(https://img2.pic.in.th/Bridgestone_2026SEO_July_BL1.1.md.jpg)
การใช้รถยนต์เป็นประจำทุกวัน ทำให้หลายคนละเลยการตรวจเช็กสภาพรถ (http://www.bridgestone.co.th)ก่อนออกเดินทาง ทั้งที่การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการตรวจสอบเบื้องต้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาระหว่างทาง และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างมาก แม้ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกวัน แต่ควรตรวจสภาพรถอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยมี 5 จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ดังนี้
1.น้ำหล่อเย็น (หม้อน้ำ)
ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นในถังพักให้อยู่ระหว่างขีด LOW และ FULL หากระดับต่ำกว่าที่กำหนด ควรเติมน้ำหล่อเย็นตามชนิดที่ผู้ผลิตแนะนำ และไม่ควรใช้น้ำเปล่าเติมแทน เพราะอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงที่เครื่องยนต์จะเกิดความร้อนสูงเกินไป
2.แรงดันลมยาง
ตรวจเช็กลมยางด้วยเกจวัดลมให้ได้ตามค่ามาตรฐานที่ระบุในคู่มือรถ หรือสติกเกอร์บริเวณขอบประตู การเติมลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้รถเกาะถนนดีขึ้น ประหยัดน้ำมัน ลดการสึกหรอของยาง และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
3.ระบบไฟและแบตเตอรี่
ทดสอบการทำงานของไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว รวมถึงเสียงแตร หากพบว่า ไฟส่องสว่างน้อยลง สตาร์ตรถติดยาก หรือแตรมีเสียงเบาผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ควรนำรถเข้าตรวจเช็กก่อนเกิดปัญหาระหว่างเดินทาง
(https://img1.pic.in.th/images/Bridgestone_2026SEO_July_BL1.275db206df69cca09.md.jpg)
4.ที่ปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก
โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ควรตรวจสอบสภาพยางใบปัดน้ำฝนว่า ยังปัดได้สะอาด ไม่มีรอยฉีกขาด หรือเกิดเสียงดังขณะใช้งาน พร้อมเติมน้ำฉีดกระจกให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ เพื่อให้มองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนเมื่อขับขี่ท่ามกลางฝนตกหรือคราบสกปรกบนกระจก
5.ยางรถยนต์
ตรวจสอบดอกยางมีความลึกเพียงพอ ไม่มีรอยแตกร้าว รอยบวม หรือวัตถุแปลกปลอมฝังอยู่ในเนื้อยาง รวมถึงสังเกตการณ์สึกหรอว่าผิดปกติหรือไม่ เพราะยางรถยนต์ (http://www.bridgestone.co.th)เป็นชิ้นส่วนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง หากอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลต่อการยึดเกาะถนน ระยะเบรก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่บนถนนเปียกในช่วงหน้าฝน
ขอบคุณข้อมูลจาก www.bridgestone.co.th
(http://www.bridgestone.co.th)