(https://img1.pic.in.th/images/eminence-Automatic-Capsule-elevator-feeder-jun26.jpg)
เมื่อเราล้มป่วยและเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาล สิ่งหนึ่งที่เป็นขั้นตอนมาตรฐานคือการได้รับ "ยา" กลับมารับประทานที่บ้าน หลายคนมักมีความเข้าใจผิดว่าเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น ไข้ลดลง หรือความเจ็บปวดทุเลาลงแล้ว ก็สามารถหยุดกินยาได้ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงหรือไม่อยากสะสมสารเคมีในร่างกาย แต่ในความเป็นจริง การกินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง คือหัวใจสำคัญที่จะตัดสินว่าการรักษาครั้งนั้นจะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน หรือจะกลายเป็นชนวนเหตุของปัญหาทางสุขภาพที่เรื้อรังและรุนแรงกว่าเดิม ยาเปรียบเสมือนอาวุธที่ใช้ทำสงครามกับโรคภัยไข้เจ็บ การกินยาให้ครบตามแพทย์สั่งคือการรบให้ชนะอย่างเด็ดขาด หากเราวางอาวุธเร็วเกินไปเพียงเพราะเห็นว่าข้าศึกถอยร่น เรากำลังเปิดโอกาสให้ข้าศึกกลับมาโจมตีเราได้แรงกว่าเดิม การมีวินัยในการกินยาจึงไม่ใช่เพียงแค่การทำตามคำสั่ง แต่คือการแสดงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและส่วนรวมอย่างดีที่สุด
เหตุผลที่สำคัญที่สุดโดยเฉพาะในกรณีของ ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ คือการทำลายเชื้อแบคทีเรียให้หมดไปจากร่างกาย เมื่อเราเริ่มทานยาไปได้สัก 2-3 วัน ยาจะเข้าไปลดจำนวนเชื้อโรคจนอาการภายนอกของเราดูเหมือนหายเป็นปกติ แต่ความจริงแล้วยังมีเชื้อบางส่วนที่ "อ่อนแอแต่ยังไม่ตาย" หลงเหลืออยู่ หากเราหยุดยากลางคัน เชื้อที่เหลือเหล่านี้จะกลับมาแบ่งตัวเพิ่มจำนวนใหม่ ทำให้เรากลับมาป่วยซ้ำ และมักจะมีอาการรุนแรงกว่าเดิม นี่คือปัญหาใหญ่ระดับโลกที่เกิดจากการกินยาไม่ครบ เมื่อเชื้อโรคได้รับยาในปริมาณที่ไม่เพียงพอที่จะฆ่ามันให้ตาย มันจะเกิดกระบวนการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด กลายเป็น "เชื้อดื้อยา" ซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าเดิม เมื่อป่วยครั้งต่อไป ยาตัวเดิมจะใช้ไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่แรงขึ้น แพงขึ้น และอาจมีผลข้างเคียงมากขึ้น เชื้อดื้อยาสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ ทำให้โรคที่เคยรักษาได้ง่ายในอดีต กลายเป็นโรคที่รักษาไม่หายและคร่าชีวิตผู้คนได้อีกครั้ง ยาแต่ละชนิดจะมีเครื่องนับเม็ดยา (https://www.eminence.co.th/th/machine/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4/)นับจำนวนอย่างถูกต้อง และถูกออกแบบมาให้มีช่วงเวลาการออกฤทธิ์ที่จำเพาะเจาะจง แพทย์และเภสัชกรจะคำนวณมาแล้วว่าต้องกินยาวันละกี่ครั้ง และนานกี่วัน เพื่อให้ระดับยาในกระแสเลือดคงที่อยู่ในระดับที่สามารถยับยั้งโรคได้ตลอดเวลา การข้ามมื้อยาหรือหยุดยาเร็วเกินไปจะทำให้ระดับยาลดต่ำลงจนไม่สามารถควบคุมโรคได้ โดยเฉพาะในกลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน ซึ่งการหยุดยาเองอาจส่งผลให้เกิดสภาวะแทรกซ้อนที่เฉียบพลันและอันตรายถึงชีวิต เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด เราควรปฏิบัติตามหลักการ ตรวจสอบชื่อยา วิธีใช้ และระยะเวลาที่ต้องทาน แม้จะรู้สึกสบายดีแล้วก็ตาม ยกเว้นแต่จะมีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง (เช่น ผื่นคัน ปากบวม หายใจไม่ออก) ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันทีหากลืมทานยา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ ไม่ควรตัดสินใจปรับเปลี่ยนปริมาณยาด้วยตัวเองตามความเชื่อส่วนตัวหรือคำแนะนำของคนรอบข้างที่ไม่มีความรู้เฉพาะทาง