” หรือที่เข้าใจกันง่าย ๆ คือช่วยสลายไขมันและช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกายให้ดีขึ้น เราจะสังเกตว่ากลุ่มคนออกกำลังกายหลายคนนิยมดื่มกาแฟก่อนทำกิจกรรมอย่างน้อย 30 นาที ทั้งนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ออกกำลังกายได้นานขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
2.      ป้องกันโรคตับแข็ง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคอกาแฟและคนที่มีภาวะความเสี่ยง เพราะในกาแฟที่ไม่มีการใส่ส่วนผสมอื่น ๆ จะมีนิโคตินแบบวิตามินบีรวมอยู่ในนั้น และเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการ ทำให้ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับมะเร็ง และโรคลำไส้ต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะช่วยให้คุณเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับน้อยลง อาจจะเลือกดื่มอเมริกาโน่หรือ เอสเปรสโซ่ร้อน ๆ ทุก ๆ เช้าก็ได้
3.      บำรุงหลอดเลือดหัวใจ เพราะมีคาเฟอีนอยู่ในกาแฟและไม่มีส่วนผสมอื่น ๆ ทำให้ร่างกายดูดซึมคาเฟอีนเข้าไปง่ายขึ้น กระตุ้นการสูบฉีดของเลือดให้ไหลเวียนได้ดี จะสังเกตได้ง่ายว่าคนที่ดื่มกาแฟในทุก ๆ เช้าจะดูสดชื่น มีแรงทำงาน
4.      ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ โรคที่หลายคนกังวลเมื่อมีอายุเข้าสู่ช่วง 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากการทำงานของสมองจะลดน้อยลงและเลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ ส่งผลต่อระบบสมองและความจำ แต่การดื่มกาแฟในทุกเช้าจะช่วยชะลออาการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นช้าลง เนื่องจากคาเฟอีนที่เข้าสู่เส้นเลือด จะกระตุ้นในระบบไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ สังเกตได้ง่าย ๆ หากคุณเจอคนที่มีอาการปวดหัว เครียด เมื่อดื่มกาแฟไปแล้วก็จะค่อย ๆ ผ่อนคลายและรู้สึกดีขึ้น
5.      ชะลอวัย เราอาจจะเคยเห็นสาว ๆ สั่งเมนูอเมริกาโน่มาดื่มอยู่บ่อย ๆ รู้ไหมเพราะอะไร เนื่องจากในคาเฟอีนนั้นมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ช่วยชะลอวัยได้พอสมควร เนื่องจากระบบเลือดและระบบย่อยที่ทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายของคุณแก่ช้าลง
ปัจจุบันมี สูตรชงกาแฟดำมากมายที่ช่วยให้เราดื่มง่ายขึ้น เช่น การเติมน้ำผึ้ง น้ำผลไม้ หรือใส่มะนาว เพื่อปรับรสชาติให้ดีขึ้น และขั้นตอนการชงก็มีความยุ่งยากน้อยลงเพราะเรามีตัวช่วยคือ เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ ที่เพียงหยิบกาแฟแคปซูลที่ชื่นชอบ ใส่เข้าไปในเครื่องกดออกมาก็จะได้กาแฟถ้วยโปรด ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว แถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย
ที่มาข้อมูล
-   https://bit.ly/3yiGPXu
-   https://bit.ly/3bwfoQk
-   https://bit.ly/33VtJ4p

43
         วันนี้เราจึงจะมาบอกต่อวิธีการใช้บัตรเครดิตให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดที่ทุกคนควรรู้

1. รู้จักวางแผนการเงินทุกเดือน
   อันดับแรกก่อนคิดจะเป็นหนี้ก็ต้องรู้จักการวางแผนการเงินให้รอบคอบ โดยเริ่มจากการแบ่งเงินเดือนออกเป็น 3 ส่วน
   - ค่าใช้จ่ายรายเดือน: ค่าโทรศัพท์, ค่ารถ, ค่าอาหาร, ค่าผ่อนบ้าน ฯลฯ
   - ค่าจ่ายภาษี: สำหรับผู้มีเงินเดือนเข้าเกณฑ์จ่ายภาษีจะต้องเสียภาษีระหว่าง 10 – 20% ของรายได้ต่อปี ฉะนั้นจึงควรแบ่งเงินในส่วนนี้ไว้เผื่อถูกภาครัฐเรียกเก็บด้วย
   - ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย: แน่นอนว่าคนเราเมื่อหาเงินมาได้ก็ย่อมต้องอยากหาความสุขใส่ตัวบ้าง เช่น ช้อปปิ้ง, กินเดื่ม รวมถึงออกไปท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน
   เมื่อเราพอจะเห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของรายจ่ายทั้งหมดในแต่ละเดือนแล้ว เราจึงจะสามารถจัดการเงินที่มีอยู่ในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเหลือเงินไว้จ่ายหนี้บัตรเครดิตที่เราใช้รูดไปกับค่าใช้จ่ายทั้ง 3 ข้อที่ว่ามานี้

2. เลือกบัตรเครดิตให้ตรงกับ “ไลฟ์สไตล์”
   วิธีการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์มากที่สุดขึ้นอยู่กับว่าเราใช้จ่ายด้านใดบ่อยที่สุด เช่น ค่าอาหาร,  ช้อปปิ้ง, ท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งเมื่อเรารู้จัก “ไลฟ์สไตล์” ของตัวเองแล้วจึงค่อยเลือกสมัครบัตรที่มอบสิทธิประโยชน์ในด้านที่เราชอบเป็นหลัก ซึ่งบัตรที่เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปมีอยู่ 3 ประเภท
   - บัตรสำหรับช้อปปิ้ง: มักมีแต้มสะสมเพื่อแลกรับส่วนลด/ของรางวัลต่าง ๆ จากร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ
   - บัตรสำหรับคนชอบเดินทาง: มักมีคะแนนสะสมไมล์เดินทางเพื่อรับส่วนลดหรือของรางวัลต่าง ๆ 
   - บัตรเครดิตเติมน้ำมัน : มักได้รับเงินคืน (cash back) เมื่อเติมน้ำมันกับปั๊มที่ร่วมรายการ
   เมื่อเลือกสมัครบัตรที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองแล้ว เราก็สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรโดยได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดตรงกับความต้องการของเราได้นั่นเอง

3. ใช้บัตรเครดิตเมื่อจำเป็น
   ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตสำหรับช้อปปิ้ง, บัตรสำหรับคนชอบเดินทาง หรือ บัตรเครดิตเติมน้ำมันก็ตาม เราก็ต้องใช้ใช้บัตรเครดิตด้วยความระมัดระวังสูงสุดทั้งจากพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเราเอง ที่ต้องเข้มงวดเรื่องวินัยการเงิน ไม่ใช้บัตรทำธุรกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดหนี้ก้อนโต เช่น กดเงินสดจากบัตรเครดิตที่เราอาจถูกคิดดอกเบี้ยรายวันในอัตราสูงสุดถึง 20% ต่อปี เป็นต้น รวมถึงคอยระวังพวกมิจฉาชีพหรือ “โจร” ที่มักมองหาเหยื่อประเภทใช้บัตรอย่างไม่ระมัดระวังอยู่เสมอ เช่น การแอบขโมยรหัสหลังบัตรไปใช้ซื้อของออนไลน์หรือการแอบนำบัตรของเราไปรูดเกินวงเงินที่เราใช้จ่ายจริง เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม อย่าลึกศึกษาและลองใช้บัตรเดบิต (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/personal/cards/debit-card) เพื่อเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการใช้จ่ายด้วยล่ะ


ที่มาข้อมูล
-   https://www.estopolis.com/article/knowledge/money-101/วิธีใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์-ใช้ยังไงให้ได้กำไร-คุ้มค่า

44
        ในวันที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพาน้อง ๆ ไปโรงเรียนเคยมีปัญหากับ อาหารเช้าลูกก่อนไปโรงเรียนกันหรือเปล่า? ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียอาหารเช้าง่าย ๆ สำหรับเด็กอยู่ เรามีคำตอบให้ที่นี่! มาดูกันดีกว่าว่าไอเดียอาหารเช้าที่เราเอามาฝากสำหรับลูกในวันเร่งรีบก่อนไปโรงเรียนมีอะไรกันบ้าง แถมบางเมนูก็มีไมโลส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกด้วย

1.   ขนมปังไข่ดาว
   เริ่มจากเมนูสุดอีซี่ที่ใคร ๆ ก็ทำได้อย่างขนมปังไข่ดาว นำแก้วทรงกลมมาวางตรงกลางขนมปังและตัดขนมปังให้เป็นรูวงกลมตรงกลาง เสร็จแล้วใส่เนยลงบนกระทะ วางขนมไปและตอกไข่ไก่ลงตรงกลางขนมปังที่วางไว้  รอจนไข่ขาวสุกเป็นไข่ดาวแล้วนำขึ้นจากกระทะ ทานคู่กับไส้กรอกลวก อะโวคาโด มะเขือเทศและข้าวโพดอ่อน แล้วทานคู่กับนมที่มีประโยชน์อย่างนมไมโลก็จะดีสุด ๆ เหมาะสำหรับเด็กกินยาก (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/blog/สาเหตุลูกกินเก่งแต่ผอมมากเกิดจากอะไร) ทุกคน

2.   ซีเรียลกับนม
   เมนูง่าย ๆ ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบก็ต้องซีเรียลกับนมแล้วล่ะ แต่อาจจะเพิ่มประโยชน์ให้ซีเรียลชามนี้สักหน่อยด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี สตรอเบอร์รี กีวี กล้วยหรือผลไม้ตามใจน้อง ๆ เพิ่มความกรุบกรอบให้อร่อยด้วยถั่วต่าง ๆ อย่างอัลมอนด์ พิสตาชิโอ แมคคาเดเมีย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น แต่ถ้าเบื่อนมสดกับซีเรียลธรรมดาแล้วก็เปลี่ยนมาทานซีเรียลกับนมไมโลก็ฟินนะ

3.   ข้าวโอ๊ตกับผลไม้
   เปลี่ยนจากการทานแป้งขาวมารับประทานข้าวโอ๊ตที่ไม่ขัดสีแทนกันเถอะ เริ่มจากต้มข้าวโอ๊ตกับนมไมโลจนสุกที่เป็นอาหารที่เหมาะสมกับวัยเรียน แล้วเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสหวานไม่จืดเกินไป เสร็จแล้วก็หั่นผลไม้ต่าง ๆ ลงไปทานคู่กับข้าวโอ๊ตของเราอย่างผลไม้เบอร์รี่ กล้วย กีวีหรือผลไม้อื่น ๆ ตามใจชอบ แล้วโรยถั่วลงไปสักหน่อยเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ

4.   มักกะโรนีอกไก่
   สำหรับลูกไม่ยอมกินข้าว ลองมาดูอาหารที่ครบเครื่องเรื่องสารอาหารคงจะเป็นเมนูไหนไปไม่ได้นอกจากมักกะโรนีอกไก่แล้วล่ะ ง่าย ๆ เพียงแค่ต้มเส้นมักกะโรนีและอกไก่ แล้วราดด้วยซอสครีมที่มีส่วนผสมของนมสด ชีสและวิปครีม ตบแต่งด้วยบล็อกโคลีและแครอทลวก มะเขือเทศสดและถั่วต่าง ๆ บอกเลยว่าโดนใจน้อง ๆ ชัวร์ ทำง่ายอร่อยดีแบบนี้ต้องไม่พลาดจัดให้เป็นอาหารเช้าลูกก่อนไปโรงเรียน

   หวังว่าคุณพ่อคุณแม่จะชอบไอเดียอาหารเช้า (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/blog/ไอเดียอาหารเช้าเด็กก่อนไปโรงเรียน) ลูกก่อนไปโรงเรียน ที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ แถมบางเมนูมีไมโลส่วนประกอบสำคัญก็จะยิ่งทำให้เมนูนั้นอร่อย และมีประโยชน์มากขึ้นไปอีก ในวันที่ต้องรีบไปส่งเด็ก ๆ ไปโรงเรียน ก็อย่าลืมลองทำเมนูง่าย ๆ แบบนี้กันดูนะ!

ที่มาข้อมูล
-   https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/66987/-parheafoo-parhea-par-

45
              สำหรับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งที่พัฒนาแอปพลิเคชันมาให้บริการธุรกรรมทางการเงินกับลูกค้าจะมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการ Mobile Banking ไว้ชัดเจน การเลือกใช้บริการจึงต้องดูเงื่อนไขที่ดีที่สุดและสอดรับกับความต้องการมากที่สุด ซึ่งกรณีของค่าธรรมเนียมการ โอนเงินผ่านแอพ หรือ โอนเงินผ่านมือถือ นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม ดังนั้นจึงต้องดูรายละเอียดของเงื่อนไขของแต่ละธนาคารเป็นหลัก

เช็กเงื่อนไขของ 4 แบงก์ใหญ่
1.   ธนาคารกรุงไทย นอกจากจะให้บริการธุรกรรมผ่านมือถือหลากหลายด้วยบริการ  “KTB NEXT” แล้ว ธนาคารกรุงไทยยังมีการทำธุรกรรมเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น “เป๋าตังค์” ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับการโอนเงินออนไลน์ (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/corporate/cash-management/transfer-and-payment-services/102) ตามโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐไปสู่ประชาชนด้วย โดยเงื่อนไขการโอนเงินผ่านเน็ต (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/corporate/cash-management/transfer-and-payment-services/102) หรือการโอนเงินผ่านมือถือ  ของ Krungthai NEXT นั้นแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
-   โอนเงินภายในบัญชีตนเองในธนาคารกรุงไทยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัน
-   โอนเงิน ไปให้บุคคลอื่นภายในบัญชีธนาคารกรุงไทย และ โอนเงินต่างธนาคาร รวมกันไม่เกิน 5 แสนบาทต่อวัน
-   วงเงินโอนต่างธนาคารสูงสุด 699,999 บาทต่อครั้ง แต่ต้องไม่เกินกว่าวงเงินที่สามารถทำรายการได้สูงสุดต่อวัน ตาม Segment ของลูกค้า อาทิ Normal โอนเงินต่างธนาคาร ได้ 1 แสนบาทต่อวัน เป็นต้น
-   ทั้งนี้หากต้องการ การโอนเงินผ่านแอพ ไปให้ผู้รับที่มีบัญชีอยู่ต่างธนาคารก็สามารถทำรายการขอเพิ่มวงเงินได้ผ่านแอปพลิเคชัน KrungThai NEXT

2.   ธนาคารไทยพาณิชย์  มีบริการแอปพลิเคชันที่ชื่อ SCB EASY ที่ให้บริการโอนเงินภายในบัญชีของตนเองในธนาคารไทยพาณิชย์ได้ไม่จำกัดรายการและไม่จำกัดบัญชีต่อวัน โอนเงินไปยังบุคคลอื่นที่มีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ได้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อคนต่อวัน กรณี โอนเงินต่างธนาคาร ทำได้สูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาท/รายการ และ 2 ล้านบาทต่อรายการสำหรับกรณีโอนเงินพร้อมเพย์ โดยรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินกว่า 2 ล้านบาทต่อคนต่อวัน และสามารถเปลี่ยนวงเงินได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน SCB EASY เช่นเดียวกัน

3.   ธนาคารกสิกรไทย มีบริการ Mobile Banking ด้วยแอป K PLUS ซึ่งสามารถใช้ โอนเงิน ภายในบัญชีของตนเองในธนาคารกสิกรไทยได้ไม่จำกัดรายการและไม่จำกัดวงเงิน ส่วนการโอนเงินไปยังบุคคลอื่นภายในบัญชีธนาคารกสิกรไทย และ โอนเงินผ่านแอพ นี้ไปยังธนาคารอื่นมีวงเงินสูงสุด 5 แสนบาทต่อรายการและสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อวัน ส่วนการเปลี่ยนวงเงินนั้นก็สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS เช่นเดียวกัน

4.   ธนาคารกรุงเทพ มีแอปพลิเคชันไว้สำหรับการทำธุรกรรมและ โอนเงินผ่านมือถือ ในชื่อ Bualuang mBanking ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการโอนเงินภายในบัญชีของตนเองภายในธนาคารกรุงเทพฟรีไม่จำกัดรายการและไม่จำกัดบัญชีต่อวัน ส่วนการโอนเงินไปยังบุคคลอื่นภายในบัญชีธนาคารกรุงเทพและโอนเงินต่างธนาคาร สามารถโอนวงเงินสูงสุดได้ 5 หมื่นบาทต่อรายการและ การ โอนเงินผ่านมือถือ โดยรวมจะมีวงเงินสูงสุดตามที่ตั้งวงเงินไว้ ซึ่งแอปของธนาคารกรุงเทพนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนวงเงินได้เหมือนกับธนาคารอื่น ๆ 

              การวางแผนทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือด้วยแอปพลิเคชันของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ จึงต้องตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดการให้บริการให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสะดวกสูงสุดในการใช้ระบบ Mobile Banking


ที่มาข้อมูล
-   https://www.page365.net/all-articles/mobile-banking-for-merchant
-   https://techsauce.co/tech-and-biz/changing-no-fee-on-thailand-online-banking

46
คัดมาแล้วข้อดีของกาแฟดำ Nespresso ที่ให้มากกว่าความอร่อย
   เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ชอบดื่มกาแฟดำส่วนหนึ่งก็คงมาจากรสชาติของกาแฟที่มีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มอย่างกาแฟดำนั้นไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยเท่านั้น ยังมีข้อดีอีกมากมายและยิ่งหากเป็นกาแฟแคปซูลที่มีการเพาะปลูกในสภาพแวดล้อมที่ดี มีกรรมวิธีในการผลิตที่ได้คุณภาพ ใช้ระดับไฟในการคั่วได้ถูกต้องเหมาะสมกับสายพันธุ์ของกาแฟนั้น ๆ เราก็จะได้ทั้งความอร่อยและคุณประโยชน์จากเมล็ดกาแฟคั่วบดไปเต็ม ๆ ไม่ว่าจะนำไปทำตาม สูตรชงกาแฟโดย เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติแบบไหนก็ดีต่อใจสุด ๆ
ข้อดีของกาแฟดำ Nespresso ที่ให้มากกว่าความอร่อย
1.   มีประโยชน์ต่อตับ อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีว่าตับถือเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งในร่างกายที่สำคัญ ถ้าหากมีความผิดปกติไปก็จะเกิดผลเสียกับร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งการดื่มกาแฟดำในปริมาณที่มีความเหมาะสมเป็นประจำทุกวันนั้นจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งตับ โรคไวรัสตับอักเสบ ช่วยลดไขมันสะสมที่ตับและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตับแข็งจากสุรา
2.   ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ข้อนี้หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าเป็นไปได้จริงหรือ ต้องขอบอกเลยว่าจริง แต่ต้องเป็นการดื่มกาแฟดำแบบเพียว ๆ ไม่ได้ใส่น้ำเชื่อม น้ำตาลหรือเพิ่มความหวานแบบมากเกินไป ซึ่งหากเพิ่มรสหวานในเครื่องดื่มจะทำให้มีโอกาสที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าเกณฑ์ปกติได้ สาเหตุที่กาแฟดำสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวานได้นั้นก็เพราะมีฤทธิ์ในการช่วยเพิ่มการสร้างอินซูลินในร่างกายนั่นเอง ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในร่างกาย โดยขอแนะนำเป็นการดื่มกาแฟดำเมนูกาแฟเอสเพรสโซ่หรือกาแฟอเมริกาโน่ เป็นต้น หลีกเลี่ยงกาแฟนมเนื่องจากมีโอกาสที่จะเพิ่มเติมความหวานลงไปในกาแฟค่อนข้างเยอะ
3.   ช่วยบำรุงร่างกายด้วยสารจำเป็นต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ เนื่องจากกาแฟดำประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินบี 2, บี 3, บี 5 รวมทั้งยังมีแร่ธาตุอีกหลายชนิด ทั้งแมงกานีส โพแทสเซียมและแมกนีเซียม
4.   ช่วยลดภาวะเกิดอาการซึมเศร้า ช่วยให้มีความสุขมากขึ้น เนื่องจากกาแฟดำนั้นมีฤทธิ์ในการช่วยสร้างสารโดพามีนและสารแห่งความสุขต่าง ๆ ทำให้เรารู้สึกดีมากยิ่งขึ้นเมื่อดื่มกาแฟเป็นประจำ
จากทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่ากาแฟดำ ทั้งเมนูเอสเพรสโซ่และอเมริกาโน่มีข้อดีต่าง ๆ มากมาย ซึ่งจะดีมากหากเราเลือกกาแฟแคปซูลที่ดีมีคุณภาพ นำมาทำตามสูตรชงกาแฟที่เหมาะสำหรับตนเอง ก็จะช่วยให้ได้รับประโยชน์ของกาแฟดำไปแบบเน้น ๆ ทั้งยังอร่อยถูกปากอีกด้วย

ที่มาข้อมูล
-   https://www.nespresso.com/th/th/black-coffee


47
ทริคง่าย ๆ เปลี่ยนเสื้อแขนยาวธรรมดาให้ดูแพงและมีสไตล์ได้ด้วยไอเทมยอดฮิต
            ใครเบื่อกับการที่ต้องใส่เสื้อแขนยาวในแบบธรรมดาคู่กับกางเกงยีนส์จนเพื่อนทักกันแล้วบ้าง วันนี้เราจะแชร์ทริคการแต่งตัวให้กับคนที่ชื่นชอบการใส่เสื้อแขนยาวที่ดูธรรมดาให้ดูมีสไตล์และแพงได้ ด้วยไอเทมยอดฮิตที่สาว ๆ ทุกคนมีอยู่แล้วในตู้ มาดูกันว่าจะเลือกไอเทมไหนมาแต่งให้ดูแพงกันได้บ้าง
เสื้อครอปแขนยาวคู่กับกางเกงเอวสูง
            แฟชั่นเสื้อแขนยาว (เพิ่มเติมที่ : https://th.hm.com/th_th/ladies/shop-by-product/tops/long-sleeve.html ) ที่ฮอตฮิตกันมาพักใหญ่แล้วนั่นก็คือเสื้อครอป แค่หยิบเสื้อครอปแขนยาวมาสักตัวแมตช์กับกางเกงเอวสูงเลือกที่เป็นขากระบอกหรือขาบานก็เก๋ไม่หยอก เพิ่มกิมมิคด้วยเข็มขัดเส้นโตอีกสักเส้น เท่านี้ก็เก๋จนเพื่อนต้องชมไม่หยุดแล้ว หรือใครที่ไม่มี เสื้อครอป ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดึงชายเสื้อขึ้นมามัดหรือผูกไว้ที่เอวเท่านี้ก็ดูดีได้แบบไม่ต้องทิ้งเสื้อแขนยาวตัวเดิมกันแล้ว
เสื้อแขนยาวโอเวอร์ไซส์คู่กับมินิสเกิร์ต
            เสื้อแขนยาวโอเวอร์ไซส์ใส่ได้กับหลายไอเทม เช่น เลือกท่อนล่างให้เป็นแบบสาวญี่ปุ่นก็คูลได้ ด้วยการหยิบเสื้อแขนยาวคู่กับมินิสเกิร์ต จับถุงเท้าคู่ยาวเข้ากับเซตนี้ หยิบหมวกใบโปรดมาใส่คู่อีก เท่านี้ก็ดูมีสไตล์สุด ๆ
เสื้อเชิ้ตแขนยาวแมตช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้น
            ลุคนี้บอกเลยว่าเป็นลุคมินิมอลที่เก๋ทุกครั้งที่ใส่ จับเชิ้ตแขนยาวจะเป็นแบบพอดีตัวหรือขนาดหลวม ๆ ก็สวยและมีสไตล์ได้เช่นกัน คู่กับกางเกงยีนส์แต่งแบบขาด รองเท้าบูทหุ้มข้อแบบผ้าหรือแบบหนังก็ได้ หรือจะเอาแบบง่าย ๆ ผ้าใบลุย ๆ เลยก็ยังได้ เพราะแค่ไอเทมท่อนบน-ล่าง 2 ชิ้นแรกก็แจ่มและคูลมากพอแล้วนั่นเอง
เสื้อแขนยาวปาดไหลคู่กางเกงยีนส์ขายาวตัวโปรด
            ไอเทมนี้ไม่ต้องมากชิ้นจบที่เสื้อแขนยาวเข้ารูปปาดไหล่แมตช์กับกางเกงยีนส์ตัวโปรดจะทรงสกินนี่ หรือขาเดฟ หรือจะเป็นทรงมัมก็รอดทั้งนั้น เป็นไอเทมเอาตัวรอดในวันรีบ ๆ ก็ว่าได้ ใครที่อยากปรับลุคก็หาเสื้อแจ็คเก็ตมาสวมทับเมื่อต้องไปงานที่เป็นทางการก็ได้เช่นกัน
            ไอเทมเด็ดคู่สุดท้าย เสื้อแขนยาวคอเต่ากับกระโปรงทรงยาว, รองเท้าบูทหนัง เพิ่มความเก๋ด้วยเสื้อแจ็คเก็ตทับอีกชั้นก็มีสไตล์ไม่น้อย บทความถัดไปจะมาแชร์ทริคการเลือกเสื้อแจ็คเก็ตแบบไหนให้ใส่ได้กับทุกสไตล์การแต่งตัว อย่าลืมติดตามกัน

48
        สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยเป็นเด็กไฮเปอร์นอกจากการพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการเด็กไฮเปอร์ และทำการรักษาด้วยยาหรือการเข้ารับการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การทำกิจกรรมบำบัด เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกน้อยให้ดีขึ้น รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการลูกรักให้เปลี่ยนเป็นเด็ก ไฮเปอร์ฉลาดได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เลือกกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งครอบครัว ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความเข้าใจในตัวลูกมากขึ้นและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครองครัว แต่จะมีกิจกรรมไหนที่เหมาะสำหรับเด็กไฮเปอร์ และสามารถสนุกได้กันทั้งครอบครัวบ้างนั้น เรามีคำตอบมาฝาก

•   เล่นกีฬา
กิจกรรมแรกที่อยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำร่วมกับลูกน้อยที่เป็นเด็กไฮเปอร์ คือ การเล่นกีฬากลางแจ้งอย่างกีฬาฟุตบอล แบดมินตัน บาสเกตบอล ขี่ม้า วิ่ง ว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน โดยข้อดีของการทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันนอกจากจะช่วยให้ลูกมีร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสนุกมากขึ้นด้วย

•   งานศิลปะ
การเลี้ยงเด็กต่อมาที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำร่วมกับลูกน้อยได้ คือ การทำงานศิลปะ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่กิจกรรมเรียกเหงื่อเหมือนการเล่นกีฬา แต่บอกเลยว่าศิลปะเป็นกิจกรรมที่เหมาะมากในการช่วยเสริมสร้างสมาธิให้กับลูกน้อย ทั้งยังมีกิจกรรมเสริมสร้างจินตนาการให้ทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ งานปั่น พับกระดาษหรืองานประดิษฐ์  และยังเป็นวิธีฝึกสมาธิลูกอีกด้วย

•   เล่นดนตรี
การเล่นดนตรีก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิให้ลูกน้อยที่มี อาการเด็กไฮเปอร์ ได้ดีเช่นเดียวกัน ซึ่งถึงแม้ว่าการเล่นดนตรีจะเป็นกิจกรรมเหมาะสำหรับทำคนเดียว แต่ความจริงแล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถทำร่วมกันได้ เช่น หากคุณพ่อคุณแม่มีความสามารถด้านดนตรีอยู่แล้วก็ควรทำหน้าที่สอนลูกด้วยตัวเอง แต่หากคุณพ่อคุณแม่เล่นดนตรีไม่เป็นก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ชมที่ดีเพื่อให้ลูกมีกำลังใจในการฝึกซ้อม ซึ่งไม่แน่ว่าลูกน้อยอาจกลายเป็นนักดนตรีอัจฉริยะก็ได้ และเป็นวิธีเลี้ยงลูกให้มีความสุขอีกด้วย (เพิ่มเติม: https://www.milo.co.th/blog/วิธีเลี้ยงลูกยุค-new-normal)

•   ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
ต้องถือว่าการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเป็นกิจกรรมที่ดีมากในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว นอกจากนั้นยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ลูกน้อยได้ปลดปล่อยพลังงานของตัวเองและซึมซับความสวยงามของธรรมชาติไปพร้อม ๆ กัน โดยกิจกรรมที่ขอแนะนำสำหรับเด็ก ได้แก่ เดินป่า พายเรือหรือทำการเกษตร

•   เล่นเกมกระดาน
ข้อดีของการเล่นเกมกระดาน อย่าง หมากรุก หมากฮอส หมากล้อม เกมเศรษฐี เกมบันไดงู สแครบเบิ้ล หรือทิก-แทก-โท ร่วมกับลูกจะช่วยฝึกให้ลูกมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นวิธีฝึกสมองที่ได้ผลดี และหากฝึกฝนเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เด็ก ไฮเปอร์ฉลาด มากขึ้นด้วย

   เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 5 กิจกรรมการสร้างวินัยเชิงบวกที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำร่วมกับ เด็กไฮเปอร์ ซึ่งรับประกันเลยว่าการทำกิจกรรมเหล่านี้ร่วมกันจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการดีขึ้น สามารถเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างสมบูรณ์

ที่มาข้อมูล
-   https://www.milo.co.th/blog/5-วิธีรับมือเด็กซน-เด็กไฮเปอร์
-   https://www.pobpad.com/ไฮเปอร์-hyperactivity
-   https://www.trueplookpanya.com/blog/content/81863/-blog-teaartedu-teaart-

49
           ผู้ที่เริ่มต้นการเก็บออมคือการเปิด บัญชีเงิน ฝากประจำ และยังมีการออมแบบ ฝากประจำปลอดภาษี อีก แล้วการออมทั้ง 2 รูปแบบเหมือนหรือต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับบัญชีเงินฝากทั้ง 2 ประเภทกันก่อนคือ
           1.   บัญชีเงินฝากประจำ หมายถึง การเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร ที่มีเงื่อนไขว่าจะต้องมีการนำเงินฝากเข้าบัญชีอาจเป็นเงินก้อนหรือฝากแต่ละเดือนก็ได้ โดยจะต้องไม่มีการถอนเงินออกจากบัญชีก่อนถึงระยะเวลาที่ได้ตกลงไว้กับธนาคารจึงจะได้ดอกเบี้ยเงินฝากตามอัตราที่ธนาคารกำหนดไว้โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.4 – 3% ต่อปีซึ่งจะสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ โดยทั่วไปมีกำหนดฝากเงินตั้งแต่ 3 – 24 เดือน และธนาคารจะมีการจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากของ KTBให้ทุก 6 เดือนหรือ 1 ปีตามแต่ละที่ที่กำหนดไว้ ที่สำคัญคือ บัญชีเงินฝากประจำ จะต้องมีการหักภาษีจากดอกเบี้ย 15%

           2.   บัญชีเงินฝากปลอดภาษี (เพิ่มเติม: https://krungthai.com/th/personal/deposits/210) คือ การเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่มีระยะเวลาการฝากเงินตั้งแต่ 2 – 4 ปี โดยที่จะต้องมีการฝากเงินกับธนาคารทุกเดือน เดือนละเท่า ๆ กันอย่างต่อเนื่องจนครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ฝากจึงจะสามารถได้รับอัตราดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.4 – 3%  เช่นกัน แต่จะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำแบบทั่วไป ประเด็นสำคัญคือการ ฝากประจำปลอดภาษี ไม่มีการเสียภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ แต่ว่าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขคือ เปิดได้เพียงบัญชีเดียว ต้องมีเงินฝากขั้นต่ำ 500 – 1,000 บาท และต้องฝากเดือนละ 1 ครั้งทุกเดือนในจำนวนที่เท่า ๆ กันอย่างต่อเนื่อง (ขาดฝากได้ไม่เกิน 2 ครั้ง) แต่ถ้าหากมีการปิดบัญชีก่อน 3 เดือนหรือมีการถอนเงินจะไม่ได้รับดอกเบี้ย

           จะเห็นได้ว่าความแตกต่างของเงินฝากทั้ง 2 ประเภทนั้นอยู่ตรงที่ลักษณะของการฝากเงินว่าจะเป็นการฝากเงินก้อนหรือจะแบ่งฝากเป็นจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน ส่วนเรื่องดอกเบี้ยที่ได้รับนั้นจะได้รับแบบขั้นบันไดแล้วแต่จำนวนเงินที่ฝาก และประเด็นที่สำคัญคือเงินฝากประเภทแรกจะต้องมีการเสียภาษีส่วนประเภทหลังคือไม่มีการเรียกเก็บภาษีนั่นเอง

 
ที่มาข้อมูล
-   https://money.kapook.com/view238540.html
-   https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/fixed-deposit/

50
ผ่อนไอโฟนกับบัตรเครดิตแบรนด์ไหน คุ้มค่าที่สุด!
การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลอีกต่อไป เนื่องจากปัจจุบันมีสิทธิพิเศษที่มอบให้กับผู้ถือบัตรโดยเฉพาะ เช่น การผ่อน 0% และได้รับเครดิตเงินคืน เป็นต้น ซึ่งสมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มักใช้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระ โดยในปี 2021 นี้ แบรนด์ Apple ได้เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ คือ iPhone 12 ทำให้มีผู้ที่อยากเป็นเจ้าของ มีจำนวนมากมาย หลาย ๆ คนจึงมองหา โปรโมชั่น iPhone เพื่อเลือกแบบที่ถูกใจและให้ความคุ้มค่ามากที่สุด
AIS Store เครือข่ายมือถือและผู้ให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้จัดทำโปรโมชันผ่อน iPhone (เพิ่มเติมที่ : https://www.hotdeal.ais.co.th/smartpay.html ) ร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำหลายแบรนด์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า โดยแบรนด์บัตรเครดิตที่จัดโปรโมชันที่ร่วมรายการ ได้แก่
-   ธนาคารซิตี้แบงค์ จัดโปรโมชัน PayLite ผ่อน 0% นาน 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน 4% และมีโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับผู้เป็นสมาชิกบัตรกดเงินสด Ready Credit ผ่อน 0% นาน 10 – 40 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4%
-   ธนาคารไทยพานิชย์ จัดโปรโมชันเอาใจผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดที่ต้องการผ่อนไอโฟนด้วยโปรโมชันผ่อน 0% นาน 10 – 36 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินสูงสุด 5%
-   ธนาคารกรุงศรีและบัตรเครดิต Tesco Lotus จัดโปรโมชันผ่อน 0% นาน 10 เดือน หรือแบ่งชำระสูงสุด 15 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1,600 บาท
-   ธนาคารยูโอบี จัดโปรโมชันผ่อนชำระ 0% เริ่มต้น 10 เดือน สูงสุด 24 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4%
-   บัตรเครดิตเคทีซี จัดโปรโมชันผ่อนชำระ 0% เริ่มต้น 10 เดือน สูงสุด 15 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 16%
-   ธนาคารกสิกรไทย โปรโมชันผ่อน iPhone 0% เริ่มต้น 10 เดือน สูงสุด 36 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15%
-   ธนาคารธนชาต โปรโมชัน 0% เริ่มต้น 10 เดือน สูงสุด 24 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3%
นอกจากโปรโมชันผ่อนผ่านบัตร AIS Store แล้ว ยังมีโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าแพ็กเกจ 699 บาทต่อเดือนขึ้นไปและเป็นลูกค้ารายเดือน 12 เดือนขึ้นไป รับส่วนลด iPhone 12 ทุกรุ่น สูงสุด 17,400 บาท โดยสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันผ่อน 0% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการได้อีกด้วย โดยโปรโมชันดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นสาวกไอโฟนที่ไม่อยากพลาดโอกาสดี ๆ ในการจับจองเป็นเจ้าของ iPhone12 สามารถมองหาโปรผ่อนไอโฟนแบบสุดคุ้มได้แล้ววันนี้
ที่มาข้อมูล
-   https://www.ais.th/iphone/promotion_creditcard_iphone12pro.html
-   https://www.apple.com/th/shop/buy-iphone/iphone-12-pro/จอภาพขนาด-6.7-นิ้ว-512gb-แปซิฟิกบลู

หน้า: [1] 2 3 4