(https://img1.pic.in.th/images/eminence-Furano-jun26.jpg)
การจัดฟันเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการปรับปรุงบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจ และแก้ไขปัญหาการบดเคี้ยวอาหาร แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ของฟันที่เรียงตัวสวยงามในอนาคต สิ่งหนึ่งที่คนจัดฟันทุกคนต้องเผ็ญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "ความกังวลใจในเรื่องความสะอาด" ซึ่งกลายเป็นเงาตามตัวที่สร้างความวิตกกังวลในชีวิตประจำวันไม่น้อย เนื่องจากอุปกรณ์จัดฟัน ทั้งลวดและแบร็กเก็ต (Brackets) ที่ติดอยู่บนผิวฟันนั้น เปรียบเสมือนด่านกักเก็บเศษอาหารชั้นดีที่ทำความสะอาดได้ยากยิ่ง ความกังวลเรื่องความสะอาดในระหว่างจัดฟัน ถือเป็น "บททดสอบความอดทน" ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต แม้จะต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากและเวลาที่ต้องเสียไปในการดูแลรักษา รอยยิ้มที่เรียงตัวสวยงาม มีเสน่ห์ และสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงย่อมคุ้มค่ากับความทุ่มเทและทุกความกังวลที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
สาเหตุหลักที่ทำให้คนจัดฟันเกิดความกังวลใจ มักมาจากปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและสุขภาพช่องปากโดยตรง กลัวเสียบุคลิกภาพจากเศษอาหารติดฟัน ช่วงเวลาที่ต้องออกไปรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือคนพิเศษ ความกังวลใจจะพุ่งสูงขึ้นทันที เพราะเศษผักหรือเนื้อสัตว์สามารถเข้าไปติดอยู่ตามซอกลวดได้ง่ายมาก และมักจะไม่หลุดออกไปเองหากไม่ได้รับการแปรงหรือเขี่ยออก การพูดคุยหรือยิ้มพร้อมกับมีเศษอาหารติดอยู่จึงเป็นฝันร้ายที่คนจัดฟันพยายามหลีกเลี่ยง เมื่อมีเศษอาหารและคราบพลัคสะสมอยู่ตามซอกตึกของอุปกรณ์จัดฟัน แบคทีเรียในช่องปากจะย่อยสลายสิ่งเหล่านี้จนเกิดเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ ความกังวลว่าคนรอบข้างจะได้กลิ่นปากมักทำให้คนจัดฟันสูญเสียความมั่นใจในการสนทนาระยะประชิดนี่คือความกังวลระยะยาวที่เป็นจริงที่สุด หากละเลยการทำความสะอาด คราบหินปูนจะก่อตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกขณะแปรงฟัน ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ เมื่อถอดเครื่องมือจัดฟันออกหลังจากผ่านไปหลายปี แทนที่จะได้ฟันที่สวยงาม แต่อาจต้องพบกับผิวฟันที่เป็นรอยด่างขาวหรือฟันผุหลายซี่จนต้องตามอุดฟันกันยกใหญ่ ความวิตกกังวลนี้เองที่หล่อหลอมให้คนจัดฟันพัฒนาพฤติกรรมการดูแลความสะอาดที่เข้มงวดกว่าคนทั่วไป จากเดิมที่เคยแปรงฟันเพียงวันละ 2 ครั้ง คนจัดฟันส่วนใหญ่จะเริ่มพก "ชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดฟันเคลื่อนที่" และมี furano เม็ดฟู่ (https://www.eminence.co.th/th/health-care/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B9%88/) ติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าจะไปเรียน ทำงาน หรือท่องเที่ยว หลังรับประทานอาหารทุกมื้อ พฤติกรรมที่เห็นจนชินตาคือการรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับช่องปากของตนเอง กระบวนการทำความสะอาดไม่ได้จบลงแค่การแปรงฟันธรรมดา แต่ต้องอาศัย "แปรงซอกฟัน" เพื่อสอดส่องเข้าไปใต้ลวดดัดฟัน รวมถึงการใช้ "ไหมขัดฟันชนิดพิเศษ" หรือ "เครื่องฉีดน้ำล้างฟัน" เพื่อขจัดสิ่งสกปรกในจุดที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง แม้ว่าความกังวลจะทำให้รู้สึกเหนื่อยกับการต้องดูแลช่องปากตลอดเวลา แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความกังวลนี้คือ "แรงผลักดันที่ดี" ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาช่องปากที่รุนแรงในอนาคต